LOGIN
เช้าวันแรกของการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความวุ่นวายตั้งแต่หน้าประตู
นักศึกษาใหม่ในชุดเรียบร้อยเดินสวนกันไปมา บางคนยืนเปิดแผนที่ในโทรศัพท์ บางคนลากเพื่อนตามหาตึกเรียน ส่วนใต้ต้นไม้ตามทางเดินก็มีรุ่นพี่จากหลายคณะยืนถือป้ายเรียกน้องปีหนึ่งกันเสียงดัง
ท่ามกลางความคึกคักเหล่านั้น รถตู้สีดำคันหนึ่งค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดริมถนนหน้าอาคาร
ภายในรถกลับเป็นอีกโลกหนึ่ง
“แก อายไลเนอร์ฉันเท่ากันไหม”
มีนาหันหน้าซ้ายขวาให้เพื่อนดู ทั้งที่ในมือยังถือกระจกบานเล็ก
เอมิปรายตามองเพียงครั้งเดียว
“ข้างขวาหนาไปนิด”
“จริงเหรอ”
“อือ”
“ไหน ฉันดู”
ซัมเมอร์ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง
“เท่ากันแล้ว อย่าไปเชื่อมัน”
เอมิหันมามองทันที
“ไม่เท่า”
“ถ้าแกไม่พูดก็ไม่มีใครรู้”
“แต่มันถาม”
“ก็จริง”
มีนามองเพื่อนสองคนสลับกัน ก่อนยกกระจกขึ้นดูเองอีกครั้ง
“สรุปฉันต้องแก้ไหม”
“ไม่ต้อง”
“ต้อง”
สองเสียงตอบพร้อมกันคนละคำ
มีนาถอนหายใจยาว
“ฉันไม่น่าถามเลย”
ซัมเมอร์หัวเราะ ก่อนยกมือจัดผมตัวเองต่ออย่างอารมณ์ดี
เช้าวันนี้เธอใช้เวลาแต่งตัวนานกว่าปกติเล็กน้อย ทั้งที่ชุดนักศึกษาก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่นมากนัก
อาจเพราะมันเป็นวันแรก
วันแรกของมหาวิทยาลัย
วันแรกที่เธอกำลังจะเริ่มชีวิตอีกช่วงหนึ่ง หลังจากหลายอย่างในช่วงก่อนหน้าจบลงแบบที่ไม่ได้อยากเก็บกลับมาคิดนัก
“ถึงแล้วครับ”
เสียงคนขับดังขึ้นจากด้านหน้า
สามสาวยังไม่มีใครขยับ
มีนากำลังแก้อายไลเนอร์
เอมิก้มมองข้อความในกลุ่มคณะ
ส่วนซัมเมอร์กำลังใช้ปลายนิ้วจัดปอยผมข้างแก้ม
คนขับจึงได้แต่มองผ่านกระจกหลังอย่างจนใจ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูรถฝั่งซัมเมอร์ก็ถูกเลื่อนเปิดออกจากด้านนอก
แสงเช้าส่องเข้ามาจนเธอต้องหรี่ตา
คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มแขนพับถึงข้อศอก
ซัมเมอร์เงยหน้ามองเขา ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนทันที
“อะไรอะ หนูยังไม่เสร็จเลย”
กันต์ก้มมองนาฬิกาข้อมือ
“พี่ให้เวลามาตั้งแต่บนทางด่วนแล้ว”
“ก็รถมันสั่น”
“แล้ว?”
“เขียนตายาก”
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว
“งั้นค่อยเขียนตอนกลับ”
ซัมเมอร์มองอย่างไม่อยากเชื่อ
“พี่พูดจริง?”
“จริง”
“ไม่ได้”
“งั้นก็เร็ว”
เขาขยับประตูเปิดกว้างขึ้นอีก
ซัมเมอร์ยังคงนั่งนิ่ง
กันต์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดขึ้นเหมือนไม่ได้มีอะไรสำคัญ
“หรือจะให้พี่โทรบอกออกัสว่าวันแรกเราก็เข้าไม่ทันกิจกรรม เพราะนั่งแต่งหน้าอยู่ในรถ”
มือของซัมเมอร์หยุดทันที
เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“พี่กล้าเหรอ”
“ลองดูไหม”
“ตาลุง!”
กันต์หลุดหัวเราะ
“ใครลุง”
“พี่ไง”
“พี่ยี่สิบสี่”
“ก็แก่กว่าหนูตั้งห้าปี”
“ห้าปีเรียกลุงแล้ว?”
ซัมเมอร์เก็บเครื่องสำอางลงกระเป๋าอย่างไม่พอใจ
“สำหรับหนูเรียก”
มีนาที่นั่งอยู่ด้านในรีบรูดซิปกระเป๋าตาม
“ไปเถอะแก เดี๋ยวพี่ออกัสรู้ว่าเราสายวันแรกจริง ๆ ฉันไม่อยากมีส่วนร่วม”
เอมิพยักหน้า
“เห็นด้วย”
ซัมเมอร์หันขวับ
“นี่เพื่อนใคร”
“เพื่อนแก”
มีนาตอบ
“แต่ฉันยังรักชีวิตอยู่”
กันต์หัวเราะเบา ๆ แล้วถอยออกให้ทั้งสามลงจากรถ
ซัมเมอร์ก้าวลงมาเป็นคนสุดท้าย
พอเดินผ่านเขาไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงด้านหลังก็ดังขึ้น
“ซัมเมอร์”
เธอหันกลับอย่างระแวง
“อะไรอีก”
“โทรศัพท์”
กันต์ชูเครื่องสีอ่อนที่เธอลืมไว้บนเบาะ
ซัมเมอร์มอง ก่อนเดินกลับมาหยิบ
“เห็นไหม เพราะพี่เร่ง”
“ครับ ทุกอย่างเป็นความผิดพี่”
“ใช่”
“เด็กน้อย”
เธอชะงัก
“อย่าเรียกแบบนั้นได้ไหม”
กันต์ยิ้มอย่างคนไม่ได้คิดจะทำตาม
“รีบไปเถอะ เด็กน้อย”
“พี่กันต์!”
บอสเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่าโดนแซว จึงเพียงยิ้มแล้วนั่งลงโดยไม่ต่อความไม่กี่นาทีต่อมา มิกกี้กับวูล์ฟก็ตามมาสมทบโต๊ะที่ตอนแรกมีแค่สี่คนจึงแน่นขึ้นอีกครั้งซัมเมอร์ขยับเก้าอี้ให้“พวกพี่ไม่มีโต๊ะอื่นแล้วเหรอคะ”มิกกี้ลากเก้าอี้เข้ามา“มี”“แล้วทำไมต้องโต๊ะนี้”“โต๊ะนี้สนุกกว่า”เอมิที่นั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้น“พูดเหมือนพวกหนูเป็นรายการตลกเลยนะคะ”“ก็เกือบใช่”“พี่มิกกี้”“ล้อเล่นครับ”เขายกมือยอมแพ้วูล์ฟนั่งลงข้างกันโดยไม่ร่วมวงแซว แต่หลังจากกินไปได้พักหนึ่ง กลับเป็นคนพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนหันมาสนใจพร้อมกัน“เย็นนี้ฝนน่าจะหนัก”เขาวางโทรศัพท์ไว้กลางโต๊ะบนหน้าจอเป็นแผนที่พยากรณ์อากาศ มีแนวฝนสีเข้มปกคลุมหลายพื้นที่มีนาหันไปมองด้านนอก“ตอนเช้ายังดูดีอยู่เลย”“อากาศช่วงนี้เปลี่ยนเร็ว”บอสพูด ก่อนมองมาทางสามสาว“มีร่มกันไหม”ฝั่งเด็กปีหนึ่งเงียบพร้อมกันมิกกี้หัวเราะ“ไม่มีสักคน?”เอมิยกมือเล็กน้อย“หนูมีร่มพับค่ะ แต่คงไม่พอสามคน”มีนาพยักหน้าอย่างจริงจัง“ไม่เป็นไร แกถือคนเดียวก็ได้”เอมิหันมอง“ขอบคุณมากนะ”ซัมเมอร์หัวเราะ ก่อนเหลือบออกไปนอกอาคารเมฆสีเทากำลังไล่กลืนพื้นที่บนท้องฟ้าไปเรื
ไม่มีใครพาหลงอีกแล้วมีนาเดินนำอย่างภูมิใจตั้งแต่มาถึงทางแยกแรก“เห็นไหม ฉันจำทางได้แล้ว”เอมิเดินตามมาติด ๆ“ก็เมื่อวานเดินผิดจนจำได้ทุกทางแล้ว”“แกเลิกพูดเรื่องนี้ได้ไหม”ซัมเมอร์หัวเราะ“คงอีกนาน”“เพื่อนที่ดีควรลืมเรื่องน่าอายของเพื่อนบ้าง”“งั้นแกเลือกเพื่อนผิดแล้ว”“รู้ตัวช้าไปไหม”เสียงหัวเราะของทั้งสามดังไปตลอดทางเมื่อมาถึงหน้าคณะ บรรยากาศต่างจากวันกิจกรรมอย่างเห็นได้ชัดไม่มีเสียงเพลงไม่มีรุ่นพี่ยืนถือไมค์ไม่มีเด็กปีหนึ่งถูกลากออกไปทำกิจกรรมกลางลานเหลือเพียงเสียงฝีเท้า เสียงเปิดปิดประตูห้องเรียน กลิ่นกาแฟจากร้านใต้ตึก และนักศึกษาที่เดินสวนกันด้วยสีหน้าเหมือนยังตื่นไม่เต็มที่ซัมเมอร์กลับชอบภาพแบบนี้มากกว่ามันธรรมดาวุ่นวายและไม่มีใครสนใจชีวิตใครมากนักตรงนี้เธอไม่ต้องเป็นอดีตแฟนของนักแสดงชื่อดังไม่ต้องเป็นลูกสาวบ้านไหนไม่ต้องเป็นคนที่ใครรู้จักจากข่าวเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดาคนหนึ่งก็พอ“ซัมเมอร์!”เสียงเรียกดังมาจากอีกด้านฟ้าใสเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟเย็นในมือ“วันนี้ไม่หลงแล้วใช่ไหม”มีนาหยุดทันที“ทำไมแกก็เอาด้วย”ฟ้าใสหัวเราะ“ก็เมื่อวานแกพาหลงจริง”“ฉันพาหาทาง
มีนาหมุนช้อนในมือไปมา“แกเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะ”“เรื่องไหนอีก”“ถ้าเป็นเมื่อก่อน พี่กันต์ถามว่าอยากให้อยู่ต่อไหม แกคงหาเรื่องรั้งไว้แล้ว”เอมิปรายตามองมีนาเหมือนเตือนว่าไม่ต้องขุดต่อก็ได้แต่ซัมเมอร์กลับไม่ได้หลบคำถามเธอเดินกลับมาเก็บแก้วของตัวเองจากโต๊ะ“ก็คงใช่”คำตอบตรงเกินกว่าที่มีนาคาดไว้ซัมเมอร์ยกแก้วขึ้นมองรอยน้ำตรงก้นแก้วอยู่ครู่หนึ่งตอนนั้นเธอพยายามมากจริง ๆหาเรื่องไปโรงฝึกถามพี่ออกัสว่ากันต์จะมาบ้านหรือเปล่าทำเหมือนบังเอิญอยู่แถวเดียวกัน ทั้งที่รู้ตารางอีกฝ่ายแทบทุกอย่างพอย้อนกลับไปคิดตอนนี้ บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยแทนตัวเองในวันนั้นเหมือนกัน“แต่ฉันไม่อยากทำแบบนั้นแล้ว”เสียงของเธอนิ่งกว่าปกติ“รอมานานแล้วมันก็เหนื่อยนะ”มีนาวางช้อนลงแววตากวน ๆ หายไปจากใบหน้าเอมิเป็นคนตัดบทก่อนที่บรรยากาศจะหนักเกินไป“ใครจะอาบน้ำก่อน”มีนายกมือทันที“ฉัน”ซัมเมอร์หัวเราะ“พอเป็นเรื่องห้องน้ำแกเร็วตลอด”“ต้องรักษาสิทธิ์”“เมื่อเช้าแกยังเกือบทำพวกฉันสาย”“แต่ก็ไม่สายนี่”“เพราะเอมิปลุก”“รายละเอียดเล็กน้อย”เสียงเถียงของสามสาวกลับมาดังขึ้นอีกครั้งเรื่องของกันต์จึงถูกทิ้งไว้ตรงนั้น
หลังมื้อเย็นจบลง ห้องครัวเล็ก ๆ ก็เต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้งานกลิ่นกระเทียมกับอาหารผัดยังลอยจาง ๆ อยู่ในอากาศ จานชามใบใหม่ที่เพิ่งแกะกล่องเมื่อช่วงบ่ายถูกวางกองรออยู่ข้างอ่าง ส่วนบนโต๊ะอาหารก็ยังมีแก้วน้ำ ถุงขนม และกล่องของหวานที่มีนาเปิดค้างไว้เหมือนยังตัดสินใจไม่ได้ว่ามื้อเย็นจบแล้วหรือยังกันต์ยืนอยู่หน้าอ่างล้างจานเสียงน้ำไหลเบา ๆ สลับกับเสียงมีนากับเอมิที่กำลังเถียงกันว่าจะเก็บขนมไว้ตรงไหน เพราะชั้นในตู้ครัวเริ่มไม่พอตั้งแต่วันแรกที่ซื้อของเข้าห้องซัมเมอร์เดินผ่านมาพอดี ก่อนจะหยุดมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังล้างกระทะอยู่“พี่ทำอาหารแล้ว ยังต้องล้างเองอีกเหรอ”กันต์เหลือบมองข้ามไหล่“แล้วจะให้ใครล้าง”ซัมเมอร์ไม่ตอบ แต่หันไปทางโต๊ะอย่างมีเป้าหมายมีนาซึ่งกำลังตักพุดดิ้งเข้าปากชะงักทันที“มองฉันทำไม”“ก็แกกินเยอะสุด”“แล้ว?”“ล้างสิ”มีนาวางช้อนลงอย่างไม่ยอมแพ้“ตอนกินก็กินด้วยกันทั้งห้อง ทำไมตอนล้างเหลือฉันคนเดียว”เอมิที่กำลังรวบกล่องอาหารเข้าตู้เย็นหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปหากันต์“เดี๋ยวหนูช่วยเก็บที่เหลือให้ก็ได้ค่ะพี่กันต์”“ไม่เป็นไรครับ เหลืออีกนิดเดียว”กันต์ปิดน้ำ ก่อนว
ทุกอย่างกลายเป็นความธรรมดาจนเขาไม่เคยหยุดคิดจริง ๆ ว่า คนที่เขาดูแลมาตลอดกำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ“มองอะไร”เสียงของซัมเมอร์ดึงเขากลับมากันต์รู้ตัวว่ามองอยู่นานกว่าปกติจึงละสายตาออก“เปล่า”เธอหรี่ตา“วันนี้ทุกคนชอบตอบแต่เปล่า”“แล้วอยากให้พี่ตอบว่าอะไร”“ไม่รู้”“งั้นก็เปล่า”ซัมเมอร์ส่ายหน้าอย่างหมั่นไส้ ก่อนเดินกลับเข้าไปด้านในกันต์ยังยืนอยู่ตรงระเบียงอีกครู่หนึ่งสายตาเลยไปยังระเบียงห้องข้าง ๆ โดยไม่ตั้งใจเมื่อคืนซัมเมอร์ยืนคุยกับบอสตรงนี้ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงผนังกั้นบางส่วนจากนั้นก็แลกไลน์กันเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเรื่องนั้นถึงผุดขึ้นมาในหัวตอนนี้เหมือนตอนที่ได้ยินว่าเธอกลับจากโรงพยาบาลด้วยรถบอสหรือเมื่อครู่ ตอนเห็นอีกฝ่ายเอาตัวล็อกประตูมาให้ถึงห้องความรู้สึกรำคาญเล็ก ๆ เหล่านั้นไม่มีเหตุผลนักกันต์พยายามหาเหตุผลที่ง่ายที่สุดให้ตัวเองเขาคงยังไม่ชินซัมเมอร์เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยเพิ่งเริ่มมีสังคมใหม่เริ่มรู้จักผู้ชายที่เขาไม่รู้จักมันเป็นธรรมดาที่คนซึ่งรับปากเพื่อนว่าจะช่วยดูแลน้องสาวให้ จะระวังแทนอยู่บ้างแค่นั้นเองกันต์เดินกลับเข้าไปในห้องเสียงของซัมเมอร์กับมีนากำลังเ
เมื่อประตูปิดลง ซัมเมอร์ก็หันกลับมาคนแรกที่สบตาเธอคือมีนาสีหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนจนแทบไม่ต้องเดาว่าอยากพูดอะไรซัมเมอร์ชี้หน้าไว้ก่อน“ไม่ต้อง”มีนากะพริบตา“ฉันยังไม่ได้พูดเลย”“ก็รู้ว่าจะพูดอะไร”เอมิหัวเราะ“เก็บไว้ก่อน”มีนาถอนหายใจ“ไม่มีใครให้ฉันพูดอะไรเลย”กันต์หยิบตัวล็อกขึ้นมาดู“ห้องข้าง ๆ ใจดีจังนะ”ซัมเมอร์หันไปน้ำเสียงไม่ได้ผิดปกติชัดเจน แต่กลับฟังแข็งกว่าปกตินิดหนึ่งเธอไม่ได้ใส่ใจนัก“พี่บอสก็ใจดีอยู่แล้ว”นิ้วของกันต์ที่กำลังพลิกดูอุปกรณ์หยุดไปเพียงเสี้ยววินาที“เหรอ”“อือ”ซัมเมอร์มองหน้าเขา“ทำไม”“เปล่า”เขาเดินไปทางระเบียง“ไขควงอยู่ไหน”ซัมเมอร์ยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง“น่าจะอยู่ในกล่องเครื่องมือ”“กล่องไหน”เธอหันไปมองกล่องหลายใบที่กองอยู่ใกล้ผนังแล้วก็เงียบกันต์มองตาม“อย่าบอกว่าไม่รู้”“ก็เพิ่งซื้อของมา”“แล้วไม่รู้ว่าเก็บอะไรไว้ไหน?”“เดี๋ยวก็หาเจอ”“นี่แหละที่พี่บอกให้จัดของให้เรียบร้อย”ซัมเมอร์หันกลับมา“อย่าเริ่มบ่น”“พี่ยังไม่ได้บ่น”“น้ำเสียงคือบ่นแล้ว”กันต์หัวเราะสุดท้ายเอมิเป็นคนหาไขควงเจอจากกล่องเล็กตรงครัวกันต์จึงถือของเดินออกไปที่ระเบียง โดยมีซัมเม







