Masukบทที่ 3 มึงเป็นของกู
แสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องลงบนลานกว้างข้างคอกม้า ภาคินกำลังยืนคุยและหัวเราะร่าเริงกับคนงานชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองลงมาจากระเบียงสูง ทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมก็วาวโรจน์ด้วยเพลิงหึงหวง เสียงคำรามต่ำข่มขวัญดังก้องไปทั่วบริเวณ “ไอ้ภาคิน! มึงคิดว่ากูตาบอดหรือไง!? ยืนระริกระรี้คุยกับใครอยู่ตรงนั้น!” ภาคินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากคู่สนทนาด้วยใบหน้าซีดเผือด “พ่อเลี้ยง... คือผม...” “หุบปาก! ไม่ต้องมาพ่นคำตอแหล!” พ่อเลี้ยงคมก้าวฉับ ๆ ลงจากบันไดเรือนด้วยท่าทางคุกคามราวกับนักล่าที่พร้อมจะฉีกเหยื่อเป็นชิ้น ๆ “มึงมันเด็กดื้อไม่รู้จักจำ! กูชุบเลี้ยงมึงมาเพื่อให้มึงมาดัดจริตทอดสะพานให้ไอ้หน้าไหนก็ไม่รู้มองงั้นเหรอ!?” แรงอารมณ์พุ่งใส่เต็มปากเต็มคำ ทั้งหยาบคายและเน้นย้ำความเป็นเจ้าของจนคนงานแถวนั้นรีบก้มหน้าหนีกระเจิดกระเจิง “ไอ้เด็กเวร! มึงจำใส่กะลาหัวไว้ ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องมึง! มึงเป็นของกู! ของกูคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม!” ภาคินหน้าแดงก่ำ ทั้งอับอายและหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่พ่อเลี้ยงยังไม่ยอมหยุด เขากระชากคอเสื้อลูกเลี้ยงให้เงยหน้าขึ้นสบตาที่เต็มไปด้วยไฟสวาทปนโทสะ “ตอบกู! กูถามว่ามึงเป็นของใคร!” “คะ...ครับ... ผมเป็นของพ่อเลี้ยง!” ภาคินสะอื้นจนตัวโยน น้ำตารื้นคลอหน่วยตาอย่างน่ารังแก พ่อเลี้ยงคมแค่นยิ้มอย่างพึงพอใจ พ่อเลี้ยงคมสันแค่นยิ้ม เขาไม่เพียงแค่รวบตัวภาคินไว้ แต่กลับกระชากร่างเล็กให้หันหน้าเข้าหาแผงอกกว้าง สบตาที่วาวโรจน์ด้วยตัณหา มือหยาบกร้านเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้รับจูบที่ดุเดือด ลิ้นสากแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนความหวานอย่างตะกรุมตะกราม จนภาคินหายใจไม่ทัน อื้ออึงไปทั้งสมอง “อื้อออ...” เสียงประท้วงในลำคอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เมื่อมือหนาเริ่มซน สอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ย บีบเค้นยอดอกที่บวมช้ำจากการตรากตรำเมื่อคืนอย่างเน้นมือ “เจ็บหรอ... ยิ่งเจ็บมึงก็ยิ่งตอดดีไม่ใช่รึไง” พ่อเลี้ยงผละริมฝีปากออกมาเพียงนิด กระซิบเสียงพร่าพลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยหยอกล้อกับจุดอ่อนไหวบนหน้าอกจนภาคินตัวสั่นระริก “พะ...พ่อเลี้ยง อย่าทำตรงนี้... อ๊ะ!” ร่างสูงไม่ฟังคำทัดทาน เขาจับภาคินพลิกหันหลังให้ กระแทกแผ่นอกเข้ากับแผ่นหลังบางจนแนบชิด พลางใช้นิ้วมือที่หยาบกร้านลูบไล้ไปตามแนวร่องก้นที่สั่นระริก เขาจงใจวนเวียนอยู่แถวนั้น บดคลึงช้า ๆ จนภาคินเข่าอ่อนกุมราวคอกม้าไว้แน่น “รูมึงสั่นไปหมดแล้ว... อยากให้กูใส่ควยเข้าไปจะแย่แล้วล่ะสิ” พ่อเลี้ยงถกกางเกงลูกเลี้ยงลงจนกองที่ข้อเท้า เผยให้เห็นสะโพกขาวนวลที่บัดนี้ขึ้นรอยนิ้วมือสีเข้มจากการบีบเค้น เขาใช้นิ้วยาวที่เคลือบไปด้วยน้ำลายจ่อประชิดทางรักที่บวมแดง ก่อนจะค่อย ๆ กดแทรกเข้าไปช้า ๆ อย่างหน่วงมือ “อ๊าาา! เจ็บ... ผมเจ็บ... ฮึก... อย่าเพิ่งใส่มาแรงๆ” ภาคินสะอื้นไห้ ร่างกายขยับหนีตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกมือหนาอีกข้างกดสะโพกไว้แน่น “ซี๊ดดด... แน่นฉิบหาย รูมึงมันขี้ตะกละ ภาคิน... มันตอดนิ้วกูเหมือนอยากได้ควยกูใจจะขาด” พ่อเลี้ยงค่อย ๆ เพิ่มนิ้วเพื่อเบิกทางอย่างใจเย็น ทว่ารุนแรงในความรู้สึกของคนตัวเล็ก เขาคว้านนิ้วไปทั่วผนังเนื้อนุ่มจนภาคินครางไม่เป็นศัพท์ ความเจ็บในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่ตีรวนขึ้นมามวนท้อง “อ่ะ...อา... พ่อเลี้ยง…” “ไม่ไหว…” “ใส่ควยเข้ามาเถอะ” “คินไม่ไหวแล้ว” “คินอยากได้ควย” ภาคินพร่ำเพ้ออย่างลืมตัว ใบหน้าสวยซบลงกับราวไม้ผิวสาก “ร่านนักนะมึง... อยากได้กูก็จะจัดให้!”พ่อเลี้ยงคมสันไม่รอช้า เขาควักควยที่แข็งขืนจนปวดหนึบออกมา จ่อสวนเข้าไปในช่องทางที่เปียกแฉะรวดเดียวจนมิดโคน! สวบ! “อ๊ากกกก! พ่อเลี้ยง! ฮึก…” “ มันจุก... ผมเจ็บรูหีไปหมดแล้ว!” ภาคินหวีดร้องลั่น ร่างทั้งร่างกระตุกเฮือกตามแรงอัด “กูขอโทษ…” “ แต่กูหยุดเย็ดมึงไม่ได้จริงๆ” “รูมึงมันตอดควยกูจนกูจะบ้าตายอยู่แล้ว!” พ่อเลี้ยงคำราม พลางโหมสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้ง จังหวะ ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! กระชั้นถี่จนภาคินตัวโยน ร่างสูงจับสะโพกมนรั้งเข้าหาตัวเพื่อให้ตัวตนของเขาแทรกลึกเข้าไปถึงจุดกระสันที่สุด “อย่าทำแรง... ผมแสบ... อื้ออออ!” “ซีดส์” เสียงเนื้อกระทบดังพับ! พับ! พับ! สนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงลมหายใจที่หอบพร่า ภาคินตัวโยนหัวสั่นหัวคลอน ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวซบลงกับราวไม้สาก มือบางสั่นระริกพยายามคว้าราวคอกม้าไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสุดท้าย “อ๊ะ! อ๊าาา…” “พ่อเลี้ยง... เบา... เบาลงหน่อย” “ คินจุกไปหมดแล้ว ฮึก...” “ซี๊ดส์... รัดขนาดนี้จะให้กูเบาได้ยังไงวะ! ตอดควยกูจนจะขาดอยู่แล้วไอ้เด็กเวร!” พ่อเลี้ยงสบถเสียงพร่า เหงื่อเม็ดโตไหลซึมตามแผงอกกำยำที่เบียดเสียดกับแผ่นหลังบาง เขาไม่เพียงไม่เบาแรง แต่กลับรั้งเอวสอบของลูกเลี้ยงให้แอ่นรับจังหวะกระแทกกระทั้นที่ลึกและหนักกว่าเดิม ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! “อื้อออ! มะ...ไม่ไหว... พ่อเลี้ยง คินไม่ไหวแล้ว อ๊ะ ๆ ๆ ๆ!” เสียงครางหวานหูขาดเป็นห้วง ๆ ตามแรงอัด ภาคินรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความแสบช้ำในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านมหาศาลที่ตีรวนขึ้นมาจนหน้าท้องเกร็งเขม็ง “จะเสร็จแล้วเหรอ? หึ... งั้นก็แตกออกมา! แตกออกมาให้เต็มมือกู!” พ่อเลี้ยงคำราม พลางเอื้อมมือหนาไปกอบกุมแก่นกายเล็กของลูกเลี้ยงแล้วรูดรั้งเป็นจังหวะเดียวกับสะโพกที่โหมตะบันเข้าใส่ทางด้านหลังอย่างบ้าคลั่ง ตับ! ตับ! ตับ! “อ๊าาาาาาาา! พ่อเลี้ยง! พ่อเลี้ยงคม! อื้ออออ!” ภาคินหวีดร้องสุดเสียง ร่างทั้งร่างกระตุกเกร็งก่อนจะปลดปล่อยหยาดอารมณ์สีขาวขุ่นเลอะเต็มมือหนาและราวไม้ ขณะเดียวกันพ่อเลี้ยงคมสันก็กัดฟันกรอด สวนสะโพกเข้าใส่เน้นๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะครางต่ำ ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนพุ่งทะลักเข้าไปจนเต็มช่องทางรักของลูกเลี้ยง “อืมมมม... ซี๊ดส์...” ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมากอดรัดร่างที่สั่นเทาเอาไว้จากทางด้านหลัง ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดซอกคอขาวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ท่ามกลางเสียงม้าที่กระทืบเท้าเบาๆ ในโรงนาที่ตอนนี้มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคน “จำรสชาติควยกูไว้ให้ดี...” พ่อเลี้ยงกระซิบชิดใบหูที่แดงซ่าน “แล้วอย่าริอ่านไปยืนหน้าระรื่นกับไอ้หน้าไหนอีก ไม่งั้นกูจะเอาให้หนักกว่านี้ร้อยเท่า!” ภาคินได้แต่ยืนพิงราวไม้ ขาเรียวสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันไปหมด ทั้งเจ็บ ทั้งเสียว และความรู้สึกยอมจำนนที่เริ่มกัดกินหัวใจทีละน้อย… แสงทองรำไรของเช้าวันใหม่ส่องผ่านหน้าต่าง พ่อเลี้ยงคมสันยืนอยู่ข้างเตียง มองดูร่างเล็กที่นอนหอบหายใจรวยริน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดุดันกลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด มือหยาบยกขึ้นลูบแก้มลูกเลี้ยงที่ยังชื้นคราบน้ำตาเบา ๆ “เมื่อคืน... กูทำแรงไปหน่อย มึงเจ็บมากมั้ย?” ภาคินสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอน แต่ร่างกายที่บอบช้ำกลับฟ้องด้วยเสียงที่สั่นพร่า “...ครับ... ผมเจ็บจะตายอยู่แล้ว...” พ่อเลี้ยงคมถอนหายใจยาว ลูบศีรษะคนตัวเล็กเบา ๆ ก่อนจะก้มลงประทับจูบที่หน้าผากมนอย่างนุ่มนวล “กูไม่อยากเห็นมึงเสียใจนะ... กูขอโทษ” ภาคินเม้มปากแน่น แม้จะโกรธที่ถูกย่ำยีแต่สายตากลับเริ่มอ่อนระทวยลง พ่อเลี้ยงคมยิ้มมุมปากแล้วกระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อ “มึงโกรธกูใช่มั้ย... กูง้อมึงนะภาคิน กูอยากให้มึงรู้ว่าต่อให้กูจะดิบเถื่อนกับมึงแค่ไหน แต่กู... ห่วงมึงมากกว่าที่มึงคิด” เด็กหนุ่มก้มหน้าหลบน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะยอมเงยหน้าสบตาคนใจร้าย “ครับ... พ่อเลี้ยง...”ภาคินยอมซุกตัวเข้าหาอกกว้างที่ยังคงแผ่ไออุ่น ร่างเล็กสั่นเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นแรงไม่แพ้กัน ในใจเต็มไปด้วยความขัดแย้ง... ทั้งเจ็บช้ำ ทั้งโหยหา และทั้งอบอุ่นอย่างน่าประหลาด “ภาคิน...” เสียงทุ้มที่เคยดุดันกลับอ่อนแสงลงจนคนฟังใจสั่น “กูมันปากหมา ทำรุนแรงกับมึงไปสารพัด... แต่ที่กูทำไปทั้งหมด เพราะกูหวงมึงจนบ้า” เขาเชยคางมนขึ้นมาให้สบตา ดวงตาคมกริบที่เคยดูน่ากลัวบัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนไว้ไม่มิด “กูรักมึงนะ ไอ้เด็กเวร... รักจนไม่รู้จะเก็บมึงไว้ที่ไหนไม่ให้ใครเห็น” คำบอกรักที่มาพร้อมกับคำหยาบคายตามสไตล์คนดิบเถื่อนทำให้ภาคินนิ่งงัน น้ำตาที่เคยไหลเพราะความเจ็บกลับรื้นขึ้นมาเพราะความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ พ่อเลี้ยงจูบซับน้ำตาที่แก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะจับร่างบางให้พลิกขึ้นมานั่งทับบนหน้าขาแกร่งในท่าหันหน้าเข้าหากัน “ต่อไปนี้กูจะอ่อนโยนกับมึง... ให้มึงเป็นคนนำกูบ้างดีมั้ย?” พ่อเลี้ยงกระซิบชิดริมฝีปาก พลางจับสะโพกมนให้ขยับเบียดเสียดกับตัวตนที่เริ่มตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง “มึงลองขึ้นขย่มควยกูดูไหม... เอาตามที่มึงชอบ อยากให้กูเข้าลึกแค่ไหน มึงจัดการเองเลย” ภาคินหน้าแดงซ่านจนถึงลำคอ สองมือกำไหล่กว้างของพ่อเลี้ยงไว้แน่นด้วยความประหม่า แต่สายตาอ้อนวอนและสัมผัสที่เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลกลับทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง ร่างเล็กค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นช้า ๆ ก่อนจะกดทับลงมาบนความแข็งขืนรวดเดียวจนสุดโคน สวม... “อ๊ะ... พ่อเลี้ยง...” ภาคินครางแผ่ว ซบหน้าลงกับไหล่หนา ร่างกายเริ่มขยับโยกคล้ายจังหวะช้าๆ ตามใจชอบ “ซี๊ดส์... อย่างนั้นแหละ ภาคิน... เด็กดีของกู” พ่อเลี้ยงคมสันครางต่ำในลำคอ มือหนาประคองเอวบางไว้เพียงแผ่วเบา ปล่อยให้คนบนร่างเป็นฝ่ายควบคุมเกมสวาทครั้งนี้ตามความต้องการ บรรยากาศในห้องนอนที่เคยร้อนแรงด้วยโทสะ กลับกลายเป็นความเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ภาคินไม่เคยได้รับมาก่อน เสียงเตียงลั่นไหวเป็นจังหวะเนิบนาบแต่ทว่าลึกซึ้งสะท้อนไปทั่วห้อง พร้อมกับพันธะสัญญาทางกายที่เริ่มผูกมัดใจของทั้งคู่เข้าด้วยกันทีละน้อย...บทที่ 3 มึงเป็นของกูแสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องลงบนลานกว้างข้างคอกม้า ภาคินกำลังยืนคุยและหัวเราะร่าเริงกับคนงานชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองลงมาจากระเบียงสูงทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมก็วาวโรจน์ด้วยเพลิงหึงหวง เสียงคำรามต่ำข่มขวัญดังก้องไปทั่วบริเวณ“ไอ้ภาคิน! มึงคิดว่ากูตาบอดหรือไง!? ยืนระริกระรี้คุยกับใครอยู่ตรงนั้น!”ภาคินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากคู่สนทนาด้วยใบหน้าซีดเผือด “พ่อเลี้ยง... คือผม...”“หุบปาก! ไม่ต้องมาพ่นคำตอแหล!” พ่อเลี้ยงคมก้าวฉับ ๆ ลงจากบันไดเรือนด้วยท่าทางคุกคามราวกับนักล่าที่พร้อมจะฉีกเหยื่อเป็นชิ้น ๆ“มึงมันเด็กดื้อไม่รู้จักจำ! กูชุบเลี้ยงมึงมาเพื่อให้มึงมาดัดจริตทอดสะพานให้ไอ้หน้าไหนก็ไม่รู้มองงั้นเหรอ!?” แรงอารมณ์พุ่งใส่เต็มปากเต็มคำ ทั้งหยาบคายและเน้นย้ำความเป็นเจ้าของจนคนงานแถวนั้นรีบก้มหน้าหนีกระเจิดกระเจิง“ไอ้เด็กเวร! มึงจำใส่กะลาหัวไว้ ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องมึง! มึงเป็นของกู! ของกูคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม!”ภาคินหน้าแดงก่ำ ทั้งอับอายและหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่พ่อเลี้ยงยังไม่ยอมหยุด เขากระชากคอเสื้อลูกเลี้ยงให้เงยหน้าขึ้น
บทที่ 2 อย่าคิดลองดีแสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านเข้ามา ไก่ขันแว่วดังจากหน้าไร่ แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับเงียบสงัดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกามารมณ์ที่ยังจางหายไม่หมดภาคินสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกร้าวระบมไปทั้งร่าง ขาเรียวสั่นจนแทบขยับไม่ได้ ความแสบช้ำยังคงหลงเหลืออยู่ในทุกจุดที่ถูกพ่อเลี้ยง ลงโทษเมื่อคืน เขาพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งรวบเอวเอาไว้แน่น ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงคมที่นอนมองอยู่ก่อนแล้ว“ตื่นแล้วเหรอ... เดินไหวมั้ยล่ะมึง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าเย้ยพลาวเลิกคิ้วมองภาคินรีบหันหน้าหนี ใบหูแดงซ่านด้วยความอับอาย “...คนบ้า ทำกับผมเหมือนสัตว์เมื่อคืน ยังจะมีหน้ามาถามอีก”พ่อเลี้ยงหัวเราะหึในลำคอ เอื้อมมือหนามาลูบไล้ต้นขาที่มีรอยช้ำแดงเป็นจ้ำชัดเจน “ก็เพราะมึงมันดื้อ สอนดี ๆ ไม่จำ กูเลยต้องลงมือหนักๆ ให้มันเข็ดหลาบ!”“สอนบ้าอะไร! แบบนั้นมัน...” ภาคินเงียบไป เสียงสั่นพร่าไม่กล้าพูดต่อ ใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาพ่อเลี้ยงคมสันโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวซับเหงื่อของลูกเลี้ยง “อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย ภาคิน... กูจำได้ดีว่ามึงครางชื่อกูเรียกหาควยก
บทที่ 1 หายหัวไปไหนมาเสียงฝนกระหน่ำลงมาทั่วไร่ กลิ่นดินชื้นคละคลุ้งปนไปกับบรรยากาศขมุกขมัว บ้านไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ภายในห้องโถงที่สว่างเพียงสลัว ร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงคมสันยืนกอดอกมองลูกเลี้ยงที่เพิ่งซมซานกลับมาจากในเมืองด้วยสายตาคมกริบดุจมีดวาววับ“หายหัวไปตั้งหลายวัน คิดว่ากูตายไปแล้วหรือไงถึงไม่โผล่หัวมาให้เห็น... ไอ้เด็กเวร” น้ำเสียงห้าวทุ้มกดต่ำ บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กรุ่นอยู่ภายในภาคินลูกเลี้ยงวัยยี่สิบต้น ๆ เงยหน้าสบตา ดวงตากลมโตสั่นระริกทว่ายังซ่อนความดื้อรั้นไว้ไม่มิด“ผมโตแล้ว จะไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตพ่อเลี้ยงทุกเรื่องเลยหรือไง?”คำพูดอวดดีนั้นทำให้เส้นเลือดที่ขมับพ่อเลี้ยงเต้นตุบ เขาสืบเท้าเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะคว้าไหล่บางกดกระแทกเข้ากับกำแพงไม้ดัง ปึก!“มึงลืมไปแล้วรึไงว่าใครที่ชุบเลี้ยงมึงมา! ยังคิดว่าปีกกล้าขาแข็งจนจะขึ้นขี่คอกูได้แล้วหรอ ห้ะ!”“อึก...ผมแค่...” คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยาบกระด้างฉกวูบลงมาบดขยี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ภาคินดิ้นพล่าน สองมือพยายามดันแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งราวกับหินผา แต่ยิ่งขัดขืน อ้อมแขนเหล็กนั้นกลับยิ่งรั
แนะนำตัวละคร พ่อเลี้ยงคมสัน (คม) เจ้าของไร่ส้มผู้ทรงอิทธิพล ดิบเถื่อน และเด็ดขาด เขามีบุคลิกที่เป็นนักล่าและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับ "ภาคิน" ลูกเลี้ยงที่เขาชุบเลี้ยงมา พ่อเลี้ยงคมสันใช้ทั้งอำนาจ ความรุนแรง และความโหยหาที่บิดเบี้ยวในการกักขังภาคินไว้ใต้ร่าง แม้ปากจะหยาบคายและดุดัน แต่ภายในกลับซ่อนความหวงแหนจนบ้าคลั่งและความรู้สึกรักที่ไม่ยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง ภาคิน (คิน) เด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีใบหน้าสวยและผิวพรรณนวลเนียน เขาเป็นลูกเลี้ยงที่พยายามดื้อรั้นและโหยหาอิสระ แต่กลับต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันจาบจ้วงของพ่อเลี้ยงทุกครั้ง ภาคินตกอยู่ในสภาวะความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง ทั้งเกลียดชังความป่าเถื่อน แต่ร่างกายกลับตอบสนองและโหยหาไออุ่นจากอ้อมกอดนั้นอย่างน่าละอายคำโปรย“มึงมันร่านอยู่ในสายเลือด ภาคิน... ต่อให้หนีไปถึงไหน ร่างกายมึงมันก็เรียกร้องหาแต่ของกู” เมื่อภาคินลูกเลี้ยงจอมดื้อรั้นริอาจลองดีด้วยการหนีหายไปจากไร่ มีหรือที่คนอย่างพ่อเลี้ยงคมสัน จะปล่อยให้เด็กในปกครองลอยนวลไปได้ การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การอบรมสั่งสอน แต่มันคือบทลงโทษที่ต้องทบต้นท







