LOGIN20 : 45 น.
Demon Club ผ่านมาแล้วเกือบหนึ่งชั่วโมงที่ใบข้าวเล่นเกมส์ดื่มเหล้ากับลูกค้าเสี่ยใหญ่และพรรคพวกของเขา เธอมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เมา เพราะดื่มไปแค่หกแก้วเท่านั้น ปริมาณแอลกอฮอล์ก็น้อยมาก ไม่มีทางทำให้เธอเมาได้แน่ แต่ทำไมรู้สึกว่าร่างกายมันไม่ปกติ รู้สึกร้อนวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสแหยงๆเวลาที่เสี่ยแก่สัมผัสโดนเนื้อตัวในตอนแรก เริ่มแปลกมากขึ้นเรื่อยๆ “เหล้ายังเหลือเยอะอยู่เลยนะหนูข้าว นิ่งทำไม? เมาแล้วเหรอ?” เสี่ยวินัยถูกใจเด็กใหม่ตั้งแต่แรกเห็น วางแผนล่อลวงเด็กสาว ตอนนี้แผนการของเขามันกำลังจะสัมฤทธิ์ผล เนื้อตัวนุ่มนิ่มขาวนวลของเด็กสาวกำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ อุณหภูมิร้อนผ่าวที่ส่งผ่านมาจากร่างกายของเธอ ทำเอาแก่นเนื้อฝังมุกใต้ร่มผ้า ร่ำร้องอยากสอดแทรกตัวเข้าไปในความอ่อนนุ่มของเธอ ที่ดูผ่านตาปราดเดียวก็รู้ ว่าผ่านมือผู้ชายมาไม่มากเหมือนผู้หญิงคนอื่น “คงจะเป็นอย่างนั้นมั้งคะเสี่ย หนูขอไปล้างหน้าหน่อยนะคะ แล้วค่อยกลับมาเล่นกับเสี่ยต่อ” ใบข้าวพยายามเก็บซ่อนอาการหวาดกลัวไว้ เธอมั่นใจว่ามันต้องมีอะไรไม่ปกติแน่ๆ บางทีในเหล้าพวกนั้นมันอาจจะไม่ได้มีเพียงแค่เหล้า เธอประมาทพวกเขา ตอนนี้ต้องรีบหนีออกไปจากตรงนี้ “อ่า” เสี่ยวินัยลังเลด้วยกลัวว่าเหยื่อสาวสวยหุ่นเย้ายวนจะหลุดมือไป ใบข้าวที่กำลังคิดหนี รีบปั้นยิ้มเสแสร้งแกล้งเป็นเด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์ “หนูปวดฉี่ค่ะเสี่ย สงสัยดื่มเยอะไปหน่อย เดี๋ยวหนูมานะคะ” ใบข้าวขยับเข้าไปใกล้คนที่ตัวเองรังเกียจตั้งแต่แรก เพราะถูกเขาลวนลามอยู่ตลอด ซบใบหน้าสวยหวานลงไปบนอกแล้วยกขึ้นเร็วๆ ยิ้มกว้างขึ้นส่งไพ่ใบสุดท้ายออกไปเอาใจ เสี่ยแก่ยอมแพ้ให้รอยยิ้มนั้น แต่ไม่ยอมปล่อยให้เด็กสาวไปคนเดียว “มึงไปเป็นเพื่อนหนูข้าวหน่อย ห้องน้ำที่นี่หลงง่าย” ใบข้าวซ่อนความผิดหวังไว้ด้วยรอยยิ้ม เธอสำรวจสถานที่คราวๆแล้ว ตอนที่เข้าไปเปลี่ยนชุดกับพนักงานสักคนของที่นี่ มันค่อนข้างมืดและซับซ้อน เธอหนีไปได้แน่ๆถ้าหากได้ออกมาแค่คนเดียว จะสลัดคนตัวโตกล้ามยักษ์ที่มาด้วยกันยังไงดี ร่างกายและสมองของเธอตอนนี้ ใช้งานได้ไม่ค่อยดีซะด้วย “พี่! นั่นอะไรอะ!” คนถูกหลอกหันไปมองและรีบหันกลับมาเมื่อไม่เจอกับอะไรเลยสักอย่าง ใบข้าวที่หาโอกาสน้อยนิดให้ตัวเองได้ วิ่งฝ่าความมืดสลัวออกไป ใบหน้าผุดพรายไปด้วยเหงื่อ ทั้งที่มาจากการใช้แรง และมาจากฤทธิ์ของยาบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในเลือด ตึก! ตึก! “เกิดอะไรขึ้นครับ?” พนักงานคนหนึ่งถามขึ้น เมื่อมองเห็นคนของเสี่ยวินัยวิ่งตามใครสักคนอยู่ “เด็กร้านมึงหนีไปนะสิ ดันเป็นคนที่เสี่ยถูกใจซะด้วย” “เดี๋ยวผมให้คนช่วยตามกลับมานะครับ เห้ย! พวกมึง! ไปลากตัวเด็กใหม่กลับมาให้เสี่ยดิ!” ใบข้าวแอบหลบอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้น โดยอาศัยความมืดสลัวอำพรางตัวเองไว้ แต่เมื่อมีคนมาช่วยหาเพิ่ม เธอก็เริ่มหลบซ่อนตัวเองได้ลำบาก ครั้นจะวิ่งสุดแรงเกิดฝ่าออกไปทางด้านหน้า ก็จำได้ว่าทางนั้นแหละคนของร้านยิ่งเยอะและอันตราย เธอค่อยๆซ่อนกายในความมืด มองหาทางออกด้านหลังที่น่าจะมีคนอยู่น้อยกว่าทางเข้าด้านหน้า “นั่นไง มันอยู่นั่น!” ใบข้าวออกวิ่งอีกครั้งเมื่อโดนใครสักคนชี้จุดที่อยู่ เส้นทางคดเคี้ยว ซับซ้อน และเต็มไปด้วยห้องหับต่างๆ เธอพยายามไม่เปิดประตูเข้าไปซ่อนตัวในห้องเหล่านั้น ด้วยมั่นใจว่ามันต้องเป็นห้องตาย ที่สุดท้ายคนพวกนั้นก็จะหาเธอเจอ “ไปทางนั้นแล้ว รีบจับไว้ มันกำลังไปทางหลังร้าน!” แสงสว่างที่ค่อยๆริบหรี่ลง สว่างจ้าขึ้น เมื่อใครสักคนตะโกนบอกว่าทางที่ใบข้าวกำลังวิ่งไป คือทางออกไปหลังร้าน ความหวังน้อยนิดมาพร้อมกับความหวาดหวั่น คนที่วิ่งตามเธอมีจำนวนมากขึ้น และเขาเหล่านั้นก็ใกล้ตัวเธอเข้ามาทุกที หมับ! “ชู่! ใบข้าว!” น้ำเสียงแหบพร่าไม่ต่างจากเสียงลมหายใจของเธอเลย ราวกับว่าคนที่จับตัวเธออยู่ และกำลังใช้มือปิดปากเธอไว้ ผ่านการวิ่งมายาวนานเหมือนกัน ทว่าเสียงแหบพร่านั้นกลับทำให้ใบข้าวหยุดนิ่งลงทันที อยากจะหมุนตัวกลับไปมอง ก็หวาดกลัวว่านี่จะเป็นเพียงความเข้าใจผิด กลัวว่าเขาจะเป็นเพียงเขตครามในจินตนาการสิ้นหวังของเธอ “คราม?” “อือ” ใบข้าวใช้ช่องว่างน้อยนิดระหว่างริมฝีปากกับฝ่ามือเรียกชื่อเขาออกไป รู้สึกได้ถึงแผ่นอกที่ทั้งแน่นทั้งแข็ง ไม่นานเธอก็เป็นฝ่ายเบียดตัวไปด้านหลังซะเอง ให้แผ่นหลังของตัวเองแนบชิดกับแผ่นอกของเขา ให้ความร้อนที่กำลังแผดเผาอยู่ในตัว ถูกความแข็งแน่นทำให้มันเบาบางลง “ตามมาเงียบๆ ถ้าไม่อยากถูกพวกมันจับกลับไป” เขตครามพยายามไม่เข้าไปแทรกแซงชีวิตใหม่ของเธอ เขารู้ว่าอนาคตแรกนั้น มันมีเรื่องผิดพลาดอยู่หลายอย่าง เขาเองก็อยากแก้ไขปรับเปลี่ยนมัน เข้าใจในความต้องการของเธอ แต่ก็อดที่จะรู้โมโหเธอไม่ได้ ยิ่งตอนที่เขาได้เห็นเธอหนีหัวซุกหัวซุนเขายิ่งโกรธ แต่เอาไว้ไปทำโทษเธอทีหลัง ตอนนี้ต้องพาเธอหนีออกไปจากคนเหล่านั้นให้ได้ก่อน “อย่านะ … อย่าให้คนพวกนั้นจับฉันกลับไปนะคราม” ใบข้าวขอร้อง ตอนนี้เธอไม่มีแรงเหลืออยู่แล้ว สติก็เริ่มพล่าเลือนลงไปทุกที ความร้อนในตัวก็ขยันแผดเผาซะเหลือเกิน ยิ่งโดนความร้อนจากร่างกายของเขาปะทะกลับมา ยิ่งรู้สึกยากที่จะต้านทานมัน “อือ! รู้แล้วน่า อยู่นิ่งๆสิ” เขตครามดุคนในอ้อมกอดที่ไม่ยอมอยู่เฉย เขารู้สึกได้ว่า ใบข้าวพยายามเบียดร่างกายเข้าหาเขามากผิดปกติ เมื่อเธอไม่ยอมอยู่นิ่งๆ ตามคำสั่ง เขาจึงหมุนตัวเธอกลับมาอีกด้าน ตั้งใจว่าจะดุหนักๆ กลับพบว่าคนที่จะดุนั้น หมดสติไปเรียบร้อยแล้ว “ข้าว! ใบข้าว!” ไร้เสียงตอบรับจากคนที่ตัวเองห่วงใย เขตครามมองฝ่าความมืดสลัวลงไปเพื่อสำรวจอาการ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆที่คลุ้งออกมาจากลมหายใจ ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่างได้ชัดเจน ยัยข้าวแม่งเมาจนภาพตัด! “เหอะ! ให้ตายเถอะข้าว มึงนี่แม่งน่าตีชิบหายเลย!” ถึงจะสบทออกไปแบบนั้น แต่ตอนที่เขาอุ้มเธอขึ้นแนบอก ก็ทำด้วยความระมัดระวัง ผิวตัวร้อนผ่าวของคนในอ้อมกอด ทำให้เขตครามก้าวเดินเร็วขึ้น คนของร้านเข้ามาขวางทางไว้ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นทายาทของผู้ทรงอิทธิพลอย่างคุณเขตขันธ์ คนเหล่านั้นก็รีบหลีกทางให้เขาเดินผ่านไป “แม่งเอ้ยใบข้าว!” เขตครามสบทลั่นเมื่อเดินออกมาถึงด้านนอกอาคาร แสงไฟส่องสว่างเพียงพอให้เขาได้เห็นชุดที่คนในอ้อมกอดใส่ มันสั้นจนแทบจะปิดท่อนขาของเธอไม่ได้ ด้านบนก็รัดรูปมาก แถมยังเว้าเสียจนมองเห็นร่องอก บราปีกนกที่โอบอุ้มสองเต้าไว้ แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย “ฉันควรทำยังไงกับเธอดี” เขตครามเบาเสียงลงเมื่อคนตัวเล็กเหมือนจะขยับ ก้าวไปยังสปอร์ตคาร์สุดหรูที่จอดไว้อย่างลวกๆ จับคนเมานั่งลงบนฝากระโปรงเพื่อล้วงมือเข้าไปหยิบกุญแจรถในกระเป๋ากางเกง เมื่อปลดล็อครถเสร็จ ก็เปิดประตูยัดร่างคนเมาเข้าไปนั่งข้างในวันสุดท้ายของทริปฮันนีมูน มินตราทอดสายตามองไปยังร่างของสามี ที่กำลังเดินย้ำพื้นทรายเข้ามาใกล้บริเวณบ้านพัก เธอเก็บงำความลับไปมาตลอด จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของทริปฮันนีมูน ถึงเวลาที่ต้องบอกให้เขารู้สักที ว่ากลับไปจากตรงนี้ ชีวิตของเขากับเธอมันจะไม่เหมือนเดิม “ยิ้มอะไรหืม? พี่หล่อละสิ” หมอหนุ่มเอ่ยถามภรรยาที่นั่งยิ้มอยู่บนเก้าอี้ “ก็หล่อค่ะ แต่ที่มินยิ้ม ไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้น” มินตราตอบยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมอีก “แล้วยิ้มเพราะอะไร ดีใจที่จะได้กลับบ้าน” หมอหนุ่มคาดเดาอาการ จากนั้นก็เข้าไปสวมกอดภรรยาไว้ รู้สึกได้ว่าเธอมีน้ำมีนวลขึ้น สงสัยจะเป็นเพราะว่า เขาให้เธอกินเยอะไปหน่อย ก็นะ เอาเปรียบเธอซะขนาดนั้น ก็ต้องบำรุงหน่อยสิ “พี่คริสจะย้ายบ้านไหมคะ?” มินตรายังคงพูดอ้อมค้อม เพราะอยากทำให้สามีประทับใจ เธอรู้ว่าเขาชอบเด็ก แต่ยังไม่มั่นใจว่าเขาพร้อมจะเลี้ยงเด็กหรือยัง “เราอยากย้ายหรือเปล่า พี่มีบ้านนะแต่มันอยู่ไกล” หมอหนุ่มนึกตาม บ้านเขามีพร้อมและมีหลายหลัง แต่คอนโดมันสะดวกกว่า ใกล้ที่ทำงานด้วย “ไกลมากไหมคะ?”มินตราเริ่มกังวลเพราะถ้าไกลมาก มันอาจจะกระทบกับงานของเธอด้วย “ไม่นะ ท
สองชั่วโมงต่อมา เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่หมอหนุ่มจึงกลับไปชวนภรรยาออกมาทานข้าวข้างนอก ทานเสร็จก็เดินเล่นกันอยู่สักพัก เมื่อความรู้สึกบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมา คนหื่นห่ามก็รีบชวนภรรยากลับไปที่บ้านพัก ตั้งใจว่ามาฮันนีมูนครั้งนี้ต้องได้เบบี้กลับไปด้วย ปึ่ง! เพียงแค่ประตูบ้านพักปิดสนิทลง บทรักหอมหวานก็เริ่มขึ้นทันที เสื้อผ้าที่ร่างบางสวมใส่ ถูกมือหนาถอดออกอย่างเร่งรีบ ริมฝีปากกดลงจนแนบชิด ลากไล้ลิ้นจนริมฝีปากสีสดแยกออกจากกัน กวาดต้อนลิ้นเล็กหวังให้เธอตอบสนองด้วยจังหวะที่เร่าร้อนขึ้นกว่านั้ร“อืม พี่คริส จะทำตรงนี้เลยเหรอคะ?”ดวงตาคู่หวานเต็มไปด้วยแรงสิเน่หา มองใบหน้าสามีด้วยแววหยาดเยิ้ม จนคนตัวโตทนไม่ไหว ละมือออกไปปลดตะขอกางเกงลง ปลดปล่อยตัวตนแข็งขืนออกมาเผชิญกับโลกภายนอก ชักรูดขึ้นลงช้าๆ ในขณะที่ริมฝีปากดูดดึงกับปากจิ้มลิ้มไม่ห่าง “อื้อ อ๊ะ อีกนิดสิคะ มินยังไม่พร้อมเลย”ผลักอกสามีออกห่างเพื่อบอกว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะมีอะไรกันตอนนี้ สามีที่ได้ยินอย่างนั้นรีบทรุดตัวลงนั่งคลุกเข่า มองจุดซ่อนเร้นแสนสวยพลางกลืนน้ำลายลงคอ เขาติดใจตรงนี้มาก ชอบเหลือเกินที่ลิ้นและมือของตัวเอง สามารถท
วันต่อมา 10:00 น. มินตรากับสามีเดินทางมาถึงชลบุรีตั้งแต่เช้า เพราะสามีเป็นบุคคลกรสำคัญทางการแพทย์ จึงไปไหนไกลกว่านี้ไม่ได้ ทั้งที่ลาหยุดกว่าห้าวันเพื่อพาภรรยาไปเที่ยวเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งพระจันทร์แสนหวานหลังแต่งงาน แต่เพราะศัลยแพทย์เฉพาะทางมีน้อย เลยมาได้ไกลสุดแค่นี้ “ขอโทษนะครับที่พี่พามาได้ไกลสุดแค่นี้” “ไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้เรามีเวลามากกว่านี้ เราค่อยไปที่ๆไกลกว่านี้ก็ได้” พูดจบก็เตะทรายแรงๆเป็นการระบายความโกรธ หมอหนุ่มมองภรรยาก่อนจะอมยิ้ม รู้แหละว่าเมียไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรที่แสดงออกว่าไม่พอใจออกมา คงกลัวว่าเขาจะคิดมาก มุมนี้ของเธอเขาก็ชอบสุดๆเลย “ตอนนั้นพี่คิดว่าจะเลิกเป็นหมอแล้วนะ” นั่นคือสิ่งที่เขาเคยคิดแต่ไม่กล้าทำ วันนั้นเขาบอกมันกับพ่อ อยากไปทำหน้าที่อาจารย์มากกว่า ผลสรุปคือเขาทะเลาะกับพ่ออย่างหนัก แต่วันนี้ที่เลือกบอกกับภรรยาว่าตัวเองไม่อินกับอาชีพหมอแล้ว นั่นก็เพราะอยากจะเลิกทำอาชีพนี้จริงๆ “ไม่เป็นหมอแล้วจะหาเลี้ยงหนูกับลูกยังไงล่ะ” คนตัวเล็กโดดขึ้นกอดรอบลำคอของสามี ดึงใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ อะไรทำให้เขาตัดสินใจแบบนี้ คิดว่าบอกเธอแล้
สองเดือนต่อมา วันแต่งงานของมินตรากับหมอคริส พิธีแต่งงานในช่วงเช้าจัดขึ้นที่บ้านของเจ้าสาว หลังจากแห่ขบวนขันหมากเสร็จ แขกเหรื่อก็มานั่งในห้องรับรองกันพร้อมหน้า โดยมีเพียงแค่ญาติของทั้งสองฝ่าย เพื่อนสนิท และนักข่าวที่ขอมาทำข่าวเพียงไม่กี่คน เป็นงานแต่งเรียบง่ายตามความต้องการของเจ้าสาว พิธีตักบาตรเช้าและแห่ขันหมากเสร็จลง ตอนนี้จึงเหลือเพียงพิธีสู่ขอและพิธีสวมแหวนแต่งงาน จากนั้นก็จะมีพิธีรับไหว้ผู้ใหญ่ พิธีรดน้ำสังข์ และจบด้วยพิธีส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหอ เป็นพิธีแต่งงานตามขนบธรรมเนียม ที่ถูกรวบรัดให้กระชับขึ้นกว่าสมัยก่อน เจ้าสาวของงานสวมชุดไทยสีขาวปักดิ้นสีทองทั้งชุด ฝีมือสุดประณีตโดยช่างตัดเย็บชื่อดัง แม้จะมีเวลาเพียงแค่ไม่นาน แต่ชุดที่ได้จากห้องเสื้อก็สวยงามมาก จนได้รับความสนใจจากคนที่กำลังจะมีแพลนจัดงานวิวาห์พิธีสู่ขอดำเนินไปจนถึงพิธีสวมแหวน มินตรายื่นมือข้างซ้ายไปให้คนตัวโตจับ แหวนเพชรขนาดหลายกะรัตมีเพชรเล็กๆล้อมรอบตัวเรือน ถูกสวมเข้าไปในนิ้วนางข้างซ้ายของเจ้าสาว หลังจากสวมเสร็จเธอก็ยกมือไหว้ขอบคุณเจ้าบ่าว ด้วยกิริยานอบน้อม จากนั้นก็หยิบแหวนมาสวมให้เจ้าบ่าวบ้าง ซึ
“จะบ้าเหรอค่ะ เตรียมงานไม่ทันหรอก”“งั้นเธอก็ยอมพี่หน่อยสิ นะๆ เดี๋ยวจะรีบๆเสร็จให้” “ทำไมวนกลับมาเรื่องนี้อีกแล้ว” “ก็กลิ่นเรามันหอมน่ากิน” กลิ่นตัวของเธอหอมจริงๆ ทั้งกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่เธอเลือกใช้ กลิ่นแชมพูจากเส้นผม กลิ่นสบู่ รวมทั้งกลิ่นกายเนื้อของเธอที่มันผสมกับครีมบำรุงผิว กลิ่นอ่อนๆพวกนั้น มันหอมติดจมูกทุกครั้งที่เอาตัวเข้าไปคลอเคลีย “ละ เลิกดมได้แล้วค่ะ ไม่ใช่หมาสักหน่อย แล้วมืออะ จะไต่ลงไปถึงไหนเนี่ย” มินตรารีบหยุดมือที่ไต่หายเข้าไปในกางเกงของตัวเองไว้เขามือไวมาก เผลอแป๊บเดียวเกือบจะสอดเข้าไปในกลีบเนื้อของเธอ อยากจะตีมือให้หัก ถ้าไม่ติดว่ามือนี้ใช้ช่วยชีวิตคนนะ เธอจะตีมันให้หักจริงๆ “นิดเดียวนะ” “ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวไม่ทัน” มินตราห่วงงานของเขา เวลาครึ่งชั่วโมงน้อยลงเรื่อยๆ ตอนนี้เหลือเวลาเพียงไม่กี่นาทีเอง ถ้าเขาได้ใส่มันเข้ามา บอกได้เลยว่าเวลาแค่นี้มันไม่พอ “เรานี่นะ ฝากไว้ก่อนเถอะ!” หมอคริสพูดจบก็ฝากฝังรอยฟันไว้ที่ลาดไหล่ขาวเนียน ไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่ตั้งใจให้มันมีร่องรอยฟันชัดเจน กดคนที่พยายามดิ้นหนีคมเขี้ยวไว้แน่น เพื่อให้เธอซึมซับความรู้สึกเ
สามเดือนต่อมา มินตราใช้ชีวิตในฐานะคนรักของศัลยแพทย์ชื่อดังมาร่วมหนึ่งเดือนแล้ว สถานะคนรักที่ถูกเปลี่ยนถ่ายมายังเธอตอนคาบเกี่ยว ไม่ได้ส่งผลเสียอย่างที่เคยคิดไว้ มันส่งผลในทางตรงข้ามกัน ทั้งยังช่วยหนุนบริษัทก่อสร้างที่กำลังซบเซาของครอบครัวเธอให้รุ่งเรืองขึ้น “วันนี้น้องมินไม่ไปหาคุณหมอเหรอคะ”มะนาวถามเจ้านายที่กำลังจะขึ้นนั่งตำแหน่งผู้บริหารแทนพ่อ ด้วยการทำผลกำไรมากกว่าที่เคยทำมาให้แก่บริษัท คนถูกถามยุ่งมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเสียสละเวลาเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของเลขาคู่ใจ “คุณหมอมีเคสผ่าตัดค่ะ เห็นว่ามีเคสยาวถึงวันพรุ่งนี้เลย”“อื้อหือ ขยันจนไม่อยากเชื่อว่านั่นคือเพื่อนของตัวเอง”“ฮ่าๆ นั่นนะสิคะ มินเองก็คิดแบบนั้น”“ถ้าคิดถึงจะแอบไปหาก็ได้นะคะ เดี๋ยวพี่เคลียร์ที่เหลือเอง”“อ่า ถ้าอย่างนั้นเคลียร์ตรงนี้เสร็จมินไปนะคะ”ไม่ได้เจอกันครบหนึ่งสัปดาห์พอดี มินตราคิดว่าแว๊บเข้าไปให้กำลังใจคนทำงานหนักบ้าง เขาจะได้ไม่งอแงตอนที่ว่างกับร่างกายเธอ คนที่เชียร์คู่นี้มาตลอดยิ้มอ่อน ดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นใบหน้าแบบนี้ของคนที่เธอรักเหมือนน้องสาว สี่ชั่วโมงต่อมา หลังจากตรวจอาการคนไข้ และส่







