LOGIN"วันนี้เลิกเรียกแล้วพี่จะมารับไปคอนโดนะ" ระหว่างทางไคโตะก็ชวนโมน่าพูดคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบเกินไป
"ค่ะ" แต่โมน่าก็ตอบเพียงคำสั้น ๆ เพราะเธอรู้ว่าที่ไปคอนโดในวันนี้คือไปติวหนังสือให้กับเขา และเธอก็เตรียมพร้อมมาเรียบร้อยแล้ว
"เธอชอบกินอะไร" ไคโตะถามจบ โมน่าก็ชะงักแล้วหันไปที่คนขับ เธอย่นคิ้วบาง ๆ อย่างสงสัย
"หมายถึงอาหารน่ะเหรอคะ" เธอยังคงมองใบหน้าด้านข้างของเขา แล้วถามกลับ
"ใช่" เจ้าของใบหน้าตอบสั้น ๆ แล้วหันมายิ้มให้
"โมน่ากินได้หมด" สาวนิเทศฯ ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
"กินพี่ได้มั้ย" พอสิ้นเสียง โมน่าก็แอบหัวเราะในใจ มุกอะไรเนี่ย เสี่ยวมาก ๆ
"ถ้าพี่ให้กินโมน่าก็กินค่ะ" เล่นกับเขาสักหน่อยเดี๋ยวจะคิดว่าเราเย็นชาเกินไป โมน่าคิดในใจแอบอมยิ้มเบา ๆ
"กล้ากินพี่ก็ยอมให้เธอกิน" โอ๊ย จะอ้วกใครอยากกินนายกัน เธอแสร้งทำท่าทีเขินอายแบบฉบับผู้หญิงใสซื่อ
"พี่ไคโตะ" โมน่าเอ่ยเสียงหวาน ทำให้ชายหนุ่มวิศวะหันมาแล้วขานรับอย่างสุภาพ
"ครับ"
"พี่ชอบโมน่าจริง ๆ เหรอคะ" พูดจบ ไคโตะก็ตอบกลับทันควัน
"ใช่" เขามองใบหน้าใสใสของหญิงสาวที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มทำให้เขาหลงใหลไปชั่วขณะ ก่อนจะเรียกสติกลับมาหันไปมองถนนผ่านกระจก
"....." โมน่าเปลี่ยนสีหน้ากระตุกยิ้มมุมปาก
พอมาถึงมหาลัย โมน่าลงจากรถไคโตะก็ขับออกไปเลยเพราะว่ามีเรียนกลัวว่าจะไปสาย เธอเดินเข้ามาในตึก ก็เจอกับญิ๋งญิ๋งดูเหมือนว่าจะดักรออยู่
"มีอะไร" โมน่าถามเสียงราบเรียบ เมื่อญิ๋งญิ๋งเดินมาขวางทาง
"เธอ กับพี่ไคโตะไปถึงไหนแล้ว" เธอกอดอกถามด้วยสีหน้าลำพองใจ
"หมายความว่าไง" โมน่าแสร้งทำเป็นไม่รู้คำถามของญิ๋งญิ๋ง
"ฉันหมายถึงเธอกับเขาคบกันหรือยัง" โมน่าหัวเราะท่าทางของญิ๋งญิ๋งในใจที่ดูร้อนรนมาก
"ยัง" เธอมีสีหน้าพอใจในคำตอบเผยรอยยิ้มออกมาอย่างชัดเจน
"ก็แค่นี้แหละ" พูดจบ ญิ๋งญิ๋งก็หลบทางให้โมน่าเดินขึ้นบันไดไป
พอเข้ามาในห้องเรียนก็เจอโบว์ที่กวักมือเรียกเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"พี่ไคโตะมาส่งเหรอ" โมน่าเดินไปนั่งข้าง ๆ โบว์ก็ถามทันที
"อืม" โมน่าตอบกลับสั้น ๆ สีหน้าไร้ความรู้สึก
"ฉันว่าพี่ไคโตะต้องชอบแกแน่ ๆ เลย" โบว์พูดออกมาอย่างจริงจัง และดูมั่นใจมาก ทำให้โมน่าลอบหายใจเบา ๆ
"คงงั้น" แล้วตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจ ให้เพื่อนคิดเองเออเองคนเดียวไปเถอะ
"แล้วแกรู้สึกหวั่นไหวกับพี่เขาบ้างมั้ย" โมน่าส่ายหน้าพรึดโดยสัญชาตญาณ
"ไม่เลยเหรอ" โบว์ถามย้ำ โมน่าคลี่ยิ้มแล้วพูดเบา ๆ
"ก็ไม่แน่" เพื่อนสนิทได้ฟังแล้วก็มีสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ราวกับเป็นแฟนตัวยงคู่จิ้น บ้าไปแล้ว
"ฉันอยากให้แกเป็นแฟนกับพี่ไคโตะนะ"
"ทำไมล่ะ" โมน่าเลิกคิ้วถาม
"ก็แกกับพี่เขาเหมาะสมกันมาก แกสวยน่ารักเรียนเก่งฉลาด ส่วนพี่ไคโตะก็หล่อ ตัวก็สูงหุ่นก็ดี ฉันว่าเขาต้องมีซิกแพคแน่ ๆ" โบว์จินตนาการไปถึงไหนแล้วเนี่ย โมน่าจ้องมากเพื่อนแล้วส่ายหน้า
"เฮ้อ" โมน่าถอนหายใจ เธอไม่ชอบคนโง่ และไร้สาระอย่างหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นคนนั้นหรอกนะ
เลิกเรียนไคโตะก็มารับตามที่พูดไว้ เขาไม่ได้มุ่งไปที่คอนโดแต่เขากลับพาโมน่าไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นแทน พอจอดรถสนิทเขาก็หันมาพูดกับโมน่า
"กินได้ใช่มั้ย" โมน่าพยักหน้า แล้วลงจากรถ ระหว่างที่กำลังเดินเข้าไปในร้านก็มีเสียงผู้หญิงดังมาจากด้านหลัง
"ไคโตะคุง!" โมน่ากับไคโตะหันหลังไปมองที่ต้นเสียงก็พบว่าเป็นชายหญิงคู่หนึ่ง
"กระติ๊บ ไอ้ฌาณ" ผู้หญิงก็คือประธานสาวที่โมน่าเคยเจอ ส่วนผู้ชายถ้าให้เดาคงจะเป็นสามีของเธอ หญิงสาวเดินปรี่เข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"อย่าบอกนะว่าคบกันแล้ว" ประธานสาวเอ่ยพร้อมกับมองโมน่า สลับกับน้องชายของเธอแล้วทำสายตาจับผิดอะไรบางอย่าง
"ยัง" เขาเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วพ่นหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันไปที่พี่เขยของตัวเอง
"ไอ้ฌาณเอาเมียมึงไปเก็บดิ" ฌาณยกยิ้มบาง ๆ แล้วมองมาทางโมน่าก่อนจะหันไปถามน้องชายของภรรยา
"ติวเตอร์คนใหม่?"
"อืม" ไคโตะตอบสั้น ๆ
"เรียนวิศวะ?" เขาถามด้วยใบหน้าสงสัย
"โมน่าเรียนนิเทศฯ" กระติ๊บตอบแทน ทำให้ฌาณขมวดคิ้วมองไคโตะ แล้วหันมาที่ภรรยาตัวเอง กระติ๊บเขย่งเท้าแล้วพูดกระซิบกระซาบกับสามีของตน โดยไม่ให้โมน่ากับไคโตะได้ยิน
"หึหึ" พอกระติ๊บพูดจบ ฌาณก็มองไปจ้องไคโตะแล้วแค่นหัวเราะออกมา
"ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว วันนี้พี่เลี้ยงเอง" กระติ๊บคว้ามือโมน่าแล้วพาเดินนำหน้าเข้าไปในร้าน
โมน่าเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว เธอได้แต่นั่งทานอาหารเงียบ ๆ เพราะคิดว่าตอนนี้ยังคงไม่ต้องเล่นละครอะไร ไคโตะพูดคุยปรึกษา เรื่องเครื่องจักรที่เขากำลังสร้างมาประกวดกับฌาณ คนเรียนวิศวะมาถามคนเรียนแพทย์ โมน่าก็รู้สึกว่ามันแปลก ๆ ทว่าฌาณดันตอบได้ราวกับเรียนมาเหมือนกัน บ้าจริงผู้ชายคนนี้เก่งจังเลย มิหน้าถึงได้เป็นดอกเตอร์ทั้งที่อายุยังน้อย เทียบกับอีกคนยังทำตัวไร้สาระบ้าบอคอแตกอยู่เลย จะว่าก็ไม่ได้ฐานะครอบครัวดี มีเงินใช้ยันชาติหน้าคงไม่สนใจอะไรนักหรอก
ไม่เหมือนกับเธอ ที่ต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง ขนาดมาอยู่กับพ่อแท้ ๆ แล้วชีวิตก็ยังลำบาก เมื่อไหร่พ่อจะกลับมาสักทีนะ จริง ๆ แล้วพ่อแท้ ๆ ก็ดีกับเธอไม่น้อย แต่อาจจะเป็นเพราะแม่ใหญ่ขัดขวางไม่ให้โมน่าได้ติดต่อกับพ่อแท้ ๆ ท่านจึงไม่ได้รับรู้ความเป็นอยู่ของเธอ คงจะได้ฟังคำโกหกของแม่ใหญ่ฝ่ายเดียว
"กูต้องชนะกลุ่มไอ้โยชิให้ได้" ไคโตะพูดออกมาอย่างมุ่งมั่น โมน่าที่กำลังดื่มน้ำก็แทบจะสำลัก ห๊ะ! นี่เขาแข่งกันทำเครื่องจักรกันอยู่เหรอ ไม่เคยเห็นพี่ชายพูดถึงเลย
"โยชิ?" ฌาณกล่าวถามเสียงเรียบ
"คนที่กูเกลียดมากที่สุด" เขากัดกรามแล้วพูดด้วยสีหน้าคับแค้น ราวกับจงเกลียดจงชังโยชิมาก โมน่ามองไคโตะแล้วคิดในใจว่า พี่ชายต่างมารดาไปทำอะไรให้เขาเกลียดขนาดนี้กันนะ
"มันทำอะไรให้มึงเกลียดขนาดนั้น" เป็นคำถามที่โมน่าเองก็อยากรู้
"มันเป็นพวกหมาลอบกัด!" ฌาณ กระติ๊บ แม้แต่โมน่าก็ต่างย่นคิ้วด้วยความสงสัย ทว่าไคโตะกลับไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ภายในใจของโมน่า ถึงแม้ว่าโยชิจะเกเรชอบชกต่อย แต่เขาไม่เคยลอบกัดใครนะ เป็นเรื่องเข้าใจผิดหริอเปล่า แต่ช่างเถอะเธอไม่อยากสนใจ
"ทำไมโมน่าไม่ค่อยพูดเลย เกร็งเหรอ" อยู่ ๆ กระติ๊บก็พูดขึ้น ทำเอาโมน่าไปไม่เป็นเลย
"เธอไม่ชอบคุยกับคนหน้าปลวก" เป็นไคโตะที่พูดแล้วหัวเราะเบา ๆ
"ไคโตะคุง!" กระติ๊บตวาดใส่น้องชายแล้วหันไปพูดกับสามี
"นายก็คิดว่าฉันหน้าปลวก?" เธอทันเห็นสามีตัวเองแอบยิ้มจึงถามอย่างไม่สบอารมณ์
"กระติ๊บของผมสวยที่สุดแล้วครับ" ฌาณพูดเอาใจภรรยาตัวเองอย่างอ่อนโยน
"เหอะ" ไคโตะมองสามีภรรยาที่ออดอ้อนกันก็กลั้วหัวเราะอย่างเอือมระอา ก่อนจะหันมาถามโมน่า
"อิ่มแล้ว?" เธอผงกหัวรับ
"เราไปกันเถอะ" พูดจบ ไคโตะก็คว้ามือโมน่าลุกขึ้น เธอดึงออกแล้วยกมือกล่าวขอบคุณกระติ๊บ และฌาณสำหรับอาหารมื้อนี้
"น้องเขามีมารยาทกว่านายอีก" กระติ๊บต่อว่าน้องชายอย่างไม่จริงจัง
"วันหลังมาทานกับพี่อีกนะ" แล้วหันมาพูดกับว่าที่น้องสะใภ้ที่เธอมโนขึ้นมาเอง
"ค่ะ" โมน่าตอบกลับ แล้วคลี่ยิ้มหวาน ก่อนที่ไคโตะจะดึงมือเธอเดินออกมา
"เดี๋ยวพี่จะพาไปดูคอนโดกระติ๊บ" ระหว่างขับรถอยู่ ๆ ไคโตะก็พูดถึงคอนโดที่เป็นห้องเก่าของพี่สาวขึ้นมา เพราะเธอแอบเห็นเมื่อตอนออกมากระติ๊บหยิบคีย์การ์ดสีดำ และรหัสบางอย่างให้เขา
ตอนนี้โมน่ายังคงให้คำตอบกับไคโตะไม่ได้ ว่าจะย้ายไปดีมั้ย กำลังคิดผลได้ผลเสีย เธอควรจะคิดเผื่ออะไรไว้หลาย ๆ อย่าง ไม่ควรด่วนตัดสินใจ
ไคโตะพามายังห้องพี่สาวของเขา ซึ่งดูกว้างขวาง และหรูหรามาก พอ ๆ กับห้องเขา เธอตกแต่งภายในแบบญี่ปุ่นดูอบอุ่นดี พ่อหรือแม่เขานะที่เป็นญี่ปุ่น
"น่าอยู่มั้ย" โมน่าผงกหัว ไคโตะคว้ามือเธอแล้วพาไปนั่งที่โซฟานุ่ม ๆ
"ถ้าเธอย้ายมา พี่จะดูแลเธออย่างดีเลยแหละ" พอสิ้นเสียง โมน่าก็แอบหัวเราะในใจ
"พี่รู้ได้ยังไงว่าโมน่าจะรับไม่ไหว!" โมน่าตวาดเสียงไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ไคโตะตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มโน้มลงมาแล้วประกบริมฝีปากดูดดุนทั้งบนและล่างจนเปียกชื้น อีกฝ่ายก็ตอบรับตามสัญชาตญาณ ความหวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่เขาสัมผัสริมฝีปากนุ่ม ทั้งสองสอดใส่ลิ้นร้อนเข้าไปในโพลงปากแล้วตวัดพันกันเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจทั้งคู่หอบถี่จึงผละออก"เธอพูดเองนะว่าไหว" ไคโตะเอ่ยน้ำเสียงกระเซ่ามองโมน่าดวงตาหยาดเยิ้มมือก็ปลดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออกจนหมดเผยกล้ามเนื้อแน่นชวนน่าสัมผัส โมน่ามองด้วยสายตาพราวระยับเพราะเธอชอบเรือนร่างของสามีป้ายแดงคนนี้มากไคโตะโน้มใบหน้าลงมาแล้วจูบที่หน้าผากของโมน่าก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก"โมน่า...พี่รักเธอ" ว่าจบ ก็โน้มต่ำลงไปยังเนินหน้าอกแล้วดูดเลียยอดปทุมถันที่เขาคลั่งไคล"อื้อ" โมน่าส่งเสียงครางออกมาเมื่อไคโตะใช้ฟับขบที่ตุ่มไตอย่างแผ่วเบา สลับทั้งสองข้างจนเปียกแฉะไปหมด เขายังคงดูดยอดอกราวกับว่าจะมีน้ำนมไหลรินออกมา"อ่า.." มือหนาซุกไซร้ไปทั่วร่าง ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อน โมน่ารู้สึกกระสันซ่านเป็นที่สุดไคโตะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใ
ไคโตะตื่นขึ้นจากการมึนเมาเขาหยัดกายลุกขึ้นพลางเอามือกุมศีรษะแล้วส่ายเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาในบ้านใหญ่ เมื่อคืนโยชิได้พาเขามาส่งที่นี่ตามคำขอ ไคโตะมีความรู้สึกโกรธเพื่อนอยู่เล็กน้อยที่กลับมาส่งที่บ้านจริง ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้โมน่าคงร้องไห้ตาบวมไปแล้ว พอคิดเช่นนั้นเขาก็ลงจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย"ทำไมเมื่อคืนถึงกลับมานอนบ้านได้ แล้วโมน่าล่ะ" ไคโตะเดินผ่านห้องรับแขกใหญ่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น เขาหันไปก็พบกับทัพพีที่นั่งดื่มกาแฟบนโซฟา ไคโตะจึงเดินก้มหน้าเข้ามาหาคนเป็นแม่"เมื่อคืนผมเมามากไปหน่อยจึงไม่อยากให้โมน่าเห็นสภาพผมตอนเมา" ไคโตะโกหกทัพพีเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นแม่รู้สถานการณ์ระหว่างเขากับแฟนสาว"เหอะ อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย" ลูกชายคนเล็กของบ้านมีอาการประหม่าอย่างชัดเจน"นั่งลง!" ไคโตะนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่รู้ตัว"ทำไมแกจะต้องบังคับให้โมน่าแต่งงาน""ผมไม่ได้บังคับนะครับคุณแม่" ทัพพีจ้องมองลูกชายตาเขม็ง"ผะ ผมแค่อยากแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด...." ไคโตะชะงักริมฝีปากดวงตาขุ่นมัว"....ถ้านานกว่านี้ผมกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ" เขารู้สึกถึงความหนา
ไคโตะกับโยชิได้พาคาซูเอะชมโรงงานที่เขากับเพื่อนช่วยกันก่อตั้ง คาซูเอะรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขามองน้องชายคนเล็กของบ้านด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากนั้นไคโตะก็พาพี่ชายคนโตไปยังบริษัท เพื่อปรึกษาพูดคุยเรื่องธุรกิจ"นายคิดจะเอาเครื่องจักรกลพวกนั้นส่งออกบ้างมั้ย" คาซูเอะถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคำพูดของเขาทำให้คนเป็นน้องและหุ้นส่วนดวงตาเปล่งประกาย"อยากครับ" ไคโตะตอบกลับไปทันที เพราะถ้าสินค้าที่โรงงานของเขาได้ส่งออกขายทั่วโลกก็เป็นผลดีมาก"เดี๋ยวพอฉันกลับไปจะให้คนมาพูดคุยรายละเอียด" ไคโตะผงกหัวรับแล้วหันมายิ้มดีใจกับโยชิ พอคุยเรื่องงานจบ ไคโตะก็เชิญคาซูเอะไปทานทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งครอบครัวของเขาไปเป็นประจำ ยังมีโยชิ และโซระคนสนิทที่คอยติดตามคาซูเอะมาด้วย"นายจะแต่งงาน?" อยู่ ๆ คาซูเอะก็เอ่ยถามขึ้น"ใช่ครับ" ไคโตะคลี่ยิ้มแล้วตอบรับ"อืม""พี่คาซูเอะต้องมางานแต่งของผมด้วยนะ" คนเป็นน้องรีบบอกพี่ชายเพราะกลัวว่าเขาจะไม่มา"งานมงคลแบบนี้นายคิดว่าฉันที่เป็นพี่จะไม่มา?" ไคโตะยกมือเกาท้ายทอยเขาลืมไปเลยว่าตอนกระติ๊บแต่งงานพี่ชายจอมเย็นชายังมาร่วมยินดีแถมยังให้ของขวัญวันแต่งงานเป็
การสอบปลายภาคใกล้เข้ามาทุกที ประจวบกับที่โมน่าหมดเวลาฝึกงานพอดี เธอจึงมีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ทางด้านไคโตะกิจการไปได้ด้วยดีที่แล้ว อะไหล่ที่สั่งมาจากคาซูเอะจากประเทศญี่ปุ่นล้วนเป็นของชั้นดีทั้งนั้น"พรุ่งนี้พี่คาซูเอะจะบินมาเยี่ยมบริษัท และโรงงานของเรา" ไคโตะพูดขึ้นระหว่างที่กำลังทานมื้อเย็นกับโมน่าอยู่"จะมากี่วันเหรอคะ""ยังไม่แน่ใจ" ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นตอบกลับก่อนจะตักข้าวเข้าปาก"พี่คาซูเอะมีแฟนหรือยังคะ" โมน่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้"ไม่รู้สิ แต่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยนะ" ไคโตะย่นคิ้วบาง ๆ สีหน้าครุ่นคิดหลังจากตอบคำถามโมน่าจบ"พี่คิดอะไรอยู่เหรอคะ""พี่สงสัยว่า พี่คาซูเอะอาจจะชอบผู้ชาย" พอไคโตะพูดจบ โมน่าก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ"ทำไมพี่คิดแบบนั้นล่ะคะ""ตอนนี้พี่คาซูเอะก็จะสามสิบแล้วนะ แต่ยังไม่มีเมียเลยมันน่าคิดป่ะล่ะ" ไคโตะพูดพร้อมกับทำสีหน้าดูจริงจัง"พี่เขาอาจจะยังไม่อยากมีครอบครัวหรือเปล่า" โมน่าเอ่ยขัด เพราะคิดว่าพี่ชายของไคโตะไม่ได้ชอบผู้ชายหรอก เขาดูสุขุมแววตาดุดันนิสัยเย็นชาเข้าถึงยาก คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา"....." ไคโตะได้แต่ทานข้าวตรงหน้
โรงงานของไคโตะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ส่วนที่ตั้งบริษัทเคนตะเป็นคนออกเงินซื้อตึกขนาดกลางให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ"แม้จะไม่ใหญ่มาก ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้น" เคนตะจ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยความภาคภูมิใจ"ขอบคุณครับคุณพ่อ" ไคโตะเอ่ยด้วยความเคารพรัก แม้ว่าเคนตะจะเข้มงวดกับเขามากแต่เขาก็รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้ลูกอย่างแท้จริง"ไคโตะของเราโตขึ้นแล้ว" ทัพพีพูดขึ้นดวงตาแดงก่ำ"ต้องขอบคุณน้องโมน่าที่เปลี่ยนขยะเปียกให้เป็นceo" กระติ๊บกล่าวแล้วหันไปหัวเราะกับฌาณ รวมถึงโมน่าที่อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้"กระติ๊บว่าใครเป็นขยะเปียก" ไคโตะกล่าวถามท่าทางเอาเรื่อง"ฉันไม่ได้เอ่ยถึงนายเลยนะร้อนตัวทำไม" คนเป็นพี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้"คุณแม่ครับ ดูกระติ๊บดิ" ไคโตะทำอะไรไม่ได้ก็หันไปฟ้องผู้เป็นแม่"โต ๆ กันแล้วยังทะเลาะกันเหมือนเด็กอยู่อีก" ทัพพีไม่เข้าข้างใครเธอเลือกที่จะดุและตักเตือนลูกทั้งสองโมน่ามองครอบครัวของไคโตะที่ดูอบอุ่น เธอเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ตัดสินใจเดิมพันกับเขา ทุกคนในบ้านหลังนี้มีแต่ความรัก ความห่วงใย ความเมตตา บางทีเธอยังแอบอิจฉาไคโตะอยู่นิดหน่อยที่เขาได้เกิดมาในครอบครัวนี้ตอนนี้เธอเริ่ม
ถิงถิงเป็นคนอาสาพาไคโตะและโมน่าเที่ยว และช้อปปิ้งน้องสาวต่างมารดาของโมน่าช่างพูดช่างจาน่าเอ็นดู"ถิงถิงจะพาพี่โมน่ากับพี่เขย..." เธอปิดริมฝีปากแล้วมองหน้าโมน่าสลับกับไคโตะสีหน้ารู้สึกผิดน้อย ๆ"เรียกพี่เขยถูกแล้ว" ไคโตะพูดก่อนที่น้องสาวของแฟนจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้"งั้นถิงถิงเรียกพี่เขยได้ใช่มั้ยคะ" เธอเหมือนจะไม่แน่ใจจึงหันมาถามโมน่าอย่างใสซื่อ"ได้จ้ะ" โมน่าตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนพลางเอามือลูบศีรษะน้องสาวต่างมารดาด้วยความเอ็นดู"ที่แรกที่ถิงถิงจะพาไปก็คือจิมซาจุ่ย" โมน่าผงกหัวรับด้วยใบหน้าดูตื่นเต้นจิมซาจุ่ยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่สำคัญของฮ่องกง มีทั้งร้านหรู บาร์ ผับ และร้านอาหารมากมาย ผู้คนพลุกพล่าน โมน่ากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ทำให้ไคโตะมีความรู้สึกกลัวอยู่ในใจ กลัวว่าโมน่าคิดจะมาอยู่ที่นี่กับพ่อของเธอโดยไม่กลับไปอยู่ไทยแล้ว"ถ้าเธอชอบที่นี่ เรามากันเดือนล่ะครั้งดีมั้ย" เขาเดินเข้ามาโอบไหล่แล้วเอ่ยข้างใบหูเบา ๆ โมน่าหันไปทางเขาแล้วย่นคิ้วเข้าหากันบาง"เปลืองเงิน" โมน่าพูดน้ำเสียงราบเรียบก็สะพัดตัวเดินออกมา"เงินพี่มีเยอะนะ เธอใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก" ไคโตะวิ่งตามมา







