LOGINและก็มีทีมงานคนหนึ่งเดินมากระซิบกับปริญญ์ว่า นักแสดงที่จะต้องรับบทนี้นั้นมาไม่ได้แล้ว เพราะเกิดประสบอุบัติเหตุระหว่างทางเข้า ปริญญ์มองปาณิศารุ่นน้องคนสนิทก่อนที่จะมองสำรวจมาทางชนาวิชญ์อย่างพินิจพิจารณาก่อนที่จะตอบรับสุทธิโชคออกไป
“ใช่ครับ น้องเป็นคนของปาณิศารุ่นน้องของผมเอง ยังไงฝากคุณสุทธิโชคพิจารณาและเอ็นดูน้องด้วยนะครับ”
เพราะมีโอกาสยากที่จะได้ร่วมงานกับทางสุทธิโชค เพราะไม่ว่านักแสดงหรือบริษัทไหน ที่ได้ร่วมงานกัน นักแสดงคนนั้นเป็นต้องแจ้งเกิดกันทุกคน จึงต้องรับหน้าแก้สถานการณ์ตรงนี้ไปก่อน
“ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ เดี๋ยวนัดประชุมกันอีกทีวันนัดประชุมรวมนักแสดงก็แล้วกัน” สุทธิโชคยิ้มตอบรับอย่างพอใจ ก่อนที่จะหันไปมองทางชนาวิชญ์อีกครั้ง
“ทิชา เอาบทของพระเอกให้น้องปลาด้วย” เมื่อสุทธิโชคเดินออกไปแล้ว ปริญญ์จึงหันมาสั่งคนของตน ซึ่งก็คือคนที่ถือเอกสารฉบับโตออกมาตามหลังเขานั้นเอง
“ขอบคุณพี่ปริญญ์มากเลยนะคะ ถ้าอย่างนั้นปลาขอตัวพาคนของปลาไปเตรียมความพร้อมก่อนนะ” ปาณิศาหันมาขอบคุณทางรุ่นพี่ ก่อนที่จะเดินไปยืนข้าง ๆ กับชนาวิชญ์ที่เอาแต่งุดหน้ามีแต่คำถามอยู่ในใจ แล้วรีบพาเขากลับทันที เพราะกลัวว่าเขาจะปฏิเสธค้านขึ้นมา
“พี่ปลา นี่มันอะไรกัน?” เขาถามเธอขึ้นมาทันที เมื่อเข้ามาอยู่ภายในรถยนต์ของเธอกันสองคน
“อะไร?”
“ก็ไหนพี่บอกว่าจะพาผมมาดูงานเบื้องหลังไง ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้” เขาจ้องหน้าเธอเขม็งแล้วถามขึ้นมา พร้อมกับชูเอกสารฉับที่เธอวางอยู่ขึ้นมาตรงหน้าทันที
“ก็ใช่ แต่บังเอิญว่าคนที่จะมารับบทพระเอกเรื่องนี้เกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางมา พี่ปริญญ์เลยดึงนายมาแทนไง นี่เป็นโอกาสที่ดีเลยนะวิชญ์” เธอบอกเขาออกไปตามตรง เพราะเธอเองก็ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าเกิดเรื่องแบบนี้
“พี่แน่ใจนะ ว่าพี่ไม่ได้ไปติดสินบนอะไรกับไอ้คุณปริญญ์นั่น” เขาถามเพื่อความแน่ใจ เพราะสังกตุเห็นสายตาชายหนุ่มที่มองปาณิศานั่นเหมือนมีอะไรแอบแฝงอยู่
“ไม่มี” เธอพูดเช่นนั้น ก็กระชากรถออกไปทันที
ปาณิศาขับรถพาชนาวิชญ์มายังสถานบันเทิงที่เขาทำงานอยู่ ไม่ได้ไปอีกที่ ที่เขาไปดื่มเมื่อคืนนี้ จนทำให้เขารู้สึกแปลกใจว่าเธอคิดจะทำอะไรกับเขาอีกกันแน่
“มาทำไมแต่หัวค่ำ ผมเข้างานสองทุ่ม แล้วทำไมไม่ไปส่งผมที่ผับเมื่อคืนนี้ ผมจะไปเอารถ” เขาถามออกไปทันทีเมื่อรถจอดสนิท
“ฉันพานายมาลาออก” เธอตอบเขาออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ และใบหน้าที่เรียบเฉยไม่มีท่าทีอะไรแสดงออกมา
“ลาออกทำไม?” เขาได้แต่เลิกคิ้วถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมเธอถึงพาเขามาลาออกจากงานที่เขาทำอยู่
“ก็ต่อไปนี้ นายต้องเตรียมไปเป็นนักแสดงยังไง นายจะได้เล่นละครแล้วน่ะ” เธออธิบายบอกเหตุผลที่แท้จริงของเธอทำอยู่ตอนนี้ว่าคืออะไรทำไมเธอถึงเลือกวิธีนี้
“แต่มันตั้งอีกครึ่งปีเลยนะพี่ แล้วอีกอย่างชีวิตของผมยังต้องใช้เงิน ไหนจะคนที่บ้านอีก”
“ไปทำงานที่บ้านกับพ่อของฉันรอไปก่อนจนกว่าจะถึงวะนเปิดกล้อง” เธอออกคำสั่งกับคนในความดูแลทันที
“ไม่เอา” เขายังคงปฏิเสธเธออยู่ท่าเดียว
“นายไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะวิชญ์ รักษาคำพูดหน่อยสิ”
“เท่าที่ผมจำได้ ผมไม่เคยพูดหรือรับปากอะไรพี่ออกไปเลยนะ มีแต่พี่ที่จัดการเองทุกอย่าง” เขาได้แต่ขบกรามแน่นอดทนระงับเอาไว้ ไม่ให้ตัวเองระเบิดอารมณ์ออกมา
“ต่อไปฉันจะดูแลนายเอง” เธอยังคงพูดกับเขาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
“...” เขาหันไปขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ และพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ถูกคนรักสวมเขา แล้วยังมาเสียท่าพลาดให้กับความเจ้าเล่ห์ของผู้หญิงที่เป็นลูกสาวอดีตของเจ้านายอีก เขาไม่ได้เรื่องจริง ๆ เรื่องผู้หญิง
“ดูแลในฐานะผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดงในความดูแล นายต้องไปพักที่คอนโดฯฉันด้วย” เธอเอ่ยบอกเขา แกมยังออกคำสั่งจัดแจงชีวิตเขาอีกด้วย
“อะไรน่ะ!” ให้เขาออกจากงานที่ทำว่าตกใจแล้ว แต่ที่เขาได้ยินเมื่อกี้ที่เธอบอกให้เขาไปอยู่ที่คอนโดฯเธอยิ่งตกใจกว่าอีก
“ตามที่ได้ยินนั่นแหล่ะ”
“นี่ผมไม่มีสิทธิเลือกอะไรเลยใช่ไหม” เขาถอนหายใจอย่างจำยอม เพราะนึกถึงคำขู่ที่เธอขู่เขาเอาไว้ในตอนเช้า เรื่องของเขาและเธอ ทั้งที่ไม่มีอะไรเกินเลย แต่ทำไมเขาต้องกลัวด้วย แล้วอีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายไม่มีอะไรเสียหาย แต่ทำไมเขาต้องยอมทำตามในสิ่งที่เธอบอกไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“นายพลาดตั้งแต่ก้าวขาเข้าไปในคอนโดฯของฉันแล้วล่ะวิชญ์” เธอเอ่ยบอกเขาออกไปด้วยใบหน้าที่ล้อเลียนอย่างเช่นผู้ชนะ
“ผู้หญิงอะไรโคตรเจ้าเล่ห์ชะมัด...”
“นายเสียท่าฉันเอง”
“อย่าให้ตัวเองมาเสียท่าผมบ้างก็แล้วกัน” เขาขบกรามแน่นกัดฟันพูด ได้แต่พูดอยู่เดียวไม่ให้เธอได้ยิน
“นายพูดว่าอะไรน่ะ?”
“เปล๊า!!!” รีบเอ่ยปฏิเสธเสียงสูงขึ้นมาทันที เพราะกลัวเธอจะได้ยินในสิ่งที่เขาพูดไปเมื่อสักครู่ว่าเขาคิดจะทำอะไร
*
*
*
หกเดือนต่อมา
ตั้งแต่วันนั้นชนาวิชญ์ต้องยอมทำตามในสิ่งที่เธอบอก โดยการไปลาออกจากงานที่ทำ และกลับไปทำงานกับบิดาของเธออีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้เป็นคนขับรถแล้ว บิดาของเธอให้เข้าไปช่วยงานที่บริษัทแทน
และปาณิศาเองเข้าไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทตามที่เคยตกลงกันไว้กับบิดาก่อนหน้านั้น ว่าหลังจากที่เธอทำงานในวงการบันเทิงครบห้าปีแล้ว เธอต้องมาบริหารงานที่บริษัท
เดิมทีวันนี้เธอและเขาต้องไปทำงานที่กองถ่าย แต่ทางกองถ่ายโทรฯมาแจ้งยกเลิกเพราะสถานที่ยังไม่พร้อม เธอจึงพาเขามาที่บ้านแทน เพราะถูกบิดาโทรฯตาม เมื่อทราบว่าพวกเขาไม่ได้ไปกองถ่าย
ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของชนาวิชญ์แล้วที่เป็นนักศึกษา จึงไม่ได้เรียนหนักเหมือนปีก่อน ๆ เพราะเหลือแค่ทำวิจัยส่ง อีกไม่ถึงปีเขาก็จบแล้ว
บทส่งท้าย(จบ)หกเดือนต่อมางานมงคลสมรสเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นที่ลานหน้าบ้านหลังใหญ่ หลังจากที่ปาณิศาได้ให้กำเนิดลูกชาย ซึ่งตอนนี้ลูกชายมีอายุได้สาามเดือนแล้ว นั่นคือ ‘เด็กชายปานวิชญ์ พิสิษฐากูล’ หรือ น้องชินงานมงคลของวันนี้ชนาวิชญ์ได้เรียนเชิญแขกผู้ใหญ่และคนสนิทเท่านั้น รวมถึงเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่กรุงเทพฯของเขามาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยและคนที่จะต้องมาให้ได้ และเป็นสำคัญของงานเลยนั่นคือช่างภาพ คอยเก็บในบรรยากาศตลอดของงานนั่นเอง ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่ง ‘วรากร’“มึงถึงไหนแล้วว่ะไอ้กร” ชนาวิชญ์โทรสายจิกกลับเพื่อนอีกครั้ง เมื่อใกล้ถึงพิธีแล้วแต่เพื่อนยังไม่ถึงสักที[ถึงปากทางเข้าแล้ว ใจเย็น ๆ หน่อยสิว่ะ งานยังไม่เริ่มเลย]“ภายใน 5 นาที ถ้ามึงยังมาไม่ถึง กูจะจ้างช่างภาพคนอื่น” ชนาวิชญ์ขู่ออกไปอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก[เชี้ย!]“วิชญ์จะเดินไปเดินมาทำไมนักหนา ปลาเวียนหัวไปด้วยแล้ว” ปาณิศาเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาเดินไปเดินมาหลังจากแต่งตัวเสร็จรอเจ้าพิธี“วิชญ์ตื่นเต้นครับ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกกับเจ้าสาวสุดสวยของเขาในวันนี้“มือเย็นเชียว”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“บ่าวสาวไปเข้าพิธีได้แล้วจ้ะ ได้ฤกษ์แล้ว” คำน
มาทุกวันอยู่ได้สามเดือนต่อมาทุกคนเริ่มปรับตัวและเข้ากับคนที่นี่ได้แล้ว และก็ช่วยทำงานสวนได้เป็นอย่างดี โดยมีคนงานที่นี่คอยช่วยสอนงานให้อย่างเป็นมิตรชนาวิชญ์พึ่งพาปาณิศาไปรับประกาศนียบัตรจบจามหาวิทยาลัยมาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แวะไปทางไหนต่อ เพราะงานที่นี่ยุ่ง และหญิงสาวท้องโตแล้วด้วย“พวกมึงไม่คิดจะมาหากูบ้างเลยหรือไงว่ะ” ชนาวิชญ์ถามเพื่อนทั้งสองที่กรุงเทพฯ เมื่อวีดีโอคลอกลุ่มหากันนานแล้วที่พวสกเขาไม่ได้เจอกันกับเพื่อนทางนั้นเลย จะมีแต่เพื่อนของชนาวิชญ์ทางนี้ที่ขยันมาแทบจะทุกวัน ไม่รู้มันจะว่างอะไรนักหนา[มึงก็รู้ว่ากูงานยุ่ง ทั้งเรียนต่อ ทั้งงานที่บริษัท] ศุภวัฒน์ที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยดูมีภูมิฐาน นั่งประจำอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เอ่ยตอบกลับมา“ครับว่าที่ท่านประธานในอนาคต แล้วมึงล่ะไอ้กร เห็นแต่เที่ยวถ่ายรูปไปวัน ๆ ไม่คิดถึงกูบ้างหรือว่ะ” ชนาวิชญ์ขานรับอย่างรับรู้ แถมยังเอ่ยแซวออกไปด้วย ก่อนจะเอ่ยถามไปคนในสายอีกคน[เดี๋ยวกูเบื่อที่นี่ กูจะไปหามึงเองแหล่ะ ตอนนี้รับงานถ่ายรูปไว้เยอะเลย] วรากรตอบออกมา เมื่อรู้ว่าเพื่อนหมายถึงตน[เสียงเอะอะอะไรกันว่ะไอ้วิชญ์แทรกเข้ามา] ศุภวัฒน
ยินดีต้อนรับสู่บ้านเกิดณ บ้านของชนาวิชญ์“ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ” ชนิดาพนมมือไหว้เอ่ยต้อนรับทุกคนด้วยวาจาสุภาพอ่อนโยน ด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“น้องสาวผมเองครับหนูนิด ส่วนนี้แม่ของผมเองครับดูแลที่นี่แทนผมทุกอย่าง” ชนาวิชญ์จึงเอ่ยแนะนำครอบครัวของเขาให้ทุกคนรู้จัก“สวัสดีคะ/สวัสดีครับ”“เชิญทุกคนทางนี้เลยจ้ะ...” คำนางจึงพาทุกคนเดินไปทางที่พัก ที่ลูกชายแจ้งไว้แล้วว่าจะมีคนมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน“คุณพ่ออยู่ที่...” ชนาวิชญ์จึงหันมาเอายกับว่าที่พ่อตาของเขา“พ่อขอไปอยู่ร่วมกับพวกชัยดีกว่า ไม่รบกวนลูกหรอก” แต่ปราณนต์ดันขัดเอาไว้เสียก่อนเพราะรู้ดีว่าชนาวิชญ์จะพูดอะไร“แต่พ่อครับ”ปาณิศาจึงได้ปรามเขาไว้ เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อไม่ยอมมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับเธอหรอก ดีแค่ไหนแล้วที่ท่านยอมมาอยู่ด้วยกันที่นี่“เถอะน่า พ่ออยู่ได้วิชญ์” ปราณนต์พูดเช่นนั้นก็ถือกระเป๋าเดินตามทุกคนไปทางที่พักทันที“เราเข้าข้างในบ้านไปหายายกันเถอะครับ ข้างนอกอากาศร้อน” ชนาวิชญ์จึงเอ่ยชวนเธอเจ้าไปในบ้านหลังใหญ่ เพราะช่วงนี้อากาศอบอ้าว“น้ำจ้าพี่ปลาคนสวย” เมื่อเข้ามาภายในบ้าน เมื่อเคยมาครั้งที่แรก ชนิดาก็น้ำมาเสิร์ฟให้เ
พร้อมสู้ไปด้วยกัน“พร่ำกันจบแล้ว ก็รีบพากันเก็บของออกจากที่นี่ไปสะ” เป็นเสียงของบุคคลที่เดินเข้ามาภายในบ้านอย่างถือวิสาสะ“พี่อาร์ต!!!” ปาณิศาเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ว่าคนที่มาใหม่นั้นเป็นใคร ซึ่งเธอก็รู้จักสองพ่อลูกเป็นอย่างดี เพราะบิดาทำงานร่วมกัน“ใช่ พี่เอง เจ้าของบ้านคนใหม่ของบ้านหลังนี้ยังไง”“หมายความว่ายังไง”“ก็ตามที่ได้ยินนั้นแหล่ะ แต่ถ้าน้องปลาอยากได้บ้านคืนพี่มีวิธี”ปาณิศาลุกขึ้นยืน โดยมีผู้เป็นพ่อและชนาวิชญ์คอยช่วยประคอง เธอก้าวออกไปหาคนที่พูดขึ้นว่าจะเป็นเจ้าของคนใหม่ของบ้านหลังนี้“อย่าเข้ามาใกล้เมียผม” ชนาวิชญ์ผลักอกแกร่งให้ถอยออกห่างจากปาณิศาทันที เมื่อชายหนุ่มย่างกรายเข้ามาใกล้“หึ ไอ้ดารากระจอก ใฝ่สูงหวังจับคนรวย แต่เสียใจด้วยนะที่คนที่นายหวังจับหมดตัวเสียก่อน” ยศวรรธน์ยกยิ้มมุมปากพร้อมมองเหยียดเขาอย่างดูถูก“พี่จะมาพูดอะไรก็พูดออกมาเลย” ปาณิศาเข้าประเด็นทันที“มาเป็นเมียพี่สิ บ้านหลังนี้จะเป็นของน้องปลาทันที” เสียงเรียบนิ่งเอ่ย พร้อมใบหน้าดุร้ายมองมาที่เธออย่างเป็นผู้ชนะ“ไอ้ชั่ว!” ชนาวิชญ์กำมือแน่น พร้อมยกขึ้นหมายจะสาดใส่ใบหน้าคมของอีกฝ่ายทันที“เอาสิ ถ้ามึงกล้าต่
จบสิ้นหมดทุกอย่างแล้วรุ่งเช้าบ้านทัศนโสภณ“ไปทานข้าวกันก่อนครับ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกคนที่นั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับรอง ใบหน้าคอยแต่ชะเง้อไปทางประตูหน้าบ้านตลอด“ตอนนี้ฉันทานอะไรไม่ลงหรอกวิชญ์ ป่านนี้คุณพ่อกับน้าชัยยังไม่กลับมาเลย ปลาเป็นห่วงพ่อ...” น้ำเสียงอ่อนพร้อมกับใบหน้าที่มีแต่ความกังวลเอ่ยตอบกลับเขามา“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก ไปทานข้าวเช้ากันก่อนน่ะ” ชนาวิชญ์เดินไปนั่งลงข้าง ๆ แล้วเอ่ยปลอบเธออย่างอ่อนโยนหลังจากที่ปรึกษาหารือกับทางผู้ใหญ่พร้อมกับชดเชยค่าเสียหายต่าง ๆ เรื่องที่เขาหายออกไปจากงาน ในคืนก่อน และเรื่องภาพหลุดที่ถูกเผยแพร่ออกไปจนถึงเกือบเที่ยงคืนชนาวิชญ์เล่าบอกความจริงกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น จนสืบต้นตอของเรื่องทั้งหมดได้ ก็รีบจัดการแจ้งลบและแก้ข่าวให้ในทันที โดยใช้เรื่องกฎหมายเข้ามาช่วยส่วนหญิงสาวที่มีภาพหลุดมาด้วยนั้น คนของศุภวัฒน์ก็สืบทราบมาว่า หญิงสาวนั้นยถูกชายคนรักสวมเขา แล้วต้องการกลับมาหาชนาวิชญ์เพราะตอนนี้กำลังงมีชื่อเสียงปาณิศาทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับแขกคนสำคัญโดยการจัดอาหารมื้อสุดพิเศษ และชนาวิชญ์จึงใช้โอกาสนั้นบอกกับทางผู้ให
ปรึกษาหารือ“มีอะไรธิดา” เสียงทุ้มของผู้เป็นเจ้าบ้านเอ่ยถามเด็กสาวรับใช้ ที่ยืนมองมาที่เขาสองพ่อลูก แต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ปราณนต์จึงเป็นฝ่ายถามขึ้นเสียเอง“มีคนมาขอพบคุณวิชญ์ค่ะ คุณท่าน” หญิงสาวใช้เอ่ยบอกสุทธิดา หรือ ธิดา เด็กสาวรับใช้ในวัย 20 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของศักดิ์ชัยลูกน้องคนสนิทเขา ศักดิ์ชัยขอหญิงสาวมาเลี้ยงเองหลังจากที่ตัดสินใจเลิกลาแยกทางกันกับมารดาของเธอไปนั้นเอง สองพ่อลูกอาศัยอยู่ที่เรือนหลังเล็กในรั้วเดียวกันที่ปราณนต์เป็นผู้สร้างให้“???” สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างมีคำถามมากมายเกิดขึ้น แต่ไม่มีคำถามใด ๆ หลุดออกมาสักคำ“ผมหรือครับ ชื่ออะ...ไอ้เวย์! ไอ้กร!”ซึ่งเป็นจังหวะที่ชนาวิชญ์เดินกลับเข้ามาพอดี แล้วเอ่ยถามสุทธิดาออกไป แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยจบประโยค กลับต้องอุทานเป็นชื่อเพื่อนทั้งสองออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาเขาถึงที่นี่นั้นเป็นใคร“เออ! พวกกูเอง พอดีติดต่อมึงไม่ได้เลยคิดว่ามึงต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ เลยมาหา" ศุภวัฒน์เป็นฝ่ายพูดออกมา“นั่งก่อนสิ เวย์ กร” ปาณิศาจึงเป็นฝ่ายบอกให้แขกที่มาหาชนาวิชญ์นั้น นั่งลงคุยกันก่อน“ขอบคุณครับพี่ปลา สวัสดีครับคุณปราน พวกผมเป็นเพื่อนไอ้วิชญ







