Share

บทที่ 2 An Idiot Pig.

Author: Navvip
last update publish date: 2026-09-09 20:31:07

บทที่ 2 An Idiot Pig.

'ไดอารีพ่อมด

เราทำข้อตกลงใหม่กับปีศาจว่าจะหาทางอื่นในการแก้ปัญหาแล้วนะ แต่แด๊ดดี้ใจร้อนมากเลย เอะอะก็หาว่าเราไม่รู้จักพอท่าเดียว จริงๆ ปัญหามันอาจจะมาจากตัวเองทำได้ไม่ดีพอก็ได้...เอาเถอะ เราเถียงสู้คนแก่ไม่ได้หรอก จนกว่าจะแก้ปัญหาได้ต้องป้อนพลังเวทให้ทุกวัน อ่า แล้วก็ต้องปิดบังเรื่องนี้จากทุกคนด้วยไม่งั้นจะเป็นห่วงกันอีก เฮ้อ เราควรเลิกดื่มแบบจริงจังแล้วสิ...'

อีเลียสไม่คิดว่าปัญหามันจะบานปลายลามมาอีกวันขนาดนี้เหมือนกัน เซ็กซ์ที่ได้รับจากปีศาจมันสุดเหวี่ยงมาก ตอนที่ผล็อยหลับไปคาเตียงยังคิดอยู่เลยว่าเสียดายที่คงมีโอกาสแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ไม่เห็นรู้มาก่อนว่าแค่เผลอคิดว่าอยากให้อยู่ต่อหลังเอ่ยคำสัญญาไปแล้ว ฝ่ายปีศาจจะโดนสัญญาผูกมัดให้อยู่ต่อจริงๆ

เวลานี้อีเลียสกำลังทำงานส่งแมรีไปด้วยและนวดขมับตัวเองไปด้วย ปกติแล้วการพิมพ์บทความรายสัปดาห์ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่พอมีปีศาจขี้โวยวายส่งเสียงรบกวน ไอ้เรื่องที่ไม่ยากก็กลายเป็นงานหินขึ้นมาทันที แล้วที่เศร้าคืออะไรรู้ไหม...สิ่งที่อีกฝ่ายโวยวายอยู่เขาเถียงอะไรไม่ได้เลยไงล่ะ

"ไอ้เด็กมีปมนี่! ยังไม่รีบทำงานให้เสร็จๆ แล้วหาทางช่วยข้าอีกเหรอ!"

เด็กมีปม...เสียงกดคีย์บอร์ดของอีเลียสดังขึ้นหนึ่งระดับตามแรงอารมณ์ ขณะที่นั่งซดกาแฟแล้วก็ใช้พลังเวททำให้คีย์บอร์ดพิมพ์ตามความคิด มือที่ว่างอยู่ของอีเลียสก็สะบัดหยิบหนังสือมาอ่านเพื่อการอ้างอิงไปด้วย เขาเป็นเจ้าแห่งการทำหลายๆ อย่างพร้อมกันในเวลาเดียว ต่อให้ไม่ใช้เวทช่วยสมาธิก็สามารถรับสองงานพร้อมกันโดยทำออกมาดีทั้งคู่ อ่า แต่คราวนี้อาจจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว หลังตากระตุกครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะเสียงรบกวน ทันทีที่นัยน์ตาสีเขียวสว่างเห็นว่าตัวเองเผลอพิมพ์คำด่ามาแล้วสองบรรทัด ระหว่างที่ลบข้อความพวกนั้นออกจากงาน ใบหน้ายิ้มแต่ใจไม่ยิ้มก็ตวัดมองเจ้าก้อนสไลม์บนเตียง

"ก็บอกแล้วไงว่าหลังจากทำงานนี้เสร็จผมจะรีบไปหาทางแก้ที่ห้องสมุดผู้วิเศษ!"

ปีศาจในร่างสไลม์ที่โดดดึ๋งๆ อยู่บนเตียงนั่งนิ่งก่อนจะแค่นเสียงออกมาทีหนึ่ง

"ปากบอกจะรับผิดชอบให้ถึงที่สุดแต่เอ้อระเหยเหลือเกินนะ ลองคิดว่าตัวเองต้องมาติดอยู่ในร่างที่อ่อนแอแบบนี้เจ้าจะไม่ร้อนใจเหมือนข้าเหรอ?"

ผู้วิเศษยิ่งแกร่งยิ่งคงกระพัน ระดับเราแล้วมีแต่ประธานสภาผู้วิเศษเท่านั้นถึงจะสาปได้...ไม่ได้ถูกตัดกำลังง่ายๆ เหมือนพวกปีศาจสักหน่อย

อีเลียสคิดในใจด้วยความฉุน คิดว่าเขาไม่พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรางั้นหรือ ตัวเองเป็นคนบอกว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเพราะกลัวโดนเอาไปลือเสียๆ หายๆ เพราะเคารพการตัดสินใจของผู้เสียหายที่สุด เขาถึงได้พยายามทำตัวเป็นปกติเพื่อไม่ให้แมรีจับได้อยู่นี่ไง อีเลียสอธิบายถึงความคิดนี้พร้อมทั้งผายมือไปทางคอมพิวเตอร์สีชมพูหวานของตัวเอง

"ผมกำลังทำตัวเป็นปกติเพื่อไม่ให้คนรอบตัวสงสัยอยู่นะครับ อีกอย่างถ้าคุณไม่เอาแต่บ่นป่านนี้ผมคงเขียนบทความเสร็จไปแล้ว รอบนี้ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงเพิ่งได้ครึ่งบท จะไม่น่าแปลกใจเลยถ้าอีกเดี๋ยวแมรีเปิดประตูมาถามว่าผมเป็นอะไรรึเปล่า"

ซึ่งอีเลียสพูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงเคาะดังขึ้นที่ประตู พ่อมดหนุ่มยักไหล่ใส่ปีศาจราวกับจะบอกว่า 'เห็นไหมล่ะ'

กริ๊ก

"ผมกำลังทำงานอยู่ครับ...เดนเวอร์?"

คนที่มาไม่ใช่แมรีแต่กลับเป็นเพื่อนบ้านเชฟออร์ค ชายหนุ่มที่สูงราวๆ สองร้อยเซนติเมตร จับกรอบประตูแล้วก้มเพื่อเดินเข้ามา ระหว่างพวกเขาจัดว่าสนิทกันประมาณหนึ่ง บวกกับอีเลียสไม่ได้หวงพื้นที่ส่วนตัวสักเท่าไร เพียงเคาะประตูสักครั้ง ถ้าชายหนุ่มเปิดประตูให้แขกก็เดินเข้ามาได้เลย

เดนเวอร์เองก็เข้ามาในห้องส่วนตัวของอีเลียสบ่อย ครั้งนี้เป้าหมายคืออะไรเดาไม่ยาก กับเชฟหนุ่มที่เชื่อใจได้คนนี้ หากมองที่นาฬิกาแล้วพบว่าเป็นเวลาเที่ยง...นัยน์ตาคู่สวยมองกล่องถนอมอาหารและชุดช้อนส้อมที่อีกฝ่ายถือมาด้วย ตัวเองมีงานที่ภัตตาคารแต่กลับแวะเอามื้อเที่ยงมาให้เขาด้วยตัวเองอีกแล้ว อีเลียสส่งยิ้มให้กับเดนเวอร์อย่างสดใส

"ทำแบบนี้อีกแล้ว เชฟชื่อดังมาส่งมื้อเที่ยงด้วยตัวเองแบบนี้แฟนคลับไม่มาสาปผมเอาเหรอครับ"

"ใครก็มาส่งแทนได้แต่คนที่บังคับให้เธอกินข้าวตรงเวลาได้ก็มีแต่ฉัน...ใช่ไหมล่ะ"

สมมติว่าแมรีแอบดูอยู่เธอจะกรี๊ดกร๊าดในความแพรวพราวของเดนเวอร์ ที่ถามว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่บังคับคนบ้างานให้กินข้าวได้...อันที่จริงมันก็ชัดเจนตั้งแต่พักงานแล้วเอามื้อเที่ยงมาส่งให้ด้วยตัวเองแล้ว ทั้งเมือง ไม่สิ ทั้งโลกจะหาผู้ชายที่ชัดเจนขนาดนี้จากไหนได้อีก

ทั้งที่เป็นแบบนั้น...เดนเวอร์กลับโชคร้ายชอบคนที่ทึ่มที่สุดในโลกอย่างอีเลียส

"อื้อ ก็คนทำเล่นมานั่งเฝ้าใครจะกล้าปล่อยให้อาหารชืดได้ล่ะครับ"

อีเลียสทำท่าจะลุกจากเก้าอี้เพื่อย้ายไปที่โต๊ะกินข้าวในครัว แต่ยังไม่ทันที่ร่างบางจะส่งน้ำหนักไปที่ขาเสียงดึ๋งพลันดังขึ้น มองมาที่ตัก...เจ้าปีศาจในร่างสไลม์ทำตัวเป็นแมวที่ไม่ต้องการให้เจ้าของลุกอย่างนั้นหรือ มุมปากอีเลียสกระตุกรัวๆ

"จนกว่าจะทำงานเสร็จเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์กิน!"

แล้วจะให้เสียมารยาทกับคนที่เอามื้อเที่ยงมาให้รึไง!

"วันนี้...บอลลีดูอ้อนเป็นพิเศษนะ"

เดนเวอร์หัวเราะเบาๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ตัวเองชอบกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ เชฟออร์ควางกล่องมื้อเที่ยงลงบนโต๊ะทำงานของอีเลียส สำหรับคนที่พิมพ์งานบ่อยๆ บางครั้งอีเลียสก็นั่งกินข้าวหน้าคอมพิวเตอร์ไปเลย เดนเวอร์ไม่ว่าอะไรหรอก ขอเพียงพ่อมดผมขาวกินข้าวให้เป็นเวลา จะนั่งกินอาหารที่เขาทำที่ไหนก็เหมือนกัน ส่วนเจ้าสัตว์เลี้ยงที่ไม่เหมือนใครของอีเลียส...เดนเวอร์เป็นออร์ค เขามาจากครอบครัวออร์คเลือดบริสุทธิ์ที่มีการส่งต่อประวัติของครอบครัวอย่างยาวนาน แม้จะเป็นคนรุ่นหลังที่ปรับตัวกับโลกสมัยใหม่ได้แล้ว แต่ความรู้และทัศนคติแบบบรรพบุรุษก็ยังมีอยู่บ้าง

สไลม์เป็นมอนเตอร์อ่อนแอ แต่อ่อนแอไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย เหมือนกับที่บางคนเลี้ยงเม่นเลี้ยงสัตว์มีเขี้ยวเป็นสัตว์เลี้ยง สไลม์ตามธรรมชาติก็สามารถเป็นอันตรายต่อชีวิตคนได้เช่นกัน ตอนที่รู้ว่าอีเลียสเลือกเลี้ยงสไลม์ เดนเวอร์เองก็รู้สึกว่ามันแปลก สไลม์ผลิตสารเคมีตามสิ่งที่กินเข้าไปได้ ดังนั้นตอนเลี้ยงต้องระวังเป็นพิเศษไม่ให้มันกลืนอะไรที่เป็นพิษเข้าไป เรื่องสติปัญญาก็ไม่ได้สูงอย่างพวกหมาแมว ถึงจะจับอารมณ์เจ้าของได้แต่มันก็ไม่ได้มีสมองพอจะสั่งได้ดั่งใจ

แต่แล้ว...อีเลียสก็แสดงให้เห็นว่าฉายาพ่อมดอัจฉริยะนี่ไม่ได้มาเปล่าๆ เจ้าตัวสร้างสไลม์ของตัวเองขึ้นมาจากสารตั้งต้น ทำให้มันกลายเป็นสไลม์ที่กินแต่พลังเวทก็อยู่ได้ อีกทั้งยังรู้จักเรียนรู้คำสั่งง่ายๆ เหมือนพวกหมาแมว

รู้ตัวอีกทีเดนเวอร์ก็พลอยมองว่าบอลลีเจลลีน่ารักตามไปอีกคน ครั้งนี้เห็นว่ามันโดดขึ้นมาบนตักทำให้เจ้านายไม่กล้าลุก เชฟออร์คด้วยความเอ็นดูจึงยื่นมือไปหาเพื่อลูบตัว...

"อะ อย่าครับ"

...อีเลียสจับมือเขางั้นหรือ เดนเวอร์ใจกระตุกวูบแบบฉับพลัน ที่ผ่านมาอีเลียสยอมรับเขาเป็นเพื่อนแต่ไม่เคยเป็นฝ่ายสัมผัสอย่างตั้งใจเช่นนี้มาก่อน ทันทีที่เห็นว่าเขาจะลูบตัวสัตว์เลี้ยงของตัวเองก็รีบคว้าข้อมือไว้ ใบหน้าดูอ้ำอึ้งลังเล ตากะพริบปริบๆ ชั่วครู่ก็ปล่อยมืออย่างลนลาน

"ขะ ขอโทษนะครับ วันนี้ไม่รู้เจ้าบอลลีเป็นอะไรถึงดูขี้ตื่นนัก ถ้าเดนเวอร์แตะเข้ามันอาจจะโดดพล่านไปทั่วอีก..."

อีเลียสย้ายสายตาไปมองพื้นห้อง ตอนนี้ทางเดนเวอร์ถึงเห็นว่าห้องของเจ้าตัวรกกว่าปกติ พวกกระดาษจดอะไรต่างๆ กระจัดกระจาย ถึงความจริงส่วนใหญ่จะเกิดจากการปล่อยพลังเวทออกมาตอนโมโหของอีเลียสเอง แต่อีกครึ่งก็เกิดจากตอนที่ปีศาจตื่นมาอาละวาดด้วย ก็...ไม่นับว่าเป็นการโกหกนะ

"ปกติมันเชื่องมากนี่ อาจจะไม่สบายก็ได้นะ"

"นั่นสิครับ..."

เดนเวอร์มองหน้าอีเลียส มองโดยไม่ได้คิดจะจับผิดอะไรแต่คนโดนมองร้อนตัวไปเองจึงหันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่เนียนแบบนี้อาจถูกถามจนความแตกก็ได้ ในมุมที่คนข้างห้องมองไม่เห็น อีเลียสกำลังกลอกตาไปมาเพื่อคิดหาข้ออ้าง ดีว่าได้กลิ่นโคโลญจากตัวร่างสูง อีเลียสจึงมีข้ออ้างให้เงยหน้ามองอีกฝ่ายแล้วพูดเสียงแผ่ว

"เดนเวอร์...ปกติไม่ใส่โคโลญไม่ใช่เหรอ หรือว่าจะมีเดตเหรอครับ?"

จังหวะโดนช้อนตามองต่อให้คนมองไม่มีเจตนาแอบแฝง ทว่าคนโดนมองมีเจตนาเต็มๆ จึงได้รับดาเมจตรงไปหาหัวใจ เดนเวอร์มั่นใจในความแข็งแรงของตัวเองมาก แต่น้ำเสียงอ้อมแอ้มเหมือนน้องชายขี้อายของอีเลียสกำลังจะทำเขาทรุด ถามว่ามีเดตหรือไม่งั้นหรือ เขาจะไปเดตกับใครได้ถ้ายังติดบ่วงพ่อมดซื่อบื้อแถวนี้อยู่ เดิมทีเขาไม่ใส่โคโลญจริงๆ เพราะงานที่ทำด้วยจึงไม่อยากให้มีกลิ่นอื่นมารบกวนประสาทสัมผัส เป็นออร์คทำให้จมูกดีมาก เวลาทำงานในครัวเดนเวอร์เข้มงวดกับอาหารทุกจานที่จะส่งไปที่โต๊ะของลูกค้า ขอเพียงมีกลิ่นที่ผิดแปลกไปแม้แต่นิดเขาจะจัดการปรุงอาหารใหม่ จากนั้นก็อบรมผู้ช่วยเชฟที่ทำพลาดทันที

ยุคนี้ออร์คมีผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นจนไม่ต้องห่วงกลิ่นสาบเฉพาะตัวอีกแล้ว ยิ่งเป็นออร์ครุ่นใหม่อย่างเดนเวอร์กลิ่นตัวก็ไม่ได้แรงจนคนหนีห่างด้วย แต่ว่า...เพื่อให้พ่อมดหนุ่มหันมามองตัวเองบ้างสักนิด เดนเวอร์ก็แอบสังเกตพวกแฟนเก่าของเจ้าตัว เมื่อจับจุดได้ว่าหลายๆ คนได้รับโคโลญกลิ่นนี้เป็นของขวัญจากอีเลียส เขาก็ลองซื้อมาใช้บ้าง...เศร้าใช่หรือไม่ บอกอ้อมๆ บอกตรงๆ ก็ยังไม่รู้ใจเขาสักที เดนเวอร์ไม่อาจมองข้ามความเป็นไปได้ใดๆ จึงลองใช้โคโลญแบบที่อีเลียสชอบ

เอ่อ น่าจะชอบ...คิดว่านะ

"อ่า กลิ่นมันแรงไปรึเปล่า พอดีฉันไม่เคยใช้อะไรพวกนี้ก็เลยกะไม่ถูกว่าต้องใช้มากแค่ไหนน่ะ"

เดนเวอร์เลือกไม่ตอบคำถามว่าตนเองมีเดตหรือไม่เพื่อเล่นตัวนิดๆ จะได้มีเรื่องให้คุยต่ออีกหน่อย แต่ทางอีเลียสไม่ได้ยินคำตอบก็เข้าใจว่าเดนเวอร์มีเดตจริงๆ พ่อมดหนุ่มถึงกับลืมเรื่องปีศาจที่อยู่บนตักไปชั่วครู่เลยทีเดียว พ่อสุภาพบุรุษข้างห้องจะมีเดตงั้นหรือ ถึงเขาจะเพิ่งอกหักมาแต่เรื่องนี้น่ายินดีจริงๆ ตอนเจอกันครั้งแรกเดนเวอร์ดูปิดกั้นตัวเองอย่างมาก เริ่มสนิทเจ้าตัวถึงเล่าว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะคนยังติดภาพจำว่าออร์คเป็นพวกป่าเถื่อน ในอาชีพก็ถูกดูแคลนอยู่บ่อยๆ ว่าอาจจะเอาเนื้อคนมาทำอาหารให้ลูกค้ากิน กว่าจะมีชื่อเสียงจนคนยอมรับก็ผ่านคำวิจารณ์แย่ๆ มาไม่น้อย

เรื่องนั้นไม่สำคัญสักหน่อย มีคนโชคดีจะได้เดตกับพ่อสุภาพบุรุษ...ต้องฉลองแล้ว!

ประกายตาของอีเลียสเหมือนจำลองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว คนตัวเล็กกว่ารีบลุกขึ้น เหวี่ยง สไลม์อ้วนไปไว้บนเตียง

"ไม่ได้เยอะไปเลยครับ!"

อีเลียสที่ประสานมือเข้าด้วยกันยิ้มหวาน ใบหน้ายื่นเข้าไปใกล้จนเดนเวอร์ก้มมองแล้วก็เห็นว่าศีรษะของพ่อมดอยู่ระดับอกตัวเองพอดี ใกล้เหลือเกิน ถูกเข้ามาใกล้จนเอื้อมมือไปหน่อยก็โอบเอาไว้ได้ ไม่พออีเลียสยังทำเสียงฟุดฟิดดมกลิ่นจากตัวเขาอยู่...เดนเวอร์สูดหายใจพยายามสงบอารมณ์เอาไว้ แต่การที่สูดหายใจแรงไปกลับเป็นการทรมานตัวเองยิ่งกว่าเดิม ก็เล่นใกล้เสียขนาดนี้ด้วยประสาทรับกลิ่นของออร์ค เดนเวอร์จึงได้กลิ่นกายหอมหวานเหมือนเบอร์รี่ป่าจากอีเลียสอย่างชัดเจน

เขาว่า...ตัวเองกำลังจะเมากลิ่นหอมหวานนี้

ที่เขาว่ากันว่าดาร์กเอลฟ์ก็เป็นเอลฟ์ประเภทหนึ่ง บนตัวจึงมีกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงป่ามันไม่เกินจริงเลย

แล้วก็...เบอร์รีป่าเป็นของโปรดของเขามาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

"อืม กลิ่นกำลังดีจริงๆ ด้วย"

อีเลียสส่งยิ้มให้คนตัวสูง

"ผู้ชายที่ใส่โคโลญกำลังดีมันมีเสน่ห์มากนะ แต่กลิ่นนี้มันให้ความรู้สึกลุยๆ ไปหน่อย ถ้าจะหากลิ่นที่เข้ากับภาพลักษณ์ของเดนเวอร์ผมว่าเอาเป็นกลิ่นเย็นๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายน่าจะดีกว่า"

"สำหรับเธอฉันดูเป็นผู้ชายประเภทอยู่ด้วยแล้วผ่อนคลายงั้นเหรอ?"

อีเลียสฟังแล้วหัวเราะร่วนจนตาหยี ไม่มีทาง รู้จักกันจริงๆ แล้วเดนเวอร์ไม่ใช่คนที่อยู่ด้วยแล้วทำให้รู้สึกแบบนั้นเลย

"ผมแนะนำเพื่อเพิ่มความประทับใจให้คู่เดตเท่านั้นเอง แต่พูดถึงผมที่รู้จักเดนเวอร์มาพักใหญ่ๆ แล้วแทนที่จะบอกว่าอยู่ด้วยแล้วสบาย เหมือนจะรู้สึก...น่ารักมากกว่านะ"

เดนเวอร์ถอนหายใจ

"คงมีแต่เธอนี่ล่ะที่บอกว่าออร์คอย่างฉันน่ารัก..."

อีเลียสเขย่งปลายเท้าเพื่อจะได้ตบบ่าอีกฝ่ายได้ถนัดๆ เขาไม่ได้ตั้งใจแกล้งเดนเวอร์หรอกนะ สำหรับเขามองว่าพ่อหนุ่มตัวโตนี่นอกจากจะเป็นสุภาพบุรุษแล้ว บางเวลายังเป็นคนที่น่ารักชวนให้อยากอยู่ข้างๆ อีกด้วย ครั้งหนึ่งอีเลียสเคยคิดว่าได้คบกับเดนเวอร์ตัวเองอาจจะมีความสุขเหมือนชาวบ้านเขาได้สักที แต่ว่า...เพราะรู้จักกันแล้วจึงรู้ว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเดนเวอร์เลยสักนิด

ก็เขาทนไม่ได้ถ้าไม่ได้มีอะไรกับแฟน ต่อให้เป็นออร์คที่ขึ้นชื่อว่าอึดถึกทน...แต่แฟนคนหนึ่งของเขาก็เป็นออร์คเหมือนกัน รายนั้นคบได้เดือนครึ่งก็ขอบายแล้ว เดนเวอร์เป็นผู้ชายที่ดี เป็นเพื่อนที่ดีเกินไป อีเลียสไม่ค่อยมีเพื่อนมากนักดังนั้นเขาจะรักษามิตรภาพนี้ไว้ยิ่งชีพ

แต่ก็...เดนเวอร์นิสัยดีมากเลย ถ้าเราไม่ได้เป็นพวกผิดปกติก็คงดีสิ

น่าเสียดายที่อีเลียสเลยจุดที่จะรักษาหายขาดมานานแล้ว อีกฝ่ายดีแค่ไหนก็ไม่ควรเสี่ยง

เดนเวอร์กลับไปไม่นานนักอีเลียสก็หันมามองจอคอมพิวเตอร์อีกรอบ การได้คุยกับเพื่อนทำให้พ่อมดหนุ่มอารมณ์ดีอย่างมาก ด้วยกำลังใจในตอนนี้เขาน่าจะทำงานเสร็จในครึ่งชั่วโมง

ก็ตั้งใจเอาไว้แบบนั้นจนแมว...ไม่สิ จนเจ้าสไลม์โดดขึ้นมาทับคีย์บอร์ด

"ไอ้หนู เจ้าออร์คที่มาเมื่อกี้นี่ใคร?"

ต่อจากโวยวายก็มาซักประวัติกันงั้นหรือ เอาเถอะ ถามเรื่องส่วนตัวก็ยังดีกว่าเร่งให้ทำนู่นทำนี่ อีเลียสพยักหน้าก่อนตอบ

"เดนเวอร์เป็นเพื่อนข้างบ้านของผมครับ อ่า ที่นี่เป็นอพาร์ตเมนต์เพราะงั้นเรียกให้ถูกก็เพื่อนข้างห้อง...ตอนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ผมไปช่วยเขาซ่อมเตาอบพลังเวทให้ก็เลยกลายเป็นเพื่อนกันครับ"

"เพื่อน?"

ปีศาจในร่างสไลม์ยืดแขนสั้นๆ ออกมาทำท่ากอดอก เจ้าพ่อมดหน้าซื่อนี่บอกว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนงั้นหรือ มุมมองที่ติดฟิลเตอร์สีฟ้าอ่อนๆ มองหาแววพิรุธจากอีเลียส เมื่อไม่พบสิ่งที่ว่านั่นก็แค่นเสียงออกมา

"หึ ยุคนี้คงจะเรียกเพื่อนนอนว่าเพื่อนเฉยๆ กันแล้วสินะ"

"หยาบคายครับ ระหว่างผมกับเดนเวอร์ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นกันสักหน่อย เขา...ไม่ได้เป็นเหมือนผมน่ะครับ"

"ไม่ได้เป็นพวกที่ขาดเซ็กซ์แล้วจะตายสินะ แปลกจริงๆ เป็นออร์คไม่ใช่พวกกินพืชสักหน่อย"

อีเลียสมุมปากกระตุก เขาอยากจะร้องว้าวออกมาจังเลย พ่อปีศาจที่พูดจาโบราณเหมือนคนแก่รู้จักคำว่ากินพืชด้วยหรือ ความจริงแล้วอีกฝ่ายตามทันโลกแต่ตั้งใจพูดจาให้ดูโบราณไปงั้นเองสินะ

"สมัยนี้แล้วจะมาตัดสินผู้คนจากเผ่าพันธุ์ไม่ได้แล้วนะครับคุณปู่"

ปีศาจในร่างสไลม์ตัวกระเพื่อมด้วยความโกรธ นี่เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเพิ่งเรียกเขาว่าคุณปู่งั้นหรือ คุณปู่เนี่ยนะ นี่เป็นการลบหลู่ที่ยอมให้ไม่ได้ เห็นว่าเขาอยู่ในร่างสไลม์อ่อนแอแบบนี้ก็เลยปากดีใส่ไม่ยั้งเลยนะ หึ ลองให้เห็นเขาในร่างจริงเจ้าพ่อมดร่านนี่จะต้องเข่าอ่อนสยบให้กับความหล่อของเขาแน่นอน ปีศาจระดับสูงล้วนมีใบหน้าที่ล่อลวงได้ตั้งแต่เด็กสามขวบไปจนถึงคนอายุนับร้อย ให้เป็นคนเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เจอหน้าเขาปุ๊บท่อนล่างที่แห้งแล้งก็แฉะเป็นน้ำตกได้

อีกอย่างมาเรียกเขาเป็นปู่...เขาไม่มีหลานชายที่ร่านๆ แบบนี้หรอก!

"ไอ้หนู...ได้ ในเมื่อกล้าต่อปากต่อคำก็รับผลที่จะตามมาก็แล้วกัน"

อีเลียสกะพริบตาก่อนจะอุทานเบาๆ เมื่อปีศาจโดดลงมาที่ตัก เขาตกใจอยู่ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกันแน่ ฉงนอยู่กระทั่งถูกฉีกกางเกงนอนสีชมพูออกจนเห็นกางเกงในลูกไม้สีดำข้างใน

"เอ๊ะ"

ก่อนที่จะรู้ตัวว่าควรเหวี่ยงเจ้าสไลม์ทิ้งมันก็สายไปเสียแล้ว อีกฝ่ายดึงกางเกงในของเขาลงทำให้แกนกายที่ยังอ่อนตัวเผยรูปร่าง หนวดเส้นที่เล็กที่สุดสอดเข้าไปในท่อปัสสาวะเหมือนเมื่อคืน แต่รอบนี้ไม่ได้รอให้มีอารมณ์จนแข็งตัวเต็มที่ก่อน เส้นสีฟ้าเล็กๆ สอดเข้าไปทำให้แท่งเนื้อกระตุกค่อยๆ เชิดหัวสีแดงขึ้น อีเลียสเม้มปากกลั้นเสียงคราง เขาไม่ได้มีอารมณ์เพราะโดนเสียบแต่เป็นเพราะเสียบแล้วเจ้าปีศาจใจร้ายก็นวดคลึงถุงเนื้อเป็นจังหวะเหมือนเครื่องนวด ขยับถูไปมาแล้วก็บีบเป็นพักๆ คนที่เคยใช้ของเล่นช่วยตัวเองมาก่อนคุ้นเคยกับจังหวะนี้ดี

"ทะ ทำอะไรน่ะครับ...อ๊ะ!"

โดนนวดแล้วก็โดนคลึงจากข้างใน อีเลียสรู้สึกได้ว่าหัวนมกำลังแข็งจนเสียดสีกับเสื้อยืดสีขาว เขาไม่น่าสวมเสื้อสีขาวเนื้อบางแบบนี้เลย ในตอนที่ร่างบางแอ่นตัวพิงเก้าอี้ด้วยความเสียว เมื่อก้มมองแผ่นอกก็เห็นชัดว่ามีสองจุดนูนอยู่บนเสื้อ

"ทำงานให้เสร็จ"

ปีศาจส่งเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายโดยไม่หยุดกระตุ้นส่วนนั้น เสียงเหนอะหนะ สัมผัสลื่นๆ ที่รูดส่วนลำประกอบไปด้วย...อีเลียสน้ำตาคลอส่ายหน้าจนผมสีขาวสะบัดตามเล็กน้อย เขาจะทำงานในสภาพนี้ได้อย่างไร ขนาดยังไม่ถูกกระตุ้นทางประตูหลังแบบที่ชอบก็ยังเสียววาบขนาดนี้ นอกจากนั่งจิกเท้าตัวสั่นเทิ้มเขายังจะทำอะไรได้อีกเล่า

"อ๊ะ...อื้อ...คะ คุณ...หยุดนะ!"

มือที่อ่อนแรงพยายามดันก้อนสไลม์ออกจากเป้าแต่ก็เปล่าประโยชน์

สึบ...

เสียงนั้นก็คือเสียงสไลม์ขยายตัวสอดช้อนสะโพกทำให้ตนเองกลายเป็นเบาะรองของพ่อมดหนุ่ม ในมุมเสยกางเกงนอนที่ถูกฉีกโดนดึงให้ขาดไปถึงด้านหลัง และยังไม่ทันที่เจ้าของชุดจะส่งเสียงประท้วงว่ามันเป็นกางเกงตัวโปรด หนวดขนาดกลางก็ทำหน้าที่เหมือนลิ้นถูรูจีบไปมา เดี๋ยวก็แหย่เข้าไปนิดๆ เดี๋ยวก็ชักออกมาถูๆ กดๆ อย่างยั่วเย้า

"ตอนนี้ข้าอุดท่อปัสสาวะของเจ้าเอาไว้แล้วก็รัดที่โคนด้วย ต่อให้เจ้าจะเสียวแค่ไหนก็ปล่อยน้ำออกมาไม่ได้หรอก...เข้าใจใช่ไหม"

ใจร้าย...กระตุ้นกันขนาดนี้แต่จะไม่ให้เราปล่อยออกมางั้นเหรอ ถ้าเสียวแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อย่าว่าแต่ทำงานเลย เราต้องเป็นบ้าแน่ๆ!

คนนัยน์ตาฉ่ำน้ำค้อนเจ้าปีศาจก่อนจะยกมือปิดปากตัวเอง เกือบไปแล้ว เมื่อครู่เกือบจะครางลั่นออกมาเพราะโดนตีที่ถุงอัณฑะ เจ้าปีศาจนี่จะรู้จักร่างกายเขาดีเกินไปแล้ว จับได้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าถูกตีแล้วยิ่งเสียวก็เลยแกล้งกัน อีเลียสพยายามวางมือลงบนคีย์บอร์ด ด้วยสภาพตอนนี้เขาใช้เวทช่วยพิมพ์เหมือนตอนแรกไม่ได้ ก้านนิ้วเรียวแตะลงบนแป้นแต่ก็จิกเกร็ง กว่าจะพิมพ์ได้แต่ละคำเหมือนต้องแลกด้วยพลังชีวิตเลยทีเดียว

เจ้าปีศาจเห็นแบบนั้นก็พอใจแต่ไม่ได้ปราณีร่างบาง การทรมานนี้ก็เพื่อบรรเทาความรู้สึกไม่เป็นธรรมที่โดนเหวี่ยงใส่เตียง เจ้าเด็กโง่เขลา...เห็นว่าเขาอยู่ในร่างที่อ่อนแอทำอันตรายตัวเองไม่ได้จึงชะล่าใจ เมินเขาไปคุยกับเพื่อนไม่จริงที่น่าเวทนาคนนั้นเป็นนานสองนาน คิดว่าจะให้เขารอต่อไปอย่างใจเย็นงั้นหรือ ฝันไปเถอะ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยต้องมารอคอยใครมาก่อน เจ้าพ่อมดร่านนี่ถือดีอย่างไรถึงคิดว่าตัวเองจะเป็นข้อยกเว้น

ฟึ่บ...

"อึ!"

ความหงุดหงิดของปีศาจทำให้สอดหนวดเข้าไปในช่องทางคับแคบแบบกะทันหัน หนวดขนาดกลางยังนับว่าเบากว่าที่ใช้เมื่อวานมาก แต่ครั้งนี้ตั้งใจทำให้รูปร่างมันเหมือนหนวดปลาหมึกที่ขรุขระเป็นพิเศษ เมื่อผนังเนื้อของอีเลียสโดนครูดด้วยผิวตะปุ่มตะป่ำไปมา ครั้นจี้ไปถูกจุดกระสันก็รู้สึกเหมือนไฟช็อต วูบวาบในท้องน้อยจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว อีเลียสยกมือสั่นๆ ขึ้นมาเช็ดน้ำตา ริมฝีปากเม้มแน่นแล้วสักพักก็ดึงเสื้อขึ้นมากัดไว้แทน เขาไม่มีสมาธิพอจะใช้เวทปิดกั้นเสียง จุดอ่อนของผู้วิเศษก็แบบนี้ล่ะ บางคาถาไม่มีทางลัดต้องใช้สมาธิในการท่อง ระหว่างนั้นโดนก่อกวนเข้าก็ตกเป็นรองจนน่าเจ็บใจ

คอยดูเถอะ หลังจากนี้จะคิดค้นคาถาเก็บเสียงแบบไม่ต้องร่ายให้ได้เลย...ฮื้อ ทำไมรุนแรงจัง แฟนที่เคยมีมาไม่มีคนไหนเข้าไปลึกขนาดนี้เลยนะ ตาแก่ใจร้ายนี่ อย่าทำให้รู้สึกเหมือนโดนเปิดซิงสิ!

"เอ้า ยังไม่รีบทำงานให้เสร็จอีกเหรอ อีกเดี๋ยวข้าจะขึ้นไปเอ็นดูหัวนมแข็งๆ ของเจ้าแล้วนะ..."

"อ่าอ๊ะ!...ฮึก...อ.."

ไหนว่าอีกเดี๋ยวค่อยเล่นหัวนมไม่ใช่เหรอ นี่มันพูดปุ๊บทำปั๊บเลยนี่น่า!

อีเลียสกัดเสื้อก่อนจะรู้สึกได้ว่าน้ำลายตัวเองไหลหยดไปด้านล่าง สภาพนี้ถ้าแมรีเปิดมาเจอได้ขอลาออกแน่ๆ ไม่สิ ก่อนเขาจะไปห่วงเรื่องนั้น...นัยน์ตาสีเขียวสว่างเหมือนจะเลื่อนลอยไปชั่ววูบ ก็...เสียวจนตาเหลือกเกือบเป็นลมแต่ก็ดึงสติกลับมาได้นั่นล่ะ

แก๊ก...แก๊ก...

ถึงจะช้ามากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวแต่อีเลียสก็ยังกดคีย์บอร์ดต่อไป เขาจะสามารถพิมพ์บทความเพื่อการศึกษาในสภาพนี้ได้จริงๆ น่ะหรือ เปล่าเลย สิ่งที่อีเลียสกำลังพิมพ์อยู่คือข้อความที่จะส่งไปหาแมรีต่างหาก

'ขอโทษนะครับ ดูเหมือนผมจะไม่สบายนิดหน่อย ช่วยเลื่อนงานออกไปให้ทีนะครั@"3fkvks5431s,cwip-08#'

กดส่งไปแล้วอีเลียสก็ทรุด เผลอตัวทิ้งน้ำหนักใส่เจ้าเบาะแห่งความเสียวจนโดนกระแทกสวน คราวนี้ล่ะตาลอยสูดปากนิ้วจิกที่วางแขนแน่นของจริง อีเลียสยกขาขึ้นพาดตัวโต๊ะทั้งสองข้างแล้วก็เริ่มขยับอ้อนให้ปีศาจสไลม์ยุติการทรมาณได้แล้ว

เขาส่งข้อความไปขอเลื่อนงานแล้ว เพราะงั้นตอนนี้ให้เขาได้ปลดปล่อยสักทีเถอะ...จะตายอยู่แล้ว!

"อืม..."

ปีศาจสไลม์ยกตัวขึ้นมามองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อเห็นว่าข้อความถูกส่งไปแล้วก็แสยะยิ้มอยู่ในใจ ทำเช่นนี้แต่แรกก็ไม่ต้องถูกเขาทารุณแล้วแท้ๆ

ช่างเป็นเจ้าหมูที่โง่เง่าจนน่าเอ็นดู

"..."

บ้าแล้ว น่าเอ็นดงน่าเอ็นดูอะไรกัน เมื่อนึกได้ว่าตัวเองแอบยิ้มมุมปากกับเจ้าตัวต้นเหตุ อารมณ์ดีๆ ก็เปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว (กลบเกลื่อน) ปีศาจในร่างสไลม์ยอมปล่อยให้ร่างบางได้ปล่อยน้ำเชื้ออย่างที่หวัง เห็นสภาพหลังสุขสมแล้วก็ไม่ได้น่ามองสักเท่าไรนี่ นั่งแหกขาหอบระทวย พวงแก้มขึ้นสีเปรอะคราบน้ำตา อืม ไอ้ที่เม้มปากมองค้อนใส่กันนี่ก็ดูอวดดี

รวมๆ แล้วก็ไม่ได้สำนึกเลยนี่ เห็นแบบนี้แล้วไม่คู่ควรจะได้รับความเอ็นดูจากเขาแม้แต่นิด

"...ตาแก่ใจร้าย!"

หึ คลังคำด่ามีแค่นั้นเองหรือ

"ข้องใจรึไงเจ้าหมูโง่"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • S/W/Sบันทึกการรับใช้สไลม์ของพ่อมดผู้หนึ่ง   Special 2 -Smart Cookie-

    Special 2-Smart Cookie-ติ๊ก...ติ๊ก...เข็มของนาฬิกาชี้บอกเวลาตีสามครึ่ง ภายในห้องนอนเรียบๆ ของเชฟหนุ่มมีเสื้อผ้ากระจายอยู่ที่พื้น ทว่าอย่าเข้าใจผิดไป ผ่านมาหนึ่งปีแล้วที่เดนเวอร์อาศัยอยู่ร่วมกับปีศาจตัวจิ๋ว พวกเขากลายเป็นคู่รักขยันโต้รุ่งเหมือนห้องข้างๆ งั้นหรือ ไม่เลยสักนิด...ต่อให้เห็นกันตำตาว่าในบรรดาเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ทันทีที่เลิกงานมีกางเกงในกับยกทรงปะปนอยู่ เดนเวอร์ก็กล้าสาบานให้ฟ้าผ่าตายว่าตนเองไม่ได้ลงมือกับวีต้าเลย ด้วยสัญญาทำให้รับรู้คลื่นความรู้สึกของกันและกันได้ วีต้ารู้ว่าเขาถูกใจตนเองไม่น้อยจึงสารภาพรักแล้วก็ถือวิสาสะย้ายมาอยู่ด้วยแบบเป็นทางการ อ่า เขาก็ตกลงคบด้วยแล้วล่ะนะ ถึงจะใช้เวลาอยู่สองสามเดือนกว่าจะมั่นใจและตกลงแต่เขามั่นใจว่าตกลงเรื่องสถานะกันเป็นที่เรียบร้อย ไม่เชื่อก็มีภาพคู่ตอนไปเดตครั้งแรกที่สวนสนุกตั้งไว้ด้วยน่าเศร้าที่ในความสัมพันธ์ที่ดูราบรื่นนี้ ทุกวันระหว่างพวกเขามันชักจะเหมือนเพื่อนที่แชร์ห้องกันมากขึ้นเรื่อยๆ ไอ้เดตกันก็มีบ้างนะแต่ว่า...ไอ้ เรื่องนั้น ที่คู่รักเขาทำกันยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย เลียบเคียงถามจากอากาเรสที่รู้จักวีต้าดีที่สุดก็ได้ความว่าป

  • S/W/Sบันทึกการรับใช้สไลม์ของพ่อมดผู้หนึ่ง   Special 1 -Mr. & Mr. Corzon-

    Special 1-Mr. & Mr. Corzon-ปีศาจนั้นไม่มีนามสกุล นับตั้งแต่วันที่พญามารผู้ตกสวรรค์ปั้นพวกตนขึ้นมาจากพลังความเสื่อมทรามทั้งหลาย ปีศาจทุกตนก็มีเพียงชื่อเดียวคือชื่อที่พญามารประทานให้ และมีเพียงปีศาจทั้ง 72 เท่านั้นที่ได้รับพรสวรรค์และพลังในการมอบชื่อให้แก่ปีศาจตนอื่นที่เกิดมาภายหลัง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปพญามารละทิ้งหน้าที่ของตนไปตามวิธีอิสระ เหล่าปีศาจที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็เพิ่มขึ้น พวกที่เกิดขึ้นมาเองและไร้ชื่อมักจะไปติดตามพวกปีศาจโบราณทั้ง 72 เพื่อให้ได้ชื่อที่ยืนยันถึงการมีตัวตนของตัวเองมา แน่นอนว่าจำนวนปีศาจที่เกิดตามธรรมชาติก็ไม่ใช่น้อยๆ ก่อนจะเข้าสู่ยุคที่วิวัฒนาการจนตั้งชื่อกันเองได้ ปีศาจระดับสูงทั้งหลายต่างเหนื่อยหน่ายกับการตั้งชื่อจนสร้างเงื่อนไขยุ่งยากขึ้นมาซึ่งในยุคนี้ตั้งเกณฑ์อะไรไว้บ้างคงไม่มีใครตอบได้หรอก อากาเรสที่จัดว่าความจำดีก็ยังตอบไม่ถูก แต่ก่อนมีแต่ชื่อเรียกที่ถูกสงวนไว้ ชื่อของปีศาจมีพลังแฝงแม้จะเป็นเพียงชื่อ ถ้าเผ่าอื่นที่อ่อนแอเรียกชื่อปีศาจที่แข็งแกร่งก็อาจจะตายทันที ถูกคู่สัญญาที่อัญเชิญเรียกปีศาจจะเป็นฝ่ายถูกข่มจนทำอะไรไม่ได้ ถ้าปีศาจด้วยกันเรียก...อีก

  • S/W/Sบันทึกการรับใช้สไลม์ของพ่อมดผู้หนึ่ง   -Epilogue-

    -Epilogue-That’ s what we like.จบงานฉลองแสนอบอุ่นไปแล้ว อีเลียสนึกว่าตนเองจะได้เตรียมตัวแถลงข่าวว่าจะแต่งงานสายฟ้าแลบ แต่ว่าเรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้น โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าภาคีตระกูลพันธมิตรอยู่ ใช่แล้ว ภาคีของเหล่าตระกูลที่ช่วยกันลงนามสร้างสันติสุขให้ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันได้ เดิมทีตระกูลเบรอาก็เป็นสมาชิกของภาคีนี้ ทว่ารุ่นหลังๆ ผู้นำล้วนมากด้วยอัตตาไม่รู้จักปรับตัวจึงถูกถอนตำแหน่งและถูกลดขั้นมาเป็นตระกูลผู้มีเกียรติทั่วไป อย่างไรก็ตามเพราะเคยนั่งเก้าอี้ภาคีมาก่อน การที่ตระกูลเบรอาจะล่มสลายทั้งที่ยังเหลือทายาทโดยชอบธรรมตั้งหนึ่งคนนับเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้มีหมายร่อนมาถึงหน้าบ้านอีเลียสก่อนที่จะเรื่องไฟไหม้คฤหาสน์จะออกข่าวเสียอีก ในจดหมายเป็นเอกสารแจ้งว่าจากนี้อีเลียสเป็นเจ้าตระกูลเบรอาแล้ว คำว่าเจ้าตระกูลในที่นี้ไม่ได้ทำให้อีเลียสหายใจไม่ออกอีกต่อไป พ่อมดหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีใครที่ตระกูลจะมาบีบบังคับตัวเองได้อีกแล้ว แม้ว่าจะมีพวกคนรับใช้ภายนอกที่รอดเพราะไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์ในวันนั้น ทว่าคนเหล่านั้นภักดีจากการโดนล้างสมองทำให้อยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้รับใช้ สายเลือดเบรอา ขอเพียงประก

  • S/W/Sบันทึกการรับใช้สไลม์ของพ่อมดผู้หนึ่ง   บทที่ 21 My Prince.

    บทที่ 21 My Prince.'ไดอารีพ่อมดเราเสียเลือดไปเยอะมาจนเกือบจะไม่รอดแล้ว จำได้แค่ได้ยินเสียงลูกสมุนของอากาเรสตะโกนเรียกชื่อแต่เราไม่มีแรงจะลืมตาหรือส่งเสียงตอบเลย คิดแล้วว่าตัวเองอาจจะถูกยมทูตเอาตัวไป ต้องขอบคุณเจ้าชายขี่ม้าขาวจริงๆ เอ๊ะ หรือต้องบอกว่าจอมมารขี่ม้าขาวกันนะ ;) 'ไม่มีแรง...ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงอีเลียสก็แทบจะประคองสติเอาไว้ไม่อยู่แล้ว พ่อมดหนุ่มพยายามฝืนลืมตาเอาไว้เพราะกลัวว่าถ้าหลับไปตอนนี้ บางทีตัวเองอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก เขาอาเจียนเป็นเลือดออกมาสามครั้งแล้ว ทุกรอบเลือดมีแต่จะออกมากขึ้น เกอเธอร์ไม่รู้มาก่อนว่าอีเลียสจะอาเจียนเป็นเลือดมากขนาดนี้ พอเห็นว่าปริมาณเริ่มเยอะจนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตเจ้าคนน่ารังเกียจก็รีบออกไปตามหมอ ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือเกอเธอร์ไม่ปิดประตูห้องขังด้วยซ้ำ ถ้าตอนนี้เขามีแรงสักหน่อยคงหนีออกไปได้ด้วยตัวเองอีเลียสมองมือที่สั่นเทาและชุ่มไปด้วยเลือด เขาลองเขียนอักษรรูนแห่งการปลดปล่อยที่เครื่องพันธนาการดู ผ่านไปหลายอึดใจก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ดูท่าถึงจะเป็นอักษรที่สามารถรวบรวมพลังในอากาศมาสำแดงผลก็ยังสู้เครื่องรางต่อต้านพลังเวทไม่ได้ ลูกครึ่งดาร

  • S/W/Sบันทึกการรับใช้สไลม์ของพ่อมดผู้หนึ่ง   บทที่ 20 Fuxx It.

    บทที่ 20 Fuxx It.'ไดอารีพ่อมดในที่สุดแม่ของเราก็เป็นบ้าไปแล้วจริงๆ สินะ ใช้แผนลักพาตัวแบบนี้ไม่ว่ายังไงทางสภาเวทมนตร์ก็คงไม่อยู่เฉยแน่ อ่า เดี๋ยวก่อนนะ เตรียมห้องผนึกเวทเอาไว้แบบนี้คงไม่ใช่ว่าจะทำลายชื่อเสียงเราด้วยวิธีนั้นหรอกนะ...'ตื่นขึ้นมาอีกครั้งอีเลียสกลับรู้สึกเหมือนกำลังฝันร้ายเสียมากกว่า"อึก"ไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหนห้องแคบๆ เหมือนคุกใต้ดินโบราณนี่ก็คุ้นจนน่าอึดอัด มันคือห้องที่แม่ใช้ฝึกเขาให้เชื่อฟังตั้งแต่จำความได้ ทั้งห้องดูเหมือนภายในกล่องสี่เหลี่ยมที่มีแสงเข้าทางเดียวคือหน้าลูกกรง ภายในห้องไม่มีเครื่องเรือนใดๆ ที่ที่เอาไว้ขดตัวนอนได้ถูกปูด้วยผ้าเก่าๆ ผืนเดียว จากกลิ่นที่อับชื้นหากมองหาต้นตอก็จะเจอรอยน้ำซึมผ่านรอยแตกที่เพดาน เมื่อก่อนตอนถูกจับขังแม่จะเลื่อนประตูเหล็กมาปิดทับลูกกรงทำให้ห้องมืดสนิท อีเลียสต้องทนอยู่ในความมืดจนกว่าจะปรับสายตาได้ บางครั้งก็อดอาหารจนต้องฉีกผ้าที่ใช้ปูนอนมากิน แน่นอนว่าก็ต้องดับกระหายด้วยน้ำที่ซึมมาจากเพดานนั่นล่ะทั้งมืด ทั้งหนาว ทั้งหิว...อีเลียสในวัยเด็กจะต้องอยู่ในสภาพอ่อนแรงใกล้ช็อกเสียก่อนจึงจะถูกปล่อยตัวทว่าการถูกขังไม่ใช่การลงโทษที่เ

  • S/W/Sบันทึกการรับใช้สไลม์ของพ่อมดผู้หนึ่ง   บทที่ 19 A Week Later.

    บทที่ 19 A Week Later.'ไดอารีพ่อมดพึ่งหนึ่งอาทิตย์เอง...แห้ง แห้งมากๆ คิดถึงแด๊ดที่สุดเลย มองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าเขา (สะอื้น) แต่น่าเสียดายที่ฟื้นพลังได้ปุ๊บสภาผู้วิเศษก็โยนงานมาให้รัวๆ เลย ตารางตลอดอาทิตย์แน่นจนแทบไม่มีเวลาจะหายใจด้วยซ้ำ ถ้าเผามือถือไปให้ได้ก็คงดี แต่ปีศาจไม่ใช่ผีบรรพบุรุษนี่นะ...คิดถึงแฟนจนเพื่อนทักว่าหน้าโทรมแล้วเนี่ย!'แมรีรู้ เดนเวอร์รู้ และเอเทลเองก็รู้ว่า...ตอนนี้คำว่า 'สไลม์' ถือเป็นคำต้องห้ามต่อหน้าอีเลียส ทางพวกเขาเองลำบากใจอยากจะถามมากว่าแฟนใหม่ที่ดูจะไปกันได้สวยสุดท้ายก็ไปไม่รอดงั้นหรือ เป็นเพราะอยู่ดีๆ อีเลียสก็บอกว่าแฟนหนุ่มของตัวเองออกเดินทางไปทำธุระ อีกสองอาทิตย์ถึงจะกลับมา ทว่าผ่านไปสองสามวัน อีเลียสกลับอยู่ในสภาพเหมือนระดับฮอร์โมนไม่สมดุล เดี๋ยวก็อารมณ์ดีนั่งยิ้มดูคลิปอะไรบางอย่างในมือถือ บางทีพิมพ์งานไปอยู่ๆ ก็เบะปากสะอื้น อาการเช่นนี้ต่างจากตอนอกหัก เอเทลแวะมาดูอาการแล้วก็ตัดสินได้ว่าเป็นโรคคิดถึงแฟนจนสติสตังไม่อยู่กับตัวกระนั้น...ได้ข่าวว่าแฟนหนุ่มก็มีมือถือที่อีเลียสซื้อให้ไม่ใช่หรือ คำถามนี้ยิ่งสร้างความวิตกให้สามสหายนักชิมอาหารหมาเมื่อได้คำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status