เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย

เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-03-19
Oleh:  rasita_suinOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
72Bab
1.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“อ้อมกอดท่านหนาวเหน็บดังเช่นเหมันต์ฤดู เมื่อรักแล้วต้องเจ็บปวดเจียนตาย ข้าขอจากไป อยู่อย่างเดียวดาย ปราศจากรักในทุกชาติภพ แม้พานพบ ก็ไม่ขอรักท่านอีก” “พานพบครานี้ ข้ายอมทำเพื่อเจ้า แม้ต้องสูญเสียทุกอย่าง แต่จะไม่ยอมสูญเสียเจ้าเด็ดขาด”

Lihat lebih banyak

Bab 1

1.ผู้บุกรุก (1)

"A plane bound for Pamore experienced a tragic crash upon landing at 12:30 am Eklora time.

"The death toll has increased to 136 people, and up until now, there have been only three fortunate survivors."

The real-time news updates about the plane crash on TV pulled Grace Lewis back to her senses.

She was one of the survivors.

She now lay on the hospital bed with injuries all over her body and her legs bandaged.

"The number you have dialed is currently unavailable. Please try again later," came the automatic response from Grace's phone.

Ever since the plane crash, her nominal husband, Benjamin Hawkins, hadn't picked up any of her calls.

The plane crash had shaken the whole nation. It was impossible for him to be unaware of it.

The crash site had been scattered with corpses. The fear of having nearly died still haunted her, overwhelming her to the extent that she couldn't breathe.

Yet, at times like this, when she needed care the most, she had yet to hear a word from the man she had been married to for three years.

A wave of disappointment washed over her.

After a long time, her phone finally rang. Grace snapped out of her thoughts and glanced at her phone.

However, the moment she saw who it was, her eyes gradually dimmed.

"Hello?" She picked it up, her voice hoarse.

Elizabeth Astor's concerned voice came through from the other end of the line. "Gracie, you scared me to death! Are you okay? Is Benjamin with you now?"

Elizabeth was Benjamin's grandmother. She was the only person in the Hawkins family who cared about Grace.

"He ..."

Elizabeth instantly understood the situation upon sensing Grace's hesitation.

"You're both his secretary and his wife. You went abroad on his behalf for work. And now that something has happened, he's gone missing?

"Just wait and see. I'm definitely not going to let him off the hook!"

She added, "Which hospital are you at? I'll get the butler to pick you up right away!"

The call ended soon after Grace told Elizabeth her location.

Grace lowered her head and quietly removed the needle for the IV drip. Enduring the pain, she got out of bed.

"What are you doing? Your leg injuries haven't recovered yet. You need to rest," said the nurse, who had come in for rounds.

"Get me two crutches. I need to get discharged." Grace's eyes were resolute.

Compared to the hospital, Hawkins Manor was a more suitable place for her to recuperate.

On top of that, she needed to tend to work matters too. Grace worked as the president's secretary at Hawkins Group.

She had gone on a trip to Darai as the company's representative. She had been responsible for the layout planning and personnel arrangements for a medical exhibition.

She needed to make a report on that and submit it to the company as soon as possible.

More importantly, she wanted to know what Benjamin was doing and where the hell he was.

The nurse couldn't convince Grace. In the end, she gave in and brought two crutches for her.

Grace left the ward without hesitation and hobbled toward the payment counter.

Right then, she caught sight of a familiar car outside the floor-to-ceiling window. It was followed by several luxurious cars.

They were from the Hawkins Group.

Several people got out of the cars and surrounded the man wearing a black suit.

He was carrying a woman in his arms.

It was obvious that she was someone he cherished a lot. Even her legs were wrapped in his black coat.

The man hurriedly headed over to the hospital lobby, completely oblivious to Grace's presence.

Grace stood rooted to the same spot, watching him carry the woman into a specialist clinic from a distance.

It had been three years since she had married him. But she would never have guessed that he had such an affectionate side.

Who in the world was that woman?

It didn't matter who she was. Grace was utterly distraught. A sharp burst of pain spread through her heart. It hurt so much that she could barely breathe.

After a while, a few nurses walked down the corridor, whispering to themselves as they walked by Grace.

"Oh, my God! Isn't that Benjamin Hawkins, the heir of the Hawkins Group? The one who is always featured on the financial news?

"He is so handsome! I can't believe we actually bumped into him here. He's actually accompanying his girlfriend for her prenatal checkup."

"Prenatal checkup? Are you sure?"

"Yeah! The report even states that she's 12 weeks pregnant. She bled today due to some complications with her pregnancy. That's why Mr. Hawkins brought her over."

12 weeks.

That was two months ago.
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
72 Bab
1.ผู้บุกรุก (1)
น้ำตกสูงไหลลงสู่แอ่งน้ำลึกไม่ขาดสาย ไอน้ำหนาคละคลุ้งราวหมอกลอยขาวทั่วบริเวณ นกน้อยเกาะกิ่งไม้ สลับบินโผผินเล่นลม ผีเสื้อตัวใหญ่หลากหลายสีสันบินไปมา บ้างก็หยุดชิมน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ แมกไม้สูงใหญ่ใบเขียวขจีให้ความร่มรื่น ดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นอ่อนหอมรายรอบบรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงของธรรมชาติรังสรรค์ช่วยให้ผู้นั่งบำเพ็ญสมาธิฝึกพลังจิตมั่นคงไม่วอกแวกร่างสูงใหญ่นั่งนิ่งบนโขดหินสูงเหนือน้ำริมตลิ่งเนิ่นนานหลายชั่วยาม ใช้จิตแห่งพลังปราณเทพฝึกวิชาอยู่ภายใน ทว่าอยู่ๆ ก็มีเสียงบางอย่างดังเข้ามาในโสตประสาทรับรู้ รบกวนจิตเทพจนไม่อาจก้าวข้ามไปยังขั้นต่อไปได้ ทำให้ผู้ฝึกวิชาหงุดหงิด สุดท้ายก็ต้องล่าถอยก่อนปราณภายในจะแปรปรวนดวงตาคู่คมดุเปิดขึ้น สายตาสอดส่ายมองเวิ้งน้ำที่มีหมอกคละคลุ้งเบื้องหน้า ได้ยินเสียงน้ำขยับไหวกับเสียงประหลาดไม่คุ้นเคยเสียงฮัมเพลงเสียงหวานใสเอื้อนเอ่ยภาษาและทำนองสดใสร่าเริงราวกำลังอารมณ์ดีมีความสุข‘ผีเสื้อบินว่อนอวดโฉม ดอกไม้เบ่งบานส่งกลิ่นหอมรัญจวน ตอบรับท่วงทำนองขับขาน ชื่นชมจันทรากระจ่างตา’เบื้องบนท้องฟ้ามืดมิด พระจันทร์ดวงโตสาดส่องแบ่งปันความสุกสกาวให้โลกหล้า บ
Baca selengkapnya
1.ผู้บุกรุก (2)
“มีผู้บุกรุก”“เร็วเข้าทุกคน ช่วยกันจับผู้บุกรุกมาให้ได้”มีเสียงโวยวายจากหอตำรา เทียนเหวินเพิ่งกลับมาจากน้ำตกใกล้ฟ้าสว่างรีบก้าวเข้าไปถามศิษย์ผู้น้องกลุ่มหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าไปด้านหน้าสำนัก“รู้ได้อย่างไร ว่ามีผู้บุกรุก”“ศิษย์ที่เฝ้าหอตำราถูกอาคมเวทดำ ไม่ได้สติอยู่ตรงบันไดทางขึ้นห้องเก็บคัมภีร์ขอรับ ศิษย์พี่ใหญ่ให้พวกข้าไปดูที่ทางเข้าสำนักและปิดทางขึ้นเขาก่อนที่ผู้บุกรุกจะลงเขาไปเสียก่อนขอรับ”บอกแล้วเหล่าศิษย์น้องก็แยกไป“เทียนเหวิน เจ้ามาจากที่ใด”หลี่ไห่ฉินศิษย์พี่ใหญ่ เดินนำศิษย์อาวุโสคนอื่นมาทางด้านนี้พอดีถามขึ้น“ข้าได้ยินเสียงตะโกนดังไปทั่วจึงออกมาจากหอนอน และจะไปดูทางโน้น”ชายหนุ่มชี้ไปทางน้ำตกที่ตนเพิ่งจากมา เวลานี้เทียนเหวินนับเป็นศิษย์พี่ของศิษย์รุ่นหลัง แต่ยังมีหลี่ไห่ฉินกับศิษย์ที่อาวุโสกว่า หากเขาก็ให้ความเคารพตามความเหมาะสม“ไม่ใช่ว่าเจ้าเพิ่งเดินมาจากทางนั้นหรือ”ศิษย์พี่ใหญ่หลี่ไห่ฉินถามอีกครั้ง เขาเป็นท่านชายจากเผ่าจิ้งจอก ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำบรรดาศิษย์ในสำนักซ่างเซียนเหนือที่ทุกคนเคารพยำเกรง“ข้ากำลังจะไป”เทียนเหวินย้ำพร้อมใบหน้านิ่งสนิท อีกฝ่ายพยักหน้ารับเหม
Baca selengkapnya
1.ผู้บุกรุก (3)
“อ๊ะ...”เสียงแผ่วหลุดจากปากอิ่ม ใบหน้าเรียวแหงนเงยกำลังจะกรีดร้องออกมาเทียนเหวินที่เพิ่งกำจัดพลังเวทดำหมดสิ้นต้องรีบตัวคว้าร่างเล็กเข้ามาในอ้อมอกตน มือหนาปิดปากอีกฝ่ายโดยไม่ทันคิดสิ่งใด ทำเอาตนเองก็ยังชะงักไปเช่นกัน เพราะร่างนุ่มนิ่มกึ่งเปลือยแนบแผงอกแกร่ง“พวกท่านได้ยินเสียงใดหรือไม่”ทั้งสามคนที่อยู่ริมลำธารหันมองไปมาหาบางอย่าง“หรือข้าจะหูแว่วไปเอง”คนที่ได้ยินเสียงแปลกๆ พึมพำพลางเกาศีรษะตน“น่าแปลก เทียนเหวินอยู่ที่ใด”เป็นหลี่ไห่ฉินที่สงสัยผู้ถูกเอ่ยถึงได้ยินคำพูดของคนด้านนอกแม้จะค่อนข้างเบา มองดวงหน้าซีดเผือดของสตรีที่ตนกำลังโอบกายไว้ ทั้งยังปิดปากเจ้าตัวเพราะเกรงจะส่งเสียงร้อง ไม่ได้กังวลว่าจะถูกพบเจอ ทว่าร่างกายที่ชิดใกล้กับกลิ่นกายหอมระรวยทำลายสมาธิตนจนอกแกร่งร้อนวูบวาบต่างหากที่ทำให้เขาหวั่นเกรง“หรือเขาอาจไปที่อื่นแล้ว”หนึ่งในนั้นออกความเห็นหลี่ไห่ฉินยังมองไปโดยรอบ ทำให้ศิษย์น้องทั้งสองคนเองก็จำต้องเดินสำรวจรอบๆขณะนั้นเองดวงตาคู่กลมโตที่ปิดอยู่ก็เปิดขึ้น ทำเอาเทียนเหวินใจหายวาบ แม้ตนหวังดีช่วยอีกฝ่ายทว่าใบหน้าทั้งสองอยู่ในระยะประชิดเกินไป“อื้อ”มือหนากดปากอิ่มพลางแขน
Baca selengkapnya
2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (1)
“นางไปแล้วอย่างนั้นหรือ”เทียนเหวินกลับมายังอุโมงค์หลังน้ำตกอีกครั้งในยามบ่ายแก่หลังจากเหล่าศิษย์ในสำนักต่างก็ออกตามหาผู้บุกรุกไปทุกที่ แม้กระทั่งลงเขาก็ไม่พบร่องรอย ทั้งยังไปจนถึงทางขึ้นสำนักฝั่งใต้ หากก็ไม่อาจเข้าไปได้เพราะไม่ได้รับอนุญาต และได้รับการยืนยันจากผู้เฝ้าประตูว่าไม่มีผู้ใดผ่านเส้นทางนั้นอาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งเจ้าสำนักและอาจารย์ในสำนักเรียกศิษย์ทั้งหมดรวมตัว หลังศิษย์พี่อาวุโสตรวจตราหอตำราและได้รู้ว่าคัมภีร์จันทราหายไป‘เราทุกคนต่างรู้ดีว่าคัมภีร์จันทราสำคัญเพียงใด ผู้ที่เข้ามาขโมยคัมภีร์นี้ไม่ประสงค์ดีต่อหกพิภพเป็นแน่ อาจารย์จำต้องทูลต่อองค์จักรพรรดิสวรรค์ ระหว่างนี้อาจารย์ต้องการให้ศิษย์ทุกคนสอดส่องภายในสำนักทุกที่ หากไม่มีผู้ใดลงเขาจริง หมายความว่าคนผู้นั้นยังหลบซ่อนอยู่ในสำนัก’อาจารย์ใหญ่สั่งก่อนออกเดินทางไปยังสวรรค์ชั้นฟ้านั่นทำให้เทียนเหวินนึกถึงสตรีที่ตนช่วยไว้ขึ้นมา ความเป็นไปได้ว่านางคือผู้บุกรุกนั้นน้อยนิด แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย จะว่าไปแล้วการที่ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักฝั่งเหนือ ทั้งยังเข้ามาที่นี่โดยพลการ ก็เท่ากับนางคือผู้บุกรุกแล้วจะอย่างไรเขาก็ต้องตรวจสอบ
Baca selengkapnya
2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (2)
“และคนผู้นั้นก็คือ เทียนเหวิน เจ้านั่นเอง”ปลายนิ้วชี้ของศิษย์พี่ใหญ่ชี้มายังผู้ที่ยืนเบื้องหลังอาจารย์ฝูหมิง ทุกสายตามองตามทันทีเทียนเหวินยืนนิ่ง มีเพียงสีหน้าประหลาดใจที่อยู่ๆ หลี่ไห่ฉินก็โยนหินมาที่ตัวเอง พร้อมสบตากับห้าวอี้ที่มองมายังตนด้วยสายตามีคำถาม“อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น”เป็นอาจารย์ฝูหมิงถามน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้ายังนิ่งเฉย ไม่ได้นึกสงสัยลูกศิษย์ของตน แม้หลายเสียงจะเริ่มซุบซิบอื้ออึง“อาจารย์อาอาจเชื่อมั่นในศิษย์ของท่าน เราทุกคนรู้ว่าเขาเป็นใคร และนั่นอาจทำให้เขาต้องการมีพลังยิ่งใหญ่โดยเร็ว”คิ้วเข้มของเทียนเหวินกระตุก ไม่ใช่เพราะหลี่ไห่ฉิน แต่เพราะเซียนน้อยดอกบัวจ้องมายังเขาเช่นกัน ชายหนุ่มกำลังคิดว่านางจะเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาหรือไม่“ก็จริงนะ”“อาจเป็นไปได้”หลายเสียงของศิษย์ในสำนักเริ่มเห็นด้วย จนอาจารย์ต้องยกมือขึ้นห้ามเสียงจึงเงียบลง“ไห่ฉิน จะเอ่ยสิ่งใดควรมีหลักฐาน เจ้าเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักซ่างเซียนเหนือ ไม่ควรปรักปรำผู้อื่นลอยๆ”“อาจารย์ปู่ เพราะศิษย์เห็นกับตา ว่าระหว่างที่ทุกคนกำลังตามหาผู้บุกรุก เทียนเหวินไปยังน้ำตกด้วยท่าทีรีบร้อน และศิษย์ตามไปถึงที่นั่นกลับไม
Baca selengkapnya
2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (3)
และในเวลาเดียวกันผู้ทำหน้าที่เฝ้าหน้าประตูสองคนก็ลอยลงมาขวางด้านหน้าบันไดทางขึ้นเช่นกัน“ข้าน้อยล่วงเกินแล้ว ไม่ทราบว่าอาจารย์ปู่มาสำนักฝั่งใต้ด้วยเรื่องอันใด”หนึ่งในนั้นเอ่ยสีหน้าจริงจัง“มีผู้บุกรุกสำนักฝั่งเหนือ และขโมยของสำคัญไป ทางเราจับคนน่าสงสัยมาได้และนางใส่ชุดศิษย์สำนักฝั่งใต้ ข้าจึงนำตัวมาให้ศิษย์น้องสามสอบสวน”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งตอบทันใดสายตาของผู้เฝ้าเวรยามสองคนเหลือบมองไปยังร่างที่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ อีกฝ่ายยิ่งก้มหน้างุดดูมีพิรุธ“เช่นนั้น ขอเชิญอาจารย์ปู่ที่ลานฝึกกระบี่ก่อน ข้าน้อยจะไปเรียนให้ท่านเจ้าสำนักทราบ”จากนั้นคนหนึ่งก็เร่งรีบขึ้นบันได อีกคนนำทางไปอีกด้าน ซึ่งไม่นานก็ถึงลานกว้างมีป่าไผ่สูงรายล้อมเทียนเหวินมีเฉิงเคอกับศิษย์อาวุโสอีกคนตามประกบไม่ห่าง ทว่าชายหนุ่มไม่ได้กังวลสิ่งใด สายตาคู่คมกริบเพียงคอยจับตาดูเจ้าของร่างเล็กที่ท่าทางดูลุกลี้ลุกลน ทั้งสีหน้าก็กระวนวายอย่างเห็นได้ชัดมากกว่า“ห่วงคนของเจ้าสินะ”หลี่ไห่ฉินหันมากระซิบน้ำเสียงหยัน ทว่าเทียนเหวินกลับไม่โต้ตอบเพียงไม่นานอาจารย์เจียงซินเจ้าสำนักฝั่งใต้ก็มาพร้อมศิษย์ทั้งสำนักเลยทีเดียว“ขออภัยศิษย์พี่ที่ต
Baca selengkapnya
3.ผู้ขโมยคัมภีร์ (1)
“กรี๊ดดด”เทียนเหวินไม่อาจยืนนิ่งได้อีกแล้ว แม้รู้แก่ใจว่าหลี่ไห่ฉินกำลังจ้องจับผิดตนอยู่ ทว่าเขาเคยช่วยนางมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จะให้มองเฉยย่อมทำไม่ได้ ทว่าเพียงขยับเท้ากลับต้องชะงัก เมื่อมีร่างของใครคนหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากบรรดาศิษย์ของสำนักฝั่งใต้“อาจารย์ใหญ่”ทว่าหญิงสาวที่เพิ่งก้าวออกมาเอ่ยได้เพียงคำเดียว พลังเทพเซียนรุนแรงก็แผ่ออกจากร่างของเสี่ยวเหลียนราวต่อต้าน โดยที่ไม่มีผู้ใดคาดถึง และกระแทกเข้าใส่เจ้าสำนักเจียงซินที่ลงมือจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งเจียอิน หลี่ไห่ฉิน และผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาต่างผงะไถลถอยหลังไปหลายก้าวด้วยแรงปะทะ“พลังนั่น”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งกับอาจารย์ฝูหมิงต่างก็หันไปทางเทียนเหวิน ทั้งสองรู้ในทันใดว่าเป็นปราณเทพเซียนมังกร เพราะทั้งสองต่างก็เป็นเทพมังกรเช่นลูกศิษย์หนุ่มผู้เป็นทายาทสวรรค์ร่างบอบบางของเสี่ยวเหลียนทรุดลงแล้วถึงกับกระอักเลือดออกมา ด้วยไม่อาจสะกดปราณที่มากเกินตัวของตนเอาไว้ สีหน้าเจ้าตัวเต็มไปด้วยความทรมาน“เสี่ยวเหลียน”ศิษย์สำนักฝั่งใต้รีบขยับเข้ามาก่อนผู้อื่น หากก็ไม่สามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายได้“หลินเฟย เจ้ารู้จักนางหรือ”เจิยอินที่ช่วยประคองเจ้าสำนั
Baca selengkapnya
3.ผู้ขโมยคัมภีร์ (2)
“หากเป็นเช่นนั้น ข้ากับศิษย์อาวุโสของสำนักเรา จะเข้าไปค้นด้วยตนเอง ได้หรือไม่ อาจารย์ปู่ อาจารย์อา”หลี่ไห่ฉินเสนอตัวอย่างหน้าตาเฉย“อย่างไรเราก็เป็นศิษย์สำนักซ่างเซียนไม่ต่างกัน”“เจ้าจะดูถูกสำนักฝั่งใต้มากเกินไปแล้ว”เจียอินก้าวมาเผชิญหน้ากับหลี่ไห่ฉินอย่างไม่พอใจ ศิษย์ทั้งสองต่างส่งสายตาฟาดฟันอย่างไม่มีใครยอมใคร“เช่นนั้นสำนักฝั่งใต้จะแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างไร ในเมื่อนาง...”หลี่ไห่ฉินชี้ไปยังเสี่ยวเหลียนอย่างจงใจกล่าวหา“ลักลอบเข้าไปในสำนักฝั่งเหนือจริง หากท่านเจ้าสำนักไม่มีสิ่งใดปิดบังซ่อนเร้น ย่อมสามารถให้พวกเราเข้าไปค้นหาคัมภีร์ภายในได้ ไม่เช่นนั้น ท่านขุนพลห้าวอี้คงไม่อาจทูลองค์จักรพรรดิสวรรค์ได้ว่าสำนักฝั่งใต้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”คำพูดของหลี่ไห่ฉินนั้นใช้ห้าวอี้ขึ้นมาอ้าง ทว่าความนัยต้องการเอ่ยถึงเทียนเหวิน เพราะหากขุนพลสวรรค์ไม่อาจหาผู้ขโมยคัมภีร์จันทราพบ หรือตามหาคัมภีร์กลับคืนมาได้ ก็ไม่อาจล้างมลทินให้เทียนเหวินทายาทสวรรค์ได้เช่นกัน“ข้าเพียงหลงเข้าไปที่นั่น ไม่ได้ลักลอบเข้าไป”เพราะตนถูกใส่ความ ถูกพันธนาการจนถึงตอนนี้ ทั้งยังถูกลงทัณฑ์ทำลายปราณเซียน แม้จะมีพลังประห
Baca selengkapnya
4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (1)
“รายงาน”ไม่นานนักทหารสวรรค์นายหนึ่งก็กลับมา“คนร้ายหลบหนีไปโลกมนุษย์ ทหารบางส่วนตามติดไปแล้วขอรับ”ห้าวอี้พยักหน้ารับ แล้วหันมาบอกกับเจ้าสำนักทั้งสอง“ข้าจะไปกับศิษย์ของพวกท่านเอง พวกท่านไม่ต้องกังวลไป”ผู้เป็นขุนพลสวรรค์เอ่ยปากเองเช่นนี้ เจ้าสำนักทั้งสองยิ่งวางใจมากขึ้นไปอีก“ลำบากท่านขุนพลแล้ว”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งเอ่ย ความรู้สึกผิดยังเต็มล้น หวังเพียงว่าจะสามารถนำเอาคัมภีร์จันทรากลับมาได้ในเร็ววันเทียนเหวินยิ้มมุมปากเล็กน้อย รู้ทันห้าวอี้ว่านอกจากตามไปจับตัวคนผิดมาลงโทษแล้ว ยังต้องการดูพฤติกรรมของตนด้วย“ดูแลตัวเอง และดูแลหลินเฟยด้วย”เจ้าสำนักเจียงซินสั่งกับเจียอินเจ้าตัวรับคำแม้จะขัดใจที่อาจารย์ใหญ่ฝากฝังหลินเฟยกับตนอีกเช่นเคย แน่นอนว่าอีกฝ่ายนับเป็นภาระของนางมากกว่าจะช่วยเหลือสิ่งใดได้มีหลินเฟยติดตามนางคงลำบากมากกว่าไปเพียงลำพังเสียอีก“ออกเดินทางกันเลยเถิด ชักช้ากว่านี้คนร้ายอาจคลาดกับทหารของข้า และยิ่งมีเวลากลบเกลื่อนร่องรอยในโลกมนุษย์”ห้าวอี้บอกแล้วหันไปสั่งให้ทหารนำทาง“อาจารย์ ข้าขอพาเสี่ยวเหลียนไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ นางอยู่กับข้ามาตลอด และเวลานี้นางก็อาการไม่ค่อยดีนัก
Baca selengkapnya
4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (2)
“ต้องมีใครสักคนช่วยเหลือนางไว้ และเขาผู้นั้นก็มอบพลังปราณนั้นให้นาง”“ไยเขาต้องมอบพลังให้ข้า”ได้ฟังเช่นนี้เสี่ยวเหลียนยิ่งงุนงง คนผู้นั้นต้องการฆ่านางอย่างนั้นหรือ พลังสูงส่งเช่นนี้นางจะรับไว้ได้อย่างไร“นั่นสิ ทำเช่นนี้ยิ่งทำให้เสี่ยวเหลียนทรมาน”หลินเฟยเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน“มีทางเดียว คือเจ้าอาจกำลังจะตาย”สองสหายสาวต่างหันมองกันเองแล้วยิ่งหน้าซีดกับคำบอกของเจียอิน“อย่างนั้นก็หมายว่า ที่อาจารย์ปู่พูดเป็นความจริง เสี่ยวเหลียนมีเวลาเหลืออีกไม่นานอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เทพเซียนผู้นั้นมอบพลังปราณให้เจ้าเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ สิ่งที่เจ้าต้องทำให้ได้คือ หลอมรวมปราณของเจ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกับปราณเทพให้ได้”เจียอินตอบหน้าตาย ไม่มีความอนาทรต่อชีวิตของเซียนดอกบัวที่ตนไม่รู้จัก“เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี”หลินเฟยเป็นห่วงสหายของตนอย่างมาก นางไม่เคยมองเสี่ยวเหลียนเป็นเพียงภูตรับใช้ ถือว่าอีกฝ่ายเป็นสหายเป็นเหมือนพี่น้องด้วยซ้ำ“จะทำอย่างไรได้ มีเพียงนางที่ต้องพึ่งพาตนเอง”เมื่อดูเหมือนจะไร้หนทางเสี่ยวเหลียนจึงถอนหายใจ ทว่ายังจับมือหลินเฟยปลอบใจ“อย่าเพิ่งกังวลไปนักเลย ระหว่างนี้ข้าจะค่อยๆ บำเพ็ญเพียร
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status