LOGIN“พรุ่งนี้มีอะไรสำคัญไหม”
“ไม่มีครับ”
“ฉันไม่เข้าคลับนะ ฝากนายจัดการดูแลให้เรียบร้อย”
“ได้ครับคุณธัญ”
“มีอะไรก็ไปทำเถอะ”
แยกกันกับลุกซ์เขาก็เดินดูอะไรไปเรื่อย กวาดสายตาไปรอบบริเวณบรรยากาศในบ้านมันเงียบเหงาอย่างที่น้ำแข็งบอกจริง ๆ นั่นแหละ ต่างคนต่างใช้ชีวิตและทำทุกอย่างตามหน้าที่ของตัวเอง
ยิ่งดึกมากเท่าไหร่ความเงียบเหงายิ่งเริ่มชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
“จะโอนได้ยัง”
(...)
“ผลัดมากี่ครั้งแล้ว”
(...)
“จะโอนยัง!”
(...)
“ไม่สน! ถึงเวลาคืนต้องคืนใครจะป่วยใครจะตายกูไม่รับรู้ มึงต้องคืนวันนี้ ตอนมาเอากูให้ง่ายนะลำบากอย่างนั้นอย่างนี้ ฉะนั้นช่วยรักษาคำพูดตัวเองด้วยอย่าให้ต้องไปถึงที่”
บทสนทนาจบลงเพียงแค่นั้น เขาไม่ได้แอบฟังแต่เสียงของเธอมันดังมากพอที่จะทำให้เขาได้ยินเองต่างหาก
“ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอน” เขาพูดขึ้นก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่างข้างเธอ
“แล้วคุณล่ะคะทำไมถึงยังไม่นอน”
“นอนไม่หลับ”
“...” น้ำแข็งเงียบแล้วเอาแต่พิมพ์ข้อความในมือถือ
“ทำอะไรของเธอ”
“จัดการคน” น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับเพียงสั้น ๆ เห็นแบบนั้นเขาจึงสังเกตสีหน้าและอารมณ์ของเธอแทน
“ของขึ้นหรือไง”
“ยิ่งกว่าของขึ้นอีกจะบอกให้!”
“ขี้โมโหเหมือนกันนะเราอะ”
“มีแค่เรื่องเงินเท่านั้นแหละที่ทำให้หนูหัวร้อนได้” แม้ว่าปากจะพูดกับเขาแต่สายตายังคงจับจ้องไปที่แช็ตอยู่แบบนั้น
“ฉันจัดการให้ได้นะ”
“ไม่ต้องถึงมือคุณหรอก ... หนูคนจริงอยู่แล้ว”
“...” แค่เพียงไม่นานเสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันของธนาคารก็ดังขึ้น “ปล่อยเงินกู้?”
“เขาเรียกว่าใช้เงินทำงานต่างหาก”
“เคยโดนโกงบ้างไหม”
“เคยสิบ่อยด้วย แต่หนูตามทวงจนครบทุกบาทนั่นแหละ ทุกครั้งที่ให้ใครมีหนังสือสัญญาเสมอ ไม่รับปากกับใครลอย ๆ หนูฟ้องชนะมาหลายคนแล้วด้วย ส่วนมากพ่อแม่จะรับใช้หนี้แทน บางทีก็แฟน”
“ฟ้องมาหลายคน... เธอนี่ไม่รู้จักเข็ดจักจำเหมือนกันสินะ”
“ทั้งเข็ดทั้งจำค่ะ ตรงนี้แหละที่ทำให้กล้าปฏิเสธคน เครดิตเสียหนูไม่ให้ซ้ำ ถ้าไม่เด็ดขาดกับคนอื่นตัวเรานี่แหละที่จะลำบากเอง”
“มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้”
“ทำไม? คุณจะฆ่าเขาเหรอ”
“ก็เป็นความคิดที่ดีนะ”
“ไม่คุยด้วยแล้ว ไปนอนดีกว่า”
เขามองตามคนตัวเล็กไปจนสุดสายตา เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็นผู้หญิงแบบนี้ก็มีด้วย เธอเป็นคนแรกที่ทำให้รู้สึกว่าเขาตามไม่ทัน พูดจาฉะฉานและตัดสินใจได้เด็ดขาด
วิธีเลี้ยงธาวินเขาไม่ติดอะไรแม้ว่าหลายครั้งจะถูกหลอกด่าก็ตาม เขายอมรับว่าตัวเองไม่เก่งเรื่องนี้ อีกทั้งยังละเลยอย่างที่เธอด่านั่นแหละ
เช้าวันใหม่
“ฉันว่าตัวเองตื่นเร็วแล้วนะ” เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าน้ำแข็งตื่นก่อนแล้ว แถมเธอยังอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วด้วย “เพิ่งหกโมงเช้าเอง”
“ปกติอยู่บ้านหนูตื่นตีห้าค่ะ มันเคยชินแล้ว”
“ขอกาแฟสักแก้วสิ”
“ได้ค่ะเจ้านาย” น้ำเสียงทะเล้นขานรับอย่างเข้าใจ “หวานไหมคะ”
“หวานเท่าเธอก็พอ”
“แน่ะ!” ธัญกรไม่ได้ตอบกลับอะไรเขาเพียงแค่คลี่ยิ้มออกมา “เพิ่งรู้ว่าคุณมีมุมเจ้าเล่ห์กับเขาด้วย”
“ปกตินะ”
“ปกติอะไร หนูเห็นคิ้วขมวดตลอดเวลาแถมยังชอบทำหน้านิ่ง ๆ ใส่ลูกน้องด้วย”
“ไม่รู้สิ ถ้ามีเรื่องมากวนใจก็อีกแบบหนึ่ง”
“ไม่ใช่หรอกหนูว่าคุณกินกาแฟผิดเวลามากกว่า น้ำตาลตกไงเลยหงุดหงิด” พูดหยอกล้ออย่างไม่จริงจังมากนักพร้อมกับวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเขา “อร่อยก็กินไม่อร่อยก็ต้องกินนะคะ”
“เป็นประโยคคำสั่งสินะ”
“ใช่!”
เลิกสนใจคนตรงหน้าแล้วหันไปทำมื้อเช้าให้เด็ก ๆ ต่อ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนหันกลับมาอีกทีสายตาก็ปะทะเข้ากับธัญกรที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม
“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”
“ไปแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ แล้วนั่นเธอทำอะไร” เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเธอทำกับข้าวหลายอย่าง “หน้าที่นี้มีแม่บ้านอยู่แล้วนะ”
“หนูทำให้เด็ก ๆ น่ะ”
“อืม” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แล้ววันนี้จะไปไหน”
“สวนสนุกค่ะ คุณจะไปด้วยไหม”
“ฉัน?”
“ใช่! แค่ไปนั่งเฝ้าลูกไม่น่าจะเป็นเรื่องยากนะคะ” คนตัวเล็กพูดทิ้งท้ายเอาไว้จากนั้นเดินขึ้นชั้นบนไปเพื่อปลุกเด็ก ๆ
“สวัสดีตอนเช้าครับ” ลุกซ์ที่เพิ่งมาถึงเอ่ยทักทายอย่างเช่นทุกครั้ง
“นายได้ยินไหมที่น้ำแข็งพูดเมื่อกี้”
“ได้ยินครับ”
“ฉันควรไปไหม?”
“ถ้าในฐานะพ่อผมว่าควรไปครับ” ลุกซ์ตอบไปตามความคิด “ผมให้ลีโอคอยดูอยู่ห่าง ๆ คุณธัญไม่ต้องห่วง”
“ไม่ต้องหรอก เธอไม่น่ามีพิษมีภัยขนาดนั้น”
“คุณธัญเชื่อใจคุณน้ำแข็งขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“ใช้คำว่าไว้ใจก็พอ ไม่มีทางเลือกแล้วนี่ยังไงก็ต้องลองเสี่ยง”
แน่นอนว่าเขาสืบประวัติเธอแล้วอย่างละเอียด เว้นเพียงพ่อแม่ของน้ำขิงเท่านั้นที่ไม่มีข้อมูลให้สืบค้น
มื้อแรกของเช้าวันนี้ให้ความรู้สึกต่างจากทุกวันโดยเฉพาะลูกชายของเขาที่ดูสดใสเป็นพิเศษ
“ร้อน” เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมกับชี้มือไปยังถ้วยแกงจืดที่มีไอความร้อนลอยขึ้น
“ใช่ค่ะร้อน น้องต้องเป่าก่อนนะคะ” ไม่พูดเปล่าเธอยังทำให้ดูเป็นตัวอย่างอีกด้วย เห็นแบบนั้นเด็กชายจึงทำตาม กว่าจะเข้าปากได้ทุลักทุเลพอสมควร “เก่งมาก”
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของธัญกรทั้งหมด อย่างที่เขาบอกกับลุกซ์ไม่ว่ายังไงตอนนี้เขาทำได้แค่ลองเสี่ยง น้ำแข็งเหมือนคนหลายบุคลิกบางทีเธอดูนิ่งเฉย อ่อนโยน และเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน สิ่งเดียวที่เห็นชัดในตัวเธอคือความเป็นแม่
“มองอะไรกันคะ” เธอว่าพลางมองหน้าทุกคนที่อยู่บริเวณนี้
“มองเธอนั่นแหละ”
“หนูทำไม?”
“เอาลูกฉันไปนอนด้วยคืนเดียวทำไมดูเขาเชื่อใจเธอจัง”
“คุณต่างหากต้องย้อนถามตัวเองเลี้ยงยังไงให้เขาไม่ระแวงคนแปลกหน้าเลย ใครขออุ้มก็ไปหมด”
“...” เถียงไม่ได้อีกตามเคย ข้อนี้เขาไม่เคยสังเกตด้วยซ้ำ
“พูดกันตามตรงสองขวบควรพูดได้มากกว่านี้ รู้เรื่องมากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เหมือนว่าคุณให้เขาอยู่คนเดียว ไม่ได้เจอใคร ไม่ได้ออกไปไหนเขาเลยเป็นแบบนี้ วัยนี้เขากำลังจดจำนะคะถ้าคุณยังเป็นแบบนี้ต่อให้เปลี่ยนพี่เลี้ยงอีกสิบคนมันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ”
“เลิกบ่นแล้วพูดมาว่าอยากให้ฉันทำอะไร”
“...” แทนที่จะตอบคำถามเขาแต่เธอกลับเงียบแล้วใช้สายตาอะไรไม่รู้มองเขาแทน
“เลิกด่าฉันในใจได้แล้ว”
“งั้นด่าตรง ๆ ได้เลยใช่ไหมคะ”
“ด่าได้แต่อย่าแรง”
“ไม่ได้เรื่อง!”
“...”
วันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน งาน เงิน ความรัก ทุกอย่างผลิบานแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว “หนูเหนื่อยจัง” ภรรยาคนสวยเริ่มบ่นด้วยขนาดหน้าท้องของเธอที่ใหญ่ขึ้นมันทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตลำบาก “อีกไม่นานก็คลอดแล้วเธออดทนหน่อยนะ” ประโยคทำนองนี้ถูกพูดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนฟังรู้สึกเบื่อหน่าย“อยากคลอดวันนี้เลยค่ะ”“ไม่ได้! แม่จะคลอดอย่างเดียวเลย” น้ำขิงที่ฟังอยู่ค้านขึ้นมาบ้าง “พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละ” เธอตอบเสียงเรียบเหมือนไม่คิดอะไรแต่ในใจไม่ใช่แบบนั้นเลย “มันเป็นยังไงไหนว่ามาซิ” ธัญกรถามขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของเมียรัก“อึดอัดค่ะ ปกติหนูทำอะไรด้วยตัวเองตลอดแต่นี่ขนาดแค่จะเข้าห้องน้ำยังต้องให้คนช่วยพยุง หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระคนอื่น” “ใครบอกว่าเมียเป็นภาระ” “ไม่มีใครบอก หนูพูดเอง” น้ำเสียงใสยังคงตอบกลับด้วยท่าทีออดอ้อน “แล้ววันนี้คุณไม่ไปทำงานหรือไง” “ให้ลุกซ์ไปแทนแล้ว” ทุกวันยังคงเหมือนเดิม เขาไม่มีเรื่องผู้หญิงมากวนใจเธอเลยจะมีก็แต่เรื่องงานที่เข้ามาผิดจังหวะเท่านั้นเอง ในส่วนของอีริคเขาแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ธุรกิจที่ทำร่วมกันกำลังเติบโตไปด้วยดี เรื่องผิดพลาดในอดีตต่างฝ
ภายในระยะเวลาสองปีชีวิตฉันเปลี่ยนไปหลายอย่างมาก เรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็ดันเกิดขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน “แม่มีน้องเหรอ” มัวแต่เหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้สังเกตว่าน้ำขิงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “คุณพ่อบอกว่าแม่มีน้อง” “ใช่ค่ะ” นึกคำพูดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะอธิบายให้ลูกฟังแบบไหน แต่พอเห็นรอยยิ้มของน้ำขิงแล้วมันก็คลายความกังวลไปได้เยอะ “กับคุณลุงใช่ไหมคะ แม่เป็นแฟนกับคุณลุงใช่ไหม”“แฟนเหรอ แฟนก็แฟน”“คิกคิก”“หัวเราะอะไร ดีใจอะไรขนาดนั้น”“หนูจะได้เป็นพี่สาวแล้วนะ” “อยากเป็นพี่สาวเหรอ”“ใช่!” น้ำขิงยังคงพูดไปยิ้มไป “พี่อลิซก็มีน้องนะ หนูจะเป็นพี่สาวเหมือนกัน” “งั้นเหรอ แล้วถูกคุณย่าดุบ้างหรือยัง” ว่าจะถามหลายครั้งลืมตลอด “ไม่ดุค่ะ ย่าใจดีมาก”“อยู่บ้านเขาต้องเกรงใจเขาให้มาก ๆ นะ ทำตัวดี ๆ อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่านิสัยไม่ดีกินไม่เก็บไม่ล้างไม่สะอาด”“หนูทำตลอดแต่ส่วนมากพี่แม่บ้านจะทำให้”“นั่นแหละ เรายิ่งต้องเกรงใจเขาให้มาก ขอบคุณค่ะขอโทษค่ะ ใช้คำนี้ให้ชิน ให้เป็นเรื่องปกติ”“เข้าใจแล้วค่ะ” “แล้วนี่ใครมาส่ง”“คุณพ่อค่ะ น่าจะคุยกับคุณลุงอยู่ข้างล่าง” คุยกับน้ำขิงต่ออีกนิดหน่อยฉั
หลายเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องราวของเขาดังสะพัดไปทั่ว โดยเฉพาะแวดวงในธุรกิจ แน่นอนว่ามันเป็นไปตามความต้องการของเขา “หนูมีปืนด้วย” เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมกับอวดปืนของเล่นกระบอกใหม่ที่อีริคซื้อให้ “ใครซื้อให้ครับ”“พ่อซื้อให้เลย” “เหรอ ... แล้วแบบนี้ป๊าจะให้อะไรหนูดีนะ ปืนก็มีแล้ว ของเล่นอื่นก็เต็มไปหมด”“น้อง”“อะไรนะ” เขาถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่มั่นใจว่าได้ยินผิดหรือเปล่า “น้องไง พี่มีน้องตรงนี้แล้วก็ตรงนี้” ไม่พูดเปล่านิ้วเล็กยังจิ้มลงบริเวณหน้าท้องของพี่เลี้ยงคนสวยที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อีกด้วย “สองคนเลยเหรอ”“ใช่! ข้างนี้ผู้หญิงข้างนี้ผู้ชาย” พูดไปก็ยิ้มไปตามประสา แต่คนฟังอย่างน้ำแข็งกลับนิ่งไปแทน “หนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบเธอก็ลุกออกไปทันที คล้อยหลังน้ำแข็งเขาใช้ความคิดอยู่หลายนาที ทุกครั้งที่มีอะไรกันเขาไม่เคยป้องกันเลย และตัวเธอเองก็ไม่เคยค้านเรื่องนี้ “ลูกศร”“ค่ะคุณธัญ”“ผมอยากได้ที่ตรวจครรภ์” เขาพูดพร้อมกับยื่นเงินให้“ตอนนี้เหรอคะ”“ใช่!”“สักครู่นะคะ” แม่บ้านรับคำสั่งแล้วรีบออกไปซื้อที่ร้านขายยาใกล้บ้านทันที ราวครึ่งชั่วโมงที่ตรวจครรภ์จำนวนห้าอันก็อยู่ในม
You are mine มาเฟียคลับ“มีอะไรผิดปกติไหม” “ไม่มีครับ แต่นายใหญ่เตือนมาให้คุณระวังตัวเป็นพิเศษ”“อืม”“ผมคิดว่ามันคงยังไม่กล้าทำอะไรตอนนี้หรอก”“แต่ฉันคิดว่ามันจะทำนะ” เขาบอกออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง “ให้คนตามดูน้ำแข็งไว้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลจัดการได้เลย”“ครับนาย” ตั้งแต่เลิกสนใจอีริคเขามีเวลาสนใจเรื่องอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่จ้องจะเล่นงานเขาอยู่ตลอดเวลา “เชือดไก่ให้ลิงดูเคยได้ยินไหม” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยพลางเหยียดยิ้มให้กับเรื่องที่วิ่งวนอยู่ในความคิด “ใครก็ช่างที่ยุ่งกับเราจัดการมันได้เลย ไม่คุย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้ากล้าลองดีก็มา”“ครับ” ลุกซ์รับคำสั่งแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขารักตัวแต่ไม่กลัวตาย สำหรับธัญกรแล้วเขาสามารถให้ได้แม้กระทั่งชีวิต หลายวันผ่านไปวันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับแต่การใช้ชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ต่างกันตรงที่ตอนนี้ต้องคอยดูแลคนตัวเล็กเป็นพิเศษเท่านั้นเองครืด ... ครืด ...สายเรียกเข้าแทรกเข้ามาระหว่างที่เขากำลังประชุมอยู่ ปลายสายคือน้ำแข็งซึ่งปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยโทรหาเขาสักเท่าไหร่ถ้าไม่มีธุระสำคัญ“ว่ายังไงครับ”(
“ยิ้มอะไรล่ะคะ” ฉันถามคุณธัญที่ตอนนี้เขาเอาแต่มองฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่แบบนั้น “เปล่า”“ไม่ต้องมายิ้มอยู่ไปเอาชุดใหม่มาให้หนูเลย” “พอเป็นเมียแล้วสั่งอย่างเดียวเลยนะ”“ไม่ได้สั่งแค่บอกเฉย ๆ”“เถียงเก่ง” บ่นพึมพำแต่ก็ออกจากห้องไปเพื่อหาชุดใหม่มาให้ฉัน นานหลายนาทีที่ฉันมองตัวเองผ่านกระจก ความรู้สึกตอนนี้คืออะไรฉันยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ...ช่วงสายเราเดินทางกลับกันค่ะ ก่อนเข้าบ้านไม่ลืมแวะไปรับน้องวินที่บ้านของคุณธีร์ด้วย “โอ้โห...” เสียงทักทายดังขึ้นแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นคำพูดออกมา มีเพียงรอยยิ้มและสายตาอะไรไม่รู้ที่มองฉันกับคุณธัญสลับกัน“อย่าแซว” คุณธัญพูดขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน “ลูกล่ะ”“หลับอยู่ในห้องรับรองโน่น”“รอให้ตื่นก่อนแล้วกัน” เขาตอบเสียงเรียบแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาพี่ลุกซ์ เลิกสนใจคุณธัญแล้วมองสำรวจไปรอบบริเวณตัวบ้านแทน ที่นี่กว้างมากแถมรอบนอกยังมีสวนหรืออะไรสักอย่างอยู่ด้วย ฉันมองไม่ออกค่ะรู้แต่ว่ามันมีทางเดินเข้าไป ดูลึกลับน่าค้นหายังไงไม่รู้สิ “เหม่ออะไร” “ในนั้น...” “สวนสัตว์ไอ้ธีร์ ไม่มีอะไรให้สนใจหรอก” เขาพูดแบบขอไปทีเหมือนไม่อยากให้ฉัน
“ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ” คนตัวเล็กค้านขึ้นเมื่อเส้นทางของรถมันเปลี่ยน “คุณจะไปไหนช่วยเกรงใจชุดแม่บ้านของหนูด้วย” ได้ยินแบบนั้นเขาจึงเหลือบมองเธอเล็กน้อย เสื้อรัดรูปกับกางเกงขาสั้นแค่นั้น “ไม่มีใครสนใจหรอกเธอคิดมากไปเอง” “คุณก็พูดได้สิ ตัวเองหล่ออย่างกับเจ้าชาย” “เข้าใจประชดแฮะ” แค่เพียงไม่นานรถก็จอดที่รีสอร์ตของเขา “ค้างที่นี่นะ เรื่องชุดฉันให้คนเตรียมไว้แล้ว”“ค่ะ” มองสำรวจไปรอบบริเวณเงียบสงัดเพราะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีเพียงเขากับลูกน้องไม่กี่คนเท่านั้นที่มาพัก“มองหาอะไร”“เปล่าค่ะแค่รู้สึกว่ามันน่ากลัว” “ไม่หรอกเธอคิดมากไปเอง” พูดจบก็เดินนำมายังห้องพัก “นอนด้วยกันไหม หรือเธอจะนอนห้องโน้นก็ได้นะ”“...” มองชั่งใจอยู่หลายนาทีแต่สุดท้ายก็ข้ามผ่านความกลัวไปไม่ได้ “นอนด้วยค่ะเดี๋ยวผีหลอก”“ไร้สาระ” ถึงกับส่ายหน้าให้เลยทีเดียว “มีเตียงเดียวถ้าไม่นอนพื้นก็คงต้องนอนกับฉัน”“มันก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง” ตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนักแล้วเดินสำรวจไปทั่วบริเวณห้อง “ที่นี่กว้างกว่าที่โน่นอีกนะคะ”“ที่กาญจนบุรีอะเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ธรรมดาที่นั่นมันมีพื้นที่จำกัด” “แต่รูปทรงคล้ายกัน บ่งบอกถ







