เข้าสู่ระบบกฤตลอบมองน้องสาวผ่านกระจกมองหลังเป็นระยะ ความรู้สึกผิดและสงสารเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเมื่อเห็นสภาพที่
"กินข้าวต้มสิ เมื่อคืนเราร้องไห้หนัก จะได้คล่องคอ" กฤตเลื่อนชามข้าวต้มไปตรงหน้าเธอ"ขอบคุณค่ะพี่กฤต" อินทิราตอบเสียงแผ่ว หยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเชื่องช้า ความอร่อยของอาหารระดับโรงแรมห้าดาวไม่สามารถแทรกซึมผ่านลิ้นที่รับรสขมปร่าของเธอได้เลยบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัด กฤตนั่งจิบกาแฟดำเงียบๆ ปล่อยให้อินทิรากินข้าวไปได้สักพักก่อนจะเริ่มเปิดบทสนทนาที่ทั้งสองคนพยายามหลีกเลี่ยง"อิน... รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่" กฤตวางแก้วกาแฟลง สอดประสานมือไว้บนโต๊ะ นัยน์ตาคมเข้มจ้องมองน้องสาวอย่างจริงจัง "พี่พยายามคิดทบทวนทั้งคืน พยายามหาเหตุผลว่าทำไมน้องสาวที่พี่เลี้ยงดูมาอย่างดี ถึงยอมลดตัวลงไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้น... คบกับผู้ชายพร้อมกันสามคนเนี่ยนะ อินคิดว่านี่มันนิยายหรือไง"อินทิราวางช้อนลง ก้มหน้างุด "อินรู้ค่ะว่ามันฟังดูแปลก... แต่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และอินก็... รักพวกพี่เขาจริงๆ""รัก?" กฤตแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสมเพช "อินรู้จักความรักดีแค่ไหนเชียวถึงกล้าพูดคำนี้ออกมา ผู้ชายสามคนนั่นมันเป็นเพลย์บอยตัวพ่อทั้งนั้น โดยเฉพ
กฤตลอบมองน้องสาวผ่านกระจกมองหลังเป็นระยะ ความรู้สึกผิดและสงสารเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเมื่อเห็นสภาพที่บอบช้ำของเธอ เขาไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจน้องสาว ไม่ได้อยากบังคับขู่เข็ญ แต่ในฐานะพี่ชายที่ต้องปกป้องดูแลน้องเพียงคนเดียว เขาไม่สามารถปล่อยให้อินทิราจมปลักอยู่กับความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันได้รับการยอมรับจากสังคมได้"อิน... พี่ทำไปก็เพราะรักเรานะ" กฤตทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก "พี่ไม่อยากให้เราต้องมานั่งเสียใจทีหลัง ผู้ชายพวกนั้นมันไม่ใช่คนดีอะไรหรอก เชื่อพี่เถอะ สักวันพวกมันก็ต้องทิ้งเรา"อินทิรายังคงนิ่งเงียบ ไม่ตอบรับ ไม่โต้เถียง เธอเพียงแค่หลับตาลงและปล่อยให้น้ำตาทำหน้าที่ระบายความเจ็บปวด การที่กฤตดูถูกความรักของพวกเทมส์ มันก็เหมือนการดูถูกการตัดสินใจของเธอเช่นกันความเงียบของน้องสาวทำให้กฤตยิ่งรู้สึกแย่ ชายหนุ่มถอนหายใจยาว เลิกพยายามที่จะอธิบายเหตุผล เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง จัดการเช็กอินเปิดห้องพักสวีทสองห้องที่เชื่อมต่อกันได้ เพื่อให้อินทิราได้มีพื้นที่ส่วนตัว แต่เขาก็ยังสามารถดูแลความป
"ไม่ไป! พี่กฤตปล่อยอินนะ อินเจ็บ!" หญิงสาวพยายามแกะมือพี่ชายออก แต่แรงของกฤตมีมากกว่าหลายเท่าวีรวิชญ์ทนดูน้องสาวเพื่อนถูกบังคับไม่ไหว ชายหนุ่มร่างหนาพุ่งตัวเข้าไปคว้าคอเสื้อของกฤตอย่างแรง ง้างหมัดขึ้นเตรียมจะซัดเข้าที่ใบหน้าของเพื่อนสนิทอีกรอบ "มึงปล่อยมือน้องเดี๋ยวนี้ไอ้กฤต ก่อนที่กูจะหมดความอดทน!""ไอ้วี หยุด!"เทมส์ตะโกนลั่น รีบถลันเข้าไปจับแขนของวีรวิชญ์เอาไว้แน่น นัยน์ตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจัง "มึงจะบ้าเหรอวะ ขืนมึงสู้กันตอนนี้ อินจะยิ่งตกใจแล
"อินทำให้พี่กฤตเสียใจ... พี่กฤตเกลียดอินแล้ว" หญิงสาวสะอื้นอู้อี้อยู่กับอกกว้าง"ไอ้กฤตมันไม่เกลียดหนูหรอก มันแค่กำลังโกรธที่พวกพี่ปิดบังมัน" ไทม์อธิบายอย่างใจเย็น "ให้เวลามันหน่อยนะคนดี เดี๋ยวมันก็คิดได้เองแหละว่าไม่มีใครดูแลหนูได้ดีเท่าพวกพี่อีกแล้ว"วีรวิชญ์ถอนหายใจยาว เขามองดูรอยแดงที่ข้อมือของอินทิราจากการถูกกฤตบีบอย่างแรงเมื่อครู่ ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้ง "มึงเจ็บไหมอิน พรุ่งนี้กูจะเอายามาทาให้... ส่วนเรื่องไอ้กฤต มึงไม่ต้องห่วง กูรับปากว่ากูจะทำให้มันยอมรับให้ได้ ต่อให้กูต้องยอมให้มันกระทืบอีกสิบที กูก็ยอม"คำสัญญาของวีรวิชญ์ทำให้อินทิราเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอเอื้อมมือไปแตะที่มุมปากที่มีรอยเลือดซึมของชายหนุ่มอย่างเบามือ "พี่วีเจ็บไหมคะ... อินขอโทษที่ทำให้พวกพี่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้""กูไม่เจ็บหรอก ไกลหัวใจตั้งเยอะ" วีรวิชญ์จับมือเธอมากดจูบที่ฝ่ามือ "มึงเลิกร้องไห้เถอะ ตาบวมหมดแล้ว คืนนี้ไปนอนพักก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันใหม่"เทมส์ช้อนตัวอินทิราขึ้นอุ้มอีกครั้ง เขาพาดินทิราไปวางลงบนเตียงกว้าง จัดการดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเล็กให้จนมิดช
"คนที่ทำร้ายอินก็คือพวกมึงนั่นแหละ!" กฤตสวนกลับทันควัน เขาชี้หน้าไทม์ด้วยมือที่สั่นเทา "มึงมันก็แค่สนุกกับการเอาชนะ มึงมันก็แค่เห็นน้องกูเป็นของแปลกใหม่... พอพวกมึงเบื่อ พวกมึงก็ทิ้งน้องกูไปแต่งงานกับผู้หญิงที่สังคมยอมรับอยู่ดี แล้วคนที่ต้องมานั่งรับกรรมก็คืออิน!"คำพูดของกฤตแทงทะลุเข้าไปในจุดที่เปราะบางที่สุดในใจของอินทิรา มันคือความหวาดระแวงที่เธอเพิ่งจะก้าวข้ามมาได้ไม่กี่ชั่วโมงก่อน หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น แต่คราวนี้เธอเลือกที่จะไม่หลบตา เธอหันไปมองผู้ชายทั้งสามคน แววตาของพวกเขาไม่มีความลังเล ไม่มีท่าทีของคนที่จะทิ้งเธอไปไหน"พวกกูไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น" วีรวิชญ์ที่เพิ่งยันตัวลุกขึ้นจากพื้นพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงหยาบกระด้างแต่แฝงความหนักแน่นอย่างที่สุด "ผู้หญิงคนเดียวที่พวกกูจะอยู่ด้วยคืออิน มึงเป็นพี่ชายมึงก็น่าจะรู้ดีว่าน้องมึงมีค่าแค่ไหน กูไม่โง่ทิ้งของที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปหรอกเว้ย""มึงหุบปากไปเลยไอ้วี! กูไม่อยากฟังคำแก้ตัวตอแหลของพวกมึงอีกแล้ว!" กฤตตัดบทอย่างไม่ไยดี เขาหันกลับมากระชากข้อมือของอินทิรา ออกแรงดึงจนร่างเล็กถลาเข้าหาตัว "ไปเก็บของเดี๋ยวนี้
"พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันวะ!"กฤตพุ่งเข้าไปกระชากวีรวิชญ์ที่อยู่ใกล้อินทิราที่สุดลงมากองกับพื้น ง้างหมัดขึ้นหมายจะซัดเข้าที่ใบหน้าของเพื่อนรักอย่างเต็มแรง"กูฝากน้องไว้ให้พวกมึงดูแล... ไม่ใช่ให้พวกมึงมารุมขยี้แบบนี้!!"หมัดหนักๆ ของกฤตพุ่งซัดเข้าที่สันกรามของวีรวิชญ์อย่างจังจนหน้าหัน ร่างหนาที่ไม่ได้ตั้งตัวและไม่ได้คิดจะหลบหลีกผงะหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้นพรม เลือดสีสดซึมออกจากมุมปากทันที ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า แต่วีรวิชญ์กลับไม่ได้ยกมือขึ้นตอบโต้ เขาเพียงแค่นั่งนิ่งอยู่บนพื้น ใช้หลังมือปาดคราบเลือดออกลวกๆ นัยน์ตาดุดันช้อนขึ้นมองเพื่อนสนิทที่กำลังยืนหอบหายใจด้วยความโกรธจัด"ไอ้กฤต! มึงใจเย็นก่อน ฟังพวกกูก่อนดิวะ!" ไทม์รีบถลันตัวเข้าไปขวางกลาง หวังจะรั้งแขนเพื่อนสนิทเอาไว้"มึงถอยไปไอ้ไทม์! ก่อนที่กูจะซัดหน้ามึงอีกคน!" กฤตตวาดลั่น สะบัดแขนอย่างแรงพร้อมกับผลักอกแฝดน้องจนร่างสูงโปร่งเซถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะข้างเตียง นัยน์ตาคมเข้มของกฤตแดงก่ำ เต็มไปด้วยความรวดร้าวและผิดหวังขั้นสุด "พวกมึงเห็นน้องกูเป็นอะไรฮะ! เป็นของเล่นแก้ขัดตอนพวกมึง







