LOGINPart นาเนีย
“ไอ้เตอร์ มึงช่วยดูแลน้องกูในระหว่างที่กูไม่อยู่ให้หน่อยได้มั้ยวะ” เฮียเอ่ยออกมาตรง ๆ เพราะไม่มีเวลาแล้ว
“อืม เดี๋ยวกูดูแลให้” พี่ฮันเตอร์ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว เพราะเพื่อนเฮียทุกคนพึ่งได้อยู่แล้ว แต่ทุกคนรู้ใจฉันมากกว่าเลยเลือกแบบนี้
“งั้นเฮียไปก่อน อย่าดื้อกับมันมากล่ะเข้าใจมั้ย” มือหนาเลื่อนมาลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู ฉันเลยพยักหน้ารับและเฮียก็ออกไปกับการ์ดทันที
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะเฮีย” ฉันตะโกนไล่หลังเฮียไป เฮียได้ยินก็ส่งยิ้มกลับมาและขึ้นรถไป รถคันหรูเคลื่อนออกไปด้วยความเร็วสูง
“ไม่ต้องห่วงมันหรอก เธอก็รู้ว่าพี่ชายเธอเก่งขนาดไหน” เสียงพี่ฮันเตอร์ดังขึ้นมา ฉันเลยหันไปพยักหน้าเข้าใจ
“งั้นเราไปย้ายของกันเถอะค่ะ” ไหน ๆ นี่ก็ใกล้เย็นแล้ว ฉันก็เก็บกระเป๋าตรงหน้าเสร็จก็ว่าจะออกย้ายของมาอยู่กับพี่ฮันเตอร์เลยเดี๋ยวจะมืดไปกว่านี้
“อืม” พี่ฮันเตอร์รับคำและเดินนำหน้าฉันไปยังลานจอดรถข้างตึกคณะ ฉันเลยลุกและจะเดินตามพี่เขาไป
“โอกาศมาแล้วนาเนีย รวบหัวรวบหางมันเลย” พี่ไคเลอร์กระซิบตอนฉันเดินผ่าน พี่ธีโอเองก็รู้เห็นเป็นใจไปกับพี่ไคเลอร์ด้วย
“นาเนีย” ฉันมัวแต่เมาท์กับพวกพี่ ๆ จนพี่ฮันเตอร์ต้องตะโกนมาเรียกฉัน เพราะเขาถึงลานจอดรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คราวนี้แหละฉันจะทำให้พี่ฮันเตอร์รักฉันให้ได้เลย อยู่ใกล้ขนาดนี้จะอ่อยไม่ให้พักเลย ทนได้หรือไม่ได้ก็มาดูกัน
คอนโด ฮันเตอร์
“อึบ!” ฉันยกกระเป๋าลากที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ลงจากรถพี่ฮันเตอร์อย่างยากลำบาก ด้วยความที่แรงฉันน้อยด้วยล่ะมั้ง
“หมับ!” พี่ฮันเตอร์ไม่พูดอะไร แต่เดินมายกกระเป๋าไปจากมือฉัน เห็นแบบนั้นก็อดรู้สึกดีไม่ได้ ถึงจะเย็นชาแต่ก็อบอุ่นอยู่นะ
“ตามมาสิ มัวแต่ยืนยิ้มอยู่ได้” ฉันหลุดออกจากภวังค์เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองจ้องเขานานเกินไป มือหันไปหยิบกระเป๋าใบเล็กอีกสองใบติดมือมา ก่อนจะปิดประตูรถและวิ่งตามพี่ฮันเตอร์เข้ามาในคอนโด
“ติ๊ง!” เสียงกริ่งดังขึ้นเมื่อมาถึงชั้นที่ต้องการ เราสองคนเดินออกมาจากลิฟต์และพี่ฮันเตอร์ก็ตรงไปยังห้องของตัวเอง
“แกร็ก” พี่ฮันเตอร์เปิดประตูเข้าไปภายในห้องและส่งสายตาเป็นเชิงว่าให้ฉันไปก่อนเลย ฉันเห็นแบบนั้นก็เดินเข้าไปในห้อง
“อะ...โอ๊ย ขอโทษค่ะ พอดีถือของหนักเลยหมดแรง” เมื่อฉันเดินผ่านเขาเลยแกล้งล้มไปใส่ตัวพี่ฮันเตอร์และยิ้มอ่อยไปหนึ่งที ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง
“ห้องเธออยู่ด้านนี้” พี่ฮันเตอร์เดินนำฉันไปที่ห้อง ฉันก็เดินตามเขาไปก่อนจะเปิดเข้าไปสำรวจในห้องตัวเอง มันดูดาร์กดี ฉันชอบแบบนี้แหละ
“ขอบคุณนะคะ” ฉันเอ่ยปากอย่างสุภาพกับพี่ฮันเตอร์ เพราะถือได้ว่าเขาเป็นคนที่คอยช่วยเหลือฉันในตอนที่ลำบาก
“พี่อยากกินอะไรมั้ยคะ เดี๋ยวนาเนียไปทำให้” ฉันลากกระเป๋าเข้ามาในห้องและเดินตามพี่ฮันเตอร์ออกมายังห้องโถง
“เธอทำเป็นเหรอ?” ดูสีหน้าเขาสิ ไม่คิดว่าคนอย่างฉันจะทำอาหารเป็นสินะ แต่ว่าฉันนี่แหละเชฟตัวจริง
“แน่นอนสิคะ นาเนียเนี่ยเรียนก็เก่ง งานบ้านงานเรือนก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ใครได้ไปเป็นแฟนถือว่าโชคดีสุด ๆ เลยล่ะค่ะ” อวยตัวเองแบบนี้ก็ต้องมองเห็นข้อดีกันหน่อยแล้วล่ะ
“พอดีฉันไม่เชื่อเรื่องโชคเท่าไหร่” พี่ฮันเตอร์หน้านิ่งตอบกลับฉันมาอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาและกดเข้าเกม
“สรุปพี่อยากกินอะไรคะ จะได้ทำถูก” ฉันหิวมากตอนนี้ เพราะใช้พลังงานไปกับการขนของหมดแล้ว
“อะไรก็ได้” อะไรก็ได้แล้วมันคืออะไรล่ะคะ ฉันมองบนให้กับความเป็นพี่ฮันเตอร์ก่อนจะเดินเข้าครัวไป
“หือ ทำอาหารเป็นด้วยเหรอเนี่ย?” เมื่อฉันเปิดตู้เย็นก็พบว่ามีของสดอยู่เต็มตู้เลย ไม่คิดว่าจะทำอะไรพวกนี้เป็นกับเขาด้วย
“อะไรก็ได้คืออะไรล่ะ ทำไมไม่พูดออกมา คนคิดมันคิดไม่ออกเนี่ย” ฉันบ่นออกมาเสียงเบาก่อนจะค้นดูว่าพอทำอะไรได้บ้าง และจัดการลงมือทำ
“โอเค เสร็จแล้ว” ฉันเลือกที่จะทำยำหอยนางรม กับซุปร้อน ๆ เมื่อเสร็จแล้วก็จัดโต๊ะอาหารและเดินออกมาตามพี่ฮันเตอร์ไปกินข้าว
“........” เมื่อเดินออกมาห้องโถง จากที่นั่งเล่นเกมอยู่ พี่ฮันเตอร์ก็เปลี่ยนอิริยาบทเป็นนอนเล่นแทน โดยหันหน้าออกไปทางระเบียง
“อาหารเสร็จแล้วค่ะ”
“!!!!!” ใบหน้าหวานก้มลงไปกระซิบข้างหูของฮันเตอร์ ส่งผลทำให้เขาตกใจและเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“จุ๊บ!” ริมฝีปากบางก้มลงไปจุ๊บเบา ๆ ที่ปากของฮันเตอร์ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับนิ่งสงัดไม่ขยับไปไหน
“อุ๊ย นาเนียขอโทษค่ะ พอดีจะมาตามไปกินข้าว จัดโต๊ะเสร็จแล้วนะคะ เดี๋ยวนาเนียมา” ฉันพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องตัวเองไป ปล่อยพี่ฮันเตอร์อยู่ที่เดิม
เพราะตอนทำอาหารเหงื่อออกเต็มตัวไปหมด และก็กลิ่นควันอีก ฉันเลยมาอาบน้ำก่อนจะไปกินข้าว
“ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก” เมื่อเข้ามาในห้องของตัวเอง หัวใจก็เหลวเป็นน้ำเลย ครั้งแรกว่าจะแกล้งเล่น แต่ดันเผลอไปจุ๊บปากพี่ฮันเตอร์สะงั้น
“.......” ฉันเดินเข้าห้องอาบน้ำมาด้วยอาการเขินตัวบิด คนอะไรตัวห๊อมหอม หน้าก็เนียน ปากก็นุ่ม
“ซ่า~” น้ำเย็นกระทบผิวทำให้เลิกคิดเรื่องนี้ เพราะมันทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก
“แกร็ก!” เมื่ออาบน้ำเสร็จก็จัดการแต่งชุดนอนไม่ได้นอนออกมา ซึ่งเป็นสายเดี่ยวคอกว้างบวกกับกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋
“พี่ฮันเตอร์คะ เราไปห้องครัวกันดีกว่าค่ะ” ฉันเดินออกมาและตรงดิ่งเข้าหาพี่ฮันเตอร์
“มองตาค้างเลยเหรอคะ?” เมื่อเห็นว่าพี่ฮันเตอร์มองฉันอยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าออกมา ฉันเลยเอ่ยปากแซวเขา
“เด็กนี่มันเล็กจริง ๆ เนอะ” พูดจบเจ้าตัวก็เดินผ่านหน้าฉันไปเลย มันทำให้ฉันอึ้งจนพูดไม่ออก
“พี่ฮันเตอร์!” ฉันก้มมองตัวเอง ก็ไม่ได้เล็กสักหน่อย กล้าว่าฉันแบบนี้ได้ยังไงกัน
“พี่ยังไม่เคยเห็นของจริงเลย รู้ได้ไงคะว่ามันเล็กน่ะ” ฉันเดินมาถึงห้องครัวก็หย่อนก้นลงบนตักที่ฮันเตอร์ และคล้องคอพี่เขาไว้กันตก
“ลงไป หิวข้าว” เขาดันฉันออก แต่เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องทำตามใจเขาล่ะ ฉันก็ยังดื้อดึงนั่งอยู่บนตักของพี่ฮันเตอร์
“นาเนียอาจจะอร่อยกว่าข้าวตรงหน้าก็ได้นะคะ” ฉันอ่อยสุดฤทธิ์ เขาเป็นผู้ชายนะ จะทนได้สักกี่น้ำกันเชียว
“ฉันไม่กินเธอหรอก เด็กน้อย” สายตาของผู้ชนะส่งผ่านมายังฉัน ก่อนที่มุมปากจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา
“ลองชิมดูก่อนมั้ยคะ บางทีชิมแล้วอาจจะติดใจจนต้องขอเพิ่มเลยล่ะค่ะ” ฉันก้มใบหน้าลงไปกระซิบเสียงเซ็กซี่ข้างหูพี่ฮันเตอร์
“อะ...อ๊ะ!” ฉันร้องออกมาเสียงหลง เมื่ออยู่ ๆ พี่ฮันเตอร์ก็ดึงฉันให้แนบชิดกว่าเดิม และจู่โจมมาที่เนินออกฉันอย่างรวดเร็ว ฟันคมกัดไปที่เนินอกของฉันเข้าอย่างแรง
“อย่าไว้ใจพี่มาก” พูดจบลิ้นร้อนก็เลียไปที่รอยฟันของตัวเองที่มันฝังอยู่บนเนินอกของฉันพร้อมกับจูบเบา ๆ มันช้าจนฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“ตักข้าวได้แล้ว” อ้อมแขนของพี่ฮันเตอร์ปล่อยออกจากเอวของฉัน ฉันเลยรีบลุกออกจากตักพี่เขาทันที อยู่แบบนี้มันอันตราย
“พอแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเมื่อฉันตักข้าวจนเขาพอใจแล้ว ฉันก็ตักให้ตัวเองบ้าง และนั่งลงกินข้าวบ้าง
“หึ กลัวพี่ไว้ก็ดีแล้ว” เมื่อเราทานข้าวกันอย่างเงียบสงบ พี่ฮันเตอร์ก็พูดออกมา ก่อนจะยิ้มมุมปากและตักข้าวเข้าปากไป
“ป่าวสักหน่อย นาเนียก็แค่ปล่อยให้พี่พักบ้าง เดี๋ยวจะหัวใจวายกับนาเนียสะก่อน” ฉันยังคงปากแข็ง ที่จริงแล้วฉันเนี่ยแหละที่เลิ่กลักกว่าใครเลย
“ใครกันแน่ที่จะหัวใจวายก่อน” เป็นพี่เขาที่รู้ทันฉัน เพราะหัวใจตอนนี้มันเต้นอย่างบ้าระห่ำอยู่ภายใน แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้และกินข้าวต่อตามปกติ
“เดี๋ยวนาเนียล้างให้ค่ะ พี่ออกไปเถอะ” เขาได้ยินดังนั้นก็มองหน้าฉันอย่างพิจารณา ก่อนจะเดินออกไปห้องโถงอย่างที่ฉันว่า
“ซ่า...” ฉันล้างจานและเก็บเข้าที่ เสร็จก็ถอดผ้ากันเปื้อนออกและเช็ดมือให้แห้ง ก่อนจะเดินออกไปยังห้องโถงแต่ไม่พบกับพี่ฮันเตอร์
“ไปไหนของเขา?” ฉันเดินหาคนตัวโตทั่วบ้าน และเดินออกมาหน้าระเบียง พอเห็นวิวตรงหน้าก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลง เพราะมันสวยมาก
“คิดถึงป๊ากับม๊าจัง” น้ำตาของฉันค่อย ๆ ไหลลงมาอย่างเชื่องช้า มือข้างถนัดเลื่อนขึ้นไปเช็ดมันอย่างลวก ๆ และกลับเข้ามาภายในห้องเหมือนเดิม
“ก๊อก ๆ นมอุ่นค่ะพี่ฮันเตอร์” ฉันตัดสินใจเคาะห้องพี่เขาและเดินมาพร้อมกับนมอุ่นในมือ อ่อยแล้วก็ต้องเอาให้สุด
“เข้ามา ห้องไม่ได้ล็อก” เมื่อได้ยินดังนั้นก็ผลักประตูเข้าไปด้านในทันที พี่ฮันเตอร์กำลังเล่นเกมอยู่กับเพื่อนอีกแล้ว
“ขอบใจ เอาวางไว้หัวเตียง” พี่ฮันเตอร์พูดกับฉันทั้งที่ไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ เขากดเกมอย่างเอาจริงเอาจังมาก
“พี่ดื่มก่อนได้มั้ยคะ นาเนียจะได้เอาแก้วไปเก็บเลย” เขาสนใจเกมมากกว่าสาวสวยในห้องอย่างฉันเหรอ รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น
“ฉันไม่ว่าง เธอเอาไปวางไว้ก่อน” เขายังคงสนใจสิ่งตรงหน้ามากกว่าฉัน ฉันเลยเลือกที่จะเอานมไปวางไว้ตามที่เขาบอกและนั่งลงตรงปลายเตียงแทน
Part ไคเลอร์“..............” ผมกับไอ้ธีโอมองภาพตรงหน้าอยู่ดี ๆ ก็เผลอหลุดยิ้มไปกับพวกมัน ไอ้ฮันเตอร์ดีใจที่นาเนียตั้งท้องจนร้องไห้จนไม่หลงเหลือคราบความเย็นชาไอ้มาคัสก็ดีใจที่น้องสาวตัวเองมีความสุข แถมได้เจอคนดี ๆ ที่เข้ามาดูแลน้องตัวเองได้“พวกเราจะมีหลานคนแรกของกลุ่มแล้วว่ะ แม่งตื่นเต้นชิบหาย” ไอ้ธีโอพูดออกมาเสียงดัง“หลานคนแรกกูจะรับขวัญหนัก ๆ เลย” หลานคคนแรกทั้งทีต้องยิ่งใหญ่หน่อย“มึงสู้กูไม่ได้หรอก” ไอ้มาคัสหันมาขิงใส่ผมอย่างเอาเป็นเอาตาย “พอเลยค่ะ นี่แค่พึ่งสัปดาห์แรกเองนะคะ ไว้คลอดแล้วค่อยเปย์ก็ได้” เราหยุดเถียงกันตามที่นาเนียว่า วันเรียนจบ“ยินดีด้วยนะคร้า~~~” นาเนียแบกเจ้าตัวเล็กในท้องมาร่วมแสดงความยินดีกับพวกผมทั้งสี่คน แต่ดูเหมือนจะมีคนออกอาการนอกหน้านอกตากว่าใคร“เฮียบอกแล้วว่าไม่ต้องมาก็ได้” ฮันเตอร์มันรีบเขาไปพยุงเมียอย่างทะนุถนอม ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับมันนะ“เราท้องโตแล้วอย่าเดินเยอะสิ” นาเนียได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ส่งมายังมาคัสที่พึ่งดุเธอไป “น้องมันก็มาแล้ว อย่าไปดุน้องมันนักเลย มา ๆ ถ่ายรูปกันดีกว่า” พอผมเข้าข้างน้องนาเนียเธอก็ยิ้มกว้างทันที และรีบเดินเข้ามาหาพวกเรา ก่อน
Part นาเนีย“หนูรักพี่มากนะคะ จุ๊บ~” ฉันพูดจบก็เลื่อนไปจุ๊บแก้มของเขาที่ยังคงหลับอยู่“จุ๊บ! พี่ก็รักหนูครับ” พี่ฮันเตอร์ก้มลงมาจุ๊บปากฉันกลับอย่างรวดเร็ว มันเร็วมาจนฉันตกใจ “พี่แกล้งหลับเหรอ!” ฉันลืมตากว้าง หลังจากที่เขาทำแบบนั้นกับฉัน นี่เขาตื่นกี่โมงเนี่ย“ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย” ฉันคลายความตกใจลงและนอนหนุนแขนซุกอกเขาอย่างเดิม“ตื่นก่อนเราไม่นานหรอก” เขาตอบกลับมาตามตรง และเอาคางมาเคยอยู่บนหัวของฉัน“ขอบคุณนะคะ” ฉันขอบคุณเขามากจริง ๆ ทุกเรื่องราวที่ผ่านมา ทุกอย่างที่เขาทำให้ฉัน“ขอบคุณเรื่องอะไรครับ” เขาถามออกมาด้วยความสงสัย แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตื้นตันก็คือเขาอบอุ่นมาก เขาอ่อนโยนกับฉันมาก“ขอบคุณทุกอย่างเลยค่ะ” ฉันไม่พูดเปล่าแต่กระชับอ้อมกอดเขาให้แน่นขึ้นกว่าเดิม“ขอบคุณที่พี่รักหนู” ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะมีวันนี้ วันที่ฉันสมหวัง วันที่คนที่ฉันรักจะรักฉันกลับ“ขอบคุณที่พี่อยู่ข้าง ๆ หนูไม่ได้ห่างไปไหน” เขาเย็นชาก็จริง ๆ แต่เขาไม่เคยทิ้งฉันไว้ข้าวหลังเลย“ขอบคุณที่พี่ไม่หักหลังหนู” เพราะถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงจะเสียใจมาก ๆ แต่เขากลับไม่ทำแบบนั้น“ไม่ใช่ทุกวันที่จะดี แต่ก็ไม่ใช่ทุกวันที
Part นาเนีย“พี่ฮันเตอร์หลอกซีเหรอคะ” หลังจากที่เธอรู้ตัวว่าอยู่ในแผนของพวกเราตั้งแต่แรก เธอก็โวยวายออกมาเสียงดัง“ฮึก ๆ ซีรักพี่จริง ๆ นะ ซีไม่เคยคิดจะหลอกพี่เลย” เธอร้องไห้ออกมาและเดินเข้าไปหาพี่ฮันเตอร์ แต่พี่เขาก็ถอยห่างออกไปจนเธอต้องชะงัก“ฮึก ๆ เป็นเพราะมึง!!” ซีเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความโกรธแค้น เธอพุ่งตัวเข้ามาจะทำร้ายฉัน แต่ก็ช้ากว่าฉันไปหนึ่งก้าว“เพี๊ยะ!” ฉันฟาดมือลงไปที่หน้าของเธออย่างจังจนเธอที่ไม่ได้ตั้งตัวกระเด็นล้มลงไปกองอยู่กับพื้น “จับตัวไว้!” ฉันสั่งการ์ดที่ยืนอยู่ด้านข้างจับตัวเธอไว้และมัดมือเธอไว้ด้านหลังก่อนจะปล่อยเธอนั่งรอใครบางคน“พ่อ!!!!!” เธอตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นพ่อตัวเองที่เดินลงมาจากแฮริคอปเตอร์ โดยมีการ์ดของพี่มาคัสจับกุมอยู่ พร้อมพี่มาคัสที่เดินตรงดิ่งมา“เพี๊ยะ! นังลูกตัวดี แกทำอะไรไว้ห้ะ!” เมื่อมาถึงพ่อของซีก็ตบหน้าเธอซ้ำอีกครั้งจนเห็นได้ว่าเลือดซิบออกมาจากปากเล็กน้อย จนฉันเองก็แอบตกใจว่ากล้าทำลูกตัวเองได้ยังไง“..............” ฉันมองกลุ่มผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ผู้ชายที่น่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มกับลูน้องของเขา มันทำให้ภาพวันนั้นที่หิมะตกย
Part นาเนีย“ก็ขอโทษที่หลอกเธอไงล่ะ ซีเพื่อนรัก” ฉันพูดออกไปหลังจากที่เดินมาถึงเธอ ทำเธอชะงักตัวแข็งทื่อและค่อย ๆ หันมาหาฉัน“น....นาเนีย” เสียงสั่นเครือของเธอมันยิ่งทำให้ฉันสะใจมากขึ้นไปอีก ความกลัวของเธอมันประเดประดังเข้ามาเต็มไปหมด“แกยังไม่ตายอีกเหรอ!” เมื่อเห็นการ์ดของฉันหลายสิบคนวิ่งเข้ามาเธอก็เริ่มสติแตก ส่วนพี่ฮันเตอร์เองก็เดินถอยออกห่างเล็กน้อย ให้พื้นที่ฉันกับเพื่อนรักได้คุยกันย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อนPart นาเนีย“พี่จำเป็นจริง ๆ” เสียงแผ่วเบาของเขาดังมาข้างหูของฉัน พี่ฮันเตอร์จับตัวฉันให้หันหน้าไปหาเขาก่อนจะโอบกอดฉันอีกครั้ง“ฮึก ๆ ๆ” ฉันร้องไห้โฮออกมาหลังจากที่ซุกหน้าเข้าไปที่หน้าอกของเขา พี่ฮันเตอร์เองก็กอดปลอบฉันอย่างใจเย็น “วันหนึ่งนาเนียจะเข้าใจพี่ แต่อย่าไปยุ่งกับมันอีก ถือว่าพี่ขอ” พี่ฮันเตอร์พูดออกมาแบบนั้นทั้งที่กอดฉันไว้ในอ้อมกอดPart ฮันเตอร์“............” ผมกอดนาเนียแน่นยิ่งกว่าเดิม ครั้งแรกผมกะว่าจะใจร้ายใส่เธอเพื่อให้เธอออกจากชีวิตผมไป แต่พอเห็นน้ำตาของเธอเข้าจริง ๆ แล้วก็ยิ่งทำให้ผมทำแบบนั้นไม่ได้ “พี่ปลอบใครไม่เป็น” ผมพูดออกไปตรง ๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาผม
“กรี๊ดดด ตู้มมม!!!” ร่างบางล่วงหล่นจากบนสะพานแขวนสูง ร่างกายดิ่งลงสู่ปม่น้ำลึกอย่างลวดเร็ว“หึ ลาก่อนเพื่อนรัก” ซีมองนาเนียที่ล่วงลงไปด้วยความสะใจและเธอก็ไม่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเลย เลยเดินหายไปก่อนที่จะมีใครเข้ามาเห็นเธอสะก่อนPart ฮันเตอร์“เพล็ง!!!!!” ผมมาส่งเยลที่คอนโดเธอก็คะยั้นคะยอให้ผมขึ้นมาดื่มน้ำที่ห้องของเธอให้ได้ ผมไม่รู้จะปฏิเสธยังไงเลยต้องตามเธอขึ้นมาและอยู่ ๆ เมื่อกี้หัวใจของผมมันก็หวิวขึ้นมาอย่างรุนแรงจนทำให้แก้วในมือล่วงแตกอยู่ตรงหน้า มือเลื่อนมากุมหน้าอกข้างซ้ายที่มันกำลังเต้นตุบตับอย่างแรง“เตอร์เป็นอะไรรึเปล่าคะ?” เยลรีบเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับจานผลไม้ในมือด้วยความตื่นตระหนกผมจึงรีบปรับตัวกลับมาเป็นสภาพปกติ“มันลื่นน่ะ โทษทีทำแก้วเยลแตกเลย” ผมพูดพร้อมกับก้มลงไปเก็บเศษแก้วที่กระจัดกระจายเต็มพื้น แต่เยลก็ห้ามเอาไว้ก่อน“เตอร์ไม่ต้องเก็บหรอกค่ะ เดี๋ยวเยลเอาอุปกรณ์มาเก็บเอง มันจะบาดมือเตอร์เอาได้” เมื่อเป็นแบบนั้นผมก็ละจากของตรงหน้าและลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาเหมือนเดิมเมื่อเป็นแบบนั้นเยลก็เดินหายเข้าไปในห้องครัวและเดินออกมาพร้อมอุปกรณ์เก็บกวาด“เตอร์คะ”“เตอร์!”“ฮันเตอร์!”
Part นาเนีย“หมับ!” ฉันกำลังจะก้าวออกมาอีกครั้งแต่พี่ฮันเตอร์ก็พุ่งเข้ามากอดฉันแน่น รั้งเอาไว้แบบเดิม“พี่จำเป็นจริง ๆ” เสียงแผ่วเบาของเขาดังมาข้างหูของฉัน พี่ฮันเตอร์จับตัวฉันให้หันหน้าไปหาเขาก่อนจะโอบกอดฉันอีกครั้ง“ฮึก ๆ ๆ” ฉันร้องไห้โฮออกมาหลังจากที่ซุกหน้าเข้าไปที่หน้าอกของเขา พี่ฮันเตอร์เองก็กอดปลอบฉันอย่างใจเย็น “วันหนึ่งนาเนียจะเข้าใจพี่ แต่อย่าไปยุ่งกับมันอีก ถือว่าพี่ขอ” พี่ฮันเตอร์พูดออกมาแบบนั้นทั้งที่กอดฉันไว้ในอ้อมกอดPart ฮันเตอร์“............” ผมกอดนาเนียแน่นยิ่งกว่าเดิม ครั้งแรกผมกะว่าจะใจร้ายใส่เธอเพื่อให้เธอออกจากชีวิตผมไป แต่พอเห็นน้ำตาของเธอเข้าจริง ๆ แล้วก็ยิ่งทำให้ผมทำแบบนั้นไม่ได้ “พี่ปลอบใครไม่เป็น” ผมพูดออกไปตรง ๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยง้อใครเลย เธอคือคนแรกที่ผมง้อ เธอคือคนแรกที่ผมยอมทุกอย่าง ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกันเช้าวันรุ่งขึ้น“อือออ~~” ผมนอนมองนาเนียที่นอนอยู่บนเตียงนอนของผม เธอพลิกตัวเล็กน้อยก่อนจะหลับต่อ เพราะตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่ ปล่อยให้เธอนอนต่ออีกหน่อย วันนี้ก็เรียนตั้งเก้าโมง“วันนี้ไปมอมั้ยครับ” ผมกด







