เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย

เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-19
โดย:  rasita_suinยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
72บท
1.8Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

“อ้อมกอดท่านหนาวเหน็บดังเช่นเหมันต์ฤดู เมื่อรักแล้วต้องเจ็บปวดเจียนตาย ข้าขอจากไป อยู่อย่างเดียวดาย ปราศจากรักในทุกชาติภพ แม้พานพบ ก็ไม่ขอรักท่านอีก” “พานพบครานี้ ข้ายอมทำเพื่อเจ้า แม้ต้องสูญเสียทุกอย่าง แต่จะไม่ยอมสูญเสียเจ้าเด็ดขาด”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1.ผู้บุกรุก (1)

西尾絃葉(にしお いとは)はスマホを握りしめ、力の入った指先がうっすらと白くなっていた。

――ついに、5年もの間待ち続けた電話が来た。

祖父が最も信頼する秘書の日野(ひの)からだった。

「お嬢様。澤木様とのご結婚は、会長が定めた5年間の試験期間を無事に通過されました。

会長のご指示により、澤木様とご一緒にご帰宅いただくことを許可いたします。また、全財産を前倒しでお嬢様に名義変更の手続きも進めております。ご都合はいかがでしょうか」

「本当?!」

絃葉は込み上げる歓喜を抑えきれず、声がわずかに震えた。

「やった......!今日でいいから。今すぐ向かうよ!」

電話を切ると、ようやく肩の力が抜けた。

――よかった。

祖父はついに、かつて自ら結婚を選び、家の政略結婚と後継者としての立場を捨てた自分を許してくれたのだ。

そして彼女は澤木凪杜(さわき なぎと)と結婚したことも。

それはつまり、彼女の選択は間違っていなかったということ。

凪杜は、すべてを捨ててでも選ぶ価値のある男だった。

今日は試験期間の終わりであると同時に、二人の結婚五周年の記念日でもある。

彼に、とびきりのサプライズと、正当な未来を贈るつもりだった。

公証役場のロビーには、紙とインクの匂いが漂っている。

絃葉は胸の高鳴りを抱えながら、5年間大切にしまってきた書類を、そっと職員に差し出した。

真実を知ったときの凪杜の驚きと喜びを思い浮かべ、彼女の唇には自然と柔らかな笑みが浮かぶ。

だが――

職員はシステムで何度も照合した後、眉を深くひそめ、顔色を曇らせた。

顔を上げ、鋭い視線を絃葉に向けると、疑いようのない厳しい口調で告げた。

「申し訳ありませんが、こちらの書類は偽造したものです。戸籍を確認しましたが、西尾様の現在の婚姻状況は、未婚となっています」

「未婚......?」

絃葉の笑みが凍りつき、目を見開いた。

「そんなはずが......」

職員は彼女の動揺を意に介さず、冷然と言い続ける。

「なお、澤木様は既婚となっており、法的な妻は円藤野々花(えんどう ののか)という方です」

――頭の中で何かが弾けた。

絃葉の脳裏は一瞬で真っ白になる。

彼女は椅子から勢いよく立ち上がり、鋭い声を上げた。

「嘘よ!そんなはずない!これは夫が自分で渡してくれたものよ、偽物なわけがない!」

「ですが、システムにはそう書いてあります」

職員は無表情のまま続けた。

「さらに、お二人の間には娘が一人。5歳で、母親の姓を名乗り、名前は円藤那乃葉(えんどう なのは)です」

「......え?」

絃葉はよろめき、一歩後ずさる。

娘?

5歳?

――ということは、自分が娘のように可愛がっていた子、那乃葉が......凪杜と野々花の実の娘だというのか?

「システムによれば、澤木様と円藤様は5年前に婚姻届を提出しています。婚姻期間は、西尾様が持っていた書類と完全に一致します」

視界が暗転し、絃葉の身体は力なく後ろへ崩れ落ちそうになった。

その瞬間、背後にいた日野が素早く支える。

「お嬢様!」

怒りを含んだ声が震える。

「なんという裏切りを......!すぐに会長へご報告を――」

「ダメ!」

絃葉は鋭く遮った。

額を押さえ、爪が掌に食い込む。

「お願い、日野さん。おじいちゃんには言わないで......私に、少し時間を。自分で確かめたいの......だからこの件は、どうか内密に」

ふと何かを思い出し、かすれた声で続ける。

「その那乃葉という子の誕生日は、いつですか」

キーボードを叩く音が、やけに耳障りに響いた。

「202X年6月29日、午後4時39分です」

その冷たい数字は、鋭い針のように、絃葉の記憶の奥深くに突き刺さる。

――あの日だ。

彼女が転倒し、流産して入院した日だった。

ようやく授かった子は、その日の夜8時13分、完全に彼女の体から失われた。

涙が、堰を切ったように溢れ出す。

あれほど多くの薬を飲み、不妊治療の注射を打ち続けて、ようやく授かった命だったのに。

まだ妊娠二ヶ月にも満たず、安定もしないうちに、理由もわからないまま家で転び、失ってしまった。

もともと妊娠しにくい体だった彼女にとって、その流産は致命的だった。

冷たい病室のベッドの上で、彼女は痛みに打ちのめされていた。

だが凪杜は、ただ軽く背中を叩き、静かな声でこう言った。

「そんなに落ち込むな。子どもがいなくなったのは、むしろよかったじゃないか。俺たちはまだ事業を立ち上げたばかりだ。子どもを持たないほうがいい」

――持たないほうがいいじゃなかった。

その日、すでに彼は「持っていた」のだ。

彼女が失った宝物は、ただ彼にとって予定外の余りものにすぎなかった。

職員は偽の書類を彼女に返した。

力の抜けた手から、それはパタンと、音を立てて床に落ちる。

その白い紙は、大きな平手打ちのように彼女の頬を打ち、5年間のすべてがただの笑い話だったのだと嘲笑っているようだった。

役場を出ると、冷たい風が正面から吹きつける。

頭の混乱はわずかに晴れたが、胸の冷えは消えない。

後ろから日野が追いつき、心配そうに声をかける。

「お嬢様、あんなに酷い男のことです。会長に頼れなくて本当にいいのですか?」

絃葉はゆっくりと首を横に振った。

その目はすでに、崩壊寸前のパニックから、冷たく揺るぎない光へと変わっていた。

深く息を吸い、静かに言う。

「お気遣いありがとう、日野さん。でもいいの。それよりおじいちゃんに伝えて。

一ヶ月後、この件の答えを持って帰ります。家業は必ず継ぎますから、どうか安心してください、と」

そう言い残し、彼女は振り返ることなくタクシーを止め、凪杜の会社の住所を告げた。

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
72
1.ผู้บุกรุก (1)
น้ำตกสูงไหลลงสู่แอ่งน้ำลึกไม่ขาดสาย ไอน้ำหนาคละคลุ้งราวหมอกลอยขาวทั่วบริเวณ นกน้อยเกาะกิ่งไม้ สลับบินโผผินเล่นลม ผีเสื้อตัวใหญ่หลากหลายสีสันบินไปมา บ้างก็หยุดชิมน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ แมกไม้สูงใหญ่ใบเขียวขจีให้ความร่มรื่น ดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นอ่อนหอมรายรอบบรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงของธรรมชาติรังสรรค์ช่วยให้ผู้นั่งบำเพ็ญสมาธิฝึกพลังจิตมั่นคงไม่วอกแวกร่างสูงใหญ่นั่งนิ่งบนโขดหินสูงเหนือน้ำริมตลิ่งเนิ่นนานหลายชั่วยาม ใช้จิตแห่งพลังปราณเทพฝึกวิชาอยู่ภายใน ทว่าอยู่ๆ ก็มีเสียงบางอย่างดังเข้ามาในโสตประสาทรับรู้ รบกวนจิตเทพจนไม่อาจก้าวข้ามไปยังขั้นต่อไปได้ ทำให้ผู้ฝึกวิชาหงุดหงิด สุดท้ายก็ต้องล่าถอยก่อนปราณภายในจะแปรปรวนดวงตาคู่คมดุเปิดขึ้น สายตาสอดส่ายมองเวิ้งน้ำที่มีหมอกคละคลุ้งเบื้องหน้า ได้ยินเสียงน้ำขยับไหวกับเสียงประหลาดไม่คุ้นเคยเสียงฮัมเพลงเสียงหวานใสเอื้อนเอ่ยภาษาและทำนองสดใสร่าเริงราวกำลังอารมณ์ดีมีความสุข‘ผีเสื้อบินว่อนอวดโฉม ดอกไม้เบ่งบานส่งกลิ่นหอมรัญจวน ตอบรับท่วงทำนองขับขาน ชื่นชมจันทรากระจ่างตา’เบื้องบนท้องฟ้ามืดมิด พระจันทร์ดวงโตสาดส่องแบ่งปันความสุกสกาวให้โลกหล้า บ
อ่านเพิ่มเติม
1.ผู้บุกรุก (2)
“มีผู้บุกรุก”“เร็วเข้าทุกคน ช่วยกันจับผู้บุกรุกมาให้ได้”มีเสียงโวยวายจากหอตำรา เทียนเหวินเพิ่งกลับมาจากน้ำตกใกล้ฟ้าสว่างรีบก้าวเข้าไปถามศิษย์ผู้น้องกลุ่มหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าไปด้านหน้าสำนัก“รู้ได้อย่างไร ว่ามีผู้บุกรุก”“ศิษย์ที่เฝ้าหอตำราถูกอาคมเวทดำ ไม่ได้สติอยู่ตรงบันไดทางขึ้นห้องเก็บคัมภีร์ขอรับ ศิษย์พี่ใหญ่ให้พวกข้าไปดูที่ทางเข้าสำนักและปิดทางขึ้นเขาก่อนที่ผู้บุกรุกจะลงเขาไปเสียก่อนขอรับ”บอกแล้วเหล่าศิษย์น้องก็แยกไป“เทียนเหวิน เจ้ามาจากที่ใด”หลี่ไห่ฉินศิษย์พี่ใหญ่ เดินนำศิษย์อาวุโสคนอื่นมาทางด้านนี้พอดีถามขึ้น“ข้าได้ยินเสียงตะโกนดังไปทั่วจึงออกมาจากหอนอน และจะไปดูทางโน้น”ชายหนุ่มชี้ไปทางน้ำตกที่ตนเพิ่งจากมา เวลานี้เทียนเหวินนับเป็นศิษย์พี่ของศิษย์รุ่นหลัง แต่ยังมีหลี่ไห่ฉินกับศิษย์ที่อาวุโสกว่า หากเขาก็ให้ความเคารพตามความเหมาะสม“ไม่ใช่ว่าเจ้าเพิ่งเดินมาจากทางนั้นหรือ”ศิษย์พี่ใหญ่หลี่ไห่ฉินถามอีกครั้ง เขาเป็นท่านชายจากเผ่าจิ้งจอก ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำบรรดาศิษย์ในสำนักซ่างเซียนเหนือที่ทุกคนเคารพยำเกรง“ข้ากำลังจะไป”เทียนเหวินย้ำพร้อมใบหน้านิ่งสนิท อีกฝ่ายพยักหน้ารับเหม
อ่านเพิ่มเติม
1.ผู้บุกรุก (3)
“อ๊ะ...”เสียงแผ่วหลุดจากปากอิ่ม ใบหน้าเรียวแหงนเงยกำลังจะกรีดร้องออกมาเทียนเหวินที่เพิ่งกำจัดพลังเวทดำหมดสิ้นต้องรีบตัวคว้าร่างเล็กเข้ามาในอ้อมอกตน มือหนาปิดปากอีกฝ่ายโดยไม่ทันคิดสิ่งใด ทำเอาตนเองก็ยังชะงักไปเช่นกัน เพราะร่างนุ่มนิ่มกึ่งเปลือยแนบแผงอกแกร่ง“พวกท่านได้ยินเสียงใดหรือไม่”ทั้งสามคนที่อยู่ริมลำธารหันมองไปมาหาบางอย่าง“หรือข้าจะหูแว่วไปเอง”คนที่ได้ยินเสียงแปลกๆ พึมพำพลางเกาศีรษะตน“น่าแปลก เทียนเหวินอยู่ที่ใด”เป็นหลี่ไห่ฉินที่สงสัยผู้ถูกเอ่ยถึงได้ยินคำพูดของคนด้านนอกแม้จะค่อนข้างเบา มองดวงหน้าซีดเผือดของสตรีที่ตนกำลังโอบกายไว้ ทั้งยังปิดปากเจ้าตัวเพราะเกรงจะส่งเสียงร้อง ไม่ได้กังวลว่าจะถูกพบเจอ ทว่าร่างกายที่ชิดใกล้กับกลิ่นกายหอมระรวยทำลายสมาธิตนจนอกแกร่งร้อนวูบวาบต่างหากที่ทำให้เขาหวั่นเกรง“หรือเขาอาจไปที่อื่นแล้ว”หนึ่งในนั้นออกความเห็นหลี่ไห่ฉินยังมองไปโดยรอบ ทำให้ศิษย์น้องทั้งสองคนเองก็จำต้องเดินสำรวจรอบๆขณะนั้นเองดวงตาคู่กลมโตที่ปิดอยู่ก็เปิดขึ้น ทำเอาเทียนเหวินใจหายวาบ แม้ตนหวังดีช่วยอีกฝ่ายทว่าใบหน้าทั้งสองอยู่ในระยะประชิดเกินไป“อื้อ”มือหนากดปากอิ่มพลางแขน
อ่านเพิ่มเติม
2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (1)
“นางไปแล้วอย่างนั้นหรือ”เทียนเหวินกลับมายังอุโมงค์หลังน้ำตกอีกครั้งในยามบ่ายแก่หลังจากเหล่าศิษย์ในสำนักต่างก็ออกตามหาผู้บุกรุกไปทุกที่ แม้กระทั่งลงเขาก็ไม่พบร่องรอย ทั้งยังไปจนถึงทางขึ้นสำนักฝั่งใต้ หากก็ไม่อาจเข้าไปได้เพราะไม่ได้รับอนุญาต และได้รับการยืนยันจากผู้เฝ้าประตูว่าไม่มีผู้ใดผ่านเส้นทางนั้นอาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งเจ้าสำนักและอาจารย์ในสำนักเรียกศิษย์ทั้งหมดรวมตัว หลังศิษย์พี่อาวุโสตรวจตราหอตำราและได้รู้ว่าคัมภีร์จันทราหายไป‘เราทุกคนต่างรู้ดีว่าคัมภีร์จันทราสำคัญเพียงใด ผู้ที่เข้ามาขโมยคัมภีร์นี้ไม่ประสงค์ดีต่อหกพิภพเป็นแน่ อาจารย์จำต้องทูลต่อองค์จักรพรรดิสวรรค์ ระหว่างนี้อาจารย์ต้องการให้ศิษย์ทุกคนสอดส่องภายในสำนักทุกที่ หากไม่มีผู้ใดลงเขาจริง หมายความว่าคนผู้นั้นยังหลบซ่อนอยู่ในสำนัก’อาจารย์ใหญ่สั่งก่อนออกเดินทางไปยังสวรรค์ชั้นฟ้านั่นทำให้เทียนเหวินนึกถึงสตรีที่ตนช่วยไว้ขึ้นมา ความเป็นไปได้ว่านางคือผู้บุกรุกนั้นน้อยนิด แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย จะว่าไปแล้วการที่ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักฝั่งเหนือ ทั้งยังเข้ามาที่นี่โดยพลการ ก็เท่ากับนางคือผู้บุกรุกแล้วจะอย่างไรเขาก็ต้องตรวจสอบ
อ่านเพิ่มเติม
2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (2)
“และคนผู้นั้นก็คือ เทียนเหวิน เจ้านั่นเอง”ปลายนิ้วชี้ของศิษย์พี่ใหญ่ชี้มายังผู้ที่ยืนเบื้องหลังอาจารย์ฝูหมิง ทุกสายตามองตามทันทีเทียนเหวินยืนนิ่ง มีเพียงสีหน้าประหลาดใจที่อยู่ๆ หลี่ไห่ฉินก็โยนหินมาที่ตัวเอง พร้อมสบตากับห้าวอี้ที่มองมายังตนด้วยสายตามีคำถาม“อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น”เป็นอาจารย์ฝูหมิงถามน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้ายังนิ่งเฉย ไม่ได้นึกสงสัยลูกศิษย์ของตน แม้หลายเสียงจะเริ่มซุบซิบอื้ออึง“อาจารย์อาอาจเชื่อมั่นในศิษย์ของท่าน เราทุกคนรู้ว่าเขาเป็นใคร และนั่นอาจทำให้เขาต้องการมีพลังยิ่งใหญ่โดยเร็ว”คิ้วเข้มของเทียนเหวินกระตุก ไม่ใช่เพราะหลี่ไห่ฉิน แต่เพราะเซียนน้อยดอกบัวจ้องมายังเขาเช่นกัน ชายหนุ่มกำลังคิดว่านางจะเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาหรือไม่“ก็จริงนะ”“อาจเป็นไปได้”หลายเสียงของศิษย์ในสำนักเริ่มเห็นด้วย จนอาจารย์ต้องยกมือขึ้นห้ามเสียงจึงเงียบลง“ไห่ฉิน จะเอ่ยสิ่งใดควรมีหลักฐาน เจ้าเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักซ่างเซียนเหนือ ไม่ควรปรักปรำผู้อื่นลอยๆ”“อาจารย์ปู่ เพราะศิษย์เห็นกับตา ว่าระหว่างที่ทุกคนกำลังตามหาผู้บุกรุก เทียนเหวินไปยังน้ำตกด้วยท่าทีรีบร้อน และศิษย์ตามไปถึงที่นั่นกลับไม
อ่านเพิ่มเติม
2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (3)
และในเวลาเดียวกันผู้ทำหน้าที่เฝ้าหน้าประตูสองคนก็ลอยลงมาขวางด้านหน้าบันไดทางขึ้นเช่นกัน“ข้าน้อยล่วงเกินแล้ว ไม่ทราบว่าอาจารย์ปู่มาสำนักฝั่งใต้ด้วยเรื่องอันใด”หนึ่งในนั้นเอ่ยสีหน้าจริงจัง“มีผู้บุกรุกสำนักฝั่งเหนือ และขโมยของสำคัญไป ทางเราจับคนน่าสงสัยมาได้และนางใส่ชุดศิษย์สำนักฝั่งใต้ ข้าจึงนำตัวมาให้ศิษย์น้องสามสอบสวน”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งตอบทันใดสายตาของผู้เฝ้าเวรยามสองคนเหลือบมองไปยังร่างที่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ อีกฝ่ายยิ่งก้มหน้างุดดูมีพิรุธ“เช่นนั้น ขอเชิญอาจารย์ปู่ที่ลานฝึกกระบี่ก่อน ข้าน้อยจะไปเรียนให้ท่านเจ้าสำนักทราบ”จากนั้นคนหนึ่งก็เร่งรีบขึ้นบันได อีกคนนำทางไปอีกด้าน ซึ่งไม่นานก็ถึงลานกว้างมีป่าไผ่สูงรายล้อมเทียนเหวินมีเฉิงเคอกับศิษย์อาวุโสอีกคนตามประกบไม่ห่าง ทว่าชายหนุ่มไม่ได้กังวลสิ่งใด สายตาคู่คมกริบเพียงคอยจับตาดูเจ้าของร่างเล็กที่ท่าทางดูลุกลี้ลุกลน ทั้งสีหน้าก็กระวนวายอย่างเห็นได้ชัดมากกว่า“ห่วงคนของเจ้าสินะ”หลี่ไห่ฉินหันมากระซิบน้ำเสียงหยัน ทว่าเทียนเหวินกลับไม่โต้ตอบเพียงไม่นานอาจารย์เจียงซินเจ้าสำนักฝั่งใต้ก็มาพร้อมศิษย์ทั้งสำนักเลยทีเดียว“ขออภัยศิษย์พี่ที่ต
อ่านเพิ่มเติม
3.ผู้ขโมยคัมภีร์ (1)
“กรี๊ดดด”เทียนเหวินไม่อาจยืนนิ่งได้อีกแล้ว แม้รู้แก่ใจว่าหลี่ไห่ฉินกำลังจ้องจับผิดตนอยู่ ทว่าเขาเคยช่วยนางมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จะให้มองเฉยย่อมทำไม่ได้ ทว่าเพียงขยับเท้ากลับต้องชะงัก เมื่อมีร่างของใครคนหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากบรรดาศิษย์ของสำนักฝั่งใต้“อาจารย์ใหญ่”ทว่าหญิงสาวที่เพิ่งก้าวออกมาเอ่ยได้เพียงคำเดียว พลังเทพเซียนรุนแรงก็แผ่ออกจากร่างของเสี่ยวเหลียนราวต่อต้าน โดยที่ไม่มีผู้ใดคาดถึง และกระแทกเข้าใส่เจ้าสำนักเจียงซินที่ลงมือจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งเจียอิน หลี่ไห่ฉิน และผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาต่างผงะไถลถอยหลังไปหลายก้าวด้วยแรงปะทะ“พลังนั่น”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งกับอาจารย์ฝูหมิงต่างก็หันไปทางเทียนเหวิน ทั้งสองรู้ในทันใดว่าเป็นปราณเทพเซียนมังกร เพราะทั้งสองต่างก็เป็นเทพมังกรเช่นลูกศิษย์หนุ่มผู้เป็นทายาทสวรรค์ร่างบอบบางของเสี่ยวเหลียนทรุดลงแล้วถึงกับกระอักเลือดออกมา ด้วยไม่อาจสะกดปราณที่มากเกินตัวของตนเอาไว้ สีหน้าเจ้าตัวเต็มไปด้วยความทรมาน“เสี่ยวเหลียน”ศิษย์สำนักฝั่งใต้รีบขยับเข้ามาก่อนผู้อื่น หากก็ไม่สามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายได้“หลินเฟย เจ้ารู้จักนางหรือ”เจิยอินที่ช่วยประคองเจ้าสำนั
อ่านเพิ่มเติม
3.ผู้ขโมยคัมภีร์ (2)
“หากเป็นเช่นนั้น ข้ากับศิษย์อาวุโสของสำนักเรา จะเข้าไปค้นด้วยตนเอง ได้หรือไม่ อาจารย์ปู่ อาจารย์อา”หลี่ไห่ฉินเสนอตัวอย่างหน้าตาเฉย“อย่างไรเราก็เป็นศิษย์สำนักซ่างเซียนไม่ต่างกัน”“เจ้าจะดูถูกสำนักฝั่งใต้มากเกินไปแล้ว”เจียอินก้าวมาเผชิญหน้ากับหลี่ไห่ฉินอย่างไม่พอใจ ศิษย์ทั้งสองต่างส่งสายตาฟาดฟันอย่างไม่มีใครยอมใคร“เช่นนั้นสำนักฝั่งใต้จะแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างไร ในเมื่อนาง...”หลี่ไห่ฉินชี้ไปยังเสี่ยวเหลียนอย่างจงใจกล่าวหา“ลักลอบเข้าไปในสำนักฝั่งเหนือจริง หากท่านเจ้าสำนักไม่มีสิ่งใดปิดบังซ่อนเร้น ย่อมสามารถให้พวกเราเข้าไปค้นหาคัมภีร์ภายในได้ ไม่เช่นนั้น ท่านขุนพลห้าวอี้คงไม่อาจทูลองค์จักรพรรดิสวรรค์ได้ว่าสำนักฝั่งใต้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”คำพูดของหลี่ไห่ฉินนั้นใช้ห้าวอี้ขึ้นมาอ้าง ทว่าความนัยต้องการเอ่ยถึงเทียนเหวิน เพราะหากขุนพลสวรรค์ไม่อาจหาผู้ขโมยคัมภีร์จันทราพบ หรือตามหาคัมภีร์กลับคืนมาได้ ก็ไม่อาจล้างมลทินให้เทียนเหวินทายาทสวรรค์ได้เช่นกัน“ข้าเพียงหลงเข้าไปที่นั่น ไม่ได้ลักลอบเข้าไป”เพราะตนถูกใส่ความ ถูกพันธนาการจนถึงตอนนี้ ทั้งยังถูกลงทัณฑ์ทำลายปราณเซียน แม้จะมีพลังประห
อ่านเพิ่มเติม
4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (1)
“รายงาน”ไม่นานนักทหารสวรรค์นายหนึ่งก็กลับมา“คนร้ายหลบหนีไปโลกมนุษย์ ทหารบางส่วนตามติดไปแล้วขอรับ”ห้าวอี้พยักหน้ารับ แล้วหันมาบอกกับเจ้าสำนักทั้งสอง“ข้าจะไปกับศิษย์ของพวกท่านเอง พวกท่านไม่ต้องกังวลไป”ผู้เป็นขุนพลสวรรค์เอ่ยปากเองเช่นนี้ เจ้าสำนักทั้งสองยิ่งวางใจมากขึ้นไปอีก“ลำบากท่านขุนพลแล้ว”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งเอ่ย ความรู้สึกผิดยังเต็มล้น หวังเพียงว่าจะสามารถนำเอาคัมภีร์จันทรากลับมาได้ในเร็ววันเทียนเหวินยิ้มมุมปากเล็กน้อย รู้ทันห้าวอี้ว่านอกจากตามไปจับตัวคนผิดมาลงโทษแล้ว ยังต้องการดูพฤติกรรมของตนด้วย“ดูแลตัวเอง และดูแลหลินเฟยด้วย”เจ้าสำนักเจียงซินสั่งกับเจียอินเจ้าตัวรับคำแม้จะขัดใจที่อาจารย์ใหญ่ฝากฝังหลินเฟยกับตนอีกเช่นเคย แน่นอนว่าอีกฝ่ายนับเป็นภาระของนางมากกว่าจะช่วยเหลือสิ่งใดได้มีหลินเฟยติดตามนางคงลำบากมากกว่าไปเพียงลำพังเสียอีก“ออกเดินทางกันเลยเถิด ชักช้ากว่านี้คนร้ายอาจคลาดกับทหารของข้า และยิ่งมีเวลากลบเกลื่อนร่องรอยในโลกมนุษย์”ห้าวอี้บอกแล้วหันไปสั่งให้ทหารนำทาง“อาจารย์ ข้าขอพาเสี่ยวเหลียนไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ นางอยู่กับข้ามาตลอด และเวลานี้นางก็อาการไม่ค่อยดีนัก
อ่านเพิ่มเติม
4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (2)
“ต้องมีใครสักคนช่วยเหลือนางไว้ และเขาผู้นั้นก็มอบพลังปราณนั้นให้นาง”“ไยเขาต้องมอบพลังให้ข้า”ได้ฟังเช่นนี้เสี่ยวเหลียนยิ่งงุนงง คนผู้นั้นต้องการฆ่านางอย่างนั้นหรือ พลังสูงส่งเช่นนี้นางจะรับไว้ได้อย่างไร“นั่นสิ ทำเช่นนี้ยิ่งทำให้เสี่ยวเหลียนทรมาน”หลินเฟยเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน“มีทางเดียว คือเจ้าอาจกำลังจะตาย”สองสหายสาวต่างหันมองกันเองแล้วยิ่งหน้าซีดกับคำบอกของเจียอิน“อย่างนั้นก็หมายว่า ที่อาจารย์ปู่พูดเป็นความจริง เสี่ยวเหลียนมีเวลาเหลืออีกไม่นานอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เทพเซียนผู้นั้นมอบพลังปราณให้เจ้าเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ สิ่งที่เจ้าต้องทำให้ได้คือ หลอมรวมปราณของเจ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกับปราณเทพให้ได้”เจียอินตอบหน้าตาย ไม่มีความอนาทรต่อชีวิตของเซียนดอกบัวที่ตนไม่รู้จัก“เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี”หลินเฟยเป็นห่วงสหายของตนอย่างมาก นางไม่เคยมองเสี่ยวเหลียนเป็นเพียงภูตรับใช้ ถือว่าอีกฝ่ายเป็นสหายเป็นเหมือนพี่น้องด้วยซ้ำ“จะทำอย่างไรได้ มีเพียงนางที่ต้องพึ่งพาตนเอง”เมื่อดูเหมือนจะไร้หนทางเสี่ยวเหลียนจึงถอนหายใจ ทว่ายังจับมือหลินเฟยปลอบใจ“อย่าเพิ่งกังวลไปนักเลย ระหว่างนี้ข้าจะค่อยๆ บำเพ็ญเพียร
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status