LOGINบ้าจริง ข้างในเสียงดังชะมัดฉันเดินออกมากดส่งรายงานแบบสำรวจวัยรุ่นไทยกับโซเชียลมีเดีย ทางอีเมลให้กับอาจารย์ บ้าชะมัดดันลืมส่งได้ วันนี้ Deadline ถึงเที่ยงคืนซะด้วยสิ
“ให้ตายสิ…”
ฉันบ่นกับตัวเองพลางก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองตั้งนานสองนาน ในที่สุดก็ส่งไฟล์สำเร็จ! แต่ยังไม่ทันได้เก็บมันลงกระเป๋า เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากตรงหน้า
“วีนัส?”
ฉันเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบกับคนที่ไม่คิดว่าจะเจอในคืนนี้
“อ้าว… สวัสดีค่ะพี่กวิน”
“บังเอิญจังเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะเจอวีนัสที่นี่”
บังเอิญอีกแล้วเหรอคะ วันนี้คำนี้ทำงานหนักจริง ๆ เลย
“ค่ะ เอ่อ… มากับเพื่อนน่ะค่ะ ^^”
“พี่ก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน จริง ๆ พี่เพิ่งเข้ามาเป็นหุ้นส่วนคนใหม่ของที่นี่น่ะครับ”
“อ๋อ… เหรอคะ”
ฉันยิ้มรับบาง ๆ แต่ในใจเริ่มไม่ค่อยดีเท่าไร
หุ้นส่วนคนใหม่?
ทำไมถึงต้องเป็นที่นี่ด้วยนะ… - -
“พี่เห็นวีนัสเดินเข้ามากับเพื่อนตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า เลยยังไม่ได้เข้าไปทัก”
“ค่ะ”
“ช่วงนี้ยังมาเที่ยวที่นี่บ่อยเหมือนเดิมไหมครับ”
“ก็มีมาบ้างค่ะ แล้วแต่โอกาส”
“ดีเลยครับ งั้นคราวหน้าถ้าเจอกันทักพี่ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ได้ค่ะ”
ฉันตอบไปตามมารยาท พลางคิดหาทางกลับเข้าไปข้างใน เพราะเริ่มรู้สึกว่าบทสนทนานี้กำลังยืดเยื้อเกินความจำเป็น
“แล้วนี่เพื่อน ๆ อยู่ข้างในกันหมดเลยเหรอครับ”
“ค่ะ ลิตากับมิลินอยู่ข้างใน”
“งั้นเหรอครับ แล้ววีนัสออกมายืนคนเดียวแบบนี้ ไม่กลัวเหรอ”
“ไม่หรอกค่ะ แค่ออกมาทำธุระ ข้างในเสียงดังไปหน่อย”
“ถ้าอย่างนั้นพี่อยู่คุยเป็นเพื่อนไหมครับ
โอ๊ย… ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูอยู่คนเดียวได้จริง ๆ
ฉันกำลังจะหาข้ออ้างปฏิเสธ แต่กลับมีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน
“อ้าว อยู่นี่เอง”
ยังไม่ทันหันไปมอง แขนข้างหนึ่งก็พาดลงมาบนไหล่ฉันอย่างถือวิสาสะ
“หายไปนานเลยนะครับ เดินหาตั้งนาน”
ฉันหันไปมองเจ้าของเสียง แล้วก็แทบอยากถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่สองของคืนนี้
เจย์…
มาได้จังหวะพอดีเลยนะพ่อคุณ - -
“อ้าว เจย์ ^^”
ฉันรีบรับบททันที ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย
เจย์เหลือบมองกวินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าฉัน คล้ายกับกำลังสังเกตสีหน้า
“ยืนคุยกับใครอยู่เหรอครับ” ยืนด้วยท่าทางสบายๆเอามือล้างกระเป๋า แขนข้างหนึ่งก็พาดไว้บนไหล่ของฉันอย่างถือวิสาสะ ไอ้รอยยิ้มนี่ อีกแล้วนะ เดี๋ยวก็ต่อยให้หรอก - -
“รุ่นพี่ที่รู้จักกันน่ะ”
“สวัสดีครับ” เจย์หันไปยิ้ม เอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีครับ”
ส่วนกวินก็พยักหน้ารับ ก่อนจะมองสลับระหว่างฉันกับเขาเล็กน้อย
“แล้วนี่… แฟนวีนัสเหรอครับ?”
คำถามนั้นทำให้ฉันชะงักไปนิดหนึ่ง
เอาล่ะไง… ฉันเหลือบมองเจย์ ก่อนจะตัดสินใจคล้องแขนเขาไว้ แล้วส่งยิ้มให้กวิน
“ใช่ค่ะ นี่เจย์ แฟนวีเอง”
เจย์ออกอาการเหวอนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการแปลกใจมากนัก เขาเพียงก้มลงมองแขนที่ฉันคล้องอยู่ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วหันไปตอบกวิน
“ครับ แฟนผมเอง ^^”
โอ้โห รับบทเร็วเชียวนะ กวินมองเราสองคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“อ๋อ… ไม่คิดว่าวีนัสจะมีแฟนแล้วนะครับ”
“เพิ่งคบกันเหรอครับ” เขาถามต่อ
“ก็…”
“สักพักแล้วครับ”
เจย์ตอบแทรกขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังเอามือที่พาดอยู่บนไหล่เลื่อลงมาจับที่เอวฉันแล้วกระชับให้เข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย
“ช่วงนี้เลยต้องคอยดูแลกันหน่อยครับ”
ฉันแอบหันไปมองเขา
ดูแลอะไรก่อน…
“ดีแล้วครับ งั้นพี่ก็ยินดีด้วยนะ”
“ขอบคุณครับ”
เจย์ยิ้มรับ ก่อนจะก้มลงมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ไปกันเถอะ เรามีเรื่องต้องไปทำกันต่อไม่ใช่เหรอ”
ฉันหันขวับไปมองเขาทันที เรื่องอะไรของนายอีกล่ะ?!
แต่พอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้ ฉันก็รู้ทันทีว่าเขากำลังแกล้ง
“อ๋อ… จริงด้วยค่ะ”
ฉันกัดฟันยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปหากวิน
“ถ้าอย่างนั้นวีขอตัวก่อนนะคะพี่กวิน”
“ครับ ไว้เจอกันนะ”
“ค่ะ”
เจย์พยักหน้าลาก่อนจะพาฉันเดินออกมา ทิ้งให้กวินยืนมองตามอยู่ตรงนั้น
พอเดินห่างออกมาได้สักพัก ฉันก็รีบแกะมือที่เกาะฉันอยู่ออก
“นี่! เรื่องต้องไปทำอะไรของนายเนี่ย”
เจย์หันมามอง ก่อนจะยิ้มกวน ๆ
“อ้าว ก็เห็นยืนอึกอักอยู่ตั้งนาน นึกว่าอยากกลับแล้ว”
“ก็ใช่ แต่ไม่เห็นต้องพูดให้มันฟังดูแปลก ๆ เลยนี่!”
“คิดอะไรอยู่ครับเนี่ย”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกมือเสยผมตัวเองอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“แล้วเมื่อกี้อะไรนะ แฟนวีเอง?”
“ก็ต้องพูดแบบนั้นไหมล่ะ!”
“อ๋อ… แสดงว่าฉันเป็นแฟนเธอแล้วสินะ”
“แฟนปลอม ๆ ย่ะ อย่าพึ่งหลงตัวเอง”
“โห พูดซะเสียกำลังใจเลย”
ฉันกลอกตาใส่เขา ก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังเล็กน้อย
“ว่าแต่ นายรู้จักพี่กวินไหม”
“ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เคยได้ยินชื่ออยู่”
“หืม?”
“ก็พี่เขาเป็นคนรู้จักในวงสังคมแถวมหา’ลัยนี่ ชื่อเสียงของฉันคงผ่านหูเขามาบ้างแหละ”
เจย์พูดพลางยักไหล่ สีหน้าไม่ได้เดือดร้อนอะไร
“ทำไมเหรอ?”
“เปล่า… แค่รู้สึกว่าเขาดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไรตอนที่ฉันบอกว่านายเป็นแฟน”
“ก็ไม่แปลกนี่ครับ”
เจย์หันมายิ้มให้
“ใครจะไปเชื่อว่าผู้หญิงที่ไม่ชอบคนเจ้าชู้ จะมาคบกับผู้ชายอย่างฉันน่ะ ฮ่าๆๆ”
“รู้ตัวดีนี่ - -”
“แต่เธอก็พูดออกไปแล้วนะ”
“ก็เพราะนายเข้ามาพอดีต่างหาก!”
“ครับ ๆ ไม่เถียงก็ได้ครับ”
เขาหัวเราะ ก่อนจะเดินนำกลับเข้าไปด้านใน
ส่วนฉันได้แต่เดินตามไปอย่างหงุดหงิดเล็ก ๆ
คืนนี้คงต้องระวังตัวมากกว่าเดิมแล้วสิ…
เพราะดูเหมือนว่าต่อจากนี้ ฉันจะไม่ได้แค่ต้องแกล้งเป็นแฟนเจย์ต่อหน้ากวินเท่านั้น แต่ยังต้องเจอกับเขาในสถานที่ที่ฉันชอบมาเที่ยวเป็นประจำอีกด้วย
…
หลังจากเดินกลับเข้ามาด้านใน เจย์ก็แยกกลับไปหาเพื่อนที่โต๊ะ ส่วนฉันเองก็เดินกลับมาหาลิตากับมิลินที่โต๊ะของพวกเราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หายไปไหนมาตั้งนานยะ” ลิตาหันมาถามทันทีที่เห็นฉันเดินกลับมา
“ออกไปคุยธุระนิดหน่อย”
“ธุระอะไร ทำไมต้องออกไปคุยข้างนอกด้วย”
“ไม่มีอะไรหรอกน่า”
ฉันตอบปัด ๆ ก่อนจะหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ แต่สายตากลับเผลอมองไปทางบริเวณบาร์น้ำโดยไม่รู้ตัว
พี่กวินยืนอยู่ที่นั่น เขากำลังยืนคุยกับใครสักคนอยู่ไม่ไกลจากบาร์นัก และดูเหมือนจะไม่ได้สนใจมาทางโต๊ะของฉันเท่าไรแต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังอดคิดไม่ได้อยู่ดี เขาจะเชื่อหรือเปล่านะ?
ฉันกับเจย์ไม่ได้มาด้วยกัน แถมยังนั่งกันคนละโต๊ะอีกต่างหาก ถ้าเป็นคนอื่นมองก็คงคิดว่าแค่รู้จักกันเฉย ๆ มากกว่าเป็นแฟนกันจริง ๆ ไม่เนียนเละแฮะ -_-
“เป็นอะไรของแก นั่งทำหน้าเหมือนกำลังคิดเลขอยู่ได้”
มิลินถามขึ้นพลางมองหน้าฉัน
“เปล่า แค่กำลังคิดอะไรนิดหน่อย”
“เรื่องพี่กวินเหรอ?”
ฉันหันไปมองคนถามทันที
“รู้ได้ไง”
“ก็เมื่อกี้แกมองไปทางบาร์ตั้งหลายรอบ”
“ฉันแค่สงสัยว่าเขาจะเชื่อหรือเปล่า”
“เชื่ออะไร?”
“ก็เรื่องที่ฉันกับเจย์เป็นแฟนกันไง”
ลิตาที่กำลังฟังอยู่ถึงกับเลิกคิ้ว ก่อนจะหันมามองฉันอย่างสนใจ
“เดี๋ยวนะ สรุปเมื่อกี้แกกับเจย์…”
“ชู่ว! เบา ๆ สิ”
ฉันรีบยกนิ้วแตะริมฝีปาก ลิตาจึงลดเสียงลง แต่สีหน้ากลับยิ่งดูอยากรู้อยากเห็นกว่าเดิม
“แล้วทำไมต้องทำให้เขาเชื่อด้วยล่ะ?”
“ก็พี่กวินเป็นคนที่ฉันไม่อยากให้มาวุ่นวายด้วยนี่”
“อ๋อ…”
ลิตาพยักหน้าหงึกหงักเหมือนจะเข้าใจ ส่วนมิลินก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงแค่ยกแก้วขึ้นดื่มเงียบ ๆ
ฉันถอนหายใจ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
เอาเถอะ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็เห็นแล้วว่าฉันมีแฟน
แต่ถ้าเกิดเขาเริ่มสงสัยขึ้นมาล่ะ?
ระหว่างที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวตรงโต๊ะของเจย์พอดี
มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปหาเขา ดูจากท่าทางแล้วน่าจะรู้จักกันมาก่อน เพราะเธอเดินเข้าไปทักอย่างสนิทสนม ก่อนจะยืนคุยอยู่ข้างโต๊ะ
เจย์เงยหน้าขึ้นยิ้มให้ตามปกติ ส่วนเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจอะไร
ฉันมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะเลื่อนไปทางบาร์น้ำอีกครั้ง กวินกำลังมองมาทางนั้นพอดี
ไม่ได้การละ… แบบนี้ไม่ได้!!
ฉันวางแก้วลงบนโต๊ะทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวกูมานะ”
“อ้าว จะไปไหน?”
ลิตาถาม แต่ฉันไม่ได้หันกลับไปตอบด้วยซ้ำ
ฉันเดินตรงไปยังโต๊ะของเจย์ทันที
ยิ่งเข้าไปใกล้ ฉันก็ยิ่งเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นยังคงยืนคุยกับเขาอยู่ แถมยังดูเหมือนจะไม่คิดกลับง่าย ๆ อีกด้วย
ฉันจึงไม่รอช้า เดินเข้าไปหยุดข้างเจย์ ก่อนจะคล้องแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
“ที่รัก~”
เสียงหวานที่หลุดออกไปทำเอาคนทั้งโต๊ะหันมามองพร้อมกัน
เพื่อนคนหนึ่งชะงักไป ก่อนจะหันไปหาเพื่อนข้าง ๆ
“เฮ้ย รถไฟชนกันแล้วเหรอวะ?”
“กูว่าวันนี้มีเรื่องสนุกอีกแล้วว่ะ”
เพื่อนในกลุ่มยกศอกสะกิดเพื่อนเบา ๆ พลางมองมาทางฉันอย่างสนใจ
เจย์เองก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฉัน เจย์มองมาที่ฉันแล้วทำหน้างง ๆ ก่อนจะกลับมารับบทได้เร็วอย่างน่าหมั่นไส้
“อ้าว มาแล้วเหรอครับ”
“ก็มาหาสิ คิดถึงจะแย่แล้วเนี่ย” ฉันพูดพลางขยับเข้าไปยืนชิดเขามากกว่าเดิม ก่อนจะหันไปยิ้มให้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ
“สวัสดีค่ะ” อีกฝ่ายยิ้มตอบกลับมาเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะ”
“คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?” ฉันหันไปเอามือเกาะแขนเขาอย่างถือวิสาสะ
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ทักทายกันนิดหน่อย” เจย์ทำหน้าเหมือนอยากจะด่าฉันจะแย่อยู่แล้ว ก่อนจะเอามาแตะคาไว้ข้างหลังฉัน
“อะไรของเธอเนี่ย อินกับบทอยู่รึไง“ เขาก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของฉัน ฟังจากน้ำเสียงแล้วดูจะกัดฟันพูดอย่างไม่สบอารมณ์สุดๆ - -;
“พี่กวินกำลังมองอยู่“ ฉันหันไปกระชิบตอบพร้อมบีบแขนที่จับเข้าไว้อยู่
เจย์เพียงพยักหน้าตอบกลับมา ก่อนเขาจะถอนหายใจลากยาวออกมาพร้อมกับยกนิ้วชี้ยาว ๆ ของเขาขึ้นมาเกาหน้าผากตัวเองหงึกๆ ราวกับเพิ่งเข้าใจเหตุผลที่ฉันโผล่มาอยู่ตรงนี้
“ฉันเป็นแฟนเจย์น่ะค่ะ ^^”
“ห๋า...?“
เสียงอุทานดังขึ้นแทบจะพร้อมกันจากคนบนโต๊ะ ทีนี้เพื่อนในกลุ่มของเจย์หันมามองกันหน้าเหวอหนักกว่าเดิม
เพื่อนคนหนึ่งถึงกับเอนตัวไปข้างหน้าเหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกหรือเปล่า
“ไอ้เจย์...”
อีกคนหันไปมองหน้าเจ้าตัว แต่เจย์กลับทำเพียงยิ้มบาง ๆ ไม่ได้อธิบายอะไร
“อ๋อ… ค่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้ารับ สีหน้าดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพูดกับเจย์
“งั้นเราไม่กวนแล้วนะ ไว้เจอกัน ^^”
“ครับ”
เมื่ออีกฝ่ายเดินออกไป ฉันก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนเจย์ทันที กลับกัน ฉันยังยิ้มหวานให้เขาแล้วพูดต่อ
“ทำไมไม่บอกกันบ้างเลยคะว่ามีคนมาหาแฟน”
เจย์หันมามองฉันนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้น
“ก็ไม่รู้ว่าแฟนจะมาหานี่ครับ” เขาหันกลับมายิ้มให้ฉันตาแทบปิด
โอ๊ย… เล่นด้วยเก่งจริงนะ!
ฉันกำลังจะต่อบท แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องสำคัญกว่านั้น จึงขยับเข้าไปใกล้เขาแล้วกระซิบเบา ๆ
“พี่กวินยังยืนมองอยู่เลย ตรงบาร์น้ำ”
เจย์เหลือบสายตาไปทางบาร์น้ำเพียงนิดเดียว ก่อนจะหันกลับมามองฉัน
“อ๋อ… เข้าใจแล้ว” เขาพยักหน้าเบา ๆ
“งั้นก็เล่นให้เนียนหน่อยสิครับ”
“นายก็เหมือนกัน!”
ฉันกระซิบตอบกลับ ก่อนจะยิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง
“วันนี้แฟนดูหล่อจังเลยนะคะ”
“ปกติก็หล่ออยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“หลงตัวเองจัง ^^”
“ก็แฟนชมทั้งที ^^”
ฉันเกือบหลุดหัวเราะ แต่ต้องกลั้นเอาไว้เพราะยังเห็นว่ากวินอยู่แถวนี้
ในขณะเดียวกัน เพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่บนโต๊ะกลับเงียบกันไปหมด ฉันเพิ่งสังเกตว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเจย์ ซึ่งฉันจำได้ว่าเขาคืออคิณ
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองเจย์เหมือนกำลังรอคำอธิบาย ส่วนเจย์ก็แค่พยักหน้าให้เบา ๆ คล้ายจะบอกว่าเดี๋ยวค่อยคุยกั
“เออ เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังทีหลัง”
อคิณไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงพยักหน้ารับแล้วหันกลับไปสนใจแก้วเครื่องดื่มตรงหน้าเหมือนเดิม
แต่เพื่อนอีกคนกลับอดแซวไม่ได้
“แฟนสวยด้วยนะมึง”
เจย์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบแบบไม่ค่อยใส่ใจนัก
“เออน่า ไว้ค่อยเล่า”
เขาตอบปัด ๆ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม
ฉันที่ยืนฟังอยู่ก็อดยิ้มไม่ได้ ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่กวินที่สงสัยแล้วสินะ
“งั้นเราไม่กวนแล้วนะคะที่รัก”
ฉันหันกลับไปหาเจย์อีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือไปแตะแก้มเขาเบา ๆ อย่างแกล้ง ๆ
“เดี๋ยวกลับมาหา”
เจย์มองมือฉัน แล้วเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์!
“ครับ รออยู่นะ”
ให้ตายเถอะ! ฉันเกือบหลุดสีหน้าออกมา แต่ก็ยังประคองรอยยิ้มเอาไว้ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง
…
ทั้งโต๊ะของเจย์เงียบไปชั่วขณะ
“เชี่ย...”
“กูพลาดอะไรไปวะเนี่ย”
“เมื่อกี้ยังไม่มีแฟนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
เจย์หันไปมองเพื่อนด้วยสีหน้าขำ ๆ ก่อนจะพูดตัดบท
“ไม่มีอะไรน่า กูบอกว่าเดี๋ยวค่อยเล่าไง” เขาพูดพลางยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะพร้อมรอยยิ้มที่ยังไม่จางหาย
เอาเข้าจริงเขาเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เมื่อครู่เท่าไรนัก อยู่ดี ๆ วีนัสก็เดินเข้ามาคล้องแขน เรียกเขาว่าที่รัก แถมยังประกาศตัวเป็นแฟนต่อหน้าคนทั้งโต๊ะอย่างไม่ลังเล
แต่แทนที่จะรู้สึกหงุดหงิด เจย์กลับรู้สึกขำกับท่าทีของเธอเสียมากกว่า
ผู้หญิงคนนี้นี่มันยังไงกันแน่…
เมื่อคืนยังยืนจิกกัดเขาอยู่หน้าห้องน้ำแท้ ๆ วันนี้กลับกลายมาเป็นแฟนกันซะอย่างนั้น
ดูท่าคืนนี้คงมีเรื่องสนุก ๆ ให้เขาได้เล่นอีกแล้ว
…
พอเดินมาถึงก็พบว่าลิตากับมิลินกำลังนั่งมองฉันตาโต อ้าปากค้างกันทั้งคู่
“อะไร?”
ฉันถามพลางหย่อนตัวลงนั่ง
ลิตายังคงมองฉันเหมือนเพิ่งเห็นอะไรที่ไม่ควรจะเห็น ส่วนมิลินก็ยกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะพูดออกมาหน้านิ่ง
“เมื่อกี้แกเล่นอะไรของแก”
ฉันหยิบแก้วของตัวเองขึ้นมาดื่ม ก่อนจะตอบกลับไปนิ่ง ๆ
“ก็แค่ทำหน้าที่แฟนไง”
“แฟนใครก่อน?”
“เจย์ไง”
“อ๋อ…”
ลิตาลากเสียงยาว ก่อนจะหันไปมองโต๊ะของเจย์ แล้วหันกลับมามองฉันอีกครั้ง
“ฉันว่าคืนนี้มีเรื่องให้เล่าอีกยาวแล้วล่ะ”
ฉันหัวเราะเบา ๆ พลางเหลือบมองไปทางบาร์น้ำอีกครั้ง
กวินยังอยู่ตรงนั้น แต่คราวนี้ฉันมั่นใจว่าเขาคงเห็นภาพเมื่อกี้ชัดเจนพอแล้ว
ส่วนเรื่องที่เพื่อนของเจย์จะสงสัยหรือเปล่า… ค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน คืนนี้ฉันขอทำภารกิจให้สำเร็จก่อนก็พอ!
บ้าจริง ข้างในเสียงดังชะมัดฉันเดินออกมากดส่งรายงานแบบสำรวจวัยรุ่นไทยกับโซเชียลมีเดีย ทางอีเมลให้กับอาจารย์ บ้าชะมัดดันลืมส่งได้ วันนี้ Deadline ถึงเที่ยงคืนซะด้วยสิ “ให้ตายสิ…”ฉันบ่นกับตัวเองพลางก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองตั้งนานสองนาน ในที่สุดก็ส่งไฟล์สำเร็จ! แต่ยังไม่ทันได้เก็บมันลงกระเป๋า เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากตรงหน้า“วีนัส?”ฉันเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบกับคนที่ไม่คิดว่าจะเจอในคืนนี้“อ้าว… สวัสดีค่ะพี่กวิน”“บังเอิญจังเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะเจอวีนัสที่นี่”บังเอิญอีกแล้วเหรอคะ วันนี้คำนี้ทำงานหนักจริง ๆ เลย“ค่ะ เอ่อ… มากับเพื่อนน่ะค่ะ ^^”“พี่ก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน จริง ๆ พี่เพิ่งเข้ามาเป็นหุ้นส่วนคนใหม่ของที่นี่น่ะครับ”“อ๋อ… เหรอคะ”ฉันยิ้มรับบาง ๆ แต่ในใจเริ่มไม่ค่อยดีเท่าไรหุ้นส่วนคนใหม่?ทำไมถึงต้องเป็นที่นี่ด้วยนะ… - -“พี่เห็นวีนัสเดินเข้ามากับเพื่อนตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า เลยยังไม่ได้เข้าไปทัก”“ค่ะ”“ช่วงนี้ยังมาเที่ยวที่นี่บ่อยเหมือนเดิมไหมครับ”“ก็มีมาบ้างค่ะ แล้วแต่โอกาส”“ดีเลยครับ งั้นคราวหน้าถ้าเจอกันทักพี่ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”“ได้ค่ะ”
: วีนัสเสียงพูดคุยของผู้คนภายในร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัยดังคลอไปกับเสียงเพลงเบา ๆ ในช่วงบ่าย โต๊ะส่วนใหญ่ถูกจับจองโดยนักศึกษาที่แวะมานั่งพักระหว่างวัน บ้างก็มานั่งทำงาน บ้างก็ใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนก่อนจะแยกย้ายไปเรียนในคาบถัดไป ส่วนฉัน ลิตา และมิลินก็มานั่งพักอยู่ที่นี่เหมือนกัน“ฉันว่าแกควรลองเปลี่ยนเมนูบ้างนะ สั่งแต่กาแฟแก้วเดิมทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไง” ลิตาเอ่ยขึ้นพลางมองแก้วเครื่องดื่มตรงหน้าฉัน“ไม่อะ อร่อยดี”“ชีวิตแกนี่น่าเบื่อจัง”“แล้วชีวิตแกน่าตื่นเต้นตรงไหน”“อย่างน้อยฉันก็ไม่กินเมนูเดิมทุกวันเหมือนใครบางคน”ฉันยักไหล่ ไม่ได้คิดจะเถียงต่อ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดูดเครื่องดื่มของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจนักมิลินที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ เพียงแค่ยกยิ้มบาง ๆ ให้กับบทสนทนาของเราสองคน ก่อนจะหันกลับไปสนใจโทรศัพท์ในมือต่อระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่นั้นเอง สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังเดินผ่านหน้าร้านเข้ามาพอดีตอนแรกฉันไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับผู้ชายผมสีอ่อนที่เดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนเดี๋ยวนะ...นั่นมัน“อ้าว เฮ้ย เจอกันอีกแล้ว”เสียงทักทายที่คุ้
“พวกแก แต่งตัวกันถึงไหนแล้ว!”เสียงลิตาดังขึ้นทันทีที่วีนัสกดรับสาย ตามมาด้วยภาพเจ้าตัวที่กำลังยืนอยู่หน้ากระจก มือหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกมือกำลังรวบผมขึ้นไปทัดหู“กำลังแต่งหน้า” ฉันตอบ พลางใช้แปรงแตะแก้มตัวเองเบา ๆ“นี่แกยังแต่งหน้าอยู่เหรอ ฉันเลือกชุดเสร็จตั้งนานแล้วนะ”“แล้วใครใช้ให้แกรีบล่ะ”“ก็ฉันตื่นเต้น!” มิลินที่เพิ่งเข้าร่วมสายมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ“ตื่นเต้นเหมือนจะไปขึ้นเวทีประกวด”“มิลิน! แกอย่าเพิ่งขัดฉันได้ไหม” ฉันหลุดหลุดหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินมุกที่ไม่คาดคิดของมิลิน“แล้วสรุปคืนนี้ใส่อะไรกัน?”“ฉันใส่เดรสสีดำ” ลิตารีบตอบ “ส่วนมิลินใส่สีอะไรนะ?” “สีเงิน”“โอ้โห สองคนนี้นัดกันเป็นธีมเหรอ” “เปล่า” มิลินตอบสั้นๆ“แค่ไม่มีชุดสีอื่น”“ฟังดูมีเหตุผลมาก”ฉันส่ายหน้าให้กับเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะขยับโทรศัพท์ให้เห็นชุดที่ตัวเองเตรียมไว้“ฉันว่าจะใส่สีแดง”ลิตาเบิกตาขึ้นทันที“กรี๊ด! เอาชุดนั้นเลย สวยมาก แกใส่แล้วเกิดแน่”“ยังไม่ได้ใส่เลย ชมไว้ก่อนแล้ว?”“ฉันเชื่อในรสนิยมตัวเองค่ะ” มิลินมองชุดบนหน้าจอแล้วพยักหน้าเบา ๆ“ใส่เถอะ คืนนี้คงมีคนมองจนเดินชน







