Masuk"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะอิน" เทมส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลอินทิราเงยหน้าขึ้นสบตาคนพูด รอยยิ้มกว้างขวางปรากฏบนใบหน้า "ขอบคุณค่ะพี่เทมส์... อินดีใจที่สุดเลยที่ได้กลับมาที่นี่"ไทม์ที่เพิ่งเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาวชะโงกหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวาน "ไม่ใช่แค่หนูหรอกที่ดีใจ พวกพี่ก็ดีใจจนแทบจะปิดซอยฉลองอยู่แล้ว รู้ไหมว่าตอนที่ไม่มีหนูเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในห้องนี้ ห้องมันกว้างจนดูน่าเบื่อไปเลย""มึงก็พูดเวอร์ไปไอ้ไทม์" วีรวิชญ์สอดขึ้นมาขณะกำลังเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำดื่ม "แต่มันก็จริง... ขาดคนทำกับข้าวให้กินไปสองวัน กูกินข้าวกล่องจนจะอ้วกอยู่แล้ว"คำพูดของวีรวิชญ์ทำให้อินทิราหลุดเสียงหัวเราะออกมา เธอกำลังจะเดินตามเข้าไปในครัวเพื่อรินน้ำให้พวกเขา แต่เทมส์กลับรั้งข้อมือเล็กของเธอเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดเล็กออกมาและยื่นมันไปตรงหน้าเธอ"อะไรคะพี่เทมส์" หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย"ลองเปิดดูสิ" เทมส์พยักพเยิดหน้าเป็นเชิงอนุญาตอินทิรารับซองนั้นมาถือไว้ ค่อยๆ รูดซิปเปิดปากซองออก สิ
"ส่วนข้อสุดท้าย..." กฤตชูนิ้วนางขึ้นมา นัยน์ตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุดันของวีรวิชญ์ "พวกมึงสามคน ต้องช่วยกันดูแลอินให้ดีที่สุด ปกป้องน้องกูด้วยทุกอย่างที่พวกมึงมี ถือซะว่าอินคือหัวใจของพวกมึง... ถ้าวันไหนที่พวกมึงดูแลไม่ไหว หรือเริ่มรู้สึกเบื่อ ให้เดินมาบอกกูตรงๆ กูจะรับน้องกูกลับมาเอง อย่าปล่อยให้อินต้องทนทุกข์อยู่คนเดียว"วีรวิชญ์แค่นยิ้มมุมปาก เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ท้าวแขนลงบนโต๊ะเพื่อประจันหน้ากับกฤต "ข้อนี้มึงเอาตีนขยี้ทิ้งไปได้เลยไอ้กฤต... เพราะกูไม่มีวันเบื่อ และกูก็ไม่มีวันเดินไปบอกมึงให้มารับอินกลับไปด้วย ถ้าใครในสามคนนี้ทำให้อินเสียใจ กูจะเป็นคนกระทืบมันเอง รวมทั้งตัวกูด้วย มึงจำคำกูไว้เลย"
"อินไม่สนใจสายตาคนอื่นหรอกค่ะ" หญิงสาวส่ายหน้าไปมา "อินสนใจแค่สายตาของพี่กฤต คนที่เลี้ยงอินมาตั้งแต่เด็ก... พี่กฤตคือครอบครัวเพียงคนเดียวของอิน ถ้ารักอิน พี่กฤตควรจะดีใจไม่ใช่เหรอคะ ที่ตอนนี้น้องสาวของพี่กฤต มีคนที่พร้อมจะตายแทนได้ถึงสามคน"คำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงใจและความเข้าใจโลกในแบบของอินทิรา ทะลวงกำแพงทิฐิที่กฤตสร้างขึ้นมาจนพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ เขาไม่เคยเห็นความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวในดวงตาของน้องสาวมากขนาดนี้มาก่อน อินทิราไม่ใช่เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่คอยวิ่งตามหลังเขาอีกต่อไป เธอเติบโตเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญและพร้อมจะยืนหยัดเพื่อความรักของตัวเองกฤตระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ความกดดันที่แบกรับมาหลายวันสลายหายไปจนหมดสิ้น เขายอมแพ้แล้ว ยอมแพ้ให้กับความรักที่ดูเหมือนจะผิดแปลกแต่กลับมั่นคงจนน่าอิจฉา"อินแน่ใจใช่ไหม ว่าเลือกทางนี้แล้วจริงๆ" กฤตถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย"แน่ใจที่สุดในชีวิตเลยค่ะ" อินทิราพยักหน้ารับ รอยยิ้มกว้างขวางปรากฏบนใบหน้าเนียนใสกฤตส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะยกมือขึ้นกวักเรียกเพื่อนสนิททั้งส
"ไม่ต้องหรอกค่ะพี่เทมส์ เรื่องนี้อินต้องเป็นคนอธิบายเอง ถ้าพวกพี่เข้าไปด้วย พี่กฤตอาจจะคิดว่าอินถูกบังคับ หรือไม่ก็คิดว่าพวกพี่มาช่วยกันรุมกดดันพี่กฤต" อินทิราส่ายหน้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น "อินขอเวลาแค่สิบห้านาทีนะคะ พวกพี่ไปนั่งรออินที่ร้านกาแฟชั้นล่างของโรงพยาบาลก่อนก็ได้"ไทม์เดินเข้ามาสวมกอดอินทิราจากด้านหลัง วางคางเกยบนลาดไหล่บาง "เอาอย่างนั้นก็ได้คนเก่ง แต่ถ้าไอ้กฤตมันตวาดหนู หรือทำท่าจะลากหนูกลับบ้าน หนูรีบโทรหาพี่เลยนะ พี่จะวิ่งขึ้นมาพังประตูให้ดู"อินทิราหัวเราะเบาๆ กับคำขู่ของไทม์ เธอพยักหน้ารับคำสัญญานั้น ก่อนจะเดินนำผู้ชายทั้งสามคนออกจากห้องพักฟื้นเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
"อ๊า... พี่วี... มันลึก" อินทิราจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของวีรวิชญ์เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว"อืม... มึงโคตรแน่นเลยอิน ตอดแกนกายกูแทบขาด" วีรวิชญ์คำรามเสียงต่ำ เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นให้เร็วและดุดันขึ้น เนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นไปทั่วห้องพักฟื้นไทม์ขยับเข้ามาสวมกอดอินทิราจากด้านข้าง ริมฝีปากหยักกดจูบซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างทะนุถนอม มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างอรชร บีบเคล้นเอวคอดและหน้าท้องอย่างหลงใหล "เก่งมากหนู... ตอบสนองพี่วีดีมากเลยคนเก่ง" แฝดน้องเอ่ยปากชมเพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นเทมส์เดินเข้ามาซ้อนด้านหลังของไทม์ โน้มตัวลงมามอบจูบที่ดูดดื่มให้กับอินทิรา ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันกับเรียวลิ้นเล็ก แลกเปลี่ยนความหวานและดูดกลืนเสียงครางของเธอเอาไว้จนหมดสิ้นเมื่อวีรวิชญ์ปรนเปรอจนพอใจและใกล้จะถึงฝั่งฝัน เขาก็ถอนแกนกายออก สลับให้ไทม์เข้ามาสานต่อ ไทม์สวมถุงยางอนามัยอย่างรวดเร็ว สอดแทรกความแข็งขึงเข้าไปในช่องทางที่เปียกชุ่มไทม์เน้นจังหวะที่รวดเร็วและเร่าร้อน สะโพกสอบซอยถี่รัวจนอินทิราตัวคลอน เขาใช้มือหนาบดขยี้ติ่งเนื้อกลางกายสาวอย่างหยอกล้อ เพิ่มความเสียวซ
อินทิราเอนศีรษะพิงกับไหล่ของวีรวิชญ์ ปิดตาลงซึมซับความปลอดภัยที่รายล้อมอยู่รอบตัว สัมผัสจากผู้ชายทั้งสามคนช่วยชะล้างความหวาดกลัวออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแรงปรารถนาที่คุกรุ่นขึ้นมาแทนที่ความตึงเครียดเทมส์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงโน้มตัวลงมาประคองใบหน้าจิ้มลิ้ม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของเธอ ปลายนิ้วโป้งสากเกลี่ยคราบน้ำตาออกจากพวงแก้มเนียนอย่างเชื่องช้า "พี่อยู่นี่แล้วหนู... ไม่มีใครแยกพวกเราได้แล้วนะ"สิ้นคำพูด เทมส์ก็ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากบวมเจ่อของอินทิราอย่างนุ่มนวล มันเป็นจูบที่ไม่ได้รุกล้ำ แต่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเว้าวอนเพื่อยืนยันคำสัญญา อินทิราเผยอปากรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ สองมือเล็กที่เคยวางอยู่บนตักยกขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาของเทมส์ ตอบรับรสจูบที่ถ่ายทอดความโหยหาซึ่งกันและกันไทม์ที่นั่งอยู่ด้านข้างไม่ยอมปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างสูญเปล่า ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของอินทิรา ริมฝีปากร้อนจัดพรมจูบซับคราบน้ำตาที่หางตาและพวงแก้ม ก่อนจะเลื่อนลงมาขบเม้มผิวเนื้ออ่อนไหวที่ลาดไหล่จนเกิดรอยรักสีแดงจางๆ"อื้อ... พี่ไทม์..







