تسجيل الدخولเธอ...ต้องการใครสักคนเป็นไม้กันหมา ช่วยให้เธอไม่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก ส่วนเขา...ต้องการฐานอำนาจและฐานะทางการเงินของตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่เพื่อคานอำนาจกับใครบางคน การแต่งงานของเพื่อนสนิท...ที่วิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก จึงเกิดขึ้น ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า "ห้ามรู้สึก ห้ามรัก ห้ามหึงหวง และจบสัญญาทันทีเมื่อศัตรูคู้แค้นของเขาถูกกำจัด"
عرض المزيدเสียงดนตรีนุ่มหูดังทั่วห้องปลุกร่างบอบบางที่กำลังหลับใหลให้สะดุ้งตื่น เธอเปิดหน้าจอไอแพดที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดซึ่งซ่อนอยู่หน้าประตูเพนต์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดของโรงแรมและกาสิโน อาณาจักรความบันเทิงครบวงจรที่ถูกกฎหมายของลาสเวกัส ก็ต้องเบิกตาตกใจเมื่อเห็นว่าตรงนั้นคือใคร
โคมไฟในห้องนอนถูกเปิด ก่อนเธอจะคว้าชุดคลุมผ้าแพรเนื้อดีขึ้นสวมแล้วเดินเร็ว ๆ ไปเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนในยามวิกาล
ทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำมีเสื้อกั๊กคลุมทับด้วยเสื้อโคตตัวยาวสีดำก็ทรุดตัวลง
“ว้าย เซบ”
เพียงพัชร์ คลาร์ก ทายาทคนโตผู้รับช่วงดูแลกิจการโรงแรมและกาสิโนต่อจากคนเป็นพ่อที่ได้รับฉายาว่า “เจ้าหญิงแห่งเวกัส” ร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนโผเข้ารับร่างใหญ่ที่ยังพอมีสติพยุงกาย
กลิ่นเลือดคละคลุ้งทำให้เธอมั่นใจว่าเขาเพิ่งเผชิญกับมัจจุราชมาก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน
เท้าเล็กเขี่ยประตูปิดแล้วพยุงคนตัวโตเข้ามานอนบนโซฟาในห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตาและเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพง
เสื้อผ้าสีดำทำให้มองไม่เห็นว่าเขาบาดเจ็บตรงไหน แต่เลือดที่ติดมือเธอมานั้นทำให้รู้ว่าบาดแผลน่าจะอยู่ตรงต้นแขนด้านขวา จึงถอดเสื้อเขาออกทุกตัว เหลือเพียงกางเกงขายาวสีดำเท่านั้น
ดวงตากลมโตกวาดมองเรือนร่างสูงใหญ่ที่มีซิกซ์แพ็กขึ้นชัดทุกลูกเพื่อสำรวจว่านอกจากต้นแขนขวามีส่วนไหนที่ได้รับบาดเจ็บอีกหรือไม่ ก็ต้องถอนใจโล่งอก ก่อนจะรีบเดินแกมวิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลซึ่งมีอุปกรณ์ทำแผลและยาครบครัน
“เซบ ลืมตาก่อน”
สิ้นสุดประโยคนั้น ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลก็ลืมขึ้น ใบหน้าขาวใสยังหล่อเหลาแม้จะดูอิดโรย ริมฝีปากหยักได้รูปยังคงเป็นสีแดงสดสุขภาพดี ไม่เหมือนคนที่เซถลาทิ้งตัวใส่เธอจนแทบจะรับไม่ทันเมื่อครู่สักนิด
“นี่นายแกล้งเหรอ”
เซบาสเตียน เพลสตัน ทายาทของอาณาจักรธนาคาร “Preston Citadel” ธนาคารที่ยิ่งใหญ่อันดับหนึ่งของลาสเวกัส
ซิทาเดล แปลว่าป้อมปราการ สื่อถึงธนาคารซึ่งเป็นที่เก็บความลับและเงินทองที่ไม่มีใครแตะต้องได้ และธนาคารของเขาก็มีคุณสมบัติสมชื่อ
เขาเพิ่งขึ้นรับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดอย่างกะทันหันได้ไม่นาน หลังจาก ซามูเอล เพลสตัน ผู้เป็นพ่อถูกลอบยิงจนเป็นอัมพาตและจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น ส่วน เซียนน่า ผู้เป็นแม่ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น
เซบาสเตียนเปลี่ยนจากหนุ่มเจ้าสำราญกลายเป็นนักธุรกิจในคราบมาเฟียที่เย็นชาไร้ความรู้สึกและไม่เกรงกลัวใคร เพื่อกดหัวใครบางคนที่พยายามฮุบธนาคารของเขา
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนพยุงกายขึ้นนั่ง เบ้หน้าเล็กน้อยด้วยความเจ็บที่ต้นแขน แต่แผลถาก ๆ แค่นั้นมันไกลหัวใจ
“โทษที ตกใจเหรอ”
“ไม่ตกใจมั้งเซบ อยู่ ๆ ก็มาล้มใส่”
“ทำแผลให้หน่อยสิ”
ยกแขนข้างขวาให้ พยาบาลจำเป็นผู้ทำหน้าที่แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนถอนใจพรืด ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง แล้วเริ่มลงมือทำแผลทันที
“คราวนี้ใครอีก”
“คนเดิม”
เพียงพัชร์เหลือบตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมองเธอนิ่ง ๆ ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยราวกับไร้ความรู้สึก เธอเห็นแววตากร้าวดุไหวระริกชั่วขณะ
คนที่เติบโตมาด้วยกันเท่านั้นที่จะแค่มองตาแล้วเข้าใจ เพราะคนอย่างเซบาสเตียนไม่เคยเผยความรู้สึกที่ซ่อนลึกและความอ่อนแอให้ใครได้เห็น ยกเว้นเพื่อนที่เขาไว้ใจที่สุดอย่างเธอ
“ฉันว่านายโดนเล่นงานหนักข้อขึ้นทุกวัน”
“ฉันเอาตัวรอดได้ เธอไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่มีวันตาย ถ้าไม่ได้แก้แค้นแทนพ่อกับแม่”
ดวงตาคมกล้าแดงก่ำวาวโรจน์ กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูน มือทั้งสองข้างก็กำจนแขนสั่น แม้มันจะกระทบกระเทือนบาดแผลที่เพิ่งทายาเสร็จ แต่ความรู้สึกทุกส่วนในร่างกายมันชาไปหมด ยกเว้นเพียงแห่งเดียวที่เจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาไม่มีวันจางหาย...คือหัวใจของเขา
“นายคนเดียว จะไปสู้รบปรบมืออะไรกับคนแบบนั้นได้”
“ก็ไม่แน่หรอก ฉันเริ่มเห็นจุดอ่อนมันแล้ว”
เพียงพัชร์ถอนหายใจก่อนจะใช้ผ้าพันแผลให้อย่างเบามือ จากนั้นก็ส่งยาแก้ปวดและแก้อักเสบให้เขาอย่างรู้งาน
“ขอยาคลายเครียดด้วยสิ ไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้ว คืนนี้อยากหลับ”
ดวงตาแดงช้ำ ใต้ตาดำคล้ำ บ่งบอกว่าที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนั้น เขาก็กลายเป็นคนที่มีภาวะความเครียดและนอนไม่ค่อยหลับ จนเธออยากให้เขาไปรักษาอย่างจริงจังเสียที แต่เขากลับดื้อ ไม่ยอมทำตามที่เธอแนะนำ ทั้งที่ปกติ เธอพูดอะไร เขาก็จะเชื่อทุกอย่าง
“เป็นแบบนั้นอีกแล้วเหรอ”
“อืม”
“ไปหาหมอดีไหม พรุ่งนี้เช้าฉันพาไปก็ได้”
“ไม่ล่ะ ตราบใดที่กำจัดคนอย่างมันไม่ได้ ฉันก็นอนอย่างเป็นสุขไม่ได้หรอก พ่อฉันยังไม่ฟื้น ยังไม่รับรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ”
แม้จะออกจากโรงพยาบาลมานอนรักษาตัวอยู่ที่เซฟเฮาส์ด้วยอาการคงที่นานแล้ว แต่พ่อของเขาก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมารับรู้อะไร ที่แน่ ๆ หมอบอกว่าพ่อเขาจะไม่สามารถเดินได้หรือกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้อีกแล้ว
“อืม งั้นก็กินเถอะ หลับให้สบาย พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เขารับยามากินทันที
“เข้าไปนอนในห้องไหม จะได้นอนสบาย ๆ เดี๋ยววันนี้ฉันนอนที่โซฟาเอง”
เจ้าของเพนต์เฮาส์หรูเสนออย่างมีน้ำใจ เธออยู่คนเดียว ห้องอื่น ๆ จึงทำเป็นห้องออกกำลังกาย ห้องทำงาน ห้องเก็บของ รวมถึงทุบอีกห้องที่ติดกับห้องนอน ให้กลายเป็นห้องส่วนตัวที่ขนาดใหญ่ขึ้น มีห้องแต่งตัวภายในห้องนอนที่กว้างขวางโอ่อ่า บิลต์อินตู้เสื้อผ้า ตู้กระจกใสใส่กระเป๋าและรองเท้าแบรนด์เนม รวมถึงตู้ลิ้นชักเก็บเครื่องประดับซึ่งมีมากกว่าคนปกติ จึงไม่มีที่ให้เขานอนนอกจากโซฟาอีกแล้ว
“ไม่ล่ะ เธอนอนเถอะ ฉันนอนที่เดิมนี่แหละ เดี๋ยวถ้าตื่นไหวจะลุกกลับไปเอง ไม่ต้องห่วง”
“นายก็เป็นแบบนี้ทุกที แล้วบอดี้การ์ดหายไปไหนหมด”
“ไล่ให้ไปหาหมอหมดแล้ว สภาพไม่ค่อยต่างจากฉันนักหรอก”
“งั้นก็นอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้คนของฉันไปส่งนายที่เพนต์เฮาส์ ปืนล่ะ อยู่ไหน”
มือเล็กคลำหาปืนที่เขามักจะซ่อนเอาไว้ที่เอวและข้อเท้าอย่างละกระบอก แต่กลับว่างเปล่า
“หายไปแล้ว ตกตอนต่อสู้กัน ที่จริงก็ยิงจนกระสุนหมดแล้วด้วย”
“งั้นพรุ่งนี้เอาของฉันไปก่อน”
“ขอบใจนะเพชรใส” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่สายตาของเขาก็บอกแบบนั้น
“ไม่เป็นไร นายเป็นเพื่อนรักของฉันนะ จะปล่อยให้นายเป็นอะไรไปได้ไงล่ะ”
พูดพลางเดินไปหยิบกล่องใส่ปืนมาวางบนโต๊ะหน้าโซฟา เปิดกล่อง หยิบปืนออกมายื่นให้ ก่อนจะโหลดกระสุนลงในแมกาซีนให้เขาถึงสองอัน
เซบาสเตียนรับแมกาซีนมาจากมือ โหลดลงตัวปืนแล้วสบตาเธอนิ่ง ๆ
“มีอะไร”
“เปล่า”
“ถ้าเปล่า งั้นก็นอนได้แล้ว”
เมื่อยาเริ่มออกฤทธิ์จึงค่อย ๆ เอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย เธอห่มผ้าให้ นั่งมองอีกหน่อยจนแน่ใจว่าเขาหลับสนิทไปแล้วจึงกลับเข้าห้องไปพักผ่อนบ้าง
ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดลง ดวงตาคมกริบก็ลืมขึ้น แววตาที่เปลี่ยนไปมองตรงไปยังประตูบานนั้นอยู่นาน ก่อนจะยอมปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อนบ้างหลังจากนอนไม่หลับมาหลายคืน
เสียงดนตรีของระบบวิดีโออินเตอร์คอมดังขึ้นอีกครั้งในช่วงสาย ร่างบอบบางในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวยาวกรอมเท้าเดินเร็ว ๆ มาเปิดประตูให้
“อรุณสวัสดิ์ครับ เจ้านาย”
เดมอน เลขานุการหนุ่มหล่อในชุดสูทสุดเท่ส่งยิ้มทักทาย แว่นตากรอบใสเข้ากับการเซตผมทรงไอดอลเกาหลียิ่งทำให้เขาเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ
“อรุณสวัสดิ์ ได้ของที่สั่งมาไหม”
พยายามพูดเสียงเบาราวกระซิบเพราะกลัวจะรบกวนชายหนุ่มร่างใหญ่ซึ่งยังนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟากลางห้องรับแขก
“ได้สิครับ ว่าแต่บอสให้ผมซื้อของพวกนี้มาให้ใครครับ”
เขาถูกเจ้านายสาวโทรปลุกแต่เช้า สั่งให้ซื้อของหลายอย่างแล้วเอามาให้เธอถึงเพนต์เฮาส์สุดหรูที่ตั้งอยู่เหนือออฟฟิศของเขาขึ้นไปไม่กี่ชั้น
จะไม่แปลกใจเลยถ้าของที่เขาต้องไปหาซื้อให้แต่เช้าไม่ใช่เสื้อผ้าและกางเกงในของผู้ชาย
“ที่รัก แตกในได้ไหม หืม แตกในนะครับ”คนที่กำลังเสียวซ่านถึงขีดสุดครางถามเสียงพร่า เธอส่ายหน้าหวือ แต่เขาไม่สน ตอกกระแทกสุดแรงหลายครั้งก่อนจมดิ่งดำลึกสุดโคนเสียงดังตับ! ค่อยกระดกสะโพกเด้าเนิบ สาวเข้าออกเชื่องช้า แตกกระจายความรักในกายเธอจนลึกสุดใจ พร้อมกับเธอที่เกร็งสะท้านกระตุกเฮือก ถึงจุดสุดยอดอย่างเสียวซ่านจนตาลอย“อืม เซบ รีบเอาออก”เมื่อได้สติก็รีบผลักไสเผื่อจะทัน และคนตัวโตก็ตามใจ ถอนท่อนเนื้อออกมาแล้วทิ้งกายลงนอนเคียงข้าง แต่แทนที่จะหยุดแค่นี้กลับพลิกตัวนอนตะแคง ยกขาเธอที่นอนหงายขึ้นแล้วดันความเป็นชายเข้าไปอีกครั้ง“ซี้ด เซบ ฉันต้องไปล้าง”“อีกครั้งสิ”“ไม่ได้ กลัวท้อง”“ไม่ท้องหรอก รอบนี้เสร็จข้างนอกก็ได้”พูดจบก็สาวสะโพกเชื่องช้าเนิ่นนานหลายนาที จับขาเธอมาวางเกี่ยวบนสะโพกสอบแล้วเลื่อนมือไปบีบขยำความครัดเคร่งเมามัน ก่อนเลื่อนมือลงบดบี้จุดกระสันรัว ๆ ทำเธอกรีดร้องเสียงหลงความสาวขมิบถี่ทันที เขาจึงเร่งจังหวะส่งเธอและตัวเองถึงสวรรค์ ในขณะที่ตอกกระแทกถี่ยิบไม่นับ ประตูห้องก็ถูกเปิดอ้าช้า ๆ“เซบ ลูก...”“ที่รัก ฉันจะเสร็จแล้ว อืม นิดเดียว ที่รัก”เขาไม่ยอมหยุด เธอคว้าผ้าห่มมากัดกลั้
ความโกลาหลเกิดขึ้นแต่เช้าเมื่อเพียงพัชร์เป็นลมล้มฟุบคาห้องน้ำ ดีที่เธอกับเขาอาบน้ำพร้อมกันทุกวัน เขาเลยรับร่างของเธอไว้ได้ทันไม่ล้มหัวฟาดพื้นเสียก่อนในห้องสีขาวขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลชื่อดัง คนตัวบางใบหน้าซีดเซียวนอนให้น้ำเกลือมาพักใหญ่แต่ก็ยังไม่มีท่าทีจะฟื้นเซบาสเตียนนั่งกุมมือภรรยาไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง นึกโทษตัวเองตลอดเวลาที่เขารังแกเธอไม่พักแทบทั้งคืนมาหลายวันติดราวกับคนหื่นกระหายกินไม่เคยอิ่ม ทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้มาก่อน“ขอโทษนะเพชร ฟื้นขึ้นมาได้แล้ว ต่อไปฉันจะไม่รังแกเธอจนไม่ได้พักผ่อนแบบนี้อีก”ไม่รู้ว่าเธอรอคำสัญญานี้จากปากของเขาหรือเปล่า เพราะเมื่อเขาพูดจบ ดวงตากลมก็กะพริบถี่แล้วค่อย ๆ ลืมขึ้นคนตัวโตยิ้มกว้าง โผเข้ากอดเธอแน่นด้วยความหวงแหนจับใจ“เพชรใส เธอฟื้นแล้ว ฉันขอโทษจริง ๆ จะไม่ทำเธอป่วยแบบนี้อีกแล้ว ฉันสัญญา”เธอถอนใจพรืด ยกมือขึ้นลูบต้นแขนใหญ่ เพิ่งจับต้นชนปลายถูกว่าตัวเองไม่สบายก็ตอนที่มองเห็นเสาน้ำเกลือ“ฉันไม่เป็นไรแล้วเซบ ไม่ต้องเสียใจ”“เธอรู้สึกเป็นยังไงบ้าง เธอหลับไปพักใหญ่เลย แต่ผลตรวจก็ยังไม่ออก”“ฉันไม่เป็นอะไร มึนหัวนิดหน่อย สงสัยไม่ค่อยได้พักผ่
“ฉันไม่ได้ท้า ในเมื่อฉันพูดอะไรเธอก็ไม่ฟัง หาว่าฉันทรยศหักหลังเธอ งั้นก็ฆ่าฉัน ให้ความตายของฉันได้พิสูจน์ความจริง ว่าฉันไม่ได้หักหลังเธอ ฉันไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น ตั้งแต่ที่ฉันแต่งงานกับเธอ ฉันก็ไม่แตะต้องผู้หญิงคนไหนอีก ฉันมีแค่เธอเท่านั้น ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม”“แต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในห้องของเราได้ ถ้านายไม่พาเธอมา แล้วเธอจะมาได้ยังไง”“ฉันจะย้ำกับเธออีกครั้ง ทุกอย่างที่ฉันพูดคือเรื่องจริง ฉันไม่ได้โกหก เมซี่ไปหาฉันที่ทำงาน ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันมากมายเธอก็ทำกาแฟหกใส่ฉัน ฉันเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำ รอให้เลขาเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน กระเป๋าสตางค์ฉันวางอยู่บนโต๊ะ อาจจะเป็นตอนนั้นที่เมซี่เอาคีย์การ์ดห้องเราไป แล้วฉันก็เปลี่ยนใจกลับมานอนที่ห้องของเรา พอมาถึงคีย์การ์ดก็ไม่อยู่ในกระเป๋าสตางค์แล้ว ที่ขึ้นมาได้เพราะบอดี้การ์ดขึ้นมาส่ง แล้วมันก็เป็นอย่างที่เธอเห็น ฉันเข้าห้องมาก็เจอเธออยู่กับเมซี่แล้ว เชื่อฉันเถอะ ฉันรักเธอคนเดียวจริง ๆ เพชร”น้ำเสียงและแววตาเว้าวอนทำเธอสับสน อยากเชื่อเขาเหลือเกินแต่กลัวต้องเจ็บปวดหากเขาโกหก มันสับสนไปหมดจนแววตาสั่นระริก น้ำตากำลังจะไหลอ
“ไหนเซบบอกว่าคืนนี้คุณไม่กลับไงคะ”เพียงพัชร์เชิดหน้าขึ้น พยายามรักษามาดนางพญาทั้งที่ภายในใจรวดร้าวเต็มทน“คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”“จะเข้าห้องนี้ได้ ถ้าไม่มีคนพามา ก็ต้องมีคีย์การ์ดพิเศษ คุณว่าฉันเข้ามาด้วยวิธีไหนล่ะ”เมซี่ยิ้มเยาะ เดินนวยนาดมานั่งบนเตียง เอามือลูบเบา ๆ บนหมอนที่ยับยู่“สามีของฉันอยู่ไหน” กัดกรามกำมือแน่นจนแขนสั่น“สามีเหรอ เพชรใส คุณเนี่ยแสดงละครเก่งจนตัวเองอินไปแล้วเหรอว่าเขาเป็นสามีของคุณจริง ๆ เซบเขาบอกฉันตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคุณแค่เพื่อแค่อาศัยอำนาจของตระกูลคลาร์กกดดันไม่ให้อาเขาทำอะไรเขาได้ถนัดเท่านั้นแหละ เขาจะได้จัดการเรื่องพ่อ เรื่องหุ้นของธนาคาร แล้วก็เรื่องประมูลเวกัสคอยน์ได้สะดวก ๆ และตอนนี้เขาก็ทำสำเร็จแล้วด้วยสิ”ประโยคต่อไปเดินมากระซิบข้างหูเพียงพัชร์“รู้ไหมว่าเมื่อคืนที่เขาบอกคุณว่ายังไม่กลับจากสัมมนา อันที่จริงเขาไปหาฉัน ส่วนคืนนี้ ตอนแรกเขาก็ว่าทางสะดวก ที่จริงฉันอยู่กับเขามาตั้งแต่หลังเที่ยงแล้วล่ะ เสื้อตัวนี้เขาก็สวมให้ฉันเอง เพราะเขาดันถอดชุดตัวนั้นของฉันทิ้งไง” พูดพลางชี้ไปยังชุดเดรสที่กองอยู่บนพื้น“หรือถ้าคุณยังไม่เชื่อว่าเซบเข






المراجعات