تسجيل الدخول6 ปีผ่านไป
เก็บดาว เด็กหญิงอคิราภา วรานนท์ เติบโตขึ้นมาในฐานะลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลวรานนท์ นักการเมืองชื่อดังในจังหวัดปราจีนบุรี ถ้าพูดให้ถูกต้องบอกว่าเป็นลูกสาวบุญธรรม.. เก็บดาวมีความสุขมากที่ได้อยู่กับนรินดา แม่บุญธรรม ส่วนกับพ่อบุญธรรมไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ เขายุ่งกับงานอยู่ตลอดเวลา แต่เธอก็รักท่านมาก ๆ ท่านอาจจะไม่ค่อยพูดคุยแต่ก็ซื้อของเล่นซื้อขนมมาให้กิน บางครั้งก็พาไปเที่ยวเท่านี้ก็มีความสุขแล้วล่ะ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อคุณพ่อได้ย้ายเข้ามาลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการของกรุงเทพ แล้วแน่นอนว่าท่านก็ชนะมีคะแนนเลือกอย่างถล่มทลาย จากนี้เธอจะกลายเป็นลูกสาวท่านผู้ว่าของกรุงเทพมหานคร บ้านใหม่ตระกูลวรานนท์ อยู่ในโครงการหมู่บ้านหรูหราใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท บ้านที่ท่านผู้ว่าอนวัชเลือกเป็นแบบสามชั้นมีสระว่ายน้ำอยู่ข้างบ้านมีสวนให้นั่งเล่นมีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก โรงจอดรถมีพื้นที่จอดได้ถึงห้าคัน มีห้องพักสำหรับแม่บ้านกับคนขับรถอีกด้วย เช่นเคยที่ถึงจะเป็นการย้ายเข้ามาวันแรกแต่ไร้เงาของพ่อ เพราะคนเป็นพ่อยุ่งกับการจัดเตรียมงานฉลองตำแหน่งใหม่ เลยเป็นหน้าที่ของคุณผู้หญิงนรินดาดูแลจัดการของที่นำมาส่งจากปราจีนบุรี “ว้าว สวยมาก” เก็บดาววัยสิบขวบตื่นตาตื่นใจกับบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่โตกว่าบ้านหลังเก่ามาก ๆ “นี่บ้านใหม่ของเรานะลูก” “บ้านใหญ่มากเลยค่ะคุณแม่” “มีสามชั้นด้วยนะลูก” นรินดาจูงมือลูกสาวเข้ามาในบ้าน “แล้วแบบนี้เราจะไม่เดินเหนื่อยเลยเหรอคะ ขาหนูยิ่งสั้น ๆ ด้วย” เด็กสาวเบะปากชี้ขาตัวเอง “ฮ่า ๆ บ้านหลังนี้มีลิฟต์ค่ะลูก” คนเป็นแม่ถึงกับต้องหลุดขำออกมาอย่างเอ็นดู “เดี๋ยวแม่พาดูห้องนอนของหนูนะคะ แล้วไว้ว่าง ๆ เราชวนคุณพ่อไปดูของมาตกแต่งห้องกันนะคะ” “คุณพ่อจะว่างไปกับเราเหรอคะ พ่อดูยุ่งตลอด..” “ว่างค่ะ เพราะว่าคุณพ่ออยากไปกับลูกสาวคนสวย” ลูบหัวลูกสาวด้วยความรักเก็บดาวเงยหน้ามองแม่แล้วยิ้มออกมาเธอชอบเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก นรินดาพาลูกสาวสุดที่รักเดินสำรวจห้องนั้นห้องนี้ทั่วทั้งบ้าน ก่อนจะปล่อยให้ยัยหนูน้อยไปเดินเล่นอยู่ในสวน เพราะว่าเธอคอยควบคุมดูแลเรื่องของที่เข้ามาส่งกับพวกแม่บ้าน สวนดอกไม้⛲️ ระหว่างที่ยัยหนูกำลังนั่งเล่นอยู่กับตุ๊กตาบาร์บี้ก็มีบางอย่างลอยมาตกตรงหน้าของเธอ ตุบ! “อ๊ะ! ตกใจหมดเลยลูกบอลลอยมาจากไหนเนี่ย” เธอเอื้อมไปหยิบลูกฟุตบอลที่ลอยละลิ่วมาตกตรงหน้าเธอ “จากเราเอง” เสียงของเด็กผู้ชายดังขึ้น เธอถือลูกบอลไปยืนใกล้กับรั้วบ้านที่สูงมาก “คนข้างบ้านเหรอ” เก็บดาวเอ่ยถามกลับไป “ใช่ ๆ ขอโทษนะเราจะเตะเข้าโกลแต่ออกแรงที่เท้าเยอะไปหน่อยน่ะ” เขาอธิบายให้ฟังว่าทำไมลูกบอลถึงลอยไปตกใส่เธอ “โยนกลับคืนมาให้ได้ไหม” “ได้อยู่แล้ว เตรียมรับด้วยนะ” เก็บดาวใช้แรงที่มีทั้งหมดโยนลูกฟุตบอลกลับไปให้เพื่อนข้างบ้าน “โอเคโยนมาเลย ขอบคุณนะ” หมับ! ลูกบอลส่งถึงมือเจ้าของ “แล้วพึ่งย้ายมาเหรอ” เด็กผู้ชายข้างบ้านเอ่ยถามเพราะว่าจำได้ว่าไม่เคยเห็นใครมาอยู่ข้างบ้านเขาเลย “ใช่ พึ่งย้ายมาวันนี้เลย” “แล้วทางนั้นอยู่มานานแล้วเหรอ” เก็บดาวเอ่ยถามกลับ เด็กทั้งสองคนยืนคุยกันผ่านกำแพงไม่มีการเห็นหน้าได้ยินแค่เสียง “เกือบสองปีหรือสามปีนี่แหละ” “แล้วนี่ / แล้วนี่” ใจตรงกันต่างคนต่างมีสิ่งที่อยากจะถาม “แกพูดก่อนเลย” เก็บดาวให้เขาได้พูดก่อน “อายุเท่าไหร่เหรอ” เด็กชายข้างบ้านเอ่ยถามโดยไม่สนใจจะกลับไปเล่นบอลต่อ ตื่นเต้นกับการได้มีเพื่อนข้างบ้าน “อีกสองเดือนจะสิบขวบ แกล่ะ” “เราก็พึ่งสิบขวบไปเมื่อเดือนที่แล้ว” “งั้นก็เป็นเพื่อนกันสิ” เก็บดาวพูดด้วยเสียงใสอย่างดีใจเมื่อเจอคนวัยเดียวกัน “อือ เธอชื่ออะไรเหรอ” “เก็บดาว แกล่ะ” “เราสีน้ำ” “ชื่อน่ารักมาก!” “ไว้มาเล่นด้วยกันนะสีน้ำเพื่อนข้างบ้าน” “ได้เลยเก็บดาว เพื่อนข้างบ้านคนแรก..” จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์.. กดหัวใจ กดติดตาม คอมเมนต์ ขอกำลังใจหน่อยนะคะคนสวย💜“แล้วถ้าเป็นแค่เพื่อนกันจริง” “มันคงไม่ออกกฎห้ามพวกเราทุกคนไว้หรอก” ตะวันนึกย้อนไปหลายปีก่อนที่สีน้ำเคยเอ่ยปากออกกฎเหล็กสั่งห้ามพวกเขาจีบเก็บดาว ห้ามคิดกับเธอเกินเพื่อน ห้ามคิดจะหลอกจีบ ห้ามไว้หลายอย่างมาก สรุปคือพวกเขาห้ามยุ่งกับเธอ ดูอย่างเมื่อวานที่ภูเมฆโดนต่อยยืนยันได้ชัดเจนว่าหวงเกินเพื่อน“อืม เข้าใจแล้ว” ขอบฟ้าตอบโดยไม่มีการเน้นเสียงหรืออารมณ์ในคำพูดแล้วเดินไปเข้าพิต ถึงตะวันจะเป็นพี่ชายฝาแฝดที่ผูกพันกันทางสายเลือด ก็ไม่เคยเข้าใจความคิดความอ่านของแฝดน้องเลยสักครั้ง แต่ถ้าอะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้เกิดไป เขาก็ห้ามความรู้สึกใครไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละทั้งหนุ่มแยกย้ายกันเดินไปเข้าพิต ซึ่งพิต (Pit) เป็นที่สำหรับหยุดซ่อมตรวจเช็กระบบเครื่องยนต์ เปลี่ยนยาง เติมเชื้อเพลิง แล้วที่อยู่ด้านหน้าจุดพิตก็คือพิตวอลล์ (Pit wall) สำหรับให้ทีมงานคอยดูข้อมูลการแข่งขัน ระหว่างนี้พวกเขาก็เตรียมตัวลงสนามแม้เป็นรอบซ้อมพวกเขาก็จริงจังประหนึ่งว่านี่เป็นรอบจริง VIP Standสี่สาวนั่งอยู่บนVIPสแตนด์ โซนนั่งชมการแข่งที่ดีที่สุดในสนามแล้วยังได้อยู่ใกล้กับจุดพิต ด้านหน้ามีจอทีวีขนาด 42 นิ้ว ซึ่งตอนนี้บ
พวกเขาเตรียมเดินแยกย้ายกันไปเข้าพิตเพื่อเริ่มซ้อมให้เกิดความคุ้นชินเส้นทางในสนามแข่ง เพราะว่านี่จะเป็นการทดลองขับสนามใหม่ครั้งแรกของพวกเขาทั้งหกคนเลยหมับ!“ก่อนที่มึงจะคิดแผนชั่ว คิดว่านั่นมันดูน่าสนุกสำหรับมึง กูอยากเตือนว่าแผลที่ปากมึงยังไม่หายดี” ตะวันเดินมากอดคอภูเมฆเอ่ยเตือนชี้ไปที่มุมปากตรงรอยแผล เพื่อนคนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์มีเขากับปลาบปลื้ม ซื่อเมื่อกี้เขาเห็นเต็มสองตาท่าทางภูเมฆที่แสยะยิ้มออกมาตอนขอบฟ้าพูดว่าเลือกเก็บดาว แล้วภูเมฆเหลือบสายตาไปมองหน้าสีน้ำ ตะวันรู้ได้ทันทีเลยเมื่อมองหน้าภูเมฆ บ่งบอกชัดเจนว่ามีแผนชั่วในใจ“แล้วไม่ว่ามึงคิดทำอะไรอย่าคิดว่าไอ้สีน้ำมันดูไม่ออก รอบนี้กูไม่ช่วยห้ามด้วย กูจะปล่อยให้มันกระทืบมึงไอ้ภู”“มึงเห็นกูชอบเล่นกับใจคนขนาดนั้นเลย?” “เออ มึงนี่ตัวเล่นสนุกกับใจคนเลยไอ้สัตว์”“ปล่อยให้เป็นเรื่องของสองคนนั้นไปเถอะ” ตะวันเข้าใจดีว่าเรื่องของสีน้ำกับเก็บดาวมันน่าแกล้ง เพราะว่าคนหนึ่งไม่พูดอีกคนก็ดื้อไม่ยอมรับ แต่เห็นเมื่อวานสีน้ำเอาจริงนะถ้าใครไปยุ่งกับเก็บดาว เอาจริงที่แปลว่าเอาตายไม่ส
“ถ้ามีผู้หญิงเป็นของเดิมพันมันไม่น่าสนุกมากกว่าเหรอ”“ยากหน่อยนะ เพราะทั้งเกาะมีผู้หญิงแค่พวกเธอ” โปรดปรานเอ่ยเสียงเรียบมองไปยังกลุ่มเพื่อนสาวสี่คน เพราะพวกเขาไม่ได้เชิญคนอื่นมาด้วย“ก็ไม่ยากนะ” “มึงคิดจะทำอะไร” ตะวันขมวดคิ้วทำเสียงเข้ม มองรอยยิ้มร้ายกาจของปลาบปลื้ม เวลาที่เพื่อนคนนี้ยิ้มแบบนี้ในหัวมันมักมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นมาตลอดเลย“รอดูสิ่งที่กูจะทำนะครับเพื่อน”ปลาบปลื้มยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินไปหากลุ่มผู้หญิงที่นั่งคุยเล่นตรงโซนวีไอพีสแตนด์ใกล้กับจุดพิตที่พวกเขายืนอยู่ พวกเธอก็มานั่งรอชมการซ้อมของพวกหนุ่ม ๆ นั่นแหละ“มีใครอยากเสนอตัวเป็นรางวัลให้ไหมครับคนสวย”“..”“แล้วทำไมเราสี่คนต้องอยากไปเป็นรางวัลให้ด้วยคะเหรอคุณปลาบปลื้ม” เก็บดาวสวนทันควัน ด้วยความที่เธอรู้จักพวกมานานกว่าเพื่อนอีกสามคนเลยกล้าจะตอบโต้ ต่างจากอีกสามคนสีหน้าหลังฟังประโยคนั้นต่างงุนงง“ก็พวกเธออยากเห็นพวกเราแข่งรถ พวกเราก็แข่งให้ ก็ควรลงเดิมสักหน่อยไม่ใช่เหรอไม่เปลืองแรงไม่ต้องใช้สิ่งของ แค่ตัวพวกเธอ..” คำพวกกำกวม ปลาบปลื้มเว้นช่วงไปแป๊บนึงจึงเอ่ยพูดต่อ“แค่ยอมทำตามคนที่แข่งชนะหนึ่งวัน” เข
Day Two In Race At Eterna Island (เกาะเอเทอร์น่า) 🏝️วันที่สองบนเกาะเอเทอร์น่ากับสมาชิกที่เพิ่มเข้ามาอีกสองคน กลายเป็นว่าตอนนี้มีเด็กวัยรุ่น 10 คน อยู่บนเกาะ 6 หนุ่ม 4 สาว คนยิ่งเยอะยิ่งสนุก? สำหรับวันแรกมีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น หนึ่งคนได้จูบเพื่อนสนิท หนึ่งคนเจ็บตัวจากการล้อเล่น และหนึ่งคนที่เริ่มเก็บซ่อนความรู้สึกไม่อยู่.. แล้วในวันที่สองไม่อยากคิดเลยว่าจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นเพิ่มมากขึ้นขนาดไหน เหล่าหนุ่มสาวซึ่งเข้าสู่วัยที่ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านมักทำอะไรตามใจอยากโดยไม่สนเหตุผล กฎเกณฑ์ ถูกผิด โดยพวกเขาคงไม่รู้ว่าการกระทำที่เกิดบนเกาะเอเทอร์น่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนชีวิตพวกเขาทุกคน.. วันนี้หกหนุ่มจะประลองความเร็วด้วยรถSupercar เมื่อมีการแข่งขันย่อมมีรางวัลให้แก่ผู้ชนะ ถ้าให้พวกเขาแข่งกันเฉย ๆ มันจะไปสนุกอะไรล่ะ ปกติถ้าพวกเขาลงสนามแข่งก็จะมีวางเดิมพันด้วย แต่รอบนี้แข่งกันเองเล่น ๆ สนุก ๆ ไม่มีคนอื่นเลยจะมีแค่รางวัลให้ผู้ชนะที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก รับรองได้เลยว่าพวกเขาเอาจริงไม่ต่างกับตอนมีเดิมพันแน่นอนPit Laneหกหนุ่มยืนพูดคุยกันอยู่หน้าพิตระหว่างรอทีมพิตกับช่างตรวจเ
“ที่เราตะคอกใส่ดาว” เขาก้มหน้า โค้งตัวประสานมือเข้าด้วยกัน เธอเอียงคอมองเขาก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังสีน้ำด้วยความอ่อนโยน“ไม่เป็นไร เราไม่โกรธเลย แค่ตกใจนิดหน่อย”“ยังไงเราก็ควรขอโทษ” เขายืดตัวขึ้นหันมาเก็บดาวอีกครั้ง เธอแสนดีเหลือเกินจนเขาอยากเก็บเธอไว้คนเดียว ฟังดูเห็นแก่ตัวใช่ไหม ไม่เถียงหรอก แต่ถ้าให้เลิกทำก็ขอปฏิเสธ ที่ผ่านมาเวลามีคนพยายามเข้าหาเธอเขาจะคอยเข้าไปขู่พวกผู้ชายทุกคนจนทั้งโรงเรียนไม่มีใครกล้าจีบเธอ“รับคำขอโทษนะคะคุณสีน้ำ อย่างน้อยเราก็ได้เห็นมุมโกรธของแกบ้าง ฮ่า ๆ” เธอหัวเราะอย่างสดใส คนที่มองโลกในแง่ดีเสมอมา‘หวงรอยยิ้มยัยตัวเล็กว่ะ’ เขาอยากให้เธอส่งยิ้มหัวเราะน่ารักให้เขาแค่คนเดียว ถ้าวันหนึ่งเธอไปทำกับผู้ชายคนอื่นไม่รู้เลยว่าตัวเขาจะรับได้ไหม“พวกเราก็ไม่ได้มีเรื่องเข้าใจผิดหรือโกรธกันแล้วเนอะ” เธอเอ่ยถามต่อพร้อมส่งยิ้มหวาน“ใช่ ต่อไปไอ้ภูมันไม่กล้ามาแกล้งดาวแล้วล่ะ ง่วงแล้วใช่ไหมเดี๋ยวเราเดินไปส่ง”“ไม่อยากเดินเลย ขอขี่หลังได้ไหม..”“ได้”เขายืนขึ้นหันหลังรอให้เธอโน้มตัวลงมาขึ้นหลัง เก็บดาวลุกขึ้นยืนก้าวเท้าเหยียบโซฟาก่อนจะยื่นมือสองข้างออกไปจับไหล่
“อ๋อ แล้วแกตอบไปว่าไง” เก็บดาวคลายความกังวล แต่ก็นึกสงสัยขึ้นมานิดหน่อย พวกเพื่อนยังมองออกเลยทำไมสีน้ำถึงดูไม่ออกสักทีว่าเธอคิดยังไงกับเขา“ก็บอกมันอย่าเล่นไม่รู้เรื่อง แค่นั้นแหละ” สีน้ำไม่ได้บอกว่าข่มขู่ภูเมฆไปด้วยเดี๋ยวเธอจะกังวล“ไร้สาระเนอะ เล่นเป็นเด็ก ๆ ก็รู้ว่าเราสองคนเป็นแค่เพื่อนสนิทกัน” สีน้ำเอื้อมมือไปลูบหัวเธออย่างที่ชอบทำ นึกถึงภาพที่ภูเมฆลูบหัวเธอเอาหน้าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วก็โมโห เก็บดาวจับมือเขาออกวางลง บอกว่าไม่คิดอะไรแต่การกระทำเขาชวนให้เธอคิดไปไกลมาก เก็บดาวก้มหน้าลงเอ่ยพูดคำเดียวกัน“อือ ไร้สาระจริงด้วย”“สีน้ำคงไม่เคยมองเราเป็นมากกว่าเพื่อนสนิทเลยเนอะ” ภายในห้องสกายเลานจ์มีเพียงแสงไฟสลัวสีส้มอ่อนจากแชนเดอเรียด้านบนเปิดไว้เพียงอันเดียว อาจช่วยบดบังซ่อนความเจ็บปวดในแววตาเธอจากสีน้ำ อาจดูเหมือนว่าเธอไม่เป็นอะไรแต่ข้างในมันบอบช้ำจนไม่รู้เลยว่าจะมีทางไหนที่เก็บดาวจะมองสีน้ำแล้วไม่รู้สึกอะไรเหมือนที่เขาทำได้บ้างไหม“ใช่”“งั้นห้ามให้ใครมาแทนที่เรานะ ไม่นับรวมพวกคนในแก๊ง เพื่อนผู้หญิงที่สนิทกับแกให้มันมีแค่เราได้ไหม” “แน่นอน ดาวจะเป็นเพื่อนสนิทผู้หญิงคนเดียวในชีวิ







