เข้าสู่ระบบปึก!
ผมนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวอย่างไม่สบอารมณ์ แต่คงไม่ต้องบอกหรอกใช่มั้ย ว่าผมไม่สบอารมณ์เรื่องอะไร “เป็นอะไรรึเปล่าเรา ไปเรียนมหาลัยวันแรกไม่สนุกเหรอ ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลย” ‘พ่อ’ผมถามอย่างเป็นห่วง และคงจะแปลกใจอยู่ลึกๆ ด้วยมั้ง เพราะปกติ.. ผมเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ ไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกออกไปเท่าไหร่ แต่วันนี้มันเกินจะทนจริงๆ ! “นั่นสิ แม่เองก็แอบเห็น ว่าลูกแม่สีหน้าไม่ค่อยดีตั้งแต่กลับมาแล้ว สรุปว่าที่มหาลัยมีอะไรรึเปล่าจ๊ะ?” ‘แม่’ผมถามอีกคน แล้วก็.. ผมลืมบอก ที่จริงพอเข้าปีหนึ่ง ผมก็ย้ายไปอยู่คอนโดใกล้มอ มอผมไม่บังคับให้ปีหนึ่งต้องอยู่หอใน เลยอยู่ข้างนอกได้ รับน้องเสร็จก็กลับได้ แต่วันนี้ผมอยากกลับมากินข้าวที่บ้าน ตอนนี้ผมเลยมาโผล่ที่บ้าน “เปล่าครับ ผมแค่ไม่โอเคกับรุ่นพี่บางคน” ผมตอบไปตามตรงด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “คือยังไง หมายถึงรุ่นพี่บางคนมาทำอันธพาลใส่?” พ่อเอียงหน้าขมวดคิ้วถามผม “ประมาณนั้นครับ คงคิดว่าเป็นรุ่นพี่ ก็เลยจะกวนตีนรุ่นน้องยังไงก็ได้” “แบบนั้นมึงก็จัดให้สักหมัดดิวะ จะกลัวอะไร เหี้ยมาเหี้ยกลับ กวนตีนมากวนตีนกลับ ไม่โกง” เสียงติดทะเล้นผสมกวนส้นนั้นดังเข้ามา เป็นเสียงพี่ชาย (คนรอง) ของผมเอง ชื่อ ‘ซีดี’ ส่วนสันดานมัน ผมคิดว่าคงไม่ต้องอธิบาย เพราะฟังจากน้ำเสียง (กวนตีน) ของมันก็น่าจะรู้ แต่ไอ้ที่น่าแปลกคือ ทำไมวันนี้มันถึงกลับบ้านก็ไม่รู้ ..เห็นปกติขลุกอยู่แต่คอนโดตัวเอง กับผับของไอ้‘ไค’ ไอ้ไคเป็นลูกชายอา ‘คิง’กับป้า ‘ดาวประกาย’ เพื่อนสนิทพ่อกับแม่ผมน่ะครับ ครอบครัวของเราสนิทกัน “ก็อยากทำอยู่หรอก ถ้ายัยนั่นไม่ใช่ผู้หญิง” “ว่าไงนะ ผู้หญิง?” ไอ้ซีดีขมวดคิ้วก่อนพุ่งพรวดเข้ามานั่งลงข้างๆ ผม “อืม แต่ไม่พูดถึงได้มั้ย ไม่ชอบ” “ใครไม่ชอบใครวะ นี่กูพลาดไรไปรึเปล่า” อยู่ๆ ไอ้เฮีย‘โซ่’เดินเข้ามาอีกคน พี่ชายอีกคนของผมน่ะครับ เป็นพี่ชายคนโต ซึ่งไม่ค่อยกวนตีนเท่าไหร่ (มั้ง) .. แต่เอาเป็นว่า ไอ้พี่ชายคนโต มันไม่ได้กวนตีนเท่าไอ้พี่ชายคนรอง แต่!! ‘สันดาน (เหี้ย) อย่างอื่นของมัน’ ผมไม่ค่อยแน่ใจ แต่ที่แน่ใจคือ ที่อยู่ๆ วันนี้มันโผล่มาที่บ้าน (โดยมิได้นัดหมาย) ผมไม่ได้แปลกใจ เพราะปกติไอ้เฮียโซ่มักจะกลับมากินข้าวเย็นกับที่บ้านบ่อยๆ “ผู้หญิงว่ะโซ่ รุ่นพี่ผู้หญิง สงสัยมาจีบเซริวมันแน่ๆ อยู่ๆ ถึงมากวนตีนหนุ่มฮอตเนิร์ดของเรา หึๆ” ไอ้ซีดีตอบแทนผมพร้อมเสียงหัวเราะอย่างขบขัน เหมือนไม่ได้จริงจังอะไรหรอก แค่ล้อเล่นสนุกๆ แต่ผมไม่สนุกด้วยดิแม่ง!! เพราะผมโคตรไม่ชอบยัยนั่น เลยไม่อยากได้ยินอะไรแบบนี้ ถึงไอ้ซีดีมันจะแค่ล้อเล่นก็เถอะ แต่ผมก็ไม่ชอบ ผมถึงหันไปมองแรงไอ้พี่เหี้ยก่อนหันไปหาไอ้เฮียโซ่ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว “ไม่ใช่หรอก ยัยนั่นแค่มากวนตีนให้รำคาญเล่นก็แค่นั้น สงสัยว่างจัด” “เหรอ แล้วนี่ตกลงกูเชื่อใครดีวะ พ่อครับแม่ครับ ตกลงผมเชื่อใครดี” ไอ้เฮียโซ่ยิ้มถามผม สลับกับถามไอ้ซีดี ก่อนหันไปยิ้มถามพ่อกับแม่อย่างขอคำตอบ “ไม่รู้สิ พ่อเองก็สับสนไปหมด หึๆ” “สับสนนี่หมายถึงสับสนทางเพศ?” ใครจะคิดว่าแม่ผมจะนึกครึ้ม อยากเล่น (แผลงๆ) ขึ้นมา โดยการโพล่งขึ้นมาแบบนี้ใส่พ่อผม พร้อมรอยยิ้มกวน (…) “เมีย กวนตีนครับ” “ก็อยากเลียนแบบรุ่นพี่ของเซริวบ้าง ไม่ได้เหรอ?” เมื่อกี้ยิ้มถามแบบกวนๆ มาตอนนี้แม่แกล้งเอียงหน้าถามพ่อแบบแอ๊บแบ๊วไร้เดียงสา ซึ่งนั่นก็คงตั้งใจกวน (…) พ่อเหมือนกัน และดูจากสถานการณ์แล้ว.. พ่อผมก็คงไม่ยอม! ..เพราะเฮียแกเองก็ร้ายใช่เล่น! “ไอ้ได้อะได้ครับเมีย แต่ควรทำในห้องเรามั้ย ทำปุ๊บผัวจะได้จับขึ้นเตียงปั๊บเลย” นั่นไง ผมว่าแล้ว “บ้า แบดซ์อ่ะ” แม่อายม้วนไปเลย หน้าก็แดงเป็นลูกตำลึง อ้อ! แล้วก็‘แบดซ์’อ่ะ ชื่อพ่อผม ส่วนแม่ผมชื่อ‘เอวา’ “หึๆ” พวกผมหัวเราะเบาๆ ไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่พ่อกับแม่หยอกล้อกันหรอก เพราะเรื่องแบบนี้มันปกติสำหรับครอบครัวเรา ทุกคนเป็นกันเอง ‘และเราทุกคนเป็นเหมือนเพื่อน’ พูดคุยกันได้แทบทุกเรื่อง หยอกล้อกันได้ มีอะไรก็คุยกัน “งั้นรีบกินข้าวมั้ยครับ พ่อกับแม่จะได้ขึ้นไปเล่นกันต่อบนห้องนอน” “อืม อันนี้ผมเห็นด้วยกับไอ้ซีดีนะ มึงอะเซริว” “ไม่ขัด” “แสดงว่าอยากมีน้องเล็กสักคนใช่มั้ย ถึงเห็นพ้องต้องกันแบบนี้” “ได้ก็ดีครับพ่อ หึๆ” ผมตอบแทนทุกคนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ..อาการหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ก่อนหน้านี้ เริ่มคลายลง เพราะพอได้คุยกับที่บ้าน ได้เจอบรรยากาศอบอุ่นจากครอบครัว ผมก็อารมณ์ดีขึ้นแล้ว “จัดไปครับ สามหนุ่มสุดหล่อ งั้นมื้อนี้พ่อขอโด๊ปหนักๆ เลยละกัน จะได้มีแรงทำน้องเล็ก” “หืมม? เดี๋ยวนะคะหนุ่มๆ คือแบบ ตกลงกันเอง? แบบว่าไม่คิดจะถามคนเป็นแม่เลยสักคำ?” แม่เอียงหน้าถามขึ้นมายิ้มๆ พร้อมกับอ้าแขนออกทั้งสองข้าง อารมณ์แบบ.. แม่กำลังถามพ่อกับพวกผมว่า ‘แบบนี้.. ก็ได้เหรอ??’ อะไรทำนองนั้นน่ะครับ และพ่อก็เหมือนจะตอบทางสายตาไปว่า ‘ได้’ “ไม่จำเป็นครับเมีย เมียต้องเคารพเสียงข้างมากนะ ประชาธิปไตยไง” “ใช่ครับแม่” ไอ้ซีดีเสริมยิ้มๆ “หราา เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ โดยเฉพาะสองพ่อลูกแบดซ์ซีดีคู่เนี้ยะ” “แบดซ์ซีดีเหรอ ฟังแล้วเข้ากั๊นเข้ากัน หึๆ” “ยังอีก กวนตีนแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่ให้ทำน้องเล็กหรอก” กึก! พ่อหยุดหัวเราะแทบไม่ทัน สงสัยจะสะดุดกับประโยคท้ายของแม่ที่บอกว่าจะไม่ให้ทำน้องเล็ก “เดี๋ยวนะ เมียพูดแบบนี้หมายความว่า..” “โอเค” “ไชโย!!! โคตรรักเมียเลยคร้าบบ” พ่อยิ้มกว้างแบบกว้างมาก สงสัยคงจะดีใจสุดๆ ฟอดด!!! ก่อนพ่อจะพุ่งเข้าไปหอมแก้มแม่หนักๆ แบบว่าหนักมากจริงๆ มากจนถึงขนาดว่า เสียงฟอดดังก้องไปทั่วทั้งห้องกินข้าว “หืออ หวานอะไรเบอร์นี้ครับ เล่นเอาผมโคตรอิจฉา” “อย่าแหลไอ้ซีดี ที่คอนโดอะ มึงซุกสาวไว้กี่คน อย่าคิดว่ากูไม่รู้ ใช่มั้ยเซริว” “ถ้าตอบว่าใช่คือ จะไม่โดนซีดีมันกระทืบใช่มั้ย?” ผมถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบนิ่ง ..บวกกับแอบหลอนอยู่นิดๆ ก็มือตีนไอ้พี่คนรองแม่งหนักอย่างกะอะไร ผมไม่อย่างเสี่ยง “ไม่รับประกันว่ะ” “งั้นกินข้าวดีกว่า” ผมยังคงตอบนิ่งๆ ก่อนก้มหน้ากินข้าว เพราะแบบนี้น่าจะปลอดภัยสุด “อ้าว เป็นงั้นไป งั้นสรุปว่าประเด็นนี้ตกไป เพราะกูไม่มีแนวร่วมใช่มั้ย?” “ก็ถูกแล้วที่เป็นอย่างงั้น เพราะกูยังไม่อยากกระทืบพี่กับน้องตัวเองตายคาตีนว่ะ” “พูดอย่างกะว่ากูจะยอมนอนนิ่งเป็นหุ่นให้มึงกระทืบ” “ก็ต้องมีบางทีที่มึงพลาดบ้าง” “เออ ก็จริง” “เห็นด้วยซะงั้น” “เพราะกูหิวข้าวแล้วว่ะ ตั้งแต่มาถึงนี่โม้อย่างเดียวเลย ข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักคำ โน่น มึงดูเซริว นำมึงกับกูไปหลายขุมแล้วว่ะ” “พูดอีกก็ถูกอีก งั้นกินข้าวมั้ย” “ตามนั้น” แล้วก็จบที่ไอ้พี่เหี้ยสองตัวทำการสงบศึกแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวเหมือนผมเฉย ..แต่ก็ดีแล้วล่ะครับ ที่แม่งไม่เกิดสงคราม แต่ชีวิตผมในวันพรุ่งนี้และต่อๆ ไปนี่สิ แม่งไม่รู้จะสงบสุขรึเปล่า เพราะผมมีลางสังหรณ์แปลกๆ ว่ายัยรุ่นพี่ตัวแสบจะไม่ยอมปล่อยให้ชีวิตผมสงบสุขง่ายๆ แม่งไม่รู้เป็นเชี่ยอะไรกับผม ทำไมเธอต้องมายุ่งกับชีวิตผมด้วยวะ ขาดความอบอุ่นหรือไง ไม่สิ! ‘ขาดผู้ชายมากหรือไง!’ หน้าเธอก็สวยนะ ดูเพอร์เฟคทุกอย่าง ไม่น่าจะหาผู้ชายไม่ได้ หรือความจริงแล้วหาได้ แต่เธอแค่อยากแกล้งผม บ้าชิบ! แบบนี้ผมคงต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างเช่น.. พยายามอยู่ห่างเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ หมดรับน้องเมื่อไหร่ ผมจะทำอย่างที่ผมสาบานเอาไว้ ใช่ครับ ‘ผมจะไม่เข้าไปเฉียดใกล้ยัยบ้านั่นเด็ดขาด ไม่มีทาง!’ SEIRYU END
“อ๋อ รูปนี้ แม่ก็ตกใจหมด นึกว่าพ่อไปแอบมีกิ๊กจริงๆ” เมเบลแกล้งหันมาเอาเรื่องผม แต่เธอพูดแบบยิ้มๆ ชัดเจนว่าเธอก็แค่ล้อเล่นนั่นแหละครับ เพราะเธอก็คงรู้ดี ว่าผมไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นแน่นอน ให้ตายก็ไม่มีทางทำ“โธ่! ไม่มีหรอกครับ ไม่มีทาง ผมรักเมคนเดียว”“ก็แล้วไปสิ” เมเบลยักคิ้วยักไหล่ก่อนหันกลับไปหาเจ้าสมุทร ส่วนผมเหรอ ก็โล่งนะครับ แต่มันก็มีความสงสัยเข้ามาแทน ว่ารูปนั้นมันมาได้ยังไงกัน(วะ) หรือลูกส่องเฟซผม ถึงขุดหาเจอ เพราะรูปมันนานมาก เป็นรูปที่ผมเอาตั้งโปรไฟล์ตั้งแต่ก่อนจะคบกับเมเบลซะอีก“ไปเจอมาได้ไง ส่องโปรไฟล์พ่อ?”“ไม่ใช่ผมส่องหรอกครับ ยัยกุ๊บกิ๊บตัวแสบต่างหากที่ส่อง” กุ๊บกิ๊บที่เจ้าสมุทรหมายถึง เธอเป็นลูกสาวเพื่อนบ้านน่ะครับ เล่นกับเจ้าแสบทั้งสามคนมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อกับแม่ของเธอก็สนิทกับบ้านพวกเรามาก“อ๋อ แล้วทำไมหนูกุ๊บกิ๊บถึงไปส่องเฟซพ่อเราได้ล่ะนั่น”“เห็นบอกว่าป้าแก้วเล่าให้ฟังน่ะครับ ว่าสมัยหนุ่มๆ พ่อหล่อมาก ป้าแก้วเห็นแล้วยังอึ้ง ยัยนั่นเลยเข้าไปส่องเฟซพ่อให้เห็นกับตาตัวเอง”“แล้วอึ้งมั้ย” อันนี้เมียผมถาม“อึ้งสิครับ อึ้งจนไม่อยากเชื่อ อึ้งจนต้องส่งมาให้พวกผมสามคนช่วยอึ้ง”“ห
“หื่นตลอดแหละ” “ก็รู้อยู่นี่ครับ” ผมบอกยิ้มๆพร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากอวบอิ่มอมชมพูของเมียสุดที่รัก ก็ผมบอกแล้วว่าไม่ทงไม่ทำมันแล้วงาน ขอจัดเมียสักดอกสองดอกก่อน จัดในห้องทำงานนี่แหละ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเคยจัดกันในนี้ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว จุ๊บ จ๊วบ.. จากเมื่อกี้ผมจูบเธอหวานๆเบาๆ อ่อนโยน ละมุนละไม แต่ตอนนี้มันเริ่มร้อนแล้วล่ะครับ ยิ่งเมียจูบตอบกลับมาอย่างดูดดื่มร้อนแรง ผมก็ยิ่งร้อน ลูกชายผมก็ยิ่งแข็งและร้อนได้ที่ เพราะงั้น.. ก็อกๆๆ!! กึก!! เวรกรรม! กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้วเชียว เพราะมือนึงของผมอยู่ที่ซิปกางเกงแล้ว กำลังจะถอดแล้วควัก แต่ทุกอย่างก็ต้องชะงักกึกลง จูบก็ต้องถอนออก แถมเมียสุดที่รักก็ต้องรีบลุกจากตักผมไปยืนอยู่ข้างๆ ทุกอย่างจำต้องยุติลงทั้งหมด เพียงเพราะเสียงเคาะประตู แอ๊ด.. ประตูถูกเปิดเข้ามาโดยที่เราสองคนกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ทันเวลาพอดี ไม่ว่าจะทั้งด้านอารมณ์ ทั้งด้านสภาพภายนอก โดยเฉพาะมือผมที่อยู่ตรงซิปกางเกง เตรียมตัวจะควักลูกชายออกมาจ้วงร่องเมียเมื่อกี้นี้ “เซอร์ไพรส์ครับ!” เป็นลูกชายผมนี่เอง ทั้งสามคนเปิดประตูเข้
แต่ไอ้เฮียโซ่มันก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เพราะ ณ ตอนนั้นมันซีเรียสอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องเมีย แต่จะให้เล่าเรื่องมันกับเมีย มันก็ยาวแหละครับ ไว้ไปถามมันเองละกัน ผมพูดแค่เรื่องบริษัทกับความสำเร็จของบริษัทก็แล้วกัน เพราะถึงมันจะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่มันก็บริหารบริษัทได้โคตรดี ยิ่งมีเมียก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ สงสัยได้ยาดีจากเมีย ถึงได้ฮึดได้แบบนั้น แต่ไม่ใช่แค่มันหรอก ผมก็เหมือนกัน ที่วันนี้ผมทำได้ ที่วันนี้ผมประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะแค่ความพยายามของผมคนเดียว แต่เพราะมีเมเบลอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ผมถึงผ่านทุกอย่างไปได้ วันนี้ผมถึงทำได้ และทำสำเร็จ ผมทำให้ที่นั่นเติบโตมาพร้อมกับผม กับครอบครัวผม และลูกๆของผมได้ ครับ ตอนนี้ผมกับเมเบลมีลูกด้วยกันแล้ว โตๆกันหมดแล้วด้วย และลูกคนแรก เราได้มาตอนไปฮันนีมูนครั้งนั้นไงครับ ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่พลาด และมันก็ไม่พลาดจริงๆ แต่จะว่าไป เมเบลมีอะไรกันนะ ถึงได้เข้ามาหาผมในนี้ เพราะปกติเธอจะไม่ค่อยเข้ามารบกวนผมตอนทำงานหรอก “มีอะไรเหรอครับ” “ดูในเฟซยัง” “หืม? ในเฟซเหรอ ยังเลยครับ” “แล้วจำได้มั้ย วันนี้วันอะไร” “หึ ก็วันครบรอบ
5 ปีต่อมา ห้าปีมันอาจจะดูเร็ว แต่สำหรับผมมันนานมาก กว่าผมจะได้แต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนอย่างตอนนี้ เพราะกว่าผมกับเมเบลจะเรียนจบ กว่าจะทำงาน กว่าจะก่อร่างสร้างตัว กว่าอะไรๆจะพร้อม แต่ตอนนี้พร้อมแล้วล่ะครับ เหลือแค่ลูกที่ยังไม่มา ผมถึงได้หวังกับฮันนีมูนครั้งนี้ไง ก็นะ ตอนคืนเข้าหอ(ว่าที่)ลูกของเราดันหยิ่งไม่ยอมมาเกิด แต่ในคืนฮันนีมูนอย่างคืนนี้ ผมจะตั้งใจกว่าเดิม รับรองไม่พลาดแน่ ก็ผมกระแทกเข้าร่องเมียถี่ๆจนลั่นเรือขนาดนี้ ผมกับเมเบลมาล่องเรือยอร์ชด้วยกันสองคนน่ะครับ เพราะผมถามเมเบลว่าฮันนีมูนอยากไปไหน เธอบอกว่าอยากมาล่องเรือยอร์ช ผมเลยจัดให้ แต่ใครมันจะไปยอมทำแค่ล่องเรือยอร์ชนั่งดูพระอาทิตย์ตกเฉยๆแค่นั้นกันล่ะ ในเมื่อผมหวังลูกจากทริปฮันนีมูนในครั้งนี้มาก ถึงได้ชวนเธอปั๊มลูกไปพลาง ดูพระอาทิตย์ตกไปพลาง แต่นาทีที่ลูกน่าจะใกล้มาเกิดแบบนี้ ใครจะมีอารมณ์ดูพระอาทิตย์ตกอยู่ล่ะครับ มันต้องสนจังหวะกระแทกดิ “พี่เม ผมขอแรงๆกว่านี้นะครับ” หมับ! นั่นไม่ใช่ประโยคขอร้องหรอกครับ แต่เป็นประโยคบอกเล่ามากกว่า เพราะพอบอกปุ๊บ ผมก็กระแทกเข้าร่องเมียแบบรัวแรงปั๊บ “อ๊ะๆ เซริว ซี้ด..” หมับ! เมเบลคราง
ATLAS UNIVERSITY “กูตัดชุดเพื่อนเจ้าบ่าวรอเลยดีมั้ยวะ” “ไอ้สัส เว่อร์มากกก” ไอ้เจฟพูดกลั้วหัวเราะ แต่ไอ้ภูมันก็พูดเว่อร์จริงๆนะ เพราะผมกับเมเบลแค่คบกัน แต่ยังไม่ได้แต่งงานกัน เพราะผมเพิ่งจะอยู่ปี 2 กว่าจะเรียนจบ กว่าจะทำงาน รวมๆแล้วก็คงอีกหลายปีกว่าจะได้แต่ง ทั้งๆที่ลึกๆผมก็อยากแต่งแล้วเหมือนกันนะครับ อุตส่าห์ได้คืนดีกับเมเบลแล้วทั้งที ผมก็อยากจะผูกมัดเธอไว้กับผม ไม่ให้เธอหนีผมไปไหนได้อีก แล้วก็ใช่ครับ ผมคืนดีกับเมเบลแล้ว สถานะของเราก็ชัดเจนแล้วด้วย ชัดมากจนใครๆเขาก็รู้กันทั่วหมดแล้ว แต่พูดก็พูดเถอะ วันนั้นที่ผมจะไปเคลียร์กับเธอ มันก็มีอุปสรรคอยู่เหมือนกัน เพราะพอไปถึงรีสอร์ท ผมหาเธออยู่ตั้งนาน แถมหาไปหามา พนักงานก็เดินมาชนผมอีก แล้วไม่ใช่ชนธรรมดา เพราะพนักงานคนนั้นกำลังจะเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้แขกของรีสอร์ท เครื่องดื่มสีสันสดใสพวกนั้นเลยเลอะเสื้อนักศึกษาผมเต็มๆ ผมเลยต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อในรถ เพราะมันชุ่มมาก จะให้ไปง้อเธอด้วยสภาพเละเทะแบบนั้น ผมกลัวว่าเธออาจจะไม่โอเค เลยตัดสินใจไปเปลี่ยน ทั้งๆที่ใจอยากไปทั้งแบบนั้น เพราะผมโคตรอยากรีบไปหาเธอใจจะขาด แต่ก็จำต้องอดทนเอาไว้แ
ยิ่งพูด เสียงฉันก็ยิ่งสั่น เพราะมันยิ่งเจ็บปวด ยิ่งเสียใจ น้ำตาที่มันแค่ซึม ตอนนี้มันถึงคลอเบ้าและไหลลงมาแล้ว แต่ฉัน ฉันก็ยังอยากจะพูดต่อให้มันจบๆ ถึงความเจ็บปวดที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของฉัน “นายไม่เคยโพสต์รูปของเรา มีแต่ฉันที่เอาแต่โพสต์ นายไม่เคยทำให้มันชัดเจน นายไม่เคยบอกใครไปตรงๆว่าเราเป็นอะไรกัน แล้วตกลงเราเป็นอะไรกันเหรอ ความสัมพันธ์ของเรามันคืออะไร นายเห็นฉันเป็นอะไร เป็นคู่นอนเหรอ หรือไม่มีสถานะ ฉันมันบ้าไปเองคนเดียว ฉันเองคนเดียวที่หลงคิดไปว่านายเองก็รู้สึกแบบเดียวกับฉัน เพราะความจริงมันคงไม่ใช่สินะ ฉันเองที่บ้าอยู่คนเดียว บ้ามาตลอด ฮือ ฮึก” ตอนนี้ไม่ใช่แค่น้ำตาที่ทะลักไหล แต่เสียงสะอื้นก็เริ่มรุนแรงขึ้นจนแทรกแซงเสียงพูดจนทำให้เสียงสั่นๆของฉันเริ่มจะติดขัดขึ้นเรื่อยๆ และเปล่งออกมาได้ยากลำบาก แน่นอนว่ามันทรมาน แต่ก็คงทรมานน้อยกว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในหัวใจฉัน ความเจ็บปวดที่มันมากมายจนฉันคงไม่อาจทนได้แล้ว ฉันไม่อยากทนแล้ว “ในเมื่อมันเป็นแบบนั้น ฉัน ฮึก ฉันก็ควรพอได้แล้วสินะ เพราะฉันเหนื่อยแล้วกับการที่ต้องวิ่งตามนายอยู่ฝ่ายเดียว วิ่งตามทั้งๆที่มันตามไม่ทัน งั้นฉันก็ควร







