LOGINด้านสี่หนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยกัน พอโชนวางสายไปแล้วพวกเขาก็นั่งมองหน้ากันแบบพูดไม่ออกเลย “ไอ้คิวซวยแล้วล่ะ ครั้งนี้ไอ้โชนมันเอาจริงแล้ว” ทอยพูดไปตามความคิดของเขา “ก็ให้มันรับกรรมกับสิ่งที่มันทำบ้างก็ดีนะ ต่อไปมันจะได้ไม่กล้ามาทำเรื่องแบบนี้อีก” ซันบอกไปแบบเห็นด้วยที่โชนทำแบบนี้ “นั่นสิครับ ผมก็เห็นด้วยนะพี่ นอกจากจะได้เอาคืนแล้วยังจะกอบกู้ชื่อเสียงของพี่สาวผมไม่ให้เสียหายไปมากกว่านี้ ผมว่าพี่โชนทำถูกแล้วล่ะครับ เฮ้อ...เห็นพี่โชนปกป้องเจ้บิวแบบนี้แล้วผมก็โล่งอกแล้วล่ะ ดูท่าพี่โชนจะชอบเจ้ผมเข้าแล้วล่ะ” บาสพูดด้วยรอยยิ้ม “หึๆ ก็แน่ล่ะ ดูสิ มันหางานให้พี่ทำอีกแล้วเนี่ย งั้นก็คุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวไปแฮกกล้องร้านพี่ต้นก่อน” สิงหาพูดไปก็ลุกไปที่โต๊ะทำงานของทอยอีกครั้ง “ตามสบายเลยเพื่อน งั้นเดี๋ยวฉันจะเล่นเกมรอแกละกัน มาไอ้บาส เล่นเป็นเพื่อนหน่อยสิวะ...” ทอยก็หันไปชวนบาสทันที “โอเคครับพี่...” บาสก็ตอบตกลงทันที เพราะตอนนี้เขาไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากแล้ว ซันก็ได้แต่มองทั้งสองแล้วยิ้มส่ายหน้ามา จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มาถามมิ้นว่าเธอซื้อของเสร็จหรือยัง เพราะจนป่านนี้แล้วเธอกับหยกยังไม่ก
“กริ้งๆ...กริ้งๆ...” เสียงโทรศัพท์ของหยกก็ดังขึ้น เธอก็หยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นสายจากคิว เธอก็มองแบบตกใจแล้วรีบกดปิดเสียง แล้วก็เงยหน้าขึ้นแบบรนๆ “ใครโทรมาเหรอพี่ ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” บาสถามแล้วก็มองหยกด้วยสีหน้าแปลกใจ “เบอร์พวกมิจฉาชีพน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” หยกบอกบาสด้วยรอยยิ้ม แล้วเธอก็กดปุ่มปิดเสียงไป เพราะตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะคุยกับเขา สิ่งที่เขาทำกับเพื่อนเธอมันเกินกว่าที่เธอจะไปเจอเขาแล้วปั้นหน้ายิ้มให้เขาได้ “งั้นเราไปหาซื้ออะไรมากินดีไหมหยก พวกเรารีบมาที่นี่คงยังไม่มีใครได้ทานข้าวเช้าแน่ๆอ่ะ” มิ้นชวนหยก “เอาสิ งั้นทางนี้ให้พวกหนุ่มๆเขาจัดการไป เราสองคนไปหาซื้ออาหารเช้าละกัน ป่ะ” หยกก็ยิ้มแล้วลุกขึ้นทันที “เอารถฉันไปสิ...ขับดีๆนะ....” ซันก็ยื่นกุญแจให้มิ้นแบบอ่อนโยน “โอเค เดี๋ยวฉันมานะ...จุ๊บ...” มิ้นก็ยิ้มให้ซันแล้วก็หอมแก้มเขาไปหนึ่งทีแบบอ้อนๆ “โอ้โห...ช๊อตนี้กูตายเลย...กูคงต้องหาแฟนบ้างแล้วมั้ง” ทอยเห็นแล้วก็ยิ้มชอบใจก็แซวทั้งสองไป “หึ ใครล็อคคอแกไว้ล่ะวะ อยากหาก็หาสิ...” ซันก็ตอบเพื่อนแบบกวนๆ “อ่าวไอ้นี่ ปากวอนหาตีนแต่เช้าเลยนะโว้ย” ทอยก็ต่อปากต่อคำกับ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...อู่ซ้อมรถของทอยและโชน หลังจากคลิปของบิวก็ถูกแชร์ไปทั่วจนถึงมือทุกคน ซันจึงโทรตามเพื่อนๆไปเจอกันที่อู่ของโชนและทอย เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งมิ้นก็มากับเขาด้วย ส่วนบาสและหยกก็ตามมาสมทบกับทุกคนด้วย “แล้วพวกเราจะทำยังไงกับคลิปของเจ้บิวล่ะครับพี่ซัน พี่ต้องช่วยเจ้ของผมด้วยนะ” บาสขอร้องซัน “เออ ฉันต้องช่วยบิวอยู่แล้ว ไม่งั้นฉันจะให้แกมาที่นี่ทำไมล่ะ ก็เพราะฉันจะให้พวกเรามาช่วยกันคิดนี่ไง” ซันบอกไปเพราะเขาต้องการข้อเสนอแนะที่ดีๆเพื่อแก้ปัญหา “เฮ้อ เพราะได้บ้านั่นคนเดียวเลย มันจะมาวางยาเจ้ของผมทำไมกันนะ ตัวปัญหาชัดๆเลยเนี่ย” บาสบ่นไป “นั่นสิ ทำไมอยู่ๆคิวถึงมาวางยาบิวแบบนั้น เขาดูเหมือนจงใจทำเลยนะ” มิ้นพูดตามที่เธอเห็น “ฉันได้ยินมาว่าคิวกับโชนไม่ค่อยถูกกันไม่ใช่เหรอ...ฉันว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะคิวเขารู้ว่าบิวคือผู้หญิงของโชนหรือเปล่า เลยอยากจะเอาชนะโชน” หยกก็พยายามพูดให้ทุกคนรู้เหตุผลไปแบบเนียนๆ เพราะเธอไม่สามารถพูดได้ทั้งหมด “โห ถ้ามันรู้เรื่องบิวกับโชนนี่มันจะเก่งเกินไปแล้วนะ ขนาดพวกเรายังไม่รู้เลยว่าสองคนนี้ไปได้กันตอนไหนน่ะ แล้วไอ้คิวมันจะไปรู้จา
โรงพยาบาล... คิวก็นอนโรงพยาบาลคนเดียวตลอดทั้งคืน พอเขาตื่นมาพยาบาลก็มาตรวจเชคก่อนจะออกไป คิวก็หยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา ก็ยังไม่มีการโทรกลับหรือมีข้อความตอบกลับจากหยกเลย “ทำไมยังไม่โทรกลับมาอีกวะเนี่ย จะทำให้ฉันโมโหเธอให้ได้เลยใช่ไหม...” คิวบ่นไปแบบไม่พอใจ “ฉันเจ็บตัวขนาดนี้แทนที่จะมาเฝ้า กลับหายเงียบติดต่อไม่ได้...สงสัยฉันจะใจดีกับเธอเกินไป...” คิวพูดแล้วก็กดโทรหาหยกทันที เพราะเธอควรจะมาอยู่ดูแลเขาตอนนี้ “ตุ๊ด....ตุ๊ด....” คิวก็กดเปิดสปีคเกอร์โฟนแล้วรอหยกรับสาย ตอนนี้ก็แปดโมงครึ่งแล้ว เธอก็น่าจะตื่นแล้ว ด้านบาสที่นั่งรอหยกอาบน้ำอยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของหยกดังขึ้น เขาก็มองไปที่ห้องนอนของหยกที่เปิดทิ้งไว้ แล้วเสียงมันก็ดังแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย “พี่หยกมีคนโทรมาหาพี่...ให้ผมรับให้ไหม...” บาสตะโกนถามหยก “ห้ะ...ว่าอะไรนะ” หยกที่อยู่ในห้องน้ำก็ได้ยินไม่ชัดว่าบาสพูดว่าอะไร “ให้ผมรับสายแทนไหม...มีคนโทรมาหาพี่” บาสก็ถามย้ำอีกครั้ง แล้วรอฟังว่าหยกจะว่ายังไง “พูดอะไรเนี่ย ฉันไม่ได้ยินเลย นายจะทำอะไรก็ทำเลยสิ” หยกบ่นไปก็ตะโกนบอกบาสไป เพราะเธอไม่ได้ยินว่าบาสพูดว่าอะไร ก็บ
“มิ้น...เกิดอะไรขึ้นเหรอ เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ ฉันเป็นห่วงบิวอ่ะ” หยกถามมิ้นอย่างอยากรู้ “คือว่าบิวถูกคิววางยาปลุกเซ็กส์น่ะ โชนเห็นก็เลยมีเรื่องกัน ตอนนี้บิวอยู่กับโชนแล้ว เธอไม่ต้องเป็นห่วงนะ” มิ้นบอกไปตามตรงแบบกระชับและได้ใจความสุดๆ “อะไรนะ นี่เขาวางยาปลุกเซ็กส์บิวเลยเหรอ” หยกได้ยินก็อึ้งไปเลย ไม่คิดว่าคิวจะเลวถึงขนาดนี้ ไม่น่าล่ะบิวถึงจูบกับเขาแบบนั้น เธอว่าแล้วว่าเพื่อนเธอไม่มีทางทำแบบนั้นด้วยความเต็มใจหรอก ที่แท้ก็เพราะโดนวางยานี่เอง “อืม ก็น่าจะใช่ยาปลุกเซ็กส์แล้วล่ะ เพราะอาการของบิวมันต้องการเซ็กส์อ่ะ โชนเลยพาบิวไปดูแลแล้ว” มิ้นพูดเสริมไป “งั้นพวกเธอก็รู้เรื่องบิวกับโชนแล้วงั้นเหรอ” หยกถามมิ้น เพราะทุกคนดูเหมือนจะยอมให้บิวไปกับโชนง่ายๆแบบนี้ “อืม โชนหึงบิวขนาดนั้นใครจะไม่รู้ล่ะ ตอนนี้ทุกคนรู้หมดแล้วล่ะว่าบิวกับโชนกิ๊กกันอยู่” มิ้นบอกไปตรงๆ หยกได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ เพราะทุกคนรู้ก็ดีจะได้ไม่ต้องเหนื่อยปิดบังใครอีก ตอนนี้บิวอยู่กับโชนก็น่าจะปลอดภัยแล้ว แล้วคิวล่ะ หยกคิดในใจ “อ่อ แล้วคนที่วางยาบิวอ่ะ เขาเป็นยังไงบ้าง” หยกก็ถามอย่างอดไม่ได้ “ก็โดนโชนซ้อมจนน่วมเลยน
“แต่สิ่งที่ไอ้คิวทำมันร้ายแรงมากนะแซน ถ้าเกิดว่ามันทำสำเร็จ คนที่เสียหายคือบิวนะ คุณกล้าขอร้องผมแบบนี้ได้ยังไงแซน...ผมช่วยคุณไม่ได้หรอก เพราะถ้าเป็นผม ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้กับคุณ ผมจะเอามันให้ถึงที่สุดเลย” ต้นบอกไปตามความคิดของเขา เพราะเรื่องแบบนี้จะไปขอร้องกันได้ยังไงกัน น้องชายก็เข้าใจว่าเขาเข้าข้างคิวน่ะสิ แล้วไหนจะบิวอีก ดังนั้นเขาช่วยไม่ได้ “คุณไม่ควรปกป้องคนผิดนะแซน ผมรู้ว่าคุณรักและห่วงน้องชายตัวเอง แต่คุณก็ต้องรักแบบมีเหตุผลนะ จะคอยช่วยเวลาที่น้องทำผิดแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ กลับกัน ถ้าเรื่องนี้ไอ้โชนมันทำ ผมเองก็จะทำแบบนี้ จะไม่เข้าข้างอะไรมันทั้งนั้น คนผิดก็ให้ว่าไปตามผิด” ต้นบอกแซนแบบใช้เหตุ เพราะเขาไม่อยากให้เธอน้อยใจเขาที่เขาไม่ช่วย “ฉันเข้าใจค่ะ...ขอบคุณที่คุณเตือนสติฉันนะคะ งั้นก็ให้พวกเขาจัดการกันเองละกันค่ะ ” แซนก็พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ต้นบอก ดูท่าเรื่องนี้น้องชายเธอคงต้องรับกรรมในสิ่งที่ตัวเองก่อไว้แล้วล่ะ “อืม...ให้พวกเขาตัดสินใจกันเอาเองเถอะ พวกเขาก็โตๆกันแล้ว ไม่ใช่เด็กๆแบบเมื่อก่อน ให้พวกเขาจัดการกันเอาเองเถอะ” ต้นก็พูดตอบไปแล้วเข้าไปจับมือแซนแบบอ่อนโยน “ค







