Masukหนิงอันเติบโตมาท่ามกลางความเกลียดชังจากบิดาแท้ๆ และผู้คนรอบข้าง เพราะความเชื่อที่ว่านางคือตัวอัปมงคล หากอยู่ใกล้อาจนำภัยและความเดือดร้อนมาให้ หนิงอันเด็กน้อยผู้น่าสงสารมีเพียงแม่นมที่ตัดสินใจรับนางมาเลี้ยงดูคู่กันกับบุตรสาวของนางคือฮุ่ยอิง แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งฮุ่ยเหม่ยเกิดล้มป่วยลง หนิงอันในวัย13ปีรู้สึกตกใจและเจ็บปวดเสียใจเป็นที่สุด นางเริ่มหวาดกลัวว่าจะสูญเสียคนที่นางรักมากไปอีกคน นางร้องไห้เสียใจอยู่หลายวันก่อนจะตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองลง เพราะนางคิดว่าหากไม่มีตัวอัปมงคลเช่นนาง ชีวิตของแม่นมฮุ่ยเหม่ยต้องมีชีวิตรอดปลอดภัยอย่างแน่นอน ตะวันน้องสาวฝาแฝดที่มาเกิดในยุคปัจจุบันที่เสียชีวิตลงได้มาเข้ามาอยู่ในร่างของหนิงอัน นางรับรู้ถึงความเจ็บปวดและเสียใจของแฝดผู้เป็นพี่จึงตั้งมั่นว่าจะต้องเอาชนะโชคชะตานี้ให้ได้ เพราะนางไม่เชื่อเรื่องลางร้ายหรืออะไรทั้งนั้น สิ่งที่นางเชื่อก็คือตัวของนางเองและนางจะต้องทำมันให้ได้ ในเมื่อข้ามีหัตถ์ทองคำอยู่ในมือเช่นนี้ จะดาวเคราห์หรือตัวอัปมงคล ข้าจะใช้พลังฝ่ามือของข้าตบให้มันกระเด็นลอยหายไปจากชีวิตของข้า
Lihat lebih banyakตะวันที่พอลืมตาขึ้นมาก็รีบกวาดตามองรอบ ๆ ห้องที่นางนอนอยู่ สภาพเก่าและทรุดโทรมหลังคาด้านบนแทบจะพังลงมา นางมองวิญญาณของหนิงอันที่นั่งอยู่ข้างเตียงอย่างเห็นใจ นี่คือสภาพของบุตรสาวขุนนางกรมพิธีการหรือ เขาช่างใจร้ายใจดำกับบุตรสาวในไส้ได้อย่างเลือดเย็นที่สุด แล้วนางจะทำให้เขาเห็นว่าไม่มีเขานางก็เติบโตมาได้เป็นอย่างดี
เพียงเพราะความเชื่อที่ว่านางคือดาวเคราะห์ตัวอัปมงคล ทำให้ภรรยาของเขาถึงแก่ความตาย เหตุเพราะนางเกิดมาในวันสุริยคราสซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก หนิงฮูหยินสิ้นใจหลังจากเบ่งคลอดบุตรสาวคนแรก ส่วนบุตรคนที่สองตายไปพร้อมกับนางในครรภ์ หนิงเฉิงโกรธมากประกาศชัดว่าไม่ต้องการเลี้ยงดูนางให้เป็นเสนียดจัญไรกับวงศ์ตระกูล ฮุ่ยเหม่ยแม่นมที่ถูกเตรียมมาให้ดูแลยามที่หนิงฮูหยินคลอดบุตร รู้สึกเวทนาสงสารกับโชคชะตาของทารกน้อย จึงอาสารับนางมาเลี้ยงดูคู่กับบุตรสาวของนางนามว่าฮุ่ยอิง ฮูหยินผู้เฒ่าได้มอบเงินให้ฮุ่ยเหม่ยหนึ่งพันตำลึงเพื่อขอบคุณที่นางรับทารกไปเลี้ยงดู และแลกกับการห้ามมาติดต่อที่ตระกูลหนิงตลอดชีวิต ฮุ่ยเหม่ยและฮุ่ยหมิ่นสามีของนาง จึงพากันหอบลูกน้อยและทารกแรกเกิดอย่างหนิงอัน ย้ายถิ่นฐานจากเมืองหลวงไปอยู่ที่หมู่บ้านเฉินอันชนบทที่ห่างใกล้จากเมืองหลวงราว100ลี้ (50กิโลเมตร) ชาวบ้านที่รับรู้ข่าวต่างพากันไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่เขาย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านและยังพาบุตรสาวของเสนาบดีหนิงเฉิง ที่เป็นดาวหายนะและตัวอัปมงคลมาด้วย ชาวบ้านจึงพากันขับไล่ให้ไปอยู่ท้ายหมู่บ้านที่ห่างไกลออกไป ฮุ่ยหมิ่นซื้อที่ดินท้ายหมู่บ้านที่อยู่ติดกับเชิงเขา ซึ่งมีบ้านหลังเก่าของเจ้าของที่เดิมตั้งอยู่ แม้จะมีสภาพเก่าและทรุดโทรม แต่ฮุ่ยหมิ่นคิดว่าน่าจะพอปรับปรุงซ่อมแซมและอาศัยอยู่ได้จึงตัดสินใจซื้อ เงินที่ได้มาเขาต้องใช้อย่างประหยัด เพราะต้องเก็บเอาไว้เป็นค่าอาหารและไว้เลี้ยงดูเจ้าก้อนแป้งทั้งสองคน เขาจึงเพียงปรับปรุงและซ่อมแซมเพียงแค่อยู่ได้เท่านั้น วันเวลาผ่านไปจึงเริ่มทรุดโทรมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาก็จนปัญญาเพราะไม่มีใครคิดจะจ้างเขาทำงาน เพราะกลัวว่าเขาจะมีดาวอัปมงคลติดตัวมาด้วย เขาจึงทำได้เพียงหาผักและของป่าไปขายยังเมืองตงซิ่ว ซึ่งได้เงินมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตะวันถอนใจออกมาอย่างสงสารและเห็นใจ หากว่าหนิงอันไม่มีครอบครัวนี้เลี้ยงดู ชีวิตของนางจะเป็นเช่นไรกันนะ เมื่อฮุ่ยเหม่ยล้มป่วยลง หนิงอันจึงคิดมากและโทษว่าเป็นความผิดของตนเอง นางจึงตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองด้วยการผูกคอตนเองกับขื่อบ้าน แต่เพราะไม้ในบ้านเก่ามาก ในระหว่างนางดิ้นรนยามไม่มีอากาศหายใจ ขื่อไม้จึงได้หักลงมาทำให้ศีรษะของนางไปกระแทกกับพื้นจนเสียชีวิต ฮุ่ยอิงที่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งเข้ามาดู ก่อนจะตกใจกรีดร้องออกมาแล้วรีบวิ่งไปเรียกบิดาให้มาช่วย แต่ว่าหนิงอันก็ได้จากไปเสียแล้ว หลังจากวิญญาณของหนิงอันออกจากร่าง วิญญาณของตะวันที่เป็นน้องสาวฝาแฝดที่ได้ไปเกิดยังโลกปัจจุบันก็เข้ามาแทนที่ ชีวิตของตะวันในยุคปัจจุบันไม่ได้ต่างจากหนิงอันในยุคนี้เลย นางเป็นเด็กกำพร้าถูกรับเลี้ยงจากคนที่สร้างภาพว่าเป็นคนดี แต่ที่จริงเป็นซาตานในคราบมนุษย์ พวกเขารับตะวันมาเลี้ยงเพราะต้องการหาคนมาทำงานบ้าน แลกกับการที่พวกเขาให้ที่อยู่อาศัยและให้เรียนหนังสือ สองผัวเมียติดการพนันอย่างหนัก จนถึงขั้นเอาบ้านไปจำนองกับบ่อน เมื่อเล่นเสียหนักจนไม่เหลืออะไร จึงคิดจะมาจับเอาตะวันไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินกับเจ้าของบ่อน ตะวันในยุคปัจจุบันอายุ18ปีหนีเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิต ในระหว่างที่วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตจึงไม่ทันเห็นรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ร่างของนางถูกชนลอยละลิ่วตกลงแม่น้ำหายไป จากนั้นตะวันก็มาโผล่อีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งมีชายชราผมขาวและหนวดเคราขาวโพลนนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโขดหินอย่างผ่อนคลาย เขามองมาที่ตะวันด้วยสายตาอ่อนโยน “ชะตาชีวิตของพวกเจ้าทั้งสองคนช่างอาภัพนัก” ชายชรากล่าวจบก็ร่างของหนิงอันปรากฏขึ้นมา “เอาละข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าไปเกิดอีกครั้ง แต่ว่าจะเพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น พวกเจ้าเป็นพี่น้องฝาแฝดกันแต่เกิดคนละยุค คนหนึ่งจะได้เกิดอีกคนจะเป็นเพียงวิญญาณ พวกเจ้าเลือกมาว่าใครจะเป็นวิญญาณ” หนิงอันหันไปมองตะวันก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าขอเป็นวิญญาณเจ้าค่ะ” “ถ้าเช่นนั้นข้าให้ร่มปราณวิญญาณเจ้าไปหนึ่งคันเป็นของขวัญจากข้า และสิ่งที่อยู่ในนี้ข้าให้เจ้าเลือกว่าจะเอาสิ่งใดไป ตาดีได้ตาร้ายเสียแล้วแต่บุญวาสนาของเจ้า” ชายชรายื่นร่มให้ตะวัน นางรับมาอย่างเหม่อลอยเพราะสมองยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก ยังงุนงงว่ามันคือความจริงหรือว่าความฝันกันแน่ ตะวันและหนิงอันมองหน้ากัน ก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ที่ยามนี้มีของลอยอยู่ในอากาศมากมายแถมเปล่งแสงเรืองรอง ตะวันตัดสินใจเดินดูรอบ ๆ ก่อนจะไปหยุดยังสระดอกบัวสีทองอย่างสนใจ น้ำในบ่อดอกบัวใสแจ๋วจนนางต้องเผลอเอามือลงไปแกว่งเล่น แต่แล้วจู่ ๆ ร่างของนางก็ถูกดึงให้จมหายลงไปในนั้นอย่างรวดเร็ว พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในร่างของหนิงอันและยังมีวิญญาณของนางนั่งอยู่ข้างเตียงอีกด้วย “เจ้าเป็นพี่ของข้าอุ๊บ!” นี่เธอพูดเหมือนคนที่นี่ได้อย่างปกติเลยหรือมหัศจรรย์เกินไปแล้ว แต่ว่านางยังไม่ได้เลือกอะไรเลยก็ถูกดึงมาที่นี่แล้วน่าเสียดายจัง “พี่หญิงข้ายังไม่ได้เลือกอะไรเลย” ตะวันในร่างลู่หลินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าผิดหวัง “เจ้าได้เลือกเรียบร้อยแล้ว” “ห้ะ…เลือกแล้ว?” “ใช่บ่อที่เจ้าใช้มือจุ่มลงไปเรียกว่าบ่อเงินบ่อทอง และเจ้าเลือกได้บ่อทอง สิ่งที่เจ้าได้เรียกว่าหัตถ์ทองคำ ท่านเซียนบอกว่าให้เจ้าไปศึกษาเอาเอง ไม่ว่าจะเป็นร่มคันนี้หรือฝ่ามือของเจ้า” “แล้วพี่หญิงได้อะไรมาเจ้าคะ?” “ข้าเป็นเพียงวิญญาณจะได้อะไรละ ว่าแต่เจ้ามีชิวิตเช่นไรหลังไปเกิดยังดินแดนแห่งนั้น?” ตะวันได้ยินคำถามก็ถอนใจออกมา “ชีวิตไม่ต่างจากพี่หญิงเท่าใดนักเจ้าค่ะ เป็นเด็กกำพร้าถูกรับไปเลี้ยงถูกทุบตีทารุณ สุดท้ายถูกจับเอาไปขายแต่ข้าวิ่งหนีก็เลยถูกรถชนเสียชีวิตเจ้าค่ะ” วิญญาณของหนิงอันขยับมาจับมือของตะวันและบีบเบา ๆ มองน้องสาวด้วยสายตาเวทนาสงสารป่นความเจ็บปวดกับโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ของพวกนางทั้งสองคน “พี่หญิงไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว ข้านะเป็นนักสู้ในเมื่อสวรรค์ส่งข้ามาอยู่ในร่างของท่าน ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า ดาวหายนะตัวอัปมงคลคนนี้แหละ จะเป็นดาวนำโชคและเป็นผู้มากวาสนาให้คนอิจฉา” หนิงอันลุกขึ้นมานั่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นและสีหน้าจริงจัง วิญญาณหนิงอันระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ นางเข้มแข็งกว่านางหลายเท่านักเหมาะจะเป็นคนมากกว่าวิญญาณ ฮุ่ยหมิ่น ฮุ่ยเหม่ย ฮุ่ยอิง ที่นั่งอยู่ด้านนอกด้วยความโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของหนิงอัน ไม่คาดคิดว่านางจะคิดสั้นเพียงเพราะเห็นฮุ่ยเหม่ยล้มป่วย เป็นเพราะนางมีปมในใจเรื่องดาวหายนะ จึงคิดโทษตนเองว่าเป็นความผิดของนาง แต่ฮุ่ยเหม่ยเพียงล้มป่วยเป็นไข้ธรรมดาเท่านั้น เพียงเพราะนางนอนซมอยู่หลายวันจึงสร้างความทุกข์ใจให้กับหนิงอันเป็นอย่างมาก นางรักและเทิดทูนฮุ่ยเหม่ยเหมือนมารดา จึงไม่อยากสูญเสียนางไปอีกคน นางจึงคิดว่าการเสียสละชีวิตของตนเองคงอาจทำให้ผู้มีพระคุณรอดชีวิต “ท่านพ่อ ท่านแม่ ฮุ่ยอิง” พวกเขาได้ยินเสียงเรียกก็รีบหันมาดูที่ประตูอย่างตกใจ นางฟื้นขึ้นมาได้อย่างไรกัน! นางเป็นผีหรือว่าเป็นคนกันแน่!! “หนิงอัน! จะ…เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ” ฮุ่ยเหม่ยถลามาดึงหนิงอันไปกอดอย่างดีใจ น้ำตาแห่งความโล่งใจและดีใจไหลออกมาอาบแก้ม “ท่านแม่ท่านห้ามตกใจ ข้าเป็นน้องสาวของพี่หนิงอันเจ้าค่ะ พี่หญิงตายไปแล้วแต่ว่าวิญญาณยังคงอยู่ที่นี่ นางยืนอยู่ข้างๆ ข้าเจ้าค่ะ” ฮุ่ยเหม่ยผละออกมาด้วยความตกใจ เป็นความจริงหรือ หนิงอันตายไปแล้ว! ฮุ่ยหมิ่นถึงกับหน้าซีดเผือดจากดีใจกลับมาเสียใจอีกครั้ง ฮุ่ยอิงยืนตัวแข็งค้างไม่กล้าขยับเพราะกลัวผี “นางฝากข้ามาขอโทษด้วยเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านไม่ต้องเสียใจไปเจ้าคะ นางยังไม่ได้ไปไหนยังคงอยู่ที่นี่” “แล้วเจ้ามาอยู่ในร่างนี้ได้อย่างไร?” “ข้าก็ตายจากอีกโลกหนึ่งแล้วเข้ามาอยู่ในร่างของนางเจ้าค่ะ ทุกคนไม่ต้องกลัวข้าไม่ใช่ผีอย่างแน่นอน ข้าขอสัญญาว่าต่อไปข้าจะปกป้องและดูแลทุกคนเอง ขอบคุณที่มอบความรักและดูแลพี่สาวข้าเป็นอย่างดี บุญคุณครั้งนี้ข้าต้องตอบแทนพวกท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” เอ่ยจบหนิงอันก็สวมกอดฮุ่ยเหม่ยด้วยความขอบคุณและซาบซึ้งใจกับความมีเมตตาของนางเมื่อรถม้าสองคันวิ่งเข้าสู่เขตอำเภอเมืองตงซิ่ว เหล่าชาวบ้านต่างออกมายืนโบกไม้โบกมือต้อนรับการกลับมาของพวกนางและองค์ชายห้า ยามนี้ผู้คนแห่งเมืองต่างรักและห่วงแหนเหมือนพวกนางเป็นสมบัติอันล้ำค่า หากว่านางแต่งงานไปกับองค์ชายห้า และหากเขาได้ขึ้นครองราชย์แน่นอนว่านางต้องได้ขึ้นเป็นฮองเฮา ทุกคนแม้จะยินดีหากว่าเป็นเช่นนั้น แต่ว่าในความรู้สึกส่วนลึกของทุกคนคือต้องการให้องค์ชายห้าและนางอยู่ที่เมืองตงซิ่วตลอดไปหนิงอันเปิดม่านหน้าต่างแล้วโบกมือให้กับทุกคนอย่างเป็นกันอย่างร่าเริง ชีวิตนอกวังเรียบง่ายไม่ต้องพิธีรีตอง อยากทำอะไรก็ทำโดยไม่ต้องมีสายตาของใครมาจ้องจับผิด นางตัดสินใจแล้วนางจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่“หม่อมฉันคิดได้แล้วเพคะ เราต้องหาองค์ชายให้มารับตำแหน่งรัชทายาทเพคะ ฝึกฝนเขาตั้งแต่ยังเด็กให้ออกว่าราชการควบคู่กับฮ่องเต้ และอีกอย่างหม่อมฉันและองค์ชายจะเป็นคนช่วยดูแลอยู่ห่าง ๆ มีสิทธิ์เทียบเท่าผู้ครองบัลลังก์ เช่นนี้ฮ่องเต้ก็คงสบายพระทัยไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพคะ คล้ายกับมีคนขึ้นครองราชย์แต่การตัดสินใจเรื่องสำคัญต่าง ๆ ยังคงอยู่ที่ องค์ชาย ฮ่องเต้ จนกว่ารัชทายาทจะยืนหยัดด้วยตนเอง เราถึงค่อย ๆ ห่างอ
“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี กระหม่อมองค์ชายรองฉู่เหวินโจวเป็นตัวแทนคณะทูตแคว้นฉู่พ่ะย่ะค่ะ”“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี กระหม่อมองค์ชายใหญ่ฉีอี้คังเป็นตัวแทนคณะทูตจากแคว้นฉีพ่ะย่ะค่ะ”“ยินดีที่ได้พบ เชิญนั่งตามสบาย” วันนี้หนิงอันจัดโต๊ะให้หันหน้าเข้าหากัน แคว้นฉีและแคว้นฉู่อยู่อีกฝั่ง แคว้นต่วนพร้อมขุนนางนั่งอยู่อีกฝั่ง โต๊ะขององค์ชายห้าและหนิงอันนั่งรองลงมาจากฮ่องเต้ ส่วนโต๊ะของลี่หยางและหนิงฮวา เยื้องลงไปจากโต๊ะหนิงอันตามลำดับ“เราขอแนะนำองค์ชายห้าอู๋ห่าวหรานและว่าที่พระชายาหนิงอัน ผู้ซึ่งจะมาช่วยในเรื่องการเจรจาในครั้งนี้ และมือขวาขององค์ชายห้าลี่หยางและว่าที่ฮูหยินลี่หนิงฮวา ผู้ที่จะมาช่วยในเรื่องการเจรจาในครั้งนี้”คณะทูตจากต่างแคว้นหันไปมองหน้ากัน ก่อนทุกคนพุ่งสายตาไปที่พวกนางอย่างสนใจ พวกนางเป็นเทพดรุณีที่โหรหลวงทำนายหรือไม่นะ หากว่าใช่คงดีไม่น้อยที่ได้พบเจอตัวเช่นนี้ เขาบอกว่าเหล่าเทพจิตใจดีมีเมตตา พวกเขาก็หวังว่าพวกนางจะไม่โหดร้ายจนเกินไป“ทูลฝ่าบาทยามนี้ทุกแคว้นได้ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักและดูเหมือนจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่ที่กระห
“ฮองเฮามักใหญ่ใฝ่สูงเพื่ออำนาจ ท่านถึงขนาดให้หลิวป๋อเหวินปลอมตัวมาเป็นขันทีข้างกาย เพื่อให้แน่ใจว่าท่านต้องครรภ์ หลังฝ่าบาทเสด็จกลับตำหนัก ท่านกับขันทีปลอมผู้นี้ก็ร่วมหลับนอนกันจนท่านตั้งครรภ์สมใจ บิดาที่แท้จริงขององค์ชายใหญ่ไม่ใช่ฝ่าบาทแต่เป็นขันมีเจ้าเล่ห์ผู้นั้น”คราวนี้เสียงผู้คนดังขึ้นมาทันที นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกร่วมกันกระทำความผิดอันแสนใหญ่หลวงนัก ฮ่องเต้กำหมัดแน่นพระพักตร์บึ้งตึงด้วยความโกรธ นังแพศยาข้าจะให้ม้าแยกร่างของเจ้า!!“ยังไม่หมดเท่านี้”“หา! ยังไม่หมดอีกหรือ?” เหล่าขุนนางที่เหลือ ตกตะลึงอ้าปากค้าง “พวกเขาสามคนวางแผนก่อกบฏเพื่อยึดบัลลังก์ โดยร่วมมือกับพรรคมารที่ปกครองเผ่าซ่ง ข้อแลกเปลี่ยนคือเมืองตงซิ่ว”“หา!!” คราวนี้ทุกคนตกใจสุดขีด พวกเขากล้าทำเรื่องเช่นนี้เชียวหรือ เข้าข่ายขายชาติเลยนะ!! เพียงฮ่องเต้พยักหน้า ทหารก็กรูกันเข้าไปจับกุมพวกเขาทั้งสามคนทันทีองค์ชายใหญ่ใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี เขาไม่ใช่โอรสของฮ่องเต้ เขาเอาแต่พึมพำอยู่อย่างนั้นอย่างคนไร้สติ ยามนี้ฮ่องเต้ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นโอรสของเขายิ่งมาทำความผิดมากมายเช่นนี้
“ทูลองค์ชายมีคนมาขอพบพระชายา เขามีนามว่าฉีเส้าเฟิงพ่ะย่ะค่ะ” “ให้เขาเข้ามา”องค์ชายห้าเป็นคนเอ่ยตอบเสียเอง เพราะเขาจำได้ว่าฉีเส้าเฟิงคือใคร “พ่ะย่ะค่ะ” จอมมารฉีเส้าเฟิงตัดสินใจมาบอกพวกนางให้รับรู้เอาไว้ นางจะได้เตรียมตัวรับมือ เขาไม่ได้แวะไปบอกจอมมารฉีเส้าเทียนบิดาของเขา เพราะเขารู้จักนิสัยของเขาดีกว่าใคร ถึงเขาบอกใช่ว่าเขาจะฟังเพราะยามนี้เขามีเทพอสูรที่ตื่นขึ้นมาแล้ว และไม่แน่ว่าจอมปีศาจพันปีจะมาอยู่ที่นี่ด้วย แต่เขามั่นใจว่าพวกเขาสามคนต้องอยู่ที่นี่กันหมด ไม่เช่นนั้นภัยแล้งคงไม่รุนแรงถึงเพียงนี้ “ถวายบังคมองค์ชาย” “ตามสบาย นั่งลงเถิด” “ท่านมาถึงที่นี่มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?” “วันก่อนข้าบังเอิญเห็นบิดาของข้านั่งคุยกับคนผู้หนึ่งที่โรงเตี๊ยมที่เมืองตงซิ่ว” หนิงอันพอได้ยินคำว่าบิดาของข้า นางก็รีบยื่นมือมาจับที่แขนของเขาทันทีก่อนจะหลับตาลง “จอมมารฉีเส้าเทียนนัดพบพูดคุยกับขันทีชั่ว จอมอสูรกำลังถ่ายทอดพลังให้นางมารเล็บแดง จอมปีศาจพันปีกำลังเสพสมกับสตรีเพื่อดูดปราณวิญญาณ” หนิงอันเอ่ยขึ้นเรื่อย ๆ จากภาพที่ปรากฏขึ้นมาให้เห็นในมิติ จอมอสูรกำลังถ่ายทอดพลังให้นาง จึงต้องดูดพลังหยิ
วันนี้หนิงอันเลือกที่จะค้างที่ตำหนักเหมันต์ ซึ่งทางพระสนมก็ไม่ขัดข้องกลับยินดีเป็นอย่างมากที่พวกนางจะค้างที่นี่ เพราะยามนี้นางทั้งรักและเอ็นดูพวกนางทั้งสามคนดั่งบุตรสาว และยังบอกอีกว่าไม่ต้องเกรงใจเพราะอีกหน่อยก็ต้องแต่งงานกันแล้ว อีกอย่างพวกนางคือผู้มีพระคุณนางต้องดูแลเอาใจใส่อย่างดีพระสนมผินให้ห
หนิงอันพาพวกเขามาดูตรงที่ใช้อาบน้ำ ที่นางให้ช่างทำขึ้นมาชั่วคราวเป็นบ้านหลังเล็ก ด้านในมีอ่างน้ำสามอ่างที่นางได้เอาออกมาเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับทุกคน ฮุ่ยหมิ่นได้จ้างคนให้มาช่วยงานสองสามคน เพื่อให้มาช่วยหยิบจับงานทั่วไป เพราะเวลานี้เขามีงานมากมายจนล้นมือจำเป็นต้องมีคนมาช่วย อย่างเช่นตอนนี้ที่มีน้ำอุ
หนิงอันหลังจากเลือกซื้อของเสร็จก็เตรียมตัวจะเดินกลับไปขึ้นรถม้าที่องค์ชายห้าให้คนมาจอดรอ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีสตรีหน้าตางดงามผู้หนึ่งมายืนดักอยู่ด้านหน้า นางส่งยิ้มมาให้หนิงอันและหนิงฮวาอย่างอ่อนหวาน ส่วนบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังก็มองมาที่พวกนางด้วยนัยน์ตาเป็นประกายหนิงอันหันไปมองหนิงฮวาก่อนจะหันกล
ตำหนักฮองเฮาสวี่ฮองเฮานั่งสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อรับรู้จากปากของไท่จื่อว่า เขาพลั้งเผลอพูดเรื่องไม่น่าพูดออกไปจนยามนี้ฮ่องเต้มีโทสะอย่างหนัก นี่มันอะไรกันหลายเรื่องประเดประดังกันเข้ามาพร้อมกัน อีกทั้งฮ่องเต้ยังบอกให้ไท่จื่อไปรอรับโทษที่ตำหนัก ไม่รู้ว่าพระทัยฮ่องเต้คิดอะไรอยู่ถึงยังไม่สั่งบทลงโทษลงไ

![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




Ulasan-ulasanLebih banyak