تسجيل الدخولฉันขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ แบบว่าวิชานี้เพิ่งเข้าเรียนคาบนี้เป็นครั้งแรกน่ะ
“อืม เอางี้ เดี๋ยวฉันจะขับช้าๆกว่านี้ เธอกินไปได้เลย รับรองไม่ตก”
“เอ่อ อืม”
“เค”
เขายิ้มบอกอีกทีก่อนหันหน้ากลับไปขับรถ ขับช้าๆเบาๆเหมือนพยายามจะอำนวยความสะดวกให้ฉันเต็มที่ บวกกับมันเป็นถนนในซอยหอพักด้วย เลยไม่มีรถ ฉันเลยไม่รู้สึกว่ามันน่าหวาดเสียว ก็เลยมีกะจิตกะใจกินแซนวิชในมือได้อย่างเอร็ดอร่อย ยิ่งเช้าๆแบบนี้ ท้องมันก็ยิ่งหิวๆอยู่ด้วย มันก็เลยยิ่งอร่อย ต้องขอบคุณซีดีนะ ที่เช้านี้ช่วยฉันหลายเรื่องเลย ฉันคงต้องหาทางตอบแทนเขาบ้างแล้วล่ะ^^
MONA END
12:09 PM
โรงอาหาร (ATLAS UNIVERSITY)
“ซีดี” เสียงเรียกนั้นทำผมชะงักไปวินึง เพราะผมจำได้ว่านั่นมันคือเสียงของยัยว่าที่ของเล่นป้ายแดงของผม แบบว่ามันคิดไม่ถึงไง ว่าเธอจะเดินเข้ามาหาผมที่โต๊ะ
แล้วก็ไม่ใช่แค่ผมนะ ที่ชะงัก ไอ้สี่ตัวเพื่อนผมก็หันไปมองโมนาพร้อมอาการชะงักเหมือนกัน เพราะพวกมันก็คงคิดเหมือนผมแหละ ประมาณคงไม่คิดว่ายัยนี่จะเดินมาหาผมถึงโต๊ะ
แต่จะว่าไป มาคิดดูอีกที ผมกับไอ้สี่ตัวแม่งไม่น่าจะต้องตกใจเลยว่ะ ในเมื่อเหตุการณ์ที่แสดงให้รู้ว่าเหยื่อติดเบ็ด(โคตรเร็ว)แบบนี้มันเป็นเรื่องที่โคตรธรรมดา ผมหย่อนเบ็ดเอาไว้ เหยื่อก็ต้องติดเบ็ดดิ หย่อนเอาไว้ทั้งเมื่อวาน ทั้งเมื่อเช้า
ใช่ครับ เมื่อเช้าด้วย ก็อย่างที่ผมบอกไปเมื่อคืน ว่าผมคิดวิธีง่ายๆเอาไว้แล้ว เอาไว้ใช้วันนี้ วิธีง่ายๆจริงๆนะ ก็แค่ตื่นเช้านิดหน่อย มาทำแซนวิชโง่ๆให้ยัยของเล่น จากนั้นก็ไปดักรอเธอหน้าหอ รับเธอมามหาลัย สรุปคือผมตื่นเช้าทำแซนวิชไปให้เธอ จากนั้นก็รับเธอมาเรียน แถมตอนขับรถ ผมก็ทำเป็นขับช้าๆ ให้เธอได้กินอย่างสบายใจ แค่นั้นยัยนั่นก็ซาบซึ้งในน้ำใจผมจะแย่ เธอเชื่อสนิทใจว่าผมแม่งโคตรหวังดีและจริงใจ
เห็นมั้ยว่าทั้งซื่อทั้งง่ายแถมโง่ชิบหายแบบเธอ ใช้แค่วิธีง่ายๆแบบนั้นก็โคตรได้ผล ไม่เชื่อก็ลองดูตอนนี้ดิ ถ้าไม่ได้ผล เธอจะเดินเข้ามาหาผมเองเหรอ ก็ไม่ใช่ป่ะ หึ!
“อ้าว โมนา มีไรเหรอ” ผมหันไปยิ้มบางๆ ต้องแอ๊บก่อนดิครับ ขืนไม่เก็บอาการว่าแบบนี้โคตรเข้าทางผม เดี๋ยวเธอก็รู้หมดดิ ว่าผมแค่จะหลอกกินเธอ
“คือ เราเห็นนายยังไม่ได้ซื้อข้าว เราเลยจะมาขอเลี้ยงข้าวนายน่ะ ที่เราบอกนายไว้เมื่อวานว่าเราจะตอบแทนเรื่องที่นายติวให้เรา แล้วก็ เราอยากตอบแทนเรื่องเมื่อเช้าด้วย” เธอบอกยิ้มๆ ในขณะที่ไอ้สี่ตัวมองหน้าโมนากับหน้าผมสลับกัน พวกมันคงสงสัยเรื่องเมื่อเช้านั่นแหละครับ เพราะเรื่องนั้นผมยังไม่ได้บอกพวกมัน งั้นเดี๋ยวไว้ค่อยบอกแล้วกัน ตอนนี้ผมขออ่อย เอ้ย ขอคุยกับยัยว่าที่ของเล่นของผมก่อน
“อ๋อ เรื่องนี้เองเหรอ ไม่เป็นไรหรอก เธอไม่จำเป็นต้องตอบแทนอะไรเลย ฉันเต็มใจทำให้อยู่แล้ว”
“แต่เราอยากตอบแทนนายบ้างน่ะ ให้เราเลี้ยงนะ นายอยากกินอะไรเหรอ เดี๋ยวเราไปซื้อให้” อยากกินอะไรเหรอ อยากกินเธอไง ยัยเซ่อเอ๊ย หึ
“งั้นเหรอ ถ้างั้นก็ได้ แต่เดี๋ยวฉันเดินไปซื้อกับเธอเลยแล้วกัน เพราะฉันก็ยังนึกไม่ออกเลย ว่าอยากกินอะไร”
“อืม เอาอย่างนั้นก็ได้”
“เค เห้ยจริงสิ พวกนี้เพื่อนสนิทฉันเอง ลืมไปว่ายังไม่ได้แนะนำ นั่นไอ้เคซี ไอ้นาย ไอ้นนท์ แล้วก็ไอ้เซน” อันนี้ผมไม่ได้แอ๊คติ้งนะ แต่ผมเพิ่งนึกออกจริงๆว่ะ ว่าไอ้สี่ตัวมันยังไม่รู้จักยัยว่าที่ของเล่นของผม
“อ๋อ หวัดดี เราชื่อโมนานะ เรียกโมก็ได้”
“หวัดดี ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ยินดีที่ได้รู้จัก” เธอยิ้มตอบไอ้สี่ตัว ยิ้มน่ารักๆแบบเดียวกับที่เคยยิ้มให้ผมเลยแม่ง ซึ่งมันขัดใจผมแปลกๆว่ะ มันไม่พอใจอ่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน คือความจริง ผมไม่ควรจะรู้สึกอะไรเลยสักนิดดิวะ เธอจะยิ้มให้ผู้ตัวไหนแบบไหน มันก็เรื่องของเธอ ไม่เกี่ยวกับผม ที่เกี่ยวกับผมมีอย่างเดียวคือรอกินเธอ แต่นี่มันบ้าอะไรวะ! ยิ่งเห็นแม่งก็ยิ่งเริ่มจะทนไม่ได้
“เอ่อ งั้นไปซื้อกันเหอะ ฉันเริ่มหิวละ”
ฟึ่บ!
หมับ!
และเพราะทนไม่ได้ ผมถึงรีบตัดบทด้วยการจบบทสนทนาแล้วลุกขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะจับมือโมนาให้เดินห่างออกมาจากโต๊ะทันที กระทั่งถึงร้านข้าว ผมถึงรีบปล่อยมือเธอด้วยท่าทีที่แกล้งทำเป็นเหมือนว่าเมื่อกี้ ผมลืมตัว ใช่ ทั้งๆที่ตั้งใจเต็มๆ
“เอ่อ ขอโทษที พอดีฉันหิวไปหน่อยอ่ะ” ผมแกล้งยิ้มเจื่อนแถมไปด้วย อารมณ์แบบรู้สึกผิดจริงๆ
“อือ อืม มะ..ไม่เป็นไร ว่าแต่ นายจะกินอะไรเหรอ เลือกได้เลยนะ” เธอก็เหมือนจะประหม่าไปด้วยมั้งครับ ที่โดนผมจับมือ(นิ่มๆ) ถึงได้ยิ้มเจื่อนกลับมาให้ผมพร้อมกับรีบเปลี่ยนเรื่อง แต่ผมก็จะเต็มใจตามน้ำไปแล้วกัน ตามน้ำพร้อมกับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทำคะแนน
“โอเค งั้นเธอเลือกก่อนได้ป่ะ ฉันหิวก็จริง แต่ก็ไม่รู้จะกินอะไร ฉันก็เลยคิดว่าจะกินเหมือนเธอแล้วกัน”
“กินเหมือนเราเหรอ”
“อืม ฉันอยากกินเหมือนเธอ เธอกินอะไร ฉันก็อยากกินอันนั้น” ผมไม่ใช่แค่พูด แต่ยิ้มมองเธอด้วยสายตาสื่อความหมายลึกซึ้ง และผมแน่ใจว่าเธอรับรู้ ไม่งั้นหน้าเธอคงไม่แดงทันควัน แถมยังรีบหลบสายตาผมแบบนั้น
“เอ่อ อือ อืม งะ..งั้นเราสั่งเลยละกัน จะให้สั่งทีเดียวสองจานเลยมั้ย”
“อืม สองจานเลย”
“โอเค” เธอตอบรับ ก่อนจะหันไปหาแม่ค้าแล้วจัดการสั่งข้าวกับกับข้าวสองอย่าง แล้วมันก็โคตรบังเอิญเลยแม่ง เพราะกับข้าวที่เธอสั่งมันของโปรดผมทั้งนั้นเลย โคตรบังเอิญเลยจริงๆ ไม่คิดว่าเธอจะชอบกินเหมือนผม
“ได้แล้วจ้ะ” แม่ค้าตักเสร็จก็ยื่นให้โมนา แต่สุภาพบุรุษอย่างผมก็ต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษหน่อยสิครับใช่มั้ย สาวจะได้ปลื้มไง
“ผมเองครับป้า” ผมยื่นมือไปรับจานข้าว
“แหม น่ารักจัง ถือจานข้าวให้แฟนด้วย”
“เอ่อ ไม่ชะ..”
“ขอบคุณครับ”
โมนาจะปฏิเสธ แต่ผมรีบแทรกพร้อมรอยยิ้มขอบคุณ โมนาจะได้รู้สึกว่าผมพอใจกับคำนั้นไงครับ แล้วพอเห็นว่าผมพอใจ เธอจะได้คิดไปให้ไกลๆ แบบว่าคิดไปเองว่าที่ผมพอใจ เพราะผมคิดอะไรกับเธอ ซึ่งผมมั่นใจว่าซื่อๆโง่ๆอย่างเธอแม่งคิดแน่ ดูจากอาการของเธอแล้วอ่ะนะ หึ ดี คิดเยอะๆนั่นแหละดี แบบนี้แหละเข้าทางผม
แต่!
แค่นั้นมันยังไม่พอหรอกครับ มันต้องซ้ำเข้าไปอีก เธอจะได้ยิ่งเชื่อเข้าไปอีก ว่าผมชอบเธอ
“เกี่ยวดิ แบบว่าผัวรู้ใจเมียไง พอลูกออกมา ลูกเลยรู้ใจแม่ เห็นมั้ย ลูกได้เชื้อรู้ใจจากพ่อมาเต็มๆ” ไง ทีนี้ชัดมั้ยล่ะครับ เมียเองก็คงได้ยินชัดแล้วล่ะ เธอถึงเปลี่ยนจากยิ้มแปลกเป็นยิ้มพร้อมมองผมอย่างหมั่นไส้แทน“หืออ หลงตัวเอง” หลงตัวเองเหรอ? เอ.. หรือจะจริง เค งั้นเลิกก็ได้“โอเค งั้นไม่หลงตัวเองแล้วก็ได้ แต่ให้เมียหลงได้ป้ะ” ผมหยอดไปเต็มๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่พูดนะ แต่ผมเลื่อนหน้าไปหาเมียสุดที่รักพร้อมกับส่งสายตาปิ๊งๆ ให้เธอด้วย ทำเอาเธอยิ้มกว้าง หน้าแดงทันควันด้วยความเขิน“บ้า พอเลย อย่ามาอ่อยแถวนี้นะ อายเขา..อุ๊ย! ไอศกรีมนี่ ไปกินกันมั้ย รำลึกความหลังตอนเราไปฮันนีมูนกันไง จำได้มั้ย ว่าตอนนั้นเราไปนั่งกินไอศกรีมที่ม้านั่งแล้วรับลมตอนเย็นๆ กัน จะว่าไป ตอนนี้มันก็ใกล้เย็นแล้วเหมือนกับวันนั้นเลย”โมนายิ้มเขินแล้วจู่ๆ สายตาก็คงบังเอิญเหลือบไปเห็นร้านไอศกรีมที่เปิดขายอยู่ในสวน ผมเลยหันมองตาม ถึงได้เห็นว่ามันเป็นร้านไอศกรีมเล็กๆ ดูน่ารักอยู่เหมือนกัน และโมนาคงชอบ ผมเลยละจากร้านไอศกรีมแล้วหันกลับไปยิ้มให้เธอ“จำได้ดิ งั้นไปซื้อกันเลยมั้ย เสร็จแล้วค่อยไปนั่งกินตรงนั้นกัน ตรงนั้นมีที่นั่งพอดี”ผมหมาย
“นี่ค่ะ ถึงจะเป็นของธรรมดา แต่พวกเราก็ตั้งใจให้แม่กับป๊านะคะ” มีอาตอบรับ ก่อนก้มหยิบซองอะไรสักอย่างจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองขึ้นมาแล้วส่งให้ผมกับโมนา “อะไรเหรอลูก” โมนาถามเสียงเรียบ แต่ผมก็พอดูออก ว่าเธอกำลังตื่นเต้นไม่น้อย ไม่ต่างจากผม เพราะผมก็กำลังตื่นเต้น ไม่รู้ว่าในซองสีชมพูอ่อนนั่นมีอะไร “ลองเปิดดูสิคะ เป็นของขวัญจากเราสี่คนค่ะ” ยังคงเป็นมีอาที่ตอบคำถาม ส่วนหนุ่มๆอีกสามคนกำลังยิ้มมองแบบลุ้นๆ “โอเค งั้นแม่เปิดละนะ โมเปิดละนะ” โมนายิ้มบอกลูกๆ ก่อนหันมายิ้มกับผม “อือฮึ อยากรู้แล้วเหมือนกัน ว่าลูกให้อะไรเรา” “โอเค ฮืออ ตื่นเต้น” ครั้งนี้โมนายอมพูดและแสดงอาการออกมาพร้อมรอยยิ้มมีความสุข ก่อนจะรับซองสีชมพูนั่นมาจากมือของมีอาแล้วจัดการเปิดมันออกท่ามกลางความตื่นเต้นและโคตรลุ้นระทึกของผม ลูกๆเองก็เหมือนจะกำลังลุ้นอยู่ไม่น้อย ว่าพอผมกับโมนาเห็นของในซองแล้วจะเป็นยังไง กึก! แล้วก็เป็นแบบนี้ไง คือผมกับโมนาชะงักด้วยความคาดไม่ถึง “นะ..นี่มัน..” “ตั๋วออกเดทค่ะ” มีอาแทรกโมนาขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและหวังดี ไม่ต่างกับสามหนุ่มที่ก็กำลังมองเราสองคนด้วยสายตาแบบนั้นเช่นกั
“อะ..อ๊าา~” ทุกจังหวะที่ผมกำลังกระหน่ำปรนเปรอให้เธอมันคงถึงใจเธอโคตรๆ เธอถึงยังครางสะท้านจนแทบลืมหายใจไม่หยุดหย่อน มือบางขยุ้มผมของผมแรงขึ้น ส่วนมืออีกข้าง เธอเอาไปจับมือผมข้างที่กำลังแหวกกลีบดอกไม้สีสวยของเธอเอาไว้อีกทีแบบค่อนข้างแรง ราวกับว่าจะให้มันช่วยระบายความเสียว ความร้อน และความอึดอัด ทั้งๆที่เธอก็คงจะรู้ดีนั่นแหละครับ ว่าทำยังไงก็ไม่ช่วยหรอก อะไรๆก็ช่วยเธอไม่ได้มากเท่ากับผม ผมเท่านั้นที่ช่วยเธอได้ดีที่สุด และผมยินดีช่วย โคตรยินดีแล้วก็โคตรเต็มใจ แถมเต็มใจช่วยทั้งคืนเลย ไม่เสร็จไม่หยุด ไม่อิ่มไม่เลิก เอาให้สำลักความสุขกันไปข้าง ก็ต่างคนต่างโคตรหื่นนี่ครับ แล้วมันจะไปจบที่ไหนได้ ถ้าไม่ใช่เอากันจนอิ่ม เอากันจนหมดแรง เอากันจนสำลักน้ำ เอ้ย! เอากันจนสำลักความสุขให้ยันเช้าไปเลย แล้วถ้าพรุ่งนี้เมียตื่นมาเลี้ยงเจ้าตัวแสบไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ผมจะดูแลให้เอง ผมก็เคยช่วยเธอเลี้ยงนี่ครับ ผมจัดการได้อยู่แล้ว มั้งนะ ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าผมทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบ อีกอย่าง ผมอยากให้โมนาพักบ้าง ชวนเธอทำ(ลูก) แล้วจะไม่ให้เธอพักได้ไง แถมไม่ใช่ชวนทำแป๊บๆ แต่ก็อย่างที่บอก ว่าคงชวนทำทั้งคืน ไม่อิ่มไม่เ
“ได้สิครับ” ผมตอบรับทันทีอย่างไม่ต้องคิด ก่อนยกเธอขึ้นมานั่งคร่อมขาผม โดยที่ผมเหยียดขายาวออกไป สองมือกอดแผ่นหลังและลำตัวที่เริ่มชื้นเหงื่อไม่ต่างจากผมของเธอ ในขณะที่เธอกอดคอผมไว้แล้วขย่มผมแรงๆทันทีอย่างรู้งาน คราวนี้เสียงสั่นของเตียงยิ่งชัดเจนเข้าไปอีก ก่อนแสงสวรรค์จะมาเยือนเราสองคนพร้อมกัน ทีนี้ก็ถึงเวลายิงกระสุนแล้วล่ะครับ รับรองว่าไม้ได้น้องแน่นอน ฟุ่บ! “อืมม” โมนาฟุบหน้าลงกับบ่าผมพร้อมกับกอดคอผมแน่นขึ้นทันทีด้วยลมหายใจเหนื่อยหอบ หลังจากกรำศึกที่ร้อนระอุมาพักหนึ่ง ตอนนี้เธอกระตุกเกร็งถี่ๆ ในขณะที่ผมเพิ่งจะยิงกระสุนผลิตลูกอุณหภูมิอุ่นๆใส่ช่องรองรับในตัวเธอจนหมดทุกหยด สองมือโอบกอดเธอแน่นพร้อมกับหายใจหอบเหนื่อยพอๆกับเธอ ไม่สิ น่าจะน้อยกว่าเธอ เพราะพอผ่านไปไม่นาน ลมหายใจร้อนผ่าวของผมก็ไม่ได้อยู่ในจังหวะหอบเหนื่อยแล้ว หมายถึงตอนนี้ผมเริ่มหายเหนื่อยแล้ว แม้บนตัวจะยังมีเม็ดเหงื่อผุดพรายก็ตาม แต่ผมก็เริ่มหายเหนื่อยแล้ว ในขณะที่เธอยังคงหายใจเหนื่อยๆอยู่ แม้จะไม่มากเท่าตอนเพิ่งเสร็จ(กิจ)ใหม่ๆก็ตาม “เมียจ๋า” ผมเรียกเธอเบาๆ เธอที่ยังคงสวมกอดผมพร้อมกับซุกใบหน้าไปกับบ่าแกร่งชื้นเหงื่อ
“หืม? อะไรกัน อิจฉา อื้อ อิจฉาแม้กระทั่งลูกอ่ะเหรอ” เธอถามยิ้มๆปนเสียงคราง แววตาที่เงยมองผมยังคงร้อนผ่าวและสอดแทรกด้วยความต้องการ “อิจฉาสิ เพราะงั้นคืนนี้ผัวขอกินบ้างนะ ได้มั้ย” “ได้มั้ยเหรอ มาทำคนอื่นเขาหื่นขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามาถามอีกนะ” เธอพูดมาแบบนี้ ผมก็มั่นใจในคำตอบแล้วล่ะ “ก็ถามเพื่อความแน่ใจไง” ฟึ่บ! “อุ๊ย!” จู่ๆผมก็อุ้มเธอขึ้นมาอย่างไม่บอกไม่กล่าว เธอก็เลยตกใจมั้งครับ “จะอุ้มทำไมไม่บอก” “อยากให้ตื่นเต้น ไม่ตื่นเต้นมาพักใหญ่แล้ว” ผมยิ้มบอกเสียงพร่า นัยน์ตามีเพียงไฟร้อนจากความต้องการ ก่อนผมจะพาเธอตรงไปที่เตียง ปึก! ผมวางเธอลงเบาๆ ก่อนจะขึ้นไปคร่อมแล้วก้มลงไปจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่มกับเธอทันที แต่เป้าหมายหลักของผมมันไม่ได้มีแค่นี้ ก็บอกไปแล้ว มือผมมันถึงลูบไล้เรือนร่างบอบบางของเธอแค่พอหอมปากหอมคอ ก่อนจัดการปลดกระดุมเสื้อเธอแล้วบีบคลึงอกอวบเบาๆ ในขณะที่ปากเรามันจูบกันจนพอใจ ถึงได้ถอนจูบออกเพื่อพักหายใจบ้าง แต่ผมพักเดี๋ยวเดียวพอ เพราะความหื่นกระหายและความร้อนรุ่มจนแทบขาดใจมันสั่งให้ไม่จำเป็นต้องพัก ผมถึงก้มลงไปจูบดูดดึงเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นซอกคอและใบหูของเธอ ผมจูบ
ส่วนโมนา ตั้งแต่เราแต่งงานกันและรู้ว่าเธอท้องเจ้าตัวแสบ ผมก็ไม่ให้เธอทำงานอีกเลย คนท้องคนไส้ จะให้ทำงานได้ไงกัน แต่ความจริงผมก็กะจะไม่ให้เธอทำงานตั้งแต่เราแต่งงานกันใหม่ๆแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่อยากให้เธอเหนื่อย ผมอยากทำงานหาเลี้ยงเธอเอง แต่เธอไม่ยอม บอกว่าอยากทำงานน่ะครับ อยากช่วยกันสร้างครอบครัว ผมออดอ้อน(ออเซาะ)เธอแค่ไหน เธอก็ไม่ยอม จนสุดท้ายผมก็จนปัญญา ต้องยอมให้เธอทำงาน แต่พอรู้ว่าเธอท้อง ผมก็รีบอ้างเรื่องลูกทันที อ้างโน้นอ้างนี่ว่าคนท้องไม่ควรทำงานอะไรที่มันเหนื่อย เดี๋ยวมันจะไอ้นั่น เดี๋ยวมันจะไอ้นี่ เดี๋ยวแม่จะไม่แข็งแรง เดี๋ยวลูกของเราก็จะไม่แข็งแรงตามไปด้วย ผมเป็นห่วงทั้งแม่ทั้งลูก ผมโน่นผมนี่ บลาๆๆ สารพัดเหตุผลที่ผมใช้เอาไปอ้าง และสารพัดเหตุผลที่ผมร่ายไป สรุปว่ามันใช้ได้ผลเว้ย เพราะโมนายอมลาออกจากงานแล้วมาอยู่บ้าน จริงสิครับ ลืมบอก คือพอเราแต่งงาน ผมก็ใช้เงินเก็บของผมซื้อบ้าน เพราะคิดว่าเวลาเรามีลูกกันสักครึ่งทีมฟุตบอล ลูกๆจะได้มีสนามหญ้ากว้างๆเอาไว้วิ่งเล่น และนอกจากซื้อบ้าน ผมก็ออกมาเปิดธุรกิจของตัวเอง จะได้สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว ได้สร้างอะไรเอาไว้ให้ลูกๆแบบเป็นช







