LOGIN
แนะนำตัวละคร
พ่อเลี้ยงคมสัน (คม) เจ้าของไร่ส้มผู้ทรงอิทธิพล ดิบเถื่อน และเด็ดขาด เขามีบุคลิกที่เป็นนักล่าและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับ "ภาคิน" ลูกเลี้ยงที่เขาชุบเลี้ยงมา พ่อเลี้ยงคมสันใช้ทั้งอำนาจ ความรุนแรง และความโหยหาที่บิดเบี้ยวในการกักขังภาคินไว้ใต้ร่าง แม้ปากจะหยาบคายและดุดัน แต่ภายในกลับซ่อนความหวงแหนจนบ้าคลั่งและความรู้สึกรักที่ไม่ยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง ภาคิน (คิน) เด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีใบหน้าสวยและผิวพรรณนวลเนียน เขาเป็นลูกเลี้ยงที่พยายามดื้อรั้นและโหยหาอิสระ แต่กลับต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันจาบจ้วงของพ่อเลี้ยงทุกครั้ง ภาคินตกอยู่ในสภาวะความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง ทั้งเกลียดชังความป่าเถื่อน แต่ร่างกายกลับตอบสนองและโหยหาไออุ่นจากอ้อมกอดนั้นอย่างน่าละอาย คำโปรย “มึงมันร่านอยู่ในสายเลือด ภาคิน... ต่อให้หนีไปถึงไหน ร่างกายมึงมันก็เรียกร้องหาแต่ของกู” เมื่อภาคินลูกเลี้ยงจอมดื้อรั้นริอาจลองดีด้วยการหนีหายไปจากไร่ มีหรือที่คนอย่างพ่อเลี้ยงคมสัน จะปล่อยให้เด็กในปกครองลอยนวลไปได้ การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การอบรมสั่งสอน แต่มันคือบทลงโทษที่ต้องทบต้นทบดอก ให้สาสมกับความอวดดี! จากห้องโถงสู่โรงนาที่คละคลุ้งกลิ่นหญ้าแห้ง และสวนส้มยามโพล้เพล้ ทุกตารางนิ้วในไร่กลายเป็นเวทีสวาทที่พ่อเลี้ยงใช้ประกาศความเป็นเจ้าของ เขาจะทำให้เด็กเหลือขอคนนี้รู้ซึ้งว่า... ไม่ว่าจะหนีไปสุดขอบฟ้า เขาก็จะลากมันกลับมาเอาให้ลุกไม่ขึ้น! ทว่าภายใต้ความดิบเถื่อนและถ้อยคำหยาบโลนที่ยัดเยียดให้ หัวใจของภาคินกลับสั่นไหวอย่างน่าละอาย ยิ่งพยายามหนีกลับยิ่งถูกผูกมัด ยิ่งเกลียดชังกลับยิ่งโหยหาไออุ่นจากอ้อมกอดที่แสนรุนแรงนั้น “กูรักมึงนะ ไอ้เด็กเวร... รักจนไม่รู้จะเก็บมึงไว้ที่ไหนไม่ให้ใครเห็น” เมื่อความหวงจนบ้าคลั่งมาบรรจบกับความยอมจำนนที่กัดกินใจ บทสรุปของความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวครั้งนี้จะจบลงที่ความทรมาน... หรือความหวานที่ลืมไม่ลง? นิยายแนว: PWP / SM / Toxic Relationship / Father-in-law (Stepfather) x Stepson คำเตือน: มีเนื้อหาที่รุนแรง การใช้ถ้อยคำหยาบคาย และฉากกิจกรรมทางเพศที่ (NC20+) คำเตือนเนื้อหา นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านอายุ 20 ปีขึ้นไป มีเนื้อหาแนว SM / ความสัมพันธ์แบบครอบงำ มีฉากความรุนแรงทางร่างกาย การใช้อำนาจเหนือกว่า การใช้ถ้อยคำหยาบคาย ฉากกิจกรรมทางเพศในที่ไม่มิดชิด รวมถึงประเด็นความสัมพันธ์ที่อ่อนไหว เช่น พ่อเลี้ยง ลูกเลี้ยง ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน หมายเหตุ: ตัวละครและเหตุการณ์ในนิยายเป็นเพียงเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ผู้เขียนไม่ได้สนับสนุนความรุนแรงหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในชีวิตจริง ลิขสิทธิ์ นามปากกา: มะลิซ้อน ซ่อนใจ จัดทำโดย: มะลิซ้อน ซ่อนใจ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558ไม่อนุญาตให้คัดลอก คัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อหา สแกนหนังสือ หรือนำเนื้อหาไปดัดแปลงในรูปแบบใดก็ตาม เพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือจัดทำเป็นเอกสารเผยแพร่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น จากใจ สวัสดีค่ะทุกคน...ยินดีที่ได้รู้จัก และยินดีอย่างยิ่งที่ถูกค้นพบนะคะ ดีใจจริงๆ ที่เราได้โคจรมาเจอกันในพื้นที่ของนิยายเรื่องนี้ สำหรับนิยายเรื่องที่คัณรี๊ดกำลังอ่านอยู่ ถือเป็นนิยายแนว PWP เรื่องแรกในชีวิตของไรท์เลยค่ะ เนื้อหาหรือสำนวนการเดินเรื่องอาจจะมีจุดที่ดู "เอ๋อๆ งงๆ" ไปบ้างตามประสาความตื่นเต้นของมือใหม่ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ไรท์ตัวน้อยคนนี้ต้องขออภัยล่วงหน้า และหวังว่าคุณนักอ่านที่น่ารักจะโปรดเมตตาและให้อภัยกันด้วยนะคะ ไรท์สัญญาว่าจะไม่หยุดพัฒนาฝีมือ จะตั้งใจขัดเกลาผลงานให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ตอน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถ "สนองนีด" (ความต้องการ) ของทั้งตัวไรท์เองและของคุณนักอ่านทุกท่านให้ฟินไปตามๆ กันค่ะ ขอบคุณทุกการติดตามและทุกกำลังใจที่มีให้ มะลิซ้อน ซ่อนใจ นะคะ รักนักอ่านทุกคนค่ะ... มะลิซ้อน ซ่อนใจบทที่ 3 มึงเป็นของกูแสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องลงบนลานกว้างข้างคอกม้า ภาคินกำลังยืนคุยและหัวเราะร่าเริงกับคนงานชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองลงมาจากระเบียงสูงทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมก็วาวโรจน์ด้วยเพลิงหึงหวง เสียงคำรามต่ำข่มขวัญดังก้องไปทั่วบริเวณ“ไอ้ภาคิน! มึงคิดว่ากูตาบอดหรือไง!? ยืนระริกระรี้คุยกับใครอยู่ตรงนั้น!”ภาคินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากคู่สนทนาด้วยใบหน้าซีดเผือด “พ่อเลี้ยง... คือผม...”“หุบปาก! ไม่ต้องมาพ่นคำตอแหล!” พ่อเลี้ยงคมก้าวฉับ ๆ ลงจากบันไดเรือนด้วยท่าทางคุกคามราวกับนักล่าที่พร้อมจะฉีกเหยื่อเป็นชิ้น ๆ“มึงมันเด็กดื้อไม่รู้จักจำ! กูชุบเลี้ยงมึงมาเพื่อให้มึงมาดัดจริตทอดสะพานให้ไอ้หน้าไหนก็ไม่รู้มองงั้นเหรอ!?” แรงอารมณ์พุ่งใส่เต็มปากเต็มคำ ทั้งหยาบคายและเน้นย้ำความเป็นเจ้าของจนคนงานแถวนั้นรีบก้มหน้าหนีกระเจิดกระเจิง“ไอ้เด็กเวร! มึงจำใส่กะลาหัวไว้ ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องมึง! มึงเป็นของกู! ของกูคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม!”ภาคินหน้าแดงก่ำ ทั้งอับอายและหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่พ่อเลี้ยงยังไม่ยอมหยุด เขากระชากคอเสื้อลูกเลี้ยงให้เงยหน้าขึ้น
บทที่ 2 อย่าคิดลองดีแสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านเข้ามา ไก่ขันแว่วดังจากหน้าไร่ แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับเงียบสงัดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกามารมณ์ที่ยังจางหายไม่หมดภาคินสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกร้าวระบมไปทั้งร่าง ขาเรียวสั่นจนแทบขยับไม่ได้ ความแสบช้ำยังคงหลงเหลืออยู่ในทุกจุดที่ถูกพ่อเลี้ยง ลงโทษเมื่อคืน เขาพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งรวบเอวเอาไว้แน่น ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมที่นอนมองอยู่ก่อนแล้ว“ตื่นแล้วเหรอ... เดินไหวมั้ยล่ะมึง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าเย้ยพลาวเลิกคิ้วมองภาคินรีบหันหน้าหนี ใบหูแดงซ่านด้วยความอับอาย “...คนบ้า ทำกับผมเหมือนสัตว์เมื่อคืน ยังจะมีหน้ามาถามอีก”พ่อเลี้ยงหัวเราะหึในลำคอ เอื้อมมือหนามาลูบไล้ต้นขาที่มีรอยช้ำแดงเป็นจ้ำชัดเจน “ก็เพราะมึงมันดื้อ สอนดี ๆ ไม่จำ กูเลยต้องลงมือหนักๆ ให้มันเข็ดหลาบ!”“สอนบ้าอะไร! แบบนั้นมัน...” ภาคินเงียบไป เสียงสั่นพร่าไม่กล้าพูดต่อ ใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาพ่อเลี้ยงคมสันโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวซับเหงื่อของลูกเลี้ยง “อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย ภาคิน... กูจำได้ดีว่ามึงครางชื่อกูเรียกหาควยก
บทที่ 1 หายหัวไปไหนมาเสียงฝนกระหน่ำลงมาทั่วไร่ กลิ่นดินชื้นคละคลุ้งปนไปกับบรรยากาศขมุกขมัว บ้านไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ภายในห้องโถงที่สว่างเพียงสลัว ร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงคมสันยืนกอดอกมองลูกเลี้ยงที่เพิ่งซมซานกลับมาจากในเมืองด้วยสายตาคมกริบดุจมีดวาววับ“หายหัวไปตั้งหลายวัน คิดว่ากูตายไปแล้วหรือไงถึงไม่โผล่หัวมาให้เห็น... ไอ้เด็กเวร” น้ำเสียงห้าวทุ้มกดต่ำ บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กรุ่นอยู่ภายในภาคินลูกเลี้ยงวัยยี่สิบต้น ๆ เงยหน้าสบตา ดวงตากลมโตสั่นระริกทว่ายังซ่อนความดื้อรั้นไว้ไม่มิด“ผมโตแล้ว จะไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตพ่อเลี้ยงทุกเรื่องเลยหรือไง?”คำพูดอวดดีนั้นทำให้เส้นเลือดที่ขมับพ่อเลี้ยงเต้นตุบ เขาสืบเท้าเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะคว้าไหล่บางกดกระแทกเข้ากับกำแพงไม้ดัง ปึก!“มึงลืมไปแล้วรึไงว่าใครที่ชุบเลี้ยงมึงมา! ยังคิดว่าปีกกล้าขาแข็งจนจะขึ้นขี่คอกูได้แล้วหรอ ห้ะ!”“อึก...ผมแค่...” คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยาบกระด้างฉกวูบลงมาบดขยี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ภาคินดิ้นพล่าน สองมือพยายามดันแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งราวกับหินผา แต่ยิ่งขัดขืน อ้อมแขนเหล็กนั้นกลับยิ่งรั
แนะนำตัวละคร พ่อเลี้ยงคมสัน (คม) เจ้าของไร่ส้มผู้ทรงอิทธิพล ดิบเถื่อน และเด็ดขาด เขามีบุคลิกที่เป็นนักล่าและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับ "ภาคิน" ลูกเลี้ยงที่เขาชุบเลี้ยงมา พ่อเลี้ยงคมสันใช้ทั้งอำนาจ ความรุนแรง และความโหยหาที่บิดเบี้ยวในการกักขังภาคินไว้ใต้ร่าง แม้ปากจะหยาบคายและดุดัน แต่ภายในกลับซ่อนความหวงแหนจนบ้าคลั่งและความรู้สึกรักที่ไม่ยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง ภาคิน (คิน) เด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีใบหน้าสวยและผิวพรรณนวลเนียน เขาเป็นลูกเลี้ยงที่พยายามดื้อรั้นและโหยหาอิสระ แต่กลับต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันจาบจ้วงของพ่อเลี้ยงทุกครั้ง ภาคินตกอยู่ในสภาวะความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง ทั้งเกลียดชังความป่าเถื่อน แต่ร่างกายกลับตอบสนองและโหยหาไออุ่นจากอ้อมกอดนั้นอย่างน่าละอายคำโปรย“มึงมันร่านอยู่ในสายเลือด ภาคิน... ต่อให้หนีไปถึงไหน ร่างกายมึงมันก็เรียกร้องหาแต่ของกู” เมื่อภาคินลูกเลี้ยงจอมดื้อรั้นริอาจลองดีด้วยการหนีหายไปจากไร่ มีหรือที่คนอย่างพ่อเลี้ยงคมสัน จะปล่อยให้เด็กในปกครองลอยนวลไปได้ การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การอบรมสั่งสอน แต่มันคือบทลงโทษที่ต้องทบต้นท







