LOGINเทอร์โบยังโทรมาอวดไอแพดเครื่องใหม่ไม่เลิก พี่สาวแสนดีอย่างฉันก็ต้องมาแสร้งยินดีด้วยการนั่งฟังน้องชายอวดสรรพคุณของมันอยู่ครึ่งชั่วโมง
พอน้องวางสายฉันก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง มองเพดานห้องด้วยความเซ็งจับจิต คนทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ก็ยังมาเจอเด็กมัธยมก่อกวน ก่อนนี้ก็เพิ่งจะเครียดกับเด็กประถมมาหมาดๆ สาบานเลยว่าฉันจะไม่รับสอนพิเศษเพียงเพราะอยากได้สแตนดี้ขนาดเท่าฝ่ามือที่รุ่นน้องเอามาล่ออีกเด็ดขาด การสอนหนังสือเด็กสูบพลังงานของฉันเกินไป
"บล็อกดีมั้ง"
วนกลับมาคิดถึงเทอร์โบอีกครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้หรอก ฉันนึกอิจฉาน้องที่ได้อะไรมากกว่าก็จริง ทว่าใจก็ยังรักน้องมากอยู่ดี
หลังจากนั่งดูบาสเกตบอลแล้วพบว่าทีมของคณะมนุษยศาสตร์พ่ายแพ้คณะวิศวกรรมราบคาบ ฉันกับเพื่อนก็ประชุมเรื่องโปรเจคต์กันต่อ มันคืองานชิ้นสุดท้ายที่จะพาพวกเราเรียนจบอย่างสวยงาม
แต่เวลานี้ฉันขอฮีลใจด้วยผู้ชายในซีรีส์สักสองชั่วโมง งานอะไรพวกนั้นค่อยว่ากัน
ทว่าดูไปดูมาก็พบว่าตัวเองรู้สึกตัวตื่นอีกในตอนเช้า ฉันเป็นแบบนี้เสมอ เสียเวลาไปกับการดูซี่รี่ส์และการนอนหลับไปพร้อมมัน เวลาที่วางเอาไว้ว่าจะทำนู้นทำนี่ก็พังทุกที
"เอาหมูปิ้งสามไม้ ข้าว.."
"น้องรอก่อนนะ พอดีน้องคนสวยเขาจองไว้"
คนขายหมูปิ้งริมทางชี้ไปยังผู้หญิงวัยทำงานคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไกลๆ เธอเหมือนว่าจะยืนรอหมูปิ้งควันโขม่งนี้อยู่
"แต่หนูเอาแค่สามไม้เองนะคะ"
บนถาดรวมบนเตาย่างมองด้วยสายตาน่าจะสามสิบไม้ด้วยซ้ำ
"มีคุณคนสวยเขาโทรมาจองไว้หมดแล้วน่ะน้อง อีกสองเตา รอก่อนนะ"
รอให้โง่!
ฉันยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหมูปิ้งพวกนั้นแล้วเดินหน้าบูดออกมาเรียกรถแท็กซี่ ขึ้นรถมาได้ก็แชร์รูปนั้นลงเฟซบุ๊คส่วนตัวพร้อมแคปชั่น 'คนไม่สวยอดกิน พี่เขาว่างั้น'
น่าโมโหจัง เข้าใจประโยคที่ว่า..
'แค่หน้าตาดี โลกจะใจดีกับคุณ'
ส่วนกับฉันโคตรใจร้ายเลย
ฉันแบกท้องหิวๆ มายังร้านขนมของคณะ ซื้อแซนด์วิชกับนมรสหวานมานั่งกินระหว่างรอเพื่อนที่โต๊ะใต้ตึก พยายามกดอารมณ์กรุ่นในอกลง ฉันใช้ชีวิตมาถึงยี่สิบสองปีได้ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าเอาเรื่องพวกนั้นมาทำให้อยากลาโลกเลย
"ปลอบใจคนสวยจ้า"
บัวพุ่งเข้ามาหาพร้อมกับใบตองสีเขียวที่ห่อบางอย่างอยู่ด้านในวางลงตรงหน้า
"อะไรเหรอ"
"อยากรู้ต้องแกะ"
ฉันไม่รอช้าหยิบมันขึ้นมามองดู ด้านหน้ามีสติ๊กเกอร์แปะเอาไว้ว่า 'หมูปิ้งแม่เอง'
ไม่ต้องตื่นเต้นแล้ว เพื่อนปลอบใจฉันด้วยหมูปิ้งสองไม้กับข้าวเหนียวหนึ่งห่อที่อยู่ด้านในใบตองอีกที
"โคตรเก๋"
"เรียนจบฉันว่าจะทำอันนี้ไปยืนขายแถวใต้สถานีรถไฟฟ้า"
"เอาจริงเหรอ แม่แกตีตายแน่ๆ"
"ตีทำไม ไปด้วยกัน"
"ตลกตลอด"
"แกก็ขำได้ไหมล่ะ" บัวโบกมือไปมา "อย่าไปสนใจเลย หน้าไอ้คนขายขี้เหร่จะตาย มันควรเครียดกว่าแกอีกมั้ง"
จริง! บัวทำฉันขำได้จริงๆ ถ้าไม่ได้เพื่อนฉันคงจมกับความไม่สวยทั้งวัน
"ดูๆ ดูอีคนสวยมันลีลา แกว่ามันเดินโชว์ตัวให้ใครดูอยู่"
เราสองคนมองไปยังโรสที่ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ กว่าจะเดินมาถึงพวกเราก็ใช้เวลาเกือบห้านาที
"ยังไม่คืบหน้าเลยแหะ"
โรสนั่งลงแล้วถอนหายใจ
"อะไรเหรอ"
"ร้านฉันนั่นแหละ เฮ้อ! เซ็งอ่ะ"
เรื่องนี้น่าเห็นใจโรสมาก ฉันกับบัวเพิ่งรู้จากปากเพื่อนเมื่อวานว่าร้านเค้กของโรสเจอปัญหาหนัก หนักที่ว่าหากเป็นฉันคงมืดแปดด้านและไม่กล้าจะสานธุรกิจนี้ต่อ
"ไม่ต้องเครียดหรอก แค่แกมีฉันกับบัวเป็นเพื่อนก็เครียดจะแย่ อย่าเอาเรื่องร้านมาปวดหัวตอนนี้เลย"
โรสกับบัวมองหน้ากัน สีหน้าของเพื่อนคล้ายกับเอือมระอาและเหนื่อยกับอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ฉันที่ทำให้เพื่อนเหนื่อย
สี่โมงเย็นฉันกับบัวอาศัยรถของโรสมายังร้านโรสมินิเค้กที่อยู่หลังมหาวิทยาลัย โรสเพิ่งลงเครื่องชงกาแฟตัวใหม่ เวลานี้ฉันกับบัวจึงต้องโดนกาแฟกันคนละแก้วเพื่อช่วยเทสต์ว่ารสชาติกาแฟออกมาเพี้ยนหรือไม่
"รสชาติไม่เพี้ยน แต่คืนนี้กูเพี้ยนจนดีดแน่"
ฉันพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับบัว
"นิดหน่อยหน่า เดี๋ยวตบด้วยส้มตำ เอาปลาร้าไปสู้ ไม่กล้าดีดแล้วล่ะ"
"แต่ขี้แตกชัวร์ๆ" ฉันเสริมต่อท้าย
"คิดว่าดีท็อกซ์ไง นานๆ ที"
นานๆ ทีของโรสไม่มีอยู่จริง โรสชอบกินส้มตำมาก เวลาสั่งมากินที่โรงอาหารนึกว่าสั่งมาเลี้ยงทั้งคณะ ฉันกับบัวก็ต้องผสมโรงด้วยตลอด ทั้งที่ฉันชอบกินเมนูเส้น อย่างก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ไม่ใช่เส้นมะละกอ
นั่งกินส้มตำและเมาท์มอยกันถึงหกโมงเย็น ฉันกับบัวก็ขอตัวกลับ ระหว่างนั่งอยู่ในรถก็เปิดซี่รี่ส์จีนดูไปด้วย ช่วงนี้ซี่รี่ส์เข้ามาให้ดูเยอะมาก พอๆ กับพระเอกหน้าใหม่ๆ ที่มีให้กรี๊ดมากมาย
เอ๊ะ! ทำไมฉันรู้สึกถึงการจับจ้องแปลกๆ ฉันชะงักเงยหน้าขึ้นมองตรงกระจกมองหลังเป็นอันดับแรก พอดีกับที่สายตาคนขับดึงกลับไปมองเบื้องหน้า
แต่ฉันทันเห็นนะ เห็นเขามองหน้าอกของฉัน
นั่งแท็กซี่มานับครั้งไม่ถ้วน ฉันถือว่าโชคดีมากที่ไม่เคยเจอคนไม่ดี แต่เหมือนว่าวันนี้จะโชคไม่ดีเพราะเขามองนมฉันผ่านกระจกอีกแล้ว
ฉันกดออกจากแอปพลิเคชั่นดูซี่รี่ส์แล้วยกมือถือขึ้นมาตั้งทำทีเป็นไลฟ์สดพูดคุยคนเดียว ทั้งที่ความจริงฉันกดถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหลังอยู่
"นั่งอยู่บนแท็กซี่หมายเลขxxxx ค่ะ จะถึงคอนโดแล้ว อืม.. รู้สึกแปลกๆ ค่ะ.."
เอี๊ยด! พลันรถก็เบรคอย่างแรงตรงหน้าคอนโดมิเนียม ฉันลดมือถือลงแล้วยื่นแบงค์ห้าสิบให้ คนขับหันมารับเงิน ใบหน้าคร้ามแดดผิวหนังสากระคายบึ้งตึงทำฉันขนลุกไม่น้อยจึงต้องรีบลงจากรถ ทว่าใบหูทันได้ยินเขาพูดตามหลัง
"สวยก็ไม่สวย วุ้ย!"
บรืน! แล้วรถก็ขับออกไปทันที
"ไม่สวยแต่ลุงก็มองนมหนูตั้งหลายครั้งไหมล่ะ"
ฉันก้มมองหน้าอกตัวเองพลางถอนหายใจ
มีดีอยู่อย่างเดียวนั่นแหละ
แม้เรื่องวัยเด็กจะไม่อยู่ในความทรงจำของคนทั้งคู่ แต่เรื่องราวก็ยังคงตราตรึงอยู่ในช่วงเวลานั้น..เสียงเพลงรักไม่ใช่ดวงดาวดังก้องไปทั่วห้องประชุมของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งที่ราคาค่าเทอมแพงหูฉี่เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงหลายต่อหลายคู่ในชั้นอนุบาลสองกำลังเต้นส่ายสะโพกดุกดิกบนเวที ฝั่งซ้ายมือของเวทีเป็นเด็กหญิงทานตะวันและเด็กชายแทนคุณ เพื่อนร่วมห้องเรียนที่ได้มีโอกาสมาจับคู่กันทำการแสดงสองมือเล็กของเด็กน้อยจับกันแน่น มืออีกข้างโบกไปโบกมาตามเสียงเพลง ทว่าสายตาของเด็กชายเอาแต่มองคู่เต้นของตัวเองไม่วางตา แทนการมองพ่อกับแม่ที่มาให้กำลังใจความน่ารักของเด็กๆ มาพร้อมเสียงเพลงหวานแหวว คงไม่มีใครรู้ว่าแววตาของเด็กชายมีความรักลอยฟุ้ง เขาดีใจมากที่ได้เต้นคู่กับทานตะวัน คุ้มค่ากับการบริจาคเงินให้โรงเรียนหลักล้านบาท แทนคุณคนนี้อยากได้อะไรก็ต้องได้ตามนั้น"ทานตะวันดีใจไหมที่ได้เต้นคู่กับเรา"หลังจากลงจากเวทีเด็กชายก็เอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา มือจับมือนุ่มนิ่มไม่ปล่อย"แทนคุณหล่อ เราก็ต้องดีใจสิ""ทานตะวันก็สวยนะ แล้วทานตะวันชอบเราไหม"ทานตะวันเอียงคอกระพริบตาปริบๆ ค่อยๆ คิดหาคำตอบจนในที่สุดก็ตอบออกมาได้พร
แต่เพราะฉันไม่ใช่สายอ้อนกับครอบครัวเลยทำเพียงเอ่ยขอบคุณพ่อกับแม่แล้วเกริ่นเอาไว้ลอยๆ ว่าลองชวนก่อนก็ได้ เผื่อเคลียร์งานแล้วไปเที่ยวด้วยได้ โดยไม่ลืมบอกว่าวันนี้จะมีแขกมากินข้าวที่ร้านในช่วงกลางวันพ่อไม่ได้เป็นคนหวงลูกสาว ใบหน้าและท่าทางของเขาใจดี พี่ทัศน์ก็ด้วย อาจเพราะไม่มีใครเคยแลมองฉันแม้แต่หางตาสักคนให้กวนใจทว่าวันนี้กลับแตกต่างออกไปนิดหน่อย พ่อกับพี่ทัศน์ทำสีหน้าเคร่งขรึมตั้งแต่มีรถหรูมาจอดเทียบหน้าร้าน แม่เป็นคนอุทานก่อนใครเพื่อน"ว๊าย! รถของเมธากานต์""ห๊ะ!" พี่ทัศน์อุทานด้วยอีกคน สีหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นครั้นแทนคุณก้าวขาลงมาจากรถโดยมีคนเปิดประตูให้แล้วก้าวเข้ามายืนภายในร้าน เสียงฮือฮาจากลูกค้าก็ดังขึ้น ฉันได้ยินแว่วๆ มีคนคิดว่าเขาเป็นดาราด้วยไม่แปลกใจเลย ก็พ่อคุณแต่งตัวหล่อกร้าวใจมาขนาดนี้ฉันเห็นยังหลงแล้วหลงอีก"สวัสดีครับ ผม.. แฟนทานตะวันครับ"แทนคุณไม่รอช้าแนะนำตัวเองเสร็จสรรพแล้วก้าวขามายืนข้างฉันที่อยู่ในสภาพเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีด ถ้ายักษ์บอกกันสักนิดว่าจะแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้ ฉันคงใส่ชุดเดรสเหมือนคืนนั้น"เชิญๆ จ้า ทำไมตะวันไม่บอกแม่ล่ะว่าแฟนคือลูกชายนายห
คืนนั้นแทนคุณเกเรไม่ยอมไปทำงาน อ้างเหตุผลกับเพื่อนและรุ่นพี่ว่าฉันไม่สบายอีกวันฉันชวนเขาไปผับ K Night เพราะอยากเจอเจ้าสาวตัว แต่เพิ่งได้รับรู้ว่ามีคนใจดีรับไปเลี้ยงแล้ว"เฮียสิงห์ไม่ได้บ่น แต่แม่บ้านบ่นว่าเอามันมาลำบาก เดี๋ยวแกจะเอาไปเลี้ยงเอง""ดีแล้วล่ะ ยังไงเราก็เลี้ยงไม่ได้อยู่แล้ว"เรานั่งคุยกันอยู่ที่ร้านก๋วยจั๊บญวณที่ครั้งหนึ่งเรามาด้วยกัน น่าแปลกที่น้ำขุ่นในคลองกลับกลายเป็นสีชมพูเสียได้ คงเป็นเพราะคุณแฟนของฉันเอาแต่จูบมือกันไม่เลิก"ดีนะมันไม่หล่นอยู่ในสระ ไม่งั้นเราคงจ้างนักดำน้ำมาร้อยคนให้งมหา"ที่จูบอยู่เพราะใจเสียคิดว่าฉันทำเพชรสิบห้าล้านหาย พอรู้ว่าอยู่ในกระเป๋าที่ตกอยู่ข้างสระไม่ได้ตกน้ำไปด้วย แทนคุณถึงกับกระโดดโลดเต้นดีใจ"ว่าแต่ยักษ์ไปเจอเกียร์ตรงไหน ยักษ์ก็เห็นว่าเรารื้อทั้งห้องแล้ว""ซอกโซฟา""จริงเหรอ""อืม แค่ลองสอดมือไปควานหาก็เจอเลย"จริงด้วย! ฉันลืมตรงนั้นเสียสนิท ครั้งหนึ่งก็เคยทำมือถือหล่นหายอยู่ตรงนั้น แล้วกุญแจรถของเขาฉันก็เจอตรงนั้นแท้ๆ"แล้วกิ๊ฟในถุงซิปล่ะ""แอบเอาไปหย่อนคืนในลิ้นชักตั้งนานแล้ว เธอไม่รู้เอง""นานๆ จะเปิดน่ะ" ฉันหันมองแทนคุณ ถอนหายใจด้วยคว
ผลการตรวจร่างกายของฉันเป็นปกติจึงไม่ต้องแอดมิท การเรียนช่วงบ่ายถูกปัดทิ้งเพราะแทนคุณพาฉันกลับคอนโดมิเนียมทันที แต่อีกนิดก็จะเรียนจบแล้ว โปรเจคต์สุดท้ายก็ส่งและพรีเซนต์แล้ว การเรียนไม่ต้องมีอะไรให้น่าห่วงแล้วล่ะ จะห่วงก็แต่อนาคตที่ฉันดันเผลอคิดจะกลับไปอยู่ตรังเพราะไม่อยากเห็นหน้าคนแถวนี้คนนั้นกำลังโอบอุ้มฉันตั้งแต่รถมาจนถึงบนห้อง แทนคุณหยุดร้องไห้ตั้งแต่โรงพยาบาลแล้ว แต่ร่องรอยยังทิ้งให้เห็นบนใบหน้า พอเขาวางฉันให้นั่งบนโซฟาแล้วจะผละออกไป ฉันกลับดึงรั้งแขนหนาเอาไว้แล้วแนบสองมือกับแก้มสาก"ขอบคุณนะ เป็นยักษ์แล้วยังเป็นฮีโร่ด้วย""เธอจะทำเราร้องไห้อีกรอบ"น้ำตาในดวงตาคมเอ่อล้อมขึ้นมาอีกหน ฉันเลยรีบยิ้ม"ยักษ์ขี้แง"เขาสูดน้ำมูกแรงๆ แล้วผละออกไปยืน"พยาบาลไม่ได้เรื่อง น่าจะให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อย"แล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องนอน ไม่นานก็ออกมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ เข้ามาจัดการถอดชุดที่เหลือเพียงความชื้นให้ฉัน"อาบน้ำเถอะ น้ำมันไม่สะอาด"แพนตี้หลุดจากเรียวขา ฉันก็ลุกขึ้นยืนดึงรั้งแขนให้เขายืนขึ้น"อาบด้วยกัน.."แทนคุณเบิกตาโตตกใจ แต่ก็รีบร้อนถอดเสื้อผ้าจนเปลือยแล้วอุ้มฉันเข้าไปยืนอาบน้ำใต้เร
พอมาเจอเพื่อนๆ โรสกับบัวก็คว้าข้อมือฉันไปส่องกำไล"ที่ติดอยู่กับเกียร์นี่น่ะเหรอสิบล้าน" โรสถาม"รวมกับที่กำไลน่าจะสิบห้าล้าน"คนทั้งคู่ปล่อยข้อมือฉันแล้วขยับออกห่าง"ขอไม่แตะแล้วกัน หายจะได้ไม่ซวย"ฉันเห็นด้วยกับบัวเลยถอดมันเก็บใส่กระเป๋าสะพายเอาไว้"กลัวหายเหมือนกัน คราวนี้ฉันคงไม่มีปัญญาใช้หนี้เขาแล้ว""แล้วแกคุยกับเขาหรือยัง เห็นโชนบอกว่าที่โผล่ไปเซอร์ไพรส์เพราะคนนั้นอยากไปง้อแกโดยเฉพาะเลยนะ""ก็คุย แต่ไม่มั่นใจว่าเขาจะรักฉันจริงๆ""เข้าใจ ของแบบนี้มันก็ต้องพิสูจน์อ่ะเนอะ""หยุดเรื่องแกมาเรื่องฉันบ้างได้ไหม"บัวทำหน้าซีเรียส"อย่าบอกนะว่าแกก็มีปัญหาหัวใจ""กลางวันนี้ไปริมสระน้ำด้วยกันหน่อยนะ พอดีเขานัดเคลียร์"สงสัยจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะบัวนั่งหน้าเครียดตลอดสามชั่วโมง จนถึงตอนเที่ยงเราสามคนก็เดินผ่านตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์มายังบ่อน้ำใจกลางมหาวิทยาลัย ระหว่างเดินผ่านฉันก็มองหาใครบางคน โรสก็ด้วยแต่ก็ไม่เห็นเงาของพวกเขา"สงสัยพรีเซนต์งานกันอยู่ล่ะมั้ง""บอกฉันเหรอ""บอกแมวมั้ง"โรสแยกเคี้ยวใส่แล้วเดินนำหน้าไปก่อน ฉันเดินรั้งท้ายก็อดไม่ได้หันมองตึกนั้นอีกครั้ง จะว่าไปก็คิดถึงแมวเหมียว
ใช่! สำหรับฉันเซ็กซ์คือความสุข แต่ลึกลงไปกว่านั้นคือเซ็กซ์ที่ทำกับคนที่รักฉันรักเขา.. รักมากและแม้จะโกรธแทบตายก็ยังรู้สึกรักแต่จู่ๆ แทนคุณก็มาพูดว่ารู้สึกเหมือนกัน ฉันไม่อยากจะเชื่อตอนนั้นฉันขอให้เขากลับไปก่อน ฉันขอเวลาคิดทบทวน แทนคุณน้ำตาคลอเบ้าดูน่าสงสารแล้วยอมออกไปจากห้องพอได้อยู่คนเดียว ฉันก็นึกย้อนถึงคำพูดของบัวตอนอยู่บนรถในขณะเดินทางกลับ'ความรักก็เหมือนยาพิษสีสวย ภายนอกน่าลิ้มลอง พอได้ลองแล้วก็โคตรหวานจนติดใจ แต่สุดท้ายก็วกกลับมาทำร้าย เฮ้อๆๆๆ' บัวถอนหายใจหลายครั้งติดกัน'แต่แกคงลืมไปมั้งว่ามันมียาถอนพิษนะ''แกพูดตรงๆ เลยได้ไหม ก็รู้ว่าฉันโง่''พูดข้อเสียเขาให้ฟังหน่อย''ขี้โกหกนั่นไง''เรื่องนั้นเรื่องเดียวเหรอ' บัวเงียบไปไม่นานก็ถามต่อ 'ข้อดีล่ะ''ที่ฉันพูดไปเมื่อคืนทั้งหมด''ชอบสุดตรงไหน''เขาชมฉันว่าสวยและโคตรเอ็กซ์' 'แกเลยมั่นหน้ายามอยู่กับเขาใช่ป่ะ''แหงสิ แกก็เห็นว่าฉันขี้เหร่ พนักงานร้านกาแฟมันยังล็อกประตูไม่ให้ฉันเข้าเลย แต่เขากลับชมฉันไม่ขาดปาก''แกยิ้มนะตะวัน' ฉันสะดุ้งเฮือกรีบหุบยิ้มก้มหน้างุด ถึงจะโกรธมาก แต่ฉันก็ลืมข้อดีของเขาไม่ได้เลย'แล้วตอนแกหลับไปแล้ว


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




