LOGIN“...ผมผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องในโชคชะตาและห้วงแห่งกาลเวลาจวบจนกระทั่ง...” ปุณภัทรจ้องมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีให้
View Moreณ หอพักของมหาลัย
ในค่ำคืนบรรยากาศที่เงียบสงบขณะที่ปุณภัทรกำลังนอนหลับอยู่นั้นเขาฝันเห็นภาพเรือนไทยหลังใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงามรายล้อมไปด้วยต้นดอกแก้วและตัวของเขานั้นที่กำลังยืนอยู่ตรงบันไดทางขึ้นของเรือนไทยแต่อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อของเขาดังขึ้นจากใครคนหนึ่งซึ่งเสียงนั้นฟังแล้วคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก “พ่อปุณ..พ่อปุณของพี่..เจ้ามาหาพี่แล้วรึ” เสียงเรียกปริศนาดังอยู่ด้านบนของเรือนไทยหลังนั้นและเมื่อปุณภัทรเดินขึ้นไปที่บนเรือนเขาก็ได้พบเจอกับชายหนุ่มโบราณรูปงามร่างกำยำผิวสีน้ำผึ้งสวมใส่ชุดราชปะแตนกำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่างก่อนที่สายตาของชายหนุ่มผู้นั้นจับจ้องมองใบหน้าของปุณภัทรอย่างไม่ละสายตาดวงตาคมเรียวสะท้อนความคิดถึงอย่างชัดด้วยสีหน้าที่ดีใจแต่ก็ยังแอบแฝงไปด้วยความเศร้าชายหนุ่มโบราณคนนั้นลุกขึ้นและเดินตรงเข้ามาสวมกอดร่างบางของเขาอย่างแนบแน่น “พี่คิดถึงเจ้าเหลือเกินหนาพ่อปุณ” “เอ่อ..คุณเป็นใครครับ?” “นี่!!..พ่อปุณลืมฉันแล้วกระนั้นรึ?” ชายหนุ่มโบราณคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและมีหยดน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง “เอ่อ..ผมไม่รู้จักคุณ..คุณเป็นใครกันแน่?” เมื่อสิ้นเสียงเอ่ยถามของปุณภัทรชายหนุ่มโบราณที่กำลังสวมกอดปุณภัทรอยู่ก็คลายอ้อมแขนออกและจ้องมองใบหน้าปุณภัทรด้วยแววตาที่เจ็บปวดและเสียใจก่อนความฝันนั้นจะพลันหายไปในทันทีปุณภัทรละเมอเรียกหาเขาที่หายตัวไปกับกลุ่มควันสีขาวก่อนที่ปุณภัทรนั้นจะสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมา “เดี๋ยวสิ..กลับมาก่อนสิคุณ!!” “เฮ้อ..ทำไมฝันถึงเรื่องนี้อีกแล้ววะเนี่ยว่าแต่ผู้ชายคนนั้นเป็นใครแน่” ปุณภัทรบ่นออกมากับตัวเองก่อนที่จะกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ภายในห้องนอนถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่านี่มันคือความฝันและเขาเองก็ควรจะชินได้แล้วเพราะอะไรน่ะเหรอก็เพราะเขาฝันเห็นผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่เด็กจนเริ่มเข้าเรียนม.ปลายแต่ในตอนนั้นภาพในความฝันมันยังไม่ได้ชัดเจนมากเท่ากับตอนนี้ ในความฝันครั้งที่ผ่าน ๆ มาตัวเขามักจะได้ยินแค่เสียงกับภาพเรือนไทยหลังใหญ่เท่านั้นแต่ความฝันในครั้งนี้เขากลับได้พบเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นเป็นครั้งแรกแถมเขาเป็นยังคนที่หน้าตาดีแบบชายไทยยุคโบราณอีกทั้งรูปร่างก็กำยำหากว่าชายหนุ่มคนนั้นมาอยู่ในยุคนี้คงโดนสาว ๆ รุมล้อมอย่างแน่นอน เช้าวันนี้ปุณภัทรกำลังแต่งตัวเพื่อที่จะไปเรียนคลาสเช้าที่มหาลัยเขาพยายามลืมความฝันที่เกิดขึ้นในเมื่อคืนแต่ทว่าภาพใบหน้าของชายหนุ่มโบราณคนนั้นทำยังไงมันก็ไม่ยอมออกไปจากความคิดของเขาได้เลยแม้ว่าจะพยายามลืมสักเท่าไหร่ปุณภัทรก็ไม่สามารถลืมสีหน้าแววตาของชายหนุ่มโบราณคนนั้นได้มันเป็นแววตาของคนที่คิดถึงและห่วงหาเขามาก ๆ เมี่อปุณภัทรมาถึงเขาที่กำลังคิดมากเกี่ยวกับเรื่องความฝันของเมื่อคืนนี้เขาเดินมานั่งอยู่ที่โต๊ะของโรงอาหารหน้าคณะตึกเรียนสักพักนึงเพื่อนสนิททั้งสองคนก็เดินเข้ามาหาเขาที่นั่งอยู่ก่อน ที่แบงค์จะถามขึ้นมา “เฮ้ย!..ไอ้ปุณแกมานั่งทำอยู่นี่ว?ะ” “เอ่อ..ก็รอพวกแกสองคนนั้นแหละ” เมื่อได้ยินที่ปุณภัทรบอกแบบนั้นแบงค์กับไบเบิ้ลต่างก็จ้องมองมาที่ใบหน้าของปุณภัทรด้วยความแปลกใจเพราะปกติปุณภัทรจะไม่ได้เป็นแบบนี้นอกจากจะมีเรื่องที่ไม่สบายใจไบเบิ้ลเห็นสีหน้าของปุณภัทรจึงพูดขึ้นมา “ไอ้ปุณ!!..นี่แกมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจหรือเปล่าบอกพวกฉันได้นะเว้ย” เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิทปุณภัทรก็เงยใบหน้าขึ้นมามองพวกเพื่อนสนิทของเขาที่จริงแม้ว่าเพื่อน ๆ ของเขาอาจจะไม่ค่อยได้เรื่องสักเท่าไหร่แต่อย่างน้อยเพื่อน ๆ ของเขาก็เป็นเพื่อนที่ดีเสมอมาแต่ถ้าเขาบอกกับเพื่อนว่าเขาฝันถึงผู้ชายคนนึงมาตลอดทั้งที่ตัวเขายังไม่เคยเจอหรือคบกับใครมาก่อนไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเพื่อน ๆ ของเขาคงคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเพ้อเจ้อแน่ ๆ “เอ่อ!!คือว่า “ “(>__<)“ ปุณภัทรอึกอักและไม่กล้าที่จะพูดออกมาจนเพื่อนสนิทของเขานั้นลุ้นกันแทบจะทนไม่ไหวจนแบงค์ต้องเอ่ยถามออกมา “ไอ้ปุณ!!..ตกลงแกเป็นอะไรเนี่ย?” “(*___*)“ ปุณภัทรพยายามทำใจและใช้ความกล้าที่จะบอกกับเพื่อน สนิทของเขาถึงเรื่องราวในความฝันที่เขานั้นฝันถึงเกี่ยวกับผู้ชายที่ แต่งกายโบราณมาตั้งแต่เด็ก ๆ ให้ฟังจนหมด “เอ่อ!!...นี่พวกแกคิดว่าไงคิดว่าฉันเพ้อเจ้อหรือเปล่า?” “อืม..จากที่แกเล่ามามันก็ดูออกจะเพ้อเจ้อจริง ๆ นั่นแหละที่คนไม่มีหัวใจอย่างแกเนี่ยนะฝันถึงผู้ชายโบราณคนนั้นมาตลอด” แบงค์บอกออกมาเมื่อได้ยินเรื่องความฝันที่เกิดขึ้นปุณภัทรก็มีสีหน้าที่สลดและคิดมากหรือเขาอาจจะแค่คิด มากจนเพ้อเจ้อไปว่าความฝันนั้นคือความจริงแม้ว่ามันจะทำให้เขานั้นรู้สึกดีจนใจเต้นแรงก็ตามเมื่อเขานึกถึงภาพของคน ๆ นั้นขึ้นมา “แบงค์!!..อย่าพูดแบบนั้นสิมันก็อาจจะมีจริงก็ได้นะห้วงแห่งกาลเวลาหรือโลกที่เป็นคู่ขนานน่ะที่แม้แต่ทางวิทยาศาสตร์ในสมัยนี้เองก็ยังไม่สามารถค้นพบได้เลย” ไบเบิ้ลบอกกับแบงค์ผู้ที่ไม่เคยเชื่อเรื่องที่เหนือธรรมชาติแต่อย่างใด “ถึงมันจะมีจริง ๆ เราจะแน่ใจได้ไงว่าผู้ชายโบราณที่ไอ้ปุณมันฝันถึงนั้นเป็นคนหรือว่าเป็นผีน่ะ” แบงค์บอกกับไบเบิ้ลก่อนจะหันสายตามามองหน้าของปุณภัทรที่กำลังคิดมาก “ฉันว่าผู้ชายคนนั้นไม่น่าจะใช่ผีหรอกว่ะ” ปุณภัทรบอกกับเพื่อนสนิททั้งสองคนเพราะตัวเขานั้นเชื่อว่าคนที่พบเจอในความฝันไม่น่าจะใช่ผีหรือว่าวิญญาณอย่างแน่ นอน “แกจะมั่นใจได้ยังไงวะไอ้ปุณว่าผู้ชายคนนั้นมันไม่ใช่ผีหรือวิญญาณ” แบงค์ถามออกมาด้วยความอยากรู้ก่อนจะยักคิ้วให้กับปุณภัทรอย่างกวน ๆ “ฉันเองก็ไม่รู้หรอกแต่ฉันแค่รู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ผีอย่างแน่นอน” ปุณภัทรบอกออกมาเมื่อแบงค์และไบเบิ้ลได้ยินที่ปุณภัทรบอกแบบนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็หันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าที่สงสัยก่อนจะหันไปมองเพื่อนของพวกเขาส่วนปุณภัทรเองก็กำลังครุ่นคิดเพราะว่าถ้าหากผู้ชายโบราณคนนั้นเป็นผีก็คงจะเป็นผีที่หล่อและดูดีที่สุดกว่าผีที่เขาเคยเห็นในหนังอย่างแน่นอน “ถ้าอย่างั้นเอางี้ละกันอีกสองวันก็จะปิดเทอมแล้วเดี๋ยวฉันจะพาพวกแกไปหาคุณย่าของฉันแล้วกันคุณย่าของฉันท่านดูดวงชะตาแม่นมากเลยนะ” ไบเบิ้ลบอกออกมาก่อนจะชวนเขาให้ไปหาคุณย่าด้วยกันเพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ “โธ่!!!...คุณไบเบิ้ลนี่แกเป็นลูกครึ่งฝรั่งจริงรึเปล่าวะเนี่ยฉันล่ะงงจริง ๆ “ “อ้าว!!..เรื่องบางเรื่องเราก็ควรจะเชื่อไว้บ้างนะเว้ย” “แล้วนี่ตกลงพวกแกจะไปบ้านคุณย่ากับฉันไหมล่ะ” “อืม..ก็ได้” ปุณภัทรตอบรับออกมาเพราะตัวเขาเองก็อยากจะรู้ว่าทำไมเขาถึงได้ฝันถึงผู้ชายคนนี้อยู่บ่อย ๆ เสมอ “ดี..ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยววันนี้พวกเราไปเข้าคลาสเรียนกันก่อนละกันจะสายละ” ไบเบิ้ลบอกออกมาพวกเขาทั้งสามคนจึงรีบเดินขึ้นไปที่ห้องเรียนทันทีวันนี้อาจารย์สอนพวกเขาเกี่ยวกับยุคสมัยรัตน โกสินทร์ตอนต้นซึ่งเป็นยุคของพระบาทสมเด็จพระบรมราชพงษ์เชษฐ์มเหศวรสุนทรพระพุทธเลิศหล้านภาลัยท่านเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและยังเป็นกษัตริย์ของสยามในสมัยราชวงศ์จักรีตามประวัติศาสตร์ไทยซึ่งปกครองระหว่าง พ.ศ. ๒๓๕๒ ถึง พ.ศ.๒๓๖๗ ในปี พ.ศ. ๒๓๕๒ เจ้าฟ้าฉิมหรือกรมหลวงอิศรสุนทรพระราชโอรสองค์โตสืบได้พระราชบัลลังก์ต่อจากรัชกาลที่ ๑ พระราชบิดาผู้สถาปนาราชวงศ์จักรีเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ช่างเป็นช่วงที่สงบสุขปราศจากความขัดแย้งและไม่มีสงครามเพราะพระองค์ทรงทำนุบำรุงประเทศชาติทั้งในด้านศิลปะ วรรณคดี และสถาปัตยกรรมจนเกิดเป็น “ยุคทองของวรรณคดี” และเนื่องจากพระองค์ทรงอุปถัมภ์ศิลปินกวีเอาไว้หลายคนในราชสำนักและพระองค์เองก็มีชื่อเสียงในฐานะกวีและศิลปินกวีที่โดดเด่นที่สุดในราชสำนักคือสุนทรภู่ (อ้างอิงจากเว็บ ไซต์หนึ่งในกลูเกิล) เมื่อหมดเวลาคลาสเรียนพวกเขาทั้งสามคนก็เดินไปหาข้าวกินที่โรงอาหารปุณภัทรรู้สึกชอบประวัติศาสตร์ในยุคของรัตน โกสินทร์ตอนต้นมากและยังได้รู้ว่านอกจากศิลปะวรรณกรรมในยุคสมัยนั้นการค้าก็สำคัญไม่ต่างกัน “ไอ้ปุณฉันเห็นนะในคาบเรียนดูแกจะตั้งใจฟังอาจารย์สอนมากเลย” “อืม..ไม่รู้ทำไมฉันได้รู้สึกชอบประวัติเกี่ยวกับยุครัตน โกสินทร์ตอนต้นยิ่งเป็นยุคในรัชกาลที่ ๒ ฉันชอบมากจนฉันเองก็แปลกใจเหมือนกันว่ะ” “หรืออาจจะเป็นเพราะว่าแกพึ่งจะฝันเห็นผู้ชายโบราณคนนั้นมาหรือเปล่าวะ?” “นี่แกจะบ้ารึไง..พูดแบบนี้ฉันขนลุกนะเว้ย” แบงค์พูดและมองหน้าไบเบิ้ลกับปุณภัทรก่อนจะยกมือมาลูบที่แขนของตัวเอง “มะ..ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง” ปุณภัทรพยายามจะพูดปัดทิ้งเพื่อไม่ให้ทั้งเขาและเพื่อนสนิทนั้นคิดมาก “เอาเหอะจะยังไงก็แล้วแต่ปิดเทอมนี้พวกแกสองคนอย่าลืมสัญญาล่ะกันเดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกคุณย่าท่านก่อน” “สัญญาอะไรวะ?” แบงค์ถามไบเบิ้ลออกมาด้วยความสงสัยในสิ่งที่ไบเบิ้ลบอกกับพวกเขา “ก็ปิดเทอมนี้พวกเราจะไปบ้านคุณย่าฉันกันยังไงล่ะที่บอกเมื่อเช้าจำไม่ได้หรือไงครับไอ้คุณแบงค์” “เอ่อ..โทษทีว่ะลืมเลย..แหะ ๆ ” “^___^” “อ๊ะ..อ้าว!!...” “O_O” “เอาน่า ๆ ดีแล้วที่แกเตือนฉันอีกครั้งเออแล้วนี่แกจะไปกับพวกฉันสองคนด้วยใช่ไหมไอ้ปุณ” “อืม” “*___*” ปุณภัทรพูดตอบรับไบเบิ้ลออกมาสั้น ๆ หลังจากที่พวกเขากินข้าวเสร็จพวกเขาทั้งสามคนก็แยกย้ายกันกลับไปที่หอพักของมหาลัยทันทีเมื่อปุณภัทรกลับมาถึงห้องเขาก็เปิดคอมและค้นหาในกูเกิลเพื่ออ่านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการค้าขายที่มีในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นเพิ่มเติมทันที ในขณะที่ปุณภัทรกำลังตั้งใจอ่านไปเรื่อย ๆ เขาก็เปิดไปเจอภาพวาดที่ถูกวาดโดยพ่อค้าจีนในยุคนั้นภาพวาดที่เขาได้เห็นก็คือภาพวาดของชายหนุ่มรูปงามหุ่นกำยำซึ่งสวมใส่ชุดโบราณในยุครัตน โกสินทร์ตอนต้นนั่นเอง และเมื่อปุณภัทรได้เห็นภาพวาดอย่างชัด ๆ เขาก็ต้องรู้สึกตกใจเพราะชายหนุ่มโบราณรูปงามที่เขาเห็นในภาพวาดนั้นก็คือคน ๆ เดียวกันกับชายหนุ่มโบราณที่เขานั้นฝันถึงมาโดยตลอดปุณภัทรเห็นชื่อที่ปรากฎอยู่ในภาพวาดนั้น “พ่อหมื่นอินทระ” บุตรชายคนโตของเจ้าพระยาโกมลเจ้ากรมท่ากลางซึ่งเป็นกรมท่าที่ทำการค้าในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั่นเอง “เป็นเขา..ทำไมถึงเป็นเขาได้?” ปุณภัทรเอ่ยออกมาเบา ๆ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ฝันถึงคน ๆ นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่วัยเด็กจนมาถึงตอนนี้ “ทำไมคุณถึงได้เข้ามาอยู่ในความฝันของผมคุณเป็นใครกันแน่..’คุณหมื่นอินทระ?’..” และในคืนนั้นเขาก็ยังฝันถึงอีกโดยภาพในความฝันมันจบลงตรงที่ชายหนุ่มโบราณคนนั้นสวมกอดเขาไว้อย่างแนบแน่นคล้ายกลัวว่าเขานั้นจะหนีหายไป ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ณ บ้านของปุณภัทร…หลังคาสีขาวสะอาดตาตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มแสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายสาดส่องผ่านใบไม้ลงมาแตะต้องพื้นไม้ไผ่สีน้ำตาลอ่อนที่ปูอยู่รอบ ๆ บ้านกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมาตามสายลมบรรยากาศอบอุ่นและสงบราวกับภาพวาดปุณภัทรพาหมื่นอินทระมาที่บ้านของเขาเพื่อพบเจอกับแขไขแม่ของตัวเองพวกเขาทั้งสองคนเดินเล่นอยู่ที่สวนหน้าบ้านหมื่นอินทระในชุดปัจจุบันซึ่งดูดีขับกับใบหน้าที่คมคายดึงดูดสายตาใน ขณะที่ทั้งคู่ยืนจ้องมองกันและกันด้วยความรักและความเข้าใจแขไขก็ถือถาดขนมมาวางที่โต๊ะนั่งเล่นในสวน“แม่ครับ…นี่คือหมื่นอินทระคนรักของผม” ปุณภัทรแนะ นำน้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นแขไขผู้เป็นแม่นั่งลงที่เก้าอี้สีขาวในสวนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มนัยน์ตาฉายแววความอบอุ่นและยินดี“ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ” แขไขกล่าว “แม่ได้ยินเรื่องราวของคุณฉันดีใจที่ลูกชายของฉันเจอคนที่ดีต้องขอบใจอินมากนะที่ดูแลลูกชายของแม่” แขไขพูดขึ้นด้วย น้ำเสียงอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความรัก “มิเป็นไรขอรับที่จริงกระผมต้องขอบพระคุณแม่ท่านที่เลี้ยงดูพ่อปุณมาอย่างดี” หมื่นอินทระบอกคำพูดของเขาแสดงถึงความเคารพและ
หนึ่งเดือนต่อมา....หลังจากที่ปุณภัทรกลับมาเรียนได้หนึ่งเดือนสภาพจิตใจของเขาก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตในมหาลัยได้เป็นปกติรอยยิ้มบาง ๆ กลับมาปรากฏบนใบหน้าบ่อยครั้งขึ้นแม้ว่าบางครั้งภาพทรงจำความรักระหว่างเขากับหมื่นอินทระจะกลับมาบ้างแต่เขาก็เรียนรู้ที่จะจัดการกับมันได้ดีขึ้นไม่ปล่อยให้ความเศร้าครอบงำจิตใจเหมือนแต่ก่อนยังดีที่มีเพื่อนสนิททั้งสองคนอยู่ด้วยเขาจึงไม่เคว้งคว้างมาก“วันนี้พวกเราจะไปไหนกันดี?” ไบเบิ้ลถามออกมา“ไปร้านข้าวประจำพวกเราไหมล่ะ” แบงค์พูดเสริมขึ้นมา“อืม..แล้วแต่พวกแกทั้งสองคนเลยฉันยังไงก็ได้”“โอเครงั้นร้านเดิม” ไบเบิ้ลสรุปก่อนจะโทรไปจองโต๊ะเอาไว้จบคลาสเรียนปุณภัทร ไบเบิ้ล แบงค์ ก็พากันขับรถยนต์มาที่ร้านอาหารซึ่งเป็นร้านประจำของพวกเขาทั้งสามคนเมื่อมาถึงร้านอาหารปุณภัทรเปิดประตูลงจากรถเตรียมตัวจะก้าวเข้าไปในร้านอาหารพร้อมกับเพื่อน ๆ ในจังหวะนั้นเองประตูร้านเปิดออก ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมหน้ากากอนามัยสีดำเดินสวนมาเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่พวกเขาเฉียดกัน“นี่มัน” ปุณภัทรก็ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ซึ่งคล้ายกับกลิ่นดอกแก้วมันหอมเย็นชื่นใจและ
ณ หอนอน….ปุณภัทรที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างมองดูตะวันที่ค่อย ๆ ลับฟ้าลงมันช่างดูสวยงามปุณภัทรรู้ดีว่าเวลาของเขาในยุคนี้กำลังจะหมดลงคืนนี้เขาจะต้องกลับไปยังยุคสมัยที่ตัวเองนั้นจากมายุคที่ไม่มีหมื่นอินทระนั้นเขาจะมีความสุขได้จริง ๆ ใช่ไหมปุณภัทรพยายามจดจำภาพความทรงจำต่าง ๆ ระหว่างเขากับหมื่นอินทระให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้“พ่อปุณ!..พ่อปุณ!” เสียงเรียกหวานใสของหมื่นอินทระดังขึ้นแทรกความเงียบสงัดภายในห้องปุณภัทรที่กำลังจดจ้องดวงตะวันถึงกับสะดุ้งตัวเล็กน้อยความคิดฟุ้งซ่านที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองพลันหยุดชะงักปุณภัทรหันกลับไปมองใบหน้าคมคานของหมื่นอินทระก่อนจะยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยถามออกมา“มีอะไรรึครับทำไมพี่อินถึงเรียกผมเสียงดัง”“พ่อปุณเหม่อลอยคิดกระไรอยู่รึ?” หมื่นอินทระถามออก มาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะเดินมาจับมือของปุณภัทรสัมผัสอุ่นนั้นทำให้ปุณภัทรรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกินปุณภัทรเงยหน้ามองหมื่นอินทระดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยภาพตรงหน้าทำให้ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เขาเก็บซ่อนไว้ภายในใจผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“นี่เราจะทิ้งพี่อินไปแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม” ” ปุณภัทรคิดในใจน้ำตาคลอ
ณ หอนอนเรือนดอกแก้ว…แสงจันทร์แผ่วเบาสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างทอแสงระยิบระยับบนพื้นไม้ขัดเงาในค่ำคืนที่เงียบสงบราวกับโลกหยุดหมุนปุณภัทรหนุ่มนอนอยู่ในอ้อมแขนของหมื่นอินทระที่กำลังหลับสนิทดวงตาของปุณภัทรจ้องมองใบหน้าหลับใหลของคนรักด้วยความเจ็บปวดรอยยิ้มบาง ๆ แต้มอยู่บนริมฝีปากแต่ดวงตาบอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ที่แสนสาหัสเขาตัดสินใจแล้วการจากไปคือทางออกเดียวที่เขาจะทำได้แม้ว่าหัวใจจะปวดร้าวสักเพียงไหนเพื่อความสุขของหมื่นอินทระเขายอมเสียสละได้ทุกสิ่ง“ขอโทษนะครับที่ผมต้องทำแบบนี้” เขาพึมพำเบา ๆ ด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลอาบแก้มเขาพยายามกลั้นไม่ให้เสียงสะอื้นนั้นดังออกมา ปุณภัทรลูบไล้เส้นผมนุ่มของหมื่นอินทระอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่น ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทุกอย่างทำให้เขาเจ็บปวดแต่เขากลั้นน้ำตาไว้เขาไม่อยากรบกวนการนอนหลับของคนรักเขาอยากให้หมื่นอินทระจดจำภาพความรักของพวกเขาก่อนที่จะจากไปในคืนนั้นปุณภัทรนอนไม่หลับจนตะวันขึ้นรุ่งเช้าเขาลุกตื่นและเดินออกจากหอนอนไปยังโถงกลางของเรือนดอกแก้วซึ่งเห็นว่าเจ้าพระยาโกมลกับคุณเพียรนั้นนั่งปรึกษาหารือเรื่องของพวกเขาทั้งสองคนอยู่ปุณภัทรทรุดตัวลงคลาน