LOGINอู่ตกแต่งรถของทอยและโชนที่ลงทุนทำด้วยกัน
รถของโชนก็แล่นเข้ามาจอดในอู่แล้วเขาก็ลงจากรถ แล้วเห็นเพื่อนเขากำลังยืนดูรถของเขาที่ตอนนี้กำลังถูกยกสูงประมาณเอว เหมือนกับว่าช่างกำลังเชคอะไรอยู่
“มาแล้วเหรอวะ ไหนบอกว่ายี่สิบนาทีถึงไงวะ ช้าไปยี่สิบนาทีเลยนะโว้ย..ไม่สมกับเป็นแชมป์แข่งรถเลยว่ะ” ทอยเดินมาหาแล้วพูดแซวเพื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“พอดีเจอปัญหานิดหน่อยน่ะก็เลยมาช้า แกจะบ่นอะไรวะ ช้าบ้างจะเป็นอะไรไปวะ ยังไงฉันก็มานี่แล้วไง แล้วนี่รถฉันทำไปถึงไหนแล้ว” โชนพูดแล้วเขาก็เดินเข้าไปดูรถแข่งของเขาทันที
“บาสมันกำลังเปลี่ยนอะไหล่ช่วงล่างให้แกอยู่ อีกสามสี่วันก็น่าจะเสร็จแล้วล่ะ” ทอยบอกเพื่อน
“บาส..แกรีบหน่อยนะโว้ย ฉันใกล้จะแข่งแล้ว ฉันอยากจะซ้อมกับรถของฉันเอง อีกสองวันได้ไหม..” โชนพูดเพราะเขาต้องซ้อมก่อนลงแข่งทุกครั้ง
“โหพี่โชน อีกสองวันมันโหดไปนะพี่...ผมต้องไปเรียนแล้วด้วยคงทำให้ไม่ทันอ่ะ ต้องให้ช่างที่อู่ทำต่อแล้วล่ะถ้าพี่จะเอาเร็วขนาดนั้นน่ะ” บาสดันที่นอนเลื่อนออกมาแล้วเขาก็ลุกขึ้นพูดบอกไปด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืม..ถ้าแกจะไปเรียนแล้วก็คงต้องให้ช่างทำต่อแล้วล่ะ แล้วแกจะมาทำงานที่อู่ต่ออีกไหม” โชนถาม เพราะบาสฝีมือค่อนข้างดีเลยเทียบๆกับช่างในอู่ของพวกเขาได้สบายๆ ถือว่าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มากๆ
“ผมคงไม่รับงานแล้วพี่ ผมอยากจะโฟกัสการเรียนของผมก่อนน่ะ แต่ว่าถ้าพวกพี่อยากให้ผมช่วยก็บอกได้เลย ผมมาให้ได้แน่นอน แต่ถ้าทำประจำคงไม่ไหวแล้วครับ” บาสบอก เพราะเขามาทำงานที่นี่เอาความรู้เพิ่มเติม ดังนั้นเปิดเทอมแล้วเขาก็ควรจะโฟกัสทางนั้นมากกว่า
“อืม ถ้านายอยากจะมาเมื่อไหร่ก็มาได้ตลอด ที่นี่ต้อนรับนายเสมอ..งั้นคืนนี้ไปดื่มกันเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง..” โชนเอามือตบไล่ของบาสแล้วพูดบอกไป
“ผมอายุยังไม่ถึงเลยพี่โชน แล้วผมก็ดื่มไม่ค่อยเก่งด้วย ผมไม่ไปดีกว่าครับ” บาสปฏิเสธไป
“เรื่องอายุไม่ใช่ปัญหาหรอก พวกฉันจัดการให้แกได้ ไปด้วยกันเถอะพวกพี่เลี้ยงขอบคุณแกกับนักศึกษาฝึกงานคนอื่นๆด้วย...” ทอยบอกไปแล้วยักคิ้วให้
“จัดการได้แน่นะพี่ ไม่ใช่ว่าตำตรวจลงแล้วผมโดนจับนะ แบบนี้พ่อผมเอาตายเลยนะ” บาสกลัวว่าจะเกิดปัญหาทีหลังจึงถามย้ำให้ชัดเจน
“หึ...มีฉันทั้งคนแกจะกลัวอะไรวะ ไปเปลี่ยนชุดไป เดี๋ยวไปกับฉันนี่แหละ ถ้าแกเมาเดี๋ยวฉันจะไปส่งแกกลับบ้านเอง” โชนบอกไป
“ถ้าเมาแล้วกลับบ้านพ่อผมต้องว่าแน่ๆอ่ะ งั้นพี่ไปส่งผมที่หอละกัน แบบนั้นน่าจะดีกว่า” บาสพูด
“เออๆ แกนี่มันมากความจริงๆ รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดไป” โชนตอบรับแบบใจดี แล้วเขาก็ไล่ให้ไปอาบน้ำ
“ครับๆ รอผมแปปนะครับพี่” บาสก็รีบเดินออกไปอย่างว่องไว
“ไอ้เด็กนี่มันเหมือนพวกเราตอนปีหนึ่งเลยว่ะ อ่อนสุดๆ เอะอะแม่งกลัวไปหมด ผ่านไปสักพักก็ยาวเลยทีนี้ ฮ่าๆ” ทอยมองตามแล้วพูดออกมาอย่างอดไม่ได้
“หึ..ฉันว่าอ่อนหัดเหมือนแกมากกว่านะไอ้ทอย...ฉันไม่เคยอ่อนแบบนั้นสักหน่อย ” โชนพูดว่าเพื่อนแบบขำๆแล้วเขาก็เดินไปที่ออฟฟิศของพวกเขาทันที
“ไอ้นี่..ใครจะเจนจัดไปทุกเรื่องแบบแกวะ” ทอยตะโกนว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ จากนั้นเขาก็เดินเลี่ยงไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่เช่นกัน เพราะวันนี้เขาคลุกอยู่ในอู่ทั้งวันเลย
ด้านบาสพออาบน้ำแล้วเขาก็มาหาสองหนุ่มที่อยู่ในออฟฟิศทันที แต่โชนกำลังเซ็นเอกสารอยู่ทำให้เขานั่งรอกับทอยพร้อมกับเล่นเกมด้วยกัน จนเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น
“กริ้งๆ....กริ้งๆ...อ่อ พอดีพี่สาวผมโทรมา ผมขอคุยกับพี่สาวแปปนะพี่ทอย อย่าพึ่งเริ่มนะพี่ รอผมก่อน” บาสก็บอกทอยที่นั่งด้านหน้าอย่างมีมารายาท
“อืม ตามสบายเลย ไม่ต้องเกรงใจ” ทอยก็พยักหน้าแล้วนั่งรอแบบเงียบๆ
“ฮัลโหลเจ้บิว..ว่าไงครับ...” พอบาสเห็นแบบนั้นเขาก็กดรับสายแล้วทักทายพี่สาวของเขาทันที
โชนที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ก็ขมวดคิ้วทันทีเพราะวันนี้เขาได้ยินคนชื่อบิวอีกคนแล้ว คนแรกก็ยัยกางเกงในหอมนั่น คนที่สองก็พี่สาวของไอ้บาส ชื่อนี้ทำไมมันเยอะแบบนี้นะ โชนคิดในใจ
“พรุ่งนี้แกอย่าลืมเอาของมาให้ฉันด้วยนะ ฉันต้องใช้...” บิวบอกน้องชายเสียงเข้ม
“วันนี้ผมออกไปกินเหล้ากับพี่ๆที่อู่อ่ะ คืนนี้จะไปนอนที่หอเลย...งั้นเดี๋ยวผมกลับไปเอาของที่บ้านใส่รถไว้ให้เจ้ละกัน พรุ่งนี้เช้าเจ้ก็ลงไปเอาเอง” บาสบอกพี่สาวไปแบบขี้เกียจขับรถไปมาที่บ้านอีก
“หาเรื่องอีกแล้วนะบาส อายุยังไม่ถึงเลยจะเข้าร้านเหล้าได้ยังไงห้ะ...ถ้าโดนตำรวจจับมาจะทำยังไง แล้วเราน่ะคอแข็งตายล่ะยังจะอยากไปกินกับเขาอีก ไม่รู้ตัวเองบ้างหรือไงหึ แกไปร้านไหนบอกมา เดี๋ยวฉันจะตามไปดูแกแบบห่างๆ” บิวได้ยินแบบนั้นก็บ่นน้องชายอย่างเป็นห่วง
“เจ้จะตามมาดูผมทำไม ผมโตแล้วนะเจ้..ผมดูแลตัวเองได้น่า...เจ้ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก แค่นี้นะเจ้ ไว้พรุ่งนี้เจอกัน..” บาสบอกไปแบบไม่ต้องการให้พี่สาวตามมาดู เขาก็รีบวางสายทันที
ทอยและโชนก็ได้ยินที่บาสคุยกับพี่สาวก็พากันยิ้มขำๆ เพราะดูเหมือนว่าพี่สาวของบาสจะเป็นเหมือนแม่อีกคนซะแล้ว
“พี่สาวนายก็ห่วงนายเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย ถึงขั้นจะตามมาเลยเหรอวะ ว่าแต่พี่สาวนายสวยไหมวะ” ทอยพูดไปด้วยรอยยิ้ม
“ผมหล่อขนาดนี้พี่สาวผมก็ต้องสวยสิครับ พวกพี่น่าจะเคยเจอพี่สาวผมอยู่นะ พี่สาวผมก็เรียนสาขาเดียวกับพวกพี่นั่นแหละ ปีสามเหมือนกัน...พวกพี่รู้จักคนชื่อบิวไหมล่ะ” บาสบอกไป เพราะเรียนรุ่นเดียวกันก็น่าจะเคยเจอกันอยู่มั้ง
โชนได้ยินแบบนั้นก็ครุ่นคิดในใจทันทีว่า ยัยกางเกงในหอมจะใช่พี่สาวของบาสไหมนะ แต่มันจะบังเอิญขนาดนี้เชียวเหรอ โชนคิดในใจ
“ชื่อบิวเหรอวะ อืม...คุ้นๆนะแต่ว่านึกหน้าไม่ออกว่ะ เพราะปกติเจอแต่หน้าเดิมๆ เพื่อนห้องอื่นไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่ว่ะ” ทอยบอกไป
“อ่อ...พี่สาวผมเรียนไม่ค่อยเก่งหรอก พวกพี่จะไม่เจอก็ไม่แปลก งั้นเดี๋ยวผมเอารถตามพวกพี่ไปก็แล้วกันครับ จะกลับไปเอาของที่บ้านไปให้พี่สาวผมด้วย พรุ่งนี้ผมขี้เกียจขนของไปมาน่ะ ” บาสบอกไป
“หอพี่สาวนายอยู่ที่ไหน ” โชนถามไปแบบอยากรู้ จนทอยหันไปมองเพื่อนแบบงงๆที่มันถามแบบนั้น
“แล้วแกจะไปอยากรู้ทำไมวะว่าพี่สาวมันอยู่หอไหนน่ะ” ทอยถามเพื่อนไปแบบงงๆ
“ก็ฉันจะได้ไปรับมันไงวะ จะได้ไม่ต้องเอารถไปหลายคัน ถ้ามันเมาใครจะขับรถมันกลับวะ แกหรือไง” โชนพูดไป เพราะเขาอยากรู้ว่าจะพี่สาวของบาสจะใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดไหม
“ฉันเมาแล้วขับรถได้ที่ไหนล่ะวะ แกก็รู้นิว่าเหล้าเข้าปากแล้วฉันดื่มหนักน่ะ” ทอยตอบเพื่อนของเขา
“ฉันถึงต้องไปรับไอ้บาสมันไงวะ เดี๋ยวแกไปเอาของที่บ้านแล้วเอารถไปจอดไว้ที่หอพี่สาวของแกละกัน แล้วส่งโลเคชั่นมาเดี๋ยวฉันกับไอ้ทอยจะไปรับแกเอง” โชนบอกไป
“โอเคครับพี่โชน แบบนั้นก็ดีเหมือนกันครับพี่ เพราะถ้าผมเมาพี่จะได้มาส่งผมถูก เพราะผมก็พักหอเดียวกับพี่สาวผมนั่นแหละครับ” บาสบอกไปด้วยรอยยิ้ม
“อะไรวะ แกโตขนาดนี้แล้วยังอยู่หอกับพี่สาวอยู่อีกเหรอวะ” ทอยทำหน้าตกใจแล้วถามไป
“ไม่ใช่พี่ ผมแค่อยู่หอเดียวกันเฉยๆแต่ว่าอยู่คนล่ะห้อง แต่ห้องผมกับห้องพี่สาวก็อยู่ติดกันนั่นแหละ พ่ออยากให้พวกเราดูกันและกันน่ะ” บาสอธิบายไป
“อ่อ แบบนี้นี่เอง...งั้นแกก็รีบกลับไปเอาของให้พี่สาวแกไป เดี๋ยวไอ้โชนมันเคลียร์งานตรงนี้เสร็จแล้ว พวกฉันจะไปรับแกที่หอ” ทอยบอกไป
“โอเคครับพี่ งั้นผมไปก่อนนะครับ” บาสบอกด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็เดินออกไปจากออฟฟิศทันที ก่อนจะมุ่งตรงไปยังรถของเขาที่จอดอยู่หน้าอู่รถ
“บังเอิญมากเลยนะแกว่าไหมวะ พี่สาวของไอ้บาสมันก็เรียนสาขาเดียวกับเราเลย..สงสัยเปิดเทอมฉันต้องไปทำความรู้จักไว้หน่อยแล้ว ถ้าสวยจะจีบแม่งเลย...” ทอยพูดไปด้วยรอยยิ้ม
“หึ..แกคิดว่าไอ้บาสมันจะยอมให้แกจีบพี่สาวมันหรือไงวะ...เด็กคนนี้ฝีมือดี แกอย่ามาทำเสียเรื่องนะไอ้ทอย ห้ามไปยุ่งกับพี่สาวของไอ้บาสมันเด็ดขาด เข้าใจไหม” โชนได้ยินแบบนั้นก็สั่งเพื่อนเสียงเข้มอย่างจริงจังเลยทีเดียว เพราะถ้าพี่สาวของบาสคือยัยกางเกงในหอมคนนั้นจริงๆ เขายิ่งต้องห้ามไว้ เพราะเขาจองก่อนแล้ว
“เออๆ แกพูดขนาดนี้ไม่ยุ่งก็ได้โว้ย ทำความรู้จักเฉยๆก็ได้วะ” ทอยบอกไปด้วยสีหน้าเซ็งๆ เพราะเข้าใจว่าเพื่อนของเขากลัวว่าเขาจะไปทำให้พี่สาวบาสเสียใจจนทำให้มีปัญหากับบาสได้ ดังนั้นเขาก็ควรจะเลี่ยงเธอแบบที่เพื่อนเขาบอก
“อืม...” โชนก็มองเพื่อนแบบเรียบๆ แล้วเขาก็ก้มอ่านเอกสารต่อไป แล้วก็ยิ้มมุมปากออกมาเมื่อเขากันเพื่อนของเขาจากผู้หญิงที่เขาหมายตาไว้เรียบร้อยแล้ว
ด้านสี่หนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยกัน พอโชนวางสายไปแล้วพวกเขาก็นั่งมองหน้ากันแบบพูดไม่ออกเลย “ไอ้คิวซวยแล้วล่ะ ครั้งนี้ไอ้โชนมันเอาจริงแล้ว” ทอยพูดไปตามความคิดของเขา “ก็ให้มันรับกรรมกับสิ่งที่มันทำบ้างก็ดีนะ ต่อไปมันจะได้ไม่กล้ามาทำเรื่องแบบนี้อีก” ซันบอกไปแบบเห็นด้วยที่โชนทำแบบนี้ “นั่นสิครับ ผมก็เห็นด้วยนะพี่ นอกจากจะได้เอาคืนแล้วยังจะกอบกู้ชื่อเสียงของพี่สาวผมไม่ให้เสียหายไปมากกว่านี้ ผมว่าพี่โชนทำถูกแล้วล่ะครับ เฮ้อ...เห็นพี่โชนปกป้องเจ้บิวแบบนี้แล้วผมก็โล่งอกแล้วล่ะ ดูท่าพี่โชนจะชอบเจ้ผมเข้าแล้วล่ะ” บาสพูดด้วยรอยยิ้ม “หึๆ ก็แน่ล่ะ ดูสิ มันหางานให้พี่ทำอีกแล้วเนี่ย งั้นก็คุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวไปแฮกกล้องร้านพี่ต้นก่อน” สิงหาพูดไปก็ลุกไปที่โต๊ะทำงานของทอยอีกครั้ง “ตามสบายเลยเพื่อน งั้นเดี๋ยวฉันจะเล่นเกมรอแกละกัน มาไอ้บาส เล่นเป็นเพื่อนหน่อยสิวะ...” ทอยก็หันไปชวนบาสทันที “โอเคครับพี่...” บาสก็ตอบตกลงทันที เพราะตอนนี้เขาไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากแล้ว ซันก็ได้แต่มองทั้งสองแล้วยิ้มส่ายหน้ามา จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มาถามมิ้นว่าเธอซื้อของเสร็จหรือยัง เพราะจนป่านนี้แล้วเธอกับหยกยังไม่ก
“กริ้งๆ...กริ้งๆ...” เสียงโทรศัพท์ของหยกก็ดังขึ้น เธอก็หยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นสายจากคิว เธอก็มองแบบตกใจแล้วรีบกดปิดเสียง แล้วก็เงยหน้าขึ้นแบบรนๆ “ใครโทรมาเหรอพี่ ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” บาสถามแล้วก็มองหยกด้วยสีหน้าแปลกใจ “เบอร์พวกมิจฉาชีพน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” หยกบอกบาสด้วยรอยยิ้ม แล้วเธอก็กดปุ่มปิดเสียงไป เพราะตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะคุยกับเขา สิ่งที่เขาทำกับเพื่อนเธอมันเกินกว่าที่เธอจะไปเจอเขาแล้วปั้นหน้ายิ้มให้เขาได้ “งั้นเราไปหาซื้ออะไรมากินดีไหมหยก พวกเรารีบมาที่นี่คงยังไม่มีใครได้ทานข้าวเช้าแน่ๆอ่ะ” มิ้นชวนหยก “เอาสิ งั้นทางนี้ให้พวกหนุ่มๆเขาจัดการไป เราสองคนไปหาซื้ออาหารเช้าละกัน ป่ะ” หยกก็ยิ้มแล้วลุกขึ้นทันที “เอารถฉันไปสิ...ขับดีๆนะ....” ซันก็ยื่นกุญแจให้มิ้นแบบอ่อนโยน “โอเค เดี๋ยวฉันมานะ...จุ๊บ...” มิ้นก็ยิ้มให้ซันแล้วก็หอมแก้มเขาไปหนึ่งทีแบบอ้อนๆ “โอ้โห...ช๊อตนี้กูตายเลย...กูคงต้องหาแฟนบ้างแล้วมั้ง” ทอยเห็นแล้วก็ยิ้มชอบใจก็แซวทั้งสองไป “หึ ใครล็อคคอแกไว้ล่ะวะ อยากหาก็หาสิ...” ซันก็ตอบเพื่อนแบบกวนๆ “อ่าวไอ้นี่ ปากวอนหาตีนแต่เช้าเลยนะโว้ย” ทอยก็ต่อปากต่อคำกับ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...อู่ซ้อมรถของทอยและโชน หลังจากคลิปของบิวก็ถูกแชร์ไปทั่วจนถึงมือทุกคน ซันจึงโทรตามเพื่อนๆไปเจอกันที่อู่ของโชนและทอย เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งมิ้นก็มากับเขาด้วย ส่วนบาสและหยกก็ตามมาสมทบกับทุกคนด้วย “แล้วพวกเราจะทำยังไงกับคลิปของเจ้บิวล่ะครับพี่ซัน พี่ต้องช่วยเจ้ของผมด้วยนะ” บาสขอร้องซัน “เออ ฉันต้องช่วยบิวอยู่แล้ว ไม่งั้นฉันจะให้แกมาที่นี่ทำไมล่ะ ก็เพราะฉันจะให้พวกเรามาช่วยกันคิดนี่ไง” ซันบอกไปเพราะเขาต้องการข้อเสนอแนะที่ดีๆเพื่อแก้ปัญหา “เฮ้อ เพราะได้บ้านั่นคนเดียวเลย มันจะมาวางยาเจ้ของผมทำไมกันนะ ตัวปัญหาชัดๆเลยเนี่ย” บาสบ่นไป “นั่นสิ ทำไมอยู่ๆคิวถึงมาวางยาบิวแบบนั้น เขาดูเหมือนจงใจทำเลยนะ” มิ้นพูดตามที่เธอเห็น “ฉันได้ยินมาว่าคิวกับโชนไม่ค่อยถูกกันไม่ใช่เหรอ...ฉันว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะคิวเขารู้ว่าบิวคือผู้หญิงของโชนหรือเปล่า เลยอยากจะเอาชนะโชน” หยกก็พยายามพูดให้ทุกคนรู้เหตุผลไปแบบเนียนๆ เพราะเธอไม่สามารถพูดได้ทั้งหมด “โห ถ้ามันรู้เรื่องบิวกับโชนนี่มันจะเก่งเกินไปแล้วนะ ขนาดพวกเรายังไม่รู้เลยว่าสองคนนี้ไปได้กันตอนไหนน่ะ แล้วไอ้คิวมันจะไปรู้จา
โรงพยาบาล... คิวก็นอนโรงพยาบาลคนเดียวตลอดทั้งคืน พอเขาตื่นมาพยาบาลก็มาตรวจเชคก่อนจะออกไป คิวก็หยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา ก็ยังไม่มีการโทรกลับหรือมีข้อความตอบกลับจากหยกเลย “ทำไมยังไม่โทรกลับมาอีกวะเนี่ย จะทำให้ฉันโมโหเธอให้ได้เลยใช่ไหม...” คิวบ่นไปแบบไม่พอใจ “ฉันเจ็บตัวขนาดนี้แทนที่จะมาเฝ้า กลับหายเงียบติดต่อไม่ได้...สงสัยฉันจะใจดีกับเธอเกินไป...” คิวพูดแล้วก็กดโทรหาหยกทันที เพราะเธอควรจะมาอยู่ดูแลเขาตอนนี้ “ตุ๊ด....ตุ๊ด....” คิวก็กดเปิดสปีคเกอร์โฟนแล้วรอหยกรับสาย ตอนนี้ก็แปดโมงครึ่งแล้ว เธอก็น่าจะตื่นแล้ว ด้านบาสที่นั่งรอหยกอาบน้ำอยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของหยกดังขึ้น เขาก็มองไปที่ห้องนอนของหยกที่เปิดทิ้งไว้ แล้วเสียงมันก็ดังแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย “พี่หยกมีคนโทรมาหาพี่...ให้ผมรับให้ไหม...” บาสตะโกนถามหยก “ห้ะ...ว่าอะไรนะ” หยกที่อยู่ในห้องน้ำก็ได้ยินไม่ชัดว่าบาสพูดว่าอะไร “ให้ผมรับสายแทนไหม...มีคนโทรมาหาพี่” บาสก็ถามย้ำอีกครั้ง แล้วรอฟังว่าหยกจะว่ายังไง “พูดอะไรเนี่ย ฉันไม่ได้ยินเลย นายจะทำอะไรก็ทำเลยสิ” หยกบ่นไปก็ตะโกนบอกบาสไป เพราะเธอไม่ได้ยินว่าบาสพูดว่าอะไร ก็บ
“มิ้น...เกิดอะไรขึ้นเหรอ เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ ฉันเป็นห่วงบิวอ่ะ” หยกถามมิ้นอย่างอยากรู้ “คือว่าบิวถูกคิววางยาปลุกเซ็กส์น่ะ โชนเห็นก็เลยมีเรื่องกัน ตอนนี้บิวอยู่กับโชนแล้ว เธอไม่ต้องเป็นห่วงนะ” มิ้นบอกไปตามตรงแบบกระชับและได้ใจความสุดๆ “อะไรนะ นี่เขาวางยาปลุกเซ็กส์บิวเลยเหรอ” หยกได้ยินก็อึ้งไปเลย ไม่คิดว่าคิวจะเลวถึงขนาดนี้ ไม่น่าล่ะบิวถึงจูบกับเขาแบบนั้น เธอว่าแล้วว่าเพื่อนเธอไม่มีทางทำแบบนั้นด้วยความเต็มใจหรอก ที่แท้ก็เพราะโดนวางยานี่เอง “อืม ก็น่าจะใช่ยาปลุกเซ็กส์แล้วล่ะ เพราะอาการของบิวมันต้องการเซ็กส์อ่ะ โชนเลยพาบิวไปดูแลแล้ว” มิ้นพูดเสริมไป “งั้นพวกเธอก็รู้เรื่องบิวกับโชนแล้วงั้นเหรอ” หยกถามมิ้น เพราะทุกคนดูเหมือนจะยอมให้บิวไปกับโชนง่ายๆแบบนี้ “อืม โชนหึงบิวขนาดนั้นใครจะไม่รู้ล่ะ ตอนนี้ทุกคนรู้หมดแล้วล่ะว่าบิวกับโชนกิ๊กกันอยู่” มิ้นบอกไปตรงๆ หยกได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ เพราะทุกคนรู้ก็ดีจะได้ไม่ต้องเหนื่อยปิดบังใครอีก ตอนนี้บิวอยู่กับโชนก็น่าจะปลอดภัยแล้ว แล้วคิวล่ะ หยกคิดในใจ “อ่อ แล้วคนที่วางยาบิวอ่ะ เขาเป็นยังไงบ้าง” หยกก็ถามอย่างอดไม่ได้ “ก็โดนโชนซ้อมจนน่วมเลยน
“แต่สิ่งที่ไอ้คิวทำมันร้ายแรงมากนะแซน ถ้าเกิดว่ามันทำสำเร็จ คนที่เสียหายคือบิวนะ คุณกล้าขอร้องผมแบบนี้ได้ยังไงแซน...ผมช่วยคุณไม่ได้หรอก เพราะถ้าเป็นผม ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้กับคุณ ผมจะเอามันให้ถึงที่สุดเลย” ต้นบอกไปตามความคิดของเขา เพราะเรื่องแบบนี้จะไปขอร้องกันได้ยังไงกัน น้องชายก็เข้าใจว่าเขาเข้าข้างคิวน่ะสิ แล้วไหนจะบิวอีก ดังนั้นเขาช่วยไม่ได้ “คุณไม่ควรปกป้องคนผิดนะแซน ผมรู้ว่าคุณรักและห่วงน้องชายตัวเอง แต่คุณก็ต้องรักแบบมีเหตุผลนะ จะคอยช่วยเวลาที่น้องทำผิดแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ กลับกัน ถ้าเรื่องนี้ไอ้โชนมันทำ ผมเองก็จะทำแบบนี้ จะไม่เข้าข้างอะไรมันทั้งนั้น คนผิดก็ให้ว่าไปตามผิด” ต้นบอกแซนแบบใช้เหตุ เพราะเขาไม่อยากให้เธอน้อยใจเขาที่เขาไม่ช่วย “ฉันเข้าใจค่ะ...ขอบคุณที่คุณเตือนสติฉันนะคะ งั้นก็ให้พวกเขาจัดการกันเองละกันค่ะ ” แซนก็พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ต้นบอก ดูท่าเรื่องนี้น้องชายเธอคงต้องรับกรรมในสิ่งที่ตัวเองก่อไว้แล้วล่ะ “อืม...ให้พวกเขาตัดสินใจกันเอาเองเถอะ พวกเขาก็โตๆกันแล้ว ไม่ใช่เด็กๆแบบเมื่อก่อน ให้พวกเขาจัดการกันเอาเองเถอะ” ต้นก็พูดตอบไปแล้วเข้าไปจับมือแซนแบบอ่อนโยน “ค







