Beranda / แฟนตาซี / Undisclosure / เจ้าชายหมาป่า

Share

เจ้าชายหมาป่า

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-12 15:28:52

อเล็กซิสมองตาม เห็นอดีตประธานนักเรียนกำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหม่อย่างสนุกสนาน เบลินดาปรับตัวกับสถานที่แห่งนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับที่เวดทำได้ คงเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาเหมือนกัน เธอดูมีความสุขมากขึ้น หากนับจากวันที่ถูกจับมาด้วยกัน

“นายยังคุยกับคาร์เตอร์อยู่ ฉันเห็น” อเล็กซิสพูด “นายไม่โกรธเธอเลยเหรอ”

เขาสั่นหัว “หายโกรธไปแล้ว พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่นา ฉันค่อนข้างเห็นใจเบลนะ พวกเธอสองคนเย็นชาใส่เขามากไปหน่อย”

อเล็กซิสจ้องตาออสโล่เขม็ง ชี้นิ้วไปที่หน้าตัวเอง “ฉันเนี่ยนะ เย็นชาเหรอ เขาตั้งใจจะให้ฉันถูกจับเลยนะ”

“ฉันรู้ ๆ อย่างน้อยเธอก็แค่ไม่สนใจเบล ก็ยังดี ฉันก็ไม่ได้จะว่าเธอสักหน่อย”

อเล็กซิสถอนหายใจอย่างแรง “ออสโล่ ฉันรู้ว่านายใจอ่อนง่าย โอเค ฉันอาจไม่บ่น ไม่กล่าวโทษคาร์เตอร์ แต่ฉันอดไม่ได้ที่จะเตือนนายให้ระวังคนแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่าคาร์เตอร์คิดอะไรอยู่ แถมเธอยังไม่เคยขอโทษพวกเราเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายยังคุยกับคนแบบนั้นได้ นับถือจริง ๆ”

“เธอก็มองฉันดีไป ก็แค่สงสารเขา”

“นายดูสิ คาร์เตอร์มีเพื่อนใหม่แล้ว มีความสุขดีโดยที่ไม่ต้องมีพวกเรา เธอไม่ต้องการความสงสารหรอกออสโล่ ฉันรู้ว่านายไม่ได้คิดอะไร แต่ฉันกลัวว่าเธอจะทำร้ายนาย หรือหลอกใช้นาย อยู่ห่างคนแบบนี้ไว้ดีกว่า ฉันอยากเตือนนายเท่านี้แหละ”

ออสโล่พยักหน้า แต่เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนดีเกินกว่าจะยอมฟังคำเตือนของเธอ

จู่ ๆ มีเสียงเคร้งดังขึ้น เหมือนมีวัตถุบางอย่างหล่นลงข้างตัว อเล็กซิสมองตามที่มาของเสียง เห็นวัตถุลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าชิ้นเล็กทำจากโลหะ ไม่สิ ไม่ใช่โลหะ อเล็กซิสไม่แน่ใจ สีของมันเป็นสีขาวประกายทอง มีเพชรรูปไข่เม็ดเล็ก ๆ ประดับอยู่บนเรือนร่างสวยงามของมัน เธอหยิบดู พบว่าของที่ว่าเป็นไฟแช็ก

“ว้าว” ออสโล่ทึ่ง เมื่ออเล็กซิสยื่นให้ดู

“ของใครเนี่ย น่าจะแพงน่าดู”

“ไฟแช็กเหรอ”

“ใช่” อเล็กซิสเปิดฝาออก

“ขอโทษนะ นั่นของฉันเอง” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นเหนือหัว อเล็กซิสและออสโล่เงยหน้าขึ้น เห็นชายหนุ่มตาหล่อจัดมองลงมา

“มันสวยมากเลย” เธอบอกเขาแล้วส่งคืนให้ ยังคงอึ้งเล็กน้อย เขารับไว้แล้วใช้นิ้วสัมผัสมือเธออย่างจงใจ เหมือนมีกระแสไฟส่งผ่านมาทันที อเล็กซิสรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้า

“ใช่...คนนั้นหรือเปล่า”

“พวกเธอจำฉันได้เหรอ” เขาถาม

ทั้งคู่พยักหน้า

ชายหนุ่มคนนี้น่าจะอายุมากกว่าพวกเขาไม่กี่ปี อาจจะเป็นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่ที่แน่ ๆ เขาอ่อนกว่าโนเอล ผู้ชายคนนี้เป็นคนเดียวกับหนุ่มหล่อที่ยิ้มให้อเล็กซิสในโรงอาหารเมื่อสามวันก่อน และตอนนั้นเองที่เวดเริ่มแสดงท่าทีหึงหวง ทำนิสัยเสียอย่างที่เธอเจออยู่ตอนนี้

“ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ”

“เอ่อ...พวกเรานั่งคุยกัน” ออสโล่ตอบ แต่ทำสีหน้าราวกับว่าถามโง่ ๆ

“ตรงนี้เลยเหรอ”

น่าแปลกนัก เพียงแค่เขาเลิกคิ้วถามกลับยิ่งน่ามอง

“มันเงียบกว่าที่อื่น” เด็กสองคนยืนขึ้น เพราะเมื่อยคอที่ต้องแหงนหน้าคุย พอยืนแล้วจึงเห็นว่าเขาสูงกว่าอเล็กซิสไม่มาก และน่าจะมาจากครอบครัวร่ำรวย เธอตัดสินเอาจากเสื้อผ้ามีราคาที่เขาใส่ บุคลิกท่าทาง การยืน สายตา ล้วนมีมาดเหมือนนักธุรกิจ แต่ก็ยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ปั้นแต่ง ทั้งหน้าตา องค์ประกอบต่าง ๆ ให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาเดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่นผู้ชาย ชายหนุ่มตัดผมสั้นจัดทรงเนี้ยบ ดูมีสไตล์ ใบหน้าเนียนไร้ซึ่งหนวดเครา

“บี.อาร์. คือยี่ห้อไฟแช็กเหรอ”

“เปล่า ชื่อย่อของฉันเอง”

ดวงตาสีอำพันของชายหนุ่มมองสลับระหว่างอเล็กซิสและออสโล่ “แล้วคนผมบลอนด์ล่ะ”

“กำลังเต้นอยู่”

“อ้อ...” เขามองไปยังเวดที่กำลังเต้นกับสาวคนอื่น เพราะเทสซ่านั่งอยู่กับโนเอล เอามือยันคางทำหน้ามุ่ยไม่พูดไม่จา

“แล้วพวกเธอไม่เต้นกันเหรอ”

อเล็กซิสสั่นหัว “อ้อ ไม่หรอก”

“ไม่ชอบเหรอ”

“ก็ชอบ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

“เอ้อ เอางี้นะ ฉันปล่อยให้พวกเธอสองคนคุยกันแล้วกัน บาย” ออสโล่โน้มตัวลงเหมือนบอกลา แล้วหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับเธอ

“เฮ้ย อย่าทำงี้สิ” เธอเรียก แต่เขาไม่ยอมกลับมา “นายนี่มัน...แสบกว่าที่คิด” เธอพึมพำแล้วหันกลับมาหาชายหนุ่มข้าง ๆ เขากำลังจ้องเธออยู่ แม้ไม่มีรอยยิ้ม แต่สายตาสื่อความหมายได้ดีว่าขบขัน เขาเข้าใจในสิ่งที่ออสโล่ทำ

“นายอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือยัง” เธอตัดสินใจถาม

“เกือบสามอาทิตย์แล้ว”

พอ ๆ กับพวกเทสซ่าเลย “แล้วนายเคยเห็นจอห์น ลีลอยด์ไหม”

“ใครเหรอ”

“นายไม่รู้จักเขาเหรอ” เด็กสาวทำตาโต

“ไม่นะ” เขายืนยัน ดูจากสีหน้าแล้ว อเล็กซิสแน่ใจว่าเขาไม่ได้โกหก “เขาเป็นใครเหรอ”

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” อเล็กซิสผิดหวังเล็ก ๆ เทสซ่าพูดถูก ไม่มีใครเคยเจอจอห์นที่นี่จริง ๆ

“ในเมื่อเธอไม่เต้น ถ้าอย่างนั้น มาดื่มเป็นเพื่อนฉันไหม”

เวลาเขายิ้ม เหมือนมีประกายแสงสาดเข้าตา เขามีเสน่ห์อย่างร้ายกาจทีเดียว โดยเฉพาะดวงตาและสีหน้าที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับเทพบุตรในคราบมนุษย์ เพียงแต่ว่า ปีกของเขาเป็นสีดำ ทุกครั้งที่เธอสบตา ดวงตาสีน้ำตาลอมเหลืองคู่นี้เหมือนมีมนต์ทำให้เธอลืมตัว ยิ่งเวลาเขากัดริมฝีปากแล้วเหยียดยิ้ม อเล็กซิสรู้สึกเหมือนมีคนเร่งอุณหภูมิในบริเวณนั้น ที่สำคัญ เขาไม่ได้ปกปิดกับดักที่ซ่อนอยู่หลังดวงตาคู่นั้นไว้เลย ไฟในดวงตาตรงหน้าส่องสว่าง ปราศจากเสียงล่อลวง เพียงแค่รอให้เธอลองเข้าไปสัมผัสว่ามันร้อนแค่ไหน

“เฮ้อ เสียงเพลงดังจริง ๆ” เขาบ่น มือที่ถือแก้วจ่อเข้าไปในน้ำพุไวน์ “ไม่ตอบถือว่าเออออ ฉันชื่อเบนจามิน แต่เรียกว่าเบนก็พอแล้ว เธอชื่ออะไรล่ะ” เขาแนะนำตัวเอง พร้อมยื่นมือมาอย่างเป็นทางการ อากัปกิริยาทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง และเขาเป็นทั้งเจ้าชายและปีศาจ

“อเล็กซิส” เธอเขย่ามือนั้น อีกครั้งที่เหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าส่งผ่าน ราวกับเขายื่นการ์ดพร้อมริบบิ้น อเล็กซิสพยายามไม่จ้องตาเขา

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ อเล็กซิส”

ทำไมนะ แค่รอยยิ้มธรรมดาถึงทำให้เขินได้ขนาดนี้ เด็กสาวคิด ชายคนนี้กับหนุ่มผมสีเงินทำให้เธอเกิดความรู้สึกดีที่ได้อยู่ในสวรรค์ลวงตาแห่งนี้ ถ้าหากเดวี่ไม่ได้นั่งอยู่ในใจ อเล็กซิสอาจจะลองเสี่ยงเล่นกับไฟ แต่ทำไมเดวี่ถึงยังอยู่ เขาควรออกไปจากใจได้แล้ว ถึงคนคนนี้จะดูอันตราย แต่เขาก็ไม่ได้เสแสร้ง ทำไมต้องสนใจคนที่นอกใจแล้วเลิกกันไปแล้วด้วย แค่คุยกันเล่น ๆ คงไม่เป็นไรมั้ง โอ๊ย นี้คิดอะไรมากมาย ช่วยไม่ได้ ฉันเป็นผู้หญิงนี่นา และพวกผู้หญิงมักมีคิดเยอะแยะ ตีกันไปหมด

สุดท้าย อเล็กซิสพยายามตั้งสติตัวเอง หนุ่มหล่อร้อนแรงส่งไออันตรายขนาดนี้ล้วนน่ากลัว เธอควรจำว่าเดวี่สอนบทเรียนอะไรไว้กับเธอบ้าง “เอ่อ ขอตัวก่อนนะ ฉันต้องกลับไปที่กลุ่มแล้ว” สุดท้ายเธอหักห้ามใจไม่หลงไปในกับดักเสน่ห์ของเขา

“เหรอ แต่เพื่อน ๆ เธอดูกำลังสนุกกับ...”

เด็กสาวมองไปทางเวดที่กำลังเต้นอย่างเมามัน ใบหน้าแดง ไม่สนว่าเตะหรือเหวี่ยงใส่ใครไปบ้าง เทสซ่ากับโนเอลก็ดื่มหนักราวกับกำลังแข่งกันอยู่ มินนี่...มินนี่ก็คือมินนี่ ส่วนออสโล่โบกมือให้เธอกับเบน 

“เห็นไหม” เขายิ้ม เป็นรอยยิ้มเหมือนผู้ชนะ

ไอ้ออสโล่ ไว้ทีฉันนะ

“โอเค...” เธอไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ความคิดสองอย่างเถียงกันอยู่ในหัว ในเมื่อชายหนุ่มคนนี้สนใจเธอ และเขาก็ดูดีเอามาก ๆ ทำไมเธอจะไม่ให้โอกาสตัวเองเล่า แค่คุยคงไม่เป็นอะไรมั้ง ชีวิตจะได้สดชื่นขึ้นมาบ้าง อีกอย่างเธอก็ยังโสด ถึงเวลาเตะเดวี่ออกไปจากใจได้แล้ว

“ฉันไม่เต้นนะ แต่ถ้าคุยกันเฉย ๆ ก็ได้ เอ่อ นายมาจากไหนเหรอ” เด็กสาวจ้องไปที่เท้าตัวเอง

“เมืองหลวง”

มิน่า แค่รองเท้าก็แพงกว่าเสื้อผ้าของฉันทั้งตัวแล้ว

“แล้วเธอมาจากที่ไหนเหรอ อเล็กซิส”

“เรียกอเล็กซ์เถอะ ถ้าอยากจะพูดให้สั้นลง ฉันมาจากซานโบซ่า อยู่ในรัฐอิดริน่าน่ะ”

แต่เบนกลับหัวเราะ

“ขำอะไรเหรอ”

อีกแล้ว ถ้าเธอขอให้เขาหยุดยิ้มแบบนั้นได้จะแปลกหรือเปล่า เพียงแค่สายตาก็ทำให้เธอกระวนกระวายอยู่ไม่สุข พอจ้องกลับก็เหมือนถูกดวงตาคู่นั้นสแกนไปทั่วร่าง

“เพื่อนสนิทของฉันชื่ออเล็กซ์เหมือนกัน”

“อ้อ อย่างงี้นี่เอง เขาเป็นผู้ชายใช่ไหม” พูดจบ อเล็กซิสเม้มปากตัวเองทันที ยัยโง่ พูดอะไรไป ทำไมจู่ ๆ ถึงทำตัวโง่ขึ้นมา

“แน่นอน เขาเป็นผู้ชาย ฉันไม่ค่อยเห็นผู้หญิงชื่ออเล็กซ์เท่าไร” โทนเสียงบ่งบอกว่าขบขัน พอสายตาของเขาเลื่อนมาที่คางและคอ อเล็กซิสเบี่ยงตัวหลบสายตาทันที อาการเขินอายนั้นหายวับไป เพราะบาดแผลพวกนี้ทำให้เธอนึกถึงวันนั้น

“โทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะมอง แต่ฉันเห็นแผลที่...”

“แค่รอยช้ำกับแผลเป็นนิดหน่อย...นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ”

“ถ้าไม่ว่าอะไร ฉันอยากจะบอกว่า ฉันรู้วิธีลบรอยพวกนี้นะ” เขาไม่ตอบคำถามเธอ แต่โฟกัสที่รอยช้ำ “ในห้องพยาบาล มียาที่จะช่วยลบรอยพวกนี้ได้หมด ถ้าเธอสงสัยว่าฉันโกหกหรือเปล่า เธอลองดูสิ่งของรอบตัวก็แล้วกัน แล้วจะเข้าใจเอง ความรู้ที่พวกรัฐบาลปิดกั้นไว้ไม่ได้มีแค่เทคโนโลยีหรอกนะ”

เด็กสาวกวาดตาไปรอบ ๆ สนใจทันที “จริงเหรอ ลบได้หมดเลยเหรอ”

เขาพยักหน้า “อื้อ หมดเลย ลองไปดูไหมล่ะ ฉันจะพาไป” เขายื่นมือมา พร้อมกับรอยยิ้มที่ยากจะปฏิเสธได้ น่าขำที่มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกหมาป่าในคราบเจ้าชายล่อลวง แต่เธอกลับพร้อมเต็มใจรับข้อเสนอแสนยั่วยวน มองเห็นกับดักเป็นพรมแดง

“อเล็กซิส!”

เทสซ่าตะโกนเรียกเสียงดัง เวดกลับไปนั่งที่โต๊ะแล้ว หรี่ตามองเบนเหมือนครั้งแรกที่เขาทำ อเล็กซิสอยากให้เขาเลิกทำท่าแบบนั้นสักที

เบนไม่ได้หันไปมอง แต่เหลือบมองพวกเขาผ่านหางตาเท่านั้น จากนั้นเขาเพียงหันมายิ้มน้อย ๆ “เพื่อนเธอเรียกแล้ว อย่าลืมไปเอายาที่นั่นล่ะ พวกผู้หญิงไม่ชอบมีรอยแผลเป็นหรอก จริงไหม”

“ขอบคุณเบน ขอบคุณจริง ๆ แต่นายจะไปแล้วเหรอ”

เขาเหยียดมุมปากข้างหนึ่งคล้ายกำลังแค่นยิ้ม “ครั้งหน้า หวังว่าเราคงจะมีเวลาคุยกันนานกว่านี้ แล้วเจอกัน”

เพียงแค่กะพริบตา เขาก็หายไปแล้ว เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพอเทสซ่าเรียกเธอ เขาถึงรีบไป

“เธอคุยอะไรกับเขาน่ะ” เทสซ่าเดินตรงมาคล้องแขนเหมือนหวงเพื่อน อเล็กซิสเห็นภาพเอโลดี้ซ้อนขึ้นมา “หมอนั่นหล่อ รวย ทำตัวราวกับเป็นสุภาพบุรุษหลุดออกมาจากนิยาย แต่ตัวจริงน่ะ หมาป่าชัด ๆ บอกให้รู้ไว้เลยนะสาวน้อย เพราะฉันรู้จักหมอนี่มาก่อนเธออีก ร้ายจะตาย”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เขาไม่ได้เสแสร้งสักนิด แต่เปิดเผยชัดเจนเลยล่ะ...แต่ว่านะ เทสซ่า หมาป่าตัวนี้คงเป็นหมาป่าที่มีเสน่ห์ล้นเหลือเลย เธอว่าไหม” อเล็กซิสหยอดเพื่อน

เทสซ่าสั่นหัว กอดอกแน่น “ไม่เอาน่า ใช่ว่าหนูน้อยหมวกแดงทุกคนจะมีนายพรานมาช่วยนะจ๊ะ หนูน้อยพวกนั้นถูกหมาป่ากลืนกินไปทั้งตัว เธอไม่เคยได้ยินพวกผู้ใหญ่สอนเหรอ ว่าอย่าเล่นกับไฟ”

ความรู้สึกที่เหมือนกลับไปอยู่โรงเรียนนี่คืออะไร อเล็กซิสพอเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงเรียกที่นี่ว่า ‘หอพัก’ กัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status