LOGINบทที่ 3 Caught In 4k.
'ไดอารีพ่อมด
ไอ้แก่ ท่านปีศาจบอกว่าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาแบบลับๆ กับปีศาจก็ต้องเริ่มค้นที่หนังสือหมวดปีศาจวิทยา แต่ว่าพอลองไปที่ห้องสมุดผู้วิเศษแล้วไม่เจอหนังสือแบบนั้นเลย เราต้องดั้นด้นไปสอบถามจากศาสตราจารย์ด้านปีศาจวิทยา ต้องฟังอีกฝ่ายบ่นยืดยาวเป็นชั่วโมงๆ ถึงจะได้เบาะแสมาว่าตำราว่าด้วยเรื่องสัญญากับปีศาจอาจจะมีคำตอบให้ แต่ว่า...โดนลูบต้นขาด้วยโคตรหยะแหยง!'
"แย่ที่สุด ผมก็แต่ตัวเป็นทางการมาขอพบทำไมถึงเข้าใจว่าผมมายั่วได้ล่ะ ไม่ไหวแล้ว รู้สึกอยากจะอ้วก..."
อีเลียสยังอยู่ในเขตมหาวิทยาลัยผู้วิเศษแต่ออกจากตึกสาขาปีศาจวิทยามาแล้ว รอบตัวของพ่อมดผิวเข้มเต็มไปด้วยหนุ่มสาวชั้นนักเวทที่สวมเสื้อคลุมสีกรมท่า พอมองมาที่เจ้าตัวที่สวมเทรนช์โคตสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำ อีเลียสก็ดูโดดเด่นจนทำให้คนเหลียวมองเป็นพักๆ
ความจริงการแต่งตัวไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้อีเลียสตกเป็นเป้าสายตา แม้ร่างบางจะเลือกนั่งใกล้ๆ รูปปั้นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยที่ไม่ค่อยมีคนสนใจนัก แต่รูปลักษณ์ก็ยังฉายแสงชวนมอง ใบหน้ามีเสน่ห์ใสซื่อ ริมฝีปากทาลิปกลอสบางๆ ไว้จึงดูมันวาวเย้ายวน ขณะที่ทำหน้ามุ่ยไม่พอใจก็ยังน่ามอง นอกจากนั้น...เรือนผมยาวเคลียอกสีขาวก็ดูนุ่มเหมือนขนกระต่าย เวลาที่เจ้าตัวหงุดหงิดที่จอนผมถูกลมพัดจะเข้าตาแล้วจับผมทัดข้างหู เสี้ยวใบหน้าที่เห็นได้ชัดขึ้นก็ยิ่งควรค่าแก่การมอง
แค่หน้าตากับหุ่นก็กินขาด เหล่านักเวทที่เพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นานมีหลายคนทำท่าจะเข้ามาทักอีเลียส แต่ก่อนจะได้ก้าวเข้าไปในระยะสายตาของพ่อมดหนุ่ม เด็กอ่อนทั้งหลายจะโดนรุ่นพี่ที่อยู่มานานพุ่งเข้าใส่พร้อมจ้องตาเขม็ง
สำหรับคนที่ไม่รู้จักอีเลียสดี ชายหนุ่มเป็นแค่คนสวยที่น่าเข้ามาผูกมิตรเพื่อสานสัมพันธ์ต่อ แต่สำหรับเหล่านักเวทรุ่นพี่ที่อยู่มานานกว่า อีเลียสเป็นอาจารย์ ไม่สิ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของวงการผู้วิเศษเลยต่างหาก สิ่งดีๆ ที่อีเลียสทำให้นักเวททั้งหลายศึกษาได้ง่ายขึ้น ให้สาธยายในหนึ่งชั่วโมงก็ยังไม่หมด
แล้วก็...เรื่องที่ลือๆ กันว่าท่านพ่อมดหนุ่มเปลี่ยนแฟนบ่อยก็เป็นความจริง เห็นแก่ดวงวิญญาณของนักเวทวัยใส การสั่งให้เว้นระยะห่างชื่นชมจากระยะสิบเมตรถือเป็นความหวังดี
"ฮึ่ย หยะแหยง..."
ระหว่างที่อีเลียสไม่ได้สนใจกับสายตาชื่นชมรอบตัวสักเท่าไร ชายหนุ่มยังเอาผ้าเช็ดหน้าถูตักจนรู้สึกร้อนผิว เมื่อคิดว่าทำต่อไปก็มีแต่จะทำให้เนื้อผ้าสึกเอา อีเลียสถึงหยุดมือถอนหายใจออกมาแทน เขาชอบเรื่องลามกแต่ไม่ได้อยากโดนลวนลามสักหน่อย นอกจากโดนลูบต้นขายังโดนมองด้วยสายตาโลมเลียตลอดการสนทนา นึกแล้วเชียว ได้ยินมานานแล้วว่าศาสตราจารย์คนนั้นเป็นพวกหัวงู เขาไม่น่าถอดโคตก่อนเข้าไปคุยด้วยเลย
ตำราว่าด้วยเรื่องสัญญาปีศาจ...ลองค้นหาดูแล้วเหมือนจะมีอยู่ที่ห้องสมุดประจำเมืองนะแต่อยู่ในหมวดอนุรักษ์พิเศษ ห้ามยืมห้ามคัดลอก...มีแต่ต้องไปอ่านแล้วจำเนื้อหาเอาสินะ
ขณะที่อีเลียสกำลังจะลุกจากม้านั่งปีศาจสไลม์ที่ถูกใส่ไว้ในกระติกพกพาก็เปิดฝาออกมา
"รู้สึกเหมือนจะอ้วกเหมือนกัน...ปกติเจ้าแบกสัตว์เลี้ยงไปไหนมาไหนด้วยวิธีนี้เหรอ..."
เห็นเจ้าปีศาจใจร้ายตัวเหลวเหมือนไอติมตกพื้นแล้วสะใจดีแท้ ใบหน้าหวานมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาจางๆ ก่อนออกมาก็ทำเขาเสร็จคาโต๊ะคอม ข้อความที่ส่งไปให้แมรีก็ทำเธอรัวถามเป็นชุดด้วยความเป็นห่วงชุดใหญ่ ที่น่าอายที่สุดก็ตอนอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วแต่หน้ามันยังแดงซ่านไม่หาย ตอนออกไปคุยด้วยแมรีจึงเชื่อว่าเขาเป็นไข้จากความเครียด เห็นเลขาประจำตัวรีบร้อนไปแก้ตารางงานให้ทันทีแล้วอีเลียสอยากจะลงไปคุกเข่า ยิ่งแมรีเชื่อว่าเขาป่วยและเห็นใจ ตัวเขาที่จริงๆ โดนสไลม์ปั่มปั๊มจนตาลอยก็รู้สึกผิดน่ะสิ
ขากลับแวะซื้อเค้กหญ้าหวานไปให้คุณแมรีดีกว่า...
อีเลียสโกยตัวเหลวๆ ของปีศาจขึ้นมาแล้วก็อุ้มพาลุกไปด้วยกัน
"อะ...ไม่ใส่ข้าเข้ากระติกก่อนเหรอ?"
"ก็เพิ่งบอกว่ารู้สึกไม่ดีไม่ใช่เหรอครับ ถูกอุ้มไว้ก็ไม่น่าสบายกว่าเท่าไรแต่ถ้าจะเสกรถเข็นออกมาคุณก็คงไม่เอาเหมือนกัน ทนโดนอุ้มเอานะครับ"
"..."
ปีศาจในร่างสไลม์ยืดแขนเล็กๆ ออกมาเกาะแขนอีเลียสไว้หลังเงียบไปพักใหญ่
ไม่คิดว่าไอ้หนูนี่พอมีโอกาสเอาคืนแล้วจะปล่อยผ่านไป โง่เง่านัก...ปีศาจแกว่งขาสั้นๆ ที่ยืดออกมาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทุกทีที่มีโอกาสถูกอัญเชิญ ไม่ใช่ผู้ที่เรียกหาตนกระหายในอำนาจและชื่อเสียง บ้างก็เปี่ยมด้วยความแค้นลึกล้ำที่ต้องการพลัง น้อยครั้ง...เรียกว่าไม่มีเลยจะถูกกว่า ปีศาจไม่เคยถูกเรียกออกมาโดยคนที่แค่เหงา สบโอกาสก็ไม่มีความคิดจะเอาเปรียบ
ว่ากันว่าปีศาจแพ้ทางจิตใจที่บริสุทธิ์ อีเลียสไม่ได้ขาวสะอาดขนาดนั้นแต่ก็จัดว่าดึงดูดความสนใจเขาไม่น้อยทีเดียว หากว่าเจอกันเร็วกว่านี้สักร้อยสองร้อยปี แล้วก็เป็นการพบเจอแบบเรียบง่ายอย่างบังเอิญเจอกันที่ห้องสมุด...เท้าเล็กๆ แกว่งเร็วขึ้นแต่ไม่รู้ตัว ใช่แล้ว พบเจอด้วยความบังเอิญนี่ล่ะวิธีเริ่มเรื่องราวแบบที่เขาชื่นชอบ จินตนาการดูว่าจะเป็นอย่างไรถ้าสองร้อยปีก่อน อีเลียสที่อยู่ในชุดบรรณารักษ์ชายค่อยๆ จัดหนังสือด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม คนที่ทำงานที่ชอบจะมีเสน่ห์เฉพาะตัวระหว่างทำงานนั้น อีกฝ่ายจัดหนังสือตามตัวอักษร มุ่นคิ้วบ้างเป็นพักๆ ตอนที่เจอร่องรอยของคนที่เก็บหนังสือแบบส่งๆ แล้วในตอนที่กำลังดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกจากชั้น วินาทีนั้นก็เผลอสบตาเขาผ่านช่องว่างของหนังสือ...
พัฒนาความสัมพันธ์ด้วยการถกเรื่องหนังสืองั้นหรือ ใบหน้าใสซื่อเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ระหว่างบทสนทนาที่เขาเป็นคนชี้นำ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็ทำให้เอียงอายด้วยการรุกทั้งๆ ที่อยู่ในห้องสมุด อืม ใช้แล้ว เจ้าตัวที่มองค้อนทั้งน้ำตาและพยายามกลั้นเสียง มือจิกลงบนแผงอกและทึ้งผมสีทองสว่างของเขาตามแรงอารมณ์ ได้บดขยี้ดวงวิญญาณที่ใสซื่อจนกลายเป็นทาสกามแสนน่ารักของเขาไปตลอดกาล...
ปีศาจในร่างสไลม์ใกล้จะแต่งนิยายจบหนึ่งเรื่องในหัวและอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว ทว่าก่อนจะไปถึงบทสุดท้ายเจ้าตัวกลับหันไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกตู้โชว์เค้กเสียก่อน
"..."
เขาอยู่ในร่างสไลม์อ้วนกลมที่ยืดแขนขาจิ๋วออกมาเกาะแขนเจ้านาย แขนดูป้อมไม่มีความสง่าเลยแม้แต่น้อย และขาที่เหมือนแง่งขิงก็ขยับขึ้นลงไปมาเพราะท่อนล่างมันห้อยโตงเตง
ภาพท่านปีศาจรูปงามในจินตนาการกลายเป็นร่างสไลม์ที่เตี้ยกว่าชั้นหนังสือแบบฉับพลัน
"อ๊ะ อย่าดิ้นสิครับ เดี๋ยวก็ตกหรอก"
ตกเลยสิ ตกแล้วซึมกลับโลกปีศาจไปเลยยิ่งดี ทำไมเขาต้องมาติดอยู่ในร่างอ้วนกลมเหมือนลูกบอลนี่ด้วย!
ไม่เข้าใจ ไม่สบอารมณ์!
อีเลียสเห็นว่าท่านปีศาจทำท่าจะอาละวาดเร็วๆ นี้แล้วจึงรีบซื้อเค้กแล้วรีบออกมาข้างนอก กล่องเค้กที่เป็นของฝากให้เลขาก็เอาใส่ช่องมิติประจำตัวไว้ พ่อมดหนุ่มมองซ้ายมองขวาหาสถานที่ที่ตนจะปลอบอีกฝ่ายได้อย่างสบายใจ จากนั้นก็เหลือบไปเห็นร้านอาหารที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้ อยู่แค่อีกฟากของถนนนี่เอง อีเลียสรีบกอดปีศาจแน่นๆ แล้วพาเข้าไปในร้านนั้น
มันเป็นร้านขายพวกของทอดแกล้มเบียร์ จัดว่าเป็นสถานที่ที่คนชอบอะไรน่ารักๆ อย่างอีเลียสไม่ค่อยคุ้นเคยนัก อย่างไรก็ตามมันเป็นร้านที่จะมีลูกค้าแน่นในตอนเย็นย่ำ อีเลียสเข้ามาก่อนถึงช่วงนั้นเล็กน้อยจึงหาที่นั่งในมุมลับตาคนได้ ไหนๆ ก็เข้ามาแล้วเขาก็ท้องร้องเพราะกลิ่นไก่ทอดหอมๆ ด้วย ถือโอกาสกินมื้อเย็นไปเลยก็แล้วกัน สั่งอาหารกับน้ำอัดลมไปชุดหนึ่งอีเลียสก็ปล่อยให้ปีศาจสไลม์นั่งลงบน เก้าอี้เสริม สำหรับเด็กข้างๆ ตัวเอง
ขาเล็กๆ ยื่นออกมาด้วย ถึงจะรู้ว่าไม่ใช่บอลลีอีกแล้วแต่อยากถ่ายรูปเก็บไว้ชะมัดเลย อ่า ไม่สิ ตอนนี้ควรถามอีกฝ่ายก่อนว่าเป็นอะไรถึงหงุดหงิดแบบนี้...
ว่าแล้วอีเลียสก็ใช้น้ำเสียงพินอบพิเทาชวนปีศาจคุย
"เป็นอะไรไปครับ พวกเราก็ได้เบาะแสมาแล้วนี่"
"ข้าเกลียดรูปร่างตัวเอง"
อีเลียสเกือบหลุดร้อง 'อ่อว' แบบลากเสียงยาวไปสามตึกแถว พอได้ยินเสียงก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายสีหน้าเป็นอย่างไร เขาไม่ต้องเห็นตาเห็นปากก็รู้ว่าปีศาจแก่ๆ ตนนี้กำลังเบ้ปาก ดูแขนสิ รู้ว่ามันป้อมๆ ดูน่าตลกแต่ก็อยากแสดงภาษากายออกมาจึงกอดอกไว้ เหมือนเด็กอ้วนที่แม่ไม่ยอมให้กินขนม อีเลียสยื่นมือข้างหนึ่งไปจิ้มส่วนที่ถ้าเป็นใบหน้าก็คือตำแหน่งแก้มเบาๆ
"เดี๋ยวผมจะหาทางทำให้กลับไปหล่อเองนะครับ สัญญาแล้วนี่ว่าจะรับผิดชอบให้ถึงที่สุด"
โดนปีศาจด่าบ่อยๆ ก็มีข้อดีเหมือนกันคือมันทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกหลงตัวเอง อีเลียสตั้งใจชมว่าหล่อออกไปแล้วก็รอดูผล ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่คิด ขาสั้นๆ แกว่งขึ้นลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าพอใจอยู่หน่อยหนึ่ง
"...ไม่เห็นหน้าแล้วรู้ได้ยังไงว่าข้าหล่อ ปีศาจชั้นสูงที่ใช้รูปลักษณ์ผิดไปจากมาตรฐานความงามทั่วไปก็มีมากมาย หรือจริงๆ เจ้ารู้นามแท้ข้า"
แสดงว่าเป็น 72 ปีศาจที่ใช้รูปร่างเป็นมนุษย์สินะ
"สังคมนี้มีเผ่าพันธุ์หลากหลายมาอยู่ร่วมกันนะครับ ผมถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าจะตัดสินว่าใครดูดีหรือไม่ด้วยตาไม่ได้ พอโตขึ้นมาหน่อยผมก็รู้ว่าที่พ่อแม่สอนมามันไม่ผิดเลย ต่อให้เป็นคนที่เรารู้สึกว่าหน้าตาน่ากลัวหรือมีตัวเป็นเมือกส่งกลิ่นเหม็น แต่ถ้าให้โอกาสคนคนนั้นแสดงอุปนิสัยออกมา บางทีเราก็จะได้พบกับคนที่มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อน่ะครับ"
อีเลียสหลุบตาลงมองโต๊ะสีดำที่ถูกขัดจนเงาพอจะใช้เป็นกระจกได้ ใครต่อใครต่างชมว่าเขามีใบหน้าที่สวย แต่ว่านิสัยของเขา...ถ้ามันดีจริงๆ ก็คงไม่ถูกทิ้งจนมีจำนวนแฟนเก่าเป็นเลขสามหลักหรอก
"ถึงคุณปีศาจจะขี้โวยวายไปบ้างแต่ก็เพราะโดนผมทำให้เดือดร้อนนี่ ตอนที่คุณสงบลงแล้วน้ำเสียงมีความสุขุมมาก ผมว่าหากพวกเราเจอกันในฐานะคู่สัญญาปกติคุณจะต้องเป็นมืออาชีพที่น่านับถือแน่ๆ"
"หึ"
ถ้าตอนนี้ปีศาจอยู่ในร่างเดิมก็คงกำลังเชิดหน้าขึ้นไหล่ลอยไปแล้ว ที่อีเลียสพูดมาก็ไม่ได้ผิดอะไร ปีศาจในร่างสไลม์จัดเป็นประเภทเอาการเอางาน ถึงจะโดนพวกเดียวกันนินทาบ่อยๆ ว่าชอบเพ้อแล้วโวยวายไปเรื่อย...แต่ที่บอกว่าจริงจังกับงานมันถูกต้องแล้ว
"เห็นแก่ที่เจ้าพูดจาเข้าหูข้าจะยอมพูดดีๆ ด้วยสักพักก็แล้วกัน เมื่อกี้สั่งอาหารไปใช่ไหม"
อีเลียสยิ้มอย่างดีใจ ดูเหมือนจะผูกมิตรกับตาแก่ขี้โมโหสำเร็จแล้วสินะ ต่อไปก็...อีเลียสนำเมนูที่ถูกเสียบเอาไว้มาเปิดตรงหน้าอีกฝ่าย จากนั้นก็ใช้การอธิบายเมนูต่างๆ เป็นการชวนคุยไปเรื่อย ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้เพิ่มค่าความสนิทระหว่างทั้งคู่ กระนั้นเวลามันก็ผ่านไปเร็วเหลือเกิน
อยู่ดีๆ ปีศาจก็บอกว่าอยากกินเหมือนที่อีเลียสกิน
"ไม่ได้ครับ ร่างสไลม์พิเศษที่คุณใช้อยู่ตอนนี้กินได้แค่พลังเวทจากผมเท่านั้นครับ"
"ทำไม"
เสียงแบบนี้ ทำหน้าหงึอยู่แน่ๆ
"ก็เพราะถ้ากินเนื้อสัตว์เข้าไปร่างกายของสไลม์จะดูดซับแล้วสังเคราะห์เนื้อเยื่อขึ้นมา ยิ่งกินมากเท่าไรยิ่งสังเคราะห์ได้มาก เดี๋ยวรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นก้อนเนื้อกันพอดี"
นิ่งไปพักหนึ่งปีศาจก็ตบโต๊ะปุๆ ด้วยความฉุนเฉียว
"นั่นมันกรณีสไลม์ธรรมดาต่างหาก ข้ามีสติควบคุมร่างกายตัวเองได้ แค่ห้ามไม่ให้เกิดการสังเคราะห์ก็พอแล้วนี่ ข้าอยากกินไก่ทอดนั่น"
"กินไปก็รับรสไม่ได้สักหน่อย"
"..."
ปีศาจเงียบไป ที่อีเลียสว่ามาก็จริง ร่างนี้ใช้จิตมองเห็นและควบคุมได้ จะรับความรู้สึกตามผิวสัมผัสก็พอได้ ทว่าเรื่องการรับกลิ่นรับรสมันคนละเรื่องกัน เขาไม่สามารถทำได้ ให้กินไก่ได้ก็เหมือนโยนไก่ใส่ถังกรด ละลายจนกระดูกหายเขาก็ไม่รู้สึกถึงรสชาติใดๆ ทั้งนั้น อย่างไรก็ตามปีศาจดื้อรั้นขอลองดูก่อน เมื่อละลายปีกไก่ทอดไปหนึ่งชิ้นแล้วก็นั่งเงียบยาวๆ
น่าสงสาร เพราะปีศาจมีอายุขัยยาวนานจึงเป็นเผ่าพันธุ์ที่ให้ความสำคัญกับความสุนทรีย์ในชีวิตอย่างมาก การไม่สามารถรับรสได้ทำให้ปีศาจรู้ตัวว่านอกจากกินอาหารไม่ได้ ตนเองยังไม่สามารถดมกลิ่นได้ด้วย การมองเห็นก็มีแต่วิวที่ถูกเคลือบด้วยม่านสีฟ้าที่ทำให้สีเพี้ยน...อารมณ์ขุ่นมัวกลับมาในรูปแบบที่รุนแรงกว่าเดิม
ปีศาจตัวสั่นๆ คล้ายกำลังจะอาละวาดใส่อีเลียส ทว่าจะความโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่ทราบ ก่อนที่จะลงมือก็มีคนช่วยทำแทน
"เห็นแค่ข้างหลังก็คิดแล้วว่าต้องเป็นนายแน่ๆ"
คนที่เข้ามาทักด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเป็นมิตรก็คือแฟนเก่าคนล่าสุดของอีเลียสนั่นเอง อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มเผ่ามนุษย์หมาป่า ตอนนี้ยังอยู่ในร่างคนแต่ก็มีหูและหางแบบหมาป่าปรากฏให้เห็น เจ้าตัวจัดว่าเป็นหนุ่มหล่อแบบร้ายๆ ผมสีดำเสยขึ้นไถข้าง เจาะหูข้างหนึ่งเกือบห้ารูและมีรอยสักหลายแห่งบนตัว นัยน์ตาสีฟ้าชวนฝัน...สำหรับอีเลียสก็ฝันร้ายดีๆ นี่เอง ลืมคิดไปว่าแฟนเก่าคนล่าสุดเป็นคนแถวนี้ แล้วก็เป็นพวกที่ชอบดื่มเบียร์เชียร์กีฬาในร้านแบบนี้ประจำ
"ไง เกอเธอร์"
"แปลกนะ ปกติลูกคุณหนูแบบนายไม่เข้าร้านแบบนี้ไม่ใช่เหรอ"
อีเลียสที่โดนยิ้มเยาะเหมือนรู้ทันไม่สามารถเก็บสีหน้าตนเองได้ เขาอึดอัด ยิ่งนึกถึงว่าเมื่อคืนเกอเธอร์ส่งข้อความอะไรให้ตัวเอง อีเลียสยิ่งคลื่นไส้ ไม่อยากจะเชื่อว่าก่อนหน้านี้ตนคิดว่าพ่อหมาป่าคนนี้ช่างอ่อนโยนและน่ารัก มาคิดดูดีๆ ตั้งแต่แรกที่อีกฝ่ายเข้ามาจีบก็คลอเคลียกันในผับนี่นะ คงคิดว่าลาภลอยที่ได้เจอพ่อมดนิสัยลามกอย่างเขา พอคบแล้วไม่เป็นอย่างที่คิดก็เลย...
ใบหน้าของอีเลียสไม่ได้มีความสุขปรากฏอยู่เลย และมันยิ่งแย่ไปอีกตอนเกอเธอร์โน้มหน้าลงมาจับผมเขาไปดม
"อืม กลิ่นเบอร์รีป่า...พูดไปก็คงแปลกๆ นะแต่ฉันเริ่มคิดถึงกลิ่นนี้ของนายแล้วสิ"
กึก
ให้ตายเถอะ ดันกางแขนกันไม่ให้ลุกหนีได้อีก นัยน์ตาสีเขียวสว่างมีประกายวาบผ่าน และมันไม่ใช่ประกายที่ดีแน่นอน
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเจอคุณสักหน่อย ก็แค่มาหาที่นั่งกินอะไรใหม่ๆ บ้างเท่านั้นเอง"
ความเย็นชาของอีเลียสไม่ได้ทำให้เกอเธอร์ละความพยายามเลย หนุ่มหมาป่าแสยะยิ้มก่อนจะมองไปทางสไลม์ที่อยู่ในที่นั่งเสริมของเด็ก สภาพมันช่างน่าหัวเราะจนอดไม่ได้จึงหัวเราะออกมาเสียงดัง
"โอ้พระเจ้า นี่นายเข้ามาในร้านนี้แล้วก็ทำท่าทางแบบคุณหนูจนได้เก้าอี้เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงมางั้นเหรอ ให้ตายเถอะ นี่คงจะไม่ได้ทำหน้าแบบ...ถ้าไม่ทำตามที่ขอดีๆ จะขอพบผู้จัดการเหมือนที่เคยทำตอนนั้นหรอกนะ?"
จากที่คิดจะชวนเขาไปทำเรื่องอย่างว่าตอนนี้กลายเป็นล้อเลียนกันแล้วสิ มีปัญหาอะไรกับการที่เขามันลูกผู้ดีนักหรือ อีเลียสยกมือขึ้นดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เพียงชั่วพริบตาเกอเธอร์ก็กลายเป็นลูกไซบีเรียนฮัสกีอายุสามสัปดาห์ ตัวเล็กตายังไม่ลืมและไม่มีแม้แต่ปัญญาจะส่งเสียงเห่าประท้วง
"คะ คุณลูกค้า เอ่อ คุณพ่อมด..."
เจ้าของร้านวิ่งหน้าตื่นมาแต่ไกล ตอนแรกจะมาต่อว่าอีเลียสที่ใช้คาถาสาปคนในร้าน ทว่าพอเห็นหน้าอีเลียสปุ๊บก็รีบเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อม อย่างที่เคยบอกไว้ อีเลียสเป็นคนมีชื่อเสียง ลบเรื่องอาชีพออกไปก็ยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลเบรอา ตระกูลดาร์กเอลฟ์ที่โด่งดังและมีอิทธิพลระดับประเทศ เพียงแค่ชายหนุ่มอุ้มสัตว์เลี้ยงและฉีกเช็คเปล่าให้เจ้าของร้าน การเดินออกมาเฉยๆ ก็ราบรื่นไม่มีเสียงใครตะโกนไล่หลังให้รำคาญใจเลยสักคำ
อีเลียสไม่ชอบใช้ฐานะของตัวเองแก้ปัญหาถ้ามันไม่จำเป็น แต่ถ้าเขาอารมณ์เสียจนรู้ว่าทนเกินสามนาทีไม่ได้จะรีบตัดบท เพราะว่าในร่างมีพลังเวทอยู่เป็นจำนวนมาก ลองให้เขาโมโหขาดสติจริงๆ ไม่ใช่แค่ลมหวนแบบที่เกิดในห้องนอน เขาทำให้เกิดพายุเลยยังได้
สมุดเช็คที่มีตราประจำตระกูลประทับไว้และถูกเซ็นเอาไว้พร้อมใช้งานเสมอ ทุกธนาคารที่ได้รับเช็คนี้จะเก็บประวัติผู้ขึ้นเงินไว้ด้วย ดังนั้นอีเลียสจึงไม่ต้องกังวลว่าจะโดนสูบเงินไม่รู้ตัว
อารมณ์ตอนนี้ไม่เสถียร อีเลียสรีบตรงกลับบ้าน แน่นอนว่าเขาได้ยินเสียงหัวเราะสะใจของปีศาจชัดในหัวตัวเอง เพราะเป็นเสียงที่ส่งมาทางกระแสจิตฉะนั้นปิดหูไปก็เปล่าประโยชน์
พยายามจะเข้าใจว่าปีศาจมีสิทธิ์ทุกประการที่จะซ้ำเติมเขา
แต่ว่า...เห็นแก่ที่เขาก็พยายามช่วยอย่างจริงใจ ช่วยอ่อนโยนกับเขาที่กำลังจะร้องไห้ไม่ได้หรือ
กลับมาถึงห้องตัวเองแล้วอีเลียสก็พบว่าแมรีทิ้งโน้ตเอาไว้ให้ ดูเหมือนเธอจะกลับไปดูแลสุนัขของตัวเองแล้วจะแวะมาใหม่พรุ่งนี้ ก็ดีแล้วล่ะที่เธอไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นคงต้องมานั่งปลอบเขาให้วุ่นวายแน่ อีเลียสจับปีศาจสไลม์เหวี่ยงทันทีที่เดินเข้ามาในห้องนอน และก่อนที่จะโดนพุ่งเข้าใส่อย่างเกรี้ยวกราด พ่อมดหนุ่มเพียงดีดนิ้วปีศาจก็ลอยค้างเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ ก็แค่เวทหยุดเวลาเฉพาะเจาะจงทั่วไป ตอนนี้อีกฝ่ายยังมีสติทุกประการแต่เคลื่อนไหวไม่ได้
"ไอ้..."
"หุบปากไปเลย ผมพยายามชดใช้ให้คุณก็จริงแต่อย่าทำให้ผมรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้จะได้ไหมครับ"
อีเลียสถอดโคตไปแขวนก่อนจะสะบัดมือทำให้ชุดที่อยู่บนตัวเปลี่ยนเป็นชุดที่สวมใส่สบายขึ้น เสื้อคอกลมแขนยาวแบบครอปและกางเกงกีฬาเข้ารูปขาสั้นสีม่วงอ่อน อีเลียสเหลือบมองตัวเองในกระจก ชุดนี่เขาซื้อมาเพราะมันน่ารัก ลายสกรีนรูปหน้าแมวยิ้มมันน่ารักจนเขาแทบจะกรี๊ดออกมาตอนเห็นครั้งแรก เพราะว่าไม่เคยต้องคิดเมื่อเจอสิ่งที่ชอบ ถูกใจปุ๊บก็รูดบัตรแล้วห่อกลับบ้านทันที ทุกครั้งที่สวมมันทำให้เขามีความสุขกับตัวเอง แน่ล่ะ อีเลียสรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองชอบทำให้ตัวเองเป็นอย่างไร เขาน่ารักและเขาภูมิใจที่เป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้...
ฟุ่บ
อีเลียสรู้สึกไม่อยากจะเห็นตัวเองที่มีความสุข เผลอยิ้มกับเงาในกระจกไปแวบหนึ่งก็เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกับกางเกงขายาวพื้นๆ
"..."
เหมือนกำลังไว้ทุกข์ไม่มีผิด อีเลียสทิ้งตัวนั่งกับเตียง ปลดปล่อยปีศาจจากการถูกแช่กลางอากาศแล้วส่งเสียงสะอื้นเบาๆ
"ถ้าอยากจะทำให้ผมขาดอากาศตายเลยก็ได้นะครับ"
"...งี่เง่า ปีศาจที่ถูกเรียกมาฆ่าผู้อัญเชิญของตัวเองได้ที่ไหน ไม่คิดหรือว่าถ้าทำได้ข้าทำไปนานแล้วน่ะ"
อีเลียสเอนตัวลงไปนอนแล้วก็พลิกตัวมองไปที่หน้าต่าง ขยับนิ้วชี้เล็กน้อยม่านก็เปิดทำให้เห็นวิวท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี ก็สวยดีแต่ไม่ได้ช่วยให้ร่าเริงขึ้นเท่าไร ป่านนี้คำสาปที่ร่ายใส่เกอเธอร์คงคลายไปแล้ว
ตรุ๊ง!
อย่างกับมีญาณหยั่งรู้...อีเลียสหยิบมือถือขึ้นมา เขาโดนปีศาจสไลม์เตะจนตัวสั่นแต่เพราะไม่เจ็บก็เลยทำเป็นไม่สนใจนัก หน้าจอแสดงแจ้งเตือนข้อความจากเกอเธอร์ ไม่ต้องเปิดก็รู้ว่าด่าเขาเสียๆ หายๆ เพราะไปสาปไว้แบบนั้น ไม่รู้ว่าคาถาป้องกันการถูกแอบถ่ายของเขาทำงานดีหรือไม่ แต่เท่าที่ดูไม่มีสายด่วนมาจากพ่อแม่ คงไม่มีคลิปเขาตอนสาปเกอเธอร์ว่อนในอินเทอร์เน็ต...
ไม่อ่านดีกว่า ครั้งที่แล้วอ่านปุ๊บทำตัวเองซวยปั๊บ
อีเลียสหงายมือถือกับเตียงและสะบัดนิ้วบังคับให้มันบล็อกเกอเธอร์ทุกช่องทางแทนตัวเอง ข้อดีของการมีเวทมนตร์ ยังตัดใจไม่ได้ก็ใช้คาถาช่วย หลายๆ ครั้งเลิกกันเขาบล็อกแฟนเก่าเองไม่ได้หรอก พึ่งเพื่อนกับคาถาล้วนๆ
"ชิ...อ่อนแอสิ้นดี"
สงสัยจะเตะจนเบื่อแล้วสินะ อีเลียสพลิกตัวไปหาปีศาจแล้วก็คว้าตัวเย็นๆ นั้นมากอด อีกฝ่ายไม่ชอบเขา เขาเองก็เริ่มไม่ชอบอีกฝ่ายแล้ว แต่ร่างกายนี้ยังเป็นของเจ้าบอลลี สัตว์เลี้ยงที่ทำให้อีเลียสผ่านช่วงเวลายากๆ ได้อย่างเข้มแข็ง
"ปะ ปล่อยนะ คิดจะทำอะไรข้า!"
เริ่มกลัวเขาจะใช้สิทธิ์ของผู้อัญเชิญข่มแล้วงั้นหรือ อีเลียสไม่ตอบแต่เริ่มลูบผิวเย็นๆ อย่างทะนุถนอม สักพักเจ้าปีศาจใจร้ายถึงเข้าใจสักทีว่าไม่ได้จะโดนฆ่า ก็แค่ถูกกอดไว้ในอ้อมแขนเล็กๆ ไม่มีเจตนามุ่งร้าย
ลืมไปว่าจิตใจของอีเลียสไม่ได้เป็นสีดำสนิท ปีศาจขี้บ่นนอนนิ่งปล่อยตัวเหลวไปครู่หนึ่งก่อนจะยืดมือไปแตะๆ ใบหน้าอีกฝ่าย ด้วยร่างกายที่ไม่มีข้อต่อนี้ทำให้เพ่งมองมุมไหนก็ได้โดยไม่ต้องหันให้เมื่อย ปีศาจได้สังเกตชัดๆ เป็นครั้งแรกว่านัยน์ที่ที่ชุ่มโชกน้ำตาคู่นั้นเป็นสีเขียว
พอชินกับการมองผ่านม่านสีฟ้ามันก็พอแยกสีออกน่ะนะ น่าเสียดายที่แยกได้แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามันสวยหรือไม่สวย...
"ไอ้หนังสืออะไรนั่นน่าจะมีเนื้อหาเยอะไม่ใช่เล่น ข้าคงต้องติดอยู่ในร่างนี้อีกนานฉะนั้นหาทางทำให้ข้ารับรสกับมองเห็นเหมือนเจ้าหน่อยสิ"
"วิธีแบบนั้น..."
ก่อนที่อีเลียสจะพึมพำว่ามันยาก ปีศาจก็เป็นฝ่ายขัดเสียก่อน น้ำเสียงที่ใช้ค่อนข้างห้วนแต่ก็พอจับความรู้สึกได้ว่าประนีประนอมมากแล้ว
"อย่างน้อยๆ ได้ดื่มด่ำกับความสุนทรีย์บนโลกบ้างข้าก็จะอารมณ์ดีขึ้น...หรือจริงๆ เจ้าชอบที่ข้าใจร้าย?"
ผู้ติดในร่างไร้กระดูกลูบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา เขาไม่ได้คิดจะปลอบโยนเจ้าเด็กที่ทำให้เขาเดือดร้อนหรอกนะ ที่น้ำตาติดมือมาเพราะมือปัดไปโดนแบบไม่ตั้งใจ
"ว่าไง ชอบที่ข้าใจร้ายเหรอ...หืม"
วิธีการพูดเหมือนพวกแด๊ดดี้ในหนังเรทอาร์ก็มา ตาแก่นี่ต้องใช้เวลาว่างในโลกปีศาจไปกับการเสพสื่อจำพวกหนังย้อนยุคแน่ๆ ...
ความคิดนี้ทำให้อีเลียสหลุดขำออกมาแล้วก็ถูกปีศาจดึงแก้ม
"ข้าพูดดีๆ แล้วนะเจ้าหมูโง่!"
"อ๋อโอ้ดอั๊บ!"
อีเลียสค่อยๆ เปลี่ยนมานั่งโดยจับปีศาจเอาไว้บนตัก ค่อยยังชั่วที่เปลี่ยนท่าแล้วอีกฝ่ายปล่อยมือจากแก้ม โดนหยิกแบบนั้นเขาคงท่องคาถาไม่รู้เรื่องแน่นอน
ปีศาจบอกว่าถ้าทำให้ตนสามารถลิ้มรสความสุนทรีย์ของชีวิตได้เหมือนคนปกติ หลังจากนี้จะอารมณ์ดีขึ้นสินะ...ระหว่างหาทางช่วยอีกฝ่ายตามเงื่อนไขที่ถูกเรียกร้องมามันไม่ง่ายเลย และเบาะแสที่อยู่ที่ห้องสมุดประจำเมือง...นอกจากจะมีจำนวนหน้าเยอะ มันอาจจะถูกเขียนด้วยภาษาโบราณที่ต้องตีความอย่างระมัดระวัง เอาเป็นว่าเขากับปีศาจตาแก่ต้องอยู่ด้วยกันไปอีกพักใหญ่ ขืนโดนด่าทุกวันเขาได้เสกพายุหิมะใส่เมืองนี้แน่
ก็...เป็นเงื่อนไขที่พอจะทำให้กันได้ เขาตัดใจเรื่องเก็บร่างบอลลีเอาไว้ชุบชีวิตมันทีหลังแล้วล่ะ
"เจ้าของสามารถเพิ่มระดับให้มอนเตอร์สัตว์เลี้ยงของตัวเองได้ แล้วผมก็มีใบอนุญาตครอบครองมอนเตอร์ระดับสูงด้วยเพราะงั้นจะเปลี่ยนคุณเป็นคิงสไลม์นะครับ"
คิงสไลม์...ร่างพัฒนาสุดยอดของสายพันธุ์สไลม์ เมื่อได้รับพลังเวทเข้าไปและปลดปล่อยขีดจำกัดโดยเจ้านาย สีตัวจะเข้มขึ้น มีความแข็งแรงว่องไวมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด...คิงสไลม์นับเป็นมอนเตอร์ที่ฝึกไว้ใช้ต่อสู้ได้ ความฉลาดอาจจะเหนือกว่ามอนเตอร์ชั้นเดียวกันหลายๆ ชนิดด้วย
วูบ...
พลังเวทสีม่วงอ่อนไหลซึมเข้าไปในก้อนสไลม์ ไม่นานนักความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น ภายนอกรูปร่างยังกลมอยู่แต่สีเปลี่ยนไปตามที่คาดไว้ ส่วนภายใน...ปีศาจรู้สึกเหมือนเผลอหลับตาไปชั่วครู่แล้วเพิ่งจะลืมตาขึ้นมาได้ ตอนนี้ม่านสีฟ้าน่าหงุดหงิดหายไปแล้ว ถึงจะลำบากขึ้นตรงต้องหันไปมาถึงจะใช้ตาขาวๆ รับทิวทัศน์แต่มันก็คุ้ม ปีศาจดีใจจนยืดตัวขึ้นลง เอาล่ะ ทีนี้ก็...หืม
ปีศาจชะงักเมื่อประสาทการรับกลิ่นทำงาน กลิ่นเบอร์รีป่า...กลิ่นที่หอมหวานเชิญชวนให้ลิ้มลอง ปีศาจในร่างสไลม์หันไปมองหน้าอีเลียสแบบช้าๆ ที่คนบางคนบอกว่าฟิลเตอร์มีผลต่อภาพไม่ใช่การพูดเกินจริงเลย ก่อนหน้านี้มองโลกเป็นสีฟ้าไปหมด ไม่ว่าอีเลียสจะหน้าตาดีอย่างไรก็ดูแปลกตาสำหรับเขา ทว่าตอนนี้...ผิวสีมิลค์ช็อกโกแลต ริมฝีปากวาวๆ เส้นผมสีขาวที่ขับให้ผิวที่เข้มดูน่าดึงดูดแบบทวีคูณ ได้เห็นสีสันที่แท้จริงแบบชัดๆ นัยน์ตาสีเขียวสว่างคู่นั้นดูเหมือนผลึกคริสทัลไม่มีผิด
นี่เขาชำเราเจ้าเด็กนี่จนบิดเร่ามาแล้วสองรอบ แล้วก็ทำให้ร้องไห้จนขอบตาแดงอย่างนั้นหรือ!
"ฮัลโหล...ตอนนี้เห็นผมชัดไหมครับแด๊ดดี้"
"..."
หยุดเรียกว่าแด๊ดดี้ไม่งั้นเขาจะไม่อยากกลับโลกปีศาจแล้วนะ
หน้าอ้อนๆ เนื้อหอมนิสัยลามกแบบนี้...สเปกแด๊ดเลย
Special 2-Smart Cookie-ติ๊ก...ติ๊ก...เข็มของนาฬิกาชี้บอกเวลาตีสามครึ่ง ภายในห้องนอนเรียบๆ ของเชฟหนุ่มมีเสื้อผ้ากระจายอยู่ที่พื้น ทว่าอย่าเข้าใจผิดไป ผ่านมาหนึ่งปีแล้วที่เดนเวอร์อาศัยอยู่ร่วมกับปีศาจตัวจิ๋ว พวกเขากลายเป็นคู่รักขยันโต้รุ่งเหมือนห้องข้างๆ งั้นหรือ ไม่เลยสักนิด...ต่อให้เห็นกันตำตาว่าในบรรดาเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ทันทีที่เลิกงานมีกางเกงในกับยกทรงปะปนอยู่ เดนเวอร์ก็กล้าสาบานให้ฟ้าผ่าตายว่าตนเองไม่ได้ลงมือกับวีต้าเลย ด้วยสัญญาทำให้รับรู้คลื่นความรู้สึกของกันและกันได้ วีต้ารู้ว่าเขาถูกใจตนเองไม่น้อยจึงสารภาพรักแล้วก็ถือวิสาสะย้ายมาอยู่ด้วยแบบเป็นทางการ อ่า เขาก็ตกลงคบด้วยแล้วล่ะนะ ถึงจะใช้เวลาอยู่สองสามเดือนกว่าจะมั่นใจและตกลงแต่เขามั่นใจว่าตกลงเรื่องสถานะกันเป็นที่เรียบร้อย ไม่เชื่อก็มีภาพคู่ตอนไปเดตครั้งแรกที่สวนสนุกตั้งไว้ด้วยน่าเศร้าที่ในความสัมพันธ์ที่ดูราบรื่นนี้ ทุกวันระหว่างพวกเขามันชักจะเหมือนเพื่อนที่แชร์ห้องกันมากขึ้นเรื่อยๆ ไอ้เดตกันก็มีบ้างนะแต่ว่า...ไอ้ เรื่องนั้น ที่คู่รักเขาทำกันยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย เลียบเคียงถามจากอากาเรสที่รู้จักวีต้าดีที่สุดก็ได้ความว่าป
Special 1-Mr. & Mr. Corzon-ปีศาจนั้นไม่มีนามสกุล นับตั้งแต่วันที่พญามารผู้ตกสวรรค์ปั้นพวกตนขึ้นมาจากพลังความเสื่อมทรามทั้งหลาย ปีศาจทุกตนก็มีเพียงชื่อเดียวคือชื่อที่พญามารประทานให้ และมีเพียงปีศาจทั้ง 72 เท่านั้นที่ได้รับพรสวรรค์และพลังในการมอบชื่อให้แก่ปีศาจตนอื่นที่เกิดมาภายหลัง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปพญามารละทิ้งหน้าที่ของตนไปตามวิธีอิสระ เหล่าปีศาจที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็เพิ่มขึ้น พวกที่เกิดขึ้นมาเองและไร้ชื่อมักจะไปติดตามพวกปีศาจโบราณทั้ง 72 เพื่อให้ได้ชื่อที่ยืนยันถึงการมีตัวตนของตัวเองมา แน่นอนว่าจำนวนปีศาจที่เกิดตามธรรมชาติก็ไม่ใช่น้อยๆ ก่อนจะเข้าสู่ยุคที่วิวัฒนาการจนตั้งชื่อกันเองได้ ปีศาจระดับสูงทั้งหลายต่างเหนื่อยหน่ายกับการตั้งชื่อจนสร้างเงื่อนไขยุ่งยากขึ้นมาซึ่งในยุคนี้ตั้งเกณฑ์อะไรไว้บ้างคงไม่มีใครตอบได้หรอก อากาเรสที่จัดว่าความจำดีก็ยังตอบไม่ถูก แต่ก่อนมีแต่ชื่อเรียกที่ถูกสงวนไว้ ชื่อของปีศาจมีพลังแฝงแม้จะเป็นเพียงชื่อ ถ้าเผ่าอื่นที่อ่อนแอเรียกชื่อปีศาจที่แข็งแกร่งก็อาจจะตายทันที ถูกคู่สัญญาที่อัญเชิญเรียกปีศาจจะเป็นฝ่ายถูกข่มจนทำอะไรไม่ได้ ถ้าปีศาจด้วยกันเรียก...อีก
-Epilogue-That’ s what we like.จบงานฉลองแสนอบอุ่นไปแล้ว อีเลียสนึกว่าตนเองจะได้เตรียมตัวแถลงข่าวว่าจะแต่งงานสายฟ้าแลบ แต่ว่าเรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้น โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าภาคีตระกูลพันธมิตรอยู่ ใช่แล้ว ภาคีของเหล่าตระกูลที่ช่วยกันลงนามสร้างสันติสุขให้ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันได้ เดิมทีตระกูลเบรอาก็เป็นสมาชิกของภาคีนี้ ทว่ารุ่นหลังๆ ผู้นำล้วนมากด้วยอัตตาไม่รู้จักปรับตัวจึงถูกถอนตำแหน่งและถูกลดขั้นมาเป็นตระกูลผู้มีเกียรติทั่วไป อย่างไรก็ตามเพราะเคยนั่งเก้าอี้ภาคีมาก่อน การที่ตระกูลเบรอาจะล่มสลายทั้งที่ยังเหลือทายาทโดยชอบธรรมตั้งหนึ่งคนนับเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้มีหมายร่อนมาถึงหน้าบ้านอีเลียสก่อนที่จะเรื่องไฟไหม้คฤหาสน์จะออกข่าวเสียอีก ในจดหมายเป็นเอกสารแจ้งว่าจากนี้อีเลียสเป็นเจ้าตระกูลเบรอาแล้ว คำว่าเจ้าตระกูลในที่นี้ไม่ได้ทำให้อีเลียสหายใจไม่ออกอีกต่อไป พ่อมดหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีใครที่ตระกูลจะมาบีบบังคับตัวเองได้อีกแล้ว แม้ว่าจะมีพวกคนรับใช้ภายนอกที่รอดเพราะไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์ในวันนั้น ทว่าคนเหล่านั้นภักดีจากการโดนล้างสมองทำให้อยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้รับใช้ สายเลือดเบรอา ขอเพียงประก
บทที่ 21 My Prince.'ไดอารีพ่อมดเราเสียเลือดไปเยอะมาจนเกือบจะไม่รอดแล้ว จำได้แค่ได้ยินเสียงลูกสมุนของอากาเรสตะโกนเรียกชื่อแต่เราไม่มีแรงจะลืมตาหรือส่งเสียงตอบเลย คิดแล้วว่าตัวเองอาจจะถูกยมทูตเอาตัวไป ต้องขอบคุณเจ้าชายขี่ม้าขาวจริงๆ เอ๊ะ หรือต้องบอกว่าจอมมารขี่ม้าขาวกันนะ ;) 'ไม่มีแรง...ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงอีเลียสก็แทบจะประคองสติเอาไว้ไม่อยู่แล้ว พ่อมดหนุ่มพยายามฝืนลืมตาเอาไว้เพราะกลัวว่าถ้าหลับไปตอนนี้ บางทีตัวเองอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก เขาอาเจียนเป็นเลือดออกมาสามครั้งแล้ว ทุกรอบเลือดมีแต่จะออกมากขึ้น เกอเธอร์ไม่รู้มาก่อนว่าอีเลียสจะอาเจียนเป็นเลือดมากขนาดนี้ พอเห็นว่าปริมาณเริ่มเยอะจนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตเจ้าคนน่ารังเกียจก็รีบออกไปตามหมอ ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือเกอเธอร์ไม่ปิดประตูห้องขังด้วยซ้ำ ถ้าตอนนี้เขามีแรงสักหน่อยคงหนีออกไปได้ด้วยตัวเองอีเลียสมองมือที่สั่นเทาและชุ่มไปด้วยเลือด เขาลองเขียนอักษรรูนแห่งการปลดปล่อยที่เครื่องพันธนาการดู ผ่านไปหลายอึดใจก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ดูท่าถึงจะเป็นอักษรที่สามารถรวบรวมพลังในอากาศมาสำแดงผลก็ยังสู้เครื่องรางต่อต้านพลังเวทไม่ได้ ลูกครึ่งดาร
บทที่ 20 Fuxx It.'ไดอารีพ่อมดในที่สุดแม่ของเราก็เป็นบ้าไปแล้วจริงๆ สินะ ใช้แผนลักพาตัวแบบนี้ไม่ว่ายังไงทางสภาเวทมนตร์ก็คงไม่อยู่เฉยแน่ อ่า เดี๋ยวก่อนนะ เตรียมห้องผนึกเวทเอาไว้แบบนี้คงไม่ใช่ว่าจะทำลายชื่อเสียงเราด้วยวิธีนั้นหรอกนะ...'ตื่นขึ้นมาอีกครั้งอีเลียสกลับรู้สึกเหมือนกำลังฝันร้ายเสียมากกว่า"อึก"ไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหนห้องแคบๆ เหมือนคุกใต้ดินโบราณนี่ก็คุ้นจนน่าอึดอัด มันคือห้องที่แม่ใช้ฝึกเขาให้เชื่อฟังตั้งแต่จำความได้ ทั้งห้องดูเหมือนภายในกล่องสี่เหลี่ยมที่มีแสงเข้าทางเดียวคือหน้าลูกกรง ภายในห้องไม่มีเครื่องเรือนใดๆ ที่ที่เอาไว้ขดตัวนอนได้ถูกปูด้วยผ้าเก่าๆ ผืนเดียว จากกลิ่นที่อับชื้นหากมองหาต้นตอก็จะเจอรอยน้ำซึมผ่านรอยแตกที่เพดาน เมื่อก่อนตอนถูกจับขังแม่จะเลื่อนประตูเหล็กมาปิดทับลูกกรงทำให้ห้องมืดสนิท อีเลียสต้องทนอยู่ในความมืดจนกว่าจะปรับสายตาได้ บางครั้งก็อดอาหารจนต้องฉีกผ้าที่ใช้ปูนอนมากิน แน่นอนว่าก็ต้องดับกระหายด้วยน้ำที่ซึมมาจากเพดานนั่นล่ะทั้งมืด ทั้งหนาว ทั้งหิว...อีเลียสในวัยเด็กจะต้องอยู่ในสภาพอ่อนแรงใกล้ช็อกเสียก่อนจึงจะถูกปล่อยตัวทว่าการถูกขังไม่ใช่การลงโทษที่เ
บทที่ 19 A Week Later.'ไดอารีพ่อมดพึ่งหนึ่งอาทิตย์เอง...แห้ง แห้งมากๆ คิดถึงแด๊ดที่สุดเลย มองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าเขา (สะอื้น) แต่น่าเสียดายที่ฟื้นพลังได้ปุ๊บสภาผู้วิเศษก็โยนงานมาให้รัวๆ เลย ตารางตลอดอาทิตย์แน่นจนแทบไม่มีเวลาจะหายใจด้วยซ้ำ ถ้าเผามือถือไปให้ได้ก็คงดี แต่ปีศาจไม่ใช่ผีบรรพบุรุษนี่นะ...คิดถึงแฟนจนเพื่อนทักว่าหน้าโทรมแล้วเนี่ย!'แมรีรู้ เดนเวอร์รู้ และเอเทลเองก็รู้ว่า...ตอนนี้คำว่า 'สไลม์' ถือเป็นคำต้องห้ามต่อหน้าอีเลียส ทางพวกเขาเองลำบากใจอยากจะถามมากว่าแฟนใหม่ที่ดูจะไปกันได้สวยสุดท้ายก็ไปไม่รอดงั้นหรือ เป็นเพราะอยู่ดีๆ อีเลียสก็บอกว่าแฟนหนุ่มของตัวเองออกเดินทางไปทำธุระ อีกสองอาทิตย์ถึงจะกลับมา ทว่าผ่านไปสองสามวัน อีเลียสกลับอยู่ในสภาพเหมือนระดับฮอร์โมนไม่สมดุล เดี๋ยวก็อารมณ์ดีนั่งยิ้มดูคลิปอะไรบางอย่างในมือถือ บางทีพิมพ์งานไปอยู่ๆ ก็เบะปากสะอื้น อาการเช่นนี้ต่างจากตอนอกหัก เอเทลแวะมาดูอาการแล้วก็ตัดสินได้ว่าเป็นโรคคิดถึงแฟนจนสติสตังไม่อยู่กับตัวกระนั้น...ได้ข่าวว่าแฟนหนุ่มก็มีมือถือที่อีเลียสซื้อให้ไม่ใช่หรือ คำถามนี้ยิ่งสร้างความวิตกให้สามสหายนักชิมอาหารหมาเมื่อได้คำ

![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





