Masukบทที่ 1 หายหัวไปไหนมา
เสียงฝนกระหน่ำลงมาทั่วไร่ กลิ่นดินชื้นคละคลุ้งปนไปกับบรรยากาศขมุกขมัว บ้านไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ภายในห้องโถงที่สว่างเพียงสลัว ร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงคมสันยืนกอดอกมองลูกเลี้ยงที่เพิ่งซมซานกลับมาจากในเมืองด้วยสายตาคมกริบดุจมีดวาววับ “หายหัวไปตั้งหลายวัน คิดว่ากูตายไปแล้วหรือไงถึงไม่โผล่หัวมาให้เห็น... ไอ้เด็กเวร” น้ำเสียงห้าวทุ้มกดต่ำ บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กรุ่นอยู่ภายใน ภาคินลูกเลี้ยงวัยยี่สิบต้น ๆ เงยหน้าสบตา ดวงตากลมโตสั่นระริกทว่ายังซ่อนความดื้อรั้นไว้ไม่มิด “ผมโตแล้ว จะไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตพ่อเลี้ยงทุกเรื่องเลยหรือไง?” คำพูดอวดดีนั้นทำให้เส้นเลือดที่ขมับพ่อเลี้ยงเต้นตุบ เขาสืบเท้าเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะคว้าไหล่บางกดกระแทกเข้ากับกำแพงไม้ดัง ปึก! “มึงลืมไปแล้วรึไงว่าใครที่ชุบเลี้ยงมึงมา! ยังคิดว่าปีกกล้าขาแข็งจนจะขึ้นขี่คอกูได้แล้วหรอ ห้ะ!” “อึก...ผมแค่...” คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยาบกระด้างฉกวูบลงมาบดขยี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ภาคินดิ้นพล่าน สองมือพยายามดันแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งราวกับหินผา แต่ยิ่งขัดขืน อ้อมแขนเหล็กนั้นกลับยิ่งรัดตรึงจนหายใจไม่ออก “อื้อ! ปะ...ปล่อย!” พ่อเลี้ยงคมถอนจูบออกเพียงนิดเพื่อก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ “ยั่วกูเองแท้ ๆ อย่ามาแกล้งตอแหลทำเป็นไร้เดียงสา” ร่างสูงจัดการเหวี่ยงลูกเลี้ยงลงบนโซฟาหนังตัวยาว ก่อนจะกระชากเสื้อยืดของคนใต้ร่างออกจนขาดวิ่น เผยผิวขาวนวลเนียนที่สะท้อนแสงไฟสลัวชวนให้รังแก เสียงหอบกระชั้นดังสลับกับเสียงฝนที่ตกหนักอยู่ภายนอก “ซี๊ด... กูจะสอนให้มึงจำใส่กะลาหัวไว้ ว่าอย่าริอาจหายไปไหนโดยที่กูไม่ได้อนุญาตอีก!”โดยไม่รอช้า พ่อเลี้ยงจัดการแยกขาเรียวออกกว้างจนเห็นความนุ่มหยุ่นที่สั่นระริก เขาไม่เสียเวลาโอ้โลมให้มากความ ทันทีที่แก่นกายใหญ่จ่อประชิดทางรักที่บวมแดง เขาก็สวนสะโพกสอบเข้าใส่รวดเดียวจนสุดความยาว สวบ! “อ๊ากกกก! พ่อเลี้ยง... อึก... เจ็บ!” ภาคินตัวโย่ง ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความจุกจนเกือบหายใจไม่ออก ช่องทางคับแน่นบีบรัดสิ่งแปลกปลอมขนาดมหึมาจนผนังเนื้อแทบปริแตก “ซี๊ดดด... แน่นฉิบหาย มึงแอบไปให้ใครเย็ดมาบ้างหรือเปล่าวะ รูถึงได้ตอดควยกูยิบขนาดนี้!” พ่อเลี้ยงคมสบถออกมาอย่างย่ามใจ มือหนาข้างหนึ่งขยุ้มกลุ่มผมลูกเลี้ยงให้หงายหน้าขึ้นมาซบแผงอก ส่วนสะโพกก็เริ่มขยับโหมกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งจังหวะ ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องกังวานสู้เสียงฝนที่เทลงมาอย่างบ้าคลั่ง โซฟาหนังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามแรงขย่มที่ดิบเถื่อน ภาคินโดนกระแทกจนตัวลอย กระดอนไปตามแรงอารมณ์ที่อีกฝ่ายมอบให้ “อ๊ะ ๆ ๆ! พ่อเลี้ยง... เบา…” “เบาหน่อย อื้อออ!” พั่บ พั่บ พั่บ “ควยมัน... มันเข้าไปลึกเกินไปแล้ว!” ปั่ก ปั่ก ปั่ก “หุบปาก! ครางออกมาแค่ชื่อกูก็พอ ไอ้เด็กเหลือขอ!” พ่อเลี้ยงคมไม่ฟังคำทัดทาน เขาจงใจถอนแก่นกายออกจนเกือบสุดก่อนจะกระแทกสวนเข้าไปใหม่เน้นๆ จนส่วนหัวบดเบียดกับจุดกระสันภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตับ! ตับ! ตับ! “อ๊าาา...! อ๊ะ!” “อื้อออออ…” “สะ...เสียว พ่อเลี้ยง... คินเสียว!” ภาคินครางลั่นจนเสียงแหบพร่า สองมือกำจิกไปบนเบาะโซฟาจนเล็บแทบหัก น้ำตาไหลพรากด้วยความจุกเสียดและซ่านเสียวที่ถาโถมเข้าใส่ “เสียวก็รัดควยกูให้มันแน่นกว่านี้! เออ... อย่างนั้นแหละ เย็ดมึงนี่มันมันส์มือจริง ๆ รูร่าน ๆ ของมึงมันเกิดมาเพื่อควยกูคนเดียว!” พ่อเลี้ยงคำรามลั่น พลางกดเอวบางให้จมลงกับเบาะแล้วระรัวสะโพกเข้าใส่แบบไม่ให้พักหายใจ ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! ความรุนแรงทวีคูณจนภาคินสติเริ่มหลุดลอย ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่จงใจมอบความทรมานอันแสนหวานให้ เขาเผลออ้าปากครางกระเส่าพร่ำเรียกชื่อคนที่กำชะตาชีวิตเขาไว้ไม่ขาดสาย “อ๊าาา... พ่อเลี้ยง... คม…” “พ่อเลี้ยงคม... อ๊ะ ๆ ๆ ๆ! ซีดส์” “เดี๋ยวกูจะเย็ดมึงให้ลืมทางกลับบ้านเลย” ร่างสูงใหญ่พลิกจับคนใต้ร่างให้คว่ำหน้าลงกับโซฟาในท่าคลานเข่า สะโพกมนเด่นหราล่อสายตา พ่อเลี้ยงคมสันไม่รอช้าสวนกระแทกเข้าใส่จากทางด้านหลังอย่างหนักหน่วงจนหน้าท้องของภาคินกระเพื่อมตามแรงอัด ปั่ก! ปั่ก! เสียงเนื้อปะทะเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งห้องโถง… พ่อเลี้ยงคมสันก้มลงจูบประทับที่ต้นคอซึ่งเต็มไปด้วยรอยรักสีแดงช้ำ สัมผัสหยาบโรนแต่กลับแฝงความโหยหาอย่างประหลาด “จำไว้... ต่อให้มึงหนีไปสุดขอบฟ้า กูก็จะลากมึงกลับมาเอาให้ลุกไม่ขึ้นแบบนี้... ทุกครั้ง!” ร่างเล็กนอนหอบระริน หยาดน้ำตาเกาะขอบตาปนไปกับเหงื่อไคล แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งร่าง แต่ในอกกลับสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน… ภาคินนอนซบหน้าลงกับแขนตัวเองที่สั่นระริก ลมหายใจหอบถี่รัวยังคงพ่นรดเบาะโซฟาที่ชุ่มไปด้วยหยดเหงื่อและร่องรอยของการสมสู่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความเจ็บแปลบที่ช่องทางเบื้องหลังยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องเตือนสติว่าเขาเพิ่งถูกคนเลี้ยงดูย่ำยีอย่างดิบเถื่อนเพียงใด “ฮึก...” เสียงสะอื้นเครือดังเล็ดลอดออกมาเพียงนิด ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมเปียกชื้น กระชากให้ภาคินต้องเงยหน้าขึ้นสบตาอีกครั้ง “ร้องหาอะไร... ตอนกูเย็ดเห็นร่อนเอวรับควยกูไม่หยุด ทีตอนนี้มาทำเป็นน้ำตาตก” พ่อเลี้ยงคมสันเค่นยิ้มร้าย ดวงตาคมกริบจ้องมองผลงานของตัวเองบนร่างขาวผ่องด้วยความพึงพอใจรุนแรง รอยรักสีเข้มกระจายไปทั่วแผ่นหลังและสะโพกมน ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเย็ดเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ “ผม... ผมไม่ได้ร่อน...” ภาคินพยายามเถียง แต่เสียงกลับแหบพร่าจนฟังแทบไม่เป็นภาษา “หึ ไม่ร่อนงั้นเหรอ? แล้วที่ตอดตุบๆ จนควยกูแทบขาดเมื่อกี้มันคืออะไรวะ!” พ่อเลี้ยงโน้มตัวลงมาประชิด กระซิบคำหยาบโลนชิดใบหูที่แดงซ่าน “มึงมันร่านอยู่ในสายเลือด ภาคิน... ต่อให้หนีไปถึงไหน ร่างกายมึงมันก็เรียกร้องหาแต่ของกู” นิ้วหยาบกร้านเกลี่ยไล้ไปตามแนวสันหลังที่สั่นเทา ก่อนจะกดเน้นลงที่บั้นท้ายนุ่มซึ่งยังคงมีคราบกามสีขาวขุ่นเปรอะเปื้อนอยู่ “พ่อเลี้ยง... พอแล้ว... ผมไม่ไหวแล้วจริง ๆ” ภาคินพยายามคลานหนี แต่ขาเรียวกลับไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะขยับไม่ได้ “กูบอกตอนไหนว่าพอ?” พ่อเลี้ยงคมยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาคว้าเอวบางแล้วกระชากร่างเล็กให้ปลิวกลับมาอยู่ที่ใจกลางโซฟาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่รอขัดขืน แต่จัดการพลิกตัวภาคินให้นอนหงาย แหกขาขาวที่สั่นระริกออกกว้างจนเห็นร่องรอยที่ยังคงบวมช้ำชัดเจน “กูเพิ่งจะเริ่มต้น... มึงหายไปสามวัน กูต้องทบต้นทบดอกให้มันคุ้ม!” สวบ! “อ๊าาาาาา! เจ็บ! พ่อเลี้ยง... เข้ามาอีกทำไม อื้ออออ!” ภาคินหวีดร้องลั่นเมื่อแก่นกายที่เพิ่งสงบไปเริ่มแข็งขืนและสวนลึกเข้ามาในร่างกายเขาอีกครั้งโดยไม่มีการเตือน จังหวะคราวนี้ไม่ได้ดุดันเหมือนช่วงแรก แต่เน้นความหน่วง เน้นความลึกจนคนตัวเล็กครางไม่ออก ปั่ก... ปั่ก... ปั่ก... เสียงโซฟาเสียดสีกับพื้นไม้ดังก้องสลับกับเสียงหอบหายใจของคนสองคน พ่อเลี้ยงคมโน้มลงมาบดจูบภาคินอย่างโหยหา ลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นเล็ก ในขณะที่เบื้องล่างยังคงบดเบียดเข้าหาความนุ่มหยุ่นไม่หยุดหย่อน “ซี๊ดดด... แน่นเหมือนเดิมเลยนะมึง... ตอดกูแรง ๆ แบบนั้นแหละ” ภาคินได้แต่หลับตาแน่น สองมือโอบกอดรอบลำคอแกร่งเอาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ แม้ปากจะบอกว่าเกลียด แต่ร่างกายกลับตอบรับสัมผัสจาบจ้วงนั้นอย่างน่าละอาย เขาซบหน้าลงกับบ่ากว้าง ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากไปพร้อมกับความเสียวซ่านที่พ่อเลี้ยงมอบให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในห้องโถงกว้างที่อวลไปด้วยกลิ่นคาวกามและเสียงฝนกระหน่ำ ภาคินตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า... ไม่ว่าเขาจะพยายามหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ต้องกลับมาสยบแทบเท้าผู้ชายคนนี้อยู่ดีบทที่ 3 มึงเป็นของกูแสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องลงบนลานกว้างข้างคอกม้า ภาคินกำลังยืนคุยและหัวเราะร่าเริงกับคนงานชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองลงมาจากระเบียงสูงทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมก็วาวโรจน์ด้วยเพลิงหึงหวง เสียงคำรามต่ำข่มขวัญดังก้องไปทั่วบริเวณ“ไอ้ภาคิน! มึงคิดว่ากูตาบอดหรือไง!? ยืนระริกระรี้คุยกับใครอยู่ตรงนั้น!”ภาคินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากคู่สนทนาด้วยใบหน้าซีดเผือด “พ่อเลี้ยง... คือผม...”“หุบปาก! ไม่ต้องมาพ่นคำตอแหล!” พ่อเลี้ยงคมก้าวฉับ ๆ ลงจากบันไดเรือนด้วยท่าทางคุกคามราวกับนักล่าที่พร้อมจะฉีกเหยื่อเป็นชิ้น ๆ“มึงมันเด็กดื้อไม่รู้จักจำ! กูชุบเลี้ยงมึงมาเพื่อให้มึงมาดัดจริตทอดสะพานให้ไอ้หน้าไหนก็ไม่รู้มองงั้นเหรอ!?” แรงอารมณ์พุ่งใส่เต็มปากเต็มคำ ทั้งหยาบคายและเน้นย้ำความเป็นเจ้าของจนคนงานแถวนั้นรีบก้มหน้าหนีกระเจิดกระเจิง“ไอ้เด็กเวร! มึงจำใส่กะลาหัวไว้ ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องมึง! มึงเป็นของกู! ของกูคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม!”ภาคินหน้าแดงก่ำ ทั้งอับอายและหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่พ่อเลี้ยงยังไม่ยอมหยุด เขากระชากคอเสื้อลูกเลี้ยงให้เงยหน้าขึ้น
บทที่ 2 อย่าคิดลองดีแสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านเข้ามา ไก่ขันแว่วดังจากหน้าไร่ แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับเงียบสงัดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกามารมณ์ที่ยังจางหายไม่หมดภาคินสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกร้าวระบมไปทั้งร่าง ขาเรียวสั่นจนแทบขยับไม่ได้ ความแสบช้ำยังคงหลงเหลืออยู่ในทุกจุดที่ถูกพ่อเลี้ยง ลงโทษเมื่อคืน เขาพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งรวบเอวเอาไว้แน่น ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมที่นอนมองอยู่ก่อนแล้ว“ตื่นแล้วเหรอ... เดินไหวมั้ยล่ะมึง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าเย้ยพลาวเลิกคิ้วมองภาคินรีบหันหน้าหนี ใบหูแดงซ่านด้วยความอับอาย “...คนบ้า ทำกับผมเหมือนสัตว์เมื่อคืน ยังจะมีหน้ามาถามอีก”พ่อเลี้ยงหัวเราะหึในลำคอ เอื้อมมือหนามาลูบไล้ต้นขาที่มีรอยช้ำแดงเป็นจ้ำชัดเจน “ก็เพราะมึงมันดื้อ สอนดี ๆ ไม่จำ กูเลยต้องลงมือหนักๆ ให้มันเข็ดหลาบ!”“สอนบ้าอะไร! แบบนั้นมัน...” ภาคินเงียบไป เสียงสั่นพร่าไม่กล้าพูดต่อ ใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาพ่อเลี้ยงคมสันโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวซับเหงื่อของลูกเลี้ยง “อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย ภาคิน... กูจำได้ดีว่ามึงครางชื่อกูเรียกหาควยก
บทที่ 1 หายหัวไปไหนมาเสียงฝนกระหน่ำลงมาทั่วไร่ กลิ่นดินชื้นคละคลุ้งปนไปกับบรรยากาศขมุกขมัว บ้านไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ภายในห้องโถงที่สว่างเพียงสลัว ร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงคมสันยืนกอดอกมองลูกเลี้ยงที่เพิ่งซมซานกลับมาจากในเมืองด้วยสายตาคมกริบดุจมีดวาววับ“หายหัวไปตั้งหลายวัน คิดว่ากูตายไปแล้วหรือไงถึงไม่โผล่หัวมาให้เห็น... ไอ้เด็กเวร” น้ำเสียงห้าวทุ้มกดต่ำ บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กรุ่นอยู่ภายในภาคินลูกเลี้ยงวัยยี่สิบต้น ๆ เงยหน้าสบตา ดวงตากลมโตสั่นระริกทว่ายังซ่อนความดื้อรั้นไว้ไม่มิด“ผมโตแล้ว จะไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตพ่อเลี้ยงทุกเรื่องเลยหรือไง?”คำพูดอวดดีนั้นทำให้เส้นเลือดที่ขมับพ่อเลี้ยงเต้นตุบ เขาสืบเท้าเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะคว้าไหล่บางกดกระแทกเข้ากับกำแพงไม้ดัง ปึก!“มึงลืมไปแล้วรึไงว่าใครที่ชุบเลี้ยงมึงมา! ยังคิดว่าปีกกล้าขาแข็งจนจะขึ้นขี่คอกูได้แล้วหรอ ห้ะ!”“อึก...ผมแค่...” คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยาบกระด้างฉกวูบลงมาบดขยี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ภาคินดิ้นพล่าน สองมือพยายามดันแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งราวกับหินผา แต่ยิ่งขัดขืน อ้อมแขนเหล็กนั้นกลับยิ่งรั
แนะนำตัวละคร พ่อเลี้ยงคมสัน (คม) เจ้าของไร่ส้มผู้ทรงอิทธิพล ดิบเถื่อน และเด็ดขาด เขามีบุคลิกที่เป็นนักล่าและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับ "ภาคิน" ลูกเลี้ยงที่เขาชุบเลี้ยงมา พ่อเลี้ยงคมสันใช้ทั้งอำนาจ ความรุนแรง และความโหยหาที่บิดเบี้ยวในการกักขังภาคินไว้ใต้ร่าง แม้ปากจะหยาบคายและดุดัน แต่ภายในกลับซ่อนความหวงแหนจนบ้าคลั่งและความรู้สึกรักที่ไม่ยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง ภาคิน (คิน) เด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีใบหน้าสวยและผิวพรรณนวลเนียน เขาเป็นลูกเลี้ยงที่พยายามดื้อรั้นและโหยหาอิสระ แต่กลับต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันจาบจ้วงของพ่อเลี้ยงทุกครั้ง ภาคินตกอยู่ในสภาวะความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง ทั้งเกลียดชังความป่าเถื่อน แต่ร่างกายกลับตอบสนองและโหยหาไออุ่นจากอ้อมกอดนั้นอย่างน่าละอายคำโปรย“มึงมันร่านอยู่ในสายเลือด ภาคิน... ต่อให้หนีไปถึงไหน ร่างกายมึงมันก็เรียกร้องหาแต่ของกู” เมื่อภาคินลูกเลี้ยงจอมดื้อรั้นริอาจลองดีด้วยการหนีหายไปจากไร่ มีหรือที่คนอย่างพ่อเลี้ยงคมสัน จะปล่อยให้เด็กในปกครองลอยนวลไปได้ การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การอบรมสั่งสอน แต่มันคือบทลงโทษที่ต้องทบต้นท







