LOGINโชนก็ไม่ได้พูดอะไรเขาก็กดกริ่งฉุกเฉินในลิฟต์ไปแบบไม่ได้หวาดกลัวอะไร ส่วนบิวก็มองเขากดกริ่งฉุกเฉินเธอก็นึกได้ว่าหอพักเคยแจ้งว่าถ้าลิฟต์เสียให้โทรแจ้ง
“เดี๋ยวฉันโทรหาคนดูแลหอดีกว่า น่าจะเร็วกว่ากดกริ่งนี่อ่ะ แปปนะ” บิวก็หยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาแล้วก็เลื่อนหน้าจอปลดล็อค แล้วเธอก็เข้าไลน์แล้วโทรหาผู้ดูแลหอพักทันที
โชนก็มองการกระทำของเธอแบบเงียบๆ แล้วสายตาของเขาก็เห็นตระกร้าเสื้อผ้าของเธอหล่นลงที่พื้นแล้วกางเกงชั้นในเป็นวงสีดำของเธอที่เขาเห็นมันก็กระเด็นออกมาปะปนกับผ้าชิ้นอื่น เขาก็มองด้วยสายตาจดจ้องเลยทีเดียว
“พี่คะลิฟต์ค้างค่ะ พี่ช่วยมาดูหน่อยนะคะ หนูติดอยู่ในลิฟต์ค่ะ” บิวบอกคนในสายแล้วเธอก็หันไปมองที่ตัวเลขปุ่มเพื่อเลี่ยงสายตาของโชนแบบอายๆ
โชนเห็นเธอหันไปเขาก็ก้มลงไปหยิบกางเกงชั้นในของเธอขึ้นมาแล้วยัดใส่ในกระเป๋ากางเกงของเขาทันที
“เห้ย แล้วเราจะเอากางเกงในยัยนี่ไปทำไมวะเนี่ย...” โชนรู้ตัวว่าทำอะไรก็งงกับการกระทำของตัวเองมาก
ก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอีกครั้งเพื่อจะเอามันคืนที่เดิม แต่หญิงสาวตรงหน้าก็หันมาซะก่อน ทำให้โชนรีบยัดกางเกงในเธอกลับเข้าไปใหม่
“พี่เขาบอกว่าไฟมันตกน่ะ เขากำลังรีเซ็ตระบบใหม่อยู่ นายรอแปปนึงละกันนะ ไม่น่าจะนานหรอก” บิวบอกโชนแล้วก็เม้มริมฝีปากแบบเกร็งๆ
“เข้าใจแล้ว...ฉันว่าเธอเก็บเสื้อผ้าก่อนดีไหม มันกระจัดกระจายหมดแล้ว” โชนบอกเธอแบบอดไม่ได้
“อ่อ...ขอโทษนะ ฉันตกใจไปหน่อยเลยซุ่มซ่ามทำตกน่ะ ฉันจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้เลย” บิวพูดแบบรนๆด้วยความอาย
เธอก็รีบนั่งยองๆแล้วเก็บเสื้อผ้าของเธอใส่ตระกร้าไปแบบอายสุดๆ เพราะมันมีชุดชั้นในของเธอกระเด็นออกมาด้วย น่าขายหน้าสุดๆเลย จะมีอะไรแย่กว่านี้อีกไหมเนี่ย
โชนก็ก้มมองเธอเก็บผ้าแล้วเขาก็ถอนมือที่กำกางเกงชั้นในของเธอไว้ในกระเป๋ากางเกงด้วยความรู้สึกอายๆ นี่เขาเป็นโรคจิตโดยไม่รู้ตัวหรือไงนะ แม่งเอ้ย ถ้าเธอจับได้นี่โคตรอายเลยนะ โชนคิดในใจ
“หึ...หายไปไหนนะ เมื่อกี้เราก็เอาใส่มาด้วยแล้วนิ” บิวพูดพร้อมกับสีหน้าแปลกใจ เพราะเธอจำได้ว่าเธอเอากางเกงในและชั้นในใส่มาด้วยนิ ทำไมเธอไม่เห็นกางเกงในลูกไม้ของเธอเลยนะ
“มีอะไรเหรอ..” โชนก็ใจตุ้มๆต่อมๆเมื่อเธอพูดออกมาแบบนั้น เขาก็ลองถามเธอทันที
“อ่อเปล่า ไม่มีอะไรหรอก...ฉันแค่บ่นเฉยๆน่ะ” บิวเงยหน้าขึ้นมาตอบเขาแล้วยิ้มให้เขาไป
โชนก็ก้มมองเธอที่เงยหน้าขึ้นมามองเขา แล้วหน้าของเธออยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับตรงนั้นของเขาพอดี มันก็ทำให้เขาอดคิดในหัวไม่ได้เลยว่า ถ้าเธอเลียท่อนเอ็นของเขามันจะเป็นยังไงกันนะ
“ติ้ง!....” เสียงลิฟต์กลับมาทำงานอีกครั้ง ก็ทำให้บิวลุกขึ้นมามองด้วยรอยยิ้มโล่งใจทันที ส่วนโชนที่กำลังคิดลามกในหัวก็ได้สติแล้วเขาก็มองที่ไฟด้านบน แล้วลิฟต์มันก็ขยับลงไป
“เฮ้อ...รอดแล้วล่ะ...” บิวพูดออกไปแบบโล่งใจแล้วก็รอให้ลิฟต์ลงไปยังชั้นล่างสุด ซึ่งเหลืออีกแค่หกชั้น
“ติ้ง....ฉันไปก่อนนะ ” พอลิฟต์เปิดออกเธอก็รีบหยิบตระกร้าแล้วหันมาพูดกับเขา ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไปทันที แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปยังห้องซักผ้าของหอพัก
“น่ารักขนาดนี้ทำไมพึ่งโผล่มาวะ...” โชนเดินออกมามองตามแล้วยิ้มมุมปาก เพราะเธอมีเสน่ห์ดึงดูดเขาไม่น้อยเลย โชนคิดไปก็เดินออกไปที่ลานจอดรถด้านนอก
พอถึงที่รถเขาก็ปลดล็อคแล้วขึ้นไปนั่งบนรถพร้อมกับสตาร์ทรถเปิดแอร์ฉ่ำๆทันที แล้วเขาก็เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเอากางเกงชั้นในของเธอออกมาดู พร้อมกับคลี่มันออกให้เห็นเป็นรูปเป็นทรง แล้วเขาก็เห็นคราบสีขาวตรงเป้ากางเกงชั้นในของเธอ
“กลิ่นนี่เองสินะที่มันดึงดูดให้ฉันสนใจเธอ...” โชนพูดเพราะเขาได้กลิ่นสาวของเธอที่มันยั่วอารมณ์ของเขามาก เขาก็สูดดมไปแบบรู้เลยว่ามันคือกลิ่นที่เขาได้กลิ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งมันหอมชวนให้เกิดอารมณ์ทางเพศอย่างบอกไม่ถูก
“แล้วเรามาทำตัวโรคจิตดมกางเกงในยัยนั่นทำไมวะเนี่ย...เราไม่ได้ขัดสนขนาดที่ต้องมาดมแบบนี้สักหน่อย” โชนพูดไปแบบเตือนสติตัวเอง เพราะเขาชักจะหื่นเกินไปแล้ว
“บ้าไปแล้วโชน..แกทำอะไรของแกวะเนี่ย” โชนพูดกับตัวเองแล้วเขาก็เอากางเกงในของเธอยัดเข้าไปในลิ้นชักหน้ารถของเขา เพื่อหลีกเสี่ยงความคิดลามกของเขาที่มันคิดถึงกลิ่นของเธอไม่หยุดเลย
จากนั้นโชนก็ขับรถออกไปแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านซ่อมรถของเพื่อนสนิททันที ส่วนบิวที่เอาผ้าลงมาซักแล้วก็กลับขึ้นไปที่ห้องของเธอ ซึ่งตอนนี้หยกที่กลับมาที่หอพักแล้วก็แวะมาอยู่ที่ห้องของเธอรอให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องให้อยู่
“แกๆ เมื่อกี้ฉันเจอโชนด้วยแหละ โคตรหล่อเลยแก แถมตัวก็ห้อมหอมอ่ะ...” บิวเข้าห้องแล้วรีบบอกเพื่อนสาวทันที
“โชนที่เป็นเดือนคณะรุ่นเราอ่ะนะ...” หยกหันมาถามเพื่อนว่าใช่คนเดียวกันไหม
“ใช่แก เมื่อกี้ฉันเจอเขาในลิฟต์แบบระยะประชิดเลยแกเอ้ย หล่ออย่างกับพระเอกซีรีย์จีนเลยอ่ะ แถมยังสูงมากอีกด้วย ฉันไปยืนใกล้เขาฉันตัวเล็กนิดเดียวเองอ่ะ ” บิวบอกเพื่อน
“แกก็ทำเหมือนไม่เคยเจอเขางั้นแหละ จะตื่นเต้นทำไมเนี่ย” หยกว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้
“ก็ครั้งนี้มันไม่ได้เจอเขาแบบผ่านๆนิแก แต่เขาคุยกับฉันเลย แกจะไม่ให้ฉันตื่นเต้นได้ยังไงเล่า คนหล่อมาคุยด้วยทั้งทีอ่ะ” บิวตอบเธอสาว
“มันก็จริงของแก เจอคนหล่อแบบนั้นเป็นใครก็ใจสั่นอ่ะ แล้วแกคุยอะไรกับเขาอ่ะ” หยกก็พยักหน้าเข้าใจแล้วถามเพื่อนอย่างอยากรู้
“ไม่ได้คุยเยอะหรอกแก ลิฟต์มันค้างอ่ะฉันมัวแต่ติดต่อพี่ที่ดูแลหอน่ะสิ แถมฉันยังไปทำเรื่องหน้าขายหน้าต่อหน้าอีก แม่ง น่าอายจริงๆ” บิวคิดไปก็ส่ายหน้าอย่างอายๆเมื่อนึกถึงเหตุกการณ์ก่อนหน้านี้
“ขายหน้าอะไรอีกอ่ะ แกก็เล่ามาให้จบๆสิ จะให้ฉันถามทำไมเยอะแยะเนี่ย” หยกที่นั่งฟังก็ลุ้นแล้วลุ้นอีก
“ตอนแรกที่เข้าไปเขาก็ได้กลิ่นเหม็นของเสื้อผ้าฉันน่ะสิ แล้วตอนลิฟต์ค้างตระกร้าก็หล่นลงจนเสื้อผ้ากระเด็นออกน่ะสิ มีชั้นในอะไรพวกนี้ด้วยอ่ะ น่าขายหน้าไหมล่ะ มาซุ่มซ่ามตอนไหนไม่ซุ่มซ่าม มาซุ่มซ่ามตอนเจอคนหล่อ ฉันล่ะเซ็งเลย” บิวบ่นไปแล้วลุกไปหยิบน้ำมาดื่ม
“ก็สมควรจะอายอยู่หรอก....นี่แกคงไม่ได้หลงความหล่อจนลืมซันของแกไปแล้วหรอกนะ” หยกแซวเพื่อน เพราะบิวชอบซันเพื่อนในรุ่นเดียวกันมานานแล้ว จนตอนนี้ก็ยังชอบอยู่
“ของฉันอะไรล่ะ ตอนนี้ซันเขาเป็นของคนอื่นไปแล้ว เฮ้อ...ฉันก็คงเป็นได้แค่เพื่อนของซันเท่านั้นแหละแก ซันคงไม่คิดกับฉันเป็นอย่างอื่นได้หรอก ถ้าเขาจะคิดเขาก็คิดไปนานแล้วล่ะ” บิวพูดด้วยใจห่อเหี่ยว
เพราะเธอและซันโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆและบ้านก็อยู่ใกล้กัน พอเขาสิบอายุสิบสามก็ย้ายไปอยู่ภูเก็ตกับครอบครัว ทำให้เธอไม่ได้เจอซันอีกเลย จนกระทั่งมาเรียนตอนปีหนึ่งเธอก็ได้เจอเขาอีกครั้ง แต่ความสนิทสนมระหว่างเธอและเขามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทำให้ความชอบที่มีต่อซันในวันเด็กถูกปกปิดไว้ และไม่กล้าเผยความในใจกับเขา เพราะกลัวว่าจะผิดหวัง
“เข้าโหมดเศร้าซะงั้น...อกหักทั้งที่ยังไม่เริ่ม...สรุปแกจะเป็นเพื่อนเขาไปแบบนี้งั้นสิ” หยกถามเพื่อน
“อืม ก็คงจะเป็นเพื่อนเขาแบบนี้ต่อไปแหละแก ยังไงก็มีมีหวังแล้วนิ” บิวพยักหน้าบอกไปตรงๆ
“ถ้าแกคิดว่าไม่มีหวัง แกก็เลือกคบหนุ่มๆที่แกคุยสักคนสิไป บางทีมันอาจจะทำให้แกลืมรักวัยเด็กของแกไปเลยก็ได้ ” หยกบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้ม
“แต่ล่ะคนที่ฉันคุยหวังเยเย้ทั้งนั้นเลยนะแก ไม่เอาหรอก...ฉันไม่อยากเสียตัวให้คนที่ฉันไม่ได้รักอ่ะ ถ้าจะเสียตัวก็ขอฉันรักฉันชอบหน่อยเถอะ” บิวบอกเพื่อน
“ฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งหลายปี ฉันยังไม่เห็นว่าแกจะรักจะชอบใครเลยสักคน นอกจากซันน่ะ...นี่แกคงไม่คิดจะเก็บไว้ให้ซันหรอกใช่ไหม” หยกถามอย่างอดไม่ได้
“จะบ้าเหรอ ฉันกับซันจะไปถึงขั้นนั้นกันได้ยังไงเล่า ฉันจะเก็บเอาไว้แรดกับผู้ชายแซ่บๆ ” บิวตอบเพื่อนแล้วยักคิ้วใส่ด้วยรอยยิ้ม
“จ้า...ฉันจะคอยดูว่าผู้ชายแซ่บๆที่แกจะแรดด้วยน่ะเป็นใครนะยะ ” หยกก็ลากเสียงยาวแซวเพื่อน
“ไม่หล่อไม่แซ่บไม่ได้กินฉันหรอก...แกคอยดูเถอะ” บิวก็พูดเสริมไปแบบแรดๆ
“อืม..ฉันดูแน่ๆ....เออจริงสิ ฉันมัวแต่คุยกับแกจนลืมไปเลยเนี่ย เมื่อกี้น้องบาสโทรมาบอกว่าจะมาพรุ่งนี้นะ วันนี้จะนอนที่บ้านเลย” หยกบอกเพื่อนสาว เพราะเมื่อกี้บาสโทรมาบอกเธอ
“แล้วน้องฉันโทรบอกแกทำไม มันควรจะโทรบอกฉันสิ” บิวก็มองเพื่อนแล้วยิ้มแบบเจ้าเล่ห์
“อย่ามายิ้มแบบนี้ยัยบิว...ฉันไม่ได้อะไรกับน้องชายแกนะ น้องบาสบอกว่าโทรหาแล้วแกไม่รับ น้องมันก็เลยโทรมาบอกฉันแทน...” หยกเห็นสายตาของเพื่อนสาวมองแบบนั้นก็รีบพูดดักทางไว้ทันที
“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ แกจะร้อนตัวไปไหนเนี่ย หึๆ แกรู้ไหมว่าปิดเทอมนี้ฉันแทบไม่ได้เจอมันเลย น้องฉันมันไปทำงานที่อู่ที่สั่งของที่ร้านพ่อฉันทุกวันเลย ไม่รู้มันจะอยากไปอะไรกันนักกันหนา...” บิวบ่นน้องชายของเธอ
“ก็น้องแกเรียนเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไหมล่ะ น้องมันก็ต้องไปหาความรู้สิแก จะมานั่งดูซีรีย์แบบแกทั้งวันก็ไม่ใช่ไหม” หยกว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้
“ถึงฉันจะดูซีรีย์แต่ฉันก็ช่วยพ่อฉันขายของจ้ะ แต่ไอ้น้องชายตัวแสบของฉันน่ะหายหัวไปทั้งวัน กลับมาสภาพมอมแมมตลอด เฮ้อ...” บิวพูดไปแล้วถอนหายใจออกมา
“เอาน่า อย่าบ่นนักเลย น้องแกก็โตขนาดนั้นแล้ว ทำงานที่อู่ก็ดีกว่าไปเที่ยวเล่นไร้สาระแบบพวกเราอ่ะ” หยกพูดบอกเพื่อนสาว
“มันก็จริงของแก ช่างเถอะ ฉันขี้เกียจบ่นเรื่องบาสมันแล้ว ไหนๆเราก็ลงทะเบียนเสร็จแล้ว เราเล่นเกมสักชั่วโมงไหมแก ไต่แรงก์กัน” บิวบอกเพื่อนแล้วยักคิ้วใส่แบบรู้กัน
“อืม ฉันก็รอแกอยู่เนี่ย เพื่อนในกลุ่มก็รอแกคนเดียวเลยเนี่ย..ไปเลย ฉันเปิดคอมให้แกแล้ว” หยกบอกเพื่อนไปด้วยรอยยิ้ม แล้วเธอก็หันกลับไปแชทบอกเพื่อนในกลุ่มว่าพร้อมเล่นแล้ว
จากนั้นสองสาวก็เล่นเกมต่อสู้ที่พวกเธอชอบเล่นด้วยกันเป็นประจำอย่างสนุกสนาน
ด้านหยกและสิงหาพอเดินออกมาด้านนอก หยกก็เดินตามสิงหามาเชครถของเขาแบบใกล้ชิด“พวกเขามองอยู่ไหมอ่ะสิงหา...” หยกที่อยู่ใกล้กับสิงหาก็ถามอย่างอยากรู้“อืม ไอ้คิวมันกำลังเดินมาทางนี้แล้ว...เติมเชื้อไฟอีกสักหน่อยไหม” สิงหาถามหยกเพราะคิวเดินหน้าบึ้งมาแต่ไกลเลย“เติมเชื้อไฟยังไงอีก..” หยกก็ทำหน้างงๆ แล้วก็ยืนแบบเกร็งๆเพราะเธอใกล้ชิดกับสิงหามากๆเลยในตอนนี้“เอาแบบนี้ละกัน...พรึบ...มองหน้าฉัน...ห้ามหันไปมองมัน...” สิงหาพูดจบก็เอามือจับแขนของหยกแล้วดันตัวชิดกับรถแข่งของเขา แล้วเขาก็เอามือล็อคตัวเธอทั้งสองข้างไว้“นายจะทำอะไรน่ะ คนมองพวกเราแล้วนะสิงหา” หยกก็ทำตามที่เขาบอก แต่สายตาของเธอก็แลไปมองรอบๆแบบอายๆ เพราะสิงหาเล่นทำซะโจ่งแจ้งแบบนี้ เธอก็อายเหมือนกันนะ“หึ...คิดจะกระตุกหนวดเสือก็ต้องเอาให้มันสมจริงหน่อยสิ ฉันยอมลงทุนช่วยเธอแบบสุดกำลังเลยนะหยก ถ้าเธอสมหวังต้องมาเลี้ยงข้าวฉันมื้อใหญ่เลยนะ” สิงหาพูดไปก็แกล้งเอามือขึ้นมาปัดผมที่หน้าของเธอไปด้านข้างเบาๆ“ฉันเลี้ยงแน่นอน ขอให้สำเร็จก่อนเถอะ คิวใกล้เข้ามาหรือยังอ่ะ” หยกก็ตอบรับทันที ก่อนจะถามเขาต่อ“อืม ใกล้เข้ามาแล้วล่ะ...ถึงเวลาปั่นประสาทมันแล้ว.
“โชน...ฉันอายนะ นายหยุดสักทีได้ไหมเนี่ย” บิวก็ต่อว่าเขาอายสุดๆ“นี่พวกเราต้องมาเป็นพยานอะไรพวกนี้ด้วยเหรอวะเนี่ย...” ทอยก็ทำหน้าเหนื่อยใจแล้วมองค้อนใส่เพื่อน“โอเคๆ ฉันจริงจังละ....งั้นฉันขอถามเธอหน่อยหยกว่า เธอคิดว่าไอ้คิวมันชอบเธอในระดับไหน มากพอที่มันจะหึงเธอกับผู้ชายคนอื่นไหม” โชนก็ยิ้มมุมปาก แล้วเขาก็ถามหยกแบบจริงจัง เพื่อจะวางแผนช่วยหยก“อืม..ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาชอบฉันมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเรื่องหึงฉันกับผู้ชายคนอื่นเขาก็หึงนะ มีครั้งหนึ่งที่เขาโทรมาแล้วบาสรับสาย เขาก็หึงฉันนะ แล้วก็สั่งไม่ให้ฉันพาบาสมาที่ห้องอีก” หยกบอกไปตามเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ“หึ...ดี...ถ้ามันหึงก็แสดงว่ามันมีใจ...งั้นมาปั่นประสาทไอ้คิวกันดีกว่า...มันอยากแย่งบิวดีนัก เดี๋ยวพ่อจะเอาให้มันดิ้นพล่านเลย” โชนพูดไปด้วยรอยยิ้มมุมปาก“แล้วนายจะทำยังไง..” บิวถามโชนอย่างอยากรู้“ก็ทำให้ไอ้คิวมันหึงหยกไง...แต่ในกลุ่มเราคนที่โสดอยู่ตอนนี้มีแค่ไอ้ทอยกับสิงหา...แกสองคนใครอยากจะเป็นหน้าม้าวะ” โชนตอบแล้วก็ถามเพื่อนทั้งสองทันที“ฉันกับไอ้คิวเป็นเพื่อนกัน และมันก็รู้สเปคฉัน มันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะจีบหยกน่ะ” ทอยก็รีบปฏิเสธแบ
พอแคทถูกทอยพาตัวออกไปแล้วโชนก็มองบิวทันที เพราะตอนนี้เธอกำลังของขึ้น เธอตบแคทไปขนาดนั้นแล้วเขาจะโดนไหมเนี่ย โชนคิดในใจก็เดินไปหาบิว“เจ็บไหมคนดี ให้ฉันดูหน่อยสิ” โชนเอ่ยถามด้วยเสียงอ่อน เขาก็เอามือเชยคางบิวเงยหน้าขึ้นมา เขาก็เห็นรอยแดงที่แก้มของเธอ“ปึก! ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงเป็นใยฉันเลยนะ ที่ฉันต้องเจ็บตัวก็เพราะนายอีกแล้วนะโชน” หยกก็เอามือปัดมือของเขาออกแล้วต่อว่าเขาด้วยสีหน้าตึงๆ“ถ้าเธอไม่เข้าไปตบแคทเธอก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้หรอก ทำไมใจร้อนนักหึ” โชนตอบเธอแบบบ่นๆ“ฉันไม่ใช่แม่ชีนะที่จะทนฟังยัยแคทพูดโดยไม่รู้สึกอะไรน่ะ พรึบ...นายนี่มันก็จริงๆเลยนะ ฉันสั่งให้เลิกกับผู้หญิงทุกคนแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะไปให้เงินเขาใช้อีก แบบนี้มันจบกันยังไงห้ะ” บิวพูดแล้วก็ดึงหูของโชนแบบลงโทษ“โอ๊ยบิว...ฉันเจ็บนะ...ฉันขอโทษ...ฉันแค่ทำไปเพราะไม่อยากรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งพวกเขาก็เท่านั้น อย่าโกรธเลยนะ” โชนก็ทำหน้าเจ็บก็เอียงหูไปทางเธอเพื่อให้เจ็บน้อยที่สุด“พวกเขาเหรอ นอกจากแคทแล้วนายยังให้ผู้หญิงคนอื่นอีกเหรอห้ะ...สารภาพมาให้หมดเลยนะ ไม่งั้นฉันเอานายตายแน่” บิวได้ยินก็โมโหแล้วถามเขาด้วยเสียงเข้ม“ฉากนี้ต้องถ่
“คนที่ผิดสัญญาคือเธอนะแคท ฉันบอกเธอแล้วว่าเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกและห้ามไม่ให้เธอมายุ่งกับบิว แต่เธอก็ยังทำ ดังนั้นเธอก็ไม่ควรได้อะไรจากฉันอีกต่อไป” โชนบอกเธอแบบจริงจัง เพราะเขาจะไม่ใจดีอีกต่อไปแล้ว“ได้ยินชัดแล้วนะแคท ต่อไปก็อย่ามายุ่งกับแฟนของฉันอีก ไม่งั้นฉันจะไม่ทำแค่ยืนคุยกับเธอแน่ๆ...” บิวชี้หน้าแคทแล้วพูดแบบดุดันออกไป“คนอย่างเธอจะมีปัญญามาทำอะไรฉันได้ คราวก่อนโดนฉันตบไปยังไม่จำอีกเหรอ ถ้าซันไม่เข้ามาช่วยเธอคงโดนฉันตบเละไปแล้ว ยังจะมาปากดีอีก” แคทยิ้มมุมปากออกมา ทำมาพูดขู่เธอ แต่จริงๆแล้วกลับสู้เธอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ“งั้นลองตอนนี้หน่อยเป็นไง...เพี๊ยะ!....ฉันทนแกมานานแล้วนะอีร่าน...เพี๊ยะ!...แกอยากได้ผัวฉันนักเหรอห้ะ เอานี่ไปก่อนละกัน เพี๊ยะ!...” บิวโมโหจนทนไม่ไหวก็เดินเข้าตบแคทแล้วเอามือจับคอเสื้อแคทไว้ แล้วดึงเธอกลับมาตบซ้ำไปอีกสองทีแบบแรงๆ“โอ๊ย...อีบิว....มึงตบกูเหรอ...อือ....มึงเป็นคนแย่งโชนไปจากกู มึงสิต้องโดน...เพี๊ยะ!...” แคทก็จับมือบิวแล้วพยายามหลบหลีก ก่อนจะตบกลับไปเมื่อมีโอกาส“เห้ย...หยุดนะ...พวกมึงช่วยกันห้ามหน่อยสิวะ แคทตบหน้าเมียกูแล้ว..เร็วเข้า” โชนก็ตกใจมากที่บิว
โชนก็มองแบบตกใจ เพราะเขาสั่งทอยให้เปลี่ยนตัวพริตตี้ไปแล้วนิ ทำไมยังเป็นแคทอีก บิวมองเขาด้วยสายตาแบบนี้เธอต้องโกรธเขาแน่ๆ ไม่ได้ เขาจะปล่อยให้เธอเข้าใจเขาผิดไม่ได้“ทำไมยังเป็นเธออีก ฉันบอกไอ้ทอยให้เปลี่ยนตัวแล้วนิ...ไอ้ทอย แกไม่ได้ทำตามที่ฉันบอกเหรอวะ” โชนก็พูดไปก็ถามทอยด้วยสีหน้าดุๆ เพราะมันกำลังจะทำให้เขาซวย“ฉันบอกผู้จัดแล้วนะว่าให้แคทไปดูแลทีมอื่น ฉันสาบานเลยว่าฉันจัดการให้แกแล้วจริงๆ แต่แคทมาได้ไงฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ทอยก็รีบตอบเพื่อนไปตามตรง เพราะเขาจัดการให้แล้วจริงๆ“โชนไม่อยากให้แคทมาดูแลโชนแบบที่ผ่านมาเหรอ ทำไมถึงให้แคทไปดูแลทีมอื่นล่ะ แคททำอะไรผิดเหรอโชน” แคทก็ทำหน้าเศร้าแล้วแกล้งพูดด้วยเสียงอ่อน แล้วใช้สายตามองโชนให้ดูน่าสงสารบิวเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาแล้วเอามือกอดหน้าอกดูด้วยสายตาเอือมระอา เพราะดูท่าแคทจะจงใจเข้าหาโชนซะแล้ว นี่ไม่คิดจะเกรงใจแฟนแบบเธอบ้างหรือไง รู้ว่าเคยเอากันมาก่อน แต่ตอนนี้โชนเป็นแฟนของเธอแล้วนะ แคทก็ไม่ควรจะมายุ่งกับเขาอีกสิ บิวคิดในใจแบบหงุดหงิด แต่ก็เลือกที่จะดูแบบเงียบๆ เพราะอยากรู้ว่าโชนจะจัดการเรื่องนี้ยังไง“ยัยบิว ยัยแคทมันจงใจมาอ่อยโชนชัดๆ
ร้านเหล้า....พอทะเลาะกับหยกแล้วออกมาจากหอพักของเธอ คิวก็โทรเรียกเพื่อนๆของเขามาดื่มที่ร้านเหล้า คิวก็ดื่มเอาๆจนเอกและฟาร์มงงว่าเพื่อนเขาไปอารมณ์เสียอะไรมา ถึงได้ดื่มราวกับเหล้าเป็นน้ำเปล่าแบบนี้“แกเป็นอะไรวะไอ้คิว ทำไมแกดื่มเยอะจังวะ ปกติแกไม่ดื่มหนักแบบนี้เลยนะโว้ย” ฟาร์มถามเพื่อน“ก็วันนี้ฉันอยากดื่ม...แม่ง...ไปเจอผู้หญิงน่ารำคาญมาน่ะสิ พูดแล้วก็เจ็บใจ ยังไม่เคยมีใครทำกับฉันแบบนี้มาก่อนเลย” คิวบ่นไปก็ยกเหล้าดื่มแบบรวดเดียวหมดแก้ว“ที่แกบอกว่าไปทำธุระนี่ไปเจอผู้หญิงมาเหรอวะ แล้วผู้หญิงที่ไหนกล้ามาทำให้แกอารมณ์เสียแบบนี้วะ” เอกถามเพื่อนแบบเดาๆ“ก็ยัยเด็กเสิร์ฟที่ร้านสนุกของฉันไงวะ ฉันอุตส่าห์จะเลี้ยงไว้ให้มีชีวิตดีๆสบายๆกลับไม่เอา พูดแล้วก็น่าโมโหจริงๆ” คิวก็บอกเพื่อนไปตรงๆ เพราะเขาอยากระบายความไม่พอใจนี้“นี่แกฟาดเด็กเสิร์ฟคนนั้นไปแล้วเหรอวะ แม่ง...ไอ้นี่กินเงียบเลยนะมึง” เอกก็ทำหน้าอึ้งๆแล้วพูดว่าเพื่อน“นั่นสิวะ แกถึงขั้นยอมเลี้ยงดูแบบนี้คงจะถูกใจมากเลยล่ะสิ หึๆ แต่ทำเขาปฏิเสธแกวะ หรือว่าแกลีลาไม่เด็ดพอวะไอ้คิว เขาเลยไม่สนใจ ฮ่าๆ” ฟาร์มพูดแซวเพื่อนแบบขำๆ“กูกระแทกจนหอยแทบพังเอาอะ







