로그인“แด๊ดดี้ ที่หนูบอกว่ารักแด๊ดดี้ หนูไม่ได้หมายความรักเหมือนพ่อ หนูรักแด๊ดดี้แบบผัว แด๊ดดี้เข้าใจปะ” “เด็กบ้า” ไคน์ มาเฟียที่รู้จักกันโลกนักธุรกิจที่ได้รับการยอมรับ เขารับผิดชอบชีวิตลูกน้องและธุรกิจของตัวเองตั้งแต่อายุ 22 ปี ใครก็ต่างเกรงกลัว มีอำนาจ มีอิทธิพล ใครหักหลัง หรือคิดอยากลองดี คิรัน สั่งเก็บทุกคน จนวันหนึ่ง ในขณะที่มือเปื้อนเลือดเพราะจัดการบางอย่างเสร็จเรียบร้อยกำลังเดินขึ้นรถ ไคน์ ได้พบกับเด็กผู้หญิงวัย 8 เดือน ที่มีผ้าเก่า ๆ ห่อหุ้มและนอนร้องไห้ ทั้ง ๆ ที่ชีวิตไม่ชอบความวุ่นวาย แต่ ไคน์ กลับตัดสินใจพาเด็กผู้หญิงคนนั้นกลับมาด้วย ผู้ชาย อายุ 22 ปี ตั้งตัวเองเป็นพ่อให้กับเด็กตัวน้อยวัย 8 เดือน ที่ยังพูดไม่ได้แม้แต่คำเดียว เด็กน้อยถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีโดยที่ ไคน์ มอบโลกสดใสให้เท่านั้น ส่วนโลกมืดมิดเขาไม่คิดจะให้เธอมารับรู้ เด็กน้อยเติบโตมาอย่างดีและสวยงามจนใครต่างให้ความสนใจ นั่นทำให้ความรู้สึกของ ไคน์ เริ่มเปลี่ยนไป จากแค่เอ็นดูเริ่มรู้สึกหึงหวงแล่นเข้ามาในหัวใจ ความผูกพันแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกต้องห้ามเมื่อศีลธรรมยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหัวใจ ความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร ฝากโปรดติดตาม…
더 보기"เฮีย มันหักหลังเราจริง ๆ ครับ ตอนนี้ผมจับมันไว้ที่โกงดังสุดท้าย"
นิ้วเรียวยาวหยิบมือถือแบรนด์ผลไม้รุ่นล่าสุดตัวท็อปความจุสูงสุดกดรับสาย ไคน์ เจ้าของใบหน้าคมเข้มราวกับงานปั้น สันกรามชัดเป็นเส้นทำให้บุคลิกดูแข็งกร้าวแต่กลับดึงดูดอย่างประหลาด ดวงตาเรียวยาวหางตาคมทอดมองนิ่ง ๆ ก็เหมือนกดอารมณ์คนถูกมองให้หวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว จมูกโด่งเป็นสันรับกับโครงหน้าพอดี ส่วนริมฝีปากได้รูปมีมุมยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนจะเย้ยโลกอยู่เสมอ ผมสีดำสนิทถูกเซ็ตยุ่งเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ ปอยผมด้านหน้าตกลงเหนือคิ้วเสริมให้เขาดูหล่อแบดปนอบอุ่นในคราวเดียวกัน ออร่าของเขาเงียบขรึม เย็นชา แต่กลับมีแรงดึงดูดรุนแรงจนใครก็ตามที่อยู่ใกล้ไม่อาจละสายตาได้เลย เขานั้นเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั้งไอโซด้วยกัน นักแสดงหญิง รวมทั้งหญิงสาวมากมายที่ได้พบเจอ
“ดี มึงรออยู่ที่นั่น เดี๋ยวกูไปจัดการด้วยตัวเอง”
ผมยกยิ้มที่มุมปากเมื่อได้เสียงปลายสายซึ่งเป็นมือขวาของผมเองโทรมารายงาน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอแนะนำตัวเลยก็แล้วกัน สวัสดีครับ ผม ไคน์ ชื่อจริง คาลิน ภักดิ์พิทักษ์วงศ์ ตอนนี้อายุ 22 ปี สูง 191 เซนติเมตร น้ำหนัก 67 กิโลกรัม เรียนจบผมก็รับช่วงต่อธุรกิจของพ่อเลย พ่อผมทำหลายธุรกิจ พ่อผมเป็นคนจีน ส่วนแม่คนไทยแท้ แต่งงานกันและอาศัยอยู่ที่ไทย แต่ผมทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทยจีน และยังมีบริษัทก่อสร้าง บริษัทเครื่องดื่ม ผมเป็นลูกคนสุดท้อง มีพี่ชาย 3 คน พี่ชายผมอายุห่างจากผมคนละ 3-10 ปี ผมเป็นลูกหลง แม่ไม่คิดจะมีแล้ว แต่ผมแข็งแรงเกินควบคุมเลยเกิดมา ซึ่งตอนนี้ผมดูแลบริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทยจีน ขายรถนำเข้า และรถแบรนด์ของตลาดทั่วไป มีหลายแห่ง แล้วที่ผมร่ำรวยด้วยตัวเองเพราะผมเป็นนักลงทุน ซื้อหุ้นที่สนใจเก็บไว้ ศึกษาและลงทุนตั้งแต่อายุ 17 ปี แล้วผมไม่ใช่ทำแค่ธุรกิจสีขาว ธุรกิจดำมืดของผมก็มี นำเข้าน้ำมันเถื่อน เนื้อหมูเถื่อน เหล้าเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านที่ค้าขายกันมานาน จ่ายส่วยตำรวจ ใครจะจับก็จับไม่ได้หรอก สาวไม่ถึง ที่สำคัญแบ็กผมใหญ่คอยหนุนหลังให้มาตลอด ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ผมก็ทำเพิ่มเรื่อย ๆ ในส่วนที่สนใจ ผมกดวางสายก่อนจะสั่งคนขับรถส่วนตัวให้ตรงไปยังคลังสินค้า
“ไอ้จั๊ม มึงขับไปที่คลังสินค้าคลังสุดท้าย”
"ครับเฮีย"
จั๊มรับคำและขับรถตรงไปยังคลังสินค้าบริเวณใกล้ท่าเรือ แล้วถ้าเฮียไคน์บอกว่าไปโกดังสุดท้ายนั่นหมายถึงจะมีการตายเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งพวกเขานั้นรับรู้ได้ทันที ทำงานกับเจ้านายมาตั้งแต่นายอายุ 18 ปี แล้วทุกคนต่างพากันเรียกเฮีย ไม่ใช่เรียกเพราะอายุ แต่เรียกเพราะความนับถือ ซึ่งส่วนมากพวกเขานั้นเป็นนักโทษที่พ้นโทษจากในเรือนจำด้วยคดีต่าง ๆ ยกเว้นข่มขืน เพราะนายไม่รับนักโทษคดีนี้ พวกเขามากินมาอยู่และทำงานให้เจ้านาย ชีวิตพวกเขาดีขึ้นมาก เพราะเจ้านายเป็นคนรักลูกน้องและให้โอกาส แต่หากทำผิดไปจนถึงโทษร้ายแรงก็ตายสถานเดียว
"ถึงแล้วครับเฮีย"
“อืม”
ผมวางมือถือที่กำลังกดเล่นเกมเอาไว้ในรถ จากนั้นก็หยิบปืนและซองบุหรี่ออกมาก่อนจะเดินเข้ามาในคลังพร้อมลูกน้อง แล้วเมื่อเห็นหน้าคนที่จะมาเอาชีวิต บทเดิม ๆ ประโยคเดิม ๆ ของไอ้พวกคิดทรยศก็เริ่มทำงาน ซึ่งมันไม่ใช่ลูกน้องผมนะ เป็นคู่ค้า แต่เสือกเลือกท้าทาย กล้ายักยอกเงินส่วนแบ่งออกไปหลายล้านบาท แล้วในโกดังมีลูกน้องล้อมเอาไว้ 60 กว่าชีวิต คนนอกไม่มีสิทธิ์เข้ามา ตำรวจในท้องที่ก็ไม่รู้ไม่เห็นเพราะผมจ่ายเงิน
"เฮียครับ ผมขอโทษ ผมโอกาสเถอะนะครับ"
มอส ชายวัย 28 ปี ใบหน้ามีเลือดอาบ ร่างกายบอบช้ำเพราะโดนกระทืบ เมื่อเห็น เฮียไคน์ เดินเข้ามาเลยรีบยกมือไหว้วิงวอนเพื่อขอชีวิต แล้วที่เขานั้นกล้ายักยอกเงินค่าสินค้าเดิมทีก็ได้ยินชื่อเสียง คิดว่าทุกคนพากันยกย่องเกรงกลัวไปเองจึงกล้าทำ ตอนนี้รู้แล้วว่าไคน์นั้นน่ากลัวขนาดไหนเพราะเขานั้นยักยอกไม่กี่ชั่วโมงลูกน้องของไคน์ก็บุกไปลากจากที่บ้านพักมาที่นี่และซ้อมจนเขานั้นปางตาย ยิ่งเห็นใบหน้าและสายตาดุ ๆ ของไคน์เขายิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้นกว่าเดิม
“เหรอวะ แต่กูไม่ให้อภัยว่ะ กล้าคิดทรยศกู คิดว่ากูเป็นไก่อ่อนงั้นสิ ดี ในเมื่อมึงอยากลองดี กูจะให้มึงรู้จักกูมากขึ้น”
ผมแสยะยิ้มที่ปากและมองไปที่ไอ้คู่ค้าที่คิดทรยศนิ่ง ๆ โดยที่มือทั้งสองข้างนั้นรับถุงมือไนไตรสีดำจากลูกน้องมาสวมใส่ตามด้วยสนับมือ อุปกรณ์เรียบร้อยผมก็สาวหมัดไปที่หน้ามันเต็มแรงหลายทีด้วยความโมโห
ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!
“ทรยศกูใช่ไหม แล้วกูล่อซื้อมึงสองรอบแล้ว ลาญาติมึงทางจิตซะ เพราะวันนี้กูเอามึงตาย!”
ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!
ผมต่อยที่หน้าของมันเต็มแรงแบบไม่คิดจะยั้งมือ แล้ววันนี้ผมจะเอามันให้ตาย สำหรับผมแล้ว ถ้าบอกจัดการแล้วให้ลากมาที่นี่คนที่เข้ามาตายทุกคน ผมต่อยมันจนพอใจจนหน้ามันแตกเลือดอาบหน้า ดวงตามันเริ่มปรือผมก็ลุกขึ้นแล้วก็ประเคนเท้าให้มันอีกอย่างต่อเนื่อง กระทืบทุกที่ โดนตรงไหนผมไม่สนใจหรอก เน้นมันส์ตีน
ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ!!
"อือหื้อ เฮียแรงดีไม่มีตก"
"ฮึ ให้เฮียเอาแม่งให้ตาย"
เหล่าลูกน้องของไคน์ต่างพากันมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสะใจ เพราะมันคิดทรยศเจ้านายและพวกเขาก่อน เจอแบบนี้จะได้รู้ว่านายนั้นของจริง
“เฮ้ย มึงเอาใส่ถุงมือแล้วจับมันไปโยนไว้ในป่าที่เดิม แล้วผสมไซยาไนด์ใส่ลงในน้ำกรอกปากมัน ทองบนตัวมันพวกมึงก็อย่าเสือกเอามาล่ะ ทำให้เนียน กูขี้เกียจอธิบายเยอะ แล้วถ้ากูรู้ว่าใครทำเกินหน้าที่ ฝ่าฝืนคำสั่ง กูจะเอาพวงมึงไปอยู่กับมัน”
ผมมองไอ้คู่ค้าที่คิดทรยศที่ตอนนี้ฟันหลุด เลือดเลอะเต็มร่างกาย แล้วมันก็สลบไปแล้ว อีกอย่างคดีนี้ผมไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เพราะตั้งแต่มีไซยาไนด์ทุกอย่างก็สบายขึ้นเหมือนกัน จัดฉากว่ามันกินเองก็จบ แล้วป่าที่ผมเอาไปทิ้งไม่ใช่แถวนี้ แต่จะเป็นป่าลึกอยู่อีกที่ ถนนลูกรัง กล้องวงจรปิดไม่มี ลายนิ้วมือไม่มี เพราะผมกับลูกน้องใส่ถุงมือกันทุกคน ญาติติดใจหรือสงสัยก็ได้แค่นั้นแหละ ผมจัดการและสั่งงานเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาจากโกดังที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว พอออกมาก็มีลมพัดผ่านใบหน้าและร่างกาย อากาศเย็นกว่าข้างในเป็นอย่างมาก หายใจหายคอสะดวกขึ้นหน่อย ผมถอดถุงมือใส่ถุงที่ลูกน้องถือเอาไว้และเผาทิ้งไปเลย ไม่เก็บไว้ ในขณะที่รอถุงมือมันกำลังไหม้ผมก็จุดบุหรี่ขึ้นสูบและส่งซองให้ลูกน้อง
“ขอบคุณครับเฮีย”
เหล่าลูกน้องกล่าวขอบคุณและรับซองบุหรี่จากเจ้านายมาแจกจ่ายแบ่งกันไปและจุดสูบ ควันสีขาวถูกสูดเข้าปอดและปล่อยออกมาล่องลอยไปกับสายลมยามค่ำคืนที่เงียบสงัดมีแต่เสียงคนงานอีกกลุ่มหนึ่งที่อุ้มร่างของไอ้มอสขึ้นรถและขับออกไป ในขณะที่ทุกคนกำลังผ่อนคลายก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังขึ้นกังวานไปทั่วคลังขนาดใหญ่ใกล้ป่า
อุแว้ อุแว้ อุแว้!!
“เสียงเชี้ยไรวะ”
ผมเขี่ยขี้บุหรี่ลงดินและปล่อยควันออกมาก่อนจะเงยหน้าและหันไปหาลูกน้องหลังได้ยินเสียงร้องไห้ที่ดังจนแสบแก้วหู ก่อนจะขมวดคิ้วและยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าเอวจากนั้นก็เอ่ยถามไอ้พวกนี้ออกไป
“พวกมึงตั้งเสียงเรียกเข้าดีกว่านี้ไม่เป็นเหรอวะ แสบแก้วหูฉิบหาย”
เหล่าลูกน้องต่างพากันรีบหยิบมือถือของตัวเองจากในกระเป๋าขึ้นมาดูและหันหน้าจอไปให้เจ้านายเพื่อยืนยันว่า ถึงแม้พวกเขาจะบ้าบางเรื่อง แต่ไม่มีใครตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นเสียงเด็กร้องไห้แบบนี้แน่นอน
"พวกผมไม่ได้ตั้งนะเฮีย นี่"
ผมมองจอมือถือของพวกมันที่พากันยกขึ้นเหมือนยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ผมเลยขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นก่อนจะเห็นลูกน้องของผมคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหา
"เฮีย งานเข้าแล้วครับ"
“อะไรของมึง”
"มีคนเอาเด็กมาทิ้งไว้ข้างถังขยะใกล้รถของเราครับ เด็กผิวขาว ๆ น่าจะผู้หญิง แล้วก็ร้องโคตรเก่งเลยเฮีย"
ผมมองไอ้การ์ดที่พูดด้วยความตื่นเต้นแล้วเหมือนจะเอ่ยชมความเก่งกาจของเด็กที่ร้องไห้จนขี้หูผมสะเทือนด้วยความภาคภูมิใจ ผมเลยตอบมันกลับไป
“เออ กูรู้ละว่าร้องเก่ง แหกปากขนาดนี้ ดีหลังคาคลังกูไม่ปลิว มึงอุ้มมันไปวางไว้ที่อื่นไป”
"จะดีเหรอครับเฮีย น่าสงสารนะครับ น่าจะหิวนมด้วยครับ"
“สงสารนักมึงก็เปิดนมมึงให้มันกินสิ”
การ์ดมองเจ้านายของตนเองก่อนจะมองไปยังถึงขยะที่อยู่ไม่ไกลจากรถยนต์คันหรูของนาย แต่จะให้เขาเลี้ยงคงเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเขาต้องทำงานให้นาย เมียก็ไม่มี ส่วนแม่ก็แก่แล้ว สายตามองไม่เห็น ไม่สะดวกที่จะเลี้ยงเจ้าหนูนั่นจริง ๆ การ์ดเลยเดินกลับมาและยืนมองเด็กน้อยผิวขาวเนียนละเอียด ขาวคล้ายหลอดไฟ หน้าตาน่ารัก แต่มอมแมมนอนอยู่ในห่อผ้าเก่า ๆ และร้องไห้เสียงดัง
“คือ หนู หนูรักแดดดี้ค่ะ”ฉันเม้มปาก มองหน้าแดดดี้ แล้วก็พูดออกไป คือหัวใจมันเต้นแรงมาก ๆ ถ้ามันออกมาเต้นข้าวนอกได้คงจับมันไม่ทันอะ แล้วก็มองหน้าแดดดี้ ซึ่ง หน้าแดดดี้เขาก็ปกติ “อืม แดดดี้รู้แล้ว แดดดี้ก็รักเราเหมือนกัน แล้วอยากได้อะไรหรือเปล่า ถึงมาอ้อนแดดดี้แบบนี้”ผมพยักหน้าแล้วก็ใช้มือลูบศีรษะของยัยแมวน้อยครีมรินเบา ๆ แล้วครีมรินบอกรักผมแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว สงสัยอยากได้อะไรพิเศษเลยอ้อนนั่นแหละ“แดดดี้ มันไม่ใช่แบบนั้นค่ะ”ฉันถอนหายใจ หมดกัน ความตื่นเต้นที่มี ไม่น่าบอกรักแดดดี้บ่อยเลยอะ มันเลยเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้มันไม่ใช่ปกติไง ฉันเลยใช้มือจับหน้าของแดดดี้ให้หันมามองแล้วก็พูดออกไปแบบชัดเจน ว่าที่บอกรัก หมายถึงรักในรูปแบบไหน“แดดดี้ ที่หนูบอกว่ารักแดดดี้ หนูไม่ได้หมายความรักเหมือนพ่อ หนูหมายความว่า รักแบบผัว แดดดี้เข้าใจปะ” “อะไรนะ”ผมมองยัยตัวแสบครีมรินก่อนจะเลิกคิ้วและถามออกไปอีกครั้ง ว่าสิ่งที่ได้ยินมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง “คือหนูรักแดดดี้ แบบผู้หญิงรักผู้ชาย ไม่ได้รักแบบพ่อ”“เรารักกันแบบนั้นไม
1 เดือนต่อมาฉันใช้หวีหวีผมยาวที่เพิ่งดัดลอนใหญ่เสร็จ รวมผมช่อเล็ก ๆ ด้านหน้าสองช่อ คิดกิ๊บไข่มุกแท้สีขาว จากนั้นก็สวมชุดเดรสสานเดี่ยวสีขาวมีการตกแต่งเป็นชั้น กระดุมช่วงหน้าอกสีขาว 4 เม็ด แล้วก็เสื้อแขนยาวไหมพรมสีชมพูอ่อน สะพายกระเป๋าผ้าสีขาวแบรนด์คนไทยราคาหลักร้อยแต่ตัดเย็บดีมาก ๆ ถุงเท้า แล้วก็รองเท้าผ้าใบจากนั้นก็เดินลงมาจากบนห้องมายังชั้นล่าง เพราะวันนี้แดดดี้จะเข้าบริษัทน้ำดื่ม ฉันเลยจะไปด้วย“แดดดี้ เสร็จแล้วค่ะ”“อืม มานั่งทานข้าว จะได้ไปกัน”“วันนี้ลูกสาวมาม๊าจะไปไหนเอ่ย”คุณหญิงเนตราที่นั่งไขว่ห้างตัวตรงยิ้มและเอ่ยถามลูกถามลูกสาวคนสวยออกไป โดยที่แม่บ้านนั้นกำลังตักข้าวใส่จานให้กับสมากชิกในครอบครัว“วันนี้หนูจะไปเป็นเด็กฝึกงานที่บริษัทของแดดดี้ค่ะ”“ฮึ เห็นทำงานแค่ 7 ขวบ เท่านั้นแหละ หลังจากนั้นไปก็ไปนอนเป็นหมูอยู่บนโซฟา”ผมยกยิ้มที่มุมปากเมื่อได้ยินคำตอบจากยัยตัวแสบว่าจะเป็นไปเด็กฝึกงาน ปกติไปก็ไปนั่งเล่นแล้วก็นอนอยู่บนโซฟารอเวลากลับบ้าน“แดดดี้ ดีนะคะว่าอยู่กับคนในครอบครัว ถ้าอยู่ข้างนอกแดดดี้หักหน้าหนูไม่ได้นะ เดี๋ยวเครดิตหนูเสีย”“ไม่ต้องหักหน้าก็หักอยู่แล้วปะ”“ปาป๊า ดูแด
หลายเดือนต่อมา ฉันตื่นอาบน้ำแต่งตัว ใส่ชุดนักเรียนตามปกติ แล้วก็มีชุดครุยของโรงเรียนแทบสีเลือดหมู แต่งหน้าเบา ๆ โทนชมพู ทาลิปสติกแบบฉ่ำวาว ผมยาวดัดลอนใหญ่ให้มีวอลลุ่ม เมื่อเรียบร้อยแล้วก็หมุนดูตัวเองหน้ากระจกพร้อมรอยยิ้ม แต่ก็แอบหวิว ๆ เหมือนกัน เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนแล้ว สถานีต่อไปคือเป็นนักศึกษา “โตแล้วนะครีมริน” ฉันมองตัวเองจากกรอบรูปหน้าโต๊ะกระจก เป็นเด็กตัวน้อยอ้วนกลม พุงยื่นนิดหน่อย แขนขาเป็นปล้อง แก้มยุ้ย ยิ้มจนเห็นเหงือกและมีฟันสองซักข้างหน้า อีกภาพเป็นภาพวัย 3 ขวบ ตัวก็ยังอ้วนกลมอยู่ในชุดว่ายน้ำที่เซ็กซี่มาก ๆ ถ่ายรูปยิ้มกว้างทำท่าทางต่าง ๆ ในสวนน้ำที่ครอบครัวพาไปเที่ยว จากเด็กน้อยในวันนั้น วันนี้กำลังโตขึ้นเป็นวัยรุ่น และวัยนักศึกษา ฉันมองตัวเองก่อนจะวางกรอบรูปลง สะพายกระเป๋า แล้วก็เดินออกมา ส่วนชุดครุยป้าละออเอาไปซักและเตรียมให้แล้ว “คุณหนู เรียบร้อยแล้วเหรอคะ ป้ากำลังจะเคาะเรียกอยู่พอดี วันนี้คุณหนูของป้าสวยที่สุดเลย” “ขอบคุณนะคะป้าละออก ก็หนูโตแล้วนี่คะ ต้องสวยเยอะ ๆ” ป้าละออยกยิ้มและพยักหน้า และมองคุณครีมรินตัวน้อยที่สวมชุดนักเรียนของโรง
เวลา 20.35 น.ฉันอาบน้ำเป่าผมจนแห้ง ใส่ชุดนอนสีขาวผ้าลื่นแขนสั้นมีกระดุมด้านหน้าและกางเกงนอนขายาวเข้าคู่กัน ก่อนจะเม้มปาก นั่งลงบนเตียง ตัดสินใจอยู่กับตัวเอง ก่อนจะส่งข้อความไปหามาม๊าว่าท่านนอนหรือยัง เอาจริง ๆ ก็ไม่อยากไปรบกวนเพราะท่านเพิ่งกลับมา แต่พอมาม๊าบอกว่าสะดวกฉันก็เลยเดินมาที่ห้องนอนของมาม๊า เคาะประตู พอประตูเปิดเลยเดินเข้ามาหาท่านทั้งสอง“ปาป๊า มาม๊า”“ว่ายังไงคะลูก คนสวยของมาม๊า ดูทำสิ ใครทำอะไรหนู หรือหนูมีเรื่องหนักใจอะไร อยากปรึกษาเรื่องอะไรบอกมาม๊ากับปาป๊าได้เลยนะลูก”“ถ้าหนูบอกมาม๊ากับปาป๊า หนูกลัวมาม๊าปาป๊าแล้วก็ทุกคนจะเกลียดหนูค่ะ”คุณหญิงเนตราขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองทางสามี ในขณะที่ห่าวซวนนั้นก็มีสีหน้าที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพราะเป็นห่วงว่าลูกสาวมีเรื่องหนักใจอะไร มือสวยของคุณหญิงจับที่ใบหน้าสวยของครีมรินก่อนจะยิ้มให้ ห่าวซวนเองก็ใช้มือลูบศีรษะของลูกสาวเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม“ครีมริน มาม๊ากับปาป๊ารักหนูมาก ถึงแม้มาม๊าจะไม่ได้คลอดหนูออกมา แต่มาม๊าเลี้ยงหนูมาเพราะความรักนะลูก ไม่ว่าหนูจะทำอะไร จะเป็นยังไง มาม๊ากับปาป๊าจะไม่มีวันเกลียดหนูหรอกนะลูก แล้วม๊าเองก็ดีใจที่หนูคิ
เวลา 20.20 น. ผมพันผ้าขนหนูเดินเออกมาจากห้องน้ำ ตรงเข้าห้องแต่งตัว เช็ดตัวจนแห้งแล้วก็เดินออกมาเลย ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ส่วนน้ำผึ้งก็อาบน้ำใส่ชุดนอนอยู่บนที่นอน แล้วผมโตแล้ว น้ำผึ้งก็ไม่ใช่เด็ก ชวนมานอนด้วยก็ต้องมีเรื่องบนเตียงอยู่แล้ว แต่ ก๊อก ก๊อก ก๊อก น้ำผึ้งที่นอนรออยู่บนเตียง พอเห็นไคน์เดินอ
[เอาล่ะ เจ้าหญิงน้อยของเราหลับไปแล้ว] [ว่าแต่ เราตั้งชื่อให้เจ้าหนูน้อยหรือยังล่ะ] ”ยังเลยครับป๊า นี่เป็นชื่อจริงกับนามสกุลในใบเกิดครับ” ผมละสายตาและวางมือถือที่กำลังกดเกมเล่น จากนั้นก็ส่งซองเอกสาร สมบัติชิ้นเดียวที่ติดตัวยัยเด็กตัวเล็กมาไปให้ป๊ากับม๊า [ไม่เอาหรอก มาอยู่กับเราแล้วก็ตั้งใหม่ไปเลย
[ตาไคน์]คุณหญิงเนตรา เจ้าของร่างอวบอัดขาวเนียนผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนใหญ่ แต่งหน้าโทนแดง ใบหน้าสวยหวานสมวัย เธอสวมชุดกระโปรงเข้ารูปแขนกุดสีขาวเดินเข้ามาในบ้าน ในมือเรียวสวยเล็บสีแดงถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักล้านเดินเข้ามาในบ้านพร้อมสามีที่เป็นคนจีน ตอนนี้เธออายุ 46 ปี แต่งงานเร็วและมีลูกเลย ล
เวลา 10.06 น.“แงงงง อึก แงงงงง”ผมใช้มือเสยผมก่อนเดินลงบันไดมาจากชั้นสอง แล้วพอเดินลงมาก็ได้ยินเสียงของยัยเด็กเสียงดีขึ้นมาทันที แต่ก่อนบ้านผมเสียงเงียบมาก บ้านเก็บเสียงทั้งหลัง ส่วนลูกน้องผมมันจะพากันนั่งเล่นและพูดคุยข้างนอกเวลาไม่มีงาน แต่ตอนนี้มีเสียงแบบใหม่เพิ่มเข้ามาละ ผมเดินมาหยุดที่บริเวณโซ
리뷰