共有

ตอนที่ 11

last update 公開日: 2026-08-13 19:16:54

“น้องมู่เสวี่ยมาจากเมืองไหนครับ ไม่ใช่คนเมืองนี้ใช่ไหม”

“ฉันมาจากเมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือค่ะ พี่เจี้ยนน่าจะไม่รู้จัก” มู่เสวี่ยตอบกลับด้วยท่าทางใสซื่อ “แล้วพี่เจี้ยนล่ะค่ะ เป็นคนที่นี่หรือเปล่า” เธอถาม

และนี่ต่างหากเป้าหมายที่แท้จริงของมู่เสวี่ย

หนึ่งในเพื่อนสาวทั้งสามของมู่เสวี่ยมีชื่อว่า หวังปิงปิง เธอมีฐานะเป็นน้องสาวของหวังเจี้ยนคนนี้ อีกทั้งเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุดที่มู่เสวี่ยต้องจัดการให้ได้

พี่น้องตระกูลหวังค่อนข้างมีฐานะพอสมควร ทางบ้านทำบริษัทนำเข้าและส่งออกเฟอร์นิเจอร์ พวกเขาอาจไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ในสายงานของตัวเอง แต่ก็มีคอนเนคชันกับโรงแรมหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งเป็นคู่แข่งกับโรงแรมในเครือของตระกูลมู่โดยตรง

พอหวังปิงปิงรู้ว่ามู่เสวี่ยเป็นใครแล้วนำไปบอกครอบครัวจนไปถึงหูทางฝั่งคู่แข่ง พวกเขาก็ใช้เธอเป็นสายข่าวสืบหาความเป็นไปของตระกูลมู่ทันทีผ่านมู่เสวี่ยทันที และนี่เป็นตัวเร่งให้ตระกูลของมู่เสวี่ยถึงจุดตกต่ำ

“ใช่แล้ว พี่เป็นคนที่นี่ จะว่าไปน้องสาวพี่ก็เข้าเรียนสาขาเดียวกับน้องมู่เสวี่ยนะ วันหน้าสมควรรู้จักกันไว้” หวังเจี้ยนตอบคำถาม ทั้งยังแนะนำคล้ายหวังดี

แม้ไม่ต้องมีกล่องข้อความบอกแต่มีหรือที่มู่เสวี่ยจะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร

หวังปิงปิงนั้นเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ เห็นคนที่ต่ำกว่าเป็นเบี้ยล่าง เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนล้วนเป็นมือเป็นเท้าให้ จะเกรงใจก็แต่เธอที่ฐานะดีกว่า

ถ้าเทียบกันแล้ว มู่เสวี่ยเป็นคนที่ค่อนข้างฟุ่มเฟือยพอสมควรเนื่องจากทางบ้านฐานะดีมากจนไม่สนใจค่าเงินเท่าไหร่ แต่หวังปิงปิงกลับค่อนข้างฟุ้งเฟ้อเพราะต้องการอวดรวยจากการเป็นทายาทรุ่นที่สองของตระกูลผู้มีอันจะกิน

แต่ด้วยฐานะในตอนนี้มู่เสวี่ยคิดว่าหวังเจี้ยนต้องการให้เธอเป็นเบ้คอยให้น้องสาวตัวเองเรียกใช้มากกว่า เพราะเห็นเธอดูเหมือนจะหัวอ่อน

ปัญหาคือเธอต้องสนิทกับหวังปิงปิงอยู่ดีหากต้องการสืบสาวถึงตัวการเบื้องหลังที่วางแผนจัดการโรงแรมในเครือตระกูลมู่ หากถามว่าต้องการจัดการหวังปิงปิงด้วยไหม แน่นอนว่าต้องการมาก แต่เธอจำต้องอดทนไว้ก่อน

เมื่อเดินมาถึงมุมสนามหญ้าแห่งหนึ่งที่นักศึกษามานั่งพักผ่อนกัน เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของมู่เสวี่ยก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดู พอเห็นชื่อของนิ่งหลง รอยยิ้มเสแสร้งที่ทำมาตลอดก็อ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม

“ฉันขอรับสายสักครู่นะคะ” พูดจบมู่เสวี่ยก็แยกตัวห่างออกมา

เธอรับสายแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงร่าเริง “นิ่งหลง แปลกจังที่นายโทรมาวันเดียวถึงสองรอบเนี่ย”

“มู่เสวี่ย ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน” เสียงตอบกลับจากปลายสายมีความไม่พอใจแฝงอยู่อย่างเด่นชัด

“ฉันกำลังเดินเล่นอยู่กับรุ่นพี่ในคณะ เขาแนะนำมหาวิทยาลัยให้น่ะ” เธอเล่าออกไปทันที จะอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบัง

“กลับได้แล้ว! ไปอยู่กับผู้ชายสองต่อสองได้ยังไง” น้ำเสียงของนิ่งหลงค่อนข้างเย็นชา และวิธีการพูดไม่ต่างจากการออกคำสั่ง

หากเป็นเมื่อก่อนมู่เสวี่ยอาจไม่พอใจ แต่ตอนนี้คงได้แต่ขำ เธอรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเกิดความหึงหวงขึ้นมา

“สองต่อสองอะไรกัน คนแถวนี้เป็นร้อยได้มั้ง แต่ก็จะกลับแล้วล่ะ แล้วคุณว่าที่สามีทำไมถึง…” ยังไม่ทันที่มู่เสวี่ยจะถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธอมาเดินกับรุ่นพี่แค่สองคนไม่ใช่เป็นหมู่คณะ แต่อีกฝ่ายก็ตัดสายไปก่อน

“ถ้าอยู่ใกล้ๆนะ แม่จะกระโดดกอดตอนนี้เลย ดูว่าจะนิสัยเสียแบบนี้ได้อีกไหม หึ!” เธอถลึงตาใส่โทรศัพท์ก่อนจะเดินกลับไปหารุ่นพี่ที่กำลังเล่นโทรศัพท์รออยู่

“ใครโทรมาเหรอ” หวังเจี้ยนถาม

คำถามนี้ค่อนข้างละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัว เขาทำราวกับว่าเธอเป็นสมบัติของตนเองไปเสียแล้ว

“คนในครอบครัวค่ะ” มู่เสวี่ยยิ้มตอบ

***

หลังจากแยกย้ายกับหวังเจี้ยน มู่เสวี่ยก็เดินทอดน่องกลับมาที่หอพักนักศึกษา เมื่อหญิงสาวผลักประตูห้องพักหมายเลข 302 เข้าไปก็พบว่าภายในห้องมีนักศึกษาหญิงสองคนกำลังจัดข้าวของอยู่

“อ๊ะ! สวัสดี เธอคงเป็นเพื่อนร่วมห้องอีกคนสินะ” ผู้ทักทายเป็นหญิงสาวร่างเล็ก ผมตัดสั้นประบ่า เธอส่งยิ้มมาอย่างร่าเริง ดูไปแล้วค่อนข้างที่จะเป็นคนใจกล้าและอัธยาศัยดี

“ฉันชื่อ เฉียวเฉียว มาจากเมืองทางใต้ ยินดีที่ได้รู้จัก” เธอแนะนำตัวก่อนจะหันไปสาละวนกับกองขนมที่พยายามยัดเข้าไปในตู้ให้หมด

อีกฝั่งหนึ่งของห้องมีหญิงสาวร่างผอมกำลังจัดผ้าปูที่นอนเตียงล่างสุดอยู่ พอได้ยินเฉียวเฉียวพูดกับใครอีกคนก็เงยหน้าขึ้นมามอง เธอสวมแว่นตากรอบหนา ลักษณะท่าทางดูเรียบร้อย

“สะ สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อ ซูเหมียน” ซูเหมียนพูดเสียงเบาพร้อมกับยิ้มบาง น้ำเสียงตะกุกตะกักแบบนั้นทำให้รู้สึกว่าเธอค่อนข้างขี้อายและคุยไม่ค่อยเก่ง

แต่ใด ๆ แล้วมู่เสวี่ยนั้นรู้สันดานของแต่ละคนดี ในใจจึงแอบยิ้มเยาะการแสร้งทำแบบนี้

“ฉันชื่อ มู่เสวี่ย มาจากเมืองทางตอนเหนือ ยินดีที่ได้รู้จักพวกเธอทั้งสองคนนะ” มู่เสวี่ยส่งยิ้มหวานตอบกลับไป

ในขณะที่ทั้งสามกำลังพูดคุยทำความรู้จักกันอยู่นั้นเอง ประตูห้องก็ถูกกระแทกเปิดอย่างแรง

เฉียวเฉียวและซูเหมียนสะดุ้งสุดตัว พวกเธออยู่เตียงด้านนอกจึงใกล้กับประตูมากกว่า ส่วนมู่เสวี่ยที่กำลังหยิบหนังสือหมายจะนำมาอ่านเล่นเพียงแค่เหลือบมองเท่านั้น

“โอ้ย! ตกใจหมด” เฉียวเฉียวพึมพำ เมื่อเห็นคนที่น่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้องคนสุดท้ายที่ดูไม่เป็นมิตรจึงรีบปีนขึ้นเตียงหนีก่อน

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 75

    ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์หลังจากวันไปออกงานเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี จู่ๆวันหนึ่งนิ่งหลงก็โทรเข้ามาเพื่อชวนกลับบ้านของเขาอีกครั้ง“คุณปู่กลับจากต่างประเทศแล้ว อยากให้เธอไปเยี่ยม เย็นนี้ฉันจะไปรับ”มู่เสวี่ยยิ้มทันทีที่ได้ยิน อดคิดถึงคุณปู่ไม่ได้เหมือนกัน เธอจำได้แค่ว่าท่านเป็นคนใจดี ตั้งแต่เด็กก็เอาใจใส่เธอเสมอเมื่อเธอไปหา“ได้ค่ะ” เธอตอบรับเมื่อวางสายเธอก็หันไปเลือกเสื้อผ้าในตู้ เมื่อก่อนไม่ได้คิดมากเรื่องก่รแต่งกายนัก แต่เมื่อพร้อมตกลงปลงใจกับนิ่งหลงแล้วก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาบ้างถ้าจำไม่ผิดพ่อของเธอพาไปเที่ยวเล่นที่ตระกูลนิ่งครั้งแรกตอนอายุยังไม่ถึงสิบขวบดี แต่เหมือนทางฝั่งตระกูลนิ่งจะแวะเวียนไปมาหาสู่ตระกูลมู่ก่อนหน้านั้นตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้แล้วสรุปแล้วในเย็นวัน มู่เสวี่ยเพียงแค่แต่งตัวสบาย ๆ เหมือนไปพบผู้ใหญ่ในบ้านเท่านั้น จะอย่างไรแบบนี้กลับเป็นกันเองมากกว่าพอรถแล่นผ่านประตูรั้วเข้าคฤหาสน์ เธอและนิ่งหลงก็ถูกพาไปที่ห้องทำงานของนายท่านใหญาตระกูลนิ่งทันทีเมื่อมู่เสวี่ยเดินเข้าไปถึง ชายชราที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบนโต๊ะก็ยิ้มกว้างแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด“เสวี่ย

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 74

    *** ระหว่างที่หวังเจี้ยนกำลังตกตะลึง มู่เสวี่ยที่เดินผ่านไปก็หันมาสบตากับเขาพอดี เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนอีกฝ่ายตระกูลหวังยังไม่ล้มสินะ หญิงสาวคิดเมื่อผู้คนเริ่มละความสนใจจากเธอและคู่หมั้น เธอจึงขอตัวจากนิ่งหลงที่หน้าบึงตึงออกมาแล้วเดินไปหาที่นั่งมุมห้อง หวังเจี้ยนจึงได้โอกาสเข้าไปคุยกับเธอหลังจากที่รอจังหวะอยู่นาน แต่ความจริงที่มู่เสวี่ยออกมาที่ตรงนี้เพราะต้องการให้เขาเข้าหานั่นแหละ“สวัสดีค่ะรุ่นพี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” มู่เสวี่ยเอ่ยทักทายก่อน ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม ไม่มีร่องรอยความอึดอัดใจที่ความลับเรื่องฐานะของตนเองถูกเปิดเผย“น้องมู่เสวี่ย…” หวังเจี้ยนกำลังจะพูดอะไรสักอย่างแต่ถูกหญิงสาวตรงหน้าขัดขึ้นมาก่อน“เรียกฉันว่าคุณหนูมู่เหมือนคนอื่นจะดีกว่านะคะ” เธอยิ้ม แต่รอยยิ้มครั้งนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนทุกทีหวังเจี้ยนรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที ปกติเป็นเขาที่ต้องโอ้อวดฐานะของตนเอง พอรู้ว่าเทียบเธอไม่ติดก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี“ฉันเพิ่งได้ยินเรื่องน้องสาวของรุ่นพี่มา ถ้าจะบอกว่ายินดีคงเป็นการเยาะเย้ยคราวเคราะห์ของเธอ แต่สมควรหรือเปล่าคะที่ใช้ชีวิต

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 73

    สองสัปดาห์ถัดมา หวังเจี้ยนได้รับเชิญไปงานเลี้ยงสังสรรค์ทางธุรกิจของกลุ่มทุนแห่งหนึ่งในฐานะตัวแทนบริษัทของครอบครัว แม้สถานะทางธุรกิจจะเล็กลงกว่าเดิมมากจากเหตุการณ์ของพ่อ แต่ก็ถูกสามีของหวังปิงปิงช่วยพยุงเอาไว้ ถึงอีกฝ่ายจะทำไปเพราะคิดไม่ซื่อก็ตาม เขาก็ต้องยอมรับการช่วยเหลือนี้อยู่ดี อีกทั้งยังต้องสานสัมพันกับบริษัทอื่นต่อไปจึงมาร่วมงานนี้ความจริงงานนี้จัดมาค่อนข้างยิ่งใหญ่ แต่เพราะยิ่งใหญ่นั่นแหละจึงมีผู้คนถูกเชิญมาด้วยเป็นจำนวนมาก ใครมีเส้นสายก็พยายามดันตัวเองเข้ามาที่นี่เพื่อสร้างคอนเนคชันให้มากขึ้นหวังเจี้ยนก็เดินวนเวียนทักทายผู้คนในงาน ทุกคนก็ตอบรับอย่างดี เหล่านักธุรกิจย่อมรู้ดี ผู้ล้มในวันนี้ วันหน้าอาจกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้ พวกเขาจึงไม่หักหน้ากันซึ่งหน้าหากไม่ใช้ศัตรูชั่วชีวิต ถึงแม้ว่าตอนนี้บริษัทตระกูลหวังจะตกต่ำก็ตามในขณะที่งานกำลังดำเนินไปได้สวย จู่ๆ ผู้คนทางหนึ่งก็ฮือฮาขึ้นมาและพากันเฮโลไปทางนั้น หวังเจี้ยนที่กำลังกระชับมิตรกับบริษัทคู่ค้าเดิมก็หันมองตาม“หืม ทำไมทายาทตระกูลนิ่งถึงมางานนี้ด้วยล่ะ” ชายคนหนึ่งที่พยายามจะเบียดตัวเข้าไปใกล้ศูนย์กลางเหตุการณ์แล้วถูกพลักออกม

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 72

    ***ทางด้านมู่เสวี่ยอาจสงบสุขแล้ว แต่ทางด้านหวังเจี้ยนยังคงมีแต่คำถามในใจแม้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ตำรวจเข้าจับกุมพ่อของเขาในคดีให้สินบนเจ้าพนักงานจนธุรกิจของตระกูลหวังพังทลายลงในชั่วข้ามคืน หวังเจี้ยนเอาแต่ตั้งคำถามกับเรื่องนี้มาตลอดว่าทำไมพ่อผู้รอบคอบมาตลอดชีวิตของเขาถึงกระทำเช่นนั้นอย่างไม่ระวังตัวแน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อผิด จะอย่างไรเขาเห็นการยัดเงินใต้โต๊ะแบบนี้มาตั้งแต่เด็กโต คล้ายจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตด้วยซ้ำสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การที่มีคนรู้ว่าพวกเขาทำผิดกฎหมาย แต่คือทำไมเรื่องอื้อฉาวนี้ถึงประเดประดังเข้ามาใช่ช่วงจังหวะที่ธุรกิจอยู่ในจุดเสี่ยงพอดีต่างหากตอนนี้เมื่อธุรกิจครอบครัวเกือบล้มละลาย น้องสาวต้องจำใจแต่งงานเพื่อแลกเงินมาประคองกิจการที่เหลืออยู่ หวังเจี้ยนจึงต้องการหาความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังการวางกับดักครั้งนี้กันแน่ เพราะดูอย่างไรมันก็เกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะเกินไปด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง เขาจึงติดต่อขอพบกับผู้จัดการของเยี่ยนไท่คนหนึ่งที่เคยรู้จักกันมาก่อน หวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าคำอธิบายอย่า

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 71

    “เย็นนี้ต้องไปไหนไหม” นิ่งหลงถามขึ้นมา“ไม่นะคะ วันนี้ฉันว่างทั้งวันเลย” มู่เสวี่ยส่ายศีรษะตอนนี้คือเวลาบ่ายสามแล้ว และเป็นช่วงสุดสัปดาห์ เธอมีแพลนว่าจะไปนอนพักที่บ้าน อีกทั้งย้ายมาอยู่ที่คอนโดจึงไม่มีอะไรให้ทำนอกจากอ่านหนังสือ“งั้นไปกินข้าวกับฉันที่บ้าน” นิ่งหลงสรุปแผนการให้เบ็ดเสร็จโดยไม่ถามสักคำความเผด็จการของเขานั้น มู่เสวี่ยเคยชินจนไม่รู้จะชินอย่างไรแล้ว แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นบ้านเขาแทนที่จะเป็นร้านอาหารอร่อย ๆ ก็ตาม แต่เธอก็อดประหม่าเล็กน้อยไม่ได้เพราะไม่ได้ไปที่นั่นมานานพอดู“เธอนั่งเล่นไปก่อน ฉันต้องเคลียร์งาน” นิ่งหลงค่อนข้างตามใจคู่หมั้นของตนเอง แต่กับงานแล้วเขาก็จริงจังเช่นกัน จึงไม่ได้นั่งเป็นเพื่อนอีกฝ่ายและปล่อยให้เธอเล่นโทรศัพท์รอมู่เสวี่ยก็ไม่ได้อยากให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อน บางครั้งการได้นั่งมองใบหน้าหล่อ ๆ ที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งก็เพลินดีเหมือนกันจวบกระทั่งห้าโมงเย็น นิ่งหลงขับรถพามู่เสวี่ยไปที่บ้านด้วยตนเอง หยางเทาถูกส่งให้ไปทำงานอื่น และหากไม่จำเป็นเลขาหญิงของเขาก็ไม่ได้มีหน้าที่มาขับรถให้จึงไม่ได้เรียกใช้ ที่ด้านหลังจึงตามติดมาด้วยรถบอดี้การ์ดสองคันโดย

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 70

    ***ปัญหาบางส่วนของมู่เสวี่ยได้รับการแก้ไขแล้ว ศัตรูบ้างทำลายตัวเอง บ้างยุติความแค้นลง คงเหลือเพียงน้องสาว แม่เลี้ยง และผู้บงการเบื้องหลังที่ทำให้ตระกูลมู่ล่มสลาย แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาไปจัดการคนเหล่านั้น เธอต้องเรียนให้จบเสียก่อน หลังจากนั้นจะได้ทำอะไรได้ง่ายขึ้น“นิ่งหลงอยู่ไหมคะ” มู่เสวี่ยถามเลขาหน้าห้องของนิ่งหลง“สวัสดีค่ะคุณมู่ เจ้านายอยู่ข้างในกับคุณเลขาหยางค่ะ” เลขาสาวหน้าห้องลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหามู่เสวี่ย“เอ๋ มีธุระเหรอคะ เดี๋ยวฉันนั่งรอก่อนก็ได้” มู่เสวี่ยตอบกลับ เธอค่อนข้างเกรงใจที่จะเข้าไปรบกวนชายหนุ่ม“คุณมู่สามารถเข้าไปได้เลยค่ะ เจ้านายสั่งไว้ว่าถ้าคุณมา สามารถเข้าไปหาได้เลยทุกกรณี” เธอพูดพลางผายมือไปทางประตู ทำท่าจะเปิดให้เมื่อพูดมาแบบนั้นมู่เสวี่ยย่อมไม่เกรงใจแล้ว วันนี้เธอเดินทางมาด้วยตัวเองไม่ได้ให้นิ่งหลงหรือคนของเขาไปรับ อีกทั้งยังไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เธอแค่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำเพราะหลินซานซานขอตัวกลับบ้านไปงานแต่งญาตคนหนึ่งจึงไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนในวันหยุดก๊อก ๆ“คุณมู่มาค่ะท่าน” เลขสาวเพียงแค่แจ้งเท่านั้นก่อนจะเปิดประตูเข้าไปทันทีเธอคนนี้เป็นผู้ช่วยอีกหนึ่งคนข

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status