เข้าสู่ระบบ“ไม่ปล่อย เมื่อคืนฉันเมา ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง เช้าวันนี้เลยต้องทวนความจำกันหน่อย”
“ลินขนลุกไปหมดแล้วนะคะ อื้อ... อย่าไซ้ค่ะ” เธอเอ่ยบอกเขาเสียงสั่นรัว วริศยิ่งซุกไซ้ไปที่ซอกคอหอมกรุ่น
“ขนลุกเพราะเสียวเหรอ มาเถอะปาลิน ฉันจะทำให้เธอฟินกว่าเมื่อคืนอีก”
“ลินไม่ได้ขนลุกเพราะเสียวหรืออะไรหรอกค่ะ ลินอั้นมาตั้งแต่ตื่นนอนแล้ว ปวดทั้งฉี่ปวดทั้งขี้ งั้นลินขี้บนเตียงนี้เลยนะคะ” แล้วเธอก็ตดปู๊ดป๊าดออกมา กลิ่นโชยไปทั่วเตียง
“เฮ้ย!” วริศร้องอย่างตกใจ ปล่อยร่างของเด็กสาวในทันที อารามตกใจทำให้เขากลิ้งตกเตียงไม่เป็นท่า
“โอ๊ย!” เขาร้องเสียงหลง ในขณะที่ร่างน้อยห่อตัววิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้ว เธอยังทิ้งกลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง ทำให้เขาต้องรีบยกมือขึ้นปิดจมูก
“ลำไส้เน่าหรือไงนี่ กลิ่นถึงได้รุนแรงขนาดนี้” ชายหนุ่มบ่นอุบก่อนจะควานหาเสื้อผ้าของตัวเองและเนรเทศตัวเองกลับไปยังห้องนอนของตนเสีย
วริศกลับห้องได้ก็อาบน้ำแต่งตัวอย่างอารมณ์ดี เขามีเสื้อผ้าทิ้งเอาไว้ที่บ้านของมารดาหลายชุด ห้องนอนของเขายังสะอาดสะอ้านเหมือนเดิม เพราะมารดาได้ให้คนทำความสะอาดเอาไว้เสมอ
ร่างสูงเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง แม้จะรู้สึกสดชื่นจากการอาบน้ำ แต่ก็ยังรู้สึกปวดหัวอยู่พอประมาณ เมื่อคืนเขาเมาหนักจริง ๆ เพราะโดนคะยั้นคะยอให้ดื่มไม่หยุด ดีที่สามารถพาตัวเองขับรถกลับมาถึงที่นี่ได้ ไม่ประสบอุบัติเหตุตายเสียก่อน อาจเพราะระยะทางจากร้านอาหารนอกเมืองกับบ้านของมารดาไม่ห่างกันมากนัก
กลิ่นหอมของอาหารทำให้วริศรู้สึกหิวเป็นอันมาก เขาเห็นเด็กสาวกำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟในห้องครัว คงจะกำลังทำอาหารอยู่
มารดาเคยบอกว่าปาลินชอบทำอาหารและทำอาหารเก่ง มาทุกครั้งก็ชมให้เขาฟังทุกครั้งจนเขาจำขึ้นใจ
“ขออะไรแก้แฮ้งหน่อยสิ”
“อุ๊ย!” ประโยคของเขาทำให้ปาลินอุทาน หันมามองคนที่กำลังยืนมองเธออยู่
ร่างสูงของวริสกำลังพิงอยู่ที่กรอบประตูห้องครัวมองเธอไม่วางตา เธอหน้าแดง ร้อนผ่าว นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อเช้าก็อยากจะเอาหัวมุดพื้นห้องครัวหนีเสียเหลือเกิน
“ค่ะ” ปาลินได้สติก็รีบรับคำในทันที ใบหน้าสะอาดสะอ้านหล่อเหลาของเขาทำให้เธอต้องรีบหันหลังให้ เพราะหัวใจดันสั่นไหว สะท้านอย่างรุนแรง
“ทำเป็นเหรอ เครื่องดื่มแก้แฮ้งน่ะ” เขาเดินเข้าไปกอดรัดร่างน้อยจากทางเบื้องหลัง ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว เผลอเอาตวักตีเขาเต็มแรง
“โอ๊ย! จะฆ่าฉันหรือไงปาลิน” เขารวบข้อมือของเธอเอาไว้ ไม่ให้เธอตีเขา
“ก็คุณวริศมากอดลินทำไมคะ ลินตกใจ”
“เธอเป็นเมียฉัน ฉันจะกอดไม่ได้หรือไง” ประโยคของเขาทำให้เธอตาโต ก่อนจะหน้าแดง
“หน้าแดงเหมือนเมื่อเช้า เธอคงไม่ใช่จะขี้แตกอีกนะ”
“บ้าเหรอคะ” เธอหน้างอใส่เขา
“ทำอะไรกินเหรอ” เขาเอ่ยถามหลังจากที่ได้แหย่เธอจนพอใจ
“ข้าวต้มไก่ค่ะ”
“อืม... ของโปรดฉันเลย กลิ่นหอมแบบนี้ สูตรคุณแม่ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“แล้วคุณแม่ไปไหน”
“คุณป้าไปงานศพต่างจังหวัดค่ะ ไปกับป้าแสนและลุงมั่นค่ะ”
“แสดงว่าที่บ้านไม่มีใครเลยล่ะสิ”
“มีค่ะ”
“ใคร”
“ลินไงคะ”
“กวนเหมือนกันนะ”
“เปล่านะคะ ก็คุณบอกว่าไม่มีใคร ลินก็บอกว่ามีลินนี่ไง”
“รู้แล้วว่ามีเธอ เมื่อเช้ากอดเต็มอ้อมแขนเลย” ประโยคนั้นของเขาทำให้เธอหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู
“คุณหิวหรือยังคะ” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากให้เขาพูดเรื่องเมื่อเช้าอีกเพราะเธออาย
“แล้วทำไมเธอไม่ไปกับคุณแม่ด้วย”
“ลินติดสอบน่ะค่ะ เพิ่งสอบเสร็จเมื่อวานนี่เอง”
“ก็เลยต้องอยู่โยงเฝ้าบ้านคนเดียว”
“ค่ะ”
“คุณแม่ไปหลายวันแล้วเหรอ”
“หลายวันแล้วค่ะ เห็นว่าจะไปช่วยงานด้วยค่ะ เพราะทางโน้นไม่มีใคร ลินเลยต้องเป็นคนเฝ้าบ้านค่ะ”
“งั้นแสดงว่าเราก็อยู่กันแค่สองคนน่ะสิ” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“คุณวริศไปนั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวลินทำเครื่องดื่มให้” เธอรีบบอกเขา แก้มสาวเผลอร้อนผ่าวทุกครั้งที่โดนเขาพูดเป็นนัยเช่นนี้
วริศเดินไปทิ้งตัวนั่งลงที่ระเบียงหน้าบ้าน อากาศยามเช้าสดใส มีแสงแดดอ่อน ๆ กระทบผิวกาย มุมนี้วิวดี ต้นไม้ร่มรื่น นั่งมองพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้าได้อย่างชัดเจน เสียงนกร้องดังระงม และยังเห็นนกมากมายบินผ่านหน้าของเขาไปด้วย
บรรยากาศดี ๆ เช่นนี้ทำให้วริศเผลอยิ้มกว้างออกมาในทันที
“เครื่องดื่มค่ะ” เสียงของเธอปลุกภวังค์ความคิดมากมายของเขา ชายหนุ่มเหลือบไปมองเด็กสาว ก่อนจะยกเครื่องดื่มขึ้นมาดื่ม
เขาร้องออกมาเบา ๆ เพราะเครื่องดื่มรสชาติเปรี้ยวอมหวาน เย็นฉ่ำทำให้เขาตื่นเต็มตาและพ่วงมาด้วยความสดชื่น
“ขอชิมฝีมือข้าวต้มไก่เธอหน่อยสิ กลิ่นหอมเชียว” ประโยคของเขาทำให้เธอรีบไปยกข้าวต้มมาเสิร์ฟให้เขาในทันที
“ทำไมมีแค่ที่เดียวล่ะ”
“ลินยังไม่หิวค่ะ คุณวริศทานก่อนเถอะค่ะ ลินขอไปทำงานบ้านก่อน วะ! ว้าย!” เธอพูดแล้วหมุนกายเตรียมหนี จะให้เธอมานั่งกินข้าวกับเขา แล้วมานั่งจ้องกันนี่นะ เธอทำไม่ได้หรอกนะ แต่มือหนาของเขาก็คว้าข้อมือของเธอเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะรั้งให้เธอมานั่งตักด้วยกัน
และท่ามกลางความดีใจของทุกคน เมื่อปลายดาวตอบตกลงยอมแต่งงานกับคชากร เสียงรถชนโครมใหญ่ก็ดังขึ้น ร่างของจิตดีกระเด็นไปกระแทกกับพื้นถนนดับคาที่ ผู้คนวิ่งเข้าไปช่วยเหลือและโทร. รถเรียกพยาบาลและตำรวจ ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงบลงบ่งบอกว่าชีวิตของคนเรา เกิด แก่ เจ็บ ตาย และจากโลกนี้ไป โดยที่ไม่สามารถเอาอะไรติดตัวไปได้เลยนอกจากความดีและความชั่วเท่านั้นปลายดาวมีโอกาสได้คุยกับบิดามารดาก่อนแต่งงาน เธอจึงเพิ่งรู้ว่า คชากรเข้ามาพูดคุยกับบิดามารดาก่อนหน้านี้แล้ว เขาชัดเจนมาโดยตลอด ทั้งการกระทำและความถูกต้อง เพราะไม่อยากพาเธอออกไปไหนมาไหนให้คนอื่นเขานินทาว่าเธอคงเป็นได้แค่คู่ควงของเศรษฐีมีเงิน แต่เธอเป็นคนรักที่เขาคิดจริงจังจะแต่งงานด้วยเธอถึงเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดเวลาคชากรมาชวนเธอออกไปข้างนอก พวกท่านจึงไม่เคยห่วงห้ามหรือว่าอะไรเลย“ลูกสาวของแม่สวยมากเลยจ้ะวันนี้” ประโยคของมารดาทำให้เธอถึงกับอมยิ้ม ไม่นานเสียงลูกประทัดนับพันนัดก็ดังขึ้น ก่อนที่ขบวนขันหมากจะเดินเข้ามายังหน้ารั้วบ้าน พร้อมด้วยประตูเงินประตูทองที่ถูกกั้นตามประเพณีเธอแอบโผล่หน้าไปดูการทำพิธีต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้น มีการรับเจ้าบ่าว และก่
“คุณเป็นอะไรคะ”“อย่ามายุ่งเรื่องของฉันเลย ห่วงตัวเองเถอะ จะโดนเขาเขี่ยทิ้งแล้วยังไม่รู้ตัว” จิตดีเหยียดยิ้ม เธอตามข่าวของสองคนนี่อยู่ตลอด แต่แอบสะใจที่ไม่เห็นว่าคชากรจะทำอะไรให้คืบหน้า ปล่อยให้ข่าวเรื่องที่เขาประกาศว่านังเลขาหน้าจืดเป็นคนรักในวันนั้นหายไปกับกาลเวลา“คุณเองก็อย่ามายุ่งเรื่องของฉันจะดีกว่าค่ะ คุณกรกับฉันจะเป็นยังไง มันก็เรื่องของฉัน”“ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ แต่ฉันแค่สมเพชเวทนาเธอเท่านั้นเอง ผู้หญิงธรรมดา ๆ แบบเธอเขาคงให้แค่ตำแหน่งนางบำเรอ” จิตดีเยาะเย้ย สีหน้าแลดูสะใจทั้ง ๆ ที่ไม่อยากคิดเรื่องนี้อีก แต่ปลายดาวก็อดที่จะคิดไม่ได้ หากไม่เพราะว่าฐานะของเธอกับเขาต่างกันมาก เธอคงไม่คิดให้วุ่นวายใจเช่นนี้อาจเพราะเธอตกหลุมรักเขาอย่างจัง การไปไหนมาไหนด้วยกัน การดูแลเอาใจใส่กันและกัน มันทำให้เธออบอุ่นหัวใจยิ่งนัก และเธอก็อยากมีผู้ชายที่ชื่อคชากรอยู่เคียงข้างตลอดไปเขาดีกับเธอมาก เขาน่ารักกับเธอมาก เขาให้ความหวังกับเธอ เขาเป็นผู้ชายเพอร์เฟคที่สาว ๆ ต่างหมายปอง"ทำไมหน้าซีดแบบนั้นล่ะ รับไม่ได้หรือไง" จิตดีพยายามทำสงครามประสาทกับผู้หญิงคนพิเศษของอดีตคนรัก เธอเองก็กำลังย่ำแย่ถูกสา
เธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าต้องทำตัวอย่างไรเวลามีแฟน ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ไม่ว่าจะกินข้าวด้วยกัน หรือเลือกซื้อของด้วยกัน แต่คชากรทำให้ความกลัวของเธอนั้นมลายหายไปสิ้น เขาเป็นคนง่าย ๆ และทำให้เธอผ่อนคลายทุกครั้งที่เธอประหม่าหรือบางครั้งก็เผลอทำตัวเงอะงะไม่รู้ความออกมาอุ้งมือของเขาอบอุ่นและมั่นคง ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเสมอหากได้อยู่ใกล้ ๆ เขาความรู้สึกที่ได้อยู่กับคชากร เหมือนความรู้สึกที่เธอได้อยู่กับบิดา เพราะบิดาของเธอก็ทำให้เธอรู้สึกมั่นคงปลอดภัยเช่นกัน“วันนี้เราจะทำอาหารกินกัน ผมอยากกินอาหารฝีมือคุณ” เขาไล้แก้มสาวไปมาเบา ๆ ก่อนจะสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มสลวยของเธอเขาใช้คำว่า “เรา” มันให้ความหมายลึกซึ้งในแววตาและน้ำเสียงทุ้มนุ่มหูของเขา“วันนี้ทำอะไรกินกันคะ”“อาหารง่าย ๆ ที่ผมชอบกินตั้งแต่เด็ก”“อะไรคะ”“ราดหน้าไง”“ราดหน้านี่เหรอคะ” เธอเอ่ยถามกลับไป ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อนึกถึงวัตถุดิบที่เขาซื้อก่อนหน้า“ใช่ ของโปรดผมเลย วันนี้จะทำราดหน้าผักทอดกัน คุณเคยกินไหม”“ไม่เคยกินหรอกค่ะ ทำยังไงเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม เขาบอกให้เธอทำอาหารให้เขากิน แต่เขากลับจะมาทำให้เธอกินเสียเองเ
“เพราะข่าวเมื่อคืนใช่ไหมลูก” ประโยคคำถามของบิดามารดาทำให้เธอต้องเงยหน้ามอง“ข่าวอะไรคะ”“นี่ไง” แม้บิดามารดาของเธอจะอายุมากแล้ว แต่พวกท่านก็ทันโลก จึงยื่นโทรศัพท์มือถือให้ลูกสาวดู หญิงสาวอ่านข่าวที่มีผู้คนแชร์กันไปทั่วเพราะว่าคชากรกับจิตดีเป็นที่รู้จักในวงสังคมอย่างตกใจเขาประกาศออกมาว่ารักเธอ พวกนักข่าวต้องตามไปสัมภาษณ์และทำให้เขาต้องลำบากใจแน่ ๆ เธอกัดปากตัวเอง รู้สึกเครียดขึ้นมาในทันทีเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เป็นเบอร์โทรศัพท์ของเจ้านายหนุ่ม เธอจึงรีบกดรับในทันที“เจ้านายคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ” เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน พลางเอ่ยถาม วันนี้เป็นวันหยุด แต่น่าแปลกที่เขาคิดถึงเลขาหน้ามนคนน่ารักอย่างปลายดาว อยากจะมีช่วงเวลาดี ๆ กับเธอให้มากกว่าเวลางานที่ต้องเจอหน้ากัน“เรื่องเมื่อคืนน่ะค่ะที่ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด คนเอาเรื่องของเจ้านายไปเขียนข่าวเต็มเลยค่ะ”“ผมกำลังจะออกจากบ้านเพื่อไปรับคุณ จำได้ไหมว่าเรานัดกันไปดูต้นไม้ ผมอยากได้ต้นไม้หลายชนิดเอาไปปลูกที่สวน” เขาไม่ได้สนใจหรือพูดเรื่องข่าว เพราะคิดว่าไร้สาระ ใครจะพูดยังไง จะเขียนยังไงเขาไม่แคร์ เพราะเขาไม่ได้ท
“กรคะ วันนี้เรามาคุยกันให้รู้เรื่องนะคะ” จิตดีตรงเข้ากอดแขนของคชากร ซบหน้าที่ไหล่กว้างของเขา“นี่ปล่อยนะ คุณจะทำอะไรของคุณ” เขาพยายามแกะมือของจิตดีออกไป แต่ดูเหมือนกับว่าหล่อนจะไม่ยอมปล่อย“คุณยังรักดีอยู่ แต่ที่ทำแบบนี้เพราะประชดใช่ไหมคะ บอกดีมาสิ”“นี่คุณแต่งงานมีสามีแล้วนะจิตดี กรุณาอย่ามาทำอะไรแบบนี้ ผมไม่ชอบเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน” คชากรพูดออกมาอย่างจริงจังและชัดถ้อยชัดคำ นั่นทำให้เพื่อน ๆ ของจิตดีต้องรีบเข้าไปดึงตัวจิตดีเอาไว้“ไม่ต้องมายุ่ง” จิตดีสะบัดแขนจนหลุดจากมือของเพื่อน ๆ ทำให้เพื่อน ๆ หลายคนมองหน้ากันอย่างระอา“ถ้าคุณรักมันจริงก็บอกทุกคนไปสิ นังหน้าจืดนี่นะที่คุณรัก ฉันไม่เชื่อ ไม่มีทาง”“ถ้าคุณเมาก็ควรกลับบ้านได้แล้ว” คชากรพูดเสียงเข้มดุ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้น เวลานี้เขาบอกตัวเองได้เลยว่าคิดถูกที่ไม่แต่งงานกับผู้หญิงตรงนี้ ในอดีตหล่อนทิ้งเขาไปเพราะเขาจน และตอนนี้หล่อนก็คิดที่จะทิ้งสามีกลับมาหาเขาอีกเพราะเขารวย ในขณะที่สามีของหล่อนประสบปัญหาด้านการเงินและเต็มไปด้วยหนี้สินเขาเข้าใจว่าคนเราอยากสบาย ใคร ๆ ก็ชอบความรวย แต่สิ่งที่เธอทำมันน่ารังเกียจจนเกินไป ถ้
“แหม... เมื่อก่อนกับเดี๋ยวนี้มันต่างกันแล้วนะคะ ร้านไหนที่คุณชอบ ดีก็ชอบหมดแหละค่ะ” ประโยคของหล่อนทำให้คชากรนึกขำ เขากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะคีบกุ้งที่ปอกเปลือกเรียบร้อยแล้วให้เลขาสาวของตนเอง และไม่คิดจะสนใจแฟนเก่านิสัยเสียอย่างจิตดีอีก“งั้นขอดีนั่งด้วยคนนะคะ”“อย่าดีกว่าครับ คุณไปนั่งกับเพื่อนของคุณเถอะ” ประโยคเด็ดขาดและสายตาดูแคลนเยือกเย็นของอดีตคนรักทำให้จิตดีลุกหนีแทบไม่ทันเธอหน้าซีดก่อนจะยิ้มรับเมื่อเพื่อน ๆ เรียกเธอมาแต่ไกล ทำให้เธอต้องเดินเข้าไปหา ทำเหมือนไม่ได้โดนคชากรไล่อย่างไร้เยื่อใย“นั่นคุณคชากรแฟนเก่าเธอนี่นา เขามากินร้านนี้ด้วยเหรอ”“ใช่จ้ะ ฉันเพิ่งเข้าไปทักเขามาเมื่อกี้”“แล้วเขามากับใครล่ะนั่น ดูดีเนอะ” ประโยคนั้นทำใหจิตดีหน้าหงิกงอแทบจะทันที“ดูดีอะไรกัน ยายเชยนั่นเลขาของกรเขาน่ะ เมื่อก่อนใส่แว่นตาหนาเตอะเลยนะ”“สายตาสั้นงั้นสิ”“ก็คงอย่างนั้นมั้ง ไม่ได้สนใจน่ะ”“ไหนเธอบอกว่าคุณกรกับเธอกลับมาคบกันไง แล้วทำไมเขาไม่ชวนเธอมาทานอาหารด้วยกัน กลับมากับเลขาของเขาล่ะ” ประโยคนั้นแทงใจดำของจิตดียิ่งนัก ถ้าทำได้เธอคงจะหยุมหัวเพื่อนปากมากมาตบเสียให้คว่ำแล้วในตอนนี้“แหม... เขาก
ไม่สิ!!! เธอต้องถามว่าเขานั่นแหละ มานอนอยู่ในห้องของเธอได้อย่างไรกันเมื่อคืนเธอเป็นไข้หวัดเลยกินยาเข้าไป ง่วงนอนจนแทบลืมตาไม่ขึ้น แถมยังฝันลามกอีกอย่าบอกนะว่าเมื่อคืนไม่ได้ฝัน แต่เป็นเรื่องจริง แล้วที่สำคัญก็คือเธอลืมล็อกประตูห้องนอนของตัวเองดีนะที่นี่ไม่มีโจรผู้ร้าย ไม่อย่างนั้นโจรคงขึ้นมาปาดคอ
“ก็ไม่เห็นจะ... หอมสักหน่อย” เขาย่นจมูกใส่เด็กน้อย เจ้าตัวน้อยเลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนต้องการมองหน้า ก่อนจะร้องไห้จ้าออกมาในทันทีวริศแทบก้นจ้ำเบ้าเมื่อเจ้าตัวน้อยแหกปากร้องไห้จ้า จนมารดาที่อยู่ในห้องครัวต้องรีบวิ่งออกมาดูในทันที“ริศทำอะไรน้องเหรอลูก”“ผมเปล่านะครับ จู่ ๆ ยายแก้มยุ้ยก็แหกปากร้อง” เข
เขากวาดต้อนความหอมหวานอันฉ่ำเยิ้มที่หลั่งรินออกมาจากเนินเนื้อสาว ด้วยลิ้นและนิ้วแกร่งที่พร้อมสอดประสานเธอครางประท้วงด้วยความเจ็บเสียว ความคับแคบของเจ้าหล่อนทำให้ร่างกายของเขาปวดร้าวไปหมด วริศไม่อยากรั้งรอให้ความเป็นชายของเขาต้องทรมานไปมากกว่านี้เขาเลื่อนมือไปสัมผัสกับความแข็งกร้าวของตัวเอง ก่อนจะ
One night stand (คืนนี้เรามารักกัน) เล่ม 1วริศเดินโงนเงนลงมาจากรถยนต์ราคาแพงลิ่วของตัวเอง วันนี้เขาเมา และเมาหนักมากด้วย เพราะไปสังสรรค์กับเพื่อนมาเขาทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ นาน ๆ ครั้งจะกลับมาหามารดาสักที อาจเพราะท่านร่างกายแข็งแรงและมีคนดูแลอยู่ เขาจึงไม่ต้องกังวลกับสุขภาพของท่านมากนักวันนี้เขาเด







