แชร์

ตอนที่ 12

ผู้เขียน: เล่อเฉียน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-14 19:01:23

คนที่เบื้องหน้าประตูค่อนข้างสูงหากเทียบกับมาตรฐานทั่วไป อาจจะถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตรได้ เธอมีรูปร่างผอมเพรียวแต่ไม่ผอมแห้งเหมือนซูเหมียน สวมใส่ชุดเดรสสีดำรัดรูปกับแว่นกันแดดสีชา หญิงสาวก้าวเข้ามาในห้องแล้วกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ที่ด้านหลังมีคนคอยหิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตามเข้ามาอย่างทุลักทุเล

“วางไว้ตรงนั้นแหละ วันนี้กลับไปบอกพ่อฉันด้วยล่ะว่าฉันไม่ยอมทำตามที่เขาบอกหรอก! แค่ตัดบัตรเครดิตนึกว่าฉันจะแคร์หรือไง อยู่หอบ้านี่ก็ได้!”

หวังปิงปิงตวาดใส่คนที่มารับใช้เสียงเขียวทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่เธอหงุดหงิดเลย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินเข้ามากลางห้อง

ความจริงแล้วหวังปิงปิงไม่ได้อยากมาตกระกำลำบากอยู่ที่หอพักแคบ ๆ แบบนี้เลยสักนิด เธอมีคอนโดหรูที่ครอบครัวซื้อไว้ให้ใกล้มหาวิทยาลัย แต่เพราะเพิ่งทะเลาะกับพ่อเรื่องการใช้เงินฟุ่มเฟือยจนถูกระงับบัตรเครดิต เธอจึงโกรธจัดและประชดด้วยการหอบข้าวของมาอยู่ที่หอพักนักศึกษาแทน

คุณหนูหวังถอดแว่นตากันแดดออก เธอกวาดสายตามองสภาพห้องที่คับแคบนี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับเตียงล่างริมหน้าต่างที่ซูเหมียนเพิ่งจัดของเสร็จอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

“ฉันจะอยู่ตรงนี้ เธอย้ายไปเตียงอื่นซะ” หวังปิงปิงชี้นิ้วสั่งเสียงห้วน

ซูเหมียนหน้าถอดสีทันที “ตะ แต่ว่า ฉันจัดของเสร็จหมดแล้วนะ แล้วฉันก็มาก่อน…”

“แล้วยังไง ฉันบอกว่าฉันจะเอาเตียงนี้ เธอรื้อของออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันนอนเตียงบนไม่ได้ เดี๋ยวตอนกลางคืนเผลอกลิ้งตกลงมาบาดเจ็บพวกเธอรับผิดชอบไหวเหรอ!” หวังปิงปิงกอดอกเชิดหน้า แล้วใช้ตรรกะวิบัติขั้นสุดเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการ

“ทะ ทางนั้นก็มีที่นอนข้างล่างได้” ซูเหมียนชี้ไปทางเตียงอีกฝั่งที่มีมู่เสวี่ยกำลังเอนหลังพิงหมอนอ่านหนังสืออยู่อย่างไม่ใส่ใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หวังปิงปิงเหลือบมองไปตามที่อีกฝ่ายชี้ เธอสะดุดใจกับท่าทางการวางตัวของมู่เสวี่ย จึงชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วไม่ได้แย่งที่นอนทางฝั่งนั้น

“ฉันชอบตรงนี้แล้วจะทำไม” หญิงสาวมองซูเหมียนตาขวางก่อนจะหันไปเรียกคนรับใช้ที่ยังยืนเก้กังอยู่หน้าห้อง “ส่วนแกน่ะมานี่ เอาของของชั้นเก็บเข้าชั้น”

เฉียวเฉียวเห็นเพื่อนถูกรังแกก็อยากจะช่วย แต่พอเห็นของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้าและท่าทางเอาเรื่องของอีกฝ่าย เธอก็ได้แต่กลืนคำพูดลงคอไป ยังไงเพื่อนอีกคนก็เป็นเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันวันนี้ เธอยังไม่อยากถูกเหมารวมไปด้วย

“กะ ก็ได้” ซูเหมียนยอมรับอย่างช่วยไม่ได้ อีกฝ่ายมีคนมาด้วย เพื่อนทั้งสองก็ดูเหมือนไม่คิดจะช่วยออกหน้าให้เธอ น้ำตาจึงรื้นขึ้นมาที่ขอบตา เธอเม้มปากแน่นแล้วเก็บข้าวของอย่างจำยอม

มู่เสวี่ยที่ดูเหมือนไม่สนใจแต่ความจริงกลับแอบมองสถานการณ์นั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ในชีวิตก่อนหวังปิงปิงก็ทำตัวเช่นนี้ แต่ไม่รู้เธอตาบอดหรืออย่างไรถึงเห็นว่าเพื่อนสาวคนนี้แค่เป็นคนที่พูดและแสดงออกตรง ๆ เท่านั้น เป็นภาพลักษณ์ที่แสดงว่าจริงใจต่อผู้อื่น

แค่นึกถึงมู่เสวี่ยก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา

นิสัยเพื่อนคนอื่นก็ดูไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ หลังจากนี้ต้องมาดูกันว่าเมื่อเธอไม่เปิดเผยฐานะเหมือนเมื่อก่อนแต่ละคนจะแสดงตัวตนแบบไหนออกมาให้เห็น

เมื่อซูเหมียนเริ่มหอบของย้ายขึ้นไปเตียงด้านบนของมู่เสวี่ย ทางด้านคนรับใช้ของหวังปิงปิงก็จัดของให้เจ้านายเช่นกัน เมื่อจัดแล้วเสร็จเธอก็ขอตัวกลับ

หวังปิงปิงนั่งลงบนเตียง เธอขยับตัวไปมาก็จะพ่นลมหายใจออกมาอย่างนึกรังเกียจเตียงนอนที่แข็งอย่างกับหิน จากนั้นก็ปรายตามองรอบห้องจึงสบตากับมู่เสวี่ยพอดี

ในวินาทีที่สายตาของทั้งคู่ประสานกัน มู่เสวี่ยย่อมไม่คิดที่จะหลบเลี่ยง ทั้งยังยินดีที่จะมองตอบด้วยซ้ำ

“ฉันชื่อหวังปิงปิง เธอล่ะ”

นับ 1

“ฉันมู่เสวี่ย” มู่เสวี่ยตอบและชี้ไปที่เตียงด้านบน

2

“คนนี้ชื่อซูเหมียน อีกคนคือเฉียวเฉียว”

และ 3

พอเวลาครบถ้วนกล่องข้อความเด้งขึ้นมาเหนือศีรษะของหวังปิงปิงทันที

[ เป็นยัยนี่เองเหรอที่พี่บ้านั่นพูดถึง คิดว่าสวยแล้วมองเหยียดคนอื่นได้เหรอยังไง หงุดหงิดชะมัด! ]

“อ่อ เอาเถอะ ฉันไม่สนใจหรอกว่าพวกเธอเป็นใคร อย่าส่งเสียงดังในห้องก็พอ” หลังจากหวังปิงปิงที่ได้ฟังการแนะนำตัวนี้ก็ออกคำสั่งเล็ก ๆ กับคนในห้อง

[ ถ้าไม่ใช่เพราะยัยนี่คือเหยื่อของพี่เจี้ยน ฉันเองก็ยังต้องให้พี่บ้านั่นช่วยพูดกับพ่อเรื่องปลดล็อกบัตรเครดิตล่ะก็ ฉันจะอาละวาดให้ยัยหน้าสวยนี่กระเจิงไปเลย เหอะ! ]

หวังเจี้ยนคนนั้นงานไวดีจริง มู่เสวี่ยคิด

หญิงสาวไม่คิดว่าคนที่กล่าวถึงจะรีบไปสั่งการน้องสาวเร็วขนาดนั้น แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี หวังปิงปิงเองก็จะได้ไม่มาระรานเธอด้วย

เมื่อรู้ไพ่ในมือของอีกฝ่าย มู่เสวี่ยก็ปรับสีหน้าให้กลายเป็นเด็กสาวผู้ใสซื่อทันที เธอส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้หวังปิงปิง

“เธอนี่เองคือน้องสาวของรุ่นพี่ เมื่อตอนกลางวันพี่เจี้ยนเพิ่งเล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟัง เขาบอกว่าน้องสาวเป็นคนน่ารัก และเป็นคนพูดตรง ๆ” พูดจบก็ปิดหนังสือในมือแล้วชะโงกตัวขึ้นไปมองเพื่อนที่อยู่เตียงชั้นบน

“ซูเหมียนก็อย่าโกรธเธอเลยนะ” มู่เสวี่ยพูดด้วยเสียงอ่อนโยน

การใส่หน้ากากเข้าหาผู้อื่น เธอก็ถนัดเช่นกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 75

    ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์หลังจากวันไปออกงานเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี จู่ๆวันหนึ่งนิ่งหลงก็โทรเข้ามาเพื่อชวนกลับบ้านของเขาอีกครั้ง“คุณปู่กลับจากต่างประเทศแล้ว อยากให้เธอไปเยี่ยม เย็นนี้ฉันจะไปรับ”มู่เสวี่ยยิ้มทันทีที่ได้ยิน อดคิดถึงคุณปู่ไม่ได้เหมือนกัน เธอจำได้แค่ว่าท่านเป็นคนใจดี ตั้งแต่เด็กก็เอาใจใส่เธอเสมอเมื่อเธอไปหา“ได้ค่ะ” เธอตอบรับเมื่อวางสายเธอก็หันไปเลือกเสื้อผ้าในตู้ เมื่อก่อนไม่ได้คิดมากเรื่องก่รแต่งกายนัก แต่เมื่อพร้อมตกลงปลงใจกับนิ่งหลงแล้วก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาบ้างถ้าจำไม่ผิดพ่อของเธอพาไปเที่ยวเล่นที่ตระกูลนิ่งครั้งแรกตอนอายุยังไม่ถึงสิบขวบดี แต่เหมือนทางฝั่งตระกูลนิ่งจะแวะเวียนไปมาหาสู่ตระกูลมู่ก่อนหน้านั้นตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้แล้วสรุปแล้วในเย็นวัน มู่เสวี่ยเพียงแค่แต่งตัวสบาย ๆ เหมือนไปพบผู้ใหญ่ในบ้านเท่านั้น จะอย่างไรแบบนี้กลับเป็นกันเองมากกว่าพอรถแล่นผ่านประตูรั้วเข้าคฤหาสน์ เธอและนิ่งหลงก็ถูกพาไปที่ห้องทำงานของนายท่านใหญาตระกูลนิ่งทันทีเมื่อมู่เสวี่ยเดินเข้าไปถึง ชายชราที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบนโต๊ะก็ยิ้มกว้างแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด“เสวี่ย

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 74

    *** ระหว่างที่หวังเจี้ยนกำลังตกตะลึง มู่เสวี่ยที่เดินผ่านไปก็หันมาสบตากับเขาพอดี เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนอีกฝ่ายตระกูลหวังยังไม่ล้มสินะ หญิงสาวคิดเมื่อผู้คนเริ่มละความสนใจจากเธอและคู่หมั้น เธอจึงขอตัวจากนิ่งหลงที่หน้าบึงตึงออกมาแล้วเดินไปหาที่นั่งมุมห้อง หวังเจี้ยนจึงได้โอกาสเข้าไปคุยกับเธอหลังจากที่รอจังหวะอยู่นาน แต่ความจริงที่มู่เสวี่ยออกมาที่ตรงนี้เพราะต้องการให้เขาเข้าหานั่นแหละ“สวัสดีค่ะรุ่นพี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” มู่เสวี่ยเอ่ยทักทายก่อน ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม ไม่มีร่องรอยความอึดอัดใจที่ความลับเรื่องฐานะของตนเองถูกเปิดเผย“น้องมู่เสวี่ย…” หวังเจี้ยนกำลังจะพูดอะไรสักอย่างแต่ถูกหญิงสาวตรงหน้าขัดขึ้นมาก่อน“เรียกฉันว่าคุณหนูมู่เหมือนคนอื่นจะดีกว่านะคะ” เธอยิ้ม แต่รอยยิ้มครั้งนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนทุกทีหวังเจี้ยนรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที ปกติเป็นเขาที่ต้องโอ้อวดฐานะของตนเอง พอรู้ว่าเทียบเธอไม่ติดก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี“ฉันเพิ่งได้ยินเรื่องน้องสาวของรุ่นพี่มา ถ้าจะบอกว่ายินดีคงเป็นการเยาะเย้ยคราวเคราะห์ของเธอ แต่สมควรหรือเปล่าคะที่ใช้ชีวิต

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 73

    สองสัปดาห์ถัดมา หวังเจี้ยนได้รับเชิญไปงานเลี้ยงสังสรรค์ทางธุรกิจของกลุ่มทุนแห่งหนึ่งในฐานะตัวแทนบริษัทของครอบครัว แม้สถานะทางธุรกิจจะเล็กลงกว่าเดิมมากจากเหตุการณ์ของพ่อ แต่ก็ถูกสามีของหวังปิงปิงช่วยพยุงเอาไว้ ถึงอีกฝ่ายจะทำไปเพราะคิดไม่ซื่อก็ตาม เขาก็ต้องยอมรับการช่วยเหลือนี้อยู่ดี อีกทั้งยังต้องสานสัมพันกับบริษัทอื่นต่อไปจึงมาร่วมงานนี้ความจริงงานนี้จัดมาค่อนข้างยิ่งใหญ่ แต่เพราะยิ่งใหญ่นั่นแหละจึงมีผู้คนถูกเชิญมาด้วยเป็นจำนวนมาก ใครมีเส้นสายก็พยายามดันตัวเองเข้ามาที่นี่เพื่อสร้างคอนเนคชันให้มากขึ้นหวังเจี้ยนก็เดินวนเวียนทักทายผู้คนในงาน ทุกคนก็ตอบรับอย่างดี เหล่านักธุรกิจย่อมรู้ดี ผู้ล้มในวันนี้ วันหน้าอาจกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้ พวกเขาจึงไม่หักหน้ากันซึ่งหน้าหากไม่ใช้ศัตรูชั่วชีวิต ถึงแม้ว่าตอนนี้บริษัทตระกูลหวังจะตกต่ำก็ตามในขณะที่งานกำลังดำเนินไปได้สวย จู่ๆ ผู้คนทางหนึ่งก็ฮือฮาขึ้นมาและพากันเฮโลไปทางนั้น หวังเจี้ยนที่กำลังกระชับมิตรกับบริษัทคู่ค้าเดิมก็หันมองตาม“หืม ทำไมทายาทตระกูลนิ่งถึงมางานนี้ด้วยล่ะ” ชายคนหนึ่งที่พยายามจะเบียดตัวเข้าไปใกล้ศูนย์กลางเหตุการณ์แล้วถูกพลักออกม

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 72

    ***ทางด้านมู่เสวี่ยอาจสงบสุขแล้ว แต่ทางด้านหวังเจี้ยนยังคงมีแต่คำถามในใจแม้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ตำรวจเข้าจับกุมพ่อของเขาในคดีให้สินบนเจ้าพนักงานจนธุรกิจของตระกูลหวังพังทลายลงในชั่วข้ามคืน หวังเจี้ยนเอาแต่ตั้งคำถามกับเรื่องนี้มาตลอดว่าทำไมพ่อผู้รอบคอบมาตลอดชีวิตของเขาถึงกระทำเช่นนั้นอย่างไม่ระวังตัวแน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อผิด จะอย่างไรเขาเห็นการยัดเงินใต้โต๊ะแบบนี้มาตั้งแต่เด็กโต คล้ายจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตด้วยซ้ำสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การที่มีคนรู้ว่าพวกเขาทำผิดกฎหมาย แต่คือทำไมเรื่องอื้อฉาวนี้ถึงประเดประดังเข้ามาใช่ช่วงจังหวะที่ธุรกิจอยู่ในจุดเสี่ยงพอดีต่างหากตอนนี้เมื่อธุรกิจครอบครัวเกือบล้มละลาย น้องสาวต้องจำใจแต่งงานเพื่อแลกเงินมาประคองกิจการที่เหลืออยู่ หวังเจี้ยนจึงต้องการหาความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังการวางกับดักครั้งนี้กันแน่ เพราะดูอย่างไรมันก็เกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะเกินไปด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง เขาจึงติดต่อขอพบกับผู้จัดการของเยี่ยนไท่คนหนึ่งที่เคยรู้จักกันมาก่อน หวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าคำอธิบายอย่า

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 71

    “เย็นนี้ต้องไปไหนไหม” นิ่งหลงถามขึ้นมา“ไม่นะคะ วันนี้ฉันว่างทั้งวันเลย” มู่เสวี่ยส่ายศีรษะตอนนี้คือเวลาบ่ายสามแล้ว และเป็นช่วงสุดสัปดาห์ เธอมีแพลนว่าจะไปนอนพักที่บ้าน อีกทั้งย้ายมาอยู่ที่คอนโดจึงไม่มีอะไรให้ทำนอกจากอ่านหนังสือ“งั้นไปกินข้าวกับฉันที่บ้าน” นิ่งหลงสรุปแผนการให้เบ็ดเสร็จโดยไม่ถามสักคำความเผด็จการของเขานั้น มู่เสวี่ยเคยชินจนไม่รู้จะชินอย่างไรแล้ว แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นบ้านเขาแทนที่จะเป็นร้านอาหารอร่อย ๆ ก็ตาม แต่เธอก็อดประหม่าเล็กน้อยไม่ได้เพราะไม่ได้ไปที่นั่นมานานพอดู“เธอนั่งเล่นไปก่อน ฉันต้องเคลียร์งาน” นิ่งหลงค่อนข้างตามใจคู่หมั้นของตนเอง แต่กับงานแล้วเขาก็จริงจังเช่นกัน จึงไม่ได้นั่งเป็นเพื่อนอีกฝ่ายและปล่อยให้เธอเล่นโทรศัพท์รอมู่เสวี่ยก็ไม่ได้อยากให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อน บางครั้งการได้นั่งมองใบหน้าหล่อ ๆ ที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งก็เพลินดีเหมือนกันจวบกระทั่งห้าโมงเย็น นิ่งหลงขับรถพามู่เสวี่ยไปที่บ้านด้วยตนเอง หยางเทาถูกส่งให้ไปทำงานอื่น และหากไม่จำเป็นเลขาหญิงของเขาก็ไม่ได้มีหน้าที่มาขับรถให้จึงไม่ได้เรียกใช้ ที่ด้านหลังจึงตามติดมาด้วยรถบอดี้การ์ดสองคันโดย

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 70

    ***ปัญหาบางส่วนของมู่เสวี่ยได้รับการแก้ไขแล้ว ศัตรูบ้างทำลายตัวเอง บ้างยุติความแค้นลง คงเหลือเพียงน้องสาว แม่เลี้ยง และผู้บงการเบื้องหลังที่ทำให้ตระกูลมู่ล่มสลาย แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาไปจัดการคนเหล่านั้น เธอต้องเรียนให้จบเสียก่อน หลังจากนั้นจะได้ทำอะไรได้ง่ายขึ้น“นิ่งหลงอยู่ไหมคะ” มู่เสวี่ยถามเลขาหน้าห้องของนิ่งหลง“สวัสดีค่ะคุณมู่ เจ้านายอยู่ข้างในกับคุณเลขาหยางค่ะ” เลขาสาวหน้าห้องลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหามู่เสวี่ย“เอ๋ มีธุระเหรอคะ เดี๋ยวฉันนั่งรอก่อนก็ได้” มู่เสวี่ยตอบกลับ เธอค่อนข้างเกรงใจที่จะเข้าไปรบกวนชายหนุ่ม“คุณมู่สามารถเข้าไปได้เลยค่ะ เจ้านายสั่งไว้ว่าถ้าคุณมา สามารถเข้าไปหาได้เลยทุกกรณี” เธอพูดพลางผายมือไปทางประตู ทำท่าจะเปิดให้เมื่อพูดมาแบบนั้นมู่เสวี่ยย่อมไม่เกรงใจแล้ว วันนี้เธอเดินทางมาด้วยตัวเองไม่ได้ให้นิ่งหลงหรือคนของเขาไปรับ อีกทั้งยังไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เธอแค่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำเพราะหลินซานซานขอตัวกลับบ้านไปงานแต่งญาตคนหนึ่งจึงไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนในวันหยุดก๊อก ๆ“คุณมู่มาค่ะท่าน” เลขสาวเพียงแค่แจ้งเท่านั้นก่อนจะเปิดประตูเข้าไปทันทีเธอคนนี้เป็นผู้ช่วยอีกหนึ่งคนข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status