Masukกริ๊งงง กริ๊งงงงง~
“…ใครแม่งโทรมาตอนนี้วะ”
โทบิยันตัวขึ้นนั่งปล่อยผ้าห่มตกลงไปกองที่เอว ใบหน้าของชายหนุ่มยุ่งเหยิงไม่ต่างจากผมของเขาที่ชี้ฟู เขายกมือขึ้นยีหัวก่อนจะตวัดตามองไปที่โทรศัพท์ของโรงแรมข้างหัวเตียงด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนที่เขาจะยกหูรับสายแล้วกรอกเสียงเข้มดุดันลงไป
“ว่า”
ร่างสูงฟังคนปลายสายพูดส่วนมือก็ควานหาโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาดูเวลา โทบิปิดเปลือกตาลงแล้วถอนหายใจออกมาอย่างคนหัวเสีย
“…โอเค ตัดบัตรเครดิตได้เลยส่วนต่างที่เพิ่มมา…อืม”
เขาวางหูแล้วหันมองรอบตัว ตาคมมองเพียงปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงที่ระเริงรักกันเมื่อคืนคงออกไปจากโรงแรมได้สักพักแล้ว
แหงแหละ ยัยนั่นเล่นปล่อยให้เขานอนจนเลยเวลาเช็กเอ้าท์มาเกือบชั่วโมง ถ้าพนักงานของโรงแรมไม่โทรมาปลุกมีหวังได้จ่ายค่าห้องอ่วมแน่…
พรึบ!
ชายหนุ่มกระชากผ้าห่มออกจากตัว เขาเหวี่ยงมันทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วเดินล่อนจ้อนปล่อยให้ลูกชายห้อยแกว่งไปตามแรง โทบิหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายก่อนที่เขาจะกลับออกมาแล้วเปิดประตูออกจากห้องไปเอากระเป๋าเดินทางของตัวเองที่อยู่อีกห้องหนึ่งข้าง ๆ กัน
“…ยังไงก็คุ้มล่ะวะ แต่ดูจะแสบไม่ใช่เล่นเลย”
ปากหนาพึมพำถึงสาวสวยผมบลอนด์ที่ดูจะอัพเลเวลความแสบขึ้นจากเมื่อก่อนมามากโข แม้จะรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวที่ได้ปลดปล่อยแต่ก็คาดไม่ถึงว่าฮารุจะหายตัวไปแล้วทิ้งให้เขาจ่ายค่าที่พักราคาแพงหูฉี่แบบนี้…
สนามบิน
“เหลือเวลาอีกตั้งสามชั่วโมงไปหาอะไรกินก่อนได้ปะ หิวอะ”
มาร์ตินหันไปมองเพื่อนสาวตัวเล็กที่กำลังยืนกอดแขนเขาแล้วจีบปากจีบคอทำหน้าตาออดอ้อนน่าขนลุกส่งมาให้ ชายหนุ่มยังแปลกตาไม่หายที่ฮารุใส่เสื้อผ้ามิดชิดคลุมร่างกายไม่ต่างจากมัมมี่แดนอียิปต์ ทั้ง ๆ ที่อากาศภายในประเทศร้อนระอุไม่ต่างจากประเทศไทยเลยสักนิดเดียว
“พูดดี ๆ ก็ได้ไม่ต้องอ้อนกัน…แล้วนี่ไม่ร้อนเหรอวะ เอาไอ้ผ้าพันคอออกไปซิ!”
เพี๊ยะ!
“…คือฉันร้อน ๆ หนาว ๆ เหมือนจะไม่สบายน่ะ เลยต้องทำคอให้อุ่นหน่อย”
ฮารุรีบปัดมือเพื่อนตัวสูงออก เธอกระชากผ้าพันคอกลับคืนแล้วพันมันให้เข้าที่เข้าทางตามเดิม ขืนไม่พันไว้มีหวังมาร์ตินคงเห็นตั้งแต่ดาวอังคารว่าเธอไปมีความสัมพันธ์สวาทสุดป่าเถื่อนกับผู้ชายมาน่ะสิ เพื่อนแต่ละคนที่สนิทกันยิ่งช่างสังเกตอยู่
นึกแล้วก็น่าหงุดหงิด ทำไมเขาถึงได้ทิ้งร่องรอยไว้บนตัวเธอเยอะขนาดนี้นะ!
คิ้วเรียวย่นเข้าหากันเมื่อคนตัวเล็กนึกถึงโทบิขึ้นมา แต่ความหงุดหงิดก็จางลงทันตาเพราะอย่างน้อยเธอยังได้เอาคืนโดยการชิ่งออกมาจากโรงแรมแล้วปล่อยให้เขาเป็นคนจัดการค่าห้องทั้งหมด
หึ รู้ซะบ้างว่าฉันไม่ใช่ยัยฮารุคนเดิมแล้ว!
“ยืนยิ้มกับใครวะ? หรือไม่สบายจนหลอน…ไปกินข้าวกินยาไป”
“…อ่อเปล่า ๆ”
ฮารุหุบปากลงเมื่อมาร์ตินเอ่ยขึ้นมาแบบนั้น เธอรีบปฏิเสธแล้วลากแขนเพื่อนแอ๊บแมนเข้าไปในร้านอาหารที่ใกล้ที่สุดทันที
“นั่งตรงนี้แหละเนอะ ชอบดูเวลาคนเดินผ่านไปผ่านมา”
“แล้วแต่เลยครับผม”
มาร์ตินตอบเมื่อเห็นฮารุชี้นิ้วไปที่โต๊ะริมทางเดิน มันหันหน้าออกไปหน้าร้านทำให้เห็นผู้คนที่กำลังเดินไปยังเกตต่าง ๆ อยู่ตลอด สาวสวยไม่รอข้าตรงดิ่งไปหย่อนตัวนั่ง เธอส่งเมนูให้เพื่อนสนิทแล้วสั่งอาหารกับพนักงานทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดนาน
ทั้งเธอและมาร์ตินใช้เวลารออาหารไม่ถึงสิบนาทีเมนูที่เพิ่งสั่งไปก็ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้า สองหนุ่มสาวเริ่มลงมือรับประทานอาหารพร้อมกันโดยที่ทั้งคู่สลับกันชิมอาหารในจานของอีกฝ่ายอย่างที่ทำเป็นประจำตอนเรียนอยู่ที่อังกฤษ
“…คนเดียว”
“เมนูค่ะ”
เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นข้างตัวพร้อมเสียงของลูกค้าผู้ชายกับเสียงพนักงานสาวที่พูดคุยกันทำให้ฮารุที่กำลังเคี้ยวข้าวด้วยความเอร็ดอร่อยจำต้องหันไปมองที่นั่งข้าง ๆ
อิ๊บอ๋ายแล้ว…
นัยน์ตาสวยเบิกโตขึ้น ทันทีที่เธอหันหน้าไปสายตาก็ประสานเข้ากับตาคมของโทบิที่เขาก็กำลังมองมาที่เธอเช่นกัน ร่างสูงไม่ได้ตกใจเพราะเขาเห็นฮารุตั้งแต่แรกเลยเลือกเดินเข้ามาในร้าน สิ่งที่เขาสนใจคงหนีไม่พ้นหนุ่มลูกครึ่งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนตัวเล็กมากกว่า
ยัยนี่มีแฟนแล้วงั้นเหรอ? มันจะไม่แสบไปหน่อยเหรอวะ…
“ไม่กินไง หรือไม่ชอบ?”
“อะ เอ่อ…ชอบ ๆ”
ฮารุหันกลับไปหาเพื่อนแล้วตักอาหารตรงหน้าเข้าปาก เธอทำเป็นไม่เห็นโทบิแล้วทำทีกระหนุงกระหนิงกับมาร์ตินเพราะค่อนข้างมั่นใจว่ารายนั้นต้องคิดว่าเธอกับมาร์ตินเป็นแฟนกันแน่ ๆ
“…อยากชิมอันนั้นอะ ขอคำนึงดิ”
เธอจงใจเอ่ยขอเสียงหวานแล้วหันไปหามาร์ติน ทำเอาเพื่อนแอ๊บแมนแสดงความตกใจผ่านสายตาจนหญิงสาวต้องส่งมือไปหยิกเข้าที่เอวของมันแล้วส่งซิกแทนการพูดให้เพื่อนสนิทช่วยตามน้ำไปกับเธอก่อน
“…ได้สิ อ้าปาก อ้ามมม”
“อื้มม อร่อยอะ ไม่รู้เพราะคนป้อนรึเปล่า”
ฮารุยิ้มตาหยีแม้ผู้ชายที่เธอนั่งหันหลังให้จะไม่เห็นก็ตาม คนตัวเล็กค่อนข้างมั่นใจว่าโทบิกำลังตั้งใจฟังบทสนทนาของเธอกับมาร์ตินอย่างแน่นอน
“หมดแล้ว อิ่มรึเปล่า อยากกินอะไรเพิ่มไหมครับ?”
“…อืม ไม่ดีกว่าเดี๋ยวอ้วน ขอบคุณนะคะ”
เธอส่ายหน้าปฏิเสธแล้วสอดแขนไปคล้องแขนมาร์ตินก่อนจะแนบแก้มลงไปถูไถ ถ้าสังเกตดี ๆ คงเห็นว่าเพื่อนชายของเธอขนแขนลุกซู่อยู่
ครืดดด~
เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออกพร้อมโทบิที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินออกไปจ่ายค่าอาหารแล้วลากกระเป๋าเดินทางตรงไปที่เกตโดยไม่ได้หันมามองหรือสนใจสาวผมบลอนด์ที่กำลังนั่งออเซาะผู้ชายอย่างประเจิดประเจ้ออีก
“…ใครอะ?”
มาร์ตินถามเมื่อเห็นฮารุมองตามผู้ชายหน้าตาดีที่นั่งกินข้าวข้างกันไปสุดสายตา หนุ่มลูกครึ่งชะเง้อคอมองตามและรับรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนั้นกับเพื่อนของตนต้องรู้จักกันแน่นอน
“เอาไว้ว่าง ๆ ฉันจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้แกช่วยแอ๊บเป็นผัวฉันไปก่อนนะมาร์ตินนะ พลีสสส~”
ฮารุถูมือเอ่ยปากขอร้องให้เพื่อนตัวเองช่วยเล่นละครไปด้วยกันก่อน เธอมองมาร์ตินด้วยแววตาอ้อนวอนก่อนที่หนุ่มลูกครึ่งจะพยักหน้าตกลงเพราะเข้าใจว่าผู้ชายคนนั้นคงเป็นคนที่มาตามวอแวเพื่อนสาวของตน
ลางสังหรณ์ของคนตัวเล็กมันบอกว่าเธอกับโทบิต้องบินกลับไทยไฟล์ทเดียวกันแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วเธอต้องสวมบทบาทเมียมาร์ตินให้ถึงที่สุด เขาจะได้รู้ว่าเธอน่ะมันสาวฮอตตัวจริง!
สองชั่วโมงหลังจากนั้น
“เซียกับจีน่าถึงไทยแล้ว บอกด้วยว่าอยากกินข้าวกับนายอีก”
ฮารุหันแชตให้เพื่อนที่เดินตามหลังดู เธอเช็กข้อความที่เพื่อนสนิททั้งสองคนเพิ่งส่งเข้ามาหลังจากที่สองคนนั้นได้ไฟล์ทเช้ากว่าเลยเดินทางถึงประเทศไทยก่อน
“เอาดิ ว่างตรงกันวันไหนก็นัดเลย”
“…ที่นั่งคุณผู้หญิงตรงนี้ค่ะ ติดกันเลยค่ะ”
ฮารุเงยหน้าขึ้นจากจอมือถือแล้วส่งยิ้มให้แอร์สาวที่พาเธอมาส่งยังที่นั่งชั้นธุรกิจ ร่างบางเตรียมจะหย่อนตัวลงแต่ตาดันไปเห็นผู้ชายอีกคนที่นั่งถัดไปด้านหลังเสียก่อน
หมับ!
“…เค้านั่งข้างในนะ อยากนอนพิงไหล่”
คนตัวเล็กยื่นมือไปจับต้นแขนมาร์ตินแล้วออกแรงบีบเบา ๆ ฮารุพยายามสื่อสารผ่านสายตาพลางเอานิ้วจิ้มต้นแขนล่ำ ๆ ของเพื่อน มาร์ตินที่หัวไวไม่ต่างเข้าใจในทันทีเลยคลี่ยิ้มหวานส่งกลับมาให้
“ได้สิ ได้หมดเลยครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
โทบิมองสองหนุ่มสาวพูดจาอี๋อ๋อจนน่าหมันไส้ เขาหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเพราะรำคาญเกินกว่าจะทนดูต่อได้แต่เสียงฮารุก็ยังดังแทรกเข้ามาในหูอยู่ดีจนหนุ่มหล่อจำต้องมองลอดไปด้านหน้า มันมีช่องเล็ก ๆ ให้เขาได้สอดส่อง
“สบายจัง~”
“เอาเครื่องดื่มหรือของกินเล่นหน่อยไหม?”
“ไม่อาววว”
“เฮ้อ!”
โทบิจงใจพ่นลมหายใจออกมาเสียงดัง เขายกแขนขึ้นกอดอกแล้วเหวี่ยงขายืดไปข้างหน้าจนมันกระแทกเข้ากับที่นั่งของฮารุด้วยความตั้งใจของเขาเอง
“…ขอโทษด้วยครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยขอโทษตามมารยาทก่อนจะเบี่ยงตามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วทิ้งหัวพิงเตรียมเอนตัวลงนอน
พลั่ก! “อื้มม…กะ กลับคอนโดก่อนไหม?” “ไม่ ที่นี่ไม่มีใครสักหน่อย ฉันทนไม่ไหวแล้ว” จุมพิตแผ่วเบาเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นจูบดูดดื่มเมื่อโทบิเริ่มคุมร่างกายตัวเองไว้ไม่อยู่ เขาอุ้มฮารุเดินเข้ามาด้านในก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กให้ยืนด้วยขาตัวเองแล้วส่งมือไปช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างบางตรงหน้า ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็ได้เห็นร่างนุ่มนิ่มเย้ายวนล่อนจ้อน เขาสาวเท้าเข้าไปประชิดก่อนจะรวบตัวฮารุขึ้นอุ้มอีกครั้งให้ขาเรียวเกี่ยวคล้องกับสะโพกตนเองไว้ “เธอก็ดูจะพร้อมนะ” “อืมมม ชอบจัง” ฮารุสูดปากทิ้งมือวางบนบ่าแกร่งกลีบดอกไม้งามมีแท่งร้อนเสียบเข้ามาในตัว กึ่งกลางตัวของเธอเปียกเยิ้มตั้งแต่ได้จูบกับโทบิที่หน้าบริษัทแล้ว… ปึก ปึก ปึก “ซี้ดด อาาา…แน่นฉิบ!” “ชอบไหมคะ อ๊ะ กระแทกฮารุแรง ๆ สิ อื้มมม” ฮารุเอ่ยท้าทายเสียงหวานเธอปรือตามองใบหน้าหล่อเหลาที่โทบิกำลังขบสันกรามแน่นแล้วกระหน่ำกดกระแทกตัวตนเข้าใส่ เขาส่งท่อนเอ็นเสยเข้ามาในโพรงสวาทเธอไม่เว้นช่วง มันทั้งเสียวสะท้านและเร่า
“ขอบคุณผู้ช่วยทุกคน ทีมงานทุกฝ่าย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างอาคารแห่งนี้เพื่อก่อตั้งเป็นบริษัทดีไซน์เนอร์ครบวงจร…ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ที่ทุกท่านลงแรงกายแรงใจและทุ่มเทไปกับฮารุ” วู้ววว~ เสียงปรบมือผสมเสียงโห่ร้องดังกึกก้องทั่วอาคารเมื่อสาวสวยเจ้าของบริษัทขึ้นไปบนเวทีเพื่อเอ่ยขอบคุณการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ทุกฝ่ายทุ่มกันสุดตัว จนความสำเร็จฉายชัดออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็น “…ผมก็คงไม่มีคำพูดอะไรนอกจากขอบคุณ แผนงานนี้คงสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดการวางแผนที่ดีของฮารุและความร่วมมือจากทุกคนครับ” แปะ แปะ แปะ โทบิรับไมค์จากฮารุมาถือไว้ในมือแม้เขาจะไม่อยากออกหน้าออกตาแต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอม ฮารุเอาแต่ย้ำบอกว่ายังไงเขาก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แผนงานของเธอราบรื่น “พรุ่งนี้บริษัทของเราจะเปิดทำการวันแรก ฮารุหวังว่าทุกคนจะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเริ่มลุยงานไปด้วยกันนะคะ!” ร่างบางยกกำปั้นขึ้นตรงหน้าฮารุฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะเดินลงจากเวทีขนาดเล็กที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานเปิดตัวบริษัทอย่า
“รบกวนเอาเก้าอี้ตัวนี้ออกให้หน่อยครับ” “ไม่ต้องค่ะ ๆ ตัวนั้นก็ไม่ต้องค่ะ” ฮารุรีบหันไปบอกพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินเข้ามายกเก้าอี้ตัวข้างเธอพลางชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ว่างอีกตัวข้างจีน่าด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้พนักงานของร้านยกมันออกไปตามคำสั่งของมาร์ติน “อะไรของแกฮารุ เราจะได้มีพื้นที่เหลือ ๆ สั่งอาหารไปตั้งเยอะแยะจะมานั่งเบียดกันทำไม” จีน่าถามพลางจ้องใบหน้าสวยของเพื่อนสาวคนสนิทอย่างคนไม่เข้าใจในพฤติกรรมแปลก ๆ ของเพื่อนตัวเอง “…เดี๋ยวมีคนมาเพิ่มอีกสองคนไง จะเอาออกทำไมล่ะ” ฮารุอ้อมแอ้มพูดไม่เต็มเสียงเธอใช้ปลายนิ้วทัดผมที่หูด้วยท่าทางเขินอาย ปฏิกิริยาของคนตัวเล็กทำให้เพื่อนทั้งสามคนต่างหันไปมองหน้ากันเอง “อีกสองคน? แกหมายความว่าไง” เซียได้โอกาสพูดหลังจากเงียบอยู่นาน สาวหน้านิ่งหรี่ตาลงเพื่อสังเกตเพื่อนสาวผมบลอนด์ที่ยังไม่หยุดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับจานข้าว “…ก็ ก็ คือ” “แปลก ๆ ถึงขั้นติดอ่างแล้วเหรอ” ขวับ ชิ้ง! เธอตวัดตามองค้อนมาร์ตินแล้วทำปากมุบมิบแท
“…” ฮารุนอนนิ่งไม่กล้าขยับตัวแม้เธอจะรู้สึกตัวตื่นได้สักพักแล้ว นัยน์ตาสวยมองทอดออกไปนอกหน้าต่าง เธอรู้สึกหนักอึ้งบริเวณเอวเพราะมีแขนแกร่งของใครบางคนกอดกระชับไว้จนเธอไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้ ในหัวของเธอมีคำถามมากมาย เธอยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โทบิทำเท่าไหร่นัก หรือการที่เขาเข้ามาหาเธอเมื่อคืนนี้แล้วมานอนกกกอดจนถึงตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ หรือแค่เพราะเขาต้องการเรื่องอย่างว่าเท่านั้น… “…เกร็งอะไรขนาดนั้น หื้ม” เสียงทุ้มพูดชิดท้ายทอยเขากระเถิบตัวเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วกดแนบริมฝีปากลงที่หลังคอของเธอ ทำเอาคนตัวเล็กขนลุกซู่ต้องหดคอหนี ฮารุคลายความกังวลลงเมื่อโทบิค่อย ๆ คลายอ้อมแขนของเขาออกแล้วจับเธอพลิกนอนหันหน้าเข้าหากัน “…นอนกอดทั้งคืนแบบนั้น ใครจะไม่เกร็ง” “ไม่ได้เหรอ” “…” ระหว่างคิ้วของฮารุย่นเข้าหากัน เธอจ้องตาคมกลับไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความออดอ้อนของโทบิ สายตากับน้ำเสียงของเขาตอนนี้มันจะไม่เหมือนคู่รักนอนกกกันไปหน่อยเหรอ… “เป็นอะไรของพี่ทำไมอยู่ดี ๆ ถึง…”
“…อื้ม ลืมของเหรอ” ฮารุส่งตัวเองลุกขึ้นนั่งสาวสวยหอบร่างโอนเอนเดินโซซัดโซเซไปเปิดประตู เธอเข้าใจว่ามาร์ตินลืมอะไรสักอย่างแล้วคงกลับมาเอา ฮารุกดปลดล็อกผ่านระบบอัตโนมัติเธอยืนอยู่แบบนั้นทั้ง ๆ ที่ตายังไม่เปิดดี “พี่มา…อืมม” เสียงหวานขาดช่วงไปเมื่อชายหนุ่มข้างห้องก้าวขาเข้ามาในห้องเธอ เขารั้งเอวบางเข้าหาใช้สายตาสำรวจทั่วร่างฮารุเพียงครู่ก็แนบริมฝีปากประกบลงมาทันที “อะ อือ” คนตัวเล็กปัดป่ายมือพยายามดันอกแกร่งออก ปากของเธอถูกเขาดูดดึงก่อนที่ชายหนุ่มจะสอดลิ้นหนาเข้ามาไล่ต้อนลิ้นเรียวไปดูดกิน เขาเกี่ยวรั้งลิ้นเธอเพื่อแลกสัมผัสเร่าร้อน โทบิก้าวเท้าเดินแล้วกดไหล่ให้ฮารุลงไปคุกเข่ากับพื้น “อะ อะไรของพี่…ยังมึนอยู่ ไม่อยากทำ” ฮารุนั่งทิ้งตัวทับส้นเท้าเธอเงยหน้ามองใบหน้าหล่อคมของคนที่เธอไม่ได้เห็นหน้าเขามาหลายวัน โทบิยกยิ้มมุมปากเขาไม่พูดอะไรแต่กำลังถอดกางเกงนอนขายาวออกจากตัว “มึนสิดี เอากันน่าจะเพลิน” อึก! “อ่าาา” เสียงลำรักถูกดันเข้าไปในโพรงปากเล็กพร้อมกับเสียง
“ไปเที่ยวกันมาสนุกไหมคะ?” ทันทีที่ร่างบางโผล่พ้นเข้ามาในห้องประชุมฮารุก็เอ่ยปากแซวพ่อกับแม่ของตน เธอยักคิ้วลิ่วตามองผู้มีพระคุณด้วยสายตาหยอกล้อก่อนจะเดินไปหย่อนบั้นท้ายลงนั่งเก้าอี้ตัวใกล้ ๆ กัน “…เที่ยวตรงไหนพ่อกับแม่ไปประชุม” “ไม่ต้องมาโกหกหนูเลย เห็นนะว่าแอบไปดินเนอร์กันสองต่อสองหลังเสร็จงาน เกรงใจคนโสดบ้างสิ” สาวผมบลอนด์แกล้งทำปากคว่ำหลังไปไถดูโซเชียลของครอบครัวแล้วเห็นแม่ลงรูปไปทานดินเนอร์มื้อพิเศษพร้อมดอกไม้ช่อโตในมือ สวีทหวานกันออกหน้าออกตาจนลูกสาวแท้ ๆ อย่างเธอยังอดอิจฉาตาร้อนไม่ได้ “โอ๋ ๆ ไม่นอยนะลูกสาวแม่ แต่ถ้าทนดูไม่ไหวก็หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาดามใจสิจ๊ะ” พิมดาวส่ายหน้าแล้วหันไปยิ้มกับสามีก่อนจะหันมาพูดทีเล่นทีจริงกับลูกสาวแสนสวยที่ยังนั่งทำหน้างอปากคว่ำไม่เลิก “ชิ! ไม่เอาหรอกกลัวไม่เจอผู้ชายดี ๆ แบบพ่อ” ฮารุส่ายหน้าเป็นพัลวันแม้ปากจะปฏิเสธไปแบบนั้นแต่วันนี้คนตัวเล็กตั้งอกตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัวมาสวยพริ้งเพราะรู้ว่าจะได้เจอใครอีกคนที่ต้องมาฟังประชุมรายงานความคืบหน้าพร้อมกัน







