로그인ตกเย็น..
Rrrrr.. “ฮัลโหลริสา โอเค เดี๋ยวฉันไปรับ เธอเดินห้างไปพลางๆก่อนแล้วกัน” ผมรับสายริสา คุยกันเสร็จก็วาง เพราะผมเดินถึงรถพอดี กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ “สมายด์” มือชะงักเฉย เพราะเสือกเหลือบไปเห็นสมายด์ไกลๆ เหมือนยัยนั่นจะกำลังเดินไปที่รถ เดินมาคนเดียวซะด้วย ก็ดี! ผมจะได้ถือโอกาสสะสางทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ หมายถึงเรื่องเมื่อคืน รวมทั้งเรื่องวันนี้ที่ยัยปากสุนัขนั่นบังอาจด่าผมว่าเป็นหมาประสาทกลับ! SO END หมับ! “ว้าย!!! ไอ้บะ..โซ่!!?” ฉันตกใจจนสะดุ้ง ก่อนหันขวับไปมองอย่างไว ตั้งใจจะอ้าปากด่าไอ้บ้าที่มันเล่นพิเรนทร์ไม่เข้าเรื่อง มีอย่างที่ไหน จู่ๆก็มากระชากแขนกันจากด้านหลัง ฉันก็ตกใจน่ะสิ แต่พอหันไปกลับกลายเป็นต้องชะงักคำด่า เพราะคนกระชากคือโซ่ แต่จะว่าไป ด่าไปก็ถูกแล้ว เพราะหมอนี่ก็บ้าจริงๆไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคงไม่มากระชากฉันอย่างกับโจรกระชากสร้อยแบบนี้หรอก “ทำเหี้ยอะไรของนาย!” “หยาบคายขึ้นทุกวันนะ อยากโดนกัดปากสั่งสอนอีกหรือไง” “ก็เอาดิ นายกัดเป็นคนเดียวซะที่ไหน!” กัดมากัดกลับค่ะ ไม่โกง! “ใช่ ฉันรู้ว่าเธอกัดเป็น แต่คงกัดได้ไม่แรงเท่าฉันหรอก เธอก็น่าจะรู้ดี ไม่งั้นปากเจ่อๆของเธอ มันคงจะหายเจ่อไปแล้วเหมือนกับของฉัน ไม่ใช่ยังเจ่อไม่หายอยู่อย่างตอนนี้” ว่าไงนะ! “โซ่! นายมัน..” “แต่ช่างเหอะ ถือว่าหายกันกับเรื่องที่เธอด่าฉันเป็นหมา เพราะงั้นตอนนี้ ประเด็นระหว่างเธอกับฉันก็เหลืออยู่เรื่องเดียว” “เรื่องอะไร” “ริสา ไปขอโทษริสากับฉันเดี๋ยวนี้ ตามมา!” ฟึ่บ! “โอ๊ย! โซ่ ปล่อย เจ็บ!” โซ่ลากฉัน บ้าจริงเลย แล้วมือหมอนี่แปะกาวตราช้างเอาไว้หรือไงกันนะ แม่งแกะเท่าไหร่ก็ไม่ออก ปึก! “เข้าไป” โซ่ลากฉันมาถึงรถเขาจนได้ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วยัดฉันเข้ามานั่ง แน่นอนว่านั่นหมายถึง ความพยายามในการแกะมือ(กาว)ของเขาออกจากแขนฉันมาตลอดทางมันไม่สำเร็จ++ “ขืนออกมาฉันกัดปากเธอแน่!” โซ่ชี้หน้าประเคนสายตาพิฆาตให้ฉันทันทีที่ฉันจะขยับเท้าก้าวลงจากรถ “ฉันไม่กลัวนายหรอก!” “งั้นก็เปลี่ยนไปกัดที่อื่น ตรงที่ที่เธอกลัว” โซ่สวนกลับมาแล้วมองต่ำลงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวนะ! เขามองตรงไหนกัน คือเหมือนจะมองหน้าอก แล้ว แล้วก็มอง.. มองข้างล่าง! “ฮึ่ย! ไอ้ ไอ้หื่น ไอ้ลามก ไอ้บ้ากาม!” ฉันรีบเอากระเป๋าปิดตรงน้องสาวแทบไม่ทัน ก่อนจะขยับเข้ามานั่งตรงๆในรถ ไม่ทำท่าจะลงจากรถให้สายตาหื่นกามของอีตาบ้าโซ่จอมโรคจิตยืนมองอยู่อีก “หึ นี่แค่มองนะ ยังหัวหดขนาดนี้ แล้วถ้าโดนกัดจริง คงไม่วายร้องเอ๋งๆเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวก” ปึก! ดูถูกกันจบก็ปิดประตูรถใส่ฉันทันที ไม่รอให้ฉันหันไปด่าเลย ไอ้โซ่บ้า ไอ้โซ่ขึ้นสนิม! แต่ไม่เป็นไร รอด่าในรถก็ได้ ในเมื่อเขาต้องขึ้นมาอยู่ดี และตอนนี้ก็ขึ้นมาแล้ว “ฉันไม่มีทางร้องเอ๋งๆเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวกแน่ อย่ามาดูถูก!” “พูดเหมือนจงใจท้าทายให้ฉันกัด” โซ่ปรายตามามองฉัน มือก็จัดการคาดเบลล์ เตรียมตัวจะออกรถ ปากก็พูดไป “แต่ขอโทษที ถึงเธอจะท้าทายฉัน อยากให้ฉันกัด คันมากอยากให้ฉันช่วยเกา ฉันก็คงต้องขอบาย เชิญเธอไปหาผู้ตัวอื่นให้ช่วยเกาแล้วกัน ฉันมีริสาอยู่แล้ว รักริสามากด้วย” ไอ้ประโยคที่บอกว่ามียัยงูพิษนั่นอยู่แล้ว รักยัยนั่นมากด้วย โซ่จงใจหันมามองฉันเต็มๆตา แถมยิ้มเหยียดให้อย่างสมเพช และฉันไม่รู้ว่าเขาคิดบ้าบอไปถึงไหน ถึงได้พูดคำพูดทุเรศๆแบบนั้นออกมา คำพูดที่มันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด ฉันไม่ได้อยากให้เขามาทำอะไรทุเรศแบบนั้นกับฉัน ฉันไม่เคยคิด ไม่เคยแสดงอาการอะไรแบบนั้นเลยด้วย แล้วเขาไปเอาความคิดพวกนั้นมาจากไหนกัน จากคำพูดประโยคเมื่อกี้ของฉันงั้นเหรอ แปลผิดประเด็นไปไกลมาก ควายที่สุด! และฉันไม่อยากจะพูดกับเขาแล้ว ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้ไอ้ผู้ชายใจร้ายพ่นคำบ้าๆใส่กันอีก เพราะแค่นี้ฉันก็เจ็บมากพอแล้ว เจ็บที่เขาพูดจาดูถูกเหยียดหยามกันอย่างรุนแรง แถมสายตาของเขาที่มองมานั้น ทุกความหมายที่อยู่ในแววตาคู่นั้น ล้วนบ่งบอกชัดเจน ว่าเขากำลังดูถูกฉันไม่ต่างกันกับคำพูด เขาเหยียดหยามทุกอย่างในตัวฉัน สบประมาทว่าฉันไม่มีอะไรเทียบยัยนั่นได้เลย ยัยนั่นมันดีทุกอย่าง ส่วนฉันมันไม่มีค่า ฉันไม่มีความหมายอะไรกับเขา เขาเลือกยัยงูพิษนั่น แต่กับฉัน เขาไม่มีทางจะเอา “…” ทุกความรู้สึกมันนำพาทั้งความโกรธ และความปวดหน่วงจุกเจ็บในใจ อย่างที่บอกว่าแค่นี้ก็เจ็บมากพอแล้ว ฉันถึงไม่คิดจะพูดอะไรอีก กระนั้นนัยน์ตามันกลับไม่นิ่งอย่างคำพูด มันดื้อไม่เชื่อฟัง ตอนนี้มันถึงได้ร้อนผ่าว มันเหมือน เหมือนกำลังจะถูกคำพูดร้ายกาจของโซ่บังคับให้ร้องไห้ แต่ไม่มีทางหรอก! ฉันไม่มีทางอ่อนแอ! ฉันไม่มีทางร้องไห้ให้โซ่เห็นเป็นอันขาด เพราะนั่นหมายถึงฉันกำลังทำตัวเองให้เขาดูถูกมากยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้ทางเลือกเลยมีอย่างเดียว คือกัดฟันกลั้นน้ำตาไว้แล้วก้มหน้าก้มตาคาดเบลล์ ก่อนหันมองนอกหน้าต่าง “…” โซ่ก็ไม่พูดอะไรอีก เห็นฉันเงียบเขาก็ไม่ได้สนใจ เขาก็จัดการออกรถเลย ใช่สิ! ก็เขาไม่เคยแคร์อะไรฉันอยู่แล้ว ฉันจะเป็นอะไรยังไง จะไปตายโหงตายห่าที่ไหนก็ช่างหัวฉัน เขาไม่สน เพราะเขาแคร์ก็แต่ยัยผู้หญิงร้ายกาจที่เขาเห็นว่ามันดีเท่านั้น เขาทั้งแคร์มัน ทั้งรักมันหมดหัวใจ TT TT ตลอดหลายนาที ฉันนั่งน้ำตาตกในมาตลอด จนตอนนี้เหมือนโซ่จะเลี้ยวเข้ามาในลานจอดรถของห้าง L ซึ่งมันทำให้ฉันสงสัย “มานี่ทำไม” เพราะสงสัยฉันเลยหันไปถาม ตอนนี้โซ่จอดรถเสร็จพอดี “ริสาอยู่นี่ บอกแล้วไง ฉันจะพาเธอมาขอโทษริสา” “ฉันไม่ขอโทษ ก็บอกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วไม่ใช่หรือไง หรือนายเป็นควายจริงๆ ถึงได้ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง!”ซึ่งถ้าใช่มันก็ดี แต่ผมก็ยังคงอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี ว่าทำไมถึงได้เจอเร็วขนาดนี้(วะ)? ไหนบอกว่าหายากไง“หืม คุณท่านอะไร เรียกคุณพ่อกับคุณแม่สิ” สมายด์ยิ้มบอกอย่างเอ็นดู ดูเหมือนเมียผมจะถูกใจว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้น่าดูเลย “นั่นสิ เราคนกันเองทั้งนั้นนะ” ซึ่งผมเองก็รู้สึกเอ็นดูเธอไม่ต่างกับสมายด์หรอก เพราะผมว่าเธอก็น่ารักดี ดูใสซื่อ ไม่มีพิษมีภัย ไม่มีอะไรแอบแฝง ผมถึงยิ้มบอกเธออีกคน“เอ่อ ค่ะ คุณพ่อ คุณแม่”“น่ารักมากจ้ะ” สมายด์ยิ้มบอก“แน่สิครับ พลอยไพลินของผมน่ารักอยู่แล้ว ผมถึงรักไง”ฟอดด!!กึก!จู่ๆไอ้เสือก็หอมแก้มว่าที่เมียโชว์พวกผมซะอย่างนั้น แล้วยัยลูกสะใภ้ขี้ตกใจของเราจะเป็นยังไงได้ ถ้าไม่ใช่สะดุ้งอีกรอบ เพราะขนาดโดนโอบไหล่เมื่อกี้ เธอยังสะดุ้งเลย แล้วเล่นโดนหอมแก้มโชว์อย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ แม่งจะเหลือเหรอแต่ถึงจะอย่างนั้น เธอก็ยังพยายามนิ่งและคลี่ยิ้มบางๆออกมา คงไม่อยากให้เสือเสียหน้ามั้งครับ เลยพยายามทำให้เราเห็นว่า เธอเต็มใจและไม่ได้ตกใจ ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจเธออยู่ แต่ยังไม่เข้าใจไอ้ลูกชายเลยสักนิด วันนั้นยังทำท่าทางจะเป็นจะตาย มาวันนี้กลับยิ้มหน้าบาน แถมยังพูดคำว่า‘รัก’ได้เต็มป
นั่นไม่ใช่เสียงของเสือคนเดียวหรอก แต่เป็นเสียงของสิงห์กับกระทิงด้วย ที่พลันหันมามองแม่ตัวเองเต็มตาขึ้นแล้วอุทานพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ส่วนกวางเหรอ ก็หันมามองนะ แต่เหมือนตกใจจนพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้าง“แม่ว่าแม่พูดชัดนะ เพราะงั้นไม่ต้องมาทำเป็นงงกันเลย”“เอ่อ แต่ผม ผมยังไม่มีแฟนเลยนะครับ จะให้แต่งงานได้ไง” เสือบอกเสียงเครียดระคนกับความตกใจ(หนักมาก)ที่ยังไม่หาย และผมก็พอจะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ในเมื่อเจ้าลูกชายยังรักชีวิตโสดและไม่อยากแต่งงาน“ก็หาสิ ไม่เห็นจะยาก”“ยากสิครับ หาเมียนะครับ ไม่ใช่ลูกหมา”“ก็ใช่ แต่แม่พูดเรื่องนี้ตั้งนานแล้วนะ ลูกจะได้มีเวลาหาเมียที่มันต้องใช้เวลานานกว่าหาลูกหมา แต่เราอยากปล่อยเบลอเองนี่นา และคราวนี้แม่จะไม่ยอมแล้ว แม่จริงจัง ลูกต้องหาเมียมาให้ได้เร็วๆนี้ แม่อยากให้ลูกแต่งงาน แม่กับพ่ออยากอุ้มหลานใจจะขาด” ฮึก! โดนพาดพิงซะอย่างนั้น จะแก้ตัวก็ไม่ได้ กลัวจะไม่ได้อยู่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้“แต่ว่าผม..”“ไม่มีแต่ รีบไปหาเมียมาเลย ใครใช้ให้ทำเฉยก่อนหน้านี้”“แต่ไอ้สิงห์กับไอ้กระทิงก็ปล่อยเบลอนี่ครับ แล้วทำไมแม่ไม่ไปกดดันไอ้สองตัวมันด้วยล่ะ
หลายปีต่อมาผมบอกรึยังว่าผลจากการปั๊มรัวๆแรงๆแบบไม่พักทั้งคืน(เข้าหอ)วันนั้นมันประสบความสำเร็จจริงๆอย่างที่ผมเคลมเอาไว้ ก็นะ อย่างที่บอกว่าฝีมือ(ตอก)ของผมขั้นเทพขนาดนั้น และผมกับเมียพยายามกันอย่างหนักขนาดนั้น โซ่จูเนียร์จะไม่มาเข้าท้องเมียได้ไง แต่โซ่จูเนียร์ไม่ได้มีแค่หนึ่งหรอกครับ แต่มีถึงสี่ เพราะคนเดียวมันไม่พออ่ะนะ มีคนแรกแล้ว เราเลยปั๊มกันต่ออีก เลยได้มาสี่จูเนียร์แบบจุกๆ แถมเผลอแป๊บเดียวก็โตๆกันหมดแล้ว ร้ายๆกันทุกคนอีกต่างหาก ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ใครมา“ที่รัก ทำไรอยู่ครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว หืม” หมับ!ฟอดด..ผมไม่ใช่แค่ถามหรอก แต่นั่งลงปลายเตียงข้างๆสมายด์แล้วโอบไหล่เธอพร้อมกับหอมแก้มนุ่มๆนั่นไปฟอดนึงด้วย ถึงแม้จะมีลูกสี่คนแถมโตๆกันหมดแล้ว แต่ผมก็ยังรักเธอหมดหัวใจไม่เคยเปลี่ยน แก้มนิ่มๆหอมๆนั่นของเธอก็ไม่เปลี่ยนเลยเหมือนกัน แม้อายุจะเยอะขึ้น แต่เธอก็ยังสาวยังสวยเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด ไม่รู้ว่าเมียผมเป็นอมตะหรือไง ถึงได้สวยไม่สร่างขนาดนี้ “อ่านเสร็จแล้วเหรอ” เธอหันมาถามผมพร้อมกับคลี่รอยยิ้มบางๆนั่นให้กว้างขึ้นอีกนิด แล้วก็ที่เธอถามแบบนั้น เพราะก่อนจะนอน ผมเข้าไปอ่านสรุ
ในที่สุดผมก็ได้ชวนเมียเข้าหอ(ฉ่ำ)อย่างใจอยากแล้วล่ะครับ น้ำแตกกันไปตั้งสามสี่ยกแล้ว จะไม่ให้บอกว่าฉ่ำได้ยังไง ฉ่ำทั้งข้างนอก ฉ่ำทั้งข้างใน แถมฉ่ำทั้งปากทั้งท้องเมีย เพราะยกก่อนหน้านี้กับยกนี้ สมายด์ทั้งดูดทั้งเลียน้ำรักของผมลงคอไปจนหมด ไม่สิ ยกนี้ยังไม่หมด เพราะเธอยังดูดเลียน้ำผมอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่เลย และแน่นอนว่าผมโคตรชอบ ที่เมียยัดเยียดทั้งความฟินและความเสียวให้แบบไม่พักแบบนี้ ทั้งเสียวทั้งฟินจนร้อนไปหมดทั้งตัวอีกรอบ “อาา~ ผัวร้อนอีกแล้วครับเมีย ไป อืมม ไปอาบน้ำกันมั้ย”หมับ! ผมบอกพลางขยุ้มผมนุ่มสลวยของสมายด์แรงขึ้นอีกนิด พร้อมกับแหงนหน้าครางกระเส่าแหบพร่าปนเสียงพูดที่กระท่อนกระแท่น เพื่อระบายความเสียวจนแทบขาดใจออกมาและไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ย ว่าผมไม่ใช่แค่จะชวนเมียไปอาบน้ำ แต่จะชวนไปปลดปล่อยความร้อนระอุที่เธอนั่นแหละเป็นคนยัดเยียดให้ ..ซึ่งตอนนี้อุ้งปากร้อนๆของเธอก็ยังคงยัดเยียดมันให้ผมไม่หยุดหย่อน!แล้วไหนจะมือบางร้อนผ่าวนั่นของเธออีก ที่มันสาวลูกชายแข็งขึงของผมไปพร้อมกับจังหวะการดูดเอ็นเข้าออกจนเปียกแฉะด้วยน้ำลายเธอไปเกินครึ่งลำ แล้วแบบนั้นผมจะไปไหนรอด ถ้าไม่ใช่xxxแข็งแล
สี่เดือนต่อมา ผมอยากจะบอกว่า วันนี้คือวันแต่งงานของผมกับสมายด์ครับ ตั้งแต่ผมขอเธอแต่งงานไปวันนั้น ในที่สุดก็ถึงวันแต่งสักที กว่าจะถึงวันนี้ได้ บอกเลยว่ามันหนักหนาสาหัสเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะพ่อแม่สมายด์ไม่ค่อยจะปลื้มสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะพ่อของเธอ ที่ยังเคืองผมอยู่มาก แม้จะไม่ถึงขั้นโกรธจนอยากฆ่าผมให้ตายคามือเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังโกรธมากและไม่ค่อยจะยอมไฟเขียวเรื่องแต่งงาน แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ พยายามเอาใจว่าที่พ่อตาแม่ยายสารพัด จนในที่สุด พวกท่านก็เริ่มจะเป็นปลื้มขึ้นมาบ้าง แม้ว่าที่พ่อตาจะยังคงเขม่นผมอยู่อีกนิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับโอเคก็แล้วกัน แต่เรื่องหนักหนามันไม่ได้มีแค่เรื่องพ่อตาแม่ยาย(ไม่ปลื้ม)หรอกครับ แต่มันยังมีอีกเรื่อง ..คือเรื่องของริสา ! ทั้งๆที่ผมเคยคิดว่าเธออาจจะออกไปจากชีวิตของผมกับสมายด์แล้ว เพราะเธอหายเงียบไปเลยตั้งแต่ตอนนั้น แต่เปล่าเลย เธอยังคอยดูสมายด์อยู่ตลอด จนวันนั้น จู่ๆเธอก็บุกมาหาสมายด์ถึงบ้าน ตลอดสี่ปี เธอยังโกรธแค้น และเธอจะมาแก้แค้น เธอจะมาฆ่าสมายด์ ! ที่ผมรู้ เพราะผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย คือวันนั้นผมรู้สึกเอะใจที่สมายด์หายออกไปรับแขกข้า
สองเดือนต่อมา ‘ริสา’ ‘อีสมายด์?’ มันตกใจจนตาแทบถลน ที่เห็นว่าเป็นฉัน ก่อนแววตาแห่งความตกใจจะเปลี่ยนเป็นแววตาแดงก่ำแห่งความโกรธแค้น ‘มึงมาทำไม! มาเยาะเย้ยกูเหรอ มาสมน้ำหน้ากูใช่มั้ย! ที่สภาพกูเป็นแบบนี้!!’ ‘เปล่า กูมาเยี่ยม แล้วก็มาขออโหสิกรรม’ ‘ไม่มีทาง! มึงทำให้ชีวิตกูเป็นแบบนี้! กูไม่มีวันอโหสิกรรมให้มึง กูจะจองล้างจองผลาญมึงไปตลอดชีวิต กูจะสาปแช่งมึงทุกคืนทุกวัน ไม่ให้ชีวิตมึงมีความสุขอีกตลอดไป!’ ได้ยินแบบนั้น ฉันได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ‘ถ้ามึงทำแบบนั้น คนที่จะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตไม่ใช่กูหรอก แต่เป็นมึงต่างหาก เพราะมึงเลือกจะจมปลักกับความโกรธแค้น ความโกรธแค้นที่ไม่เคยทำให้ใครมีความสุข’ ‘มึงไม่ต้องมาสอนกู!! กูมีความสุขดี ยิ่งกูได้สาปแช่งมึง กูก็ยิ่งมีความสุข ได้ยินมั้ยว่ากูมีความสุข!!’ ดวงตาแดงก่ำถลึงใส่ฉันอย่างกร้าวแข็ง ‘งั้นก็แล้วแต่มึง มึงไม่อโหสิกรรมให้กูก็ไม่เป็นไร แต่กูอโหสิกรรมให้มึง ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ขอให้เราไม่ต้องมาพบเจอกันอีก ลาก่อน’ ฮึก! สองแขนแกร่งที่สวมกอดหน้าท้องฉันจากด้านหลัง ทำฉันที่กำลังยืนมองออกไปข้างนอกผนังกระจกบนคอนโดสูงของโซ่ พร้อมก



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



