เข้าสู่ระบบหนิงอันเติบโตมาท่ามกลางความเกลียดชังจากบิดาแท้ๆ และผู้คนรอบข้าง เพราะความเชื่อที่ว่านางคือตัวอัปมงคล หากอยู่ใกล้อาจนำภัยและความเดือดร้อนมาให้ หนิงอันเด็กน้อยผู้น่าสงสารมีเพียงแม่นมที่ตัดสินใจรับนางมาเลี้ยงดูคู่กันกับบุตรสาวของนางคือฮุ่ยอิง แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งฮุ่ยเหม่ยเกิดล้มป่วยลง หนิงอันในวัย13ปีรู้สึกตกใจและเจ็บปวดเสียใจเป็นที่สุด นางเริ่มหวาดกลัวว่าจะสูญเสียคนที่นางรักมากไปอีกคน นางร้องไห้เสียใจอยู่หลายวันก่อนจะตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองลง เพราะนางคิดว่าหากไม่มีตัวอัปมงคลเช่นนาง ชีวิตของแม่นมฮุ่ยเหม่ยต้องมีชีวิตรอดปลอดภัยอย่างแน่นอน ตะวันน้องสาวฝาแฝดที่มาเกิดในยุคปัจจุบันที่เสียชีวิตลงได้มาเข้ามาอยู่ในร่างของหนิงอัน นางรับรู้ถึงความเจ็บปวดและเสียใจของแฝดผู้เป็นพี่จึงตั้งมั่นว่าจะต้องเอาชนะโชคชะตานี้ให้ได้ เพราะนางไม่เชื่อเรื่องลางร้ายหรืออะไรทั้งนั้น สิ่งที่นางเชื่อก็คือตัวของนางเองและนางจะต้องทำมันให้ได้ ในเมื่อข้ามีหัตถ์ทองคำอยู่ในมือเช่นนี้ จะดาวเคราห์หรือตัวอัปมงคล ข้าจะใช้พลังฝ่ามือของข้าตบให้มันกระเด็นลอยหายไปจากชีวิตของข้า
ดูเพิ่มเติมตะวันที่พอลืมตาขึ้นมาก็รีบกวาดตามองรอบ ๆ ห้องที่นางนอนอยู่ สภาพเก่าและทรุดโทรมหลังคาด้านบนแทบจะพังลงมา นางมองวิญญาณของหนิงอันที่นั่งอยู่ข้างเตียงอย่างเห็นใจ นี่คือสภาพของบุตรสาวขุนนางกรมพิธีการหรือ เขาช่างใจร้ายใจดำกับบุตรสาวในไส้ได้อย่างเลือดเย็นที่สุด แล้วนางจะทำให้เขาเห็นว่าไม่มีเขานางก็เติบโตมาได้เป็นอย่างดี
เพียงเพราะความเชื่อที่ว่านางคือดาวเคราะห์ตัวอัปมงคล ทำให้ภรรยาของเขาถึงแก่ความตาย เหตุเพราะนางเกิดมาในวันสุริยคราสซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก หนิงฮูหยินสิ้นใจหลังจากเบ่งคลอดบุตรสาวคนแรก ส่วนบุตรคนที่สองตายไปพร้อมกับนางในครรภ์ หนิงเฉิงโกรธมากประกาศชัดว่าไม่ต้องการเลี้ยงดูนางให้เป็นเสนียดจัญไรกับวงศ์ตระกูล ฮุ่ยเหม่ยแม่นมที่ถูกเตรียมมาให้ดูแลยามที่หนิงฮูหยินคลอดบุตร รู้สึกเวทนาสงสารกับโชคชะตาของทารกน้อย จึงอาสารับนางมาเลี้ยงดูคู่กับบุตรสาวของนางนามว่าฮุ่ยอิง ฮูหยินผู้เฒ่าได้มอบเงินให้ฮุ่ยเหม่ยหนึ่งพันตำลึงเพื่อขอบคุณที่นางรับทารกไปเลี้ยงดู และแลกกับการห้ามมาติดต่อที่ตระกูลหนิงตลอดชีวิต ฮุ่ยเหม่ยและฮุ่ยหมิ่นสามีของนาง จึงพากันหอบลูกน้อยและทารกแรกเกิดอย่างหนิงอัน ย้ายถิ่นฐานจากเมืองหลวงไปอยู่ที่หมู่บ้านเฉินอันชนบทที่ห่างใกล้จากเมืองหลวงราว100ลี้ (50กิโลเมตร) ชาวบ้านที่รับรู้ข่าวต่างพากันไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่เขาย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านและยังพาบุตรสาวของเสนาบดีหนิงเฉิง ที่เป็นดาวหายนะและตัวอัปมงคลมาด้วย ชาวบ้านจึงพากันขับไล่ให้ไปอยู่ท้ายหมู่บ้านที่ห่างไกลออกไป ฮุ่ยหมิ่นซื้อที่ดินท้ายหมู่บ้านที่อยู่ติดกับเชิงเขา ซึ่งมีบ้านหลังเก่าของเจ้าของที่เดิมตั้งอยู่ แม้จะมีสภาพเก่าและทรุดโทรม แต่ฮุ่ยหมิ่นคิดว่าน่าจะพอปรับปรุงซ่อมแซมและอาศัยอยู่ได้จึงตัดสินใจซื้อ เงินที่ได้มาเขาต้องใช้อย่างประหยัด เพราะต้องเก็บเอาไว้เป็นค่าอาหารและไว้เลี้ยงดูเจ้าก้อนแป้งทั้งสองคน เขาจึงเพียงปรับปรุงและซ่อมแซมเพียงแค่อยู่ได้เท่านั้น วันเวลาผ่านไปจึงเริ่มทรุดโทรมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาก็จนปัญญาเพราะไม่มีใครคิดจะจ้างเขาทำงาน เพราะกลัวว่าเขาจะมีดาวอัปมงคลติดตัวมาด้วย เขาจึงทำได้เพียงหาผักและของป่าไปขายยังเมืองตงซิ่ว ซึ่งได้เงินมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตะวันถอนใจออกมาอย่างสงสารและเห็นใจ หากว่าหนิงอันไม่มีครอบครัวนี้เลี้ยงดู ชีวิตของนางจะเป็นเช่นไรกันนะ เมื่อฮุ่ยเหม่ยล้มป่วยลง หนิงอันจึงคิดมากและโทษว่าเป็นความผิดของตนเอง นางจึงตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองด้วยการผูกคอตนเองกับขื่อบ้าน แต่เพราะไม้ในบ้านเก่ามาก ในระหว่างนางดิ้นรนยามไม่มีอากาศหายใจ ขื่อไม้จึงได้หักลงมาทำให้ศีรษะของนางไปกระแทกกับพื้นจนเสียชีวิต ฮุ่ยอิงที่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งเข้ามาดู ก่อนจะตกใจกรีดร้องออกมาแล้วรีบวิ่งไปเรียกบิดาให้มาช่วย แต่ว่าหนิงอันก็ได้จากไปเสียแล้ว หลังจากวิญญาณของหนิงอันออกจากร่าง วิญญาณของตะวันที่เป็นน้องสาวฝาแฝดที่ได้ไปเกิดยังโลกปัจจุบันก็เข้ามาแทนที่ ชีวิตของตะวันในยุคปัจจุบันไม่ได้ต่างจากหนิงอันในยุคนี้เลย นางเป็นเด็กกำพร้าถูกรับเลี้ยงจากคนที่สร้างภาพว่าเป็นคนดี แต่ที่จริงเป็นซาตานในคราบมนุษย์ พวกเขารับตะวันมาเลี้ยงเพราะต้องการหาคนมาทำงานบ้าน แลกกับการที่พวกเขาให้ที่อยู่อาศัยและให้เรียนหนังสือ สองผัวเมียติดการพนันอย่างหนัก จนถึงขั้นเอาบ้านไปจำนองกับบ่อน เมื่อเล่นเสียหนักจนไม่เหลืออะไร จึงคิดจะมาจับเอาตะวันไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินกับเจ้าของบ่อน ตะวันในยุคปัจจุบันอายุ18ปีหนีเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิต ในระหว่างที่วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตจึงไม่ทันเห็นรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ร่างของนางถูกชนลอยละลิ่วตกลงแม่น้ำหายไป จากนั้นตะวันก็มาโผล่อีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งมีชายชราผมขาวและหนวดเคราขาวโพลนนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโขดหินอย่างผ่อนคลาย เขามองมาที่ตะวันด้วยสายตาอ่อนโยน “ชะตาชีวิตของพวกเจ้าทั้งสองคนช่างอาภัพนัก” ชายชรากล่าวจบก็ร่างของหนิงอันปรากฏขึ้นมา “เอาละข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าไปเกิดอีกครั้ง แต่ว่าจะเพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น พวกเจ้าเป็นพี่น้องฝาแฝดกันแต่เกิดคนละยุค คนหนึ่งจะได้เกิดอีกคนจะเป็นเพียงวิญญาณ พวกเจ้าเลือกมาว่าใครจะเป็นวิญญาณ” หนิงอันหันไปมองตะวันก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าขอเป็นวิญญาณเจ้าค่ะ” “ถ้าเช่นนั้นข้าให้ร่มปราณวิญญาณเจ้าไปหนึ่งคันเป็นของขวัญจากข้า และสิ่งที่อยู่ในนี้ข้าให้เจ้าเลือกว่าจะเอาสิ่งใดไป ตาดีได้ตาร้ายเสียแล้วแต่บุญวาสนาของเจ้า” ชายชรายื่นร่มให้ตะวัน นางรับมาอย่างเหม่อลอยเพราะสมองยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก ยังงุนงงว่ามันคือความจริงหรือว่าความฝันกันแน่ ตะวันและหนิงอันมองหน้ากัน ก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ที่ยามนี้มีของลอยอยู่ในอากาศมากมายแถมเปล่งแสงเรืองรอง ตะวันตัดสินใจเดินดูรอบ ๆ ก่อนจะไปหยุดยังสระดอกบัวสีทองอย่างสนใจ น้ำในบ่อดอกบัวใสแจ๋วจนนางต้องเผลอเอามือลงไปแกว่งเล่น แต่แล้วจู่ ๆ ร่างของนางก็ถูกดึงให้จมหายลงไปในนั้นอย่างรวดเร็ว พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในร่างของหนิงอันและยังมีวิญญาณของนางนั่งอยู่ข้างเตียงอีกด้วย “เจ้าเป็นพี่ของข้าอุ๊บ!” นี่เธอพูดเหมือนคนที่นี่ได้อย่างปกติเลยหรือมหัศจรรย์เกินไปแล้ว แต่ว่านางยังไม่ได้เลือกอะไรเลยก็ถูกดึงมาที่นี่แล้วน่าเสียดายจัง “พี่หญิงข้ายังไม่ได้เลือกอะไรเลย” ตะวันในร่างลู่หลินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าผิดหวัง “เจ้าได้เลือกเรียบร้อยแล้ว” “ห้ะ…เลือกแล้ว?” “ใช่บ่อที่เจ้าใช้มือจุ่มลงไปเรียกว่าบ่อเงินบ่อทอง และเจ้าเลือกได้บ่อทอง สิ่งที่เจ้าได้เรียกว่าหัตถ์ทองคำ ท่านเซียนบอกว่าให้เจ้าไปศึกษาเอาเอง ไม่ว่าจะเป็นร่มคันนี้หรือฝ่ามือของเจ้า” “แล้วพี่หญิงได้อะไรมาเจ้าคะ?” “ข้าเป็นเพียงวิญญาณจะได้อะไรละ ว่าแต่เจ้ามีชิวิตเช่นไรหลังไปเกิดยังดินแดนแห่งนั้น?” ตะวันได้ยินคำถามก็ถอนใจออกมา “ชีวิตไม่ต่างจากพี่หญิงเท่าใดนักเจ้าค่ะ เป็นเด็กกำพร้าถูกรับไปเลี้ยงถูกทุบตีทารุณ สุดท้ายถูกจับเอาไปขายแต่ข้าวิ่งหนีก็เลยถูกรถชนเสียชีวิตเจ้าค่ะ” วิญญาณของหนิงอันขยับมาจับมือของตะวันและบีบเบา ๆ มองน้องสาวด้วยสายตาเวทนาสงสารป่นความเจ็บปวดกับโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ของพวกนางทั้งสองคน “พี่หญิงไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว ข้านะเป็นนักสู้ในเมื่อสวรรค์ส่งข้ามาอยู่ในร่างของท่าน ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า ดาวหายนะตัวอัปมงคลคนนี้แหละ จะเป็นดาวนำโชคและเป็นผู้มากวาสนาให้คนอิจฉา” หนิงอันลุกขึ้นมานั่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นและสีหน้าจริงจัง วิญญาณหนิงอันระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ นางเข้มแข็งกว่านางหลายเท่านักเหมาะจะเป็นคนมากกว่าวิญญาณ ฮุ่ยหมิ่น ฮุ่ยเหม่ย ฮุ่ยอิง ที่นั่งอยู่ด้านนอกด้วยความโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของหนิงอัน ไม่คาดคิดว่านางจะคิดสั้นเพียงเพราะเห็นฮุ่ยเหม่ยล้มป่วย เป็นเพราะนางมีปมในใจเรื่องดาวหายนะ จึงคิดโทษตนเองว่าเป็นความผิดของนาง แต่ฮุ่ยเหม่ยเพียงล้มป่วยเป็นไข้ธรรมดาเท่านั้น เพียงเพราะนางนอนซมอยู่หลายวันจึงสร้างความทุกข์ใจให้กับหนิงอันเป็นอย่างมาก นางรักและเทิดทูนฮุ่ยเหม่ยเหมือนมารดา จึงไม่อยากสูญเสียนางไปอีกคน นางจึงคิดว่าการเสียสละชีวิตของตนเองคงอาจทำให้ผู้มีพระคุณรอดชีวิต “ท่านพ่อ ท่านแม่ ฮุ่ยอิง” พวกเขาได้ยินเสียงเรียกก็รีบหันมาดูที่ประตูอย่างตกใจ นางฟื้นขึ้นมาได้อย่างไรกัน! นางเป็นผีหรือว่าเป็นคนกันแน่!! “หนิงอัน! จะ…เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ” ฮุ่ยเหม่ยถลามาดึงหนิงอันไปกอดอย่างดีใจ น้ำตาแห่งความโล่งใจและดีใจไหลออกมาอาบแก้ม “ท่านแม่ท่านห้ามตกใจ ข้าเป็นน้องสาวของพี่หนิงอันเจ้าค่ะ พี่หญิงตายไปแล้วแต่ว่าวิญญาณยังคงอยู่ที่นี่ นางยืนอยู่ข้างๆ ข้าเจ้าค่ะ” ฮุ่ยเหม่ยผละออกมาด้วยความตกใจ เป็นความจริงหรือ หนิงอันตายไปแล้ว! ฮุ่ยหมิ่นถึงกับหน้าซีดเผือดจากดีใจกลับมาเสียใจอีกครั้ง ฮุ่ยอิงยืนตัวแข็งค้างไม่กล้าขยับเพราะกลัวผี “นางฝากข้ามาขอโทษด้วยเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านไม่ต้องเสียใจไปเจ้าคะ นางยังไม่ได้ไปไหนยังคงอยู่ที่นี่” “แล้วเจ้ามาอยู่ในร่างนี้ได้อย่างไร?” “ข้าก็ตายจากอีกโลกหนึ่งแล้วเข้ามาอยู่ในร่างของนางเจ้าค่ะ ทุกคนไม่ต้องกลัวข้าไม่ใช่ผีอย่างแน่นอน ข้าขอสัญญาว่าต่อไปข้าจะปกป้องและดูแลทุกคนเอง ขอบคุณที่มอบความรักและดูแลพี่สาวข้าเป็นอย่างดี บุญคุณครั้งนี้ข้าต้องตอบแทนพวกท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” เอ่ยจบหนิงอันก็สวมกอดฮุ่ยเหม่ยด้วยความขอบคุณและซาบซึ้งใจกับความมีเมตตาของนางเช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ











