Share

บทที่ 2

Penulis: Phat_sara
last update Tanggal publikasi: 2025-05-04 15:45:43

​“น้องคนเมื่อกี้หน้าตาเขาก็สวยนะซูกัสทำไมเขาถึงทำแค่งานเสิร์ฟล่ะ”

“พี่คริชไม่รู้เหรอคะว่าคนที่น่าสนใจถ้าทำตัวให้ตัวเองเข้าถึงยาก แต่ก็ยังตัวธรรมดาเท่าไหร่มันก็ยิ่งมีคนสนใจมากขึ้น”

“ยังไง?”

“ก็...ยิ่งยากก็ยิ่งแพงไงคะ”

“...เรื่องจริง” ไม่รู้ว่าผมจะเชื่อสิ่งที่ซูกัสบอกได้มากแค่ไหนก็เลยถามออกไปอีกครั้ง

“จะลองซื้อไหมล่ะคะ แต่ต้องรอนานหน่อยนะ คนนี้คิวเขายาวค่ะ” ซูกัสบอกด้วยสีหน้าจริงจังแล้วก็เอื้อมมือหยิบแก้วมาส่งให้ผมเหมือนเป็นการตัดบท

ผมฟังหูไว้หูก่อนครับ ไม่รู้ซูกัสพูดเรื่องจริงหรือใส่ร้ายเพราะท่าทางเธอก็ดูจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงคนนั้นเท่าไหร่ แต่ผมชักจะอยากรู้แล้วสิว่ามันจริงไหม ผมมันเป็นพวกอยากรู้ต้องได้รู้และผมจะเชื่อก็ต่อเมื่อผมได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง และผมก็คงจะพิสูจน์แน่นอน

-03.00 น.-

เฮ้อ! เสร็จงานแล้วโว๊ย! ชีวิตเด็กเสิร์ฟอย่างอีนับหมดวันที่แสนเหนื่อยล้าไปอีกหนึ่งวัน

ขณะนี้เวลาตี 3 แล้วค่ะฉันเพิ่งเดินออกมารอรถเมล์ที่ป้ายกว่าจะถึงบ้านกว่าจะได้นอนโน่นเลยเกือบสว่างดีนะที่เทอมนี้ไม่มีเรียนเช้าสักวิชาไม่งั้นอีนับเงินเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปตั้งแต่อาทิตย์แรกที่เปิดเทอมแล้วล่ะค่ะ

“น้องนับเงินคนสวยจ๋า~ ให้พี่จ๊อดไปส่งไหมจ้ะ” เสียงเปรต ๆ ที่คุ้นหูดังขึ้นมาทำให้ฉันต้องถอนหายใจออกมา พี่จ๊อดหรือไอ้พี่จ๊อดที่ฉันชอบเรียกในใจขับมอเตอร์ไซค์มาเทียบที่ป้ายรถเมล์แล้วก็ทำท่าทางเหมือนตัวเองหล่อประหนึ่งไอดอลเกาหลี

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบกลับโดยเหลือบตามองไอ้พี่จ๊อดแค่เสี้ยววินาทีแล้วก็ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ ชวนฉันทุกวันฉันปฏิเสธทุกวันไม่เหนื่อยบ้างรึไรไงวะ

“โธ่~ อย่าเย็นชาสิจ้ะคนดี พี่จ๊อดไปทำอะไรให้น้องนับเงินโกรธคะ” นั่นไงมาแล้วบทพูดมโน ชอบพูดเหมือนฉันโกรธมัน พูดอย่างกับเป็นแฟนกัน ได้ยินทีไรจะอ้วกแตกทุกที เหนื่อยกับงานแล้วยังต้องมาเหนื่อยกับมันอีก

นับวันเส้นความอดทนที่ฉันมีให้ไอ้พี่จ๊อดจะยิ่งบางลง ๆ จนแทบจะขาด ซึ่งฉันว่าอีกไม่นานหรอกค่ะ

“พี่จ๊อด นับจะไปโกรธอะไรพี่คะ” ฉันละสายตาจากโทรศัพท์มาคุยกับคู่สนทนาที่ไม่พึงประสงค์ด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่ให้มันดูน่าเกลียดเท่าไหร่

“ก็น้องนับดูหมางเมินกับพี่จ๊อดนี่คะ” มาแล้วค่ะ เริ่มจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ อีกนิดหนึ่งคนที่ผ่านมาได้ยินจะรู้สึกได้ว่าผัวเมียกำลังงอนกันเชื่อเหอะ

อ้อลืมบอกค่ะ ไอ้พี่จ๊อดเนี่ยเป็นบาร์เทนเดอร์ของผับ นางชอบคิดว่าตัวเองฮอตเพราะเป็นบาร์เทนเดอร์ และทำตัวเชิดใส่พนักงานชายคนอื่น แถมยังหลงตัวเองมาก ๆ ซึ่งความจริงแล้วนั้นไม่ได้มีอะไรให้น่าเชิดเลยสักนิด

“พี่จ๊อด...” ฉันกรอกตามองบนเพราะเส้นความอดทนเริ่มจะหมดแล้วจริง ๆ

“หรือที่นับเงินไม่ยอมให้พี่ไปส่งเพราะพี่ขับแค่บิ๊กไบค์ใช่ไหม เพราะพี่ไม่ได้มีรถยนต์หรู ๆ เหมือนคนอื่นใช้ไหม หึ! ผู้หญิง พอเราจนก็ถีบหัวส่ง” อ้าวเฮ้ย! กูไปถีบหัวส่งมึงตอนไหนวะ!

“พูดดี ๆ นะพี่จ๊อด” ฉันเริ่มเสียงแข็งใส่เพราะเวลาทำงานซึ่งทำที่นี่เป็นปีแล้วฉันมักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดจาต่อปากต่อคำกับใคร เห็นเงียบ ๆ คิดว่าจะมาลามปามยังไงก็ได้เหรอ

“พี่พูดไม่ดีตรงไหน ใช่สิไอ้จ๊อดมันขับแค่บิ๊กไบท์ ไม่ได้พาเธอนั่งรถยนต์ติดแอร์สบายนี่”

“โอ๊ย! อะไรนักหนาวะ อย่ามาพูดจาเรื่อยเปื่อยนะพี่ คำพูดพี่จ๊อดนี่จะดูถูกนับมากไปแล้วนะ” ฉันทนไม่ไหวพูดออกมาเสียงดังใส่หน้าไอ้พี่จ๊อด ซึ่งเขาก็ดูจะตกใจกับท่าทางของฉันเหมือนกัน แม่งพร่ำเพ้อแต่ละคำบ้าบอคอแตกไปกันใหญ่แล้ว

“อย่ามาขึ้นเสียงใส่พี่นะนับเงิน!” พอเห็นฉันเสียงดังใส่ไอ้พี่จ๊อดก็ยิ่งเสียงดังกว่า ไม่รู้มันจะทำอะไรฉันไหม แถวนี้ยิ่งเปลี่ยวอยู่ด้วย

“ก็พี่มาพูดจาแย่ ๆ ใส่นับก่อน!” ถึงจะเริ่มกลัวแต่ใจยังไหวค่ะ ยังไม่โดนมันทำอะไรก็แกร่งต่อไป ไม่ไหวค่อยวิ่ง

“ก็มันจริงพี่ชวนกลับกับพี่กี่ครั้งน้องนับเงินก็ปฏิเสธตรลอด รังเกียจบิ๊กไบท์มากรึไง นี่คันละเป็นแสนนะ” พอฉันว่ากลับเขาก็เริ่มอ่อนลง คงจะรู้ตัวแต่ก็ยังไม่ทิ้งลาย นอกจากหลงตัวเองแล้วยังขี้อวดอีกด้วย อยากตะโกนใส่หน้าดัง ๆ ว่า เรื่องจริงคือกูรังเกียจมึงค่ะไม่ใช่รถ!

“พี่! อย่ามาดูถูกนับ นับนั่งรถเมล์เก่า ๆ กลับบ้านทุกวัน แต่ที่นับปฏิเสธพี่ไม่ใช่เพราะนับรังเกียจรถมอเตอร์ไซค์แต่นับไม่ชอบพี่! ชัดไหม!” หมดแล้วค่ะความอดทนก็เลยตะโกนใส่หน้าไอ้พี่จ๊อด บาร์เทนเดอร์สุดหล่อสุดฮอตที่มีแค่เจ้าตัวที่รู้สึกแบบนั้นไปเองคนเดียวดังลั่นป้ายรถเมล์

“นะ นับเงิน...” เหอะ! อึ้งค่ะ พอโดนพูดตรง ๆ ใส่หน้าพ่อสุดฮอตถึงกับหน้าซีดหน้าถอดสี รับไม่ได้สินะที่โดนบอกตรง ๆ

“พี่จ๊อดเลิกมาวอแวกับนับสักที ขอร้องเถอะนะ” ฉันพยายามพูดเสียงอ่อนลง เหนื่อยกับงานแล้วยังต้องมาเหนื่อยกับอะไรอีกก็ไม่รู้

“หึ! ไม่ชอบพี่งั้นเหรอ ฮะ! ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธพี่นะนับเงิน พี่สนใจแค่เธอคนเดียวไม่เคยสนใจผู้หญิงคนอื่นที่ทอดสะพานให้เลยสักคนเธอไม่รู้รึไง!” เอาแล้วมาอีกแล้วจ้า เฮ้อ! มึงจะมโนขี้โม้ไปถึงไหนวะ? มึงดูละครมากไปใช่ไหม

“ขอบคุณความรู้สึกดี ๆ ที่มอบให้นะพี่ แต่นับคงรับไว้ไม่ได้หรอก”

“ดี! ในเมื่อให้เป็นแฟนดี ๆ ไม่ชอบก็อย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะนับเงิน อยากเล่นบทตบจูบใช่ไหม!”

“ว๊าย! ปล่อยนะพี่จ๊อด!” พอไอ้พี่จ๊อดมันพูดเสร็จก็ตรงเข้ามากระชากข้อมือฉันประหนึ่งว่าตัวเองกำลังเล่นบทนายหัวสุดเถื่อนอยู่ ฮื่อ~ ตายกูตาย!

“ไม่! วันนี้แหละพี่จะทำให้นับเงินเป็นเมียพี่ ดูสิจะรังเกียจผัวตัวเองไหม!” พอมันพูดแบบนั้นใจฉันแทบจะตกลงไปกองที่พื้นซีเมนต์ ฉันคิดว่าเขาแค่หลงตัวเองไปตามประสาแต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วค่ะ ไอ้พี่จ๊อดบ้าแล้วก็โรคจิตไปแล้ว

“กรี๊ด! ปล่อยนะพี่จ๊อด ปล่อย!” ฉันโดนไอ้พี่จ๊อดฉุดกระชากลากถูไปทางรถมอเตอร์ไซค์ของเขา ที่จริงจะกระโดดลงจากรถมันทีหลังฉันก็กล้าทำนะคะ แต่ที่ขัดขืนและกรี๊ดอยู่ตอนนี้เพราะโดนมันสัมผัสแล้วก็ลวนลามมากกว่า มือมันมาโอบเอวฉันแล้วด้วย กรี๊ด!

ปี๊น ๆๆ

ฉันโดนมันลากมาที่รถเรียบร้อยและกำลังจะจะดึงฉันขึ้นนั่ง แรงเยอะอย่างกับควายจริง ๆ ค่ะ ฉันสู้แรงมันไม่ไหวในจังหวะนั้นก็มีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ด้านหลังมอเตอร์ไซค์ไอ้พี่จ๊อดแล้วก็บีบแตรใส่ มีคนมาช่วยฉันแล้วใช่ไหม

“ปล่อยเดี๋ยวนี้พี่จ๊อดไม่งั้นนับจะให้คนเรียกตำรวจ!” ฉันพยายามบิดมือออกจากไอ้พี่จ๊อดแต่ไม่สำเร็จ สายตาก็คอยมองไปทางรถว่าเมื่อไหร่จะลงมาช่วยฉันสักที

“ไม่! เดี๋ยวพี่จะทำให้น้องนับเงินหลงพี่หัวปักหัวปำเลยคอยดู!”

“กรี๊ด! ไอ้จ๊อด! ไอ้ชั่ว! ปล่อยสิโว๊ย!” ฉันกรี๊ดลั่นอีกครั้งเพราะไอ้พี่จ๊อดมันกระชากฉันเข้าไปชนอกของมันแล้วก็รวบเอวฉันไว้ ฮือ~ มึงจะสเต็ปพระเอกนิยายน้ำเน่าไปไหนวะ!

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!” ฉันหันไปทางรถยนต์คันนั้นที่ประตูฝั่งคนขับได้เปิดออกเรียบร้อยแล้วฉันว่าเขาคงดูเชิงว่าเป็นผัวเมียทะเลาะกันรึเปล่าถึงได้ยังไม่ลงมาแน่นอน

“ปล่อยผู้หญิง” เพราะแสงไฟหน้ารถมันส่องตาทำให้ไม่เห็นหน้าตาของคนที่ลงจากรถแต่เสียงหล่อมาก เสียงหล่อและคุ้นหูยังไงก็ไม่รู้

“อย่าเสือกเรื่องของผัวเมีย!”

“ไม่ใช่นะคะไอ้นี่กำลังจะลวนลามฉัน” ฉันรีบสวนกลับไปขออย่าให้คนคนนี้เชื่อว่าเป็นผัวเมียเลยเถอะไม่งั้นอีนับเงินตายแน่ ๆ และเหมือนผู้ชายที่มาใหม่จะไม่ได้ปักใจเชื่อ เขาเดินมาทางฉันพอพ้นระดับแสงไฟก็เลยทำให้เห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้นพร้อมกับเสียงของเขาที่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“เธอ...เป็นเมียไอ้บาร์เทนเดอร์นี่เหรอ?” คุณคริช! แฟนในมโนของอีนับเงินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แล้วก็ทำหน้าสงสัยเล็กน้อยฉันเลยรีบส่ายหน้าตอบ

“ไม่ใช่รค่ะ”

“รู้จักกู?” ไอ้พี่จ๊อดถามคุณคริชแล้วก็เชิดหน้าขึ้น โถ~ ไอ้คนดัง!

“รู้ มึงเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ XY” ฮือ~ สุดหล่อขาอย่าเพิ่งไปสนทนากับมัน มาช่วยอีนับก่อนโว๊ย!

“หึ ๆ” ไอ้พี่จ๊อดยิ่งเชิดหน้ากว่าเก่าที่มีคนรู้จักมัน

“ที่จริงกูไม่อยากจำมึงหรอกนะแต่มึงชงเหล้าห่วยแตกกูเลยต้องจำแล้วสั่งเด็กเสิร์ฟว่าไม่ให้มึงชงให้กู” คุณคริชตอกกลับด้วยคำพูดที่สะเทือนพุงนับเงินมากค่ะ โดนดูถูกในสายอาชีพขนาดนี้ไอ้พี่จ๊อดปั่นป่วนแน่ยิ่งเป็นคนหลงตัวเองอยู่ด้วย

“ไอ้เหี้ย! เจอกูตัวต่อตัวไหมวะ” มันตะโกนด่าแต่มือยังโอบฉันไว้แน่นจนฉันต้องหันไปมองหน้าคุณคริชด้วยแววตาขอร้อง จะตีกันก็ได้แต่เอามือไอ้นี่ออกจากเอวฉันก่อนเถอะ T^T

“ปล่อยผู้หญิงก่อนแล้วมาเจอกับกู” คุณคริชยักคิ้วให้ข้างหนึ่ง ถึงตอนนี้ฉันจะไม่ค่อยโอเคกับการโดนไอ้พี่จ๊อดกอดแต่พอเจอท่าทางแบดบอยของเขาแล้วบรรยากาศมันดีขึ้นแบบแปลก ๆ

“กูไม่ปล่อยนี่เมียกู”

“ไอ้จ๊อด!” มันพูดหน้าไม่อายฉันเลยหันไปตะโกนด้วยความโกรธพร้อมพ่นน้ำลายเป็นฝอยใส่หน้าไปด้วย

“ถ้าเมียมึงต่อให้มึงไม่กอดเขาก็กลับไปกับมึงอยู่ดี จะเอาไงอย่าลีลา” คุณคริชพูดพร้อมกับเริ่มปลดกระดุมที่แขนของเสื้อเชิ้ตแล้วก็พับขึ้นช้า ๆ แต่ไอ้พี่จ๊อดเหมือนจะเริ่มเขวเพราะท่าทางของคุณคริชดูจะไม่ใช่มวยวัด

“มึงมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยอย่ามาเสือกเรื่องของผัวเมีย! กูไม่มีเวลาไปเตะมึงหรอกไอ้สำอางกูจะพาเมียกูกลับไปนอน”

“อืม...” เอ้า! พอไอ้พี่จ๊อดพูดแบบนั้นคุณคริชก็พยักหน้าแล้วก็หมุนตัวกลับไปทางรถซะงั้น อ้าวเฮ๊ย! ฉันได้แต่ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้นจนพูดอะไรไม่ออก บทจะไปก็ไปง่าย ๆ เลยเนี่ยนะ แล้วจะเสียเวลาลงจากรถทำไมวะ!

“หึ! นึกว่าจะแน่” ไอ้พี่จ๊อดพูดไล่หลังในตอนที่ไอ้คุณคริชเปิดประตูรถส่วนอีนับเงินก็กำลังอึ้งปนผิดหวังเพราะผู้ชายที่แอบชอบดันสันดานแบบนี้ แม่งเอ๊ย! ลงมาช่วยให้ดีใจตั้งหนึ่งนาทีเพื่ออะไร!

“กูง่วงจะรีบกลับไปนอน” ไอ้คุณคริชก้มลงไปเหมือนจะขึ้นรถแล้วก็เงยหน้ามาบอกไอ้พี่จ๊อด เชิญเถอะไอ้หล่อไร้น้ำใจ ง่วงก็เชิญกลับไปกินนมห่มผ้านอน!

“ก็ไปสิวะ!”

“หึ ๆๆ กูรู้ แต่กูยังไม่เสร็จธุระนี่หว่า” ไอ้หล่อไร้น้ำใจนั่นพูดแล้วก็ยิ้มใส่ไอ้พี่จ๊อดก่อนที่จะชูวัตถุสีดำวาวที่ฉันเห็นแล้วขาแทบจะอ่อนแรงในทันทีมาทางไอ้พี่จ๊อดและฉัน

“กูง่วงมากเพราะฉะนั้นปล่อยผู้หญิงซะไอ้ลูกหมา กูไม่มีเวลาเตะปากมึงตอนนี้ ถ้ายังไม่ปล่อยกูจะใช้เครื่องทุ่นแรง” เขาพูดขึ้นมาทำให้ไอ้พี่จ๊อดเริ่มหน้าซีด

“ยะ อย่ามาขู่กู!”

“รึมึงจะลองวะไอ้ชงเหล้าห่วยแตก” คุณคริชสุดหล่อพูดแค่นั้นก็ดึงแมกกาซีนที่เอาไว้ใส่กระสุนออกจากด้าม แล้วโชว์ให้ไอ้พี่จ๊อดดูว่ามันมีกระสุนเต็มลำก่อนที่จะใส่เข้าไปใหม่แล้วก็ยกปืนเล็งมาที่ไอ้พี่จ๊อดอีกครั้ง

“กูไม่ขู่ แล้วกูก็ไม่กลัวกฎหมาย มึงเป็นผีแล้วก็มาตามดูด้วยว่ากูจะเข้าคุกรึเปล่า” น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่พูดออกมาขนาดไม่ได้พูดกับฉันฉันยังเสียวสันหลังวาบ และถัดจากเสียวสันหลังคือการโดนผลักสันหลังแทน

“โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจเพราะโดนผลักแบบไม่ทันได้ตั้งตัวจนแทบล้มหัวคะมำ

“ฝากไว้ก่อนเหอะมึง!”

ปัง!!!

“กรี๊ด!!!” พอไอ้พี่จ๊อดตะโกนแล้วก็ชี้หน้าใส่คุณคริชด้วยความเจ็บใจเสียงปืนมันก็ดังสนั่นขึ้นมา แล้วฉันก็ไม่ได้ตาฝาด กระตุนมันยิงเฉียดขาไอ้พี่จ๊อดไปแค่นิดเดียว

“อันนี้กูขู่ แต่ถ้าเห่าไม่เลิกกูจะยิงจริง” คุณคริชพูดขึ้นเรียบ ๆ แล้วก็ยกปืนขึ้นมาในระดับเดียวกันกับหัวไอ้พี่จ๊อด โคตรโหด โหดมาก

“ปะ ไปแล้วครับ พี่อย่า ยะ อย่านะพี่” ไอ้พี่จ๊อดรีบพูดตะกุกตะกักพร้อมยกมือไหว้คุณคริชแล้วก็รีบเดินกึ่งวิ่งเหมือนคนขาอ่อนแรงไปข้างทาง อ้าวเฮ๊ย! มอเตอร์ไซค์มึงอยู่นี่

“ฟู่ว!” ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกแต่ก็ยังอกสั่นขวัญผวาไม่หาย เกิดมายังไม่เคยเห็นปืนมันลั่นไกต่อหน้าเลยสักครั้ง แล้วถึงได้หันไปมองหน้าคุณคริชที่โยนปืนเข้าไปในรถแล้วก็หันมามองหน้าฉัน

“ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้ฉันคงแย่” ฉันยกมือไหว้ขอบคุณเขา แต่บอกตามตรงว่าไม่กล้าสบตาทั้งเขินทั้งกลัวแล้วตอนนี้

“อื้ม ทำไมไม่รีบกลับบ้านล่ะมาทำอะไรตรงนี้” พอเขาถามมาใจมันก็เต้น คนหล่อมากไงคะ คนหล่อที่แอบชอบมาคุยกับเราเลยนะคะ มาคุยแบบไม่ทันได้เตรียมใจจะไม่ให้ใจเต้นรัวได้ยังไง >///<

“เพิ่งเลิกงานเลยมารอรถเมล์ค่ะ” ฉันตอบเบาๆ และพยายามหาคีย์เสียงที่สวยที่สุด

“ขึ้นรถสิเดี๋ยวไปส่ง” เขาพูดขึ้นมาทำให้ฉันรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันทีถึงแม้ในใจจะแทบกรี๊ดออกมา

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรถเมล์ก็มาแล้ว”

“ขึ้นมาเถอะน่า ฉันง่วงไม่มีเวลามานั่งเฝ้าเธอจนขึ้นรถเมล์หรอกนะ รถไอ้นั่นก็ยังอยู่เดี๋ยวมันก็กลับมาอีกหรอก”

“บ้านฉันอยู่ไกลค่ะ” ฉันพยายามหาข้ออ้างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรบกวนเขา

“โอเค”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันยิ้มขอบคุณแต่ก็สบตาเขาได้แค่นิดเดียว

“อื้ม ถ้างั้นก็มีสองทางเลือกจะ ให้ฉันไปส่งที่บ้านเธอหรือเธอจะไปนอนบ้านฉัน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 121

    “อ๋อ สินสอดไงครับ”“อ้าว พี่คริชไม่เอาไปเก็บเหรอคะ”“เก็บทำไมไม่ใช่ของพี่ สินสอดหนูก็ต้องให้หนูเก็บสิครับ คนของคุณแม่ที่ดูแลสินสอดในงานเขายกเข้ามาให้”“ของนับอะไรคะของพี่คริชต่างหาก รีบเก็บเลยค่ะมันอันตราย” ฉันรีบบอกพี่เขาที่เอาแต่พูดเล่น ถ้าบอกว่าเป็นกระเป๋าสินสอดฉันก็อยากให้รีบเก็บในที่ปลอดภัย คือ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 120

    “ยังไม่เคยทำได้สักครั้งเลยนะคะพี่คริช นับกินยาคุมดีกว่าค่ะ แล้วนั่นถุงอะไรคะถุงร้านขายยารึเปล่าทำไมมันใบใหญ่จังเลย” ฉันเพิ่งสังเกตเห็นถุงที่พี่คริชวางไว้ที่โต๊ะ ถุงจากร้านขายยาแต่ใบใหญ่ ไม่รู้พี่คริชเป็นอะไรรึเปล่า“อ๋อ ถุงของใช้ส่วนตัวพี่ หนูอยากดูไหม” พี่คริชยิ้มแล้วก็ยื่นถุงร้านขายยามาให้ฉัน ของใ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 119

    ​“ว่าไงครับ แต่งงานกับพี่ได้ไหม เราแต่งงานกันนะ” พี่คริชกอดฉันพร้อมกับจูบที่ผมแล้วก็พูดออกมา น้ำเสียงของเขามันมีแต่ความอบอุ่น ฉันอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ยิน เฮียเร่งให้ตอบน้องก็อยากตอบ อยากตอบตั้งแต่เฮียพูดคำแรกแล้วแต่มันมัวแต่ตะลึงตื่นเต้นดีใจร้องไห้น้ำตาไหลพรากเลยไม่ทันได้ตอบไงคะ“แต่งค่ะ นับจะแต่งงาน

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 118

    หมับ!“ไม่ต้องกิน” พี่คริชคว้าข้อมือฉันที่กำลังจะลุกวิ่งเอาไว้พร้อมกับพูดเสียงแข็ง“คะ?” พูดมาว่า ไม่ต้องกิน แสดงว่าพี่เขาเข้าใจสินะว่าฉันหมายถึงอะไร“พี่บอกว่าไม่ต้องกินไงครับ ห้ามกินพี่ไม่ให้หนูกิน”“กินฉุกเฉินแค่วันนี้แล้วค่อยกินแบบปกติค่ะ ไม่ได้กินยาคุมฉุกเฉินมานานแล้วไม่อันตรายหรอกนะคะ” ลืมไปค่

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 117

    ไม่อยากจะบอกแต่ก็ต้องบอกว่าสาว ๆ ที่นี่จ้องพี่คริชตาเป็นมันกันทั้งนั้น ซึ่งมันก็เรื่องปกตินะคะไม่มองสิแปลกผู้ชายของนับเงินหล่อลากไส้ หล่อระทดนกเขาระทวยขนาดนี้ ฮ่า ๆๆ“คริช~ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ นีน่าคิดถึงจังเลย” นั่งสวีทกันได้สักพักก็มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ใส่ชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินเข้ามาทักพี่คริช อื้อ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 116

    “เลิกหื่นก่อนค่ะ หิวรึยังคะ” ฉันดุเบา ๆ แล้วก็ถามพี่คริชที่กำลังเอามือมาปัดปอยผมให้ฉัน“หิวแล้วครับ แต่ที่จริงขอไข่ลวกสัก 10 ฟองกับนมสัก 2 ก็น่าจะพอนะ” พี่คริชบอกแล้วก็ลดสายตาลงมองหน้าอกของฉัน“พี่คริช!”“ฮ่า ๆๆ ไม่เขินสิที่รัก มา ๆ มาให้ผัวโอ๋เร็ว” พี่คริชหัวเราะอารมณ์ดีแล้วก็ดึงฉันไปกอด นึกว่าจะจบ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 97

    “ทุกคนรอได้นะจ๊ะ”“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะคุณแม่ ไปทานข้าวกันดีกว่านะคะ นับเองก็ทำไปหิวไปตอนนี้ทนหิวไม่ไหวแล้วค่ะ” ฉันฉีกยิ้มอ้อนท่าน คุณแม่เลยยอมตามใจ“ทานอะไรกันครับทุกคน” ในระหว่างที่พวกเรากำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ก็มีเสียงของพี่คริชดังขึ้น ฉันถึงกับถือช้อนค้างกลางอากาศไม่คิดว่าพี่คริชจะมา ไม่รู้เป็นแ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 95

    ​“อย่าให้ผมเห็นพวกคุณสองคนมาทะเลาะกันที่บริษัทผมอีก ไม่งั้นผมจะแจ้งมหาลัยของพวกคุณแล้วส่งตัวกลับ!”ฉันยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเพราะไม่มีแรงจะทำอะไร ส่วนซิลเวียร์ก็รีบเผ่นไปตั้งแต่ที่พี่คริชพูดจบแล้ว“น้องนับ”“พี่ขนม...ฮึก” ฉันหันไปตามเสียงที่เรียกชื่อถึงได้เห็นว่าเป็นพี่ขนมที่ยืนมองฉันอยู่ พอเห็นพี่ขนมเท

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 94

    ส่วนพี่คริชฉันไม่เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้น ไม่รู้เขาจะโกรธหรือเกลียดฉันมากแค่ไหนแล้วฉันไม่กล้าเดาหรอก แต่ไม่เป็นไรค่ะฉันยอมรับได้ถ้าหากเขาจะรู้สึกเกลียดฉันเพราะฉันทำตัวเองทั้งนั้น ความเห็นแก่ตัว ความงี่เง่า ความคิดการกระทำบ้า ๆ มันทำให้ฉันเสียผู้ชายที่แสนดีแล้วก็รักฉันที่สุดไปแบบที่ฉันไม่กล้าเสนอหน้าไ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 93

    “มีปัญหาอะไรวะเฮีย ทะเลาะกับนับเงินเหรอ” เควินมันเดินเข้ามานั่งที่โซฟาตรงข้ามผมแล้วก็มองผมด้วยสายตาจริงจัง“อืม”“นี่อย่าบอกนะว่านั่งอยู่แบบนี้ตลอด?”“อืม”“เฮ้อ! ตอบกูหน่อยสิวะ ตอบแค่อืมกูจะช่วยอะไรมึงได้ไหม”“กูเลิกกันแล้ว” ผมมองหน้ามันแล้วก็ตอบ แม่งพูดคำนี้แล้วก็เจ็บ“อืม ไม่แปลกใจหรอกเฮีย แม่งหา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status