LOGIN“...ผมผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องในโชคชะตาและห้วงแห่งกาลเวลาจวบจนกระทั่ง...” ปุณภัทรจ้องมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีให้
View Moreณ หอพักของมหาลัย
ในค่ำคืนบรรยากาศที่เงียบสงบขณะที่ปุณภัทรกำลังนอนหลับอยู่นั้นเขาฝันเห็นภาพเรือนไทยหลังใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงามรายล้อมไปด้วยต้นดอกแก้วและตัวของเขานั้นที่กำลังยืนอยู่ตรงบันไดทางขึ้นของเรือนไทยแต่อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อของเขาดังขึ้นจากใครคนหนึ่งซึ่งเสียงนั้นฟังแล้วคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก “พ่อปุณ..พ่อปุณของพี่..เจ้ามาหาพี่แล้วรึ” เสียงเรียกปริศนาดังอยู่ด้านบนของเรือนไทยหลังนั้นและเมื่อปุณภัทรเดินขึ้นไปที่บนเรือนเขาก็ได้พบเจอกับชายหนุ่มโบราณรูปงามร่างกำยำผิวสีน้ำผึ้งสวมใส่ชุดราชปะแตนกำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่างก่อนที่สายตาของชายหนุ่มผู้นั้นจับจ้องมองใบหน้าของปุณภัทรอย่างไม่ละสายตาดวงตาคมเรียวสะท้อนความคิดถึงอย่างชัดด้วยสีหน้าที่ดีใจแต่ก็ยังแอบแฝงไปด้วยความเศร้าชายหนุ่มโบราณคนนั้นลุกขึ้นและเดินตรงเข้ามาสวมกอดร่างบางของเขาอย่างแนบแน่น “พี่คิดถึงเจ้าเหลือเกินหนาพ่อปุณ” “เอ่อ..คุณเป็นใครครับ?” “นี่!!..พ่อปุณลืมฉันแล้วกระนั้นรึ?” ชายหนุ่มโบราณคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและมีหยดน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง “เอ่อ..ผมไม่รู้จักคุณ..คุณเป็นใครกันแน่?” เมื่อสิ้นเสียงเอ่ยถามของปุณภัทรชายหนุ่มโบราณที่กำลังสวมกอดปุณภัทรอยู่ก็คลายอ้อมแขนออกและจ้องมองใบหน้าปุณภัทรด้วยแววตาที่เจ็บปวดและเสียใจก่อนความฝันนั้นจะพลันหายไปในทันทีปุณภัทรละเมอเรียกหาเขาที่หายตัวไปกับกลุ่มควันสีขาวก่อนที่ปุณภัทรนั้นจะสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมา “เดี๋ยวสิ..กลับมาก่อนสิคุณ!!” “เฮ้อ..ทำไมฝันถึงเรื่องนี้อีกแล้ววะเนี่ยว่าแต่ผู้ชายคนนั้นเป็นใครแน่” ปุณภัทรบ่นออกมากับตัวเองก่อนที่จะกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ภายในห้องนอนถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่านี่มันคือความฝันและเขาเองก็ควรจะชินได้แล้วเพราะอะไรน่ะเหรอก็เพราะเขาฝันเห็นผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่เด็กจนเริ่มเข้าเรียนม.ปลายแต่ในตอนนั้นภาพในความฝันมันยังไม่ได้ชัดเจนมากเท่ากับตอนนี้ ในความฝันครั้งที่ผ่าน ๆ มาตัวเขามักจะได้ยินแค่เสียงกับภาพเรือนไทยหลังใหญ่เท่านั้นแต่ความฝันในครั้งนี้เขากลับได้พบเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นเป็นครั้งแรกแถมเขาเป็นยังคนที่หน้าตาดีแบบชายไทยยุคโบราณอีกทั้งรูปร่างก็กำยำหากว่าชายหนุ่มคนนั้นมาอยู่ในยุคนี้คงโดนสาว ๆ รุมล้อมอย่างแน่นอน เช้าวันนี้ปุณภัทรกำลังแต่งตัวเพื่อที่จะไปเรียนคลาสเช้าที่มหาลัยเขาพยายามลืมความฝันที่เกิดขึ้นในเมื่อคืนแต่ทว่าภาพใบหน้าของชายหนุ่มโบราณคนนั้นทำยังไงมันก็ไม่ยอมออกไปจากความคิดของเขาได้เลยแม้ว่าจะพยายามลืมสักเท่าไหร่ปุณภัทรก็ไม่สามารถลืมสีหน้าแววตาของชายหนุ่มโบราณคนนั้นได้มันเป็นแววตาของคนที่คิดถึงและห่วงหาเขามาก ๆ เมี่อปุณภัทรมาถึงเขาที่กำลังคิดมากเกี่ยวกับเรื่องความฝันของเมื่อคืนนี้เขาเดินมานั่งอยู่ที่โต๊ะของโรงอาหารหน้าคณะตึกเรียนสักพักนึงเพื่อนสนิททั้งสองคนก็เดินเข้ามาหาเขาที่นั่งอยู่ก่อน ที่แบงค์จะถามขึ้นมา “เฮ้ย!..ไอ้ปุณแกมานั่งทำอยู่นี่ว?ะ” “เอ่อ..ก็รอพวกแกสองคนนั้นแหละ” เมื่อได้ยินที่ปุณภัทรบอกแบบนั้นแบงค์กับไบเบิ้ลต่างก็จ้องมองมาที่ใบหน้าของปุณภัทรด้วยความแปลกใจเพราะปกติปุณภัทรจะไม่ได้เป็นแบบนี้นอกจากจะมีเรื่องที่ไม่สบายใจไบเบิ้ลเห็นสีหน้าของปุณภัทรจึงพูดขึ้นมา “ไอ้ปุณ!!..นี่แกมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจหรือเปล่าบอกพวกฉันได้นะเว้ย” เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิทปุณภัทรก็เงยใบหน้าขึ้นมามองพวกเพื่อนสนิทของเขาที่จริงแม้ว่าเพื่อน ๆ ของเขาอาจจะไม่ค่อยได้เรื่องสักเท่าไหร่แต่อย่างน้อยเพื่อน ๆ ของเขาก็เป็นเพื่อนที่ดีเสมอมาแต่ถ้าเขาบอกกับเพื่อนว่าเขาฝันถึงผู้ชายคนนึงมาตลอดทั้งที่ตัวเขายังไม่เคยเจอหรือคบกับใครมาก่อนไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเพื่อน ๆ ของเขาคงคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเพ้อเจ้อแน่ ๆ “เอ่อ!!คือว่า “ “(>__<)“ ปุณภัทรอึกอักและไม่กล้าที่จะพูดออกมาจนเพื่อนสนิทของเขานั้นลุ้นกันแทบจะทนไม่ไหวจนแบงค์ต้องเอ่ยถามออกมา “ไอ้ปุณ!!..ตกลงแกเป็นอะไรเนี่ย?” “(*___*)“ ปุณภัทรพยายามทำใจและใช้ความกล้าที่จะบอกกับเพื่อน สนิทของเขาถึงเรื่องราวในความฝันที่เขานั้นฝันถึงเกี่ยวกับผู้ชายที่ แต่งกายโบราณมาตั้งแต่เด็ก ๆ ให้ฟังจนหมด “เอ่อ!!...นี่พวกแกคิดว่าไงคิดว่าฉันเพ้อเจ้อหรือเปล่า?” “อืม..จากที่แกเล่ามามันก็ดูออกจะเพ้อเจ้อจริง ๆ นั่นแหละที่คนไม่มีหัวใจอย่างแกเนี่ยนะฝันถึงผู้ชายโบราณคนนั้นมาตลอด” แบงค์บอกออกมาเมื่อได้ยินเรื่องความฝันที่เกิดขึ้นปุณภัทรก็มีสีหน้าที่สลดและคิดมากหรือเขาอาจจะแค่คิด มากจนเพ้อเจ้อไปว่าความฝันนั้นคือความจริงแม้ว่ามันจะทำให้เขานั้นรู้สึกดีจนใจเต้นแรงก็ตามเมื่อเขานึกถึงภาพของคน ๆ นั้นขึ้นมา “แบงค์!!..อย่าพูดแบบนั้นสิมันก็อาจจะมีจริงก็ได้นะห้วงแห่งกาลเวลาหรือโลกที่เป็นคู่ขนานน่ะที่แม้แต่ทางวิทยาศาสตร์ในสมัยนี้เองก็ยังไม่สามารถค้นพบได้เลย” ไบเบิ้ลบอกกับแบงค์ผู้ที่ไม่เคยเชื่อเรื่องที่เหนือธรรมชาติแต่อย่างใด “ถึงมันจะมีจริง ๆ เราจะแน่ใจได้ไงว่าผู้ชายโบราณที่ไอ้ปุณมันฝันถึงนั้นเป็นคนหรือว่าเป็นผีน่ะ” แบงค์บอกกับไบเบิ้ลก่อนจะหันสายตามามองหน้าของปุณภัทรที่กำลังคิดมาก “ฉันว่าผู้ชายคนนั้นไม่น่าจะใช่ผีหรอกว่ะ” ปุณภัทรบอกกับเพื่อนสนิททั้งสองคนเพราะตัวเขานั้นเชื่อว่าคนที่พบเจอในความฝันไม่น่าจะใช่ผีหรือว่าวิญญาณอย่างแน่ นอน “แกจะมั่นใจได้ยังไงวะไอ้ปุณว่าผู้ชายคนนั้นมันไม่ใช่ผีหรือวิญญาณ” แบงค์ถามออกมาด้วยความอยากรู้ก่อนจะยักคิ้วให้กับปุณภัทรอย่างกวน ๆ “ฉันเองก็ไม่รู้หรอกแต่ฉันแค่รู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ผีอย่างแน่นอน” ปุณภัทรบอกออกมาเมื่อแบงค์และไบเบิ้ลได้ยินที่ปุณภัทรบอกแบบนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็หันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าที่สงสัยก่อนจะหันไปมองเพื่อนของพวกเขาส่วนปุณภัทรเองก็กำลังครุ่นคิดเพราะว่าถ้าหากผู้ชายโบราณคนนั้นเป็นผีก็คงจะเป็นผีที่หล่อและดูดีที่สุดกว่าผีที่เขาเคยเห็นในหนังอย่างแน่นอน “ถ้าอย่างั้นเอางี้ละกันอีกสองวันก็จะปิดเทอมแล้วเดี๋ยวฉันจะพาพวกแกไปหาคุณย่าของฉันแล้วกันคุณย่าของฉันท่านดูดวงชะตาแม่นมากเลยนะ” ไบเบิ้ลบอกออกมาก่อนจะชวนเขาให้ไปหาคุณย่าด้วยกันเพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ “โธ่!!!...คุณไบเบิ้ลนี่แกเป็นลูกครึ่งฝรั่งจริงรึเปล่าวะเนี่ยฉันล่ะงงจริง ๆ “ “อ้าว!!..เรื่องบางเรื่องเราก็ควรจะเชื่อไว้บ้างนะเว้ย” “แล้วนี่ตกลงพวกแกจะไปบ้านคุณย่ากับฉันไหมล่ะ” “อืม..ก็ได้” ปุณภัทรตอบรับออกมาเพราะตัวเขาเองก็อยากจะรู้ว่าทำไมเขาถึงได้ฝันถึงผู้ชายคนนี้อยู่บ่อย ๆ เสมอ “ดี..ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยววันนี้พวกเราไปเข้าคลาสเรียนกันก่อนละกันจะสายละ” ไบเบิ้ลบอกออกมาพวกเขาทั้งสามคนจึงรีบเดินขึ้นไปที่ห้องเรียนทันทีวันนี้อาจารย์สอนพวกเขาเกี่ยวกับยุคสมัยรัตน โกสินทร์ตอนต้นซึ่งเป็นยุคของพระบาทสมเด็จพระบรมราชพงษ์เชษฐ์มเหศวรสุนทรพระพุทธเลิศหล้านภาลัยท่านเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและยังเป็นกษัตริย์ของสยามในสมัยราชวงศ์จักรีตามประวัติศาสตร์ไทยซึ่งปกครองระหว่าง พ.ศ. ๒๓๕๒ ถึง พ.ศ.๒๓๖๗ ในปี พ.ศ. ๒๓๕๒ เจ้าฟ้าฉิมหรือกรมหลวงอิศรสุนทรพระราชโอรสองค์โตสืบได้พระราชบัลลังก์ต่อจากรัชกาลที่ ๑ พระราชบิดาผู้สถาปนาราชวงศ์จักรีเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ช่างเป็นช่วงที่สงบสุขปราศจากความขัดแย้งและไม่มีสงครามเพราะพระองค์ทรงทำนุบำรุงประเทศชาติทั้งในด้านศิลปะ วรรณคดี และสถาปัตยกรรมจนเกิดเป็น “ยุคทองของวรรณคดี” และเนื่องจากพระองค์ทรงอุปถัมภ์ศิลปินกวีเอาไว้หลายคนในราชสำนักและพระองค์เองก็มีชื่อเสียงในฐานะกวีและศิลปินกวีที่โดดเด่นที่สุดในราชสำนักคือสุนทรภู่ (อ้างอิงจากเว็บ ไซต์หนึ่งในกลูเกิล) เมื่อหมดเวลาคลาสเรียนพวกเขาทั้งสามคนก็เดินไปหาข้าวกินที่โรงอาหารปุณภัทรรู้สึกชอบประวัติศาสตร์ในยุคของรัตน โกสินทร์ตอนต้นมากและยังได้รู้ว่านอกจากศิลปะวรรณกรรมในยุคสมัยนั้นการค้าก็สำคัญไม่ต่างกัน “ไอ้ปุณฉันเห็นนะในคาบเรียนดูแกจะตั้งใจฟังอาจารย์สอนมากเลย” “อืม..ไม่รู้ทำไมฉันได้รู้สึกชอบประวัติเกี่ยวกับยุครัตน โกสินทร์ตอนต้นยิ่งเป็นยุคในรัชกาลที่ ๒ ฉันชอบมากจนฉันเองก็แปลกใจเหมือนกันว่ะ” “หรืออาจจะเป็นเพราะว่าแกพึ่งจะฝันเห็นผู้ชายโบราณคนนั้นมาหรือเปล่าวะ?” “นี่แกจะบ้ารึไง..พูดแบบนี้ฉันขนลุกนะเว้ย” แบงค์พูดและมองหน้าไบเบิ้ลกับปุณภัทรก่อนจะยกมือมาลูบที่แขนของตัวเอง “มะ..ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง” ปุณภัทรพยายามจะพูดปัดทิ้งเพื่อไม่ให้ทั้งเขาและเพื่อนสนิทนั้นคิดมาก “เอาเหอะจะยังไงก็แล้วแต่ปิดเทอมนี้พวกแกสองคนอย่าลืมสัญญาล่ะกันเดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกคุณย่าท่านก่อน” “สัญญาอะไรวะ?” แบงค์ถามไบเบิ้ลออกมาด้วยความสงสัยในสิ่งที่ไบเบิ้ลบอกกับพวกเขา “ก็ปิดเทอมนี้พวกเราจะไปบ้านคุณย่าฉันกันยังไงล่ะที่บอกเมื่อเช้าจำไม่ได้หรือไงครับไอ้คุณแบงค์” “เอ่อ..โทษทีว่ะลืมเลย..แหะ ๆ ” “^___^” “อ๊ะ..อ้าว!!...” “O_O” “เอาน่า ๆ ดีแล้วที่แกเตือนฉันอีกครั้งเออแล้วนี่แกจะไปกับพวกฉันสองคนด้วยใช่ไหมไอ้ปุณ” “อืม” “*___*” ปุณภัทรพูดตอบรับไบเบิ้ลออกมาสั้น ๆ หลังจากที่พวกเขากินข้าวเสร็จพวกเขาทั้งสามคนก็แยกย้ายกันกลับไปที่หอพักของมหาลัยทันทีเมื่อปุณภัทรกลับมาถึงห้องเขาก็เปิดคอมและค้นหาในกูเกิลเพื่ออ่านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการค้าขายที่มีในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นเพิ่มเติมทันที ในขณะที่ปุณภัทรกำลังตั้งใจอ่านไปเรื่อย ๆ เขาก็เปิดไปเจอภาพวาดที่ถูกวาดโดยพ่อค้าจีนในยุคนั้นภาพวาดที่เขาได้เห็นก็คือภาพวาดของชายหนุ่มรูปงามหุ่นกำยำซึ่งสวมใส่ชุดโบราณในยุครัตน โกสินทร์ตอนต้นนั่นเอง และเมื่อปุณภัทรได้เห็นภาพวาดอย่างชัด ๆ เขาก็ต้องรู้สึกตกใจเพราะชายหนุ่มโบราณรูปงามที่เขาเห็นในภาพวาดนั้นก็คือคน ๆ เดียวกันกับชายหนุ่มโบราณที่เขานั้นฝันถึงมาโดยตลอดปุณภัทรเห็นชื่อที่ปรากฎอยู่ในภาพวาดนั้น “พ่อหมื่นอินทระ” บุตรชายคนโตของเจ้าพระยาโกมลเจ้ากรมท่ากลางซึ่งเป็นกรมท่าที่ทำการค้าในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั่นเอง “เป็นเขา..ทำไมถึงเป็นเขาได้?” ปุณภัทรเอ่ยออกมาเบา ๆ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ฝันถึงคน ๆ นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่วัยเด็กจนมาถึงตอนนี้ “ทำไมคุณถึงได้เข้ามาอยู่ในความฝันของผมคุณเป็นใครกันแน่..’คุณหมื่นอินทระ?’..” และในคืนนั้นเขาก็ยังฝันถึงอีกโดยภาพในความฝันมันจบลงตรงที่ชายหนุ่มโบราณคนนั้นสวมกอดเขาไว้อย่างแนบแน่นคล้ายกลัวว่าเขานั้นจะหนีหายไป ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ปุณภัทรบอกออกมาเมื่อหมื่นอินทระเห็นท่าทีของปุณภัทรก็แอบยิ้มขำออกมาที่เห็นปุณภัทรนั้นเสียอาการเพราะเขาอย่างเห็นได้ชัดยิ่งเห็นแบบนี้เขายิ่งนึกเอ็นดูจนส่งเสียงขำลอดออกมาที่ผ่านมาชีวิตของเขาไม่เคยได้หัวเราะและมีความสุขมากขนาดนี้เแต่เป็นเพราะคนตรงหน้าจึงทำให้หัวใจที่เงียบเหงามาตลอดกลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง“หึหึ..หากมิได้เขินเหตุใดพ่อปุณถึงได้หน้าแดงเป็นลูกตำลึงเช่นนั้นกันเล่า”“พี่อิน!!!”“(-_-)”“อย่าได้ขุ่นเคืองเลยหนาพี่แค่หยอกล้อพ่อปุณเล่นเพียงเท่านั้น”“(^_^)”หมื่นอินทระบอกพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้ยิ่งทำแบบนี้มันยิ่งทำให้ใจของเขาเต้นแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก“ผะ..ผมไปดูทางนั้นดีกว่า”“(0_0)”พูดจบปุณภัทรก็เดินแยกออกไปทางร้านเครื่องหอมของพ่อค้าจีนที่มาตั้งแผงขาย“ประเดี๋ยวสิพ่อปุณ!!!”หมื่นอินทระร้องเรียกเมื่อคนตรงหน้าเดินหนีเขาไปยังร้านขายเครื่องหอมของพวกพ่อค้าจีนเพื่อกลบเกลื่อนเมื่อยิ่งเห็นว่าปุณภัทรมีอาการเคอะเขินมันยิ่งทำให้เขารู้ว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่เพียงแค่เขาที่เป็นต้องการปุณภัทรแต่ปุณภัทรเองก็ต้องการเขาเช่นกันปุณภัทรเดินเข้ามาในร้านขายพวกเครื่องหอมของพ่อค้าชาวจีนถ้าในยุคปัจจุบันก็คือ
ณ หอนอน... แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภาย ในห้องนอนปุณภัทรที่กำลังนอนหลับไหลเพราะความอ่อนเพลียจากการร่วมรักกับหมื่นอินทระเมื่อคืนนี้แต่แล้วเขากลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะรู้สึกถึงริมฝีปากที่จูบลงมาบนหน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา “พี่อิน!!” “ตื่นเถิดหนาพ่อปุณตะวันขึ้นแล้ว” “กี่โมงแล้วครับ?” “กี่โมง?” “เอ่อ..ผมหมายถึงเพลาเท่าใดแล้วรึครับ” “น่าจักยามสองได้แล้วกระมั้งพ่อปุณ” “ยามสองก็น่าจะเจ็ดโมงไม่เกินเก้าโมงเช้านี่ผมตื่นสายแล้วนี่ครับ” “สายแล้วก็มิเป็นกระไรดอกหนาว่าแต่พ่อปุณยังเจ็บอยู่รึไม่” หมื่นอินทระเอ่ยถามอาการของปุณภัทรด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าจะจับไข้หลังจากร่วมรักกับเขา “เจ็บนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไรหรอกครับ” “หากว่ายังเจ็บก็อย่าฝืนนะฉันเป็นห่วงพ่อปุณรู้รึไม่” “พี่อิน” ปุณภัทรตอบออกมาพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กับหมื่นอินทระเมื่อได้เห็นแบบนั้นหมื่นอินทระก็โน้มตัวลงมานอนเคียงข้างและสวมกอดร่างบางของปุณภัทรเอาไว้อย่างอ่อนโยน หลังจากที่อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จเรียบร้อยหมื่นอินทระก็พาปุณภัทรเดินไปยังที่หอกลางของเรือนดอกแก้วเพื่อกินข้าววันนี้บิดาของเขาต้องเข้าไปในวังตั้งแต่หัวรุ่ง
เมื่อได้ยินที่ปุณภัทรบอกเช่นนั้นออกมาหมื่นอินทระก็เร่งจังหวะขยับมือให้เร็วขึ้นและใช้ลิ้นวนฉกชิมความหวานที่อยู่ภาย ในปากอย่างเร่าร้อนจนปุณภัทรนั้นทนไม่ไหวเพราะความเสียวจึงทำให้เขาต้องปลดปล่อยของเหลวน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนล้นเลอะเต็มมือของหมื่นอินทระไปหมด“อะ..อ๊ะ..อ๊า..อืม”ปุณภัทรเกร็งท้องน้อยก่อนจะกระตุกออกมาสองสามทีเขารู้สึกดีมากที่หมื่นอินทระทำแบบนี้ให้กับเขา“พ่อปุณเสร็จแล้วรึ”“อือ..อา..”“พี่ขอได้รึไม่?”หมื่นอินทระเอ่ยวาจาถามออกมาก่อนจะใช้มือที่เต็มไปด้วยน้ำรักของปุณภัทรที่ไหลเลอะอยู่เต็มมือเขาไปหมดนั้นถูไถไปตรงทางเข้าของร่องรักที่คับแคบละเขาใช้นิ้วมือสอดใส่เข้าไปด้านในอย่างช้า ๆ จนปุณภัทรนั้นถึงกับสะดุ้งตัว“เฮือก!!”นี่เป็นครั้งแรกที่ปุณภัทรนั้นรู้สึกแปลกแต่มันกลับทำให้เขานั้นรู้สึกดีเมื่อถูกเรียวนิ้วของหมื่นอินทระนั้นกดโดนจุดกระสันด้านในร่องรักจึงทำให้ปุณภัทรนั้นร้องครางออกมาอีกครั้งเพราะความเสียวซ่าน“อะ..อ๊ะ..อ๊า..”เมื่อได้ยินเสียงร้องครางที่ปุณภัทรนั้นร้องออกมาอีกครั้งยิ่งทำให้หมื่นอินทระนั้นอดใจไม่ไหวอีกทั้งในตอนนี้แท่งร้อนอันกำยำของเขามันก็พร้อมเต็มที่และต้องการที่จะเข้าไป
ณ หอนอนในเรือนดอกแก้ว... ...ก๊อก!!...ก๊อก!!....เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาจากด้านนอกหอนอนปุณภัทรที่นั่งอยู่บนเตียงนอนกำลังคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างครุ่นคิดเมื่อเขาได้ยินเสียงจึงลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องทันทีซึ่งไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นหมื่นอินทระที่ยืนอยู่หน้าหอนอนของเขานั่นเอง “พี่อิน!!” “พ่อปุณ..ฉันขอเข้าไปข้างในห้องได้รึไม่” “เอ่อ!!..ได้ครับ” เมื่อปุณภัทรอนุญาติหมื่นอินทระก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปหอนอนของปุณภัทรทันทีหมื่นอินทระเดินไปหยุดและนั่งลงที่บนเตียงก่อนจะเอ่ยถามปุณภัทรออกมา “ฉันมีเรื่องจะคุยกับพ่อปุณ” “เรื่องอะไรรึครับ?” “พ่อปุณมานั่งข้าง ๆ ฉันก่อนได้รึไม่” หมื่นอินทระบอกออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อนปุณภัทรจึงเดินเข้ามานั่งลงที่บนเตียงข้าง ๆ เขาด้วยใจที่กำลังเต้นแรง “เรื่องที่จะพูดในวันนี้มันคือความรู้สึกของฉันที่มีต่อพ่อปุณมากมายเหลือเกิน” หมื่นอินทระบอกออกมาพร้อมกับจดจ้องมองมาที่ใบหน้าของปุณภัทรด้วยแววตาที่หยาดเยิ้มเพราะว่าในตอนนี้ความรู้สึกที่หมื่นอินทระนั้นมีให้กับปุณภัทรมันเอ่อล้นจนไม่สามารถจะปิดบังเอาไว้ได้อีกแล้วเมื่อปุณภัทรได้ยินเช่นนั้นเขาก็รู้สึกใ





