เข้าสู่ระบบพิมรดาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่รู้หรอกว่าไป๋เหอคิดอะไรอยู่ แต่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน เธอทนเห็นเพื่อนถูกทำร้ายไม่ได้ “หยุดนะ! อย่าทำอะไรเธอนะ! คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยเพื่อนฉันเถอะ ฉันขอร้อง!”
หญิงสาวบนบ่าทุบตีเขาหนักขึ้นกว่าเดิม แต่เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองไป๋เหออีก เขากระชับร่างของพิมรดาให้แน่นขึ้นจนเธอจุก ก่อนจะก้าวเดินต่อไปยังประตูทางออกด้านหลังคลับที่รถโรลส์รอยซ์หุ้มเกราะคันหรูจอดเทียบรออยู่แล้ว
บอดี้การ์ดเปิดประตูด้านหลังรถออกกว้าง เฟยหลงปลดร่างบางลงจากบ่าแล้วยัดพิมรดาเข้าไปในเบาะหลังรถอย่างแรงจนเธอถลาล้มกลิ้งไปบนเบาะหนังแท้ราคาแพง
“โอ๊ย!” พิมรดาร้องครางด้วยความเจ็บปวด แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้เธอรีบตะเกียกตะกายหนี เธอพุ่งตัวไปที่ประตูอีกฝั่งหมายจะเปิดกระโดดลงจากรถ ทว่ามัจจุราชหนุ่มรวดเร็วกว่า เขาก้าวตามเข้ามาในรถ ปิดประตูดังปัง และพุ่งตะครุบตัวเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที
“ปล่อยฉันนะ! ไอ้ผู้ชายเฮงซวย! ปล่อย!” พิมรดาดิ้นรนสุดชีวิต เธอใช้เล็บข่วนเข้าที่หลังมือและท่อนแขนของเขา หวังให้เขาปล่อย แต่เฟยหลงกลับคำรามในลำคอด้วยความรำคาญ
“หยุดดิ้นสิวะ!”
เขาใช้มือเพียงข้างเดียวรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ แล้วกดตรึงเหนือศีรษะของเธอจนจมลงกับเบาะหนังอย่างแน่นหนา ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาทาบทับร่างบอบบางของเธอเอาไว้เพื่อกักขังไม่ให้เธอขยับตัวได้อีก
พิมรดาเบิกตากว้าง หายใจสะดุดเมื่อแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งราวกับหินผาเบียดชิดเข้ากับทรวงอกนุ่มนวลของเธอจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน ความร้อนผ่าวจากร่างกายชายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาลวกผิวของเธอ กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพง กลิ่นซิการ์จางๆ และกลิ่นคาวเลือดบางเบา ลอยวนอยู่ตรงปลายจมูก มันเป็นสัมผัสที่คุกคาม อันตราย และทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด
“คุณจะทำอะไร... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ ฉันกราบล่ะ” พิมรดาน้ำตาไหลพราก เสียงหวานสั่นเครืออย่างน่าสงสาร ดวงตากลมโตที่ปราศจากแว่นตาหนาเตอะจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบด้วยความหวาดหวั่น
“ปล่อยงั้นเหรอ?” เฟยหลงแสยะยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาสีดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะฉีกทึ้งวิญญาณ “ลูกสาวของไอ้ฆาตกรทรยศอย่างแก ไม่มีสิทธิ์มาร้องขอความเมตตาจากฉัน!”
“ฉันไม่รู้เรื่อง!” พิมรดาส่ายหน้าไปมาจนผมเผ้ายุ่งเหยิง น้ำตาไหลอาบแก้มเนียน “ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร! ฉันไม่เคยเห็นหน้าพ่อด้วยซ้ำ ฉันเกิดมาก็มีแค่แม่! ฉันไม่รู้ว่าพ่อฉันไปทำอะไรให้คุณเจ็บแค้นนักหนา แต่ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ ปล่อยฉันไปเถอะนะ... ฉันกลัวแล้ว...”
คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลริน ไม่ได้ทำให้หัวใจที่ด้านชาของหยางเฟยหลงสั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย ในสมองของเขามีเพียงภาพความตายของพ่อแม่และรอยยิ้มเยาะเย้ยของหลี่เฉินลอยวนอยู่เท่านั้น
“น้ำตาของแก... มันก็แค่ละครตบตาของพวกสายเลือดทรยศ” เฟยหลงกระซิบชิดริมฝีปากบาง ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มที่เปียกชุ่ม “พ่อแกพรากทุกอย่างไปจากฉัน... และตอนนี้ ฉันก็จะพรากทุกอย่างไปจากชีวิตแกเหมือนกัน ซินเหยียน”
คำประกาศิตนั้นเย็นยะเยือกราวกับคำพิพากษาจากนรก พิมรดาสะอื้นฮัก ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว ผู้ชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่จิตใจกลับโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่าปีศาจ เขากำลังจะพาเธอไปที่ไหน? จะทรมานเธออย่างไร? คำถามมากมายตีวนอยู่ในหัวจนสับสนไปหมด
พิมรดาพยายามดิ้นรนขัดขืนอีกครั้ง แต่ยิ่งเธอขยับ ร่างกายของทั้งสองก็ยิ่งเสียดสีกันมากขึ้น กลิ่นหอมหวานละมุนจากซอกคอขาวเนียนของหญิงสาวลอยมาปะทะจมูกของเฟยหลงระลอกแล้วระลอกเล่า มันปั่นป่วนสติสัมปชัญญะและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาอย่างประหลาด เฟยหลงกัดกรามกรอด กดร่างเธอให้จมลึกลงไปกับเบาะรถมากขึ้นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านที่ตีรวนขึ้นมา
รถยนต์คันหรูแล่นฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในยามค่ำคืนของเซี่ยงไฮ้ พุ่งตรงไปยังท่าเรือส่วนตัวของตระกูลหยาง พิมรดาดิ้นรนสู้กับพละกำลังที่เหนือกว่าจนเรี่ยวแรงเริ่มถดถอย ข้อมือเล็กที่ถูกรวบตรึงไว้แดงช้ำจากการเสียดสี น้ำตาที่ไหลรินเหือดแห้งไปพร้อมกับความอ่อนล้า ในที่สุด ร่างบอบบางก็หยุดดิ้นรน เธอหลับตาลงอย่างจำนน ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลซึมผ่านหางตา พร้อมกับสติที่ค่อยๆ เลือนรางลงเพราะความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวที่ตึงเครียดจนถึงขีดสุด
เมื่อรถจอดเทียบท่า เฟยหลงจัดการอุ้มร่างที่หมดสติไปแล้วของหญิงสาวขึ้นเรือสปีดโบ๊ทลำหรูที่จอดรออยู่ ฝ่าเกลียวคลื่นอันหนาวเหน็บและมืดมิดของท้องทะเลมุ่งหน้าสู่ 'เกาะมังกรฟ้า' เกาะส่วนตัวอันห่างไกลที่เป็นดั่งป้อมปราการและรังนกอินทรีของตระกูลหยาง สถานที่ที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้ามา และไม่มีใครสามารถหนีรอดออกไปได้
เมื่อถึงเกาะ เฟยหลงอุ้มร่างบางเดินผ่านบอดี้การ์ดที่โค้งคำนับเป็นทิวแถว มุ่งตรงเข้าไปในคฤหาสน์หินอ่อนสไตล์ยุโรปที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเกาะ บรรยากาศภายในคฤหาสน์หรูหราอลังการ ทว่ากลับให้ความรู้สึกหนาวเหน็บและเงียบสงัดราวกับสุสาน ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ ขึ้นบันไดวนปูพรมแดง มุ่งตรงไปยังปีกตะวันตกของคฤหาสน์ เขาเตะประตูห้องนอนกว้างขวางห้องหนึ่งให้เปิดออก ก่อนจะก้าวเข้าไปด้านในและโยนร่างบอบบางของพิมรดาลงบนเตียงคิงไซส์กลางห้องอย่างไม่ปรานีปราศรัย
ร่างเล็กร่วงกระแทกฟูกหนานุ่มจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เธอกะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสภาพตรงหน้าด้วยความมึนงง ก่อนจะผวาเฮือกเมื่อเห็นมัจจุราชหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ปลายเตียง นัยน์ตาดุดันจ้องมองเธอราวกับราชสีห์จ้องตะครุบเหยื่อ พิมรดารีบกระถดตัวหนีไปจนชิดหัวเตียง สองมือดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างที่สั่นเทาเอาไว้แน่น ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ ห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีเทาดำ แต่กลับไร้ซึ่งความอบอุ่น หน้าต่างทุกบานถูกปิดตายด้วยลูกกรงเหล็กดัดลวดลายเถาวัลย์ที่ดูวิจิตรบรรจงแต่แข็งแกร่งจนไม่อาจทำลายได้... นี่มันไม่ใช่ห้องนอน แต่มันคือกรงขังนกน้อยแสนสวยชัดๆ
“คุณจะทำอะไร... อย่าเข้ามานะ...” เสียงหวานสั่นเครือร้องห้ามเมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามาใกล้
เฟยหลงหยุดยืนอยู่ข้างเตียง มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทออกช้าๆ อย่างคุกคาม รอยยิ้มเย็นเยียบจุดขึ้นที่มุมปาก
“ยินดีต้อนรับสู่กรงขังของเธอ... ซินเหยียน” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานในความเงียบ “นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของเธอ ลมหายใจของเธอ เป็นของฉัน ฉันไม่สั่งให้ตาย... เธอก็ห้ามตาย”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้อง
“เดี๋ยว! คุณจะขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ! ปล่อยฉันออกไป!” พิมรดารีบถลันตัวลงจากเตียง วิ่งตามไปที่ประตู
พิมรดาช้อนสายตาขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตสุกสกาวไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง "ผู้ชายเลวๆ คนนั้นตายไปแล้วนี่คะ... ตอนนี้มีแค่หยางเฟยหลง... ปะป๊าของตะวัน และ... สามีของฉัน"คำว่าสามี ที่หลุดออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม ราวกับสะเก็ดไฟที่ตกลงไปในคลังดินปืน เส้นความอดทนและไฟปรารถนาที่มัจจุราชหนุ่มพยายามกดข่มไว้ ขาดสะบั้นลงในพริบตาเฟยหลงพลิกตัวกดร่างบอบบาง ให้จมลึกลงไปกับฟูกหนานุ่มอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะที่ลุกโชน เขาก้มหน้าลงบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างโหยหาและหิวกระหาย จูบของเขาไม่ได้ป่าเถื่อนและคุกคามเหมือนในอดีต แต่มันเต็มไปด้วยความเรียกร้อง ความลึกซึ้ง และการอ้อนวอนขอความรัก เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม ชิมรสชาติความหอมหวานที่เขาเฝ้ารอคอยมาแสนนาน"อื้อ... เฟยหลง..." พิมรดาส่งเสียงครางเครือในลำคอ สองแขนเรียวตวัดขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ตอบรับจูบอันแสนเร่าร้อนของเขาอย่างเต็มใจ ร่างกายของเธอแอ่นหยัดเข้าหาแผงอกกว้าง สัมผัสถึงมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวมือหนาที่ร้อนผ่าวเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามทรวดท
พิมรดาขมวดคิ้ว มองเอกสารเหล่านั้นด้วยความแปลกใจ "นี่มันอะไรกันคะแม่""ความจริง... ที่แม่ปิดบังลูกมาตลอดสามปี" หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า "เมื่อสามปีก่อน... หยางเฟยหลงตามหาลูกจนเจอ เขามาหาแม่...""เฟยหลงมาที่นี่เหรอคะ!" พิมรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ"ใช่... เขามาคุกเข่าอยู่หน้าประตูรั้ว ร้องไห้ขอร้องแม่เพื่อขอพบลูก แต่แม่... แม่เป็นคนไล่เขาไปเอง แม่ขอร้องไม่ให้เขาเข้ามาในชีวิตลูกอีก เพราะแม่ทนเห็นลูกเจ็บปวดและเหมือนคนตายทั้งเป็นไม่ได้อีกแล้ว" มารดาสะอื้นไห้ จับมือลูกสาวมากุมไว้แน่น "เขาตอบตกลง เขายอมถอยออกไปเพื่อแลกกับรอยยิ้มของลูก... แต่เขาไม่เคยทิ้งลูกไปไหนเลยนะพิม"มารดาหยิบสมุดบัญชีและเอกสารขึ้นมาวางบนตักของพิมรดา "บ้านหลังนี้ ค่ารักษาพยาบาลตอนที่ลูกคลอดน้องตะวัน เงินทุนก้อนแรกที่ลูกใช้ตั้งตัว... แม้กระทั่งการที่บริษัทของลูกเจริญก้าวหน้าจนลูกได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้... คือเงินและอำนาจของหยางเฟยหลงที่คอยส่งเสียและสนับสนุนพวกเราอยู่เบื้องหลังอย่างลับๆ มาตลอดสามปี เขาทำตามสัญญาที่จะไม่โผล่หน้ามาให้ลูกเห็น แต่เขาใช้ทุกอย่างที่เขามี... เพื่อปกป้
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและแตกสลายของพิมรดาดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง ราวกับวิญญาณของเธอถูกกระชากหลุดออกจากร่างตามผู้ชายที่ล้มลงไป หญิงสาวดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งจนเชือกที่มัดข้อมือบาดลึกถึงเนื้อ เลือดไหลซึม แต่เธอไม่สนใจความเจ็บปวดใดๆ อีกแล้ว!และในเสี้ยววินาทีที่หลงเปียวกำลังจะหันปากกระบอกปืนมาจัดการพิมรดาเพื่อปิดปาก!โครม!!! ปัง! ปัง! ปัง! บึ้ม!!!ประตูโกดังถูกระเบิดพังทลายลงมา พร้อมกับรถหุ้มเกราะนับสิบคันที่พุ่งทะยานเข้ามาด้านใน!"ฆ่าพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!!"เสียงคำรามของ อาเว่ย ดังก้อง พร้อมกับกองทัพบอดี้การ์ดตระกูลหยางนับร้อยชีวิตที่ติดอาวุธหนักครบมือ บุกทะลวงเข้ามาสาดกระสุนเข้าใส่แก๊งพยัคฆ์ดำอย่างไร้ความปรานี! การปะทะอันดุเดือดปะทุขึ้น โกดังร้างกลายเป็นสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยควันปืนและกลิ่นคาวเลือด หลงเปียวและลูกน้องถูกยิงพรุนเป็นรังผึ้ง ล้มตายเกลื่อนกลาดภายในเวลาไม่ถึงสามนาที!อาเว่ยพุ่งตัวฝ่าดงกระสุนเข้ามาใช้มีดตัดเชือกที่มัดพิมรดาออก ทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ หญิงสาวก็ถลันตัวพุ่งเข้าไปหาร่างที่นอนจมกองเลือดของเฟยหลงทันที"เฟยหลง... ฮือๆ... เฟยหลง! ลื
ตุบ...ปืนกระบอกงามถูกโยนทิ้งลงบนพื้นคอนกรีต ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของหยางเฟยหลง มังกรผู้ไร้พ่ายแห่งเซี่ยงไฮ้... จะค่อยๆ ทรุดตัวลง คุกเข่า กระแทกพื้นคอนกรีตเย็นเยียบต่อหน้าศัตรูคู่อาฆาต โดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!"อื้ออออออ!!" พิมรดากรีดร้องอู้อี้ผ่านผ้าเทป น้ำตาแห่งความร้าวรานและตื้นตันใจไหลพราก เธอไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ผู้ชายที่เย่อหยิ่งขนาดนั้น ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คุกเข่าให้ศัตรูเพียงเพื่อช่วยชีวิตเธอ"ฮ่าๆๆๆๆ! ภาพประวัติศาสตร์! มังกรทมิฬคุกเข่าแทบเท้ากู!" หลงเปียวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด มันเดินเข้ามาหาเฟยหลง โยนแฟ้มเอกสารหนาปึกเล่มหนึ่งลงกระแทกหน้าของมาเฟียหนุ่ม"เซ็นมันซะ!" หลงเปียวสั่งเสียงเหี้ยมเฟยหลงก้มลงมองเอกสารตรงหน้า มันคือ 'เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ครอบครอง เกาะมังกรฟ้า' เกาะขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของจีนที่เป็นเขตอิทธิพลสำคัญของตระกูลหยาง... และที่สำคัญที่สุด เฟยหลงรู้ดีว่าภายใต้เกาะมังกรฟ้านั้น ซุกซ่อน 'เหมืองทองคำ' ขนาดมหึมาที่ยังไม่ถูกเปิดเผยมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้! พวกมันรู้ความลับนี้และต้องการฮุบเหมืองทองคำไปเป็นของพวกมัน!หลงเปียวเดิน
วินาทีนั้นเอง... มือเล็กที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของพิมรดา ก็ถูกแรงกระชากของฝูงชนหลุดลอยออกจากฝ่ามือใหญ่ของหยางเฟยหลง! เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เฟยหลงหันขวับกลับไปมอง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!"ซินเหยียน!!"เขาพยายามจะฝ่าฝูงชนกลับไปหาเธอ แต่กระแสคนนับร้อยที่วิ่งสวนมาทำให้เขาถูกดันถอยหลังไปไกล และในจังหวะที่พิมรดากำลังจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น มือหยาบกร้านของชายชุดดำสองคนก็พุ่งเข้ามาตะครุบตัวเธอเอาไว้จากด้านหลัง!"ปล่อยฉันนะ! ช่วยด้วย! เฟยหลง! เฟยหลงช่วยด้วย!" พิมรดากรีดร้องสุดเสียง พยายามดิ้นรนทุบตีพวกมันอย่างเอาเป็นเอาตาย"หุบปากนังตัวดี!"หนึ่งในมือปืนใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยของพิมรดาอย่างแรง สติสัมปชัญญะของหญิงสาวดับวูบลงในทันที ร่างที่ไร้สติของเธอถูกพวกมันหิ้วปีก ลากตัวฝ่าฝูงชนเข้าไปในรถตู้สีดำที่ขับมาจอดเทียบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รถตู้คันนั้นจะพุ่งทะยานออกไปจากพื้นที่อย่างลอยนวล"ซินเหยียน!!! ม่ายยยยยยย!!!"เฟยหลงแผดเสียงคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่ถูกกรีดหัวใจ เขาสาดกระสุนปืนเข้าใส่รถตู้คันนั้นอย่างบ้าคลั่งจนหมดแม็กกาซีน แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งพวกมันได้ ร่างสูงใหญ่ทร
ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของเฟยหลงในกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในห้องทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดถึงขีดสุด ควันซิการ์ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ มัจจุราชหนุ่มนั่งหน้าเครียดคิ้วขมวดมุ่น หลังจากได้รับรายงานด่วนจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในโลกใต้ดิน"พวกแก๊งพยัคฆ์ดำมันยังไม่ถอยกลับไปครับนายท่าน..." อาเว่ยรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "สายของเราสืบรู้มาว่า หัวหน้าของพวกมันส่งมือสังหารระดับพระกาฬลอบเข้ามาในไทยเพิ่มอีกสิบคน เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การลอบสังหารนายท่านโดยตรง แต่พวกมันจ้องจะเล่นงานดวงใจ ของนายท่าน... พวกมันกำลังตามประกบคุณพิมรดากับคุณหนูตะวันทุกฝีก้าวครับ!"ปัง!!กำปั้นแกร่งทุบลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างแรงจนแฟ้มเอกสารกระดอน เฟยหลงผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยรังสีสังหารที่รุนแรงจนอากาศในห้องแทบจะลุกเป็นไฟ เขาประมาทพวกมันเกินไป! พวกมันกล้าดีมากที่คิดจะใช้เมียและลูกชายมาเป็นเครื่องมือต่อรองกับเขา!"อาเว่ย! สั่งระดมพลบอดี้การ์ดมือดีที่สุดสิบคน ไปคุ้มกันตะวันที่โรงเรียนอนุบาลเดี๋ยวนี้! ห้ามให้ใครเข้าใกล้ลูกชายฉันในรัศมีร้อยเมตรเด็ดขาด แล้วพาตัวตะวันไปซ่อนที่เซฟเฮาส์ลับสุดยอดของเรา!" เฟยหลง
เฟยหลงที่มองตามทุกการกระทำของเธอ เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจดจ้องไปที่เรียวขาที่สั่นเทาและท่าทางการเดินที่กะเผลกอย่างเห็นได้ชัดของหญิงสาว ภาพความดุเดือดและเสียงกรีดร้องของเธอในค่ำคืนนั้นฉายซ้อนขึ้นมาในหัว เขารับรู้ได้ถึงความบริสุทธิ์ที่เขาเป็นคนช่วงชิงมาอย่างโหดร้าย เขากระแทกกระทั้นและตั
ปัง!!เสียงประตูห้องทำงานที่อยู่ถัดไปไม่ไกลถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง หยางเฟยหลงก้าวออกมาด้วยใบหน้าทะมึนทึง ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพญามัจจุราช รังสีความโกรธแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในโถงทางเดินลดฮวบลงอย่างฉับพลัน"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!!" เขาตวาดลั่นจนทุกคนสะดุ้งสุดตัวจื่อรั่วหันขวับไปหาชายหนุ่ม รีบวิ่งเข้
หมอหลินสะดุ้ง รีบเปิดกระเป๋าเตรียมเข็มฉีดยาและสายน้ำเกลือ "ผมจะฉีดยาลดไข้และยาคลายเครียดให้เธอก่อนครับ แล้วก็ต้องให้น้ำเกลือเพื่อฟื้นฟูร่างกาย... ช่วงนี้คนไข้ต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และ... เอ่อ... ไม่ควรมีสิ่งเร้าที่ทำให้เธอตกใจหรือหวาดกลัวอีก ไม่อย่างนั้นอาการอาจจะทรุดหนักลงได้ครับ"ประโยคสุ
เฟยหลงไม่ฟังเสียงอ้อนวอน เขาพลิกตัวเธอให้นอนหงายราบไปกับเตียง กดตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มต้นการลงทัณฑ์ที่แสนป่าเถื่อนและเร่าร้อน เขาทั้งจูบ ทั้งซุกไซ้ ทั้งขบเม้มไปทั่วทุกตารางนิ้วที่ริมฝีปากและฝ่ามือร้อนผ่าวจะลากผ่าน ทุกสัมผัสของเขาเต็มไปด้วยค