Accueil / มาเฟีย / กรงปรารถนา / บทที่ 4 ในอุ้งมืออุ่น - 35%

Partager

บทที่ 4 ในอุ้งมืออุ่น - 35%

last update Date de publication: 2025-07-15 18:00:21

ต้องรักพยายามจะยันกายลุกขึ้นนั่ง ทว่ามือของดิลกก็เลื่อนขึ้นมาตรึงข้อมือไว้ทั้งสองข้าง หญิงสาวจึงก่นด่าพร้อมทั้งข่มขู่ด้วยความแค้นเคือง

“ไอ้หลก แกฆ่าแม่ฉัน ฉันจะเอาแกเข้าคุกให้ได้ ไอ้เลว!”

“กูไม่ได้ฆ่าแม่มึง นังจงมันตกบันไดลงมาเอง”

ดิลกรีบแก้ต่างให้ตัวเอง ก่อนจะพูดบางอย่างที่ต้องรักได้ฟังก็ยิ่งโกรธแค้นเป็นร้อยเท่าพันทวี

“กะอีแค่ทองเส้นเท่าหนวดกุ้ง แม่มึงจะหวงไว้ทำไมนักหนา กูแค่ขอยืมไปหมุนหน่อยเดียวแต่มันไม่ยอมให้ กูก็ต้องขโมยเอาสิ แม่มึงวิ่งตามกูจะเอาคืนแล้วพลาดตกบันไดมาเองไม่เกี่ยวกับกูสักหน่อย”

“ไอ้ชาติชั่ว! ปล่อยนะ ไอ้ทุเรศ! ปล่อยฉัน” ต้องรักดิ้นรนสุดแรงเท่าที่ตัวเองจะมี ปากก็ร้องด่าทอดิลก พ่อเลี้ยงไปด้วย

“ปล่อยก็โง่แล้ว กูเล็งมึงมาตั้งนาน ตอนแม่มึงอยู่กูทำอะไรไม่ได้เพราะติดคำสาบานที่ให้ไว้กับแม่มึง แต่ตอนนี้แม่มึงมันก็ตายไปแล้ว ยอมๆ กูไปเถอะน่ากูรู้ว่ามึงเองก็ไม่ได้สดซิงอะไรนักหรอกทำงานกลางคืนอย่างนั้นน่ะ”

ถ้อยคำต่ำทรามที่พ่นออกมาจากปากของดิลกทำเอาหญิงสาวแทบอยากเอามีดมากรีดปากคนพูด

เอ๊ะ...มีด!

ทันทีที่นึกถึง เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยเอามีดปอกผลไม้วางไว้ใต้หมอนเพื่อป้องกันตัว ทว่าข้อมือที่ถูกล็อกเอาไว้ทั้งสองข้างทำให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจคิด สุดท้ายจึงเลิกต่อต้าน กัดฟันทนให้อีกฝ่ายจับต้องได้ตามใจแม้จะรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงแค่ไหนก็ตาม แต่เพื่อหลอกให้พ่อเลี้ยงตายใจ เธอจำต้องยอม

“หึ...จุดติดง่ายเหมือนกันนี่หว่า ดี! แบบนี้กูชอบ”

ดิลกแค่นยิ้มเมื่อเห็นคนใต้ร่างเลิกดิ้นรนขัดขืน มือข้างที่จับข้อมือทั้งสองข้างของต้องรักไว้จึงเผลอปล่อยเพื่อจะมาจัดการกับอาภรณ์ของตนเอง และระหว่างที่มัววุ่นวายกับการปลดเข็มขัด สีข้างของหนุ่มใหญ่ก็ถูกวัตถุปลายแหลมแทงจนเกือบมิดด้ามพร้อมกับแรงถีบจากฝ่าเท้าของหญิงสาวจนร่างลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น มือก็เปลี่ยนมากุมบริเวณที่ถูกแทงพลางร้องโอดโอย

“อีรัก! กูจะฆ่ามึง!”

ดิลกตะโกนลั่นเมื่อเอามือขึ้นมาดูแล้วเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาจนดูน่ากลัว แต่ต้องรักไม่มีเวลาคิดอะไรทั้งนั้น รีบผลุนผลันลุกขึ้นวิ่งไปยังประตูห้องนอนทันที สองเท้าวิ่งลงบันไดมาอย่างเร็วจนก้าวพลาด ส่งผลให้ร่างเล็กกลิ้งหลุนๆ มาตามขั้นบันไดจนกระทั่งร่างกระแทกกับพื้นปูน

วินาทีนี้หญิงสาวลืมความเจ็บไปจนสิ้น เมื่อลุกขึ้นยืนได้ก็ปรี่ไปที่ประตูบ้าน แล้วออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต

สองเท้าเปล่าเปลือยวิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ป้ายรถประจำทางหน้าปากซอยเข้าชุมชน ร่างบอบบางหอบจนตัวโยนพลางทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อย่างหมดแรง อกใจเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หันไปมองทางที่ตัวเองวิ่งผ่านมาอย่างหวาดระแวงด้วยเกรงว่าพ่อเลี้ยงจะวิ่งตามมาฉุดกลับไป เมื่อไม่เห็นจึงรู้สึกโล่งขึ้นมาเปลาะหนึ่ง

แล้วถ้ามันตายล่ะ เธอจะติดคุกไหม!

ร่างเล็กนั่งคู้เข่าขึ้นมากอดเอาไว้ ปากเม้มแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นเมื่อนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แล้วเธอจะทำอย่างไรดีหนอ จะหันหน้าไปพึ่งพาใครได้ เงินก็ไม่มีติดตัวแม้แต่บาทเดียว เพราะเมื่อครู่ตอนที่วิ่งออกมาอารามตกใจและหวาดกลัวสุดขีดจึงไม่ได้หยิบอะไรออกมาเลย แม้กระทั่งรองเท้าก็ยังไม่มีกะจิตกะใจจะไปนึกถึง สมองสั่งเพียงอย่างเดียวว่าให้หนีเท่านั้น

ชนาธิปเปิดประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปในรถด้วยอารมณ์กรุ่นๆ จนคนสนิททั้งสองจับกระแสความขุ่นมัวนั้นได้ เอกรัฐกับชัชวาลมองหน้ากัน ต่างคนต่างถามอีกฝ่ายทางสายตา ทว่าคำตอบที่แต่ละคนมีให้กันมีเพียงอาการส่ายหน้าเล็กน้อยเท่านั้น เป็นการบอกกับอีกฝ่ายว่า ไม่รู้...

นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปยังพนักงานแทบทุกคนที่เดินอยู่ริมทางเมื่อรถเคลื่อนผ่าน เมื่อไม่เห็นบุคคลที่ตนมองหาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ จนคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าลอบมองหน้ากันอีกรอบ

“วันนี้ขับไปอีกทางนะ”

เสียงเรียบๆ ที่ดังจากเบาะหลังท่ามกลางความเงียบทำให้ชัชวาลที่ทำหน้าที่ขับรถอดสะดุ้งขึ้นมาไม่ได้ พลางนึกในใจว่าอีกทางของเจ้านายนั้นคือทางไหนกัน แต่ดูเหมือนคนพูดจะรู้ว่าลูกน้องกำลังงุนงงสงสัย จึงชิงพูดขึ้นมาเสียเองโดยที่ไม่ต้องให้เอ่ยปากถาม

“ผ่านทางวัด”

“ครับ” ชัชวาลขานรับก่อนจะลอบสบตากับเอกรัฐที่นั่งอยู่ด้านข้าง เริ่มรับรู้รางๆ แล้วว่าสาเหตุของอาการไม่สบอารมณ์ของเจ้านายนั้นเกิดจากอะไร

ผ่านไปราวสิบห้านาที รถก็เคลื่อนที่ผ่านละแวกที่เขาเคยมาส่งต้องรักจนถึงบ้าน ชนาธิปมองจ้องเข้าไปในนั้นระหว่างที่รถกำลังขับผ่านปากซอยทางเข้าชุมชนของหญิงสาว คนขับก็ดูเหมือนจะรู้ใจเจ้านายดีเพราะชะลอรถให้วิ่งช้าจนแทบจะเรียกได้ว่าคลาน จนกระทั่งรถค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านจุดนั้นไป

“เดี๋ยว! จอดก่อน”

คำสั่งจากเจ้านายทำให้ชัชวาลเหยียบเบรกแทบจะทันที พร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ของคนสั่งเปิดประตูรถแล้วเดินย้อนกลับไปยังทางที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา

เอกรัฐมองกระจกข้างรถจึงได้เห็นว่าชนาธิปกำลังเดินไปหาใครคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งกอดเข่าฟุบหน้าอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง คราแรกเขานึกว่าเป็นคนจรจัดแถวนี้จึงไม่ได้สนใจอะไรนัก เพราะผมเผ้ายุ่งเหยิงแถมรองเท้าก็ไม่ใส่ แต่พอเห็นเจ้านายเดินลงไป เขาจึงต้องลงตามไปด้วยเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่เจ้านายตามหน้าที่

ชนาธิปก้าวเร็วๆ ไปหาหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นราวกับกำลังสะอื้นไห้ นัยน์ตาคู่คมกวาดมองสภาพของคนตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาวางมือที่หัวไหล่สั่นไหวนั้นเบาๆ

“ต้องรัก!”

เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือกพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนเรียกทันควัน แววตาหวาดกลัวเมื่อแรกเห็นแปรเปลี่ยนเป็นดีใจ เมื่อเห็นร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“คุณชนาธิป!”

แค่เรียกชื่อของเขา น้ำตาเจ้ากรรมก็รินไหลออกมาไม่ขาดสาย ทั้งดีใจทั้งโล่งใจที่ได้เจอเขาในเวลาที่กำลังมืดมนอย่างนี้

ร่างสูงย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าพร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้าราวกับจะให้หญิงสาวได้ตัดสินใจ ต้องรักมองมือนั้นเพียงชั่วครู่ก็วางมือของตัวเองลงบนมือใหญ่นั้นทันที ตามมาด้วยแรงช้อนจากคนตัวโตจนร่างเล็กลอยหวือขึ้นไปอยู่ในอ้อมแขนของเขา

“ไปทำแผลก่อน แล้วค่อยคุยกัน”

เสียงทุ้มของเขาฟังแล้วอบอุ่นหัวใจของหญิงสาวยิ่งนัก ต้องรักเผลอตัวยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาพร้อมกับซุกหน้าลงกับไหล่ของชายหนุ่มอย่างหาที่พึ่งแล้วร้องไห้ออกมาอีกครา แต่คราวนี้เกิดจากความดีใจ

เอกรัฐรีบเปิดประตูด้านหลังให้ชนาธิปพาหญิงสาวเข้ามาในรถอย่างรู้งาน อดทึ่งเจ้านายตัวเองไม่ได้ที่จดจำต้องรักได้แม้ว่าจะเห็นเพียงแค่ด้านข้างก็ตาม เพราะขนาดเขามองยังนึกว่าเป็นคนจรจัดแถวนี้เลย

ชายหนุ่มวางต้องรักลงบนเบาะก่อนจะแทรกตัวตามเข้าไป จากนั้นเขาก็คว้ามือของหญิงสาวมาวางไว้บนตักพร้อมกับหันไปหยิบกระดาษทิชชูด้านหลังเพื่อเช็ดคราบเลือดให้

“ไปโดนอะไรมา” เขาถามเบาๆ ราวกระซิบ แต่คนฟังกลับรู้สึกได้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงเรียบนิ่งนั้น

“ไม่...ไม่ใช่เลือดของรักหรอกค่ะ” ต้องรักอ้อมแอ้มตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะก้มหน้างุดแล้วบอกเขาเสียงสั่นๆ

“รัก...รักแทงคนมา!”

ตอบออกไปแล้วก็นั่งเงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเขา ทว่าสัมผัสอุ่นร้อนที่แสนอ่อนโยนจากมือใหญ่คู่นั้นก็ทำเอาหญิงสาวอดน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้

“ไม่บาดเจ็บก็ดีแล้ว”

เขาพูดเพียงแค่นั้นโดยไม่ได้มองหน้าเธอแม้แต่น้อย แต่มือก็ยังคงใช้กระดาษทิชชูเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดแห้งกรังที่ติดอยู่กับมือเล็กนั้นอย่างไม่นึกรังเกียจ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 100%

    พอได้ยินคำว่าสยาม ชนกนันท์ก็ตาวาวขึ้นทันที เพราะทุกครั้งที่ได้ไปย่านนั้นกับบิดามารดา ตนมักได้เสื้อผ้า หรือของที่อยากได้ติดมือกลับบ้านเสมอ และครั้งนี้จึงไม่พลาดเช่นกัน“ไปค่ะคุณพ่อ ถ้างั้นให้อเล็กซ์กับอลัน...”“ให้อยู่บ้านไป อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ไงลูก” ชนาธิปชิงพูดก่อนบุตรสาว จากนั้นก็หันไปถามสองแฝดด้วยภาษาอังกฤษ“พวกนายจะเอาอะไรไหม”“เบียร์!” สองหนุ่มตอบมาพร้อมกัน ชนาธิปยิ้มเย็นพลางพูดว่า“No!” เขามองหน้าฝาแฝดทั้งสองคนแล้วลอบถอนหายใจแผ่ว สองหนุ่มนี่ยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งหล่อเหลา อีกทั้งรูปร่างยังสูงใหญ่จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบแปด“ถ้าพวกนายอยากดื่มก็ดื่มได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ เอารถที่บ้านออกไปหาร้านนั่งดื่มกันข้างนอกก็ได้ ตามสบาย”ชนาธิปบอกอย่างใจกว้าง เพราะอย่างไรเสียสองคนนี้เขาก็ถือว่าเป็นหลาน หรือญาติที่ใกล้ชิดที่สุด แต่เขาจะไม่วุ่นวายกับสองคนนี้เลยถ้าหากว่าทั้งคู่จะไม่มาวอแวชนกนันท์ สายตาหวานเชื่อมนั่นเขาดูออกว่าทั้งสองคนนั้นถูกใจบุตรสาวของเขา และกำลัง

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 75%

    “อ้าว คุณธิปพาภรรยามาด้วยหรือคะไม่น่าเชื่อ ปกติเห็นไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด” อีฟหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด“ลูกผมสองคนยังเล็กมากครับ ผมเลยไม่อยากให้ลูกไปงานเลี้ยงกับผม ภรรยาผมเขาก็เลยต้องอยู่ดูแลลูกที่บ้าน ผมก็ตามใจเธอ”เขาดูนาฬิกาข้อมือแล้วพูดว่า “ผมขอตัวก่อนดีกว่า ป่านนี้อาหารน่าจะมาเสิร์ฟแล้ว ฝากความระลึกถึงคุณเบิร์ดด้วยนะครับ”ชนาธิปยิ้มบาง ๆ ให้อีกครั้งแล้วเดินจากไป ทิ้งสายตาผิดหวังของหญิงสาวไว้ที่เดิมโดยไม่คิดหันกลับไปมองอีกเมื่อชนาธิปกลับเข้าไปในร้านอาหาร ชายหนุ่มก็เห็นภรรยาคนสวยนั่งจ้องตนเขม็งแทบไม่กะพริบตา เขาเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เพราะเธอมองเขาแบบนี้ก็หมายความว่าเธอเห็นที่เขาหยุดคุยกับผู้หญิงคนนั้น“เลขาฯ ของคุณเบิร์ดเจ้าของโครงการบ้านในสวนน่ะ เขามาเดินซื้อของ เจอพี่พอดีเขาก็เลยทัก” ชายหนุ่มอธิบายให้ภรรยารู้โดยไม่รอให้เธอเปิดปากถาม“รักยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย เห็นรักเป็นคนขี้หึงไปได้” เธออมยิ้ม สีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัดที่เขาบอกเธอไปตามตรง“หรือไม่ใช่ เห็นสายตาก

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 50%

    “อุ้ยเล่าให้ฟังว่าพี่ชายเขาทำงานหลายอย่างมาก พักผ่อนน้อย ความเครียดก็เยอะ แต่เพราะเขาไม่เคยป่วยก็เลยไม่เคยไปตรวจสุขภาพสักที จึงไม่รู้ว่าความจริงแล้วตัวเองเป็นโรคความดันสูง พออาการกำเริบ บทจะไปเขาก็ไปแบบกะทันหันจนคนในครอบครัวไม่ทันได้เตรียมใจเลยค่ะ”ชนาธิปยิ้มอ่อนพลางจูบหน้าผากภรรยาอย่างรักใคร่ เธอเคยบอกว่าเขาเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอกับลูก เพราะฉะนั้นต้องรักจึงขอร้องเขาว่าอย่าทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงหรืออันตรายต่อชีวิตอย่างเด็ดขาด และเขาก็เคยรับปากเธอไว้แล้ว“เราก็เลยกลัวว่าพี่จะเป็นเหมือนพี่ชายของเพื่อนหรือ”ต้องรักพยักหน้าอยู่กับอกเขา “รักกับลูกไม่ต้องการอะไรค่ะ ขออย่างเดียวคือขอให้พี่อยู่กับเราแม่ลูกไปนาน ๆ รักอยากให้พี่อยู่ดูความสำเร็จของลูกด้วยกันกับรัก อยู่เป็นปู่ย่าให้หลานของเราแค่นี้ก็พอค่ะ”ชายหนุ่มยิ้มกว้างกับประโยคน่ารักน่าใคร่ของภรรยา เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นคุณปู่อย่างเดียวเองหรือ พี่อยากเป็นคุณตาด้วยนะ เป็นทั้งปู่ทั้งตาเลยได้ไหมต้องรัก เธอจะได้เป็นทั้งคุณย่าและคุณยายไง”ต้องรักหัวเ

  • กรงปรารถนา   ตอนพิเศษ - 25%

    ต้องรักเหลือบมองสามีที่นั่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าด้วยแววตาหลงใหล เธอชอบแอบมองเวลาเขามีสมาธิอยู่กับอะไรบางอย่างเพราะความมุ่งมั่นเคร่งขรึมของเขานานวันก็ยิ่งมีเสน่ห์เสียจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่าภรรยาคนนี้หลงรักเขามากขึ้นทุกวันหญิงสาวเห็นมุมปากเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ก็รู้ทันทีว่าเขารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกจับจ้องจึงทำทีเป็นเบนสายตาไปมองบุตรชายที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนเบาะตรงหน้าแทน“ไม่แอบมองต่อแล้วหรือ” เสียงทุ้มถามขึ้นลอย ๆ“ไม่มองแล้วค่ะ คนถูกมองรู้ตัวแล้วอย่างงี้จะเรียกว่าแอบมองได้ยังไง” เธอตอบยิ้ม ๆ พลางรีบเอื้อมมือตบก้นบุตรชายที่เริ่มทำปากเบะเหมือนจะร้องไห้ และทำท่าจะตื่นชนาธิปวางมือจากคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วเดินมานั่งใกล้ภรรยา เขามองต้องรักกล่อมลูกให้หลับด้วยแววตาแสนรักนี่คือลูกกับเมียของเขา คือครอบครัวที่เขาเคยวาดฝันหลายต่อหลายครั้งว่าอยากมีตั้งแต่ยังไม่ได้เจอกับต้องรักก่อนหน้านั้นเขาทำงานให้นิโคลัส ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับมอบชีวิตทั้งชีวิตให้อีกฝ่

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 100%

    “อยากสิคะ แต่รักจำได้ว่าคุณธิปบอกให้ชะลอไปก่อน”ชนาธิปยื่นหน้าไปหอมแก้มเธออีกครั้ง ก่อนพูดให้เธอเข้าใจ“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นฉันติดปัญหาเรื่องรับช่วงต่อจากรูคส์ ฉันเลยไม่อยากมีลูกให้เป็นภาระของเธอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันไม่เกี่ยวข้องกับรูคส์แล้ว ฉันพร้อมเต็มที่สำหรับการเป็นพ่อคน”ต้องรักเบี่ยงหน้าไปมองเขาเต็มตา วันนี้เขาทำให้เธอซาบซึ้งจนเกือบร้องไห้ไปกี่ครั้งแล้วนะ แต่ที่แน่ๆ ก็คือเธอรักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน“รักก็พร้อมค่ะ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังอยู่ข้างหูตามมาด้วยน้ำเปียกๆ ที่แตะลงบนแก้ม ส่งผลให้ชนาธิปต้องลืมตาตื่นขึ้นทันที ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางดีอกดีใจของบุตรชายวัยเจ็ดเดือนตอนที่เขาลืมตาขึ้น“ว่าไงลูกพ่อ” เขาช้อนแขนเจ้าตัวจ้อยให้ขึ้นมายืนบนท้อง เจ้าตัวเล็กเห็นพ่อจับให้ยืนก็กระโดดผลุงๆ ไปมาบนท้องพร้อมกับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างอารมณ์ดีจังหวะนั้น ต้องรักเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นสองพ่อลูกกำลังนอนเล่นกันอยู่บนเตียงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้&l

  • กรงปรารถนา   บทที่ 25 บทส่งท้าย - 70%

    ให้ต้องรักไปปรากฏตัวสักทีก็ดีเหมือนกัน สาวๆ เหล่านั้นจะได้เลิกตอแยเขาเสียที แต่ทางออกที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้น...การแต่งงาน“แต่งงานกันไหมต้องรัก”เคธี่เคยบอกกับเขาว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสวยๆ ด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันเป็นงานที่จัดครั้งเดียวในชีวิต แม้ต้องรักเคยบอกเขาว่าไม่ต้องการจัดงานใหญ่โตอะไร แต่เขาก็อยากให้เกียรติเธอ และจัดงานแต่งงานให้เธออยู่ดี“ก็เราแต่งกันไปแล้วไม่ใช่หรือคะ ที่วัดไง” เธอหลับตาพริ้มอยู่กับอกของเขา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นเมื่อคิดถึงเช้าวันนั้น“หมายถึงจัดงานที่เป็นเรื่องเป็นราวน่ะ คนทั่วไปจะได้รับรู้ว่าฉันแต่งงานแล้ว และเธอคือภรรยาของฉัน ฉันไม่ชอบเวลาที่มีคนมองว่าเธอเป็นของเล่นบนเตียงของฉัน แล้วก็เอาเธอไปพูดเสียๆ หายๆ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง มือใหญ่เลื่อนมาวางที่หน้าท้องแบนราบของเธอแล้วลูบไล้แผ่วเบา“เวลามีลูก เราจะได้เอารูปแต่งงานให้ลูกดูได้ด้วยไง ไม่ดีหรือ”“ตามใจคุณธิปเลยค่ะ”ต้องรักคลี่ยิ้มอยู่กับอกกว้างของเขา เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นอีก

  • กรงปรารถนา   บทที่ 21 คำขอร้อง - 100%

    “เธอไม่รู้ใช่ไหมว่าถ้าทิมปฏิเสธการแต่งงานกับฉันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”เคธี่กำหัวเข่าของตัวเองแน่น ได้แต่หวังว่าถ้าเจรจากับผู้หญิงตรงหน้าเรียบร้อยแล้วจะรีบโทร. ไปบอกทางนั้นทันที อย่างน้อยการจากไปของผู้หญิงคนนี้ก็อาจจะช่วยให้ชนาธิปคิดว่าตัวเองถูกทิ้งแล้วเปลี่ยนใจยอมรับการแต่งงานครั้

  • กรงปรารถนา   บทที่ 21 คำขอร้อง - 70%

    “พรุ่งนี้รักต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทแล้วนี่นา ฉะนั้นวันนี้พี่ว่าเราไปทำพาสปอร์ตกันดีไหม รักมีพาสปอร์ตรึยัง”ชนิดาวางกระเป๋าเสื้อผ้าลงบนโซฟาหน้าโทรทัศน์ ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าถ้าชนาธิปเป็นอะไรไปจริงๆ อย่างน้อยเธอก็ต้องพาผู้หญิงที่เจ้านายรักที่สุดไปพบกับเขาเป็นครั้งสุดท้ายให้ได้

  • กรงปรารถนา   บทที่ 19 กำจัดเสี้ยนหนาม - 70%

    เจ้าสัวบดินทร์ดูภาพเคลื่อนไหวในคลิปแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง ผู้หญิงที่กำลังยื่นมือไปผลักผู้หญิงอีกคนจนตกบันไดเลื่อนลงไปนั้น ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็คือแพรวา บุตรสาวเพียงคนเดียวของเขาไม่ผิดแน่“มีสองคลิปนะครับ ค่อยๆ ดูไป” ชนาธิปบอกเสียงเรียบ ยกแขนขึ้นมาเท้ากับขอบโต๊ะแล้วประ

  • กรงปรารถนา   บทที่ 18 สามเดือนเหมือนสามวัน - 100%

    “กำลังเลี้ยวรถเข้ามาในห้างแล้ว เธออยู่ชั้นไหน”“รักอยู่ร้านหนังสือชั้นสามค่ะ” เธอตอบพลางเดินไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์“โอเค งั้นฉันจะขับขึ้นไปชั้นสามนะ เธอออกมาตรงลานจอดรถแล้วยืนรอตรงประตูทางเข้าก็แล้วกัน เดี๋ยวจะวนรถไปรับเพราะตอนนี้คงไม่มีที่จอดแล้วละ&r

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status