เข้าสู่ระบบส่วนอีริสา ขออนุญาตเรียกอีนะ เกลียด!! มันเรียนอีกมหาลัยนึง ทั้งที่ความจริงมันก็คงอยากเรียนที่นี่มั้ง แต่เสือกสอบไม่ติดไง ก็ดี สมน้ำหน้า โคตรเป็นโชคดีของฉัน ที่ไม่ต้องเห็นหน้ามัน ไม่งั้นฉันคงได้ซิ่วไปเรียนมออื่นตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมปี 1 เพราะคงทนเรียนกับอีลิ้นสองแฉกนั่นไม่ไหว พะอืดพะอม!
ขอโทษอีกทีที่ฉันใช้คำไม่สุภาพ สันดานปากฉันมันก็หมาแบบนี้แหละ นิสัยก็ไม่ดี ใครรับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ช่างแม่ง ฉันไม่แคร์ เพราะฉันก็ไม่ใช่คนดีในสายตาใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสายตาไอ้ควายโง่ๆที่นั่งอยู่ข้างๆฉัน “หวัดดีค่ะผัวววว แหม วันนี้หล่อจังเลยนะคะ” ชลลี่หันไปยิ้มส่งสายตาหวานฉ่ำให้อาเธอร์ ไม่สิ แบบนี้เรียกว่ายิ้มส่งสายตาปานจะเขมือบอาเธอร์เข้าไปมากกว่า “กูหล่อทุกวันครับชลลี่” “ไม่ค่อยหลงตัวเองเลยไอ้สัส” นั่นเสียงผิง คงหมั่นไส้อาเธอร์แหละดูออก “หลงตัวเองก็ดีกว่าหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นเพศเดียวกันกับกูแหละวะ” “ว่าไงนะ! นี่มึงเหยียดกูเหรอไอ้เหี้ยเธอร์! ไอ้สัส! เดี๋ยวกูก็อัดเสียงมึงไปประจานลงโซเชียลหรอก เอาให้คนรุมด่ามึงให้ยับไปเลย โทษฐานที่โลกแคบ เหยียดเพศ ทั้งๆที่สมัยนี้ โลกมันเปิดกว้าง คนส่วนใหญ่เขาก็ยอมรับกันหมดแล้ว ไม่มานั่งบูลลี่อย่างกับยังอยู่ยุคเต่าล้านปีอย่างมึงหรอก!” เอิ่ม อาเธอร์จัดไปนิดเดียว แต่โดนอีผิงสวนกลับไปเป็นชุดเลย “แหม ไอ้ผิง กูหยอกมึงนิดเดียว มึงสวนกลับกูมาเป็นขบวนรถไฟเลยนะครับ” “ก็สมควร ใครใช้ให้มึงหยอกไม่ดูตาม้าตาเรือวะไอ้เวร!” “เออ กูผิดครับ ขอโทษ” “เก็บอาการหน่อยไอ้สัส แม่งหัวหดอย่างกะผัวที่โคตรเคารพเมีย” กวินกระตุกยิ้มแล้วพูดเสียงเรียบ “ผัวเมียเหี้ยไรของมึงครับ ไอ้ผิงมันเป็นทอม กูไม่นิยมแดกเพศเดียวกัน” “กูก็เหมือนกัน กูชอบผู้หญิง ไม่ได้ชอบดุ้น” “แต่ลองบ้างก็ดีนะคะผัวผิงขาาา เผื่อจะติดใจดุ้นเหมือนกับกู” “อีหื่น” ชลลี่โดนไปอีกคน โทษฐานที่เสือกไม่เข้าเรื่อง แต่มันก็ยังยิ้มนะ หน้าหนาตามสันดานอีชลลี่มันแหละ “หื่นเรื่องธรรมดาค่ะผัวผิง เออ ผัวเธอร์ขา เมื่อกี้กูได้ยินมึงตะโกนตามหลังผัวโซ่มาแว้บๆ มึงถามนางว่าไงนะ” “เออ กูก็เกือบลืมเลยว่ะ ขอบใจที่เตือน กูถามมันว่าปากไปโดนเหี้ยไรมา เห็นปากมันแตกอ่ะ โคตรเจ่อเลยแม่ง” “ปากแตก!? โคตรเจ่อเหรอ อร๊ายย ทำไมเหมือนอีสมายด์เลยอ่ะ รายนี้ก็ปากเจ่อมาเหมือนกัน เอ๊ะ! หรือพวกมึงไปกัดปากกันมาคะ คิกคิก” “อีห่า! กัดปากเชี่ยไรห้ะ! พูดมาได้ หรือมึงชอบนักห้ะไอ้เรื่องกัดๆๆอ่ะ ได้! ถ้ามึงชอบ งั้นเดี๋ยวกูนี่แหละจะกัดคอมึงให้พรุนเอง อีเหี้ย!” ด้วยความร้อนตัว ฉันเลยรีบหันไปเอาเรื่องอีชลลี่รัวๆพร้อมถลึงตาใส่หวังกลบพิรุธ ในใจก็อดค่อนขอดมันไม่ได้ ก็มันเดาแม่นชิบหาย ตกลงฉันมีเพื่อนเป็นตุ๊ดพ่วงสกินแม่หมอพยากรณ์หรือไง “อร๊ายย โคตรดุเลยอ่ะ ผัวโซ่ขาา เมียขอยืมโซ่มาล่ามอีหมาสมายด์หน่อยสิคะ” “อย่าเสียเวลาดีกว่า พันธุ์ดุขนาดนี้ ล่ามไปก็หลุด” โซ่ตอบเสียงเรียบกลับมา แต่ถึงเสียงจะเรียบ แต่หมอนี่กำลังด่าฉันนี่! แล้วคนอย่างอีสมายด์อ่ะเหรอจะยอม!! “แล้วไง ไม่เกี่ยวกับนาย ไม่ต้องเสือก!” “อู้ยย ใจเย็นค่ะดอก จริงจังไรขนาดน้านน เออ! แล้วตกลงมึงโดนไรมาเนี่ย” “หมาบ้ากัด!” “ห้ะ?! หมาบ้าที่ไหน” “นั่นดิวะอีสมายด์ มึงเลี้ยงหมาด้วยเหรอ” “หมาคนข้างห้องอ่ะ เห็นมันน่ารัก เลยไปขอเล่นด้วย ใครจะไปรู้ ว่ามันจะประสาทกลับ กลายเป็นหมาบ้าขึ้นมา” ฉันรู้สึกได้ว่าโซ่ตวัดสายตาพิฆาตมาหาฉันตั้งแต่ที่ฉันบอกว่าหมาบ้ากัดแล้ว เขาคงไม่พอใจฉันมาก(ถึงมากที่สุด) แต่ใครสน! “เป็นงั้นไป งั้นคราวหลังมึงก็ระวังๆหน่อยแล้วกัน ขึ้นชื่อว่าหมามันไว้ใจไม่ค่อยจะได้” “เออ จริงของอีชลลี่มันว่ะ” “อร๊ายย ผัวผิง เข้าข้างเมียด้วยอ่ะ น่าร้ากกก” ชลลี่หยิกแก้มผิงทั้งสองข้าง แล้วบุ้ยไปบุ้ยมา “อีดอก หยุด! กูเจ็บ อีเหี้ย!” “แหม ผู้ชายอะไรวะ อ่อนแอชิบ” อาเธอร์เผือกขึ้นมาอีกรอบ เลยโดนผิงถลึงตาใส่ไปหนึ่งดอก แต่อาเธอร์นางก็เหมือนไม่แคร์ เพราะนางแค่กระตุกยิ้มแล้วกลับไปมองโซ่ “สัส แล้วตกลงกรณีมึงอ่ะ ยังไงครับ เมื่อกี้พอกูถามตอนเจอกันข้างล่าง แม่งก็ไม่ยอมตอบ แถมเดินทิ้งพวกกูมาเฉย ดีนะกูกับไอ้เหี้ยวินใส่เกียร์หมาตามมาทัน แล้วสรุปว่าไง ปากไปโดนไรมาวะ” “หมาบ้ากัดเหมือนกัน” ห้ะ!! ว่าไงนะ! “หมาบ้ากัด!? เดี๋ยวนะ ทำไมมันบังเอิญขนาดนั้นวะ” “ไม่รู้เหมือนกัน” “คงไม่ใช่หมาตัวเดียวกันหรอกใช่มั้ย” เสียงเรียบของกวินเอ่ยขึ้นมา “ไม่ใช่ แต่นิสัยคล้ายๆกัน เหตุการณ์คล้ายๆกัน” “คือยังไง” “หมาคนข้างห้องเหมือนกัน ดูน่ารักเหมือนกัน แต่พอเข้าไปจูบนิดจูบหน่อย งับปากกูซะงั้น ประสาทกลับชิบหาย หมาพันธุ์เหี้ยไรก็ไม่รู้” หนอยย ไอ้บ้าโซ่! หลอกด่ากันชัดๆ แถมแบบนี้ชัดเลย ว่าอีตาบ้าโซ่แม่งก็อปปี้ข้ออ้างของฉันไปเห็นๆ ไม่ใช่ก็อปธรรมดา แต่ก็อปไปเกือบทั้งดุ้น สมองไม่มีหรือไง ถึงได้ลอกอ่ะ รู้งี้เมื่อกี้รีบลุกใส่เกียร์ชีต้าร์ไปจดลิขสิทธิ์ซะก็ดี! ปึก!! ฉันตบโต๊ะเองแหละ โมมม-โหหห!!! “เป็นไรคะดอก” “ปวดฉี่ จะไปห้องน้ำหน่อย” แล้วฉันก็ลุกเดินออกมาจากเซคเลย ไม่อยากนั่งใกล้ไอ้บ้าโซ่ ไอ้หมาบ้า ไอ้หมาสันดานก็อปปี้ ไอ้ผู้ชายนิสัยไม่ดี ไอ้เคอเรจ(เจ้าหมาโง่) ไอ้ๆๆ..ฮึ่ย!! ช่างแม่งเหอะ เอาเป็นว่าฉันเกลียดหมอนั่นก็แล้วกัน!!! SMILE ENDตกเย็น.. Rrrrr.. “ฮัลโหลริสา โอเค เดี๋ยวฉันไปรับ เธอเดินห้างไปพลางๆก่อนแล้วกัน” ผมรับสายริสา คุยกันเสร็จก็วาง เพราะผมเดินถึงรถพอดี กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ “สมายด์” มือชะงักเฉย เพราะเสือกเหลือบไปเห็นสมายด์ไกลๆ เหมือนยัยนั่นจะกำลังเดินไปที่รถ เดินมาคนเดียวซะด้วย ก็ดี! ผมจะได้ถือโอกาสสะสางทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ หมายถึงเรื่องเมื่อคืน รวมทั้งเรื่องวันนี้ที่ยัยปากสุนัขนั่นบังอาจด่าผมว่าเป็นหมาประสาทกลับ! SO END หมับ! “ว้าย!!! ไอ้บะ..โซ่!!?” ฉันตกใจจนสะดุ้ง ก่อนหันขวับไปมองอย่างไว ตั้งใจจะอ้าปากด่าไอ้บ้าที่มันเล่นพิเรนทร์ไม่เข้าเรื่อง มีอย่างที่ไหน จู่ๆก็มากระชากแขนกันจากด้านหลัง ฉันก็ตกใจน่ะสิ แต่พอหันไปกลับกลายเป็นต้องชะงักคำด่า เพราะคนกระชากคือโซ่ แต่จะว่าไป ด่าไปก็ถูกแล้ว เพราะหมอนี่ก็บ้าจริงๆไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคงไม่มากระชากฉันอย่างกับโจรกระชากสร้อยแบบนี้หรอก “ทำเหี้ยอะไรของนาย!” “หยาบคายขึ้นทุกวันนะ อยากโดนกัดปากสั่งสอนอีกหรือไง” “ก็เอาดิ นายกัดเป็นคนเดียวซะที่ไหน!” กัดมากัดกลับค่ะ ไม่โกง! “ใช่ ฉันรู้ว่าเธอกัดเป็น แต่คงกัดได้ไม่แรงเท่าฉันหรอก เธอก็น่าจะรู้ดี ไม่งั้
ส่วนอีริสา ขออนุญาตเรียกอีนะ เกลียด!! มันเรียนอีกมหาลัยนึง ทั้งที่ความจริงมันก็คงอยากเรียนที่นี่มั้ง แต่เสือกสอบไม่ติดไง ก็ดี สมน้ำหน้า โคตรเป็นโชคดีของฉัน ที่ไม่ต้องเห็นหน้ามัน ไม่งั้นฉันคงได้ซิ่วไปเรียนมออื่นตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมปี 1 เพราะคงทนเรียนกับอีลิ้นสองแฉกนั่นไม่ไหว พะอืดพะอม! ขอโทษอีกทีที่ฉันใช้คำไม่สุภาพ สันดานปากฉันมันก็หมาแบบนี้แหละ นิสัยก็ไม่ดี ใครรับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ช่างแม่ง ฉันไม่แคร์ เพราะฉันก็ไม่ใช่คนดีในสายตาใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสายตาไอ้ควายโง่ๆที่นั่งอยู่ข้างๆฉัน “หวัดดีค่ะผัวววว แหม วันนี้หล่อจังเลยนะคะ” ชลลี่หันไปยิ้มส่งสายตาหวานฉ่ำให้อาเธอร์ ไม่สิ แบบนี้เรียกว่ายิ้มส่งสายตาปานจะเขมือบอาเธอร์เข้าไปมากกว่า “กูหล่อทุกวันครับชลลี่” “ไม่ค่อยหลงตัวเองเลยไอ้สัส” นั่นเสียงผิง คงหมั่นไส้อาเธอร์แหละดูออก “หลงตัวเองก็ดีกว่าหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นเพศเดียวกันกับกูแหละวะ” “ว่าไงนะ! นี่มึงเหยียดกูเหรอไอ้เหี้ยเธอร์! ไอ้สัส! เดี๋ยวกูก็อัดเสียงมึงไปประจานลงโซเชียลหรอก เอาให้คนรุมด่ามึงให้ยับไปเลย โทษฐานที่โลกแคบ เหยียดเพศ ทั้งๆที่สมัยนี้ โลกมันเปิดกว้าง คนส่วนใหญ่เขาก็ย
ปัง!!ประตูห้องนอนถูกปิดใส่หน้าผมดังปังด้วยฝีมือของยัยเพื่อนตัวดีของผมเอง เธอชื่อสมายด์ และเธอเป็นผู้หญิงที่โคตรร้ายกาจ บอกตามตรงว่าผมโคตรหนักใจกับสันดานแย่ๆ ของเธอเลย“ทำไมเธอไม่น่ารักเหมือนตอนเด็กๆ ห้ะสมายด์ ทำไมยิ่งโต เธอก็ยิ่งร้ายกาจ ฉันไม่เข้าใจเลย”ผมมองแผ่นประตูห้องนอนของยัยผู้หญิงร้ายกาจด้วยความรู้สึกที่ยังคงโคตรหนักใจ ยิ่งไปกว่านั้นคือผมโคตรผิดหวัง เสียดายความน่ารักของเธอตอนเด็กๆ ตอนนั้นเธอนิสัยดี น่ารัก ผมพูดอะไรก็เชื่อฟังทั้งนั้น ไม่ดื้อ ไม่รั้น ไม่ต่อต้าน ไม่เถียงคำไม่ตกฟาก แต่จู่ๆ เธอก็กลายเป็นเด็กร้ายกาจ อารมณ์ร้อน แถมพฤติกรรมของเธอก็ยังรุนแรงขึ้นทุกวันอย่างวันนี้เธอก็ไปตบริสา ริสาเป็นแฟนผมน่ะครับ และผมไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำไปทำไม แทนที่จะรักกันเหมือนพี่น้อง เพราะริสาก็เหมือนเป็นน้องสาวของเธอ ในเมื่อพ่อแม่ของเธอรับริสามาเป็นลูกอีกคน และริสาเกิดหลังสมายด์สักสองเดือนได้ เลยถือได้ว่าเป็นน้องแต่สมายด์กลับไม่ญาติดีด้วย ตรงกันข้าม เธอชอบรังแกริสา ทั้งๆ ที่ริสาเป็นคนน่ารัก นิสัยดี อ่อนโยน แล้วก็ยังน่าสงสาร เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเองและคงเป็นเพราะ
โดนพุ่งเข้ามาจูบเป็นรอบที่สองแบบไม่ทันตั้งตัว(อีกแล้ว) แถมจูบครั้งนี้มันก็ป่าเถื่อนและหนักหน่วงรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าเลยด้วย มันเหมือนโซ่สูบวิญญาณฉันไปเลย ฉัน ฉันหายใจไม่ออก ทั้งเจ็บ ทั้งแสบ ทั้งหายใจไม่ออกจริงๆ ฟึ่บ! อึก! โชคดีที่หมอนี่ยอมถอนจูบออกไป(แรงๆ)ทันเวลา ฉันถึงยังมีโอกาสหายใจอยู่ หายใจถี่มากด้วย ถี่แบบคว้าอากาศเข้าปอดรัวๆแทบไม่ทัน “นะ..นายทำแบบนี้ทำไม” เสียงฉันสั่นมากตอนนี้ เพราะการเปล่งเสียงพูดมันแย่งกันกับจังหวะการหายใจ “สั่งสอนคนทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดอย่างเธอไง” “ฉันไม่ได้ผิด!” “ไม่ผิดเหรอ เธอทำร้ายริสา แบบนี้เรียกไม่ผิดเหรอ” “มันทำฉันก่อน!” “ไม่มีทาง! คนอย่างริสาไม่มีทางทำร้ายใครก่อน ถ้าเป็นเธอก็ว่าไปอย่าง” “เหรอ นายเห็นหรือไง ทุกครั้งที่ยัยนั่นคาบข่าวไปฟ้องนาย นายก็ไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์ นายฟังความข้างเดียว ฟังแต่จากปากของยัยนั่น นายมันลำเอียง! โง่อีกต่างหาก!!” “ส่วนเธอมันก็เลวสินะ ถึงทำร้ายริสาซ้ำแล้วซ้ำเล่า!” “โซ่!!!” ปึก! เพียะ!!! ฉันผลักโซ่ออกอีกครั้งแล้วตบหน้าหล่อๆของเขาไปเต็มแรง ก็เขามาว่าฉันเลวทำไมล่ะ! ไอ้เสียใจก็เสียใจแหละ แต่มันก็โกรธ(มากๆ)ด้วย!
0:34 AMSMILE | CONDOติ๊งต่องๆๆๆๆๆๆ!!!!!!ปึก!ฉันสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ก็เพราะไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้เล่นมากระทำชำเรากริ่งหน้าห้องฉันซะเอาเป็นเอาตายขนาดนี้ ..ป่านนี้ช้ำหมดแล้วมั้งลูกแม่ ฮืออTT“ไอ้พวกโรคจิตแน่ๆ” เพราะมันคิดเป็นแบบอื่นไม่ได้แล้ว แบบนี้ต้องโทรหา รปภ.!!!หมับ!ฉันเปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตึ๊ง!LINEไอ้บ้าโซ่: เปิดประตูจู่ๆ ไลน์ก็เด้งขึ้นมาขัดขวางการจิ้มหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน“โซ่!?” หมอนี่เองหรอกเหรอที่มาทำร้ายกริ่งหน้าห้องฉัน“มาทำอะไรป่านนี้?” แล้วทำไมต้องกดกริ่งโหดเหมือนกับโกรธกริ่ง (มาสักสิบชาติ) ด้วย •••??? //??? •••ตึ๊ง!LINEไอ้บ้าโซ่: ถ้าไม่เปิดไอ้บ้าโซ่: ฉันจะกดทั้งคืนว่าไงนะ!!กดทั้งคืน?!..หมอนี่บ้าไปแล้วเหรอ!!?พรึ่บบ!ที่ฉันรีบลงจากเตียงตรงไปเปิดไฟแล้วตรงไปที่ประตูห้องนี่ไม่ใช่อะไรหรอก ฉันกลัวพรุ่งนี้คนข้างห้องเขาจะร้องเรียนฉันโทษฐานส่งเสียงดังรบกวนเวลานอนเอาน่ะสิปึก!“นายมีอะไร!” ไม่บอกก็รู้ใช่มั้ย ว่าฉันเปิดประตูอย่างโคตรอารมณ์เสีย มันไม่สบอารมณ์เอามากๆ น้ำเสียงถึงได้โคตรไม่เป็นมิตร สีหน้าแววตาก็ด้วย“…”ฟึ่บ!!ปัง!!!แต่โซ่เล่นใหญ่กว่า เพร







