LOGINเพราะโดนพี่ชายจอมกะล่อนที่เสียพนันจนหมดตัวหลอก ไฮโซสาว ยิหวา จึงต้องกลายเป็น เชลย ของ คีรินทร์ มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของไร่ชา ที่เธอคิดว่าเป็นพวกค้าอาวุธสงคราม ก็เขาทั้งเจ้าอารมณ์ ปากร้าย และหยาบเถื่อนเป็นที่สุด และสำหรับเขา เธอก็เป็นคุณหนู ลูกผู้ดีตีนแดงเสียงแหลมน่ารำคาญ แต่ในความเกลียด ต่างคนต่างค้นพบความวาบหวามในกันและกัน ที่มันทวีขึ้นทุกวัน และทำให้ผู้ชายใจร้ายเริ่มเอนเอียง
View More“ที่นี่นะเหรอ ที่พี่ยอดจะให้ยิหวาเอาของไปให้เพื่อนพี่”
ยิหวา หันไปถามยอดชายซึ่งนั่งอยู่ฝั่งด้านคนขับและสายตาบนใบหน้าคมคายก็ทอดมองออกไปยังไร่ชากว้างใหญ่ในอำเภอแม่จันที่เขาอุตส่าห์พาน้องสาวคนเดียวดั้นด้นมาถึงที่นี่ก็เพื่อทำธุระสำคัญที่เขาต้องอ้อนวอนขอยิหวาอยู่หลายครั้งกว่าเธอจะไว้วางใจมากับเขา
หญิงสาวชะเง้อมองไปที่บ้านไม้สักหลังใหญ่ซึ่งปลูกอยู่ติดกับไร่ชา ไม่มีแม้เงาของใครสักคน มีแต่ความเงียบเหงาและดอกไม้หลากสีสันที่แข่งกันอวดความงามชูช่ออยู่รอบบ้าน
“ทำไมพี่ไม่เอาของไปให้เพื่อนพี่เองล่ะ แล้วเขาจะเชื่อใจรึเปล่าว่ายิหวาเป็นน้องสาวของพี่จริง ๆ”
“น่า...” ยอดชายพูดแบบตัดรำคาญ ก็แม่น้องสาวคนสวยของเขาพยายามซักพยายามถามมาตลอดทางที่เขาขับรถพาเธอเข้ามาในอาณาเขตไร่ชา คีรินทร์ แห่งนี้
“เอาของไปให้เขา พี่จะคอยยิหวาอยู่ข้างนอกนี่แหละ”
“พี่ยอดอธิบายให้ยิหวากระจ่างซะก่อนไม่ได้รึไง ว่าทำไมพี่ไม่เอาของนี่ไปให้เพื่อนพี่ด้วยตัวเอง”
ยิหวา สาวสวยเจ้าของใบหน้ารูปไข่เกลี้ยงเกลาหมดจด งดงามด้วยเครื่องหน้าซึ่งกอร์ปไปด้วยนัยน์ตาคม จมูกโด่งเล็กและริมฝีปากจิ้มลิ้ม ผิวขาวอมชมพูบนเรือนร่างเล็กบางเปล่งประกายใต้แสงแดดรังรองชูสิ่งของบางอย่างในถุงกระดาษที่ยอดชายยื่นให้เธอก่อนมาถึงไร่ชาแห่งนี้
เธอทำหน้าเอาเรื่องพี่ชายคนเดียวที่มักนำพาปัญหามาให้ครอบครัวเสมอ ยิหวาและยอดชายเป็นลูกของนักธุรกิจใหญ่ระดับไฮโซ ยิหวาเพิ่งจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศในขณะที่พี่ชายของเธอจบมาหลายปีแล้วแต่ไม่ยอมทำงานทำการแม้แต่จะช่วยธุรกิจที่บ้าน
ยอดชายเป็นคนกะล่อนและมักสร้างปัญหาให้พ่อกับแม่ของเธอปวดหัวเสมอ เป็นที่รู้กันว่าเขาติดการพนันและมักมีเจ้าหนี้ตามทวงไปที่บริษัทของครอบครัวบ่อย ๆ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้พ่อแม่ของเธอต้องตามชดใช้หนี้สินเป็นเงินกว่าสิบล้านบาทที่พี่ชายของเธอเอาไปถลุงในบ่อนพนัน
“ยิหวา” เขาถอนหายใจและทำหน้าเศร้าก่อนพูด “น้องฟังพี่นะ พี่ไม่ได้หลอกลวงใครหรืออะไรทั้งนั้น ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน น้องไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ”
“แต่พี่ก็ไม่ยอมบอกยิหวาว่าทำไมพี่ไม่ยอมไปพบนายคีรินทร์เพื่อนของพี่อะไรนั่นด้วยตัวเอง”
“ก็มันยังงอนพี่อยู่เลย เรื่องที่พี่ยืมของมันไป...นี่พี่พึ่งเอามาคืน เอ้อ...พี่กลัวว่ามันจะไม่พูดกับพี่น่ะยิหวา”
“เป็นเพื่อนกันทำไมจะไม่พูดกันล่ะคะ”
“น่า...อย่าถามมากเลย...เดี๋ยวยิหวาเอาของนี่ไปให้คีรินทร์ เพื่อนพี่ เขาเป็นเจ้าของไร่ชานี่แหละ อาจจะดุหน่อยแต่เขาไม่มีอะไรหรอก”
“พี่ยอดไม่ได้ทำอะไรผิดไว้แน่นะ”
“อืม...งั้นสิ” ยอดชายพยักหน้า ทำท่าทีขึงขัง “ยิหวารีบเข้าไป เสร็จธุระแล้วค่อยกลับออกมา พี่รออยู่ตรงนี้ล่ะ”
ยิหวาทำหน้าลังเลชั่วครู่ แต่เธอก็จะขอเชื่อพี่ชายคนเดียวดูสักครั้งถึงแม้มันจะมีบางอย่างไม่น่าไว้วางใจก็เถอะ
“โอเค...พี่ยอดรอยิหวาตรงนี้นะ เสร็จธุระแล้วยิหวาจะรีบออกมา”
ยอดชายพยักหน้าหงึก ๆ มองน้องสาวของเขาที่ก้มลงดูของในมือก่อนร่างเล็กบางในชุดกระโปรงยาวจะก้าวลงจากรถเอสยูวีคันใหญ่และเดินตรงไปยังบ้านไม้สักอันโอ่อ่า
ยิหวาก้าวเข้าไปจนกระทั่งถึงระเบียงของบ้านซึ่งโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเขียวขจีและเงียบสงบ เธอชะเง้อมองแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครอยู่ที่ตรงนั้นนอกจากลูกแมวเปอร์เซียตัวหนึ่งที่นอนอยู่บนพรมหน้าบ้านและทำสีหน้าเหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบริเวณบ้าน ตรงข้ามกลับแสดงออกเหมือนเบื่อหน่ายด้วยซ้ำ
“นี่...เจ้าเปอร์เซียขี้เซา แกรู้มั้ยว่าเจ้าของบ้านหลังนี้อยู่ที่ไหน”
ยิหวาก้มลงแล้วถามเจ้าแมวตัวน้อยขนปุยที่มันยังนอนขี้เกียจเป็นแมวเซา หญิงสาวย่นจมูกใส่มัน โดยปกติแล้วเธอไม่ชอบสัตว์เลี้ยง ยิ่งแมวด้วยแล้วมันเป็นสัตว์ที่น่าเบื่ออย่างที่สุดสำหรับเธอ
“ชิ...ถามก็ไม่ตอบ”
ไฮโซสาวเบะปากใส่ แต่เมื่อยืดลำตัวขึ้นและหันกลับไปยังประตูบ้านก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งยืนจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตลายตารางสวมกางเกงยีนส์เก่าขาดมองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าประหลาดใจก่อนจะถามขึ้นว่า
“ฉันชื่อสายไหมค่ะ เป็นลูกสาวของคุณอภิวัฒน์กับคุณเมริตา เจ้าของบ้านหลังที่คุณมาเป็นแม่บ้านนี่ล่ะค่ะ” “อ๋อ...แต่...เอ้อ...แล้วคุณไม่ทราบหรือคะว่าพ่อแม่ของคุณขายบ้านหลังนี้ทอดตลาดไปแล้วและตอนนี้เขาสองคนก็ไปอยู่ต่างประเทศ เอ้อ...อันนี้ดิฉันก็ทราบมาจากเจ้าของบ้านหลังใหม่อีกทีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณสายไหมมีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่าคะ...ฮัลโหล...คุณสายไหม...ฮัลโหล...” เสียงอีกฝั่งยังดังอยู่แต่สายไหมไม่รับรู้อะไรอีกเมื่อเธอวางโทรศัพท์เครื่องนั้นลงทั้งที่ยังไม่ได้ตัดสายทิ้งอย่างอ่อนแรง แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มห้าวดังมาจากเบื้องหลัง “แม่นกน้อย...ป่านนี้ทำไมยังไม่นอนอีก”&nbs
เชนนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว แล้วเขาก็อดใจไม่ไหวที่จะเลื่อนมือสากหนาลูบไล้ไปตามเนินทรวงสวย สายไหมหันกลับมามองเขาเต็มตาของเธอ ร่างแน่งน้อยหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเขาเริ่มเฟ้นฟอนไปบนอกกลมกลึงแสนสวยด้วยการฝังจมูกลงที่ร่องตรงกลาง “อือ...พอได้แล้วนะ นายเชน...ฉะ...ฉันว่าพอเถอะนะ” เธอพูดเสียงขาดเป็นห้วงขณะวางมือลงบนบ่ากว้างของเขา ก้มดูใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังซุกไซ้อยู่กับทรวงนุ่ม นายหัวเชนเหมือนเด็กเล็ก ๆ ที่กำลังซุกหน้ากับอกแม่ เขาดูน่ารัก แตกต่างจากวันแรกที่ได้พบ “นายเชน...บอกหน่อยได้ไหมว่า นายจะให้ฉันกลับบ้านเมื่อไหร่” คำถามที่แทรกขึ้นมาของสายไหมดูเหมือนเป็นการขัดจังหวะอารมณ์อันเร่
สายไหมร้องถามเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืน เขามองหญิงสาวที่นั่งกุมข้อเท้าอยู่ในน้ำ เธอพยายามกระถดบั้นท้ายกลับขึ้นไปนั่งบนลานหินด้วยใบหน้าแสดงความเจ็บปวด“ฉันจะซักผ้าที่เหลือนั่นให้เธอเอง นั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ”เขาว่าแล้วก็เดินลุยน้ำตรงไปยังตะกร้าผ้าที่วางอยู่ริมตลิ่งแล้วนำมันกลับมาวางไว้ข้างตัวหญิงสาว สายไหมมองนายหัวหนุ่มด้วยความรู้สึกสับสน ทำไมเขาต้องทำดีกับเธอแบบนี้ด้วยเธอมองเขาหยิบผ้าคนงานเก่า ๆ ในตะกร้าขึ้นมาซักทีละตัวสองตัว ถูขยี้จนมันสะอาดด้วยมือหนาหนักนั่น มองแล้วหญิงสาวก็ลอบยิ้มเพราะเธอได้เห็นอะไรบางอย่างที่ตั้งแต่อยู่มาที่นี่เธอไม่เคยได้เห็นนั่นคือเสี้ยวหน้าของนายหัวชาวใต้ที่เธอชอบสัพยอกเขาบ่อย ๆ ว่าซาตานใจทมิฬ กลับเป็นเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มแสนหล่อเหลาขยี้หัวใจซึ่งมันเต็มไปด้วยแง่มุมอันอบอุ่นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน กระทั่งเขาซักเสร็จก็หันกลับมายังเธอที่หลบสายตาคมคู่นั้นแทบไม่ทัน“ผ้าตะกร้านี้วางไว้ที่นี่ล่ะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอกลับไปที่บ้านก่อน”“พาฉันกลับไป” เธอโบ้ยนิ้วเข้าหาตัว “ยังไง?”
ร่างสูงใหญ่ทอดถอนหายใจก่อนซบลงบนแผ่นหลังขาวเนียนและสอดแขนเข้าไปกอดรัดหญิงสาวด้านหน้า กอบกุมปทุมถันของเธอไว้และบีบคลึงไปพร้อมลมหายใจอุ่นที่ราดรดบนต้นคอผุดผ่อง“อืม...แม่นกน้อยจ๋า...เป็นยังไงบ้าง มีความสุขมั้ย”เชนกระซิบกระซาบถามสายไหมซึ่งเธอก็หอบหายใจหนักไม่แพ้เขา ร่างกายของหญิงสาวเบาโล่งแม้จะเจ็บแปลบที่แกนกายบ้างเล็กน้อยแต่ก็เหมือนมันได้ถูกเติมเต็มจากบางสิ่งบางอย่างที่เธอโหยหา“ถามอะไรแบบนี้...ฉันหนาวจะแย่แล้วรู้มั้ย”สายไหมแสร้งเบี่ยงเบนไปพูดเรื่องอื่น ร่างแน่งน้อยยังหอบหายใจแต่เธอก็รู้สึกอับอายหากจะตอบคำถามเขา เธอจะบอกเขาได้อย่างไรกันว่าเธอมีความสุขจนแทบสำลักเลยทีเดียว“ไม่เห็นหนาวตรงไหน ฉันกอดเธออยู่นี่ไงแม่นกน้อย”เขากระซิบอยู่ด้านหลังพร้อมทั้งก้มลงจูบต้นคอที่ชื้นไปด้วยเหงื่อและน้ำ แต่กลิ่นหอมจากตัวของสายไหมทำให้เขาจูบเธออย่างย่ามใจและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนหญิงสาวร้องออกมาว่า“ปล่อยไหมได้แล้วนะ...ไหมจะได้สวมเสื้อผ้า อยู่แบบนี้เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าอายเขาแย่”“ถ้ามีคนมาเห็นเข





