เข้าสู่ระบบบาดแผลในใจที่ถูกเย็บปิดไว้ด้วยความเย็นชา บัดนี้ถูกฉีกทึ้งออกอย่างหยาบคาย ความแค้นที่ฝังรากลึกมานานนับสิบห้าปีปะทุขึ้นมาประดุจลาวาเดือดพล่าน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนบอดี้การ์ดรอบข้างต้องก้าวถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น บรรยากาศรอบตัวหยางเฟยหลงเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเกรี้ยวกราด ระดับทำลายล้าง มัจจุราชได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลแล้ว
พิมรดาที่เพิ่งตั้งสติได้ สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายร่างสูงตรงหน้า และต้องสั่นสะท้านไปทั้งดวงใจ แววตาที่เขาเคยมองเธอด้วยความตกตะลึงในความงาม บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง อาฆาตแค้น และดำมืดจนน่าขนลุก ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ ก่อนที่พิมรดาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เฟยหลงก็ก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัวเธอ รองเท้าหนังอิตาลีราคาแพงของเขาเหยียบย่ำลงบนเศษกระจกที่แตกกระจายจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบชวนสยดสยอง
"อ๊ะ!"
พิมรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ เมื่อมือหนาที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ลำคอระหงของเธออย่างรุนแรงและไร้ความปรานี เฟยหลงออกแรงบีบ และกระชากร่างบางของเธอให้ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา เท้าของพิมรดาแทบจะลอยพ้นพื้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามลำคอจนเธอต้องนิ่วหน้า มือเล็กทั้งสองข้างพยายามแกะฝ่ามือมฤตยูของเขาออกอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่เป็นผล แรี่ยวแรงของเธอเทียบไม่ได้เลยกับพละกำลังของมาเฟียหนุ่ม
"ปล่อย... ฉันเจ็บ..." พิมรดาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก ใบหน้าสวยจัดเริ่มแดงก่ำเพราะขาดอากาศหายใจ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อล้นคลอเบ้า
เฟยหลงไม่สนใจคำประท้วงของเธอ เขาดึงร่างบางเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมหวานจากตัวเธอที่เคยทำให้เขาหลงใหล บัดนี้กลับกลายเป็นน้ำมันที่ราดรดลงบนกองเพลิงแห่งความแค้น เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้เป็นจุณ
"สร้อยเส้นนี้..." เสียงของเฟยหลงแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับเสียงกระซิบจากนรก เขายกมืออีกข้างขึ้นมากระชากสร้อยคอเงินที่มีจี้รูปมังกรคาบดาบ ออกจากคอของเธออย่างแรงจนตะขอเกี่ยวขาดบาดผิวเนื้อเนียนเป็นรอยแดงช้ำ "เธอได้มันมายังไง! ตอบฉันมา!"
เสียงตะคอกของเขาดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องวีไอพี บรรดาบอดี้การ์ดต่างก้มหน้าเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสอดมือเข้ามายุ่งเมื่อเห็นเจ้านายอยู่ในโหมดคลุ้มคลั่ง พิมรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สร้อยคอเส้นนั้นคือเบาะแสเดียวในการตามหาพ่อของเธอ เธอพยายามเอื้อมมือไปคว้าคืน แต่เฟยหลงกลับบีบคอเธอแน่นขึ้นจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ฉันถามว่าได้มันมายังไง!!" เฟยหลงตะเบ็งเสียงลั่น ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "แกเป็นอะไรกับไอ้สารเลวหลี่เฉิน! ตอบ!"
"ฉัน... ฉันไม่รู้จักคนชื่อนั้น..." พิมรดาพยายามเค้นเสียงตอบ น้ำตาหยดใสไหลทะลักอาบแก้มเนียน "สร้อย... สร้อยนั่นเป็นของพ่อฉัน... ปล่อยฉันนะ!"
คำว่า 'พ่อ' ที่หลุดออกมาจากปากของพิมรดา ราวกับสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมากลางใจของหยางเฟยหลง เส้นสติเส้นสุดท้ายของเขาขาดสะบั้นลงอย่างไม่อาจซ่อมแซมได้ ลูกสาวของคนทรยศ... ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยงามราวกับนางฟ้า และมีกลิ่นหอมเย้ายวนจนทำให้เขาเกือบจะสูญเสียการควบคุม คือสายเลือดของไอ้ฆาตกรที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา!
ความสวยงามของเธอ ไม่อาจลบล้างความผิดบาปของสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกาย ความบริสุทธิ์ของเธอเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เฟยหลงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ
"พ่อของแกงั้นเหรอ..." เฟยหลงเค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างบ้าคลั่ง มือหนาที่บีบคอเธออยู่ค่อยๆ คลายออก เปลี่ยนมาเป็นการกระชากต้นแขนทั้งสองข้างของเธอแทน เขาดึงร่างบางเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างแรง จนพิมรดารู้สึกเหมือนกระดูกจะแหลกสลาย
"ดี... ดีมาก!" เฟยหลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนก "ในเมื่อสวรรค์ส่งลูกสาวของไอ้คนทรยศมาให้ฉันถึงที่... ฉันก็จะสนองคุณอย่างสาสม!"
"คุณจะทำอะไร! ปล่อยฉันนะ! ช่วยด้วย!" พิมรดากรีดร้องและดิ้นรนอย่างสุดกำลัง เธอรับรู้ได้ถึงอันตรายระดับสูงสุดที่กำลังคุกคามชีวิต เธอใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบตีไปที่แผงอกและไหล่กว้างของเขา แต่เฟยหลงกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
"เก็บกวาดที่นี่ให้หมด..." เฟยหลงหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและเย็นชา "ส่วนผู้หญิงคนนี้... ฉันจะเอาตัวไปสอบสวนเอง"
"ม่ายยย! ปล่อยฉัน! ฉันบอกให้ปล่อย!" พิมรดากรีดร้องสุดเสียง พยายามใช้เท้าเตะและขัดขืนทุกวิถีทาง แต่มาเฟียหนุ่ม กลับจัดการกับความพยศของเธอด้วยความป่าเถื่อน เขาก้มลงตวัดท่อนแขนแกร่งช้อนร่างบางของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับเธอเป็นเพียงตุ๊กตาผ้าไร้น้ำหนัก
พิมรดาทุบตีแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน แต่หยางเฟยหลงกลับก้าวเดินออกไปจากไนท์คลับอย่างมั่นคงและดุดัน ไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น แววตาของเขามืดมิดและเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่รอวันชำระ
ทันใดนั้น ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก็พุ่งพรวดฝ่าวงล้อมของบอดี้การ์ดเข้ามาขวางหน้าเฟยหลงเอาไว้
“นายท่านหยาง! ได้โปรดหยุดก่อนค่ะ!”
พิมรดาพยายามชะโงกหน้ามองผ่านลาดไหล่กว้างของชายหนุ่ม เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนที่กล้าเอาชีวิตมาขวางทางปืนคือ ‘ไป๋เหอ’ พนักงานเสิร์ฟสาวชาวจีนที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเธอ ไป๋เหอเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มและทะเยอทะยาน เธอแอบหลงรักและใฝ่ฝันอยากจะปีนขึ้นเตียงของหยางเฟยหลงมาตลอดตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่
ไป๋เหอทิ้งตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นพรมอย่างไม่อายใคร สองมือพนมเข้าหากัน ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาที่เสแสร้งบีบคั้นออกมา
“นายท่านหยางคะ ได้โปรดปล่อยซินเหยียนไปเถอะค่ะ เธอเพิ่งมาทำงานที่นี่ เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย! ถ้าท่านโกรธ... ลงโทษฉันแทนเถอะค่ะ”
เฟยหลงหยุดชะงัก นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวก้มลงมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยสายตาว่างเปล่าและเย็นเยียบราวกับมองเศษขยะ ไร้ซึ่งความรู้สึกเห็นใจใดๆ เมื่อเห็นว่ามาเฟียหนุ่มยอมหยุดฟัง ไป๋เหอก็ได้ใจ เธอขยับเข่าเข้าไปใกล้หมายจะแตะต้องชายกางเกงของเขา พร้อมกับช้อนสายตาเว้าวอนที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
“แต่... แต่ถ้านายท่านยืนยันจะพาซินเหยียนไปจริงๆ... ให้ฉันไปด้วยเถอะนะคะ ฉันจะคอยดูแลรับใช้ท่าน... รับใช้ทุกอย่างที่ท่านต้องการ ฉันยอมทำทุกอย่างค่ะ!”
คำขอร้องที่แฝงไปด้วยนัยยะเชิญชวนของไป๋เหอ ทำให้แววตาของเฟยหลงตวัดวูบด้วยความรังเกียจ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มหยันที่เย็นยะเยือกไปถึงกระดูกดำ เขาเกลียดผู้หญิงที่พยายามใช้มารยาตื้นๆ เพื่อเข้าหาเขาที่สุด
“เอามันออกไปให้พ้นหน้าฉัน” เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวเพียงประโยคเดียว บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนก็พุ่งเข้ามหิ้วปีกไป๋เหอขึ้นจากพื้นทันที
“นายท่านหยาง! อ๊ะ! ปล่อยฉันนะ! นายท่าน!” ไป๋เหอกรีดร้อง ดิ้นรนขัดขืนเมื่อถูกลากตัวออกไปอย่างหยาบคาย
พิมรดาช้อนสายตาขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตสุกสกาวไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง "ผู้ชายเลวๆ คนนั้นตายไปแล้วนี่คะ... ตอนนี้มีแค่หยางเฟยหลง... ปะป๊าของตะวัน และ... สามีของฉัน"คำว่าสามี ที่หลุดออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม ราวกับสะเก็ดไฟที่ตกลงไปในคลังดินปืน เส้นความอดทนและไฟปรารถนาที่มัจจุราชหนุ่มพยายามกดข่มไว้ ขาดสะบั้นลงในพริบตาเฟยหลงพลิกตัวกดร่างบอบบาง ให้จมลึกลงไปกับฟูกหนานุ่มอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะที่ลุกโชน เขาก้มหน้าลงบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างโหยหาและหิวกระหาย จูบของเขาไม่ได้ป่าเถื่อนและคุกคามเหมือนในอดีต แต่มันเต็มไปด้วยความเรียกร้อง ความลึกซึ้ง และการอ้อนวอนขอความรัก เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม ชิมรสชาติความหอมหวานที่เขาเฝ้ารอคอยมาแสนนาน"อื้อ... เฟยหลง..." พิมรดาส่งเสียงครางเครือในลำคอ สองแขนเรียวตวัดขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ตอบรับจูบอันแสนเร่าร้อนของเขาอย่างเต็มใจ ร่างกายของเธอแอ่นหยัดเข้าหาแผงอกกว้าง สัมผัสถึงมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวมือหนาที่ร้อนผ่าวเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามทรวดท
พิมรดาขมวดคิ้ว มองเอกสารเหล่านั้นด้วยความแปลกใจ "นี่มันอะไรกันคะแม่""ความจริง... ที่แม่ปิดบังลูกมาตลอดสามปี" หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า "เมื่อสามปีก่อน... หยางเฟยหลงตามหาลูกจนเจอ เขามาหาแม่...""เฟยหลงมาที่นี่เหรอคะ!" พิมรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ"ใช่... เขามาคุกเข่าอยู่หน้าประตูรั้ว ร้องไห้ขอร้องแม่เพื่อขอพบลูก แต่แม่... แม่เป็นคนไล่เขาไปเอง แม่ขอร้องไม่ให้เขาเข้ามาในชีวิตลูกอีก เพราะแม่ทนเห็นลูกเจ็บปวดและเหมือนคนตายทั้งเป็นไม่ได้อีกแล้ว" มารดาสะอื้นไห้ จับมือลูกสาวมากุมไว้แน่น "เขาตอบตกลง เขายอมถอยออกไปเพื่อแลกกับรอยยิ้มของลูก... แต่เขาไม่เคยทิ้งลูกไปไหนเลยนะพิม"มารดาหยิบสมุดบัญชีและเอกสารขึ้นมาวางบนตักของพิมรดา "บ้านหลังนี้ ค่ารักษาพยาบาลตอนที่ลูกคลอดน้องตะวัน เงินทุนก้อนแรกที่ลูกใช้ตั้งตัว... แม้กระทั่งการที่บริษัทของลูกเจริญก้าวหน้าจนลูกได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้... คือเงินและอำนาจของหยางเฟยหลงที่คอยส่งเสียและสนับสนุนพวกเราอยู่เบื้องหลังอย่างลับๆ มาตลอดสามปี เขาทำตามสัญญาที่จะไม่โผล่หน้ามาให้ลูกเห็น แต่เขาใช้ทุกอย่างที่เขามี... เพื่อปกป้
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและแตกสลายของพิมรดาดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง ราวกับวิญญาณของเธอถูกกระชากหลุดออกจากร่างตามผู้ชายที่ล้มลงไป หญิงสาวดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งจนเชือกที่มัดข้อมือบาดลึกถึงเนื้อ เลือดไหลซึม แต่เธอไม่สนใจความเจ็บปวดใดๆ อีกแล้ว!และในเสี้ยววินาทีที่หลงเปียวกำลังจะหันปากกระบอกปืนมาจัดการพิมรดาเพื่อปิดปาก!โครม!!! ปัง! ปัง! ปัง! บึ้ม!!!ประตูโกดังถูกระเบิดพังทลายลงมา พร้อมกับรถหุ้มเกราะนับสิบคันที่พุ่งทะยานเข้ามาด้านใน!"ฆ่าพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!!"เสียงคำรามของ อาเว่ย ดังก้อง พร้อมกับกองทัพบอดี้การ์ดตระกูลหยางนับร้อยชีวิตที่ติดอาวุธหนักครบมือ บุกทะลวงเข้ามาสาดกระสุนเข้าใส่แก๊งพยัคฆ์ดำอย่างไร้ความปรานี! การปะทะอันดุเดือดปะทุขึ้น โกดังร้างกลายเป็นสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยควันปืนและกลิ่นคาวเลือด หลงเปียวและลูกน้องถูกยิงพรุนเป็นรังผึ้ง ล้มตายเกลื่อนกลาดภายในเวลาไม่ถึงสามนาที!อาเว่ยพุ่งตัวฝ่าดงกระสุนเข้ามาใช้มีดตัดเชือกที่มัดพิมรดาออก ทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ หญิงสาวก็ถลันตัวพุ่งเข้าไปหาร่างที่นอนจมกองเลือดของเฟยหลงทันที"เฟยหลง... ฮือๆ... เฟยหลง! ลื
ตุบ...ปืนกระบอกงามถูกโยนทิ้งลงบนพื้นคอนกรีต ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของหยางเฟยหลง มังกรผู้ไร้พ่ายแห่งเซี่ยงไฮ้... จะค่อยๆ ทรุดตัวลง คุกเข่า กระแทกพื้นคอนกรีตเย็นเยียบต่อหน้าศัตรูคู่อาฆาต โดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!"อื้ออออออ!!" พิมรดากรีดร้องอู้อี้ผ่านผ้าเทป น้ำตาแห่งความร้าวรานและตื้นตันใจไหลพราก เธอไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ผู้ชายที่เย่อหยิ่งขนาดนั้น ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คุกเข่าให้ศัตรูเพียงเพื่อช่วยชีวิตเธอ"ฮ่าๆๆๆๆ! ภาพประวัติศาสตร์! มังกรทมิฬคุกเข่าแทบเท้ากู!" หลงเปียวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด มันเดินเข้ามาหาเฟยหลง โยนแฟ้มเอกสารหนาปึกเล่มหนึ่งลงกระแทกหน้าของมาเฟียหนุ่ม"เซ็นมันซะ!" หลงเปียวสั่งเสียงเหี้ยมเฟยหลงก้มลงมองเอกสารตรงหน้า มันคือ 'เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ครอบครอง เกาะมังกรฟ้า' เกาะขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของจีนที่เป็นเขตอิทธิพลสำคัญของตระกูลหยาง... และที่สำคัญที่สุด เฟยหลงรู้ดีว่าภายใต้เกาะมังกรฟ้านั้น ซุกซ่อน 'เหมืองทองคำ' ขนาดมหึมาที่ยังไม่ถูกเปิดเผยมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้! พวกมันรู้ความลับนี้และต้องการฮุบเหมืองทองคำไปเป็นของพวกมัน!หลงเปียวเดิน
วินาทีนั้นเอง... มือเล็กที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของพิมรดา ก็ถูกแรงกระชากของฝูงชนหลุดลอยออกจากฝ่ามือใหญ่ของหยางเฟยหลง! เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เฟยหลงหันขวับกลับไปมอง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!"ซินเหยียน!!"เขาพยายามจะฝ่าฝูงชนกลับไปหาเธอ แต่กระแสคนนับร้อยที่วิ่งสวนมาทำให้เขาถูกดันถอยหลังไปไกล และในจังหวะที่พิมรดากำลังจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น มือหยาบกร้านของชายชุดดำสองคนก็พุ่งเข้ามาตะครุบตัวเธอเอาไว้จากด้านหลัง!"ปล่อยฉันนะ! ช่วยด้วย! เฟยหลง! เฟยหลงช่วยด้วย!" พิมรดากรีดร้องสุดเสียง พยายามดิ้นรนทุบตีพวกมันอย่างเอาเป็นเอาตาย"หุบปากนังตัวดี!"หนึ่งในมือปืนใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยของพิมรดาอย่างแรง สติสัมปชัญญะของหญิงสาวดับวูบลงในทันที ร่างที่ไร้สติของเธอถูกพวกมันหิ้วปีก ลากตัวฝ่าฝูงชนเข้าไปในรถตู้สีดำที่ขับมาจอดเทียบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รถตู้คันนั้นจะพุ่งทะยานออกไปจากพื้นที่อย่างลอยนวล"ซินเหยียน!!! ม่ายยยยยยย!!!"เฟยหลงแผดเสียงคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่ถูกกรีดหัวใจ เขาสาดกระสุนปืนเข้าใส่รถตู้คันนั้นอย่างบ้าคลั่งจนหมดแม็กกาซีน แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งพวกมันได้ ร่างสูงใหญ่ทร
ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของเฟยหลงในกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในห้องทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดถึงขีดสุด ควันซิการ์ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ มัจจุราชหนุ่มนั่งหน้าเครียดคิ้วขมวดมุ่น หลังจากได้รับรายงานด่วนจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในโลกใต้ดิน"พวกแก๊งพยัคฆ์ดำมันยังไม่ถอยกลับไปครับนายท่าน..." อาเว่ยรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "สายของเราสืบรู้มาว่า หัวหน้าของพวกมันส่งมือสังหารระดับพระกาฬลอบเข้ามาในไทยเพิ่มอีกสิบคน เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การลอบสังหารนายท่านโดยตรง แต่พวกมันจ้องจะเล่นงานดวงใจ ของนายท่าน... พวกมันกำลังตามประกบคุณพิมรดากับคุณหนูตะวันทุกฝีก้าวครับ!"ปัง!!กำปั้นแกร่งทุบลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างแรงจนแฟ้มเอกสารกระดอน เฟยหลงผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยรังสีสังหารที่รุนแรงจนอากาศในห้องแทบจะลุกเป็นไฟ เขาประมาทพวกมันเกินไป! พวกมันกล้าดีมากที่คิดจะใช้เมียและลูกชายมาเป็นเครื่องมือต่อรองกับเขา!"อาเว่ย! สั่งระดมพลบอดี้การ์ดมือดีที่สุดสิบคน ไปคุ้มกันตะวันที่โรงเรียนอนุบาลเดี๋ยวนี้! ห้ามให้ใครเข้าใกล้ลูกชายฉันในรัศมีร้อยเมตรเด็ดขาด แล้วพาตัวตะวันไปซ่อนที่เซฟเฮาส์ลับสุดยอดของเรา!" เฟยหลง
คำด่าทอที่พรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มทำให้เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของหยางเฟยหลงขาดผึง!ไม่มีใครในเซี่ยงไฮ้ที่กล้าต่อปากต่อคำ หรือแม้แต่กล้าสบตาเขายามที่เขาโกรธ แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เป็นเพียงสายเลือดของศัตรูกลับกล้าท้าทายอำนาจของเขา กล้าด่าทอเขาฉอดๆ ไม่หยุดหย่อน"ปากดีนักใช่ไหม!"เฟยหลงคำรามลั่น
แต่ไม่ทันเสียแล้ว ร่างสูงก้าวพ้นขอบประตูไป ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อแข็งจะปิดกระแทกใส่หน้าเธออย่างแรงกริ๊ก!เสียงล็อคกุญแจจากด้านนอกดังขึ้นอย่างชัดเจน ตัดขาดพิมรดาออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวทุบประตูไม้สุดแรงเกิด ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจนแสบคอ แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบรับกลับมานอกจากความเงียบสงั
พิมรดาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่รู้หรอกว่าไป๋เหอคิดอะไรอยู่ แต่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน เธอทนเห็นเพื่อนถูกทำร้ายไม่ได้ “หยุดนะ! อย่าทำอะไรเธอนะ! คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยเพื่อนฉันเถอะ ฉันขอร้อง!”หญิงสาวบนบ่าทุบตีเขาหนักขึ้นกว่าเดิม แต่เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองไป๋เหออีก เขากระชับร
พิมรดาก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปใกล้ มือเล็กที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อตัวโคร่งสั่นน้อยๆ ด้วยความประหม่า ขณะที่เธอกำลังจะวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเฟยหลง หางตาของเธอก็ปะทะเข้ากับความผิดปกติบางอย่าง พนักงานเสิร์ฟชายคนหนึ่งที่เดินตามหลังเธอมา ไม่ได้ถือถาดเครื่องดื่ม แต่มือของเขากำลังล้วงเข้าไปในเสื้อกั๊







