LOGIN"อินไม่สนใจสายตาคนอื่นหรอกค่ะ" หญิงสาวส่ายหน้าไปมา "อินสนใจแค่สายตาของพี่กฤต คนที่เลี้ยงอินมาตั้ง
"อินไม่สนใจสายตาคนอื่นหรอกค่ะ" หญิงสาวส่ายหน้าไปมา "อินสนใจแค่สายตาของพี่กฤต คนที่เลี้ยงอินมาตั้งแต่เด็ก... พี่กฤตคือครอบครัวเพียงคนเดียวของอิน ถ้ารักอิน พี่กฤตควรจะดีใจไม่ใช่เหรอคะ ที่ตอนนี้น้องสาวของพี่กฤต มีคนที่พร้อมจะตายแทนได้ถึงสามคน"คำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงใจและความเข้าใจโลกในแบบของอินทิรา ทะลวงกำแพงทิฐิที่กฤตสร้างขึ้นมาจนพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ เขาไม่เคยเห็นความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวในดวงตาของน้องสาวมากขนาดนี้มาก่อน อินทิราไม่ใช่เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่คอยวิ่งตามหลังเขาอีกต่อไป เธอเติบโตเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญและพร้อมจะยืนหยัดเพื่อความรักของตัวเองกฤตระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ความกดดันที่แบกรับมาหลายวันสลายหายไปจนหมดสิ้น เขายอมแพ้แล้ว ยอมแพ้ให้กับความรักที่ดูเหมือนจะผิดแปลกแต่กลับมั่นคงจนน่าอิจฉา"อินแน่ใจใช่ไหม ว่าเลือกทางนี้แล้วจริงๆ" กฤตถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย"แน่ใจที่สุดในชีวิตเลยค่ะ" อินทิราพยักหน้ารับ รอยยิ้มกว้างขวางปรากฏบนใบหน้าเนียนใสกฤตส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะยกมือขึ้นกวักเรียกเพื่อนสนิททั้งส
"ไม่ต้องหรอกค่ะพี่เทมส์ เรื่องนี้อินต้องเป็นคนอธิบายเอง ถ้าพวกพี่เข้าไปด้วย พี่กฤตอาจจะคิดว่าอินถูกบังคับ หรือไม่ก็คิดว่าพวกพี่มาช่วยกันรุมกดดันพี่กฤต" อินทิราส่ายหน้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น "อินขอเวลาแค่สิบห้านาทีนะคะ พวกพี่ไปนั่งรออินที่ร้านกาแฟชั้นล่างของโรงพยาบาลก่อนก็ได้"ไทม์เดินเข้ามาสวมกอดอินทิราจากด้านหลัง วางคางเกยบนลาดไหล่บาง "เอาอย่างนั้นก็ได้คนเก่ง แต่ถ้าไอ้กฤตมันตวาดหนู หรือทำท่าจะลากหนูกลับบ้าน หนูรีบโทรหาพี่เลยนะ พี่จะวิ่งขึ้นมาพังประตูให้ดู"อินทิราหัวเราะเบาๆ กับคำขู่ของไทม์ เธอพยักหน้ารับคำสัญญานั้น ก่อนจะเดินนำผู้ชายทั้งสามคนออกจากห้องพักฟื้นเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
"อ๊า... พี่วี... มันลึก" อินทิราจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของวีรวิชญ์เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว"อืม... มึงโคตรแน่นเลยอิน ตอดแกนกายกูแทบขาด" วีรวิชญ์คำรามเสียงต่ำ เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นให้เร็วและดุดันขึ้น เนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นไปทั่วห้องพักฟื้นไทม์ขยับเข้ามาสวมกอดอินทิราจากด้านข้าง ริมฝีปากหยักกดจูบซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างทะนุถนอม มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างอรชร บีบเคล้นเอวคอดและหน้าท้องอย่างหลงใหล "เก่งมากหนู... ตอบสนองพี่วีดีมากเลยคนเก่ง" แฝดน้องเอ่ยปากชมเพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นเทมส์เดินเข้ามาซ้อนด้านหลังของไทม์ โน้มตัวลงมามอบจูบที่ดูดดื่มให้กับอินทิรา ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันกับเรียวลิ้นเล็ก แลกเปลี่ยนความหวานและดูดกลืนเสียงครางของเธอเอาไว้จนหมดสิ้นเมื่อวีรวิชญ์ปรนเปรอจนพอใจและใกล้จะถึงฝั่งฝัน เขาก็ถอนแกนกายออก สลับให้ไทม์เข้ามาสานต่อ ไทม์สวมถุงยางอนามัยอย่างรวดเร็ว สอดแทรกความแข็งขึงเข้าไปในช่องทางที่เปียกชุ่มไทม์เน้นจังหวะที่รวดเร็วและเร่าร้อน สะโพกสอบซอยถี่รัวจนอินทิราตัวคลอน เขาใช้มือหนาบดขยี้ติ่งเนื้อกลางกายสาวอย่างหยอกล้อ เพิ่มความเสียวซ
อินทิราเอนศีรษะพิงกับไหล่ของวีรวิชญ์ ปิดตาลงซึมซับความปลอดภัยที่รายล้อมอยู่รอบตัว สัมผัสจากผู้ชายทั้งสามคนช่วยชะล้างความหวาดกลัวออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแรงปรารถนาที่คุกรุ่นขึ้นมาแทนที่ความตึงเครียดเทมส์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงโน้มตัวลงมาประคองใบหน้าจิ้มลิ้ม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของเธอ ปลายนิ้วโป้งสากเกลี่ยคราบน้ำตาออกจากพวงแก้มเนียนอย่างเชื่องช้า "พี่อยู่นี่แล้วหนู... ไม่มีใครแยกพวกเราได้แล้วนะ"สิ้นคำพูด เทมส์ก็ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากบวมเจ่อของอินทิราอย่างนุ่มนวล มันเป็นจูบที่ไม่ได้รุกล้ำ แต่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเว้าวอนเพื่อยืนยันคำสัญญา อินทิราเผยอปากรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ สองมือเล็กที่เคยวางอยู่บนตักยกขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาของเทมส์ ตอบรับรสจูบที่ถ่ายทอดความโหยหาซึ่งกันและกันไทม์ที่นั่งอยู่ด้านข้างไม่ยอมปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างสูญเปล่า ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของอินทิรา ริมฝีปากร้อนจัดพรมจูบซับคราบน้ำตาที่หางตาและพวงแก้ม ก่อนจะเลื่อนลงมาขบเม้มผิวเนื้ออ่อนไหวที่ลาดไหล่จนเกิดรอยรักสีแดงจางๆ"อื้อ... พี่ไทม์..
"เข้าใจ" ชายหนุ่มทั้งสามคนตอบรับพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย"ดี..." กฤตพยักหน้า "งั้นก็เข้าไปดูอินกันเถอะ ป่านนี้คงตื่นแล้วมั้ง"เมื่อผู้ชายทั้งสี่คนเดินกลับเข้ามาภายในห้องพักฟื้นวีไอพี พวกเขาก็พบว่าอินทิรากำลังพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง หญิงสาวหันมามองที่ประตู นัยน์ตากลมโตยังคงมีร่องรอยความหวาดระแวงเมื่อเห็นพี่ชายเดินนำหน้าเข้ามากฤตเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียง ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างผู้ป่วย เอื้อมมือไปกุมมือเล็กของน้องสาวไว้หลวมๆ"เป็นยังไงบ้างอิน ปวดหัวอยู่ไหม" กฤตถามเสียงอ่อนโยน"อินไม่เป็นไรแล้วค่ะพี่กฤต" อินทิราตอบเสียงแผ่ว สบตาพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด "อินขอโทษนะคะ ที่ทำตัวมีปัญหา ทำให้พี่กฤตต้องมานั่งปวดหัว""ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว" กฤตบีบมือน้องสาวเบาๆ "พี่คุยกับไอ้สามคนนั้นรู้เรื่องแล้วนะ"ประโยคนั้นทำเอาอินทิราเบิกตากว้าง เธอรีบหันไปมองเทมส์ ไทม์ และวีรวิชญ์ที่ยืนเรียงกันอยู่ปลายเตียง ทั้งสามคนพยักหน้าให้เธอพร้อมรอยยิ้มบางๆ"พี่กฤต... พี่กฤตยอมรับแล้วเหรอคะ" อินทิราถามเสียงสั่นด้วยความไม่อยากจะเชื
"ใจเย็นดิวะไอ้วี มึงถอยไปก่อน" ไทม์หันไปดุเพื่อน ก่อนจะหันกลับมาหากฤต นัยน์ตาของแฝดน้องเต็มไปด้วยความปวดร้าวที่ถูกบีบคั้น "กฤต มึงฟังกูนะ... ตอนแรกพวกกูก็พยายามจะห้ามใจตัวเอง พยายามจะตีกรอบว่าอินคือน้องสาวของมึง แต่ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ว่ะ กูหลงรักความสดใสของอิน ไอ้เทมส์หลงรักความใส่ใจของอิน ไอ้วีก็หลงรักความซื่อสัตย์ของอิน... พวกกูสามคนรักผู้หญิงคนเดียวกัน และพวกกูก็ไม่อยากเสียอินไปให้ใครทั้งนั้น""มึงก็เลยตกลงกันว่าจะแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ว่างั้นเถอะ" กฤตแค่นยิ้มมุมปาก"มันไม่ใช่การแบ่งกันใช้!" เทมส์เน้นเสียงหนัก เดินเข้ามายืนเคียงข้างไทม์ "มันคือการดูแลร่วมกันต่างหาก มึงอาจจะมองว่ามันผิดบรรทัดฐานสังคม มึงอาจจะมองว่ามันแปลกประหลาด แต่สำหรับพวกกู... อินคือศูนย์กลางที่ทำให้พวกกูยังอยู่ด้วยกันได้ มึงเห็นสภาพอินตอนที่มึงบังคับให้เลิกกับพวกกูไหม น้องมึงเจ็บปวดแค่ไหน มึงก็น่าจะรู้ดี"คำพูดของเทมส์จี้ถูกจุดอ่อนของกฤตอย่างจัง ภาพน้องสาวที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นห้องพักโรงแรมทำเอาความโกรธเกรี้ยวในใจของเขาสั่นคลอน กฤตหลุบตาลงมองพื้น เสยผมที่ปรกหน้าผากอย่างคนคิดไม่ตก







