Masukบทที่ 2 อย่าคิดลองดี
แสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านเข้ามา ไก่ขันแว่วดังจากหน้าไร่ แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับเงียบสงัดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกามารมณ์ที่ยังจางหายไม่หมด ภาคินสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกร้าวระบมไปทั้งร่าง ขาเรียวสั่นจนแทบขยับไม่ได้ ความแสบช้ำยังคงหลงเหลืออยู่ในทุกจุดที่ถูกพ่อเลี้ยง ลงโทษเมื่อคืน เขาพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งรวบเอวเอาไว้แน่น ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมที่นอนมองอยู่ก่อนแล้ว “ตื่นแล้วเหรอ... เดินไหวมั้ยล่ะมึง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าเย้ยพลาวเลิกคิ้วมอง ภาคินรีบหันหน้าหนี ใบหูแดงซ่านด้วยความอับอาย “...คนบ้า ทำกับผมเหมือนสัตว์เมื่อคืน ยังจะมีหน้ามาถามอีก” พ่อเลี้ยงหัวเราะหึในลำคอ เอื้อมมือหนามาลูบไล้ต้นขาที่มีรอยช้ำแดงเป็นจ้ำชัดเจน “ก็เพราะมึงมันดื้อ สอนดี ๆ ไม่จำ กูเลยต้องลงมือหนักๆ ให้มันเข็ดหลาบ!” “สอนบ้าอะไร! แบบนั้นมัน...” ภาคินเงียบไป เสียงสั่นพร่าไม่กล้าพูดต่อ ใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมา พ่อเลี้ยงคมสันโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวซับเหงื่อของลูกเลี้ยง “อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย ภาคิน... กูจำได้ดีว่ามึงครางชื่อกูเรียกหาควยกูทั้งคืน” “ผม...ผมไม่ได้!” ยังไม่ทันขาดคำ ริมฝีปากหยาบกร้านก็ฉกวูบลงมาปิดปากคนอวดดีอีกครั้ง คราวนี้มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของ จนภาคินได้แต่ปล่อยโฮออกมาเบา ๆ ทั้งเกลียด ทั้งโกรธ แต่ร่างกายกลับสั่นสะท้านยอมจำนนต่ออ้อมกอดนี้อย่างน่าสมเพช ช่วงสายของวัน ภาคินเดินกระย่องกระแย่งออกมาจากบ้าน เสื้อเชิ้ตตัวบางแทบปิดร่องรอยสวาทที่คอไม่ได้ สายตาคนงานในไร่ที่ลอบมองมาทำให้เขาอยากจะแทรกแผ่นดินหนี “เดินให้มันดี ๆ หน่อย เดี๋ยวก็ล้มพับไปให้คนเขาหัวเราะเยาะหรอก” เสียงทุ้มดุดังขึ้นเบื้องหลัง พ่อเลี้ยงคมก้าวตามมาติด ๆ สายตาจ้องมองบั้นท้ายมนที่ขยับเขยื้อนอย่างลำบากด้วยความพึงพอใจ “ไม่ต้องมายุ่ง!” ภาคินตวาดแหว แต่กลับถูกสายตาแข็งกร้าวจ้องกลับจนต้องก้มหน้าหนี “ดื้อไม่เลิก... หรือจะให้กูอุ้มมึงเข้าไปในโรงนาต่อหน้าไอ้พวกคนงานนั่นล่ะ ห้ะ?” ภาคินหน้าแดงเถือก รีบจ้ำอ้าวเข้าไปในโรงนามืดสลัวเพื่อหนีสายตาคน บรรยากาศภายในเย็นชื้น มีเพียงเสียงม้าและกลิ่นหญ้าแห้งคละคลุ้ง แต่ไม่นานนัก ร่างสูงใหญ่ก็ก้าวตามเข้ามาซ้อนหลัง ก่อนจะก้มลงกระซิบเสียงพร่า “เมื่อคืนกูยังไม่อิ่ม... กลางวันนี้แหละ กูจะเอาให้มึงเข็ดจนเดินไม่ออก!” “ไม่เอา! ที่นี่มัน... อ๊ะ!” ภาคินร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาสอดเข้าใต้เสื้อ ลูบไล้หน้าท้องแบนราบแล้วรั้งเอวเขาให้แอ่นรับสัมผัส พ่อเลี้ยงบังคับให้คนตัวเล็กก้มลงจับราวคอกม้าไม้ผิวสาก “ก้มลง! จับราวไว้แน่น ๆ ถ้ามึงไม่อยากให้กูทำแรงกว่าเมื่อคืน!” ภาคินสั่นไปทั้งตัว น้ำตาคลอเบ้า แต่ร่างกายกลับยอมทำตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ ทันทีที่กางเกงถูกรั้งลง ความเป็นชายที่แข็งขืนของพ่อเลี้ยงก็จ่อประชิดทางรักที่ยังบวมช้ำ สวบ! “อ๊าาาาา! พ่อเลี้ยง” “... อึก... เจ็บ!” ภาคินร้องลั่น สองมือกำราวไม้จนเส้นเลือดปูดโปน “เย็ดก็หลายรอบยังจะเจ็บ ซีดส์” ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! เสียงกระแทกหนักหน่วงดังก้องสะท้อนไปทั่วโรงนาไม้ พ่อเลี้ยงคมสันไม่สนว่าม้าจะตกใจหรือใครจะเดินผ่านมา เขาโหมสะโพกเข้าใส่รัวเร็วและดิบเถื่อน มือหยาบบีบเค้นสะโพกขาวจนขึ้นรอยมือชัดเจน “ซี๊ดดด... แน่นฉิบหาย! มึงนี่มันเกิดมาเพื่อรองรับอารมณ์กูจริง ๆ ภาคิน!” “อ๊ะ ๆ ๆ! ไม่ไหว... พ่อเลี้ยง... คินจะตายแล้ว อื้อออ!” พ่อเลี้ยงไม่หยุด เขาฟาดสะโพกเข้าใส่สุดแรงเน้น ๆ จังหวะ ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! กระชั้นถี่จนภาคินตัวโยน ร่างสูงคำรามต่ำข้างหูก่อนจะจับสะโพกมนรั้งเข้าหาตัวแล้วกระแทกเข้าไปลึกสุดแรงเพื่อปลดปล่อยสายธารร้อนระอุเข้าสู่ร่างกายลูกเลี้ยงอีกครั้งร่างเล็กสั่นเทาพยายามคว้านิ้วมือเข้าหา ขณะที่คราบกามารมณ์ไหลย้อนออกมาตามโคนขาขาวอย่างน่าอดสู "ทำตัวเป็นเด็กดี..." พ่อเลี้ยงทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด ภาคินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เขาไม่ได้ต้องการความเมตตาปลอม ๆ นั่น หลังจากพักจนพอมีแรง เขาฝืนพยุงร่างกายที่บอบช้ำลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าด้วยมือสั่นเทา ในใจคิดเพียงอย่างเดียวคือต้องไปให้ไกลจากสายตาของคนนี้... อย่างน้อยก็ขอให้ได้มีลมหายใจที่เป็นของตัวเองสักชั่วครู่ เย็นวันนั้น ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีส้มรำไรชวนให้รู้สึกหม่นหมอง ภาคินพยายามฝืนความร้าวระบมที่ช่วงล่าง ออกมาเก็บส้มใส่ตะกร้าหวังจะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับจอมบงการในบ้านใหญ่ ทว่าเสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำใบไม้แห้งดังกรอบแกรบมาจากด้านหลัง กลับทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ “กูบอกแล้วใช่ไหม... ว่าอย่าริอาจหนีกูออกมาข้างนอกคนเดียว” น้ำเสียงทุ้มพร่าดังขึ้นชิดใบหู ก่อนที่อ้อมแขนแกร่งจะรวบเอวบางแล้วกระชากร่างภาคินเข้าหาตัวอย่างแรงจนตะกร้าส้มหลุดจากมือ “อ๊ะ! พ่อเลี้ยง... ปล่อยครับ คนงานอยู่แถวนี้เยอะแยะ... อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!” ภาคินละล่ำละลักบอก พยายามเหลียวมองรอบข้างด้วยความหวาดระแวง แต่กลับถูกกดแผ่นหลังนวลเนียนแนบไปกับเปลือกต้นส้มใหญ่ที่ซ่อนพวกเขาไว้จากสายตาคนภายนอกเพียงไม่กี่คืบ “ช่างหัวพวกมันสิ! ใครกล้ามอง กูจะควักลูกตามันออกมาดูเล่นทีละข้าง!” พ่อเลี้ยงคมสบถอย่างไม่สบอารมณ์ เขาจัดการถลกกางเกงของลูกเลี้ยงลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรั้งขาเรียวข้างหนึ่งขึ้นพาดเอวสอบ แล้วจ่อควยที่แข็งขืนกระแทกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทางรัก สวบ! “อื้ออออ! ฮึก...” ภาคินเบิกตาโพลง ความจุกเสียดแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องซบหน้าลงกับบ่าแกร่งเพื่อกลั้นเสียงร้อง แรงกระแทกที่โถมเข้ามาอย่างไม่ตั้งตัวทำให้เขารู้สึกเหมือนร่างจะฉีกขาด ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! เสียงเนื้อกระทบดังหนักแน่นแข่งกับเสียงใบส้มที่เสียดสีกันตามแรงอารมณ์ พ่อเลี้ยงคมโหมตะบันสะโพกใส่ไม่ยั้ง จังหวะดิบเถื่อนทำเอาคนตัวเล็กสติหลุดลอย มือบางจิกเกร็งไปบนเปลือกไม้สากจนเจ็บแสบไปหมด “ครางออกมาสิภาคิน! ครางให้พวกมันที่อยู่แถวนี้ได้ยินไปเลย ว่ามึงเป็นของกู... เป็นเมียกูคนเดียว!” พ่อเลี้ยงคำรามสั่ง พลางโน้มลงมาขบเม้มซอกคอขาวจนเกิดรอยช้ำใหม่ทับรอยเก่า “อ๊าาา... พ่อเลี้ยง... อื้อออ คิน... คินไม่ไหวแล้ว อ๊ะ ๆ ๆ!” ภาคินเผลอครางลั่นอย่างลืมตัว เมื่อความเสียวซ่านเริ่มจู่โจมแทนที่ความเจ็บปวด ยิ่งกลัวว่าจะมีใครเดินผ่านมาเห็น เขากลับยิ่งบีบรัดตัวตนของอีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ “ซี๊ดดด... รัดดีฉิบหาย มึงมันร่านเงียบจริง ๆ ภาคิน!” พ่อเลี้ยงคมกัดฟันกรอด เร่งจังหวะสุดท้ายจนลำต้นส้มสั่นสะเทือน เขาฟาดกระแทกเข้าใส่เน้น ๆ จนน้ำรักร้อนระอุพุ่งฉีดเข้าไปจนล้นทะลัก เลอะเปรอะเปื้อนโคนขาขาวและไหลลงสู่พื้นดินที่ชื้นแฉะ เมื่ออารมณ์สงบลง พ่อเลี้ยงคมยังไม่ยอมถอดถอนกายออก เขาซบหน้าลงกับซอกคอที่เปียกเหงื่อ หอบหายใจถี่กระชั้นก่อนจะจูบซับน้ำตาที่หางตาให้ลูกเลี้ยงอย่างแผ่วเบา... ทว่าคำพูดที่ตามมากลับยังคงความโหดร้าย “จำไว้นะภาคิน... ไม่ว่าจะโรงนา ในป่า หรือบนเตียง กูก็จะเอาให้มึงลุกหนีไปหาใครไม่ได้ทั้งนั้น มึงต้องเป็นสนามอารมณ์ให้กู... จนกว่ากูจะเบื่อ!” ภาคินได้แต่สะอื้นไห้ซบหน้าลงกับอกแกร่งที่เขาแสนเกลียดชัง แต่ในขณะเดียวกันเขากลับโหยหาไออุ่นจากมันอย่างน่าละอาย ปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวนี้แผดเผาชีวิตเขาไปพร้อมกับความต้องการที่ไม่จบสิ้น พ่อเลี้ยงคมสันถอนกายออกเชื่องช้า ๆ ก่อนจะจัดการดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ สายตาคมกริบก้มมองร่างขาวโพลนที่ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นหญ้า ขาเรียวสั่นพั่บจนขยับหนีไปไหนไม่ได้ร่องรอยของการถูกย่ำยีเปรอะเปื้อนอยู่ตามง่ามขาชวนให้คนมองรู้สึกกระหายขึ้นมาอีกระลอก “ฮึก... พอกันที... ปล่อยผมไปเถอะ” ภาคินพึมพำทั้งน้ำตา ร่างกายมันประท้วงความเจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ไหว “ปากดี... กูบอกแล้วไงว่ามึงไม่มีสิทธิ์ไปไหน” พ่อเลี้ยงคมสันไม่พูดเปล่า เขาโน้มตัวลงมาแล้วสอดวงแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับขาและแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยถลอก ก่อนจะออกแรงยกร่างทั้งร่างของลูกเลี้ยงขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนใน ท่าอุ้มจนภาคินตัวลอยหวือ “อ๊ะ! พ่อเลี้ยง... ปล่อยนะ ผมเดินเองได้!” ภาคินดิ้นขลุกขลักด้วยความตกใจ แต่กลับถูกวงแขนรัดแน่นเข้าหาแผงอกที่ร้อนผ่าว “เดินไหวก็ลองดู ถ้ามึงตกลงไปกูจะกดมึงคาดินตรงนี้แหละ!” คำขู่ดุดันทำให้คนตัวเล็กต้องรีบยกแขนขึ้นคล้องคอหนาเอาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ใบหน้าเนียนซบลงกับอกแกร่งอย่างยอมจำนน กลิ่นเหงื่อปนกลิ่นบุหรี่ จากตัวพ่อเลี้ยงทำให้ภาคินรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด... ความรู้สึกที่เขาเกลียดตัวเองเหลือเกินที่โหยหามัน ร่างสูงใหญ่เดินฝ่าความสลัวของยามเย็นมุ่งหน้ากลับสู่เรือนใหญ่ ท่ามกลางสายตาของคนงานที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงประปราย แต่ไม่มีใครกล้าสบตาหรือทักท้วง ทุกคนต่างก้มหน้าทำงานด้วยรู้ดีว่าของรักของพ่อเลี้ยง ใครก็แตะไม่ได้ เมื่อกลับมาถึงห้องนอนใหญ่บนเรือน พ่อเลี้ยงใช้เท้าถีบประตูให้เปิดออกแล้วก้าวเข้าไปด้านใน เขาค่อย ๆ วางร่างของภาคินลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือ ทว่าสายตากลับยังไม่คลายความหื่นกระหาย “พ่อเลี้ยง... พอก่อนนะครับ คินจุกไปหมดแล้ว...” ภาคินอ้อนวอน พลางขยับถอยหนีจนแผ่นหลังชนหัวเตียง พ่อเลี้ยงคมสันไม่ตอบ เขาหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตามตัวให้ลูกเลี้ยงอย่างลวก ๆ สายตาจ้องมองยอดอกสีหวานที่บวมช้ำด้วยฝีมือตัวเอง ก่อนจะคลานขึ้นไปทาบทับร่างเล็กเอาไว้จนมิด “กูบอกตอนไหนว่าจะนอนเฉย ๆ...” เขาขบเม้มใบหูบางจนภาคินสะดุ้งเฮือก “คืนนี้มึงหนีกูไม่พ้นหรอก ภาคิน... กูจะทบต้นทบดอกให้คุ้มกับที่มึงกล้าหนีกูไปหลายวัน!” “อื้ออออ!” สงครามกามารมณ์เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งบนเตียงหนานุ่ม เสียงเตียงไม้ลั่นประท้วงตามแรงอัดกระแทกที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้นในคืนนี้…บทที่ 3 มึงเป็นของกูแสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องลงบนลานกว้างข้างคอกม้า ภาคินกำลังยืนคุยและหัวเราะร่าเริงกับคนงานชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองลงมาจากระเบียงสูงทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมก็วาวโรจน์ด้วยเพลิงหึงหวง เสียงคำรามต่ำข่มขวัญดังก้องไปทั่วบริเวณ“ไอ้ภาคิน! มึงคิดว่ากูตาบอดหรือไง!? ยืนระริกระรี้คุยกับใครอยู่ตรงนั้น!”ภาคินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากคู่สนทนาด้วยใบหน้าซีดเผือด “พ่อเลี้ยง... คือผม...”“หุบปาก! ไม่ต้องมาพ่นคำตอแหล!” พ่อเลี้ยงคมก้าวฉับ ๆ ลงจากบันไดเรือนด้วยท่าทางคุกคามราวกับนักล่าที่พร้อมจะฉีกเหยื่อเป็นชิ้น ๆ“มึงมันเด็กดื้อไม่รู้จักจำ! กูชุบเลี้ยงมึงมาเพื่อให้มึงมาดัดจริตทอดสะพานให้ไอ้หน้าไหนก็ไม่รู้มองงั้นเหรอ!?” แรงอารมณ์พุ่งใส่เต็มปากเต็มคำ ทั้งหยาบคายและเน้นย้ำความเป็นเจ้าของจนคนงานแถวนั้นรีบก้มหน้าหนีกระเจิดกระเจิง“ไอ้เด็กเวร! มึงจำใส่กะลาหัวไว้ ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องมึง! มึงเป็นของกู! ของกูคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม!”ภาคินหน้าแดงก่ำ ทั้งอับอายและหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่พ่อเลี้ยงยังไม่ยอมหยุด เขากระชากคอเสื้อลูกเลี้ยงให้เงยหน้าขึ้น
บทที่ 2 อย่าคิดลองดีแสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านเข้ามา ไก่ขันแว่วดังจากหน้าไร่ แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับเงียบสงัดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกามารมณ์ที่ยังจางหายไม่หมดภาคินสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกร้าวระบมไปทั้งร่าง ขาเรียวสั่นจนแทบขยับไม่ได้ ความแสบช้ำยังคงหลงเหลืออยู่ในทุกจุดที่ถูกพ่อเลี้ยง ลงโทษเมื่อคืน เขาพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งรวบเอวเอาไว้แน่น ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมที่นอนมองอยู่ก่อนแล้ว“ตื่นแล้วเหรอ... เดินไหวมั้ยล่ะมึง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าเย้ยพลาวเลิกคิ้วมองภาคินรีบหันหน้าหนี ใบหูแดงซ่านด้วยความอับอาย “...คนบ้า ทำกับผมเหมือนสัตว์เมื่อคืน ยังจะมีหน้ามาถามอีก”พ่อเลี้ยงหัวเราะหึในลำคอ เอื้อมมือหนามาลูบไล้ต้นขาที่มีรอยช้ำแดงเป็นจ้ำชัดเจน “ก็เพราะมึงมันดื้อ สอนดี ๆ ไม่จำ กูเลยต้องลงมือหนักๆ ให้มันเข็ดหลาบ!”“สอนบ้าอะไร! แบบนั้นมัน...” ภาคินเงียบไป เสียงสั่นพร่าไม่กล้าพูดต่อ ใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาพ่อเลี้ยงคมสันโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวซับเหงื่อของลูกเลี้ยง “อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย ภาคิน... กูจำได้ดีว่ามึงครางชื่อกูเรียกหาควยก
บทที่ 1 หายหัวไปไหนมาเสียงฝนกระหน่ำลงมาทั่วไร่ กลิ่นดินชื้นคละคลุ้งปนไปกับบรรยากาศขมุกขมัว บ้านไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ภายในห้องโถงที่สว่างเพียงสลัว ร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงคมสันยืนกอดอกมองลูกเลี้ยงที่เพิ่งซมซานกลับมาจากในเมืองด้วยสายตาคมกริบดุจมีดวาววับ“หายหัวไปตั้งหลายวัน คิดว่ากูตายไปแล้วหรือไงถึงไม่โผล่หัวมาให้เห็น... ไอ้เด็กเวร” น้ำเสียงห้าวทุ้มกดต่ำ บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กรุ่นอยู่ภายในภาคินลูกเลี้ยงวัยยี่สิบต้น ๆ เงยหน้าสบตา ดวงตากลมโตสั่นระริกทว่ายังซ่อนความดื้อรั้นไว้ไม่มิด“ผมโตแล้ว จะไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตพ่อเลี้ยงทุกเรื่องเลยหรือไง?”คำพูดอวดดีนั้นทำให้เส้นเลือดที่ขมับพ่อเลี้ยงเต้นตุบ เขาสืบเท้าเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะคว้าไหล่บางกดกระแทกเข้ากับกำแพงไม้ดัง ปึก!“มึงลืมไปแล้วรึไงว่าใครที่ชุบเลี้ยงมึงมา! ยังคิดว่าปีกกล้าขาแข็งจนจะขึ้นขี่คอกูได้แล้วหรอ ห้ะ!”“อึก...ผมแค่...” คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยาบกระด้างฉกวูบลงมาบดขยี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ภาคินดิ้นพล่าน สองมือพยายามดันแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งราวกับหินผา แต่ยิ่งขัดขืน อ้อมแขนเหล็กนั้นกลับยิ่งรั
แนะนำตัวละคร พ่อเลี้ยงคมสัน (คม) เจ้าของไร่ส้มผู้ทรงอิทธิพล ดิบเถื่อน และเด็ดขาด เขามีบุคลิกที่เป็นนักล่าและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับ "ภาคิน" ลูกเลี้ยงที่เขาชุบเลี้ยงมา พ่อเลี้ยงคมสันใช้ทั้งอำนาจ ความรุนแรง และความโหยหาที่บิดเบี้ยวในการกักขังภาคินไว้ใต้ร่าง แม้ปากจะหยาบคายและดุดัน แต่ภายในกลับซ่อนความหวงแหนจนบ้าคลั่งและความรู้สึกรักที่ไม่ยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง ภาคิน (คิน) เด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีใบหน้าสวยและผิวพรรณนวลเนียน เขาเป็นลูกเลี้ยงที่พยายามดื้อรั้นและโหยหาอิสระ แต่กลับต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันจาบจ้วงของพ่อเลี้ยงทุกครั้ง ภาคินตกอยู่ในสภาวะความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง ทั้งเกลียดชังความป่าเถื่อน แต่ร่างกายกลับตอบสนองและโหยหาไออุ่นจากอ้อมกอดนั้นอย่างน่าละอายคำโปรย“มึงมันร่านอยู่ในสายเลือด ภาคิน... ต่อให้หนีไปถึงไหน ร่างกายมึงมันก็เรียกร้องหาแต่ของกู” เมื่อภาคินลูกเลี้ยงจอมดื้อรั้นริอาจลองดีด้วยการหนีหายไปจากไร่ มีหรือที่คนอย่างพ่อเลี้ยงคมสัน จะปล่อยให้เด็กในปกครองลอยนวลไปได้ การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การอบรมสั่งสอน แต่มันคือบทลงโทษที่ต้องทบต้นท
![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






