Mag-log inปัง!!
ประตูห้องนอนถูกปิดใส่หน้าผมดังปังด้วยฝีมือของยัยเพื่อนตัวดีของผมเอง เธอชื่อสมายด์ และเธอเป็นผู้หญิงที่โคตรร้ายกาจ บอกตามตรงว่าผมโคตรหนักใจกับสันดานแย่ๆ ของเธอเลย “ทำไมเธอไม่น่ารักเหมือนตอนเด็กๆ ห้ะสมายด์ ทำไมยิ่งโต เธอก็ยิ่งร้ายกาจ ฉันไม่เข้าใจเลย” ผมมองแผ่นประตูห้องนอนของยัยผู้หญิงร้ายกาจด้วยความรู้สึกที่ยังคงโคตรหนักใจ ยิ่งไปกว่านั้นคือผมโคตรผิดหวัง เสียดายความน่ารักของเธอตอนเด็กๆ ตอนนั้นเธอนิสัยดี น่ารัก ผมพูดอะไรก็เชื่อฟังทั้งนั้น ไม่ดื้อ ไม่รั้น ไม่ต่อต้าน ไม่เถียงคำไม่ตกฟาก แต่จู่ๆ เธอก็กลายเป็นเด็กร้ายกาจ อารมณ์ร้อน แถมพฤติกรรมของเธอก็ยังรุนแรงขึ้นทุกวัน อย่างวันนี้เธอก็ไปตบริสา ริสาเป็นแฟนผมน่ะครับ และผมไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำไปทำไม แทนที่จะรักกันเหมือนพี่น้อง เพราะริสาก็เหมือนเป็นน้องสาวของเธอ ในเมื่อพ่อแม่ของเธอรับริสามาเป็นลูกอีกคน และริสาเกิดหลังสมายด์สักสองเดือนได้ เลยถือได้ว่าเป็นน้อง แต่สมายด์กลับไม่ญาติดีด้วย ตรงกันข้าม เธอชอบรังแกริสา ทั้งๆ ที่ริสาเป็นคนน่ารัก นิสัยดี อ่อนโยน แล้วก็ยังน่าสงสาร เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเอง และคงเป็นเพราะความสงสาร จนมันกลายเป็นความรักล่ะมั้ง เมื่อตอนเข้ามหาลัยปีหนึ่ง ผมถึงขอริสาเป็นแฟน เพราะคิดว่าปีหนึ่งคงโตพอที่จะดูแลเธอได้แล้ว ผมอยากดูแลเธอ ปกป้องเธอ ไม่อยากให้เธอโดนใครรังแกอีก แต่ทุกวันนี้ ผมก็เหมือนคนผิดสัญญา เพราะริสาก็ยังโดนสมายด์รังแกอยู่ดี และปัญหานี้ มันคงต้องแก้ที่ต้นเหตุ นั่นก็คือยัยเด็กดื้อในห้องนั้น เพียงแต่จนแล้วจนรอด ผมก็ยังไม่รู้วิธี “ทำยังไงถึงจะดัดนิสัยของเธอได้วะสมายด์ ทำยังไงเธอถึงจะกลับมาน่ารักเหมือนเมื่อก่อนกัน” ผมพึมพำออกมาอย่างไร้ความหวัง เพราะผมยังไม่รู้วิธีจริงๆ วิธีที่ผมพอจะทำได้ อย่างเช่นบุกมาหาเธอที่คอนโดวันนี้ เพื่อที่จะพาเธอไปขอโทษริสา ใช่ครับ เพราะแบบนี้ไง ผมถึงมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ ที่คอนโดของสมายด์ แต่ก็อย่างที่เห็น มันไม่สำเร็จ ไม่งั้นป่านนี้เธอคงไม่ได้อยู่ในห้องนอน แต่ต้องอยู่บนรถผม อ้อ! แล้วก็ ผมชื่อ‘โซ่’ นะ เหมือนจะลืมแนะนำตัว ผมเป็นเพื่อนเล่นกับสมายด์ตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนนี้เราสองคนมันเหมือนไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว เพราะเราทะเลาะกันตลอด และไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เราสองคนไม่เคยคุยดีๆ กันได้นาน พูดกันไม่กี่คำก็ทะเลาะกัน และส่วนใหญ่ก็เธอไงที่เป็นคนเริ่ม เหมือนเธอโกรธผม ไม่พอใจผมอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะผมตั้งตนปกป้องริสาล่ะมั้งครับ เธอเลยไม่ชอบผม เพราะเหมือนผมกำลังยืนอยู่คนละฝั่งกับเธอ ทำให้เธอรังแกริสาได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร บ้าชิบ! ยิ่งคิดผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอแม่งโคตรร้ายกาจชะมัด! และผมบอกตามตรง ว่าการที่เธอร้ายกาจขนาดนี้ มันทำให้ทุกวันนี้ มันไม่ใช่แค่เธอหรอก ที่รู้สึกโกรธและไม่พอใจ เพราะผมก็เป็นเหมือนกัน ผมก็โกรธเธอ ไม่พอใจเธอ โมโหเธอ โดยเฉพาะเวลาที่เธอมาทำร้ายริสาอย่างเช่นไอ้สิ่งที่เธอทำวันนี้ ผมก็ยิ่งโกรธและโมโหเธอมาก มากจนถึงขั้นมองเธอเป็นศัตรูได้เลย ก็เธอมาทำร้ายแฟนผม จะให้ผมญาติดีกับเธออยู่ได้ยังไง และผมจะไม่ยอมแน่ เรื่องที่เธอตบหน้าริสาวันนี้ ยังไงผมก็จะทำให้เธอขอโทษริสาให้ได้ ยังไงเธอก็ต้องพูดคำนั้นออกมา ต่อให้ต้องใช้มาตรการรุนแรงแค่ไหนก็ตาม ผมก็จะทำ! ทั้งๆ ที่ความจริงผมก็ไม่ได้อยากทำรุนแรงเลยสักนิด แต่ถ้าเธอหัวแข็งเกินเยียวยา ไอ้คนที่ความอดทนก็ไม่ได้สูงอะไรมากมายอย่างผมก็คงไม่มีทางเลือกอย่างอื่นอีกเหมือนกัน! SO END วันต่อมา ATLAS UNIVERSITY “อร๊ายย อีสมายด์ ปากไปโดนผู้ตัวไหนกัดมายะ เจ่อเชียว” “เออ นั่นดิวะ โคตรเจ่อเลยแม่ง” นั่นเสียงอี‘ชล (ลี่) ’ กับอี‘ผิง’ ชื่อจริงขนมผิง แบบว่าพวกมันทักทันทีที่ฉันเดินเข้าเซคและตรงมากระแทกก้นลงนั่งข้างๆ พวกมัน พวกมันสองคนเป็นเพื่อนสนิทของฉันน่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวแนะนำพวกมันคร่าวๆ แล้วกัน อีชลลี่อะตุ๊ด ส่วนอีผิงอะทอม ใช่ นั่นแหละ คร่าวๆ และฉัน เอิ่มม ไม่รู้ยังทันมั้ยถ้าจะแนะนำตัวอย่างเป็นทางการตอนนี้ แต่พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็เอียงๆ หูมาฟังหน่อยละกัน ฉันสมายด์ เรียนสถาปัตย์ ม.ATLAS ส่วนสันดานอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน ตอนนี้รู้แค่ฉันเป็นผู้หญิง (แท้) คนเดียวในกลุ่มพอ ปึก! ยังไม่ทันได้ตอบพวกมันเลย เสียงเหมือนคนเดินมานั่งลงข้างๆ ฉันก็ดังขึ้นมาแย่งความสนใจไปซะก่อน พวกฉันเลยหันไปมอง เลยรู้ว่าเป็น.. “ไอ้เหี้ยโซ่ มึงแม่ง เดินไม่รอพวกกูเลยสัส ถามเรื่องปากแตกก็ไม่บอก อ้าวสาวๆ หวัดดีครับ” เอ่อ ตามนั้นแหละ ตามที่ได้ยิน โซ่นั่นแหละที่เดินมานั่งข้างๆ ฉัน ส่วนคนที่เดินบ่นตามหมอนี่มา ก่อนจะทักพวกฉันแล้วนั่งลงข้างๆ โซ่ก็คือ ‘อาเธอร์’ เพื่อนของโซ่ และหมอนี่เป็นคนทะเล้นๆ หน่อย แล้วก็อีกคนที่เดินมาพร้อมกับอาเธอร์ด้วยท่าทางนิ่งๆ นั่นชื่อ ‘กวิน’ ไอ้หน้าหล่อพ่อ (โคตร) รวยทั้งสามคนนี้ก็คือเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วก็ที่จู่ๆ โซ่ก็เดินเข้ามาในเซคเดียวกับฉันแบบนี้ ฉันไม่ต้องบอกก็คงจะพอเดาออกกันใช่มั้ย ว่าโซ่เรียนมหาลัยเดียวกับฉัน คณะเดียวกัน ปีเดียวกัน ปีสามน่ะ ถึงจะเป็นเพื่อนที่เกลียดกันแล้ว แต่ก็ยังอุตส่าห์เรียนด้วยกันมาได้ตั้งสามปี แถมหมอนี่ก็ชอบมานั่งข้างๆ เวลาอาจารย์สั่งงานก็ชอบมาอยู่กลุ่มเดียวกันตลอด ไม่รู้จงใจจะมาชวนทะเลาะรึไง โรคจิตชะมัด!ตกเย็น.. Rrrrr.. “ฮัลโหลริสา โอเค เดี๋ยวฉันไปรับ เธอเดินห้างไปพลางๆก่อนแล้วกัน” ผมรับสายริสา คุยกันเสร็จก็วาง เพราะผมเดินถึงรถพอดี กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ “สมายด์” มือชะงักเฉย เพราะเสือกเหลือบไปเห็นสมายด์ไกลๆ เหมือนยัยนั่นจะกำลังเดินไปที่รถ เดินมาคนเดียวซะด้วย ก็ดี! ผมจะได้ถือโอกาสสะสางทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ หมายถึงเรื่องเมื่อคืน รวมทั้งเรื่องวันนี้ที่ยัยปากสุนัขนั่นบังอาจด่าผมว่าเป็นหมาประสาทกลับ! SO END หมับ! “ว้าย!!! ไอ้บะ..โซ่!!?” ฉันตกใจจนสะดุ้ง ก่อนหันขวับไปมองอย่างไว ตั้งใจจะอ้าปากด่าไอ้บ้าที่มันเล่นพิเรนทร์ไม่เข้าเรื่อง มีอย่างที่ไหน จู่ๆก็มากระชากแขนกันจากด้านหลัง ฉันก็ตกใจน่ะสิ แต่พอหันไปกลับกลายเป็นต้องชะงักคำด่า เพราะคนกระชากคือโซ่ แต่จะว่าไป ด่าไปก็ถูกแล้ว เพราะหมอนี่ก็บ้าจริงๆไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคงไม่มากระชากฉันอย่างกับโจรกระชากสร้อยแบบนี้หรอก “ทำเหี้ยอะไรของนาย!” “หยาบคายขึ้นทุกวันนะ อยากโดนกัดปากสั่งสอนอีกหรือไง” “ก็เอาดิ นายกัดเป็นคนเดียวซะที่ไหน!” กัดมากัดกลับค่ะ ไม่โกง! “ใช่ ฉันรู้ว่าเธอกัดเป็น แต่คงกัดได้ไม่แรงเท่าฉันหรอก เธอก็น่าจะรู้ดี ไม่งั้
ส่วนอีริสา ขออนุญาตเรียกอีนะ เกลียด!! มันเรียนอีกมหาลัยนึง ทั้งที่ความจริงมันก็คงอยากเรียนที่นี่มั้ง แต่เสือกสอบไม่ติดไง ก็ดี สมน้ำหน้า โคตรเป็นโชคดีของฉัน ที่ไม่ต้องเห็นหน้ามัน ไม่งั้นฉันคงได้ซิ่วไปเรียนมออื่นตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมปี 1 เพราะคงทนเรียนกับอีลิ้นสองแฉกนั่นไม่ไหว พะอืดพะอม! ขอโทษอีกทีที่ฉันใช้คำไม่สุภาพ สันดานปากฉันมันก็หมาแบบนี้แหละ นิสัยก็ไม่ดี ใครรับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ช่างแม่ง ฉันไม่แคร์ เพราะฉันก็ไม่ใช่คนดีในสายตาใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสายตาไอ้ควายโง่ๆที่นั่งอยู่ข้างๆฉัน “หวัดดีค่ะผัวววว แหม วันนี้หล่อจังเลยนะคะ” ชลลี่หันไปยิ้มส่งสายตาหวานฉ่ำให้อาเธอร์ ไม่สิ แบบนี้เรียกว่ายิ้มส่งสายตาปานจะเขมือบอาเธอร์เข้าไปมากกว่า “กูหล่อทุกวันครับชลลี่” “ไม่ค่อยหลงตัวเองเลยไอ้สัส” นั่นเสียงผิง คงหมั่นไส้อาเธอร์แหละดูออก “หลงตัวเองก็ดีกว่าหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นเพศเดียวกันกับกูแหละวะ” “ว่าไงนะ! นี่มึงเหยียดกูเหรอไอ้เหี้ยเธอร์! ไอ้สัส! เดี๋ยวกูก็อัดเสียงมึงไปประจานลงโซเชียลหรอก เอาให้คนรุมด่ามึงให้ยับไปเลย โทษฐานที่โลกแคบ เหยียดเพศ ทั้งๆที่สมัยนี้ โลกมันเปิดกว้าง คนส่วนใหญ่เขาก็ย
ปัง!!ประตูห้องนอนถูกปิดใส่หน้าผมดังปังด้วยฝีมือของยัยเพื่อนตัวดีของผมเอง เธอชื่อสมายด์ และเธอเป็นผู้หญิงที่โคตรร้ายกาจ บอกตามตรงว่าผมโคตรหนักใจกับสันดานแย่ๆ ของเธอเลย“ทำไมเธอไม่น่ารักเหมือนตอนเด็กๆ ห้ะสมายด์ ทำไมยิ่งโต เธอก็ยิ่งร้ายกาจ ฉันไม่เข้าใจเลย”ผมมองแผ่นประตูห้องนอนของยัยผู้หญิงร้ายกาจด้วยความรู้สึกที่ยังคงโคตรหนักใจ ยิ่งไปกว่านั้นคือผมโคตรผิดหวัง เสียดายความน่ารักของเธอตอนเด็กๆ ตอนนั้นเธอนิสัยดี น่ารัก ผมพูดอะไรก็เชื่อฟังทั้งนั้น ไม่ดื้อ ไม่รั้น ไม่ต่อต้าน ไม่เถียงคำไม่ตกฟาก แต่จู่ๆ เธอก็กลายเป็นเด็กร้ายกาจ อารมณ์ร้อน แถมพฤติกรรมของเธอก็ยังรุนแรงขึ้นทุกวันอย่างวันนี้เธอก็ไปตบริสา ริสาเป็นแฟนผมน่ะครับ และผมไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำไปทำไม แทนที่จะรักกันเหมือนพี่น้อง เพราะริสาก็เหมือนเป็นน้องสาวของเธอ ในเมื่อพ่อแม่ของเธอรับริสามาเป็นลูกอีกคน และริสาเกิดหลังสมายด์สักสองเดือนได้ เลยถือได้ว่าเป็นน้องแต่สมายด์กลับไม่ญาติดีด้วย ตรงกันข้าม เธอชอบรังแกริสา ทั้งๆ ที่ริสาเป็นคนน่ารัก นิสัยดี อ่อนโยน แล้วก็ยังน่าสงสาร เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเองและคงเป็นเพราะ
โดนพุ่งเข้ามาจูบเป็นรอบที่สองแบบไม่ทันตั้งตัว(อีกแล้ว) แถมจูบครั้งนี้มันก็ป่าเถื่อนและหนักหน่วงรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าเลยด้วย มันเหมือนโซ่สูบวิญญาณฉันไปเลย ฉัน ฉันหายใจไม่ออก ทั้งเจ็บ ทั้งแสบ ทั้งหายใจไม่ออกจริงๆ ฟึ่บ! อึก! โชคดีที่หมอนี่ยอมถอนจูบออกไป(แรงๆ)ทันเวลา ฉันถึงยังมีโอกาสหายใจอยู่ หายใจถี่มากด้วย ถี่แบบคว้าอากาศเข้าปอดรัวๆแทบไม่ทัน “นะ..นายทำแบบนี้ทำไม” เสียงฉันสั่นมากตอนนี้ เพราะการเปล่งเสียงพูดมันแย่งกันกับจังหวะการหายใจ “สั่งสอนคนทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดอย่างเธอไง” “ฉันไม่ได้ผิด!” “ไม่ผิดเหรอ เธอทำร้ายริสา แบบนี้เรียกไม่ผิดเหรอ” “มันทำฉันก่อน!” “ไม่มีทาง! คนอย่างริสาไม่มีทางทำร้ายใครก่อน ถ้าเป็นเธอก็ว่าไปอย่าง” “เหรอ นายเห็นหรือไง ทุกครั้งที่ยัยนั่นคาบข่าวไปฟ้องนาย นายก็ไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์ นายฟังความข้างเดียว ฟังแต่จากปากของยัยนั่น นายมันลำเอียง! โง่อีกต่างหาก!!” “ส่วนเธอมันก็เลวสินะ ถึงทำร้ายริสาซ้ำแล้วซ้ำเล่า!” “โซ่!!!” ปึก! เพียะ!!! ฉันผลักโซ่ออกอีกครั้งแล้วตบหน้าหล่อๆของเขาไปเต็มแรง ก็เขามาว่าฉันเลวทำไมล่ะ! ไอ้เสียใจก็เสียใจแหละ แต่มันก็โกรธ(มากๆ)ด้วย!
0:34 AMSMILE | CONDOติ๊งต่องๆๆๆๆๆๆ!!!!!!ปึก!ฉันสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ก็เพราะไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้เล่นมากระทำชำเรากริ่งหน้าห้องฉันซะเอาเป็นเอาตายขนาดนี้ ..ป่านนี้ช้ำหมดแล้วมั้งลูกแม่ ฮืออTT“ไอ้พวกโรคจิตแน่ๆ” เพราะมันคิดเป็นแบบอื่นไม่ได้แล้ว แบบนี้ต้องโทรหา รปภ.!!!หมับ!ฉันเปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตึ๊ง!LINEไอ้บ้าโซ่: เปิดประตูจู่ๆ ไลน์ก็เด้งขึ้นมาขัดขวางการจิ้มหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน“โซ่!?” หมอนี่เองหรอกเหรอที่มาทำร้ายกริ่งหน้าห้องฉัน“มาทำอะไรป่านนี้?” แล้วทำไมต้องกดกริ่งโหดเหมือนกับโกรธกริ่ง (มาสักสิบชาติ) ด้วย •••??? //??? •••ตึ๊ง!LINEไอ้บ้าโซ่: ถ้าไม่เปิดไอ้บ้าโซ่: ฉันจะกดทั้งคืนว่าไงนะ!!กดทั้งคืน?!..หมอนี่บ้าไปแล้วเหรอ!!?พรึ่บบ!ที่ฉันรีบลงจากเตียงตรงไปเปิดไฟแล้วตรงไปที่ประตูห้องนี่ไม่ใช่อะไรหรอก ฉันกลัวพรุ่งนี้คนข้างห้องเขาจะร้องเรียนฉันโทษฐานส่งเสียงดังรบกวนเวลานอนเอาน่ะสิปึก!“นายมีอะไร!” ไม่บอกก็รู้ใช่มั้ย ว่าฉันเปิดประตูอย่างโคตรอารมณ์เสีย มันไม่สบอารมณ์เอามากๆ น้ำเสียงถึงได้โคตรไม่เป็นมิตร สีหน้าแววตาก็ด้วย“…”ฟึ่บ!!ปัง!!!แต่โซ่เล่นใหญ่กว่า เพร







