เข้าสู่ระบบโชนก็ไม่ได้พูดอะไรเขาก็กดกริ่งฉุกเฉินในลิฟต์ไปแบบไม่ได้หวาดกลัวอะไร ส่วนบิวก็มองเขากดกริ่งฉุกเฉินเธอก็นึกได้ว่าหอพักเคยแจ้งว่าถ้าลิฟต์เสียให้โทรแจ้ง
“เดี๋ยวฉันโทรหาคนดูแลหอดีกว่า น่าจะเร็วกว่ากดกริ่งนี่อ่ะ แปปนะ” บิวก็หยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาแล้วก็เลื่อนหน้าจอปลดล็อค แล้วเธอก็เข้าไลน์แล้วโทรหาผู้ดูแลหอพักทันที
โชนก็มองการกระทำของเธอแบบเงียบๆ แล้วสายตาของเขาก็เห็นตระกร้าเสื้อผ้าของเธอหล่นลงที่พื้นแล้วกางเกงชั้นในเป็นวงสีดำของเธอที่เขาเห็นมันก็กระเด็นออกมาปะปนกับผ้าชิ้นอื่น เขาก็มองด้วยสายตาจดจ้องเลยทีเดียว
“พี่คะลิฟต์ค้างค่ะ พี่ช่วยมาดูหน่อยนะคะ หนูติดอยู่ในลิฟต์ค่ะ” บิวบอกคนในสายแล้วเธอก็หันไปมองที่ตัวเลขปุ่มเพื่อเลี่ยงสายตาของโชนแบบอายๆ
โชนเห็นเธอหันไปเขาก็ก้มลงไปหยิบกางเกงชั้นในของเธอขึ้นมาแล้วยัดใส่ในกระเป๋ากางเกงของเขาทันที
“เห้ย แล้วเราจะเอากางเกงในยัยนี่ไปทำไมวะเนี่ย...” โชนรู้ตัวว่าทำอะไรก็งงกับการกระทำของตัวเองมาก
ก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอีกครั้งเพื่อจะเอามันคืนที่เดิม แต่หญิงสาวตรงหน้าก็หันมาซะก่อน ทำให้โชนรีบยัดกางเกงในเธอกลับเข้าไปใหม่
“พี่เขาบอกว่าไฟมันตกน่ะ เขากำลังรีเซ็ตระบบใหม่อยู่ นายรอแปปนึงละกันนะ ไม่น่าจะนานหรอก” บิวบอกโชนแล้วก็เม้มริมฝีปากแบบเกร็งๆ
“เข้าใจแล้ว...ฉันว่าเธอเก็บเสื้อผ้าก่อนดีไหม มันกระจัดกระจายหมดแล้ว” โชนบอกเธอแบบอดไม่ได้
“อ่อ...ขอโทษนะ ฉันตกใจไปหน่อยเลยซุ่มซ่ามทำตกน่ะ ฉันจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้เลย” บิวพูดแบบรนๆด้วยความอาย
เธอก็รีบนั่งยองๆแล้วเก็บเสื้อผ้าของเธอใส่ตระกร้าไปแบบอายสุดๆ เพราะมันมีชุดชั้นในของเธอกระเด็นออกมาด้วย น่าขายหน้าสุดๆเลย จะมีอะไรแย่กว่านี้อีกไหมเนี่ย
โชนก็ก้มมองเธอเก็บผ้าแล้วเขาก็ถอนมือที่กำกางเกงชั้นในของเธอไว้ในกระเป๋ากางเกงด้วยความรู้สึกอายๆ นี่เขาเป็นโรคจิตโดยไม่รู้ตัวหรือไงนะ แม่งเอ้ย ถ้าเธอจับได้นี่โคตรอายเลยนะ โชนคิดในใจ
“หึ...หายไปไหนนะ เมื่อกี้เราก็เอาใส่มาด้วยแล้วนิ” บิวพูดพร้อมกับสีหน้าแปลกใจ เพราะเธอจำได้ว่าเธอเอากางเกงในและชั้นในใส่มาด้วยนิ ทำไมเธอไม่เห็นกางเกงในลูกไม้ของเธอเลยนะ
“มีอะไรเหรอ..” โชนก็ใจตุ้มๆต่อมๆเมื่อเธอพูดออกมาแบบนั้น เขาก็ลองถามเธอทันที
“อ่อเปล่า ไม่มีอะไรหรอก...ฉันแค่บ่นเฉยๆน่ะ” บิวเงยหน้าขึ้นมาตอบเขาแล้วยิ้มให้เขาไป
โชนก็ก้มมองเธอที่เงยหน้าขึ้นมามองเขา แล้วหน้าของเธออยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับตรงนั้นของเขาพอดี มันก็ทำให้เขาอดคิดในหัวไม่ได้เลยว่า ถ้าเธอเลียท่อนเอ็นของเขามันจะเป็นยังไงกันนะ
“ติ้ง!....” เสียงลิฟต์กลับมาทำงานอีกครั้ง ก็ทำให้บิวลุกขึ้นมามองด้วยรอยยิ้มโล่งใจทันที ส่วนโชนที่กำลังคิดลามกในหัวก็ได้สติแล้วเขาก็มองที่ไฟด้านบน แล้วลิฟต์มันก็ขยับลงไป
“เฮ้อ...รอดแล้วล่ะ...” บิวพูดออกไปแบบโล่งใจแล้วก็รอให้ลิฟต์ลงไปยังชั้นล่างสุด ซึ่งเหลืออีกแค่หกชั้น
“ติ้ง....ฉันไปก่อนนะ ” พอลิฟต์เปิดออกเธอก็รีบหยิบตระกร้าแล้วหันมาพูดกับเขา ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไปทันที แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปยังห้องซักผ้าของหอพัก
“น่ารักขนาดนี้ทำไมพึ่งโผล่มาวะ...” โชนเดินออกมามองตามแล้วยิ้มมุมปาก เพราะเธอมีเสน่ห์ดึงดูดเขาไม่น้อยเลย โชนคิดไปก็เดินออกไปที่ลานจอดรถด้านนอก
พอถึงที่รถเขาก็ปลดล็อคแล้วขึ้นไปนั่งบนรถพร้อมกับสตาร์ทรถเปิดแอร์ฉ่ำๆทันที แล้วเขาก็เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเอากางเกงชั้นในของเธอออกมาดู พร้อมกับคลี่มันออกให้เห็นเป็นรูปเป็นทรง แล้วเขาก็เห็นคราบสีขาวตรงเป้ากางเกงชั้นในของเธอ
“กลิ่นนี่เองสินะที่มันดึงดูดให้ฉันสนใจเธอ...” โชนพูดเพราะเขาได้กลิ่นสาวของเธอที่มันยั่วอารมณ์ของเขามาก เขาก็สูดดมไปแบบรู้เลยว่ามันคือกลิ่นที่เขาได้กลิ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งมันหอมชวนให้เกิดอารมณ์ทางเพศอย่างบอกไม่ถูก
“แล้วเรามาทำตัวโรคจิตดมกางเกงในยัยนั่นทำไมวะเนี่ย...เราไม่ได้ขัดสนขนาดที่ต้องมาดมแบบนี้สักหน่อย” โชนพูดไปแบบเตือนสติตัวเอง เพราะเขาชักจะหื่นเกินไปแล้ว
“บ้าไปแล้วโชน..แกทำอะไรของแกวะเนี่ย” โชนพูดกับตัวเองแล้วเขาก็เอากางเกงในของเธอยัดเข้าไปในลิ้นชักหน้ารถของเขา เพื่อหลีกเสี่ยงความคิดลามกของเขาที่มันคิดถึงกลิ่นของเธอไม่หยุดเลย
จากนั้นโชนก็ขับรถออกไปแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านซ่อมรถของเพื่อนสนิททันที ส่วนบิวที่เอาผ้าลงมาซักแล้วก็กลับขึ้นไปที่ห้องของเธอ ซึ่งตอนนี้หยกที่กลับมาที่หอพักแล้วก็แวะมาอยู่ที่ห้องของเธอรอให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องให้อยู่
“แกๆ เมื่อกี้ฉันเจอโชนด้วยแหละ โคตรหล่อเลยแก แถมตัวก็ห้อมหอมอ่ะ...” บิวเข้าห้องแล้วรีบบอกเพื่อนสาวทันที
“โชนที่เป็นเดือนคณะรุ่นเราอ่ะนะ...” หยกหันมาถามเพื่อนว่าใช่คนเดียวกันไหม
“ใช่แก เมื่อกี้ฉันเจอเขาในลิฟต์แบบระยะประชิดเลยแกเอ้ย หล่ออย่างกับพระเอกซีรีย์จีนเลยอ่ะ แถมยังสูงมากอีกด้วย ฉันไปยืนใกล้เขาฉันตัวเล็กนิดเดียวเองอ่ะ ” บิวบอกเพื่อน
“แกก็ทำเหมือนไม่เคยเจอเขางั้นแหละ จะตื่นเต้นทำไมเนี่ย” หยกว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้
“ก็ครั้งนี้มันไม่ได้เจอเขาแบบผ่านๆนิแก แต่เขาคุยกับฉันเลย แกจะไม่ให้ฉันตื่นเต้นได้ยังไงเล่า คนหล่อมาคุยด้วยทั้งทีอ่ะ” บิวตอบเธอสาว
“มันก็จริงของแก เจอคนหล่อแบบนั้นเป็นใครก็ใจสั่นอ่ะ แล้วแกคุยอะไรกับเขาอ่ะ” หยกก็พยักหน้าเข้าใจแล้วถามเพื่อนอย่างอยากรู้
“ไม่ได้คุยเยอะหรอกแก ลิฟต์มันค้างอ่ะฉันมัวแต่ติดต่อพี่ที่ดูแลหอน่ะสิ แถมฉันยังไปทำเรื่องหน้าขายหน้าต่อหน้าอีก แม่ง น่าอายจริงๆ” บิวคิดไปก็ส่ายหน้าอย่างอายๆเมื่อนึกถึงเหตุกการณ์ก่อนหน้านี้
“ขายหน้าอะไรอีกอ่ะ แกก็เล่ามาให้จบๆสิ จะให้ฉันถามทำไมเยอะแยะเนี่ย” หยกที่นั่งฟังก็ลุ้นแล้วลุ้นอีก
“ตอนแรกที่เข้าไปเขาก็ได้กลิ่นเหม็นของเสื้อผ้าฉันน่ะสิ แล้วตอนลิฟต์ค้างตระกร้าก็หล่นลงจนเสื้อผ้ากระเด็นออกน่ะสิ มีชั้นในอะไรพวกนี้ด้วยอ่ะ น่าขายหน้าไหมล่ะ มาซุ่มซ่ามตอนไหนไม่ซุ่มซ่าม มาซุ่มซ่ามตอนเจอคนหล่อ ฉันล่ะเซ็งเลย” บิวบ่นไปแล้วลุกไปหยิบน้ำมาดื่ม
“ก็สมควรจะอายอยู่หรอก....นี่แกคงไม่ได้หลงความหล่อจนลืมซันของแกไปแล้วหรอกนะ” หยกแซวเพื่อน เพราะบิวชอบซันเพื่อนในรุ่นเดียวกันมานานแล้ว จนตอนนี้ก็ยังชอบอยู่
“ของฉันอะไรล่ะ ตอนนี้ซันเขาเป็นของคนอื่นไปแล้ว เฮ้อ...ฉันก็คงเป็นได้แค่เพื่อนของซันเท่านั้นแหละแก ซันคงไม่คิดกับฉันเป็นอย่างอื่นได้หรอก ถ้าเขาจะคิดเขาก็คิดไปนานแล้วล่ะ” บิวพูดด้วยใจห่อเหี่ยว
เพราะเธอและซันโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆและบ้านก็อยู่ใกล้กัน พอเขาสิบอายุสิบสามก็ย้ายไปอยู่ภูเก็ตกับครอบครัว ทำให้เธอไม่ได้เจอซันอีกเลย จนกระทั่งมาเรียนตอนปีหนึ่งเธอก็ได้เจอเขาอีกครั้ง แต่ความสนิทสนมระหว่างเธอและเขามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทำให้ความชอบที่มีต่อซันในวันเด็กถูกปกปิดไว้ และไม่กล้าเผยความในใจกับเขา เพราะกลัวว่าจะผิดหวัง
“เข้าโหมดเศร้าซะงั้น...อกหักทั้งที่ยังไม่เริ่ม...สรุปแกจะเป็นเพื่อนเขาไปแบบนี้งั้นสิ” หยกถามเพื่อน
“อืม ก็คงจะเป็นเพื่อนเขาแบบนี้ต่อไปแหละแก ยังไงก็มีมีหวังแล้วนิ” บิวพยักหน้าบอกไปตรงๆ
“ถ้าแกคิดว่าไม่มีหวัง แกก็เลือกคบหนุ่มๆที่แกคุยสักคนสิไป บางทีมันอาจจะทำให้แกลืมรักวัยเด็กของแกไปเลยก็ได้ ” หยกบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้ม
“แต่ล่ะคนที่ฉันคุยหวังเยเย้ทั้งนั้นเลยนะแก ไม่เอาหรอก...ฉันไม่อยากเสียตัวให้คนที่ฉันไม่ได้รักอ่ะ ถ้าจะเสียตัวก็ขอฉันรักฉันชอบหน่อยเถอะ” บิวบอกเพื่อน
“ฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งหลายปี ฉันยังไม่เห็นว่าแกจะรักจะชอบใครเลยสักคน นอกจากซันน่ะ...นี่แกคงไม่คิดจะเก็บไว้ให้ซันหรอกใช่ไหม” หยกถามอย่างอดไม่ได้
“จะบ้าเหรอ ฉันกับซันจะไปถึงขั้นนั้นกันได้ยังไงเล่า ฉันจะเก็บเอาไว้แรดกับผู้ชายแซ่บๆ ” บิวตอบเพื่อนแล้วยักคิ้วใส่ด้วยรอยยิ้ม
“จ้า...ฉันจะคอยดูว่าผู้ชายแซ่บๆที่แกจะแรดด้วยน่ะเป็นใครนะยะ ” หยกก็ลากเสียงยาวแซวเพื่อน
“ไม่หล่อไม่แซ่บไม่ได้กินฉันหรอก...แกคอยดูเถอะ” บิวก็พูดเสริมไปแบบแรดๆ
“อืม..ฉันดูแน่ๆ....เออจริงสิ ฉันมัวแต่คุยกับแกจนลืมไปเลยเนี่ย เมื่อกี้น้องบาสโทรมาบอกว่าจะมาพรุ่งนี้นะ วันนี้จะนอนที่บ้านเลย” หยกบอกเพื่อนสาว เพราะเมื่อกี้บาสโทรมาบอกเธอ
“แล้วน้องฉันโทรบอกแกทำไม มันควรจะโทรบอกฉันสิ” บิวก็มองเพื่อนแล้วยิ้มแบบเจ้าเล่ห์
“อย่ามายิ้มแบบนี้ยัยบิว...ฉันไม่ได้อะไรกับน้องชายแกนะ น้องบาสบอกว่าโทรหาแล้วแกไม่รับ น้องมันก็เลยโทรมาบอกฉันแทน...” หยกเห็นสายตาของเพื่อนสาวมองแบบนั้นก็รีบพูดดักทางไว้ทันที
“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ แกจะร้อนตัวไปไหนเนี่ย หึๆ แกรู้ไหมว่าปิดเทอมนี้ฉันแทบไม่ได้เจอมันเลย น้องฉันมันไปทำงานที่อู่ที่สั่งของที่ร้านพ่อฉันทุกวันเลย ไม่รู้มันจะอยากไปอะไรกันนักกันหนา...” บิวบ่นน้องชายของเธอ
“ก็น้องแกเรียนเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไหมล่ะ น้องมันก็ต้องไปหาความรู้สิแก จะมานั่งดูซีรีย์แบบแกทั้งวันก็ไม่ใช่ไหม” หยกว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้
“ถึงฉันจะดูซีรีย์แต่ฉันก็ช่วยพ่อฉันขายของจ้ะ แต่ไอ้น้องชายตัวแสบของฉันน่ะหายหัวไปทั้งวัน กลับมาสภาพมอมแมมตลอด เฮ้อ...” บิวพูดไปแล้วถอนหายใจออกมา
“เอาน่า อย่าบ่นนักเลย น้องแกก็โตขนาดนั้นแล้ว ทำงานที่อู่ก็ดีกว่าไปเที่ยวเล่นไร้สาระแบบพวกเราอ่ะ” หยกพูดบอกเพื่อนสาว
“มันก็จริงของแก ช่างเถอะ ฉันขี้เกียจบ่นเรื่องบาสมันแล้ว ไหนๆเราก็ลงทะเบียนเสร็จแล้ว เราเล่นเกมสักชั่วโมงไหมแก ไต่แรงก์กัน” บิวบอกเพื่อนแล้วยักคิ้วใส่แบบรู้กัน
“อืม ฉันก็รอแกอยู่เนี่ย เพื่อนในกลุ่มก็รอแกคนเดียวเลยเนี่ย..ไปเลย ฉันเปิดคอมให้แกแล้ว” หยกบอกเพื่อนไปด้วยรอยยิ้ม แล้วเธอก็หันกลับไปแชทบอกเพื่อนในกลุ่มว่าพร้อมเล่นแล้ว
จากนั้นสองสาวก็เล่นเกมต่อสู้ที่พวกเธอชอบเล่นด้วยกันเป็นประจำอย่างสนุกสนาน
หยกได้ยินก็กำหมัดแน่น เพราะคำพูดของเขาที่พูดออกมาแต่ล่ำคำมันไม่ให้เกียรติเธอเลย“เพี๊ยะ นายอย่ามาดูถูกฉันนะ...ออกไปเลยนะ เอาของสกปรกของนายออกไปด้วย อย่ามายุ่งกับฉัน ปึก ปึก” หยกก็ลุกมาตบหน้าคิวอย่างแรง พร้อมกับด่าเขาแล้วหันไปหยิบถุงถุงยางมาแล้วฟาดใส่เขาไปหลายที“พรึบ...หยุดนะ...ทำไมชอบลงไม้ลงมือกับฉันนักหึ หน้าฉันไม่ใช่ตุ๊กตาให้เธอมาตบเล่นๆนะหยก...ฉันชักจะหมดความอดทนกับเธอแล้วนะ” คิวจับมือของหยกไว้แล้วพูดบอกเธอด้วยสีหน้าตึงๆ“ใครให้นายทนล่ะ ออกไปเลยนะ อย่ายุ่งกับฉัน ปล่อยสิ..ปึก...ปึก...ปล่อยฉันสิ” หยกก็ตอกกลับแบบเสียงดัง เธอก็เอามือทุบตีมือของเขาที่จับมือของเธอไว้“เธอหาเรื่องเองนะหยก...พรึบ...ชอบลงไม้ลงมือแบบนี้ต้องสั่งสอนแล้วล่ะ...” คิวพูดจบก็เอามือมาจับมือของเธอทั้งสองข้างไว้ แล้วเขาก็เอามือใหญ่ๆของเขารวบจับด้วยมือเดียวจากนั้นคิวก็ดันตัวหยกไปชิดกับมุมกระจกกั้นห้องนอน แล้วเขาก็เอื้อมมือไปดึงสายที่รัดผ้าม่านมา และเขาก็มัดข้อมือของเธอทั้งสองข้างให้ผูกติดกัน“นายจะทำอะไรล่ะ หยุดนะคิว...ปล่อยนะ...” หยกก็มองแบบตกใจก็รีบดิ้นมือไปมาไม่ให้เขามัดมือเธอได้ แต่เธอก็สู้แรงของเขาไม่ไหวจนมือถูก
“แน่ใจสิคะ ฉันน้อยใจจริงๆนะคะที่คุณทำแบบนั้น ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเมินคุณเลยนะคะคุณคิว” หยกก็พยักหน้าตอบเขาแล้วมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน “ลงทุนทำขนาดนี้แล้วจะไม่ใจอ่อนให้กันเลยหรือไง” หยกคิดในใจ“หึ...อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันไม่หลงกลเธอหรอกนะหยก คำพูดหวานหูของเธอมันหลอกคนแบบฉันไม่ได้หรอกนะ” คิวได้ยินก็ยิ้มมุมปากแล้วพูดบอกเธอไป“ฉันไม่ได้หลอกคุณนะคะ ฉันพูดจริงๆค่ะ คุณเชื่อฉันเถอะนะคะ” หยกก็แกล้งพูดอ้อนเขาแบบไม่ยอมแพ้“ฉันจะเชื่อคนที่แอบมีชู้ลับหลังฉันได้ยังไงกัน...ฉันไม่ใช่คนโง่นะหยก” คิวพูดด้วยเสียงเยือกเย็น“แอบมีชู้อะไรของคุณคะ ฉันไม่เข้าใจ...” หยกก็ทำหน้างงๆ เพราะคนที่คิดจะมีคนอื่นคือเขานะ ไม่ใช่เธอ“อย่ามาทำเนียนไม่เข้าใจไปหน่อยเลย ฉันโทรหาเธอแต่มีผู้ชายมารับสาย เธอยังจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีกหรือไง เธอกล้ามากนะที่แอบมีชู้ลับหลังฉันน่ะ...” คิวพูดด้วยเสียงรอดไรฟันแล้วขบกรามแน่นแบบโกรธๆ เขาก็บีบคอเธอแน่นมากขึ้น“อื้อ....ฉันเจ็บนะคุณคิว...ปล่อยฉันนะ พรึบ...อือ...ฉันไม่ได้มีชู้นะคะ คุณกำลังเข้าใจฉันผิด คนที่รับสายคือน้องชายของเพื่อนฉันค่ะ เราไม่ได้มีอะไรกันแบบที่คุณคิดเลยนะคะ” หยกก็เอา
พอหยกบ่นออกมาแล้วเอาโทรศัพท์ลง บิวก็รีบเอ่ยถามเพื่อนทันที “เขาว่าไงบ้างอ่ะแก ฟังจากน้ำเสียงของแกแล้วไม่ค่อยดีเลยนะ” บิวถามเพื่อน “จะดีอะไรได้ยังไง เขาเรียกฉันกลับไปรอเขาที่หอตอนนี้เลยน่ะสิ” หยกบอกเพื่อนก็ทำหน้าเศร้าออกมา “แต่นี่พึ่งจะพักเบรกเองนะ แกจะโดเรียนเหรอหยก” บิวถามเพื่อน “อืม ก็มันจำเป็นอ่ะแก ขืนฉันไม่ไปฉันจะซวยเอาน่ะสิ ดูท่าว่าวันนี้ฉันโดนแน่ๆเลยอ่ะ เดี๋ยวฉันกลับก่อนนะแก ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาคุยแล้วอ่ะ ต้องรีบกลับหอแล้ว ไว้ค่อยคุยกันละกันนะแก ” หยกก็ทำหน้ามุ้ยออกไปแบบรู้ชะตากรรมของตัวเอง “อ่อ โอเค แกรีบไปเถอะ ถ้ามีเรื่องไม่โอเคแกโทรหาฉันทันทีเลยนะเข้าใจไหม” บิวบอกเพื่อนแบบเป็นห่วง “โอเค ไปก่อนนะแก แล้วเจอกัน” หยกบอกแค่นั้นก็รีบหยิบกระเป๋าแล้วลุกออกไปทันที เพราะตอนนี้เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนแล้ว ดังนั้นเธอรีบกลับหอจะดีที่สุด ขืนเขามาไม่เจอเธอก็โดดเขาว่าอีก ด้านคิวก็ให้แท็กซี่แวะร้านสะดวกซื้อแล้วเขาก็เดินออกมาพร้อมกับถุงใบหนึ่งที่ด้านในเต็มไปด้วยกล่องถุงยางอนามัย จากนั้นคิวก็ให้แท็กซี่ไปส่งเขาที่หอของหยก ยี่สิบนาทีต่อมา หอพักของหยก หยกก็รีบขี่มอเตอร์ไซต์กลับมาที
สามวันต่อมา... คิวก็ถูกปล่อยตัวออกมาจากสถานีตำรวจ หลังจากโดยพ่อของเขาปล่อยให้นอนในห้องขังมาสามวันเต็มๆ “ในที่สุดแกก็ได้ออกมาสักทีนะไอ้คิว แกรู้ไหมว่าตอนนี้ไอ้โชนมันแก้เกมที่พวกเราทำไว้หมดแล้วนะโว้ย มันชี้แจงและอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าเป็นฝีมือของพวกเรา แถมยังเอาภาพของพวกเราไปโชว์อีก ฉันกับไอ้ฟาร์มไปมหาลัยก็แทบจะเอาหน้าซุกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว” เอกพูดไปขณะที่พากันเดินลงจากสถานีตำรวจ “อะไรนะ! นี่ไอ้โชนมันกล้าเอาภาพพวกเราไปโชว์เลยเหรอวะ” คิวก็หยุดเดินแล้วหันมาถามเพื่อนด้วยสีหน้าดุดัน “เออสิวะ ทั้งรูปตอนที่เกิดเรื่องแล้วก็ตอนที่พวกเราอยู่ที่สถานีตำรวจเลย ตอนนี้พวกเรากลายเป็นคนร้ายในสายตาทุกคนแล้ว แกดูโพสต์ของไอ้โชนเอาเองเถอะ” ฟาร์มตอบเพื่อนด้วยสีหน้าเศร้าๆ ก็หยิบโทรศัพท์แล้วกดเข้าโพสต์ของโชนที่คนแชร์กันไปทั่ว คิวก็รับไปดูแล้วอ่านข้อความที่โชนพิมพ์ยาวเหยียดนั้นทุกตัวอักษรเลย เขาก็ขบกรามแน่นอย่างไม่พอใจ เพราะคำอธิบายของโชนมันทำให้เขาและเพื่อนอีกสองคนกลายเป็นคนผิดแบบเต็มๆ แถมมันยังเอารูปลงเป็นหลักฐานอีก ทำให้เขาปฏิเสธและแก้ตัวไม่ได้เลยใช่ไหม “ไอ้โชนมันโพสต์แบบนี้ ต่อให้เราป
หยกก็มองโอมแล้วถอนหายใจออกมาเพราะโอมเป็นห่วงบิวเธอเข้าใจ แต่เรื่องราวของสองคนนี้โอมไม่รู้เรื่องมาก่อน ดังนั้นมันก็ไม่แปลกถ้าโอมจะคิดแบบนี้ แต่กลับเธอที่รู้เรื่องทุกอย่างเธอจึงไม่ได้คิดแบบนั้น “นั่นสิ แต่ล่ะคนที่โชนแอบแซ่บอยู่ก็สวยๆทั้งนั้นเลยนะ อ่อ ฉันไม่ได้จะว่าเธอไม่สวยนะบิว เธอสวยและน่ารักมากๆ แต่ทำไมโชนถึงมาคบกับเธออ่ะ” เบียร์ก็คิดว่าที่แฟนพูดก็นึกถึงสาวๆของโชนที่เธอรับรู้มาก็อดคิดตามไม่ได้เช่นกัน “ฉันก็ไม่รู้อ่ะ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้จริงจังกับโชนเหมือนกัน จนเกิดเรื่องที่ร้านเหล้า โชนเขาก็บอกชอบฉัน เราก็เลยคบกัน ก็แค่นั้น” บิวก็ตอบไปตรงๆ เพราะเธอเองก็ไม่คิดว่าจะได้คบกับเขาเหมือนกัน “บิวมันก็สวยแซ่บขนาดนี้จะสงสัยอะไรล่ะ โชนก็ต้องชอบบิวมากกว่าคนอื่นน่ะสิ ไม่งั้นจะคบกันทำไมยะ เพื่อนเราได้มาครอบครองก็พอแล้ว พวกแกอย่าไปคิดเยอะเลยน่า” หยกก็ตอบโต้แทนเพื่อน “ฉันก็เป็นห่วงบิวไง ฉันไม่อยากให้บิวเสียใจถ้าโชนมันไม่จริงใจน่ะ” โอมพูดตอบกลับ “ขอบคุณที่เป็นห่วงฉันนะโอม แต่ฉันตัดสินใจคบกับโชนแล้ว ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร จะดีใจหรือต้องเสียใจ ฉันก็ยินดียอมรับมัน ” บิวบอกโอม “แค่บิวมีความสุ
จากนั้นบิวก็นั่งพูดคุยกับเพื่อนๆของโชนจนกระทั่งเพื่อนๆของเธอมา บิวก็ยิ้มให้เพื่อนๆของเธอก่อนจะเอามือสะกิดโชนแล้วพูดกับเขา “โชน เพื่อนๆของฉันมาแล้ว ฉันไปหาพวกเขาก่อนนะ” บิวบอกโชนด้วยรอยยิ้ม “จะรีบไปทำไมหึ อยู่ด้วยกันก่อนสิ ใกล้เข้าเรียนแล้วค่อยไปก็ได้นิ” โชนอยากให้บิวอยู่ใกล้ก็บอกเธอด้วยเสียงอ่อน “ไม่เอา...ฉันก็มีเพื่อนๆของฉันนะโชน นายจะให้ฉันมาคลุกอยู่กับนายแล้วก็เพื่อนๆของนายตลอดไม่ได้นะ ฉันก็ต้องการเวลาของตัวเองเหมือนกันนะโชน” บิวบอกโชนไปตรงๆ เพราะขืนยอมเขาต่อไปเธอจะมีสิทธิ์มีเสียงอะไรได้ “ไอ้โชน บิวก็พูดถูกนะ ถึงแกกับบิวจะเป็นแฟนกันแล้ว แต่แกก็ต้องให้อิสระกับบิวเขานะโว้ย ไม่ใช่ให้บิวตามติดแกตลอด” ซันก็ช่วยพูดอีกคน “เออๆ แกไม่ต้องพูดแล้ว ฉันเข้าใจแล้วโว้ย...โอเคบิว...ถ้าเธออยากไปหาเพื่อนๆของเธอก็ไปเถอะ...เดี๋ยวฉันไปส่ง” โชนตอบซันด้วยเสียงห้วนๆ แล้วเขาก็พูดกับบิวแบบอ่อนโยน “ไม่ต้องไปส่งก็ได้ เพื่อนๆฉันก็อยู่ใกล้ๆนี่เองนะ ฉันไปเองได้” บิวก็บอกโชน เพราะห่างกันแค่นี้เองเขาจะไปส่งทำไมกัน “เธอไม่คิดจะพาฉันไปแนะนำกับเพื่อนๆของเธอหน่อยเหรอบิว” โชนเห็นบิวปฏิเสธก็เอ่ยถามเธอ







