Masukตอนนี้บรรยากาศระหว่างเราทั้งคู่ดูน่าอึดอัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พศินจ้องมองร่างอรชรตรงหน้าไม่วางตา ทว่าไร้ซึ่งคำพูดจะเอื้อนเอ่ย ในขณะที่เอื้อมดาราเองก็วางตัวไม่ถูกกับความนิ่งเงียบของคนตรงหน้า
เธอเก็บกระเป๋าไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้ตอนนี้ไม่มีอะไรทำ นอกเสียจากรอรถมารับด้านล่าง เธอจะเดินออกไปตอนนี้ก็ทำได้ แต่พอได้สบดวงตาคมดุของพศิน เธอกลับก้าวขาไม่ออก
“พี่พศิน...ไม่พูดกับดาวหน่อยหรือคะ เมื่อคืนเรายังนอนคุยกันทั้งคืนเลย”
เอื้อมดาราหวนนึกถึงเรื่องราวของค่ำคืนที่ผ่านมาก็อดใจหายไม่ได้ การคุยกันระหว่างเราทั้งคู่เป็นการคุยกันเรื่อยเปื่อย แต่พอใครสักคนเงียบไป ไม่เธอก็พศินต้องเอ่ยคำถามขึ้นมา ราวกับว่าไม่อยากให้
การสนทนาในคืนนี้จบลง...“สิ่งที่พี่จะพูดพี่พูดไปหมดแล้ว พี่ไม่อยากรั้งเราไว้ ถึงในใจพี่จะอยากทำแค่ไหนก็ตาม”
“พี่พศิน...ดาวขอโทษนะคะ แต่สัญญาว่ากลับกรุงเทพฯ ไป ดาวจะให้พี่พศินจีบเต็มที่เลย”
เธอแค่อยากใช้เวลาอยู่คนเดียว ได้ใคร่ครวญเรื่องราวระหว่างเธอกับพศินให้ถี่ถ้วน ก่อนจะตัดสินใจเดินหน้าความสัมพันธ์ในครั้งนี้ต่อก็เท่านั้น
“พี่เข้าใจดาวครับ พี่ถึงไม่รั้งไง ดาวใช้เวลาตรงนี้อยู่กับตัวเองให้เต็มที่ ส่วนเวลาที่เหลือพี่ก็ขอชาร์จพลังที่นี่ก่อนกลับไปลุยงานเหมือนกันครับ”
พศินส่งยิ้มบางเบา ดวงตาคมดุอ่อนแสงยามทอดมองดวงหน้าหวานที่ดูไม่ร่าเริงเหมือนทุกวัน สุดท้ายก็ทนความต้องการของตัวเองไม่ไหว ดึงรั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดและกระชับวงแขนแนบแน่น
“ระวังตัวด้วย เที่ยวคนเดียวอย่าไว้ใจใครแบบนี้อีกรู้ไหม”
“รู้ค่ะ ดาวไม่ได้ไว้ใจใครง่าย ๆ หรอก ยกเว้นพี่พศินนะ” หลังจบประโยคของเอื้อมดารา เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของพศินก็ดังแว่วอยู่เหนือศีรษะของเธอทันที สุดท้ายเอื้อมดาราก็ต้องหัวเราะตามไปด้วย
“ดาวไปนะคะ เจอกันที่โน่นนะ”
“ครับ อะ!”
พศินชะงักงันไปชั่วครู่เมื่อแก้มของตัวเองโดนคนอ่อนกว่าขโมยหอมแบบไม่ทันตั้งตัว เอื้อมดารายืนยิ้มหวานก่อนจะโบกมือไปมา และหมุนตัวออกจากบ้านพักไปทันที ทิ้งไว้เพียงคนตัวโตกับสายตาอาลัยอาวรณ์ที่ชายหนุ่มซ่อนไว้ไม่มิดอีกต่อไป
“แล้วเจอกันเลขาคนเก่งของพี่...”
...........................
ฝั่งเอื้อมดาราที่ย้ายเข้าที่พักแห่งใหม่ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนครั้งที่อยู่ม่อนอิงดาว ดวงตาหวานมองสำรวจไปรอบห้องพัก จู่ ๆ ก็รู้สึกวูบโหวงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะเธอต้องนอนในห้องกว้าง ๆ นี้คนเดียว ไม่มีคนนอนกอด หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่
“เป็นเอามากแล้วยายดาว จะไหวไหมเนี่ย”
เธอได้แต่พร่ำบอกกับตัวเองอย่างนั้น แต่เท้าก็ก้าวไปยังเตียงนอนหลังกว้าง ห้องที่เธอเข้าพักคล้ายกับบ้านพักของม่อนอิงดาว จะต่างออกไปก็ตรงเตียงนอนเป็นเตียงเดี่ยวขนาดควีนไซซ์ เลยดูกว้างขวางเป็นพิเศษ
ตึ๊ง!
เสียงข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียวดังขึ้น เรียกสติที่เหม่อลอยของเอื้อมดาราให้กลับคืนมา พอเห็นว่าเป็นใครที่ส่งข้อความมารอยยิ้มพลันปรากฏบนใบหน้าแบบไม่ทันรู้ตัว
/ถึงหรือยังครับ/
“ถ้าโทรไปเลยจะแปลกไหมนะ” เธอตบตีกับความคิดของตัวเองสักพัก สุดท้ายก็เลือกจะพิมพ์คำตอบกลับไปแทน เอื้อมดาราขี้ขลาดเกินกว่าจะฟังเสียงของพศินได้ เธอใจไม่แข็งพอแน่นอน
ภาคภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่คนทั้งสองที่เหลือต่างสบตากันอย่างหวาด ๆ ก็แค่ส่งคนไปซ้อมแต่ยังไม่ออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วน่ะหรือ! “เอ่อ เออดี ๆ คุณภาคทำถูกแล้ว คนเลว ๆ ใช้กฎหมายไม่ได้หรอก มันไม่รุนแรงพอ ต้องเจอแบบนี้แหละลูก” “แล้วสรุป คุณตุลาจะอนุญาตให้ผมกับเพียงรักกันได้หรือยังครับ ผมถือโอกาสนี้ขอลูกสาวคุณอย่างเป็นทางการเลยแล้วกัน” “ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ” ตุลาจ้องดวงตาคนอ่อนกว่าอย่างไม่ลดละ ถึงเขาจะเกรงใจอีกฝ่ายมากแค่ไหน ทว่าเรื่องของเพียงออเป็นข้อยกเว้น เขาแค่อยากจะรู้ว่าถ้าเกิดตัวเองดึงดันจะขัดขวาง ภาคภูมิจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร “ผมก็จะทำทุกอย่างจนกว่าคุณจะยอมนั่นแหละครับ ผมรักลูกสาวคุณจริง ๆ ถ้าไม่ได้แต่งกับเธอ ผมก็ไม่คิดจะแต่งกับใคร” “คุณภาค...” เพียงออน้ำตารื้น มันอาจจะเป็นประโยคง่าย ๆ ทว่ากลับมีน้ำหนักในใจเธอเหลือเกิน ไม่ว่าจะกี่ปี ผู้ชายคนนี้ก็ยังเป็นคนเดียวที่ทำหัวใจเธอเต้นแรงได้ขนาดนี้ “เอาละ ๆ น้องเพียงไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ลูกคิดว่าพ่อจะขัดขวางความสุขของลูกได
ในเมื่อบิดาเธอกล้าถาม เธอก็กล้าตอบ แต่คนฟังถึงกับหงุดหงิดในคำตอบของลูกสาวตัวเอง ห่างกันแค่สามวันทำมาเป็นหมดอาลัยตายอยากมันน่านักนะ “ไม่คิดถึงพ่องั้นสิ หายไปเป็นเดือน ไม่อยากอยู่กับพ่อหรือไง” “คุณพ่อคะ เพียงก็ไม่ได้จะไปอยู่กับคุณภาค เพียงแค่อยากเจอหน้าเขาบ้าง คุณพ่อขังเพียงไว้แบบนี้เหมือนนักโทษเลยน้า” “พ่อแค่อยากแกล้งไอ้หนุ่มนั่น ไม่สิ ถ้านับตามอายุก็ห่างจากพ่อไม่ถึงยี่สิปีด้วยซ้ำ” เขานึกเจ็บใจก็ตรงนี้ ลูกสาวสวยปานนี้กลับไปคว้าคนที่ห่างกันถึงเก้าปีอย่างนั้น อีกอย่างภาคภูมิก็คนอันตราย คู่อริทางธุรกิจก็มากมาย “คุณพ่อจะเอาอายุมาเป็นตัวชี้วัดความรักของเพียงกับคุณภาคหรือคะ” “อะ เอ่อ ก็เปล่า พ่อก็แค่...” “หวงเพียง ใช่ไหม เพียงพูดถูกไหม” ตุลาได้ฟังก็ทำได้แค่พยักหน้า เพียงออเผยรอยยิ้มหยอกเย้าออกมาทันที “เพียงคิดไว้อยู่แล้ว” ตาแก่ใจดีของเขาน่ะหรือจะโกรธ ก็แค่ไม่อยากให้ลูกอยู่ห่างตัวเท่านั้นแหละ “ทำไมคะ กลัวเหงาเหรอ แต่เพียงได้ข่าวมาว่าคุณพ่ออยู่นู่นก็ไม่เหงานี่นา” ตุลาสะดุ้งเ
ชายหนุ่มในชุดสูทเต็มยศ นั่งมองเอกสารตรงหน้าด้วยแววตาเหม่อลอย เลขาส่วนตัวที่เพิ่งเดินหอบแฟ้มเอกสารเข้ามาให้เจ้านายก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ “ท่านครับ ท่าน!” “ฮะ มีอะไรทิว” ภาคภูมิหลุดออกจากห้วงภวังค์ ทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของใครอีกคนหนึ่ง ดวงตาคมตวัดมองเลขาหนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์จนคนถูกมองสะดุ้งเบา ๆ “ผมเห็นท่านนั่งเหม่อ ก็เลยลองเรียกดูน่ะครับ ท่านมีอะไรให้ผมช่วยบอกได้นะครับ” “ขอบใจ แต่แกช่วยฉันไม่ได้หรอก” ภาคภูมิจะพูดออกไปอย่างไรว่าเมียไม่ยอมกลับบ้าน ตั้งแต่ว่าที่พ่อตากลับมาจากออกกองก็ไม่ยอมให้ลูกสาวออกมาเจอเขาเลยสักนาทีเดียว! “หรือว่า...เรื่องคุณเพียงออหรือครับ” “แกรู้ได้อย่างไร” ทิวเขาทอดถอนหายใจออกมายืดยาว เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร มีเรื่องไหนบ้างที่ทำให้เจ้านายของเขาอาการเป็นแบบนี้ได้บ้างนอกเสียจากหญิงสาวคนนั้น “เดาไม่ยากครับ แต่ที่ผมเดาไม่ได้คือ คุณเพียงทำอะไร ท่านถึงมีสภาพ เอ่อ มีอาการแบบนี้” “ตั้งแต่พ่อเขากลับมา ฉันยังไม่เจอหน้าเพียงอีกเลย จะสา
เธอไม่คิดจะเร่งเร้าให้ภาคภูมิทำอะไรให้มันถูกต้องตอนนี้ เธอรู้ดีว่าเรื่องภายในของบริษัทคนรักยังไม่เรียบร้อยดี ทว่าภาคภูมิกลับไม่คิดเช่นนั้น “ฮัลโหล ทิวเขา ได้เวลาปิดฉากความแค้นแล้ว” หญิงสาวตาเบิกโพลงเมื่อเห็นมือหนาคว้าโทรศัพท์มาต่อสายลูกน้อง คำพูดเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงเขาจะสะสางเรื่องทั้งหมดให้เสร็จในวันนี้พรุ่งนี้ใช่ไหม... “เอ่อ คุณภาคคะ” “ฮื้ม? สงสัยอะไรหรือครับ” เพียงอออ้าปากพะงาบ ๆ หมดคำจะพูดเมื่อสบเข้ากับดวงตาวาววับเอาจริงเอาจังของคนตัวโต ยิ่งจ้องลึกเข้าไปยิ่งรู้สึกราวกับมีเปลวเพลิงไหวระริกอยู่ในนั้น เธอได้แต่นึกไว้อาลัยให้ธาดาล่วงหน้าไปเลยก็แล้วกัน... “ไฮโซหนุ่มอนาคตไกล ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินรายใหญ่พร้อมหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุด เกี่ยวพันคดีเลี่ยงภาษี ภายหลังสืบทราบว่ามีการค้าประเวณีโดยใช้งานมอเตอร์โชว์บังหน้า โอ้โห ทำไมคดีเยอะจังคะ” เพียงอออ้าปากหวอ ตกใจไม่น้อยกับการกระทำของคู่แค้นของตระกูลพิพัฒนทรัพย์ก่อนหน้านี้ก็ทราบอยู่หรอกว่าบิดาของธาดาทำอะไรไว้บ้าง แต่ไม่คิดว่าลูกจะเจริญรอยตามขนาดนี้ “ม
ตกบ่ายของอีกวันเพียงออลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งตรงช่วงเอว ก่อนจะสงสัยได้ไม่นานสัมผัสหนัก ๆ ที่แก้มกลับเรียกความสนใจจากเธอไปได้เสียก่อน “อื้อ พอแล้วค่ะ เพียงเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” “หึ ๆ คนเหนื่อยต้องเป็นผมหรือเปล่าที่รัก” พอภาคภูมิพูดมาแบบนี้ ภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนเมื่อคืนก็ไหลวนกลับมาราวกับเขื่อนแตก พาเอาใบหน้าหวานใสเห่อร้อนลามเลียไปถึงใบหู “คุณภาคแกล้งเพียงอีกแล้วนะคะ” ภาคภูมิมองคนที่ต่อว่าตัวเองพลันนึกเอ็นดูใบหน้าแดง ๆ นั้น จึงอดไม่ได้ที่จะกอดกระชับเอวบางเข้ามาแนบชิดกว่าเก่า กระซิบชิดใบหูขาวหยอกเย้าไปอีกหนึ่งประโยค “ผมพูดผิดไปนิดนึง คุณเองก็เหนื่อย ร้องเสียงดังตลอดคืน หิวน้ำแย่แล้ว โอ๊ะ! เพียงครับ” เพียงออบิดเอวเขาไปหนึ่งที อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เขากล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างไร ไม่คิดว่าเธอจะเขินอายบ้างหรือ “เงียบไปเลยค่ะ มาพูดเรื่องเมื่อคืนดีกว่า ทำไมคุณถึงมีสภาพเป็นแบบนั้น” “เรื่องมันยาวมาก ผมจะเริ่มจากตรงไหนดี” ชายหนุ่มยกแขนเท้าศีรษะมองดวงตากลมใสที่ม
“ผมขอเข้าไปเลยนะครับ ทนไม่ไหวแล้ว” “อะ ค่ะ คุณภาค อ๊ะ!” ท่อนเนื้อแข็งแกร่งกลางกายใหญ่โตถูกสอดเข้าไปภายในร่องสาวที่ยังคงมีน้ำสีใสหล่อเลี้ยงอยู่ภายใน เพียงออรู้สึกเสียดเสียวจนเธอต้องกรีดร้องออกมาเสียงดัง ไม่ต่างจากคนที่เพิ่งจะสอดใส่เข้าไป “อ่า แน่นจังเพียง ทำไมแน่นแบบนี้” ความคับแน่นบีบรัดเป็นจังหวะ เมื่อร่างสูงค่อย ๆ เริ่มขยับกายเข้าออกเนิบนาบ ร่างบางที่นอนระทดระทวยอ้าปากคราญครางผวาเฮือก กอดกระชับแผ่นหลังกว้างพลางจิกเล็บลงไปเต็มแรง “ซี้ด...อึก อย่ารัดแน่นครับ ผ่อนคลายนะ” “อ๊ะ คุณภาคขา เพียงอึดอัดจังเลย” เสียงร้องกระเส่าซ่าน แทรกลึกเข้าไปในสมองคนโดนยาให้ยั้งกายไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เขาตอกกายลึกสุดก่อนจะถอนออกมาเกือบสุดให้สะโพกบางได้ร่อนตามมา และกระแทกแรงทั้งหมดเข้าไปสัมผัสผนังนุ่มภายในเน้น ๆ “อ่า ดีไหม ดีไหมครับเมีย” เพียงออไม่ตอบ เธอทำได้เพียงร้องครวญคราง น้ำตาเม็ดใสไหลปริ่มหางตาเกิดจากความกระสันซ่านที่ถูกเติมเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่อารมณ์ของภาคภูมิดูดิบเถื่อนและร้อนแรงขนาดนี้







