Se connecterโมน่ายืนนิ่งคิ้วขมวดจ้องมองพี่ชายต่างมารดาด้วยท่าทางสงสัย
"พี่เห็นว่าเรียกคณะเดียวกับเธอน่ะ" คงเห็นสีหน้าคนเป็นน้อง เขาจึงอธิบายออกมาให้หายข้องใจ
"รู้จัก" โมน่าตอบกลับสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบนิ่ง
"สนิทมั้ย" โยชิกล่าวถามอย่างใส่ใจ
"ไม่" เป็นปกติที่โมน่าจะไม่ค่อยสนทนากับพี่ชาย ถามคำตอบคำ ทำให้คนอยากรู้ตรงหน้ามีอาการหงุดหงิด
"ไม่เคยพูดคุยกันเลยเหรอ" พอสิ้นเสียง โมน่าก็ลอบหายใจเบา ๆ
"พี่คบกับเขาเหรอ" เธอย้อนถามกลับไป โยชิไม่ตอบเลือกที่จะเบือนหน้าหนี ด้วยแววตาที่ซับซ้อน
"พี่ว่าดูเธอแปลก ๆ" เขาหันกลับมาแล้วเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"แปลกยังไงคะ"
"การเจอกันมันดูเหมือนบังเอิญเกินไป" พี่ชายต่างบิดาก็ไม่ใช่คนโง่อยู่แล้ว เขาผ่านผู้หญิงมาเยอะ ไม่แปลกที่เขาจะระวังตัว
"พี่รู้จักคนชื่อไคโตะมั้ย" โมน่านึกขึ้นมาได้ว่าญิ๋งญิ๋งรู้จักกับไคโตะซึ่งเขาเรียนมหาลัยเดียวกับโยชิแถมยังคณะเดียวกันอีกด้วย
"ไอ้เชี่ยไคโตะ มันทำอะไรเธอ!" โมน่าส่ายหน้า แล้วพ่นหายใจอย่างเอือมระอากับอารมณ์ของพี่ชาย
"เขารู้จักกับญิ๋งญิ๋ง" พอพูดจบ โยชิก็กัดฟันกรอดกำหมัดแน่น
"เหอะ แบบนี้นี้เอง" คนเป็นน้องย่นคิ้วเข้ากันบาง ๆ จ้องมองพี่ชายอย่างงวยงง
"ไอ้ไคโตะแม่งต้องมีแผนชั่ว ๆ แน่...." โยชิมองมาที่คนตัวเล็ก แล้วกล่าวถามประโยคสุดท้าย
"...เธอรู้จักมันได้ไง" โมน่าก้มหน้างุด แย่แล้วไม่น่าพูดเลย ทำไงดี
"ญิ๋งญิ๋งแนะนำฉันไปเป็นติวเตอร์ให้เขา"
"ไม่ต้องไป!" พี่ชายต่างมารดาก็โพลงขึ้นทันที
"ไอ้เชี่ยนั้นไม่ใช่คนดี" โมน่าก้มหน้าแล้วกลั้นหัวเราะไว้ คนที่พูดเป็นคนดีงั้นดิ
"โมน่าไม่ไปหรอก" โยชิคลี่ยิ้มอย่างพอใจ
"ดีแล้ว คนบ้านนอกอย่างเธอไม่ทันคนอย่างไอ้ไคโตะหรอก" คำก็บ้านนอก สองคำก็บ้านนอก เธอได้ฟังจนชินแล้ว
"พี่ไม่ได้จะว่าเธอบ้านนอกนะ" คงมองเห็นว่าสีหน้าน้องสาว จึงรีบแก้ตัวทันที
"เหอะ..." โมน่าแค่นหัวเราะเบา ๆ
"...ไม่มีอะไรแล้วโมน่าไปล่ะนะ" เธอกำลังจะก้าวขาเดิน โยชิก็พูดขึ้น
"เดี๋ยวพี่จะไปพูดกับแม่ ให้เธอไปอยู่บ้านใหญ่" โมน่าชะงักฝีเท้า แล้วเอ่ยโดยไม่หันไปมอง
"ไม่ต้องหรอกค่ะ อยู่ที่ห้องพักแม่บ้านก็สบายดี" ว่าแล้วเธอก้าวขาเรียวเดินไป คนเป็นพี่ได้แต่มองแผ่นหลังน้องสาวแล้วถอนหายใจ เขาเองก็พยายามช่วยพูดแล้ว แต่แม่ของเขามีแต่อคติ เจ้ายศเจ้าอย่าง จนเขาเอือมระอา
คณะวิศวะ
ไคโตะ ธีร์ และเติ้ล ยืนพ่นควันสีขาวขุ่นกันที่หลังคณะ
"ไคโตะ มึงจะเอาจริงเหรอวะ" เติ้ลพ่นควันบุหรี่จนฟุ้งกระจาย แล้วพูดขึ้น
"....." ไคโตะกำลังอัดบุหรี่เข้าปอด แต่สายตาจ้องไปที่คนถาม
"กูสงสารน้องเขา"
"น้องเขาดูซื่อ ๆ นะ" อันนี้เป็นธีร์ที่พูดเสริมขึ้น
"แต่กูทำสัญญากับญิ๋งญิ๋งไว้แล้ว และตอนนี้เธอก็นำกูไปก้าวหนึ่งล่ะ" ไคโตะ ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาแล้วเปิดภาพในนั้นขึ้นโชว์ให้เพื่อนทั้งสองดู
"ตอนนี้ญิ๋งญิ๋งได้ไปเดทกับไอ้เชี่ยโยชิแล้ว" ทั้งธีร์ และเติ้ลรับมาดูแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ
"กูว่าเกมนี้มึงแพ้แน่" ธีร์เอ่ยพลางยื่นโทรศัพท์คืนไคโตะ
"ถ้าคิดว่าจะแพ้กูคงไม่ลงเล่น" ไคโตะพูดอย่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าตนเองไม่มีทางแพ้
"น้องเขาไม่มีท่าทางสนใจอะไรมึงเลยนะ แถมยังไม่สนใจเป็นติวเตอร์ให้มึงด้วย" เติ้ลพูดขึ้น แต่ไคโตะดูไม่ร้อนใจ เขากระตุกยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"อีกไม่นานหรอก" ไคโตะกับญิ๋งญิ๋งได้มีข้อตกลงกันว่า ไคโตะต้องทำให้โมน่าคนที่เธอเกลียดเสียการเรียน ส่วนญิ๋งญิ๋งต้องทำให้โยชิคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าต้องเสียใจเมื่อถูกคนที่รักหักอก
"มึง กับญิ๋งญิ๋งก็หาทำแต่เรื่องไร้สาระเนาะ" เติ้ลบ่นพึมพำพอได้ยิน
"กูรู้ว่ามึงชอบญิ๋งญิ๋ง ทำไมไม่บอกไปล่ะวะ" พอสิ้นเสียง ไคโตะก็ยืนนิ่งไปหลายนาทีในหัวราวกับคิดอะไรบางอย่างก่อนจะพูดขึ้น
"กูยังไม่พร้อม" ไม่ใช่เพราะเขาไม่พร้อมแต่เขาไม่กล้า ไม่กล้าที่จะบอกความในใจกับญิ๋งญิ๋ง กลัวว่าเธอไม่ได้คิดเหมือนเขา สุดท้ายจะทำให้เธอหายไป
......
ตอนนี้โมน่าพาโบว์มายังหน้าบริษัท novano ตามที่ประธานสาวนัดแนะให้มาพูดคุยรายละเอียดการว่าจ้าง
"คนญี่ปุ่น?" โมน่าย่นคิ้วบาง ๆ เมื่อชื่อรองของบริษัทที่ติดอยู่เป็นภาษาญี่ปุ่น
"เขาว่ากันว่าท่านประธานเป็นลูกเสี้ยวไทยญี่ปุ่น" โบว์แอบกระซิบเบา ๆ โมน่าผงกหัวเข้าใจ แต่รู้สึกตงิด ๆ ใจอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งโมน่า ทั้งโบว์เดินเข้าไปในบริษัทยังคงแต่งกายชุดนักศึกษา ทั้งสองเดินไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
"มาพบท่านประธานค่ะ" โมน่าพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"นัดไว้หรือเปล่าคะ" โมน่าผงกหัวแล้วคลี่ยิ้ม
"ชื่ออะไรคะ"
"โมน่าค่ะ" จากนั้นพนักงานประชาสัมพันธ์ก็ยกหูโทรศัพท์
จนกระทั่งผ่านไปไม่กี่นาที พนักงานก็ให้นักศึกษาสาวทั้งสองขึ้นไปที่ห้องประธานสาวได้ทันที โดยมีคนนำทางไป
ก๊อก ก๊อก เลขาหน้าเป็นคนรับช่วงต่อ เธอพาโมน่ากับโบว์ไปถึงหน้าแล้วเคาะประตูเบา ๆ
"ท่านประธานคะ นักศึกษาที่นัดไว้มาแล้วค่ะ"
"เข้ามาค่ะ" น้ำเสียงหวานขานรับออกมา เลขาก็เปิดประตูให้หญิงสาวทั้งสองเข้าไป
โมน่าก้าวขาเข้าไปด้วยใน สายตาก็แอบกวาดมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องแว๊บหนึ่งก่อนจะมองไปยังที่นั่งประจำตำแหน่ง ก็พบกับประธานสาวสวยคลี่ยิ้มให้ทั้งคู่ ก่อนจะลุกขึ้น แล้วผายมือไปที่โซฟาริมห้อง
"นั่งก่อนจ้ะ" เธอดูเป็นกันเองมาก โมน่ากับโบว์ต่างพากับคลี่ยิ้มแล้วนั่งลงที่โซฟาหรู ในขณะที่ประธานสาวก็มานั่งตรงข้ามพวกเธอ
"มากันยังคะเนี่ย"
"นั่งรถเมล์มาค่ะ" โบว์เป็นคนตอบ ในขณะที่ประธานสาวมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
"รถเมล์?" เธอพึมพำเบา ๆ ด้วยใบหน้าจากที่ประหลาดกลับกลายเป็นตื่นเต้น คงไม่เคยนั่งสินะ โมน่าคิดในใจ โมน่ากวาดสายตามองไปนังโต๊ะทำงานก็สะดุดตาทันที เมื่อเห็นกรอบรูปตั้งอยู่บนชั้นติดผนัง จู่ ๆ เธอก็ฉุกคิดขึ้นอะไรบางอย่าง ระหว่างที่ประธานสาวกำลังหยิบเอกสาร เลขาก็เดินเข้ามาเสิร์ฟน้ำและของว่าง
"ขอบคุณค่ะ" โมน่ากับโบว์ต่างกล่าวขอบคุณอย่างยินดี หลังจากก็เริ่มพูดคุยรายละเอียด
"คือ น้องชายพี่กำลังหาคนติววิชาที่เขาไม่ถนัด จึงขอร้องให้พี่ช่วยหาคนน่ะ"
"น้องชายพี่อายุเท่าไหร่คะ" เป็นโบว์ที่ถาม เพราะโมน่ารู้แล้วว่าน้องชายที่พูดถึงนั่นคือ 'ไคโตะ' เพราะกรอบรูปนั่นมีเขาอยู่ในรูปภาพนั้นด้วย
"22 จ้ะ" โมน่าคลี่ยิ้มบาง ๆ แต่ทางโบว์กลับทำดูแปลกใจ เธอไม่เห็นรูปภาพที่เป็นหนุ่มวิศวะสินะ
"เรียนวิศวะ...." ประธานสาวเอนหลังพิงพนักโซฟาก็จะลอบหายใจเบา ๆ
"....เขาระบุมาว่าต้องเป็นน้อง โมน่า" เธอกล่าวด้วยสีหน้าดูลำบากใจ ในขณะโมน่าเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้นล่ะ
โบว์สะกิดที่แขนโมน่าด้วยความไม่เข้าใจ โมน่าจึงตบไปที่มือเธอเบา ๆ ก่อนจะฟังรายละเอียดค่าจ้าง เวลาทำงาน บลา ๆ จริง ๆ แล้วข้อเสนอที่เอ่ยมาดีมาก ๆ ถ้ารับงานนี้โมน่าสามารถลาออกจากงานพาท์มไทม์ที่ทำอยู่สามทีได้เลย แต่ก็ยังตงิดในใจ
"โมน่าขอคิดดูก่อนนะคะ"
"อืม..พี่จะรอคำตอบ" โมน่ายิ้มหวานแล้วพาโบว์ออกมาจากห้องประธาน
ระหว่างที่ทั้งสองยืนรอลิฟต์ก็มีพนักงานสาวคนหนึ่งเดินมารอด้วย เธอสำรวจนักศึกษาสาวทั้งสองแล้วเอ่ยถาม
"น้องมาทำอะไรกันเหรอคะ"
"ท่านประธานนัดมาคุยรายละเอียดการจ้างงานค่ะ" โบว์ตอบ พนักงานสาวทำหน้ามึนงง
"งานอะไรหรือคะ"
"ติวเตอร์" พนักงานได้ฟังแล้วก็ผงกหัว
"คงไม่ได้ใช่มั้ย เพราะคุณไคโตะระบุเลยว่าต้องเป็นน้องที่มาจากมหาลัย sc คณะนิเทศ ชื่อว่า อะไรนะ โม..โมน่า ใช่แล้วโมน่า" โบว์กุมมือฉันแน่นไม่พูดอะไร
"สงสัยคุณไคโตะคงจะชอบน้องโมน่าคนนั้นมาก
"พี่รู้ได้ยังไงว่าโมน่าจะรับไม่ไหว!" โมน่าตวาดเสียงไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ไคโตะตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มโน้มลงมาแล้วประกบริมฝีปากดูดดุนทั้งบนและล่างจนเปียกชื้น อีกฝ่ายก็ตอบรับตามสัญชาตญาณ ความหวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่เขาสัมผัสริมฝีปากนุ่ม ทั้งสองสอดใส่ลิ้นร้อนเข้าไปในโพลงปากแล้วตวัดพันกันเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจทั้งคู่หอบถี่จึงผละออก"เธอพูดเองนะว่าไหว" ไคโตะเอ่ยน้ำเสียงกระเซ่ามองโมน่าดวงตาหยาดเยิ้มมือก็ปลดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออกจนหมดเผยกล้ามเนื้อแน่นชวนน่าสัมผัส โมน่ามองด้วยสายตาพราวระยับเพราะเธอชอบเรือนร่างของสามีป้ายแดงคนนี้มากไคโตะโน้มใบหน้าลงมาแล้วจูบที่หน้าผากของโมน่าก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก"โมน่า...พี่รักเธอ" ว่าจบ ก็โน้มต่ำลงไปยังเนินหน้าอกแล้วดูดเลียยอดปทุมถันที่เขาคลั่งไคล"อื้อ" โมน่าส่งเสียงครางออกมาเมื่อไคโตะใช้ฟับขบที่ตุ่มไตอย่างแผ่วเบา สลับทั้งสองข้างจนเปียกแฉะไปหมด เขายังคงดูดยอดอกราวกับว่าจะมีน้ำนมไหลรินออกมา"อ่า.." มือหนาซุกไซร้ไปทั่วร่าง ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อน โมน่ารู้สึกกระสันซ่านเป็นที่สุดไคโตะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใ
ไคโตะตื่นขึ้นจากการมึนเมาเขาหยัดกายลุกขึ้นพลางเอามือกุมศีรษะแล้วส่ายเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาในบ้านใหญ่ เมื่อคืนโยชิได้พาเขามาส่งที่นี่ตามคำขอ ไคโตะมีความรู้สึกโกรธเพื่อนอยู่เล็กน้อยที่กลับมาส่งที่บ้านจริง ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้โมน่าคงร้องไห้ตาบวมไปแล้ว พอคิดเช่นนั้นเขาก็ลงจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย"ทำไมเมื่อคืนถึงกลับมานอนบ้านได้ แล้วโมน่าล่ะ" ไคโตะเดินผ่านห้องรับแขกใหญ่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น เขาหันไปก็พบกับทัพพีที่นั่งดื่มกาแฟบนโซฟา ไคโตะจึงเดินก้มหน้าเข้ามาหาคนเป็นแม่"เมื่อคืนผมเมามากไปหน่อยจึงไม่อยากให้โมน่าเห็นสภาพผมตอนเมา" ไคโตะโกหกทัพพีเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นแม่รู้สถานการณ์ระหว่างเขากับแฟนสาว"เหอะ อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย" ลูกชายคนเล็กของบ้านมีอาการประหม่าอย่างชัดเจน"นั่งลง!" ไคโตะนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่รู้ตัว"ทำไมแกจะต้องบังคับให้โมน่าแต่งงาน""ผมไม่ได้บังคับนะครับคุณแม่" ทัพพีจ้องมองลูกชายตาเขม็ง"ผะ ผมแค่อยากแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด...." ไคโตะชะงักริมฝีปากดวงตาขุ่นมัว"....ถ้านานกว่านี้ผมกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ" เขารู้สึกถึงความหนา
ไคโตะกับโยชิได้พาคาซูเอะชมโรงงานที่เขากับเพื่อนช่วยกันก่อตั้ง คาซูเอะรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขามองน้องชายคนเล็กของบ้านด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากนั้นไคโตะก็พาพี่ชายคนโตไปยังบริษัท เพื่อปรึกษาพูดคุยเรื่องธุรกิจ"นายคิดจะเอาเครื่องจักรกลพวกนั้นส่งออกบ้างมั้ย" คาซูเอะถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคำพูดของเขาทำให้คนเป็นน้องและหุ้นส่วนดวงตาเปล่งประกาย"อยากครับ" ไคโตะตอบกลับไปทันที เพราะถ้าสินค้าที่โรงงานของเขาได้ส่งออกขายทั่วโลกก็เป็นผลดีมาก"เดี๋ยวพอฉันกลับไปจะให้คนมาพูดคุยรายละเอียด" ไคโตะผงกหัวรับแล้วหันมายิ้มดีใจกับโยชิ พอคุยเรื่องงานจบ ไคโตะก็เชิญคาซูเอะไปทานทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งครอบครัวของเขาไปเป็นประจำ ยังมีโยชิ และโซระคนสนิทที่คอยติดตามคาซูเอะมาด้วย"นายจะแต่งงาน?" อยู่ ๆ คาซูเอะก็เอ่ยถามขึ้น"ใช่ครับ" ไคโตะคลี่ยิ้มแล้วตอบรับ"อืม""พี่คาซูเอะต้องมางานแต่งของผมด้วยนะ" คนเป็นน้องรีบบอกพี่ชายเพราะกลัวว่าเขาจะไม่มา"งานมงคลแบบนี้นายคิดว่าฉันที่เป็นพี่จะไม่มา?" ไคโตะยกมือเกาท้ายทอยเขาลืมไปเลยว่าตอนกระติ๊บแต่งงานพี่ชายจอมเย็นชายังมาร่วมยินดีแถมยังให้ของขวัญวันแต่งงานเป็
การสอบปลายภาคใกล้เข้ามาทุกที ประจวบกับที่โมน่าหมดเวลาฝึกงานพอดี เธอจึงมีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ทางด้านไคโตะกิจการไปได้ด้วยดีที่แล้ว อะไหล่ที่สั่งมาจากคาซูเอะจากประเทศญี่ปุ่นล้วนเป็นของชั้นดีทั้งนั้น"พรุ่งนี้พี่คาซูเอะจะบินมาเยี่ยมบริษัท และโรงงานของเรา" ไคโตะพูดขึ้นระหว่างที่กำลังทานมื้อเย็นกับโมน่าอยู่"จะมากี่วันเหรอคะ""ยังไม่แน่ใจ" ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นตอบกลับก่อนจะตักข้าวเข้าปาก"พี่คาซูเอะมีแฟนหรือยังคะ" โมน่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้"ไม่รู้สิ แต่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยนะ" ไคโตะย่นคิ้วบาง ๆ สีหน้าครุ่นคิดหลังจากตอบคำถามโมน่าจบ"พี่คิดอะไรอยู่เหรอคะ""พี่สงสัยว่า พี่คาซูเอะอาจจะชอบผู้ชาย" พอไคโตะพูดจบ โมน่าก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ"ทำไมพี่คิดแบบนั้นล่ะคะ""ตอนนี้พี่คาซูเอะก็จะสามสิบแล้วนะ แต่ยังไม่มีเมียเลยมันน่าคิดป่ะล่ะ" ไคโตะพูดพร้อมกับทำสีหน้าดูจริงจัง"พี่เขาอาจจะยังไม่อยากมีครอบครัวหรือเปล่า" โมน่าเอ่ยขัด เพราะคิดว่าพี่ชายของไคโตะไม่ได้ชอบผู้ชายหรอก เขาดูสุขุมแววตาดุดันนิสัยเย็นชาเข้าถึงยาก คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา"....." ไคโตะได้แต่ทานข้าวตรงหน้
โรงงานของไคโตะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ส่วนที่ตั้งบริษัทเคนตะเป็นคนออกเงินซื้อตึกขนาดกลางให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ"แม้จะไม่ใหญ่มาก ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้น" เคนตะจ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยความภาคภูมิใจ"ขอบคุณครับคุณพ่อ" ไคโตะเอ่ยด้วยความเคารพรัก แม้ว่าเคนตะจะเข้มงวดกับเขามากแต่เขาก็รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้ลูกอย่างแท้จริง"ไคโตะของเราโตขึ้นแล้ว" ทัพพีพูดขึ้นดวงตาแดงก่ำ"ต้องขอบคุณน้องโมน่าที่เปลี่ยนขยะเปียกให้เป็นceo" กระติ๊บกล่าวแล้วหันไปหัวเราะกับฌาณ รวมถึงโมน่าที่อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้"กระติ๊บว่าใครเป็นขยะเปียก" ไคโตะกล่าวถามท่าทางเอาเรื่อง"ฉันไม่ได้เอ่ยถึงนายเลยนะร้อนตัวทำไม" คนเป็นพี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้"คุณแม่ครับ ดูกระติ๊บดิ" ไคโตะทำอะไรไม่ได้ก็หันไปฟ้องผู้เป็นแม่"โต ๆ กันแล้วยังทะเลาะกันเหมือนเด็กอยู่อีก" ทัพพีไม่เข้าข้างใครเธอเลือกที่จะดุและตักเตือนลูกทั้งสองโมน่ามองครอบครัวของไคโตะที่ดูอบอุ่น เธอเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ตัดสินใจเดิมพันกับเขา ทุกคนในบ้านหลังนี้มีแต่ความรัก ความห่วงใย ความเมตตา บางทีเธอยังแอบอิจฉาไคโตะอยู่นิดหน่อยที่เขาได้เกิดมาในครอบครัวนี้ตอนนี้เธอเริ่ม
ถิงถิงเป็นคนอาสาพาไคโตะและโมน่าเที่ยว และช้อปปิ้งน้องสาวต่างมารดาของโมน่าช่างพูดช่างจาน่าเอ็นดู"ถิงถิงจะพาพี่โมน่ากับพี่เขย..." เธอปิดริมฝีปากแล้วมองหน้าโมน่าสลับกับไคโตะสีหน้ารู้สึกผิดน้อย ๆ"เรียกพี่เขยถูกแล้ว" ไคโตะพูดก่อนที่น้องสาวของแฟนจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้"งั้นถิงถิงเรียกพี่เขยได้ใช่มั้ยคะ" เธอเหมือนจะไม่แน่ใจจึงหันมาถามโมน่าอย่างใสซื่อ"ได้จ้ะ" โมน่าตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนพลางเอามือลูบศีรษะน้องสาวต่างมารดาด้วยความเอ็นดู"ที่แรกที่ถิงถิงจะพาไปก็คือจิมซาจุ่ย" โมน่าผงกหัวรับด้วยใบหน้าดูตื่นเต้นจิมซาจุ่ยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่สำคัญของฮ่องกง มีทั้งร้านหรู บาร์ ผับ และร้านอาหารมากมาย ผู้คนพลุกพล่าน โมน่ากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ทำให้ไคโตะมีความรู้สึกกลัวอยู่ในใจ กลัวว่าโมน่าคิดจะมาอยู่ที่นี่กับพ่อของเธอโดยไม่กลับไปอยู่ไทยแล้ว"ถ้าเธอชอบที่นี่ เรามากันเดือนล่ะครั้งดีมั้ย" เขาเดินเข้ามาโอบไหล่แล้วเอ่ยข้างใบหูเบา ๆ โมน่าหันไปทางเขาแล้วย่นคิ้วเข้าหากันบาง"เปลืองเงิน" โมน่าพูดน้ำเสียงราบเรียบก็สะพัดตัวเดินออกมา"เงินพี่มีเยอะนะ เธอใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก" ไคโตะวิ่งตามมา







