LOGIN“เหรอ แน่ใจ๊? ทั้งๆ ที่ตลอดรับน้องมึงก็ขยันอ่อยมันซะขนาดนั้น แต่กูก็ไม่เห็นว่าน้องมันจะเล่นด้วย”
“ก็มันต้องใช้เวลาหน่อยไง หมอนั่นดูเนิร์ดจะตาย มันก็ต้องใช้เวลาในการละลายพฤติกรรมกันนิสสนึง” “ด้วยการไปตามอ่อยทุกวันทั้งๆ ที่หมดรับน้องตั้งนานแล้วอ่ะนะ” “ฮือฮึ” ฉันตอบรับอย่างไม่ต้องคิด โดยที่ปากยังยิ้มมีความสุข ตายังมองหน้าจออย่างฟิน ใจมันฟูอย่างบอกไม่ถูก นี่สินะ อาการตกหลุมรัก นับวันฉันก็ยิ่งรักหมอนั่น รักโดยไม่มีเหตุผล รักโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น เห็นปุ๊บก็รักปั๊บเลย ก็หมอนั่นน่ารักนี่นา ฉันก็เลยรัก รักๆๆๆๆ ร้ากกก รักจะตายอยู่แล้ว อร๊ายย กรี๊ดดด>< ฮืออ เหมือนคนบ้าเลยแฮะ แต่ฉันก็ไม่รู้จะควบคุมตัวเองยังไง ในเมื่อมันรัก รักมากที่สุด รักหมดหัวใจเลย อ้อ! แล้วก็ที่ฉันตอบไอ้เชี่ยเซ็ตไปอย่างไม่ต้องคิด ก็เพราะว่าฉันทำแบบนั้นจริงๆ ตลอดรับน้อง ฉันอ่อยหมอนั่นตลอด อ่อยแบบไม่ปิดบังเลยว่า ‘ฉันจะเอานาย!’ และถึงตอนนี้จะหมดรับน้องไปสักพักแล้ว.. ฉันก็ยังตามอ่อย แบบว่าตอนยังอยู่ในช่วงรับน้อง ฉันก็ไปรอหมอนั่นเลิกคลาส แล้วก็ขู่ให้ไปด้วยกัน โดยใช้อำนาจของการเป็นรุ่นพี่แล้วก็อ้างว่ารุ่นพี่ต้องมารับรุ่นน้องไปทำกิจกรรมรับน้อง มันเป็นธรรมเนียม ทำให้หมอนั่นขัดไม่ได้ ต้องไปกับฉัน เวลากินข้าว ถ้าพักตรงกัน แล้วบังเอิญเจอ ฉันก็จะไปนั่งข้างๆ แล้วก็หาข้ออ้างบลาๆๆ อีกนั่นแหละ ทำให้หมอนั่นขัดไม่ได้อีก แล้วก็บางที ถ้าเจอหมอนั่นที่ไหน ฉันก็จะเข้าไปหา แล้วก็บางที หมอนั่นไปห้องสมุด ฉันก็ตามไป คือฉันตามอ่อยจนรู้ว่าเวลาไหน วันไหน หมอนั่นจะเข้าห้องสมุด ฉันก็จะไปดักรอ แล้วก็เข้าไปนั่งอ่านหนังสือข้างๆ พอหมอนั่นจะลุกหนี ฉันก็หาเหตุผลสารพัดมาขู่อีก และใช่ หมอนั่นก็ต้องยอมอีกตามเคย พอหมดรับน้อง ฉันก็ยังตามจีบตามอ่อยแบบเดิม ไปดักรอนู่นนี่นั่น บลาๆๆ ก็อย่างที่บอก โดยเฉพาะไปดักรอหลังหมอนั่นเลิกเรียน อันนั้นฉันทำบ่อยสุด ทำทุกวัน ถึงแม้หมอนั่นจะไม่ใจอ่อนและไม่มีท่าทีว่าจะเล่นด้วยเลย และถึงจะใช้อำนาจรุ่นพี่ได้ไม่เท่าก่อนหน้านี้เพราะหมดรับน้องแล้ว แต่ฉันก็มีวิธีของฉัน ยังไงฉันก็ไม่ท้อหรอก คนอย่างเมเบลไม่มีทางยอมแพ้อะไรง่ายๆ ฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้ น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันก็ต้องกร่อนบ้างแหละ ซึ่งหมอนั่นก็เหมือนกัน ต้องมีสักวันที่หมอนั่นใจอ่อน ฉันจะรอวันนั้น “ถ้ามึงยืนยันคำเดิม งั้นกูก็เอาใจช่วยครับ ขอให้เด็กนั่นมันยอมเป็นผัวมึงเร็วๆ” “แต๊งค์กิ้วค่ะเพื่อน รับรองว่าคำอวยพรของมึงเป็นจริงแน่นอน” “เออ กูจะรอเป็นเพื่อนเจ้าสาว ว่าแต่ว่า มึงจะไม่ไปเล่นบาสกับกูจริงเหรอ” “ไม่อ่ะ ใกล้จะได้เวลาไปอ่อยผัวละ อีกครึ่งชั่วโมง ผัวกูก็จะเลิกแล้ว ถ้าไม่รีบไปรอ เดี๋ยวไม่ทัน ผัวกูยิ่งจ้องจะหนีกูอยู่ด้วย” “ก็มึงตามจะสวบมันอย่างกะปอบ เด็กมันจะหนีก็ไม่แปลกหรอกครับอีดอก” “เออ ก็จริง แต่ถ้าไม่ตาม เดี๋ยวอีปอบตัวอื่นมันก็เอาไปสวบสิยะ” “หืม? ปอบตัวอื่น คือยังไง มีใครมาชอบหมอนั่นนอกจากมึงด้วย?” ไอ้เซ็ตมันเอียงหน้าถามฉันอย่างแปลกใจ ประมาณว่าไม่อยากจะเชื่อ “ไม่รู้สิ กูไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าผู้หญิงที่เรียนด้วยกันกับหมอนั่นมีเยอะอยู่ แถมชอบไปถามโน่นถามนี่หมอนั่น กูเลยต้องกลัวเอาไว้ก่อน ยิ่งหมอนั่นทั้งหล่อทั้งใจดีอยู่ด้วย มีแต่กับกูนี่แหละ ที่หมอนั่นเอาแต่จะหนี แต่ถึงจะหนี กูก็จะตามไปจับทำผัวจนได้นั่นแหละคอยดู กูไม่ยอมให้อีปอบตัวไหนลากผัวกูไปกินหรอก หรือถ้ามันกล้า อีปอบพวกนั้นมันก็ต้องข้ามศพกูไปก่อน!” “โห จริงจังมาก” “แน่สิ ผัวกูทั้งคน” “หึ สมกับเป็นเพื่อนกูจริงๆ เคๆ งั้นกูไปละ เจอกันพรุ่งนี้” พั่บ! มันพูดประโยคท้ายพร้อมตบไหล่ฉันเบาๆ ทีนึง “เค เจอกัน” ฉันเงยหน้าขึ้นไปตอบรับแบบยิ้มๆ ไอ้เซ็ตมันก็เดินออกจากคลาสไป พอมันไป ฉันก็ก้มหน้าดูจอต่อ ก็หมอนั่นหล่อ มันหยุดมองแทบไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะนั่งมองทั้งวัน I*******mSei_ryu ง่วงแต่ไม่ได้นอน View all comments CD_69 ชวนมาเที่ยว ไม่ได้ชวนมาง่วง Clint B. เหมือนกัน Nid.Nidnoy งื้ออ หล่อมากเลยอ่ะเซริว Cherry Chicha กรี๊ดด นายหล่อสุดๆ kai_kub กูให้ไอ้ดีเจมันเปิดเพลงดังขนาดนี้ มึงหลับลงก็ให้มันรู้ไปสิครับ C.cloud จริงของมึง KZ_kzzz ดังขนาดนี้มึงง่วงได้นะสัส กูแม่งยอม Lily โอ่ยย ใจละลายเลย JAMm_ อุ๊ยย น้องริว หล่อมั่กก น่าร้ากกก Mabel26 หล่อจังเลยค่ะที่รัก สุดที่รักของเมเบล ____________________________________________________ ส่องไปส่องมา ฉันทนไม่ได้ เลยเม้นต์ด้วยแม่งเลย ก็ใครใช้ให้มียัยผีปอบที่ไหนก็ไม่รู้มาเม้นต์ให้หมอนั่นกันตรึม มันไม่น่าไว้ใจ ฉันเลยต้องออกตัวแรงไว้ก่อน แล้วก็ถ้าถามว่าฉันรู้ไอจีหมอนั่นได้ไง บอกเลยว่าไม่ยาก ฉันก็สุ่มหาเอาเองนี่แหละ เพราะคนเราส่วนใหญ่ก็ใช้ชื่อตัวเองตั้งชื่อโปรไฟล์อยู่แล้ว (มั้ง) แต่ถ้าสุ่มหาไม่เจอจริงๆ ฉันก็เค้นถามหมอนั่นมาจนได้นั่นแหละ แต่โชคดีหน่อยที่ไม่ต้องเค้นถาม เพราะหมอนั่นใช้ชื่อตัวเองตั้งชื่อโปรไฟล์ ทั้งไอจี ทั้งเฟซบุ๊ค ทั้งเอ็กซ์นั่นแหละ ฉันเลยหาเจอเองหมดเลย แล้วตอนนี้ฉันก็ติดตามหมอนั่นทุกช่องทาง เฟซบุ๊คด้วย เพราะฉันขอเป็นเพื่อนไปแล้ว แต่หมอนั่นหยิ่งไม่รับ เลยได้แค่ติดตาม แต่สักวันฉันต้องทำให้หมอนั่นรับให้ได้เลย ติ๊ดๆๆ!! “อุ๊ย! ตายแล้ว!” พอส่องไอจีเซริวไปเรื่อยๆ เสียงนาฬิกาปลุกมันก็เตือนขึ้นมา เล่นเอาตกใจหมด ไม่ใช่ตกใจเสียงนาฬิกานะ แต่ตกใจที่ฉันมัวแต่ส่องไอจีหมอนั่นจนเกือบลืมเวลาไปดักรอหมอนั่นหน้าคลาส ดีนะ ที่ฉันตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ งั้นรีบไปดีกว่า ขืนช้าเดี๋ยวหมอนั่นชิ่ง แต่คงจะชิ่งไม่ทันหรอก เพราะคลาสเรียนสุดท้ายของหมอนั่นอยู่ข้างล่างนี่เอง ตารางเรียนของหมอนั่น ที่ฉันรู้ดีเพราะฉันเคยใช้อำนาจของรุ่นพี่เค้นถามเขามาตอนรับน้อง หึ เป็นรุ่นพี่นี่มีประโยชน์จริงๆ ถึงจะดูเหมือนเป็นวิธีขี้โกงก็เถอะ แต่ใครสน วิธีไหนได้ผล ฉันก็ใช้วิธีนั้นแหละ ขืนมัวแต่เป็นคนดี เดี๋ยวก็อดได้เด็กเป็นผัวกันพอดี! MABEL END
“อ๋อ รูปนี้ แม่ก็ตกใจหมด นึกว่าพ่อไปแอบมีกิ๊กจริงๆ” เมเบลแกล้งหันมาเอาเรื่องผม แต่เธอพูดแบบยิ้มๆ ชัดเจนว่าเธอก็แค่ล้อเล่นนั่นแหละครับ เพราะเธอก็คงรู้ดี ว่าผมไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นแน่นอน ให้ตายก็ไม่มีทางทำ“โธ่! ไม่มีหรอกครับ ไม่มีทาง ผมรักเมคนเดียว”“ก็แล้วไปสิ” เมเบลยักคิ้วยักไหล่ก่อนหันกลับไปหาเจ้าสมุทร ส่วนผมเหรอ ก็โล่งนะครับ แต่มันก็มีความสงสัยเข้ามาแทน ว่ารูปนั้นมันมาได้ยังไงกัน(วะ) หรือลูกส่องเฟซผม ถึงขุดหาเจอ เพราะรูปมันนานมาก เป็นรูปที่ผมเอาตั้งโปรไฟล์ตั้งแต่ก่อนจะคบกับเมเบลซะอีก“ไปเจอมาได้ไง ส่องโปรไฟล์พ่อ?”“ไม่ใช่ผมส่องหรอกครับ ยัยกุ๊บกิ๊บตัวแสบต่างหากที่ส่อง” กุ๊บกิ๊บที่เจ้าสมุทรหมายถึง เธอเป็นลูกสาวเพื่อนบ้านน่ะครับ เล่นกับเจ้าแสบทั้งสามคนมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อกับแม่ของเธอก็สนิทกับบ้านพวกเรามาก“อ๋อ แล้วทำไมหนูกุ๊บกิ๊บถึงไปส่องเฟซพ่อเราได้ล่ะนั่น”“เห็นบอกว่าป้าแก้วเล่าให้ฟังน่ะครับ ว่าสมัยหนุ่มๆ พ่อหล่อมาก ป้าแก้วเห็นแล้วยังอึ้ง ยัยนั่นเลยเข้าไปส่องเฟซพ่อให้เห็นกับตาตัวเอง”“แล้วอึ้งมั้ย” อันนี้เมียผมถาม“อึ้งสิครับ อึ้งจนไม่อยากเชื่อ อึ้งจนต้องส่งมาให้พวกผมสามคนช่วยอึ้ง”“ห
“หื่นตลอดแหละ” “ก็รู้อยู่นี่ครับ” ผมบอกยิ้มๆพร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากอวบอิ่มอมชมพูของเมียสุดที่รัก ก็ผมบอกแล้วว่าไม่ทงไม่ทำมันแล้วงาน ขอจัดเมียสักดอกสองดอกก่อน จัดในห้องทำงานนี่แหละ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเคยจัดกันในนี้ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว จุ๊บ จ๊วบ.. จากเมื่อกี้ผมจูบเธอหวานๆเบาๆ อ่อนโยน ละมุนละไม แต่ตอนนี้มันเริ่มร้อนแล้วล่ะครับ ยิ่งเมียจูบตอบกลับมาอย่างดูดดื่มร้อนแรง ผมก็ยิ่งร้อน ลูกชายผมก็ยิ่งแข็งและร้อนได้ที่ เพราะงั้น.. ก็อกๆๆ!! กึก!! เวรกรรม! กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้วเชียว เพราะมือนึงของผมอยู่ที่ซิปกางเกงแล้ว กำลังจะถอดแล้วควัก แต่ทุกอย่างก็ต้องชะงักกึกลง จูบก็ต้องถอนออก แถมเมียสุดที่รักก็ต้องรีบลุกจากตักผมไปยืนอยู่ข้างๆ ทุกอย่างจำต้องยุติลงทั้งหมด เพียงเพราะเสียงเคาะประตู แอ๊ด.. ประตูถูกเปิดเข้ามาโดยที่เราสองคนกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ทันเวลาพอดี ไม่ว่าจะทั้งด้านอารมณ์ ทั้งด้านสภาพภายนอก โดยเฉพาะมือผมที่อยู่ตรงซิปกางเกง เตรียมตัวจะควักลูกชายออกมาจ้วงร่องเมียเมื่อกี้นี้ “เซอร์ไพรส์ครับ!” เป็นลูกชายผมนี่เอง ทั้งสามคนเปิดประตูเข้
แต่ไอ้เฮียโซ่มันก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เพราะ ณ ตอนนั้นมันซีเรียสอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องเมีย แต่จะให้เล่าเรื่องมันกับเมีย มันก็ยาวแหละครับ ไว้ไปถามมันเองละกัน ผมพูดแค่เรื่องบริษัทกับความสำเร็จของบริษัทก็แล้วกัน เพราะถึงมันจะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่มันก็บริหารบริษัทได้โคตรดี ยิ่งมีเมียก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ สงสัยได้ยาดีจากเมีย ถึงได้ฮึดได้แบบนั้น แต่ไม่ใช่แค่มันหรอก ผมก็เหมือนกัน ที่วันนี้ผมทำได้ ที่วันนี้ผมประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะแค่ความพยายามของผมคนเดียว แต่เพราะมีเมเบลอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ผมถึงผ่านทุกอย่างไปได้ วันนี้ผมถึงทำได้ และทำสำเร็จ ผมทำให้ที่นั่นเติบโตมาพร้อมกับผม กับครอบครัวผม และลูกๆของผมได้ ครับ ตอนนี้ผมกับเมเบลมีลูกด้วยกันแล้ว โตๆกันหมดแล้วด้วย และลูกคนแรก เราได้มาตอนไปฮันนีมูนครั้งนั้นไงครับ ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่พลาด และมันก็ไม่พลาดจริงๆ แต่จะว่าไป เมเบลมีอะไรกันนะ ถึงได้เข้ามาหาผมในนี้ เพราะปกติเธอจะไม่ค่อยเข้ามารบกวนผมตอนทำงานหรอก “มีอะไรเหรอครับ” “ดูในเฟซยัง” “หืม? ในเฟซเหรอ ยังเลยครับ” “แล้วจำได้มั้ย วันนี้วันอะไร” “หึ ก็วันครบรอบ
5 ปีต่อมา ห้าปีมันอาจจะดูเร็ว แต่สำหรับผมมันนานมาก กว่าผมจะได้แต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนอย่างตอนนี้ เพราะกว่าผมกับเมเบลจะเรียนจบ กว่าจะทำงาน กว่าจะก่อร่างสร้างตัว กว่าอะไรๆจะพร้อม แต่ตอนนี้พร้อมแล้วล่ะครับ เหลือแค่ลูกที่ยังไม่มา ผมถึงได้หวังกับฮันนีมูนครั้งนี้ไง ก็นะ ตอนคืนเข้าหอ(ว่าที่)ลูกของเราดันหยิ่งไม่ยอมมาเกิด แต่ในคืนฮันนีมูนอย่างคืนนี้ ผมจะตั้งใจกว่าเดิม รับรองไม่พลาดแน่ ก็ผมกระแทกเข้าร่องเมียถี่ๆจนลั่นเรือขนาดนี้ ผมกับเมเบลมาล่องเรือยอร์ชด้วยกันสองคนน่ะครับ เพราะผมถามเมเบลว่าฮันนีมูนอยากไปไหน เธอบอกว่าอยากมาล่องเรือยอร์ช ผมเลยจัดให้ แต่ใครมันจะไปยอมทำแค่ล่องเรือยอร์ชนั่งดูพระอาทิตย์ตกเฉยๆแค่นั้นกันล่ะ ในเมื่อผมหวังลูกจากทริปฮันนีมูนในครั้งนี้มาก ถึงได้ชวนเธอปั๊มลูกไปพลาง ดูพระอาทิตย์ตกไปพลาง แต่นาทีที่ลูกน่าจะใกล้มาเกิดแบบนี้ ใครจะมีอารมณ์ดูพระอาทิตย์ตกอยู่ล่ะครับ มันต้องสนจังหวะกระแทกดิ “พี่เม ผมขอแรงๆกว่านี้นะครับ” หมับ! นั่นไม่ใช่ประโยคขอร้องหรอกครับ แต่เป็นประโยคบอกเล่ามากกว่า เพราะพอบอกปุ๊บ ผมก็กระแทกเข้าร่องเมียแบบรัวแรงปั๊บ “อ๊ะๆ เซริว ซี้ด..” หมับ! เมเบลคราง
ATLAS UNIVERSITY “กูตัดชุดเพื่อนเจ้าบ่าวรอเลยดีมั้ยวะ” “ไอ้สัส เว่อร์มากกก” ไอ้เจฟพูดกลั้วหัวเราะ แต่ไอ้ภูมันก็พูดเว่อร์จริงๆนะ เพราะผมกับเมเบลแค่คบกัน แต่ยังไม่ได้แต่งงานกัน เพราะผมเพิ่งจะอยู่ปี 2 กว่าจะเรียนจบ กว่าจะทำงาน รวมๆแล้วก็คงอีกหลายปีกว่าจะได้แต่ง ทั้งๆที่ลึกๆผมก็อยากแต่งแล้วเหมือนกันนะครับ อุตส่าห์ได้คืนดีกับเมเบลแล้วทั้งที ผมก็อยากจะผูกมัดเธอไว้กับผม ไม่ให้เธอหนีผมไปไหนได้อีก แล้วก็ใช่ครับ ผมคืนดีกับเมเบลแล้ว สถานะของเราก็ชัดเจนแล้วด้วย ชัดมากจนใครๆเขาก็รู้กันทั่วหมดแล้ว แต่พูดก็พูดเถอะ วันนั้นที่ผมจะไปเคลียร์กับเธอ มันก็มีอุปสรรคอยู่เหมือนกัน เพราะพอไปถึงรีสอร์ท ผมหาเธออยู่ตั้งนาน แถมหาไปหามา พนักงานก็เดินมาชนผมอีก แล้วไม่ใช่ชนธรรมดา เพราะพนักงานคนนั้นกำลังจะเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้แขกของรีสอร์ท เครื่องดื่มสีสันสดใสพวกนั้นเลยเลอะเสื้อนักศึกษาผมเต็มๆ ผมเลยต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อในรถ เพราะมันชุ่มมาก จะให้ไปง้อเธอด้วยสภาพเละเทะแบบนั้น ผมกลัวว่าเธออาจจะไม่โอเค เลยตัดสินใจไปเปลี่ยน ทั้งๆที่ใจอยากไปทั้งแบบนั้น เพราะผมโคตรอยากรีบไปหาเธอใจจะขาด แต่ก็จำต้องอดทนเอาไว้แ
ยิ่งพูด เสียงฉันก็ยิ่งสั่น เพราะมันยิ่งเจ็บปวด ยิ่งเสียใจ น้ำตาที่มันแค่ซึม ตอนนี้มันถึงคลอเบ้าและไหลลงมาแล้ว แต่ฉัน ฉันก็ยังอยากจะพูดต่อให้มันจบๆ ถึงความเจ็บปวดที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของฉัน “นายไม่เคยโพสต์รูปของเรา มีแต่ฉันที่เอาแต่โพสต์ นายไม่เคยทำให้มันชัดเจน นายไม่เคยบอกใครไปตรงๆว่าเราเป็นอะไรกัน แล้วตกลงเราเป็นอะไรกันเหรอ ความสัมพันธ์ของเรามันคืออะไร นายเห็นฉันเป็นอะไร เป็นคู่นอนเหรอ หรือไม่มีสถานะ ฉันมันบ้าไปเองคนเดียว ฉันเองคนเดียวที่หลงคิดไปว่านายเองก็รู้สึกแบบเดียวกับฉัน เพราะความจริงมันคงไม่ใช่สินะ ฉันเองที่บ้าอยู่คนเดียว บ้ามาตลอด ฮือ ฮึก” ตอนนี้ไม่ใช่แค่น้ำตาที่ทะลักไหล แต่เสียงสะอื้นก็เริ่มรุนแรงขึ้นจนแทรกแซงเสียงพูดจนทำให้เสียงสั่นๆของฉันเริ่มจะติดขัดขึ้นเรื่อยๆ และเปล่งออกมาได้ยากลำบาก แน่นอนว่ามันทรมาน แต่ก็คงทรมานน้อยกว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในหัวใจฉัน ความเจ็บปวดที่มันมากมายจนฉันคงไม่อาจทนได้แล้ว ฉันไม่อยากทนแล้ว “ในเมื่อมันเป็นแบบนั้น ฉัน ฮึก ฉันก็ควรพอได้แล้วสินะ เพราะฉันเหนื่อยแล้วกับการที่ต้องวิ่งตามนายอยู่ฝ่ายเดียว วิ่งตามทั้งๆที่มันตามไม่ทัน งั้นฉันก็ควร







