Masuk“นี่คุยกับเจ้าโปรตอนรู้เรื่องด้วยเหรอ...แล้วนี่เธอมาหาใคร?”
เขาถามเสียงดุ ๆ ยิหวาเห็นว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีไม่เบาแต่ท่าทางยียวนชะมัด หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นและตอบว่า
“ฉันมาหาคนที่ชื่อคีรินทร์ เจ้าของบ้านหลังนี้ ไม่ทราบว่าเขาอยู่รึเปล่า?”
พอเธอถามชายหนุ่มผู้นั้นก็เลิกยิ้มมุมปาก เขามองเธอหัวจรดเท้าซึ่งสายตาที่เขามองมานั้นช่างไม่ให้เกียรติกันเสียเลย ยิหวาก็พินิจเขาและนึกอยู่ในใจว่าผู้ชายตัวโตที่หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ไว้เคราบาง ๆ และมีดวงตาสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายคนนี้อาจจะเป็นคนสวนในไร่ชาแห่งนี้ก็เป็นได้
“คุณมีธุระอะไรกับเขา?”
“ฉันชื่อยิหวา...พี่ชายของฉัน...ยอดชาย สิงหลพัฒน์ เขาให้ฉันเอาของนี่มาให้คุณคีรินทร์ เจ้าของบ้านหลังนี้ คุณรู้มั้ยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
เขาเลิกคิ้วและมองเธอเหมือนเดิม พินิจพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มันทำให้ยิหวารู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“นี่!...ฉันถามคุณไม่ได้ยินรึยังไง ฉันต้องการพบคุณคีรินทร์ เจ้าของบ้านหลังนี้”
“ผมนี่แหละ คีรินทร์”
เขาให้คำตอบสั้น ๆ แต่ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจระคนตกใจ ผู้ชายท่าทางดิบ ๆ คนนี้นะหรือคือเจ้าของไร่ชาอันกว้างใหญ่แห่งนี้ แต่ในเมื่อเจอเขาก็ดีแล้ว ยิหวาทำสีหน้าเรียบเฉยและยื่นของในมือให้ตามคำสั่งของพี่ชาย
“พี่ฉันให้เอาของนี่มาให้คุณ รับไปสิ เสร็จธุระแล้วฉันกลับล่ะนะ”
“เดี๋ยวก่อน!”
บทที่ 2
เสียงดุดันที่เหมือนออกคำสั่งนั้นทำให้หญิงสาวซึ่งพอยื่นของให้เขารับไว้กำลังจะหันหลังกลับต้องหยุดชะงัก คีรินทร์มองของในมือของเขา มันเป็นกล่องกำมะหยี่สีดำทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เขาจ้องมองมันราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงเนื้อใน
“มีอะไรอีกล่ะ คุณคีรินทร์...พี่ชายฉันบอกให้เอาของนี่มาให้คุณ เสร็จธุระแล้วฉันก็จะรีบกลับเสียที”
“เขาบอกคุณรึเปล่าว่าข้างในนี้มีอะไร?”
“ทำไมพี่ยอดจะต้องบอกฉันด้วยล่ะ ในเมื่อนี่มันเป็นเรื่องระหว่างคุณกับพี่ชายของฉัน ฉันไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องของใครหรอกนะ”
“คุณจะกลับไปก็ได้ยิหวา...แต่ก่อนจะกลับไปผมต้องดูของข้างในนี้ให้แน่ใจเสียก่อน”
ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยสายตาอันแน่วแน่ ความดุดันที่แฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้นสะกดความรู้สึกของไฮโซสาวราวกับมันมีอำนาจทำให้เธอต้องปฏิบัติตามคำบัญชาของเขา
“ก็เปิดออกดูซีคะ” เธอว่าอย่างเสียมิได้ พูดแบบขอไปทีเพราะอยากกลับบ้านจะแย่ “เสร็จแล้วฉันจะได้กลับเสียที”
ยิหวาพูดแล้วหันหลังหลังกลับไปและชะเง้อมองดูรถพี่ชายของเธอ ทว่าหญิงสาวกลับต้องประหลาดใจเมื่อไม่เห็นรถเก๋งที่เธอนั่งมาด้วยเมื่อครู่จอดอยู่ที่เดิม เธอเห็นเพียงความว่างเปล่าก่อนจะหันกลับมามองคีรินทร์
เธอเห็นเขาเปิดกล่องกำมะหยี่ที่ยื่นให้เขาไป สีหน้าของเขาแปลกเปลี่ยนเมื่อเห็นบางอย่างในกล่องนั่นก่อนที่สายตาคมกริบคู่นั้นจะเลื่อนมายังหญิงสาว
“นี่มันของปลอม! ไอ้ยอดชายให้คุณเอาของปลอมมาให้ผมอย่างนั้นหรือ!”
เสียงเขาดุดันและทำให้ยิหวาแปลกใจมากขึ้นเป็นทวีคูณ
“ของปลอมอย่างนั้นหรือ...ของปลอมอะไร ฉันไม่รู้เรื่องด้วยนะ”
“ก็นี่ไง! ดูวะให้เต็มตา ได้ยอดชายมันให้คุณเอาเพชรปลอมมาให้ผม หนอยแน่! นี่มันคงอยากจะลองดีกับคีรินทน์ล่ะสิท่า”
“คุณพูดเรื่องอะไร!”
ยิหวาหน้าตาตื่นเมื่อคีรินทร์ยื่นกล่องกำมะหยี่กลับมาให้เธอ หน้าตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้ม นัยน์ตาอาบแววโกรธขึ้งขณะที่ยิหวาดึงกล่องนั้นกลับไป หญิงสาวพินิจดูมันอีกครั้ง เธอไม่รู้หรอกว่าแท้จริงในกล่องที่ยอดชายให้เธอนำมามอบแก่คีรินทร์นั้นเป็นเครื่องเพชรทั้งสร้อยคอและสร้อยคอมือส่องแสงพราวระยับ และที่สำคัญเธอไม่รู้ว่ามันเป็นของจริงหรือปลอมด้วยซ้ำ
“ฉะ...ฉันไม่รู้เรื่องนะ พี่ชายฉันให้เอาของนี่มาให้คุณ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นเพชร”
“เพชรบ้าเพชรบออะไร!”
“ว้าย!”
ยิหวาร้องลั่นเมื่อคีรินทร์ระบิดอารมณ์ด้วยการดึงกล่องกำมะหยี่ขว้างลงพื้นจนเครื่องเพชรที่อยู่ด้านในกระจัดกระจายไปคนละทาง หญิงสาวยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก เธอกำลังจะหันหลังกลับแต่ถูกคนตัวโตกระชากไหล่จนร่างเซเข้าไปปะทะแผงอกกว้าง
“ฉันชื่อสายไหมค่ะ เป็นลูกสาวของคุณอภิวัฒน์กับคุณเมริตา เจ้าของบ้านหลังที่คุณมาเป็นแม่บ้านนี่ล่ะค่ะ” “อ๋อ...แต่...เอ้อ...แล้วคุณไม่ทราบหรือคะว่าพ่อแม่ของคุณขายบ้านหลังนี้ทอดตลาดไปแล้วและตอนนี้เขาสองคนก็ไปอยู่ต่างประเทศ เอ้อ...อันนี้ดิฉันก็ทราบมาจากเจ้าของบ้านหลังใหม่อีกทีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณสายไหมมีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่าคะ...ฮัลโหล...คุณสายไหม...ฮัลโหล...” เสียงอีกฝั่งยังดังอยู่แต่สายไหมไม่รับรู้อะไรอีกเมื่อเธอวางโทรศัพท์เครื่องนั้นลงทั้งที่ยังไม่ได้ตัดสายทิ้งอย่างอ่อนแรง แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มห้าวดังมาจากเบื้องหลัง “แม่นกน้อย...ป่านนี้ทำไมยังไม่นอนอีก”&nbs
เชนนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว แล้วเขาก็อดใจไม่ไหวที่จะเลื่อนมือสากหนาลูบไล้ไปตามเนินทรวงสวย สายไหมหันกลับมามองเขาเต็มตาของเธอ ร่างแน่งน้อยหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเขาเริ่มเฟ้นฟอนไปบนอกกลมกลึงแสนสวยด้วยการฝังจมูกลงที่ร่องตรงกลาง “อือ...พอได้แล้วนะ นายเชน...ฉะ...ฉันว่าพอเถอะนะ” เธอพูดเสียงขาดเป็นห้วงขณะวางมือลงบนบ่ากว้างของเขา ก้มดูใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังซุกไซ้อยู่กับทรวงนุ่ม นายหัวเชนเหมือนเด็กเล็ก ๆ ที่กำลังซุกหน้ากับอกแม่ เขาดูน่ารัก แตกต่างจากวันแรกที่ได้พบ “นายเชน...บอกหน่อยได้ไหมว่า นายจะให้ฉันกลับบ้านเมื่อไหร่” คำถามที่แทรกขึ้นมาของสายไหมดูเหมือนเป็นการขัดจังหวะอารมณ์อันเร่
สายไหมร้องถามเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืน เขามองหญิงสาวที่นั่งกุมข้อเท้าอยู่ในน้ำ เธอพยายามกระถดบั้นท้ายกลับขึ้นไปนั่งบนลานหินด้วยใบหน้าแสดงความเจ็บปวด“ฉันจะซักผ้าที่เหลือนั่นให้เธอเอง นั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ”เขาว่าแล้วก็เดินลุยน้ำตรงไปยังตะกร้าผ้าที่วางอยู่ริมตลิ่งแล้วนำมันกลับมาวางไว้ข้างตัวหญิงสาว สายไหมมองนายหัวหนุ่มด้วยความรู้สึกสับสน ทำไมเขาต้องทำดีกับเธอแบบนี้ด้วยเธอมองเขาหยิบผ้าคนงานเก่า ๆ ในตะกร้าขึ้นมาซักทีละตัวสองตัว ถูขยี้จนมันสะอาดด้วยมือหนาหนักนั่น มองแล้วหญิงสาวก็ลอบยิ้มเพราะเธอได้เห็นอะไรบางอย่างที่ตั้งแต่อยู่มาที่นี่เธอไม่เคยได้เห็นนั่นคือเสี้ยวหน้าของนายหัวชาวใต้ที่เธอชอบสัพยอกเขาบ่อย ๆ ว่าซาตานใจทมิฬ กลับเป็นเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มแสนหล่อเหลาขยี้หัวใจซึ่งมันเต็มไปด้วยแง่มุมอันอบอุ่นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน กระทั่งเขาซักเสร็จก็หันกลับมายังเธอที่หลบสายตาคมคู่นั้นแทบไม่ทัน“ผ้าตะกร้านี้วางไว้ที่นี่ล่ะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอกลับไปที่บ้านก่อน”“พาฉันกลับไป” เธอโบ้ยนิ้วเข้าหาตัว “ยังไง?”
ร่างสูงใหญ่ทอดถอนหายใจก่อนซบลงบนแผ่นหลังขาวเนียนและสอดแขนเข้าไปกอดรัดหญิงสาวด้านหน้า กอบกุมปทุมถันของเธอไว้และบีบคลึงไปพร้อมลมหายใจอุ่นที่ราดรดบนต้นคอผุดผ่อง“อืม...แม่นกน้อยจ๋า...เป็นยังไงบ้าง มีความสุขมั้ย”เชนกระซิบกระซาบถามสายไหมซึ่งเธอก็หอบหายใจหนักไม่แพ้เขา ร่างกายของหญิงสาวเบาโล่งแม้จะเจ็บแปลบที่แกนกายบ้างเล็กน้อยแต่ก็เหมือนมันได้ถูกเติมเต็มจากบางสิ่งบางอย่างที่เธอโหยหา“ถามอะไรแบบนี้...ฉันหนาวจะแย่แล้วรู้มั้ย”สายไหมแสร้งเบี่ยงเบนไปพูดเรื่องอื่น ร่างแน่งน้อยยังหอบหายใจแต่เธอก็รู้สึกอับอายหากจะตอบคำถามเขา เธอจะบอกเขาได้อย่างไรกันว่าเธอมีความสุขจนแทบสำลักเลยทีเดียว“ไม่เห็นหนาวตรงไหน ฉันกอดเธออยู่นี่ไงแม่นกน้อย”เขากระซิบอยู่ด้านหลังพร้อมทั้งก้มลงจูบต้นคอที่ชื้นไปด้วยเหงื่อและน้ำ แต่กลิ่นหอมจากตัวของสายไหมทำให้เขาจูบเธออย่างย่ามใจและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนหญิงสาวร้องออกมาว่า“ปล่อยไหมได้แล้วนะ...ไหมจะได้สวมเสื้อผ้า อยู่แบบนี้เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าอายเขาแย่”“ถ้ามีคนมาเห็นเข
“แม่นกน้อย...อา...เธอเร่าร้อนเหลือเกิน ให้ตายเถอะ” “ฉันไม่ได้ยั่วนายนะ นายหัวเชน” ตอบกลับไปแล้วเบียดหน้าอกนุ่มกับอกแกร่งที่กล้ามเนื้อทุกส่วนของเขากำลังเขม็งเกร็งเต็มที่ “นี่แหละยั่ว...เธอกำลังยั่วฉัน ทำให้ฉันแทบระเบิดอยู่แล้ว” “นายบังคับฉันก่อนนะ นายเชน” ช้อนตามองเขาอย่างเย้ายั่ว “เธอชอบให้ฉันใช้ความรุนแรงล่ะซี แม่นกน้อย” “เปล่านะ อ๊า...”&nb
สายไหมหลับตารับรสจูบแสนหวาน ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่ขัดขืนเขาแถมยังนอนนิ่งให้ปากและลิ้นของนายหัวหนุ่มล่วงล้ำเข้าไปในอุ้งปากของเธอ ขณะเดียวกันมือซุกซนที่ไล้วนอยู่บนแอ่งหน้าท้องก็เลื่อนลงไปลูบคลำบนเส้นไหมนุ่มที่ปกคลุมเนินสามเหลี่ยมแสนสวย “อา...เชน...อือ...อา” หญิงสาวหลุดเสียงครางออกมาทันใดที่ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนลงไปและจูบตามซอกคอกระทั่งถึงเนินเนื้อของสองเต้าอวบอัดที่ส่วนปลายของมันแข็งเป็นไตชูชันท้าทายสายตา เชนอ้าปากและดูดดื่มส่วนยอดของปทุมถันราวกับคนหิวกระหาย เขาดูดมันเสียงดังและทำให้กายสาวสั่นระริกไปตามแรงจับแรงจูบทั้งบนสองเต้าและเนินอวบอูมที่นิ้วแกร่งเริ่มแทรกเข้าไปในกลุ่มไยไหม “อ๊า...







