Se connecterหลังเลิกเรียน รถยนต์คันหรูสองคันที่คุ้นเคยจอดอยู่ข้างกัน โดยมีเจ้าของรถแต่ล่ะคันยืนกอดอกวางมาดพิงกระโปรงของตัวเอง โมน่าเห็นแล้วก็รู้สึกขำอยู่ในใจ
"เหนื่อยมั้ยครับ" เป็นไคโตะที่เห็นโมน่าเดินออกมาก่อนเขาเลยรีบเดินปรี่ไปคว้ากระเป๋าเธอมาถือ พร้อมกับกล่าวถามอย่างสุภาพ
"ไม่เหนื่อยค่ะ" โมน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อย หลังพูดจบก็มีเสียงแหลมดังมาจากด้านหลัง
"พี่โยชิ" ไคโตะชะงักแล้วรีบหันไปมอง ก็พบว่าเป็นญิ๋งญิ๋งทำท่าทางดีอกดีใจแล้วเอ่ยทักทายแฟนหนุ่มเสียงดังราวกับจงใจให้ใครได้ยิน เธอวิ่งผ่านไคโตะ และโมน่าไปสวมกอดโยชิที่ยืนรอเธออยู่
โมน่าเหลือบสายตาดูสีหน้าของไคโตะที่ดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่กำกระเป๋าเธอแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ แล้วกระตุกยิ้มบาง ๆ
"พี่ไคโตะ..." ขนาดโมน่าที่ยืนอยู่ใกล้เรียก เขาก็ยังไม่ได้ยินทำให้เธอต้องเรียกอีกครั้ง
"....พี่ไคโตะคะ" เขาสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันมาที่เธอ
"เราไปกันเถอะ" ว่าจบ ก็เดินนำหน้าโมน่าไปที่รถยนต์คันหรูของเขา ขณะที่โยชิเปิดประตูรถให้ญิ๋งญิ๋งเข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว และเจ้าของรถก็เข้าไปนั่งประจำที่คนขับ ก่อนจะขับออกไปท่ามกลางสายตาของไคโตะที่ยังคงยืนมองจนลับตา โมน่าจ้องมองเขาแล้วส่ายหน้ากับความโง่เขลาของหนุ่มวิศวะลูกเสี้ยวญี่ปุ่น
บรรยากาศภายในรถเงียบกริบ จนจะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจดังออกมา โมน่าไม่ได้ใส่ใจตลอดทางเธอได้แต่หาความรู้ในโทรศัพท์เพื่อฆ่าเวลา จนรถขับมาถึงที่หน้าบ้าน กำลังจะถอดเบลท์ อยู่ ๆ ไคโตะก็เพิ่งจะปริปากพูดขึ้น
"พี่ยังรอคำตอบนะ" โมน่าย่นคิ้วหันไปที่ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่น
"เอ่อ...เรื่องคอนโดน่ะพี่อยากให้เธอย้ายไปจริง ๆ นะ" สิ้นเสียง โมน่าก็คลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับสั้น ๆ
"ค่ะ" จากนั้นเธอก็ลงจากรถแล้วเดินผ่านประตูเล็กเข้าไปในบ้าน
โมน่าเดินมาถึงหน้าห้องพักแม่บ้าน เห็นชายหนุ่มนั่งสูบบุหรี่สีหน้าดูมีความสุข ซึ่งโมน่าก็ไม่แปลกใจมากนัก เธอเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ม้าหิน โยชิก็กล่าวขึ้นทันที
"โมน่า พี่พอจะรู้จุดอ่อนของไอ้ไคโตะแล้ว....." เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้น แล้วจ้องมาที่น้องสาวต่างมารดาที่มีใบหน้าที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก
"....ทำไมดูเธอไม่ตื่นเต้นเลยล่ะ" โมน่าพ่นลมหายใจบาง ๆ
"ทำไมต้องตื่นเต้น"
"เธอรู้จุดอ่อนของมัน?" โยชิขมวดคิ้วย้อนถาม
"แบบนั้นเรียกว่าจุดอ่อน?" ก็แค่รักข้างเดียวแล้วไงทำอะไรได้กันล่ะ โมน่าคิดในใจ
"มันชอบญิ๋งญิ๋ง...." โมน่าผงกหัวเบา ๆ
"...แสดงว่าญิ๋งญิ๋งก็เป็นจุดอ่อนของมัน" โยชิกล่าวจบแล้วก็เผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ
"ญิ๋งญิ๋งยังไม่ใช่จุดอ่อนของเขา" โยชิหันขวับไปที่คนเป็นน้อง
"ทำไมจะไม่ใช่..วันนี้เธอไม่เห็นท่าทางของไอ้ไคโตะหรอกเหรอ" โมน่ามองหน้าพี่ชายต่างมารดาก็ส่ายหน้า
"ถ้าเป็นจุดอ่อนจริง เขาก็จะล้มเกมไม่เล่นต่อ" โยชิทำสีหน้าครุ่นคิด
"พวกเขาก็แค่อยากเอาชนะกันเท่านั้น และเราก็จะเป็นผู้ตัดสิน" โมน่าพูดจบ ก็แสยะยิ้มอย่างมีแผนการร้าย
"โมน่า พี่ว่าเธอน่ากลัวกว่าพวกมันอีกนะ" โยชิมองน้องสาวแล้วเอามือลูบที่แขนอย่างหวาดกลัวไม่จริงจัง
......
ระหว่างทางไคโตะก็นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เมื่อเห็นญิ๋งญิ๋งใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่น และยิ่งเป็นโยชิคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า ทว่าก็ต้องหักห้ามใจเพราะมันเป็นเกมที่เขาได้พนันกับญิ๋งญิ๋ง
ไคโตะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วโทรชวนธีร์ และเติ้ลออกมาดื่มเพื่อระบายความโกรธ
DND club
ไคโตะมาถึงห้อง vvipก่อนคนอื่นเขาสั่งวิสกี้ราคาแพงมาดื่มรอเพื่อน ๆ ไปพลาง ๆ เขานั่งไขว้ห้างวางมาดเอามือเคาะโต๊ะกระจกสีหน้ากำลังใช้ความคิดบางอย่าง อยู่ ๆ ใบหน้าหวานของติวเตอร์คนใหม่ก็ผุดขึ้นในหัว เขายอมรับว่ารอยยิ้มของโมน่าตราตรึงใจมาก เธอสวยหวาน น่ารัก แถมยังเก่งฉลาด ยังทำให้เขาเสียอาการได้ ซึ่งเขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนทำให้เสียอาการแบบนี้มาก่อน
"โมน่า" เขาพึมพำชื่อเธอแล้วเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
แอ๊ดดดดด ประตูห้องเปิดเข้ามาพอดี ทำให้คนที่มาใหม่เห็นว่าเขากำลังยิ้มอยู่คนเดียวจึงเอ่ยแซว
"ยิ้มอะไรวะไคโตะ" คำถามดังขึ้น ไคโตะก็หุบยิ้มทันที
"ยิ้มอะไร กูไม่ได้ยิ้ม" เขาปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมกับทำสีหน้าไม่สบอารมณ์กลบเกลื่อน
"แต่กูเห็นมึงยิ้มอยู่" เติ้ลยืนยันอีกคน
"ก็บอกว่าไม่ได้ยิ้ม!" ไคโตะทำตวาดเสียงดัง ธีร์กับเติ้ลจึงหันมองหน้ากันอย่างมึนงง
"ไม่ได้ยิ้มก็ได้ พอใจหรือยัง" ธีร์พูดอย่างไม่ได้ใส่ใจก่อนจะยกขวดวิสกี้มารินใส่แก้ว
"ตอนนี้มึงกับโมน่าพัฒนาไปถึงไหนแล้วล่ะ" ไคโตะชะงัก แล้ววางแก้วเหล้าลง
"อีกไม่นานกูจะทำให้โมน่าหลงรักกูจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยแหละ" เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
...........
ตัดมาทางฝั่งโมน่า
ตั้งแต่ที่เธอรับงานติวเตอร์ก็ตัดสินใจลาออกจากงานพาร์ทไทม์ ทั้งที่คลับ และคาเฟ่ เธอคำนวนรายได้แล้วแค่ไปติวให้ไคโตะงานเดียวก็คุ้มมาก และยังมีเงินเก็บไว้ซื้อบ้านได้อีกด้วย ตอนนี้เธอกำลังหาข้อสอบมาลองทำดูจากที่ศึกษามา ซึ่งก็ไม่ง่าย และก็ไม่ยากไปซะทีเดียว วิชาหลัก 4 วิชานั้นเธอทำได้สบาย ๆ และสาขาเครื่องกลดูซับซ้อนไปคิดว่าไคโตะคงจะเข้าใจมากกว่า แต่ก็นะที่เขาจ้างเธอมาก็ไม่ใช่ให้มาติวจริง ๆ หนิ
ติ๊ด ติ๊ด จู่ ๆ เสียงข้อความในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น โมน่าหยิบขึ้นมาดูก็ย่นคิ้วเข้าหากันเบา ๆ อย่างสงสัย
"จะมาไม้ไหนกันนะ" เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะเปิดอ่านข้อความ
[พี่ออกมาดื่มนะครับ คลับเดิมที่เธอเคยทำงาน] พออ่านจบโมน่าก็แค่นหัวเราะออกมา 'เหอะ' ใครอยากรู้?
"อย่าดื่มเยอะนะคะ โมน่าเป็นห่วง" เธอพิมพ์ข้อความที่ตรงข้ามกับความคิด เธอเบ้ปากหลังจากส่งกลับไป
[พี่อยากให้เธอมาอยู่ใกล้ ๆ กับพี่จริง ๆ นะ] หนุ่มวิศวะส่งกลับมาอีก โมน่าพ่นลมหายใจ แล้วมองไปที่หน้าจอ ต้องเมาแล้วชอบเพ้อแน่ ๆ
"ทำไมอยากอยู่ใกล้ ๆ โมน่าล่ะคะ" เธอแสร้งถามกลับไป แล้วยกยิ้มมุมปาก
[เพราะ...พี่ชอบเธอ] ชัดเลย หนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นเมาแล้วชอบเพ้อ โมน่าจ้องหน้าจอแล้วหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ได้กดข้อความอะไรส่งไป
[พี่อยากจีบเธอ] เหอะ! โมน่ากลั้วหัวเราะ หลังจากที่อ่านข้อความล่าสุด อยากจีบงั้นเหรอ โมน่าอ่านแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับ เธอคิดว่ามันไร้สาระ และไม่ได้อยากพูดคุยกับคนเมาในตอนนี้
ผ่านไปหลายนาที อยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายของไคโตะที่โทรเข้ามา โมน่าตัดสินใจไม่รับ เธอปิดเสียง เข้าไปแปรงฟันในห้องน้ำก่อนจะเข้านอน
โมน่าตื่นแต่เช้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารใส่บาตร หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยก็เข้าห้องอาบน้ำแต่ตัวไปมหาลัย เปิดประตูรั้วเล็กก็เห็นชายหนุ่มสวมเสื้อซ็อปสีเลือดหมูทับเสื้อคอกลมสีขาว ยืนพิงด้านข้างรถ พอโมน่าเดินผ่านประตูออกมาจากบ้าน เขาก็รีบเดินเข้าไปหาเธอทันที
"พี่ช่วยถือ" ไคโตะยื่นมือไปรับกระเป๋าของสาวนิเทศฯ
"ขอบคุณค่ะ" โมน่าส่งไปก่อนกล่าวขอบคุณ
"ทำไมไม่รับโทรศัพท์พี่ล่ะ"
"พี่โทรมาเหรอคะ....." โมน่าแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
".....สงสัยโมน่าคงจะนอนแล้ว" เธอพูดพร้อมกับใบหน้าดูเศร้าแฝงรู้สึกผิด
"พี่ไม่โกรธเธอหรอก...." ไคโตะกล่าวอย่างสุภาพแล้วหันมาสบตากับโมน่า
"....ข้อความที่ส่งไปเธอคิดว่ายังไง" ไคโตะกล่าวจบก็ยื่นใบหน้าอันหล่อเหลาเข้ามาประชิดเธอห่างกันแค่คืบ เขาเห็นใบหน้าใส ๆ ที่อยู่ ๆ ก็เริ่มแดงขึ้น
"เธอเขิน?" หนุ่มวิศวะถามแล้วเผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ ที่ทำให้เธอเสียอาการได้ โมน่ากำหมัดแน่น เธอไม่ได้เขิน เธอไม่ชอบต่างหากล่ะ โมโหจะบ้าอยู่แล้ว
"ปะ เปล่าค่ะ" โมน่าเบือนหน้าหนีพร้อมกับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว อึดอัดชะมัด
"พี่ชอบนะเวลาเห็นเธอหน้าแดงแบบนี้" ชอบกับผีเถอะ โมน่ากัดกรามเบา ๆ แล้วฝืนยิ้มอย่างเขินอาย
ไคโตะเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้โมน่าเข้าไปนั่ง ก่อนจะเขาจะเข้ามานั่งที่ประจำตำแหน่งคนขับ รถยนต์คันหรูก็ขับเคลื่อนออกไป
"พี่รู้ได้ยังไงว่าโมน่าจะรับไม่ไหว!" โมน่าตวาดเสียงไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ไคโตะตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มโน้มลงมาแล้วประกบริมฝีปากดูดดุนทั้งบนและล่างจนเปียกชื้น อีกฝ่ายก็ตอบรับตามสัญชาตญาณ ความหวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่เขาสัมผัสริมฝีปากนุ่ม ทั้งสองสอดใส่ลิ้นร้อนเข้าไปในโพลงปากแล้วตวัดพันกันเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจทั้งคู่หอบถี่จึงผละออก"เธอพูดเองนะว่าไหว" ไคโตะเอ่ยน้ำเสียงกระเซ่ามองโมน่าดวงตาหยาดเยิ้มมือก็ปลดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออกจนหมดเผยกล้ามเนื้อแน่นชวนน่าสัมผัส โมน่ามองด้วยสายตาพราวระยับเพราะเธอชอบเรือนร่างของสามีป้ายแดงคนนี้มากไคโตะโน้มใบหน้าลงมาแล้วจูบที่หน้าผากของโมน่าก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก"โมน่า...พี่รักเธอ" ว่าจบ ก็โน้มต่ำลงไปยังเนินหน้าอกแล้วดูดเลียยอดปทุมถันที่เขาคลั่งไคล"อื้อ" โมน่าส่งเสียงครางออกมาเมื่อไคโตะใช้ฟับขบที่ตุ่มไตอย่างแผ่วเบา สลับทั้งสองข้างจนเปียกแฉะไปหมด เขายังคงดูดยอดอกราวกับว่าจะมีน้ำนมไหลรินออกมา"อ่า.." มือหนาซุกไซร้ไปทั่วร่าง ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อน โมน่ารู้สึกกระสันซ่านเป็นที่สุดไคโตะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใ
ไคโตะตื่นขึ้นจากการมึนเมาเขาหยัดกายลุกขึ้นพลางเอามือกุมศีรษะแล้วส่ายเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาในบ้านใหญ่ เมื่อคืนโยชิได้พาเขามาส่งที่นี่ตามคำขอ ไคโตะมีความรู้สึกโกรธเพื่อนอยู่เล็กน้อยที่กลับมาส่งที่บ้านจริง ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้โมน่าคงร้องไห้ตาบวมไปแล้ว พอคิดเช่นนั้นเขาก็ลงจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย"ทำไมเมื่อคืนถึงกลับมานอนบ้านได้ แล้วโมน่าล่ะ" ไคโตะเดินผ่านห้องรับแขกใหญ่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น เขาหันไปก็พบกับทัพพีที่นั่งดื่มกาแฟบนโซฟา ไคโตะจึงเดินก้มหน้าเข้ามาหาคนเป็นแม่"เมื่อคืนผมเมามากไปหน่อยจึงไม่อยากให้โมน่าเห็นสภาพผมตอนเมา" ไคโตะโกหกทัพพีเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นแม่รู้สถานการณ์ระหว่างเขากับแฟนสาว"เหอะ อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย" ลูกชายคนเล็กของบ้านมีอาการประหม่าอย่างชัดเจน"นั่งลง!" ไคโตะนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่รู้ตัว"ทำไมแกจะต้องบังคับให้โมน่าแต่งงาน""ผมไม่ได้บังคับนะครับคุณแม่" ทัพพีจ้องมองลูกชายตาเขม็ง"ผะ ผมแค่อยากแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด...." ไคโตะชะงักริมฝีปากดวงตาขุ่นมัว"....ถ้านานกว่านี้ผมกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ" เขารู้สึกถึงความหนา
ไคโตะกับโยชิได้พาคาซูเอะชมโรงงานที่เขากับเพื่อนช่วยกันก่อตั้ง คาซูเอะรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขามองน้องชายคนเล็กของบ้านด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากนั้นไคโตะก็พาพี่ชายคนโตไปยังบริษัท เพื่อปรึกษาพูดคุยเรื่องธุรกิจ"นายคิดจะเอาเครื่องจักรกลพวกนั้นส่งออกบ้างมั้ย" คาซูเอะถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคำพูดของเขาทำให้คนเป็นน้องและหุ้นส่วนดวงตาเปล่งประกาย"อยากครับ" ไคโตะตอบกลับไปทันที เพราะถ้าสินค้าที่โรงงานของเขาได้ส่งออกขายทั่วโลกก็เป็นผลดีมาก"เดี๋ยวพอฉันกลับไปจะให้คนมาพูดคุยรายละเอียด" ไคโตะผงกหัวรับแล้วหันมายิ้มดีใจกับโยชิ พอคุยเรื่องงานจบ ไคโตะก็เชิญคาซูเอะไปทานทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งครอบครัวของเขาไปเป็นประจำ ยังมีโยชิ และโซระคนสนิทที่คอยติดตามคาซูเอะมาด้วย"นายจะแต่งงาน?" อยู่ ๆ คาซูเอะก็เอ่ยถามขึ้น"ใช่ครับ" ไคโตะคลี่ยิ้มแล้วตอบรับ"อืม""พี่คาซูเอะต้องมางานแต่งของผมด้วยนะ" คนเป็นน้องรีบบอกพี่ชายเพราะกลัวว่าเขาจะไม่มา"งานมงคลแบบนี้นายคิดว่าฉันที่เป็นพี่จะไม่มา?" ไคโตะยกมือเกาท้ายทอยเขาลืมไปเลยว่าตอนกระติ๊บแต่งงานพี่ชายจอมเย็นชายังมาร่วมยินดีแถมยังให้ของขวัญวันแต่งงานเป็
การสอบปลายภาคใกล้เข้ามาทุกที ประจวบกับที่โมน่าหมดเวลาฝึกงานพอดี เธอจึงมีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ทางด้านไคโตะกิจการไปได้ด้วยดีที่แล้ว อะไหล่ที่สั่งมาจากคาซูเอะจากประเทศญี่ปุ่นล้วนเป็นของชั้นดีทั้งนั้น"พรุ่งนี้พี่คาซูเอะจะบินมาเยี่ยมบริษัท และโรงงานของเรา" ไคโตะพูดขึ้นระหว่างที่กำลังทานมื้อเย็นกับโมน่าอยู่"จะมากี่วันเหรอคะ""ยังไม่แน่ใจ" ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นตอบกลับก่อนจะตักข้าวเข้าปาก"พี่คาซูเอะมีแฟนหรือยังคะ" โมน่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้"ไม่รู้สิ แต่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยนะ" ไคโตะย่นคิ้วบาง ๆ สีหน้าครุ่นคิดหลังจากตอบคำถามโมน่าจบ"พี่คิดอะไรอยู่เหรอคะ""พี่สงสัยว่า พี่คาซูเอะอาจจะชอบผู้ชาย" พอไคโตะพูดจบ โมน่าก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ"ทำไมพี่คิดแบบนั้นล่ะคะ""ตอนนี้พี่คาซูเอะก็จะสามสิบแล้วนะ แต่ยังไม่มีเมียเลยมันน่าคิดป่ะล่ะ" ไคโตะพูดพร้อมกับทำสีหน้าดูจริงจัง"พี่เขาอาจจะยังไม่อยากมีครอบครัวหรือเปล่า" โมน่าเอ่ยขัด เพราะคิดว่าพี่ชายของไคโตะไม่ได้ชอบผู้ชายหรอก เขาดูสุขุมแววตาดุดันนิสัยเย็นชาเข้าถึงยาก คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา"....." ไคโตะได้แต่ทานข้าวตรงหน้
โรงงานของไคโตะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ส่วนที่ตั้งบริษัทเคนตะเป็นคนออกเงินซื้อตึกขนาดกลางให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ"แม้จะไม่ใหญ่มาก ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้น" เคนตะจ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยความภาคภูมิใจ"ขอบคุณครับคุณพ่อ" ไคโตะเอ่ยด้วยความเคารพรัก แม้ว่าเคนตะจะเข้มงวดกับเขามากแต่เขาก็รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้ลูกอย่างแท้จริง"ไคโตะของเราโตขึ้นแล้ว" ทัพพีพูดขึ้นดวงตาแดงก่ำ"ต้องขอบคุณน้องโมน่าที่เปลี่ยนขยะเปียกให้เป็นceo" กระติ๊บกล่าวแล้วหันไปหัวเราะกับฌาณ รวมถึงโมน่าที่อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้"กระติ๊บว่าใครเป็นขยะเปียก" ไคโตะกล่าวถามท่าทางเอาเรื่อง"ฉันไม่ได้เอ่ยถึงนายเลยนะร้อนตัวทำไม" คนเป็นพี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้"คุณแม่ครับ ดูกระติ๊บดิ" ไคโตะทำอะไรไม่ได้ก็หันไปฟ้องผู้เป็นแม่"โต ๆ กันแล้วยังทะเลาะกันเหมือนเด็กอยู่อีก" ทัพพีไม่เข้าข้างใครเธอเลือกที่จะดุและตักเตือนลูกทั้งสองโมน่ามองครอบครัวของไคโตะที่ดูอบอุ่น เธอเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ตัดสินใจเดิมพันกับเขา ทุกคนในบ้านหลังนี้มีแต่ความรัก ความห่วงใย ความเมตตา บางทีเธอยังแอบอิจฉาไคโตะอยู่นิดหน่อยที่เขาได้เกิดมาในครอบครัวนี้ตอนนี้เธอเริ่ม
ถิงถิงเป็นคนอาสาพาไคโตะและโมน่าเที่ยว และช้อปปิ้งน้องสาวต่างมารดาของโมน่าช่างพูดช่างจาน่าเอ็นดู"ถิงถิงจะพาพี่โมน่ากับพี่เขย..." เธอปิดริมฝีปากแล้วมองหน้าโมน่าสลับกับไคโตะสีหน้ารู้สึกผิดน้อย ๆ"เรียกพี่เขยถูกแล้ว" ไคโตะพูดก่อนที่น้องสาวของแฟนจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้"งั้นถิงถิงเรียกพี่เขยได้ใช่มั้ยคะ" เธอเหมือนจะไม่แน่ใจจึงหันมาถามโมน่าอย่างใสซื่อ"ได้จ้ะ" โมน่าตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนพลางเอามือลูบศีรษะน้องสาวต่างมารดาด้วยความเอ็นดู"ที่แรกที่ถิงถิงจะพาไปก็คือจิมซาจุ่ย" โมน่าผงกหัวรับด้วยใบหน้าดูตื่นเต้นจิมซาจุ่ยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่สำคัญของฮ่องกง มีทั้งร้านหรู บาร์ ผับ และร้านอาหารมากมาย ผู้คนพลุกพล่าน โมน่ากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ทำให้ไคโตะมีความรู้สึกกลัวอยู่ในใจ กลัวว่าโมน่าคิดจะมาอยู่ที่นี่กับพ่อของเธอโดยไม่กลับไปอยู่ไทยแล้ว"ถ้าเธอชอบที่นี่ เรามากันเดือนล่ะครั้งดีมั้ย" เขาเดินเข้ามาโอบไหล่แล้วเอ่ยข้างใบหูเบา ๆ โมน่าหันไปทางเขาแล้วย่นคิ้วเข้าหากันบาง"เปลืองเงิน" โมน่าพูดน้ำเสียงราบเรียบก็สะพัดตัวเดินออกมา"เงินพี่มีเยอะนะ เธอใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก" ไคโตะวิ่งตามมา







