Share

คำตอบ

last update Last Updated: 2025-03-06 12:12:48

“ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ”

“ฝันดีต่างหาก”

“ฝันถึงแม่ฉันใช่ไหมล่ะ”

“อื้อ ฝันดีที่สุดเลย” เบนเน้นเสียง

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ต้องจากหอพักแห่งนี้ วันที่จะได้รู้ความจริง (หรือเปล่า) วันที่...อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

ห้องโถงอยู่ชั้นล่างสุด ครั้งก่อนมันเป็นที่สำหรับตรวจสุขภาพ บูทคลินิกถมที่ว่างจนเต็ม วันนี้ทั้งห้องกลับเปิดออกโล่ง มีเพียงประตูเหล็กบานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนกำแพงฝั่งตรงข้ามกับทางเข้า และใช่ เมื่อก่อนไม่มีประตูบานนี้ ทุกคนตั้งแถวเรียงหน้ากระดาน เรียงลำดับจากการเข้าพักอาศัยก่อนหลัง สายตาแต่ละคนล้วนเฝ้ารอคำอธิบายอย่างใจจดใจจ่อ บ้างยืนไม่สุข บ้างยืนนิ่งแต่ภายในใจกลับกระวนกระวายว้าวุ่น

เบน อเล็กซ์ และซาร่าห์ยืนอยู่แถวหน้าเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มแรก เจ้าหนุ่มหัวเงินยืนอยู่

ข้างอเล็กซ์ด้วยเช่นกัน พวกโธมัสยืนอยู่แถวที่สองข้างหลังกลุ่มพวกเขาอีกที ส่วนพวกเด็กซานโบซ่าอยู่แถวกลางห้อง เบนยืนหาวพลางกวาดสายตาไปนู้นทีทางนี้ที คนส่วนใหญ่นำกระเป๋าใบเล็กมาด้วยเพื่อเก็บของสำคัญไว้กับตัว ส่วนเขาไม่แบกอะไรมาเลย หากแต่เลือกที่จะยัดเพียงซองบุหรี่เบสอามีสองซอง ไฟแช็ก และนาฬิกาสุดรักไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ๊กเกตสีกากีเพียงเท่านั้น อเล็กซ์ก็เช่นกัน เขาสวมชุดดำเกือบทั้งตัว ส่วนเสื้อแจ๊กเกตหนังสีดำยัดซองบุหรี่มาเต็มเท่าที่จะยัดหมด

คนชุดขาวราวสิบนายเดินออกมาจากประตูด้านใน เบนชะเง้อมองแต่ไม่ทันเห็นว่าข้างในมีอะไร ยูนิฟอร์มที่พวกเจ้าหน้าที่สวมใส่บ่งบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดีว่ามาจากฝ่ายทหารหรือกองกำลังสักอย่าง ทั้งชายและหญิงล้วนสวมเสื้อแจ๊กเกตรัดรูปสีขาวคอเต่า มีแถบสีเทาตรงสีข้างทำให้รูปร่างผู้สวมใส่เพรียวขึ้น หนำซ้ำที่เอวยังสวมเข็มขัดปลอกปืน แต่ละคนจึงมีปืนอยู่ด้านข้างคนละสองกระบอก ด้านหลังสะพายกระบอกปืนคล้ายไรเฟิล แต่รูปร่างและดีไซน์ล้ำหน้าเกินกว่าที่เขาจะรู้ว่ามันเป็นรุ่นอะไร ที่มือยังมีถุงมือหนังสีเทาเฉดเดียวกับที่อยู่บนแถบสีข้าง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่แต่ละคนมีอาวุธครบมือ หลายคนจึงเริ่มจินตนาการไปในทางลบ

พวกเขาเริ่มตรวจสิ่งของ ใครที่นำกระเป๋ามาจะถูกโยนทิ้งทันทีไม่ว่าขนาดไหน หรือเล็กเท่ากระเป๋าสตางค์ก็ไม่มีเว้น เขาเห็นอเล็กซิสง่วนอยู่กับการจัดข้าวของด้วยการพยายามยัดทุกอย่างลงไปในแจ๊กเกตสีดำ ออสโล่คู่หูของเธออาสาช่วยดูแลเจ้าเครื่องเล่นซีดีให้ เบนมองแม่แบมบี้พยายามยัดแผ่นกระดาษเล็ก ๆ ลงไปในกระเป๋าเสื้อด้านในจนตัวพองแน่น พอเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของเธอแล้วเขาอดขำไม่ได้ ริมฝีปากของเขาเหยียดยิ้มเยาะตามนิสัย และแน่นอน เขาไม่ลืมสังเกตอากัปกิริยาของเพื่อน ผู้ซึ่งกำลังมองเด็กสาวคนเดียวกัน

“อะไรของนาย” หนุ่มร่างสูงถาม น้ำเสียงแฝงนัยไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองยืนยิ้มประหนึ่งอ่านใจออกหมด

“ไม่มีอะไรนี่” หนุ่มนัยน์ตาสีอำพันตอบ แต่ยังคงส่งยิ้มล้อเลียนอยู่ และเพราะเหตุนี้เอง คนร่างสูงจึงทำเสียงฮึดฮัด

“พวกนายดูอะไรกัน” ซาร่าห์ที่อยู่ยืนข้าง ๆ ถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นพวกผู้ชายซุบซิบ

“ฉันจับได้ว่าอเล็กซ์แอบมองอเล็กซิส” เขาบอกเธอ

ซาร่าห์ทำตาโตเพราะเพิ่งได้ยินข่าวเซอร์ไพรซ์ “จริงเหรออเล็กซ์ ฉันไม่เห็นรู้มาก่อนเลย”

“เธอเชื่อคำพูดของคนอย่างเบนด้วยเหรอ”

เบน โรซิเยร์กลายเป็นศัพท์ที่มีความหมายว่า ‘เชื่อถือไม่ได้’ ซะแล้ว เพราะหญิงสาวหันกลับมามองเขาด้วยสายตาตำหนิแทน “จริงสิ ถ้าเป็นนายล่ะก็ ฉันเชื่อ”

เขาถอนหายใจ ส่ายหัวให้คนทั้งคู่ เออ ไม่ได้จ้องเลย แต่แม่งปล่อยให้เวดตั้งแง่กับฉัน ส่วนตัวเองก็ได้ผู้หญิงไป

พวกเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณ ทั้งหมดจึงเดินเรียงแถวเข้าไปในข้างในประตูบานนั้น ไม่นานมากนัก ทั้งหมดเข้ามาถึงห้องที่ดูเหมือนจะเป็นคลังอาวุธ แม้ไม่ได้คาดหวังข่าวดี แต่เขาไม่คิดว่าจะเจอกับสิ่งของเหล่านี้ เบนอึ้งไม่ต่างจากคนอื่น ราวกับความเบิกบานและสมองซีกบวกถูกสูบออกไปจนหมด หากไม่อ้าปากค้าง บางคนก็เอาแต่อุทานซ้ำไปซ้ำมา จากที่ตื่นเต้นระคนมึนงงกลายเป็นกลัว มันเป็นสัญชาตญาณและลางสังหรณ์ของมนุษย์ที่ตระหนักได้ว่ากิจกรรมในวันนี้อาจเกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย

“อย่าแตะต้องอะไรทั้งนั้น” เจ้าหน้าที่นายหนึ่งออกคำสั่ง

“กลิ่นไม่ดี” อเล็กซ์กระซิบ ร่างของซาร่าห์สั่นระริกอยู่ข้างกาย ไอความกลัวของแต่ละคนแผ่ซ่านออกมาจนเขาสัมผัสได้ ใครเล่าจะไม่รู้สึกแบบนั้นเมื่อมาอยู่ท่ามกลางอาวุธนานาชนิดโดยไม่รู้ที่มาที่ไป

เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งเมื่อครู่ก้าวขาขึ้นมายืนบนพื้นยกระดับ เขาสวมอุปกรณ์ที่คล้ายกับหูฟังพร้อมไมค์ไว้ที่คอ เบนมองลักษณะทางกายภาพของชายผู้นี้แล้วนึกขันอยู่ในใจ ศีรษะล้านของเขาทำให้คนหนุ่มนึกถึงดวงจันทร์ในตอนกลางคืน อาจเป็นเพราะเขามีผิวสีเหลือง แต่กระนั้นมันไม่ได้ทำให้ชายผู้นี้ดูน่ามองมากขึ้นหากแต่ตลก ทว่าหากไม่นับลักษณะทางกายภาพนั้น เบนมองว่าเขามีดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่แสนดุดันเกินคนปกติ และดวงตานั้นกำลังมองไปไล่ทีละคน ทีละคน

และจากนั้น เขาเริ่มพูด “ตามที่รัฐบัญญัติเฝ้าระวังและควบคุมกลุ่มเสี่ยงภัยต่อมนุษยชาติ ปี 2966 ได้ระบุไว้ว่า ผู้ที่ถูกตัดสินเป็นกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มต้องสงสัยต้องเข้าร่วมการทดลองเพื่อเสาะหาวิธีรักษาอาการผิดปกติทุกคน แต่ก่อนอื่น ขอเรียนให้ทราบก่อนว่า เรายังไม่สามารถค้นพบหนทางรักษาอาการเหล่านี้ได้สำเร็จ เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ เราจำเป็นต้องเข้าใจอาการของพวกคุณ รวมทั้งสาเหตุและที่มาของอาการผิดปกติด้วย ในฐานะพลเมืองของสหพันธรัฐ เป็นหน้าที่พวกเรา และพวกคุณที่จะต้องให้ความร่วมมือทำภารกิจครั้งนี้ มันไม่ใช่ภารกิจของพวกฉันอย่างเดียว แต่เป็นของพวกคุณเช่นกัน

“ตอนนี้พวกเรากำลังยืนอยู่ที่จุดเช็กพ้อยต์วัน อีกหนึ่งชั่วโมง พวกคุณจะต้องออกเดินทางไปยังอีกจุด มีกฎเพียงข้อเดียวที่พึงจำนั่นคือ ไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ พวกคุณมีเวลาเพียงสิบวันเท่านั้น พยายามเอาตัวรอดไปจนถึง...เงียบ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status