Mag-log in
9PM มหานครโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น
พรึ่บ! เจ้าของส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ปล่อยบุหรี่ที่คาบเอาไว้ในปากหล่นลงไปบนรอยน้ำมันพอดิบพอดี สองแฝดคนสนิทมาเฟียสาวทายาทวีกรุปยืนข้างกัน ทอดสายตามองเปลวเพลิงที่ค่อยๆ วิ่งไปตามรอยเปียกของน้ำมันเข้าไปในตัวอาคาร กระทั่งมวนบุหรี่ที่ใช้เป็นตัวจุดชนวนมอดไหม้ไม่เหลือซาก กลุ่มควันสีดำลอยสูงขึ้นไปเหนืออาคาร ตามด้วยเสียงอะไรบางอย่างระเบิดจากด้านใน 'ตู้มมม!!' ฉับพลันเปลวเพลิงสีชาดก็โหมกระหน่ำจนทั้งคู่มั่นใจว่ายากต่อการควบคุม “มึงว่านายหญิงจะอารมณ์ดีขึ้นหรือเปล่าไอ้เบอร์สอง” วินซ์เอ่ยถามความเห็นน้องชายฝาแฝดที่ยืนฝั่งขวามือพร้อมหยักยิ้มมุมปากพึงพอใจ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองผลงานชิ้นโบแดงของพวกตนด้วยความภาคภูมิใจ คิดจะกวนตีนนายหญิงของพวกเขา ต่อให้เป็นแก๊งยากูซ่าอย่างฮอนโจก็ไม่ละเว้น “หึ! ถามโง่ๆ สมกับเป็นไอ้เบอร์ศูนย์” วิคเตอร์ตอบกลับพี่ชายฝาแฝด ซึ่งเกิดก่อนเพียงสามนาทีด้วยน้ำเสียงยียวน ในเมื่อวินซ์ให้เขาเป็นลูกน้องเบอร์สองของนายหญิง มันก็จงเป็นลูกน้องเบอร์ศูนย์ ตำแหน่งเบอร์หนึ่งของนายหญิงจะต้องไม่มีใครได้ครอบครองเช่นกัน ทั้งคู่เป็นแฝดที่เกิดห่างกันเพียงสามนาที ไม่มีพ่อ ไม่มีญาติคนอื่น มีแค่แม่คนเดียวเลี้ยงดูมาตลอด แต่หลังจากแม่ตายด้วยโรคที่ตอนนั้นไม่มีเงินรักษา สองแฝดก็ถูกเจ้าหน้าที่ส่งเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ซึ่งบ้านของนายหญิงเป็นเจ้าของที่ชลบุรี ก่อนจะถูกนายใหญ่เห็นแววสู้คนตอนต่อยแย่งขนมกับเด็กที่สถานสงเคราะห์เดียวกัน แล้วรับไปฝึกเป็นบอดีการ์ดของตระกูล วิคเตอร์หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง คนเป็นน้องยกขึ้นมาถ่ายวิดีโอภาพการลุกลามของเปลวเพลิง ส่งไปยังเครื่องของนายสาวแทนการรายงานผลเป็นข้อความ ต้องทำแบบนั้น...คนอย่างไข่หวาน วิรัลวีร์ อัศวยุทธานนท์จึงจะนอนหลับฝันดีในคืนนี้ วิคเตอร์ยัดโทรศัพท์เก็บที่เดิม สองหนุ่มแฝดสอดมือล้วงกระเป๋าพร้อมกันด้วยความบังเอิญ ยืนมองอัคคีไฟขนาดใหญ่ผลาญพื้นที่กว่าสี่ไล่ กระทั่งฝ้าเพดานบางส่วนเริ่มถล่มลงมา มั่นใจว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงคนไหนเอาอยู่จึงพากันเดินกลับไปยังรถที่จอดห่างออกไป อาวดี้ คิว 8 สีดำสนิทถูกคนเป็นน้องขับตามรถคันใหญ่สองคันข้างหน้าของลูกน้องไปตามถนนสายหลักอย่างไร้พิรุธ เป้าหมายคือการมุ่งหน้ากลับบ้านพักที่เช่าเอาไว้ย่านมินาโตะรอฟังข่าวรายงานความเสียหายในสตูดิโอ แม้ลึกๆ วิคเตอร์จะแอบเสียดายที่สถานที่ถ่ายทำหนังโป๊ฉากโปรดต้องมอดไหม้ต่อหน้าต่อตาด้วยฝีมือตนเอง แต่นั่นก็เพราะเขาไม่อาจขัดคำสั่งนายหญิงได้ “มึงรับปากแล้วนะ ว่าเราจะออกไปกระชับมิตรกันอีก” แฝดน้องได้ทีทวงถามเรื่องที่คุยเอาไว้ตอนราดน้ำมัน วินซ์ถอนหายใจกับความจังไรของคนหน้าเหมือนกัน ถึงอย่างนั้นก็ยอมพยักหน้ายืนยันคำพูดตัวเอง “รอบนี้กูหาเอง ไม่เอาฝรั่ง ไม่เอามะม่วงมาแน่นอน” “ต้องนมโตๆ ตัวเล็กๆ แบบอุ้มฟัดมือเดียวได้ด้วย” สาวที่นี่จะเรียกได้ว่าเป็นไทป์ของวิคเตอร์เลยก็ว่าได้ ในขณะที่วินซ์ไม่มีไทป์รูปร่างสาวในฝันตายตัว เขาชอบคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจ สามารถคุยอะไรด้วยก็ได้ยกเว้นเรื่องงาน “เออ!! สั่งเป็นก๋วยเตี๋ยวเลยไอ้เวร” พี่ชายฝาแฝดพรูลมหายใจออกมาด้วยความรำคาญ ทั้งคู่ชอบการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงคนเดียวกัน เรียกแบบชาวบ้านก็ทรีซั่ม การได้ใช้ผู้หญิงคนเดียวกันปรนเปรอร่างกายทั้งสองคือการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง ผลัดกันโรมรันเข้าใส่จนแม่สาวผู้ใจกล้าตกปากรับคำก้าวขาขึ้นเตียงยกธงขาวคือความสนุกที่อธิบายไม่ได้ แถมยังทำให้ทั้งคู่ทำงานเข้าขากันมากขึ้นจนถูกนายใหญ่บิดาของนายหญิงเรียกแบบประชดประชันว่า 'รักยม' แต่วินซ์กับวิคเตอร์ถือว่ามันคือคำชม “แวะห้างหน่อย ซื้อถุงยาง” “หึ! ที่มึงแบกใส่กระเป๋าจากไทยมายังไม่พอ?” คำพูดประชดของพี่ชายไม่เข้าหูคนเป็นน้องเลยสักนิด อย่างไรตอนนี้วิคเตอร์ก็คือคนที่อยู่หน้าพวงมาลัย อีกฝ่ายจึงได้แต่แค่นหัวเราะแห้ง “กูหาแบบเรืองแสง ใส่เป็นดาบไลต์เซเบอร์สองแท่งโคตรเจ๋ง” “จังไรสัส!” “ช่วยไม่ได้ เกิดมายาวใหญ่ก็ต้องใช้ให้ถูกวิธี” วิคเตอร์จอดรถหน้าห้างสรรพสินค้าใกล้ประตูมากที่สุดก่อนจะดับเครื่องยนต์ มิวายพูดจาอวดของส่วนตัวกับพี่ชาย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าวินซ์ก็ไม่ได้ต่างจากตนเอง “ถ้าไม่สืบจนรู้ว่าพ่อเราเป็นคนอเมริกัน กูคงคิดว่าเป็นคองโก” “ไอ้ห่า!! รีบไปซื้อ” “ครับผ้ม! ฝากเฝ้ารถด้วยนะไอ้เวร เดี๋ยวซื้อแบบเรืองแสงสีชมพูมาฝาก” “-*-” ไร้คำตอบรับจากคนเป็นพี่ มีเพียงการยกนิ้วกลางสองข้างแสดงความขอบคุณเท่านั้น จากนั้นประตูฝั่งคนขับจึงปิดกระแทกดัง 'ปึง!' แฝดคนน้องเดินหายเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของสำคัญสำหรับวันพรุ่งนี้ 🐻🐰🐻หลังจากเรื่องวันนั้นจบลงที่เตียงไปหลายยก ช่องแชตของนักศึกษาสาวที่เคยเงียบเหงาก็เปลี่ยนไป เมื่อก่อนหากไม่คุยกับคนในครอบครัวก็มักจะเป็นมายูที่ชวนออกไปเที่ยว หรือไม่ก็เป็นโทโมยะที่ชวนเข้าชมรมไปโขกสับใช้งานดวงตาสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายวาววับขณะนอนคว่ำบนเตียงภายในคฤหาสน์ พร้อมทั้งคุยแชตกับทั้งสองหนุ่มไปด้วย จากที่ตอนแรกคุยกับวินซ์ลำพัง ตอนนี้กลับมีวิคเตอร์เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งจึงต้องสร้างกลุ่มขึ้นมาถ้าไม่นับเรื่องปากเสีย เขาก็ไม่ได้แย่...Vince : ไปดูหนังรอบดึกกันไหมKamichan : คามิอยู่ที่บ้าน ออกไปข้างนอกตอนกลางคืนไม่ได้ กลับหอพักพรุ่งนี้Victor : บ้านเธออยู่ไหน เสร็จงานแล้วพวกฉันจะไปรับแม้จะไม่ใช่การถามซึ่งหน้า แต่ทายาทยากูซ่าก็ถึงกับไปไม่ถูก คนตัวเล็กกำลังหาจังหวะที่เหมาะสมบอกเรื่องที่ตระกูลเธอเป็นยากูซ่าให้ทั้งคู่รู้ จากการที่ได้ทำความรู้จักกัน คามิค่อนข้างมั่นใจว่าทั้งคู่รับได้แต่มันอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสองแฝดชัดเจนขึ้น แต่อย่างไรก็ไม่ใช่การคุยในช่องแชตตอนนี้ คามิอยากพูดต่อหน้ามากกว่าKamichan : ปราสาทโอซาก้า เพราะคามิเป็นองค์หญิงเธอตีมึนแกล้ง พิมพ์เธอก็หัวเราะชอบใจก่อนจะ
วิคเตอร์ปล่อยให้ยัยตัวแสบถือบัตรตนเองเดินร่อนทั่วห้าง ชายหนุ่มดูออกว่าเธอจงใจกวนประสาทเขาด้วยการใช้เงินฟุ่มเฟือย เพราะทุกครั้งที่ถูกพนักงานขายเรียกตัวให้ฟังการนำเสนอสินค้า คามิก็รีบถลาเข้าไปยืนฟังพร้อมซื้อสินค้าชิ้นนั้นโดยไม่ลังเล แถมยังจบด้วยการยัดถุงชอปปิงมากมายพวกนั้นให้เขาเป็นคนถือ ในขณะที่พี่ชายฝาแฝดได้ถือของชิ้นเล็กไม่กี่ถุงและทำหน้าที่เดินตาม คอยซับริมฝีปากเปื้อนซอฟต์ครีมของคามิเท่านั้น“หยุดเดินไปกินไปสักที เธอจะซื้อของทุกร้านเลยหรือไงฮะ!!”วิคเตอร์หมดความอดทนแล้วใช้นิ้วชี้เกี่ยวคอเสื้อคนตัวเล็กให้หยุดเดิน เขาถือถุงชอปปิงจนเส้นเลือดบนหลังมือขึ้นหลายเส้น บ่นให้เธอตลอดทางที่เดินในห้องพร้อมกับหัวที่เริ่มร้อนสุดๆ“เพิ่งเดินได้สองชั้นเองนะ”“แต่เธอซื้อทุกอย่าง ถามหน่อยว่าก้านน้ำหอมแปดขวดนี่ซื้อมาทำไม”“ซื้อมาใช้ไง” คนตัวเล็กตอบแบบกำปั้นทุบดิน หันไปมองวินซ์ที่เดินตามโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ “วินซ์ซังเหนื่อยหรือยังคะ?”“นิดหน่อยครับ” เขาโกหกเพราะสงสารน้องชาย คามิใช้เงินโหดเหมือนโกรธวิคเตอร์มาสามชาติครึ่ง“งั้นเรากลับกันดีกว่าค่ะ คามิก็เหนื่อยแล้ว”เจ้าของบัตรเครดิตอ้าปากเหวอ ทีกับพี่ชายเ
งานเทศกาลชมซากุระจัดขึ้นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ทุกปี คามินั่งพับเพียบจับจ้องมาเฟียสาวกับพี่ชาย โดยไม่สนใจความสวยงามของต้นซากุระกว่าหกร้อยต้นที่กำลังเบ่งบานให้ผู้คนชื่นชมในระยะเวลาสั้นๆ แม้แต่น้อยคามิเบื่อ!! แล้วก็อิจฉามากๆ ด้วย!!หางตาคมชำเลืองมองสาวมาเฟียกับพี่ชายตนเองพลอดรักกันพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อกี้ไข่หวานนั่งข้างเธอและเพิ่งดื่มเหล้าที่คามิขโมยมาจากชมรมหยกๆ แต่ตอนนี้เธอคนนั้นถูกพี่ชายรวบไปนั่งบนตัก คุยหยอกเย้ากันกะหนุงกะหนิง ไม่แคร์ผู้อาวุโสในบ้านที่พากันนั่งหน้าแดงมองหนุ่มสาวจีบกันหน้าสลอน“คามิไปเข้าห้องน้ำนะคะ” ลูกสาวคนเล็กของบ้านหาเรื่องออกไปปลีกวิเวกลำพังความจริงเธอไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำแม่แต่น้อย แค่อยากเดินสูดอากาศเย็นๆ ในวันที่อุณหภูมิสิบกว่าองศาลำพังบ้างปึก!“ว้าย!!!”เดินแยกออกมาได้ไม่เท่าไหร่ นักศึกษาสาวร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อถูกกลุ่มเด็กหลายคนวิ่งมาชนจนล้มลง แถมยังมีเด็กล้มทับตัวเธอแล้วคว้าสร้อยที่มาเฟียสาวฝากไว้หลุดคามือตกพื้นไปอีกคามิจะกรี๊ด!!“ทำไมเล่นไม่ดูทางเลย!!” เธอดุเด็กพวกนั้นเสียงดังจนคนอื่นหันมามองเป็นตาเดียว “ทำผิดแล้วยังยืนหน้าสลอนกันอีก”“ขอโท
คามิกลับมาอยู่บ้านย่านโชโตะ เพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมเทศกาลชมดอกซากุระพร้อมครอบครัวในวันนี้คนตัวเล็กในชุดยูกาตะสีม่วงน่ารัก นั่งพับเพียบให้มารดามวยผมปักเครื่องประดับผมให้อย่างสุภาพเรียบร้อย ออกไปนอกบ้านเธอจะสุดขนาดไหน หากก้าวเท้ากลับเข้าบ้านมาเมื่อไหร่ วิญญาณผีบรรพบุรุษผู้ดีเก่าต้องกลับมาสิงร่างเมื่อนั้น เพราะแม้จะเป็นตระกูลยากูซ่าแต่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลซามูไรเก่าแก่ ไม่ใช่กุ๊ยนักเลง หรืออันธพาลข้างถนนอย่างแก๊งฮอนโจที่เป็นคู่อริ ฐานะทางสังคมต่างชนชั้นขนาดไหนก็วัดได้จากบ้านหลังนี่ที่ตั้งอยู่บนย่านผู้ดีเก่า“เสร็จแล้ว คามิจังน่ารักจริงๆ” นานะอวยลูกสาวตนเองพร้อมบีบแก้มนุ่มด้วยความมันเขี้ยว ยกโทรศัพท์มือถือในมือมาถ่ายรูปลูกสาวคนเล็กเก็บไว้สะสมเป็นคอลเลกชั่นลับตามประสาคนเห่อลูก“ขอบคุณค่ะ หม่าม้าของคามิสวยทุกวัน แต่วันนี้ปัดแก้มสีสวยเป็นพิเศษ” เธอขยิบตาชมท่านกลับ อวยบลัชออนสีใหม่ที่มารดาแอบไม่ซื้อมาที่รู้ก็เพราะเห็นกล่องมันถูกทิ้งในถุงขยะเมื่อเช้า“อุ๊ย! จริงเหรอจ๊ะ หม่าม้าเพิ่งซื้อมาใหม่”“อ้าว~ คามินึกว่าเลือดฝาดธรรมชาติซะอีก ฮิๆ” รอยยิ้มสดใสเผยออกมาจนตาเป็นสระอิมารดาที่บ้ายอยกมือป้องป
ทั้งสามในเวลาอยู่ในโรงแรมสองวันสองคืน ถุงน่องลามกที่วิคเตอร์ซื้อมาถูกใช้จนขาดวิ่น คามิเพิ่งรู้ว่าเขาไม่ได้ซื้อแค่ชุดปกติ แต่ชุดคอสเพลย์คุณเมดและตำรวจสาวก็ยังซื้อมาในหัวมีแต่เรื่องอย่างว่าสินะ!กระทั่งเช้าวันต่อมา รถยุโรปสีดำสนิทจอดหน้าหอพักที่พี่ชายเป็นคนเช่าให้ เธอที่กลับมาสวมชุดเดรสสีชมพูของตนเองแอบกลัวว่า มันจะดูหรูหราเกินฐานะคนทั่วไปจนทั้งคู่สงสัยหรือเปล่า“เธอพักที่นี่?”นั่นไงวิคเตอร์ที่นั่งหน้าพวงมาลัยก้มมองผ่านกระจกหน้ารถขึ้นไปยังตึกสูงสไตล์โรมาเนสซึ่งก่อด้วยอิฐแดงทั้งหลัง“อืม มันใกล้มหาลัย”“ค่าเช่าเท่าไหร่? มีปัญญาจ่ายเหรอ?”สู่รู้!หญิงสาวนั่งเงียบไม่ยอมตอบ หันไปมองวินซ์ที่นั่งข้างกันก็ดูเหมือนเขาจะสงสัยไม่น้อย“คามิรู้จักกับเจ้าของหอน่ะ เขาเลยให้มาอยู่แลกกับช่วยงานนิดหน่อย” เธอตัดสินใจโกหกออกไปหลุบตาหนีคนตรงหน้า แต่มิวายหันไปสบตากับสายตาเคลือบแคลงของวิคเตอร์“แบบนั้นก็ดีแล้ว คามิจังอยู่ที่นี่จะได้ปลอดภัย ^^”วินซ์ทำท่าเชื่อจนเธอคาดเดาไม่ถูก นึกว่าจะถูกเขาไล่ต้อนมากกว่านี้“ใช่แน่เหรอ -_-”“ชะ...”“เอาน่าวิคเตอร์... ยังไงมันก็เป็นกฎของพวกเรา ว่าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตั
คนตัวเล็กประวิงเวลาขึ้นเขียงได้เพียงครึ่งชั่วโมงหลังจากมื้ออาหารเท่านั้น ไม่ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นช่วยวินซ์เก็บจานใส่รถเข็นออกไปวางด้านนอกรอพนักงานของทางโรงแรมมาเก็บ หรือทำทีเป็นยืนชมวิวโตเกียวริมระเบียงห้องพักชั้นสามสิบราวกับไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต วิคเตอร์ก็ยังคงมุ่งมั่นเดินตามจนอดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้อาจมีช่วงฮีทเหมือนหมาแมว“หยุดตามคามิสักที!” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดหลังจากกลับเข้าห้องพักคามิเลือกหย่อนสะโพกลงบนตักของวินซ์ กอดลำคอแกร่งแนบแน่นหาหลักยึดเหนี่ยว แต่นั่นกลับเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เธอพลาดท่าไม่รู้ตัว เมื่อเจ้าของตักกลับเป็นฝ่ายดึงท้ายทอยของหญิงสาวมาจูบ ริมฝีปากนุ่มนิ่มถูกบดคลึงจนรู้สึกวูบวาบไปทั้งท้องน้อยต้องวางมือเกาะไหล่ บีบระบายความเสียวซ่านที่ก่อตัวขึ้นรู้ตัวอีกทีก็ถูกเขาจับนั่งหันหน้าไปทางเดียวกัน พบกับวิคเตอร์ที่ออกมาจากห้องนอนพร้อมกับถุงน่องลายลูกไม้สีขาวในมือ“อึก... จะใส่ให้ได้เลยใช่ไหม...” เธอบ่นพึมพำออกมาอย่างจนใจ ก่อนจะยกเท้าเปลือยเปล่าข้างหนึ่งพาดต้นขาคนที่นั่งโซฟาติดกัน “ใส่ให้คามิสิ...”รอยยิ้มหยักปรากฏบนมุมปากคนเอาแต่ใจทันทีเมื่อเห็นว่าเธอยินยอม วิคเต







