Mag-log inเขาทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ กัดกรามแล้วพ่นลมหายใจออกมา สุดท้ายเขาก็ไม่เคยชนะอะไรเธอได้สักอย่าง ตั้งแต่วันแรกที่สบตาในชั้นเรียนอนุบาล จนถึงวันนี้
ภาพเด็กหญิงลูกเสี้ยวไทยอเมริกันตัวเล็กผมหยักลอนสีน้ำตาลอ่อน ดวงตากลมโตริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูสดในชุดกระโปรงสั้นน่ารักเดินไปมาแล้วเลือกของเล่นที่ตัวเองสนใจมาวางไว้เบื้องหน้าของเด็กชายที่มีดวงตาสีน้ำตาลหวานทำให้ใบหน้าดูน่ารักกว่าเด็กผู้ชายคนอื่น แล้วยื่นให้เขาเล่นด้วย ทั้งที่มันไม่ใช่กิจกรรมของเด็กผู้ชายสักนิด
แต่ดวงตากลมโตน่ารักคู่นั้นที่มองเขาด้วยความหวังและมีเขาเพียงคนเดียวที่เป็นเพื่อนและเป็นที่พึ่งในสังคมที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธและทอดทิ้งเธอไว้เพียงลำพังได้เลยสักครั้ง
“เราเล่นอันนี้กันไหม” เสียงเจื้อยแจ้วเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงเจ้าของภาษาเอ่ยถามเพื่อนเพียงคนเดียวในชั้นเรียนอนุบาล
“อืม เอาสิ”
สุดท้าย เด็กชายเซบาสเตียนก็ต้องเล่นของเล่นที่เด็กหญิงเพียงพัชร์ชอบในคลาสเรียนอนุบาล และต้องไปหาเธอถึงคฤหาสน์ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ จนทั้งคู่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น การใช้ชีวิตในช่วงวันหยุดจึงเปลี่ยนไป แต่ความสนิทสนมในฐานะเพื่อนรักและคู่กัดยังมีเท่าเดิม
“อืม ก็ได้ ตามใจเธอ แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะ ว่าฉันจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อลากมันเข้าคุกให้ได้”
“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว คนของฉันก็ช่วยนายหาหลักฐานพวกนั้นอยู่”
“ไม่ว่ามันจะเก็บซ่อนหลักฐานไว้ที่ไหน ไม่ว่ามันจะฆ่าพยานตายไปกี่คน ฉันก็จะหาพวกมันให้เจอ”
“เราต้องเจอ ฉันมั่นใจ”
“ขอบใจนะ”
เอ่ยออกมาอย่างซึ้งใจที่เธอไม่เคยทอดทิ้งเขา แม้จะผ่านช่วงเวลาวัยรุ่นที่ทะเลาะขัดใจจนจากเพื่อนเล่นแทบจะกลายเป็นคู่ปรับ แต่เมื่อหันไปมองเมื่อไรก็จะมีเธออยู่ข้างกายเขาเสมอ เหมือนกับที่เขาอยู่ข้างกายเธอเสมอมาเช่นกัน
“ไม่เป็นไร ว่าแต่นายเถอะ สองคืนที่ผ่านมาหายเงียบไปเลย นอนหลับได้ปกติหรือเปล่า”
“อืม คืนแรกกลับไปนอนที่เซฟเฮาส์ เมื่อคืนนอนเพนต์เฮาส์ เมซี่มานอนด้วย”
เพียงพัชร์พยักหน้ารับรู้ การที่เขากลับไปนอนที่เซฟเฮาส์ ย่อมมีนางพยาบาลสาวสวยเป็นที่ระบายและกล่อมเขานอน คงจะหลับสบายถึงเช้า
และการที่เขามีนัดกับเมซี่ อดีตคนรักของผู้ชายที่พ่อเธอปลื้ม เขาย่อมมีกิจกรรมโลดโผนตามประสาชายหนุ่มเพื่อรีดเหงื่อ และนั่นก็คงทำเขาหลับสบายเช่นกัน
แต่ทำไมใต้ตาเขายังดำคล้ำ ใบหน้าหล่อเหลายังดูอิดโรย หรือว่า...
“นายทำมากไปหรือเปล่าเซบ หน้านายโทรมมาก เหมือนซอมบี้”
“เธอก็พูดเกินไป ฉันเป็นคนนะ ทำไม่กี่ครั้งก็พอมั้ง แต่มันก็นอนไม่ค่อยหลับหรอก หลับ ๆ ตื่น ๆ ทั้งคืน ก็เธอยึดยาฉัน นอนไม่ค่อยหลับเลย เห็นไหม”
“นายกำลังจะติดยานอนหลับ นายควรหาอย่างอื่นทำ เช่นออกกำลังกาย หรือทำอะไรให้ตัวเองผ่อยคลาย ไม่ใช่หาเรื่องปวดหัวเวลาสาว ๆ นายมาตีกัน”
“ฉันออกกำลังกายทุกวัน กล้ามฉันยังไม่แข็งพออีกเหรอ ส่วนเรื่องสาว ๆ ทำไงได้ ก็คนมันขี้เบื่อ”
“อยากรู้นัก ว่าเมียนายจะเป็นคนแบบไหน”
“คบกันมาตั้งนาน เธอน่าจะรู้นะ ว่าฉันชอบผู้หญิงแบบไหน”
ดวงตาคู่คมฉายแววแปลกประหลาด แต่เพียงพัชร์ไม่ได้ใส่ใจตรงนั้น เธอเม้มปากครุ่นคิดว่าผู้หญิงที่เขาชอบเป็นแบบไหน ซึ่งคำตอบที่ได้คือ เขาชอบผู้หญิงสวย เปรี้ยว มั่นใจ และดูจะดื้อนิด ๆ เอาแต่ใจตัวเองหน่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยตามใจหรือเอาใจใครเลยแม้แต่คนเดียว
“น่าจะชอบแบบเมซี่ที่สุด ถึงขั้นแย่ง สส.มาร์คัสมาเลยนี่”
“ปกติฉันไม่ชอบยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่น แต่กับเมซี่ เป็นข้อยกเว้น”
เขาหมายถึงเพราะเมซี่เป็นหมากตัวสำคัญที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จและเอาชนะอาของเขาได้ แต่เธอกลับคิดไปอีกทาง
“ชอบมากสินะ งั้นก็คงเป็นคนนี้แหละ” เธอหมายถึงภรรยาของเขาในอนาคต คงไม่พ้นผู้หญิงที่เขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อแย่งชิงมา
“อะไรเหรอ”
“เปล่า”
“เออ ว่าแต่ใครทำให้อารมณ์เสีย เธอถึงหน้างอโวยวายตอนฉันเข้ามา”
“ก็พ่อน่ะสิ พอฉันไม่รับสายก็โทรหาเดมอน สั่งอะไรวุ่นวายไปหมด บอกว่าไม่ว่างก็ไม่ยอมเชื่อ”
เซบาสเตียนขมวดคิ้ว ปกติเพียงพัชร์รักและเชื่อฟังพ่อมาก น้อยครั้งจะได้ยินเธอบ่นถ้าพ่อไม่ได้เข้ามาวุ่นวายเรื่องของเธอกับผู้ชายที่เข้ามาจีบ แต่วันนี้ถึงกับไม่ยอมรับสาย คงเป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าหญิงแห่งเวกัสจอมเอาแต่ใจอารมณ์ขึ้นได้ไม่น้อย
“ทะเลาะกันเหรอ”
“เปล่า พ่อสั่งให้ฉันไปกินข้าวกับผู้ชายน่ะสิ”
“ใคร” เอ่ยถามพร้อมขมวดคิ้ว
“คุณมาร์คัส คนที่นายไปแย่งแฟนเขามานั่นแหละ”
กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูน สายตาที่เคยเย็นชาวาววับ
“หมอนั่นมายุ่งอะไรกับเธอ หรือจะเอาคืนฉันด้วยการมาจีบเธองั้นเหรอ”
“คิดอะไรเนี่ย เขาเป็นลูกชายของ สว.เฮนรี่ที่พ่อฉันสนับสนุนงบหาเสียงไง ก็เลยได้รู้จักกัน อีกหน่อยฉันกับเพิร์ธก็คงต้องดีลกับเขาต่อแทนรุ่นพ่อ”
“พ่อเธอเลยอยากให้เธอคบกับเขางั้นเหรอ”
“อืม พ่อบอกเขาดีพอจะดูแลฉันได้ พ่อหาว่าฉันแก่เกินไปที่จะมัวมาเรียนรู้ผู้ชายไปทั่วเหมือนเดิมแล้วด้วย” คนสวยหน้าหงิก
แม้ครอบครัวจะมีอำนาจมากในฐานะตระกูลมาเฟียเก่าแก่ ทั้งยังเป็นมหาอำนาจเพราะมีกาสิโนที่ยิ่งใหญ่อยู่ในครอบครอง แต่มาร์คัสก็ดีพอที่พชรจะยกลูกสาวสุดที่รักให้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของผู้มีอิทธิพลในทุกด้านอย่างนักการเมืองตระกูลเวนส์ แถมถ้าแต่งงานกัน ความสัมพันธ์นี้ยังเอื้อประโยชน์ให้กับโรงแรมและกาสิโนได้อีกเยอะ
“เธออายุแค่สามสิบสอง” เพื่อนรักเข้าข้างกัน
“ก็ใช่ แต่พ่อไม่คิดแบบนั้น ฉันไม่เคยเห็นพ่อบังคับฉันอย่างจริงจังแบบนี้มาก่อนเลย ไม่รู้หมอนั่นมีอะไรดี” แม้จะพอรู้เหตุผล แต่ในใจมันคัดค้าน
“ไม่ชอบเหรอ” เลิกคิ้วถาม
“ไม่อะ เขาหล่อไม่ได้ครึ่งของผู้ชายที่ฉันเคยควงเลยด้วยซ้ำ”
“เธอก็มองผู้ชายแค่เปลือกนอก ถึงได้เปลี่ยนแฟนไปเรื่อยไง” ดวงตาคมกริบวาบขึ้น ก่อนมอดดับลงไปในเสี้ยววินาทีนั้น
“ก็ฉันชอบคนหล่อ เหมือนนายที่ชอบคนสวยไง”
“เหอะ เธอถึงรับไอ้หมอนั่นมาเป็นเลขา” บ่นไปถึงเลขานุการของเธอที่เป็นชายหนุ่มรูปหล่อ แถมขี้อ่อยอีกต่างหาก
“แหม ทำงานเครียด ๆ มีอะไรสดชื่นให้มองบ้างมันก็ดี แต่ฉันไม่ได้ยุ่งกับลูกน้องสักหน่อย ไม่คิดแตะด้วย ไม่ต้องมามองเลย”
“สรุปว่าไง ต้องไปเดตกับหมอนั่นเหรอ”
ยังไม่ทันได้ตอบคำถาม โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นเตือนสายเรียกเข้า คนสวยถอนใจพรืด สุดท้ายก็ยอมกดรับ
“ค่ะพ่อ เพชรบอกแล้วไงคะว่าวันนี้เพชรงานยุ่งมากเลย มื้อเที่ยงไม่ไหวหรอกค่ะ ส่วนมื้อเย็นเพชรก็มีนัดแล้วด้วย” เธอพูดกับพ่อเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งที่ปกติเวลาพูดกับคนในครอบครัวมักจะใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร
เงียบฟังคำพูดของพ่อยาวเหยียด สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจแล้วตอบรับกลับไปเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
“ค่ะ พ่อ เพชรจะไปงานประมูลเครื่องเพชรการกุศลกับเขา” พูดจบก็วางสาย
“มีอะไรเหรอ” เพราะไม่ได้ยินปลายสาย จึงต้องเอ่ยถาม
“พ่อสั่งให้ฉันไปงานประมูลเครื่องเพชรกับคุณมาร์คัส เสาร์นี้ เอ๊ะ พรุ่งนี้แล้วนี่” ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างเซ็งจัด
“ทำไมต้องไปด้วยกัน จะเปิดตัวเหรอ”
“เปิดตัวอะไรล่ะ ไม่ได้คบกัน”
“แล้วถ้าเป็นข่าว”
“เป็นก็เป็นสิ ฉันไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่เซ็งมากกว่าตรงที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะปู่กับย่าของฉันก็จะไปงานนี้ด้วย พ่อร้ายชะมัด เอาปู่กับย่ามามัดมือชกฉัน”
“เพราะรู้ไงว่าจะจัดการกับคนดื้ออย่างเธอได้ยังไง” แค่นหัวเราะขำฝืด ๆ ทั้งที่ปกติเธอควงผู้ชายมาหลายคนแล้ว แต่คราวนี้กลับขำแทบไม่ออก
“ฉันกำลังเซ็งนะเซบ ไม่ช่วยก็อย่ามาพูดมาก” อยู่ดี ๆ ก็ถูกเธอมองค้อน
“เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรให้ช่วย ค่อยไปสะกิดเรียกฉันในงานแล้วกัน”
“นายก็ไปเหรอ”
“ใช่”
“ค่อยยังชั่วหน่อย ถ้านายเห็นฉันส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ก็อย่าทิ้งฉันล่ะ ไม่งั้นฉันเลิกคบนายแน่”
“อืม จะคอยมองนะ” ยักคิ้วให้พร้อมแค่นหัวเราะขำ
“ไหน ๆ ก็จะไปงานทั้งที วันนี้โดดงานไปหาซื้อชุดดีกว่า”
“แต่ฉันไม่ว่างนะ กำลังจะไปพบลูกค้า แวะมาหาเธอก่อนเฉย ๆ”
“ใครบอกว่าจะให้ไปด้วยล่ะ ฉันมีคนที่จะไปช่วยฉันถือของอยู่แล้ว บายนะเซบ วันนี้ฉันรีบ”
เจ้าของห้องลุกพรวด คว้ากระเป๋าสะพายแบรนด์เนมแล้วเดินเร็ว ๆ ออกจากห้องทำงานไปทันที
เซบาสเตียนหมุนเก้าอี้มองตามแผ่นหลังบอบบางไปจนลับสายตา เมื่อประตูห้องปิดลง เขาจึงถอนหายใจแล้วส่ายหน้า
“ไปกับใครนะ ดื้อจริง ๆ เดี๋ยวก็โดนพ่อจับแต่งงานกับหมอนั่นจนได้หรอก” พูดจบก็ลุกขึ้นยืน ติดกระดุมเสื้อสูทแล้วเดินออกจากห้องบ้าง
“ที่รัก แตกในได้ไหม หืม แตกในนะครับ”คนที่กำลังเสียวซ่านถึงขีดสุดครางถามเสียงพร่า เธอส่ายหน้าหวือ แต่เขาไม่สน ตอกกระแทกสุดแรงหลายครั้งก่อนจมดิ่งดำลึกสุดโคนเสียงดังตับ! ค่อยกระดกสะโพกเด้าเนิบ สาวเข้าออกเชื่องช้า แตกกระจายความรักในกายเธอจนลึกสุดใจ พร้อมกับเธอที่เกร็งสะท้านกระตุกเฮือก ถึงจุดสุดยอดอย่างเสียวซ่านจนตาลอย“อืม เซบ รีบเอาออก”เมื่อได้สติก็รีบผลักไสเผื่อจะทัน และคนตัวโตก็ตามใจ ถอนท่อนเนื้อออกมาแล้วทิ้งกายลงนอนเคียงข้าง แต่แทนที่จะหยุดแค่นี้กลับพลิกตัวนอนตะแคง ยกขาเธอที่นอนหงายขึ้นแล้วดันความเป็นชายเข้าไปอีกครั้ง“ซี้ด เซบ ฉันต้องไปล้าง”“อีกครั้งสิ”“ไม่ได้ กลัวท้อง”“ไม่ท้องหรอก รอบนี้เสร็จข้างนอกก็ได้”พูดจบก็สาวสะโพกเชื่องช้าเนิ่นนานหลายนาที จับขาเธอมาวางเกี่ยวบนสะโพกสอบแล้วเลื่อนมือไปบีบขยำความครัดเคร่งเมามัน ก่อนเลื่อนมือลงบดบี้จุดกระสันรัว ๆ ทำเธอกรีดร้องเสียงหลงความสาวขมิบถี่ทันที เขาจึงเร่งจังหวะส่งเธอและตัวเองถึงสวรรค์ ในขณะที่ตอกกระแทกถี่ยิบไม่นับ ประตูห้องก็ถูกเปิดอ้าช้า ๆ“เซบ ลูก...”“ที่รัก ฉันจะเสร็จแล้ว อืม นิดเดียว ที่รัก”เขาไม่ยอมหยุด เธอคว้าผ้าห่มมากัดกลั้
ความโกลาหลเกิดขึ้นแต่เช้าเมื่อเพียงพัชร์เป็นลมล้มฟุบคาห้องน้ำ ดีที่เธอกับเขาอาบน้ำพร้อมกันทุกวัน เขาเลยรับร่างของเธอไว้ได้ทันไม่ล้มหัวฟาดพื้นเสียก่อนในห้องสีขาวขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลชื่อดัง คนตัวบางใบหน้าซีดเซียวนอนให้น้ำเกลือมาพักใหญ่แต่ก็ยังไม่มีท่าทีจะฟื้นเซบาสเตียนนั่งกุมมือภรรยาไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง นึกโทษตัวเองตลอดเวลาที่เขารังแกเธอไม่พักแทบทั้งคืนมาหลายวันติดราวกับคนหื่นกระหายกินไม่เคยอิ่ม ทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้มาก่อน“ขอโทษนะเพชร ฟื้นขึ้นมาได้แล้ว ต่อไปฉันจะไม่รังแกเธอจนไม่ได้พักผ่อนแบบนี้อีก”ไม่รู้ว่าเธอรอคำสัญญานี้จากปากของเขาหรือเปล่า เพราะเมื่อเขาพูดจบ ดวงตากลมก็กะพริบถี่แล้วค่อย ๆ ลืมขึ้นคนตัวโตยิ้มกว้าง โผเข้ากอดเธอแน่นด้วยความหวงแหนจับใจ“เพชรใส เธอฟื้นแล้ว ฉันขอโทษจริง ๆ จะไม่ทำเธอป่วยแบบนี้อีกแล้ว ฉันสัญญา”เธอถอนใจพรืด ยกมือขึ้นลูบต้นแขนใหญ่ เพิ่งจับต้นชนปลายถูกว่าตัวเองไม่สบายก็ตอนที่มองเห็นเสาน้ำเกลือ“ฉันไม่เป็นไรแล้วเซบ ไม่ต้องเสียใจ”“เธอรู้สึกเป็นยังไงบ้าง เธอหลับไปพักใหญ่เลย แต่ผลตรวจก็ยังไม่ออก”“ฉันไม่เป็นอะไร มึนหัวนิดหน่อย สงสัยไม่ค่อยได้พักผ่
“ฉันไม่ได้ท้า ในเมื่อฉันพูดอะไรเธอก็ไม่ฟัง หาว่าฉันทรยศหักหลังเธอ งั้นก็ฆ่าฉัน ให้ความตายของฉันได้พิสูจน์ความจริง ว่าฉันไม่ได้หักหลังเธอ ฉันไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น ตั้งแต่ที่ฉันแต่งงานกับเธอ ฉันก็ไม่แตะต้องผู้หญิงคนไหนอีก ฉันมีแค่เธอเท่านั้น ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม”“แต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในห้องของเราได้ ถ้านายไม่พาเธอมา แล้วเธอจะมาได้ยังไง”“ฉันจะย้ำกับเธออีกครั้ง ทุกอย่างที่ฉันพูดคือเรื่องจริง ฉันไม่ได้โกหก เมซี่ไปหาฉันที่ทำงาน ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันมากมายเธอก็ทำกาแฟหกใส่ฉัน ฉันเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำ รอให้เลขาเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน กระเป๋าสตางค์ฉันวางอยู่บนโต๊ะ อาจจะเป็นตอนนั้นที่เมซี่เอาคีย์การ์ดห้องเราไป แล้วฉันก็เปลี่ยนใจกลับมานอนที่ห้องของเรา พอมาถึงคีย์การ์ดก็ไม่อยู่ในกระเป๋าสตางค์แล้ว ที่ขึ้นมาได้เพราะบอดี้การ์ดขึ้นมาส่ง แล้วมันก็เป็นอย่างที่เธอเห็น ฉันเข้าห้องมาก็เจอเธออยู่กับเมซี่แล้ว เชื่อฉันเถอะ ฉันรักเธอคนเดียวจริง ๆ เพชร”น้ำเสียงและแววตาเว้าวอนทำเธอสับสน อยากเชื่อเขาเหลือเกินแต่กลัวต้องเจ็บปวดหากเขาโกหก มันสับสนไปหมดจนแววตาสั่นระริก น้ำตากำลังจะไหลอ
“ไหนเซบบอกว่าคืนนี้คุณไม่กลับไงคะ”เพียงพัชร์เชิดหน้าขึ้น พยายามรักษามาดนางพญาทั้งที่ภายในใจรวดร้าวเต็มทน“คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”“จะเข้าห้องนี้ได้ ถ้าไม่มีคนพามา ก็ต้องมีคีย์การ์ดพิเศษ คุณว่าฉันเข้ามาด้วยวิธีไหนล่ะ”เมซี่ยิ้มเยาะ เดินนวยนาดมานั่งบนเตียง เอามือลูบเบา ๆ บนหมอนที่ยับยู่“สามีของฉันอยู่ไหน” กัดกรามกำมือแน่นจนแขนสั่น“สามีเหรอ เพชรใส คุณเนี่ยแสดงละครเก่งจนตัวเองอินไปแล้วเหรอว่าเขาเป็นสามีของคุณจริง ๆ เซบเขาบอกฉันตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคุณแค่เพื่อแค่อาศัยอำนาจของตระกูลคลาร์กกดดันไม่ให้อาเขาทำอะไรเขาได้ถนัดเท่านั้นแหละ เขาจะได้จัดการเรื่องพ่อ เรื่องหุ้นของธนาคาร แล้วก็เรื่องประมูลเวกัสคอยน์ได้สะดวก ๆ และตอนนี้เขาก็ทำสำเร็จแล้วด้วยสิ”ประโยคต่อไปเดินมากระซิบข้างหูเพียงพัชร์“รู้ไหมว่าเมื่อคืนที่เขาบอกคุณว่ายังไม่กลับจากสัมมนา อันที่จริงเขาไปหาฉัน ส่วนคืนนี้ ตอนแรกเขาก็ว่าทางสะดวก ที่จริงฉันอยู่กับเขามาตั้งแต่หลังเที่ยงแล้วล่ะ เสื้อตัวนี้เขาก็สวมให้ฉันเอง เพราะเขาดันถอดชุดตัวนั้นของฉันทิ้งไง” พูดพลางชี้ไปยังชุดเดรสที่กองอยู่บนพื้น“หรือถ้าคุณยังไม่เชื่อว่าเซบเข
“กรี๊ด...”เมซี่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งเมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด ซินแคลร์ปล่อยให้เพียงพัชร์กลับมาลอยหน้าลอยตาอยู่ที่ลาสเวกัสเหมือนเดิม ส่วนตัวเองก็หนีไปอยู่เม็กซิโกตามที่เคยบอกป่านนี้คงขายหุ้นของธนาคารเพลสตันซิทาเดลทั้งหมดไปแล้ว คงหอบเงินไปเสวยสุขทำธุรกิจมืดอยู่ที่นั่น มีแต่เธอที่ไม่สมหวัง ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ยิ่งเจ็บใจก็ยิ่งกรีดร้อง“เมซี่ เป็นอะไร”สว.ไมลส์ เดินเร็ว ๆ เข้าบ้านทันทีที่ได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้องดังแว่ว“ทำไมนังเพชรใสมันถึงรอดกลับมาได้คะพ่อ แล้วซินแคลร์ก็หายหัวไปเลย อุตส่าห์ช่วย แผนการง่าย ๆ แค่นี้ก็ทำไมสำเร็จ เมซี่เจ็บใจ”คนเป็นพ่อเบิกตาตกใจ เรื่องที่เพียงพัชร์ถูกซินแคลร์ลักพาตัวไปรู้กันในแวดวงสังคมชั้นสูง และมั่นใจด้วยว่าที่ฝ่ายนั้นหายไป ไม่ได้หนีไปอยู่เม็กซิโกตามที่ได้ยินมา แต่อาจจะถูกเก็บเพราะดันบังอาจมาลักพาตัวทายาทตระกูลคลาร์ก“นี่ลูกพูดอะไร ช่วยใคร ช่วยอะไร อย่าบอกนะว่าลูกร่วมมือกับซินแคลร์ลักพาตัวทายาทคลาร์ก”เมซี่เม้มปาก เพิ่งนึกได้ว่าหลุดเรื่องที่ไม่น่าพูด แต่จะเป็นไร ในเมื่อพ่อคือคนที่ไม่มีวันปูดความลับของเธอ“ก็แค่ช่วยนิดหน่อยเองค่ะ วันนั้นที่งานป
กำแพงสูงตั้งตระหง่านกินพื้นที่สุดสายตา สถานที่เดิมที่เขาเคยมาแต่ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปข้างในนั้น และคราวนี้เขาก็ต้องทำอย่างเดิมอีกครั้งอลอนโซ่ที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวจะไปทำงานกำลังเดินลงมาชั้นล่างเพื่อกินมื้อเช้า แต่พ่อบ้านกลับเดินแกมวิ่งเข้ามาหา“คุณอัลครับ มีคนมาขอเข้าพบ”“ใคร”“คุณเซบาสเตียนครับ”“หึ มาถึงนี่ อยากตายนักหรือไง ให้เขาเข้ามา สั่งคนของเราให้เตรียมพร้อม”“ครับ”เซบาสเตียนที่หน้าตาอิดโรยเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืนได้รับอนุญาตให้เข้ามาในถ้ำเสือร้ายแค่คนเดียว เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาในห้องรับแขก พร้อมกับลูกน้องของอลอนโซ่ที่วิ่งเข้ามายืนล้อมพร้อมเล็งปากกระบอกปืนไปทางเซบาสเตียน“โอ้ คุณเซบาสเตียน มาหาผมถึงที่นี่โดยไม่มีเพชรใสมาด้วย ไม่กลัวว่าผมจะฆ่าคุณหมกทะเลทรายแล้วชิงเธอมาเป็นเมียของผมแทนหรือครับ”เซบาสเตียนกัดกรามแน่น รู้ว่าถ้าอลอนโซ่จะทำแบบนั้นก็ง่ายเพียงแค่ดีดนิ้ว เพราะที่นี่คือถิ่นมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่ชื่ออลอนโซ่“ผมกล้าเอาชีวิตมาเดิมพัน เสี่ยงเข้ามาหาคุณถึงที่นี่เพราะมีเรื่องมาขอร้องให้คุณช่วย”แค่ได้ฟัง อลอนโซ่ก็หัวเราะเสียงดังลั่น มองชายหนุ่มผู้หยิ่งผยองอย่างกวนประสาท“คุณนี่หรือ







