เข้าสู่ระบบ
ศรายุทธ หนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้าปีที่มีหน้าตาหล่อเหลาคมคาย ดวงตาของเขาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ผมหยักศก และมีผิวสีแทนอย่างชายไทย กำลังเดินเข้าในร้านอาบอบนวดที่เขามาใช้บริการเป็นประจำในช่วงหนึ่งปีหลังมานี้
เมื่อปีที่แล้ว ศรายุทธสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไป เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าจะทำใจได้ แต่ก็ยังไม่คิดจะหาใครมาแทนที่เธอ และหาวิธีปลดปล่อยความต้องการโดยการเที่ยวกลางคืนและใช้บริการที่ร้านจัดให้อย่างคุ้มค่า
พอศรายุทธเดินเข้าร้านก็มีสาวน้อยสาวใหญ่ส่งสายตาให้เขาเพื่อเรียกร้องความสนใจอยากเป็นตัวเลือกของเขากันทั้งนั้น เพราะศรายุทธมาเพียงสัปดาห์ละครั้ง แต่คนที่เขาพาขึ้นห้องแต่ละครั้งนั้นได้ค่าตอบแทนนอกเหนือจากค่าตัวที่ทางร้านจ่ายให้อีกคนละหลายพัน
“วันนี้มีเด็กใหม่เพิ่งเข้ามาทำงานค่ะ คุณยุทธมาได้ถูกวันเลย ให้เจ๊ไปเรียกมานั่งด้วยไหมคะ หรือจะเลือกดูน้องๆ ในร้านก่อน” ชมพูนุชหรือเจ๊นุชถามศรายุทธด้วยน้ำเสียงที่ดูเอาอกเอาใจ
“จัดมาเลยก็ได้ครับ” ศรายุทธบอก เขานั่งลงที่เก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม แล้วส่งบรั่นดีมาหนึ่งแก้วเพื่อดื่มย้อมใจ
คำว่าเด็กใหม่ของชมพูนุช สำหรับศรายุทธก็คือใหม่สำหรับเขาในคืนนี้ แต่เก่ามาจากที่อื่นแล้วทั้งนั้น เขาไม่เคยวางในที่จะถอดถุงยางอนามัยกับใครได้เลยแม้แต่คนเดียว เพราะรู้ว่าผู้หญิงขายบริการในอาชีพหมอนวดเหล่านี้รับแขกมากหน้าหลายตาไม่มีใครปลอดภัยเลยสักคน
ชมพูนุชพาหญิงสาวที่แต่งกายด้วยชุดเดรสสั้นสีดำรัดรูปมานั่งกับเขา เธอโปรยยิ้มหวานใส่เขาแล้วนั่งคลอเคลียข้างๆ อย่างเอาอกเอาใจ ตามที่ชมพูนุชได้สอนเธอมา
“ใหม่จริง เพราะผมไม่เคยเห็นหน้า” ศรายุทธบอก
“น้องบัวเพิ่งมาวันนี้เองค่ะ” ชมพูนุชบอก
“เจ๊บอกว่าเด็กใหม่ทีไร ผมก็คุ้นหน้าตลอดนั่นแหละ” ศรายุทธบอก
“แหม คุณยุทธก็ มาไม่ถึงเดือนก็ใหม่ทั้งนั้นล่ะค่ะ”
“ห้องว่างไหม ผมอยากลองเด็กใหม่แล้ว” ศรายุทธบอกแล้วบัวบงกชอย่างชื่นชม เธอประมาณยี่สิบต้นๆ แต่งหน้าจัดตามอาชีพที่ต้องทำ เลือกชุดที่รัดรูปและเย้ายวนสายตา แสดงว่าคงเจนจัดไม่ใช่น้อย
“ว่างค่ะ ห้องเดิมเลยนะคะเดี๋ยวให้เด็กเปิดห้องให้ค่ะ” ชมพูนุชพูดแล้วลุกชขึ้น เธอเดินกรีดกรายไปบอกผู้ชายอีกคนที่ทำหน้าที่เปิดห้องพาศรายุทธขึ้นไปใช้บริการห้องพักที่อยู่ด้านบน
ศรายุทธโอบเอวบัวบงกชเดินขึ้นไปข้างบนพร้อมกับแก้วบรั่นดีของเขา พอถึงห้องพักเขาก็ให้เธอไปอาบน้ำล้างตัวให้สะอาดแล้วไปรอเธอที่เตียง
“ชื่ออะไร” เขาถามเธอพอเป็นพิธี แต่ไม่คิดจะจำมัน
“ชื่อบัวค่ะ” หญิงสาวตอบขณะที่เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูพันรอบตัวไว้ เธอเดินมานั่งข้างๆ เขาที่ขอบเตียงแล้วโน้มตัวลงทำท่าเหมือนว่ากำลังจะจูบปากเขา
“ฉันไม่จูบ” เขาบอกเธอ หญิงสาวชะงักแล้วยิ้มให้เขา เธอค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเขาออกแล้วถอดเสื้อให้เขา ขณะที่ศรายุทธเองก็ช่วยเธอปลดเข็มขัดและกางเกงของตัวเองออกไปกองไว้ที่พื้น
ศรายุทธกระตุกผ้าเช็ดตัวเธอออก เห็นแววตาที่ดูตระหนกนั่นแวบหนึ่ง แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเธอนั้นทำเป็นว่าตัวสั่นเหมือนนี่เป็นครั้งแรก เป็นเทคนิคการขายที่ศรายุทธคิดว่าใช้ได้ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้น แต่มันใช้ไม่ได้กับเขา
เขาดันเธอไปนอนแล้วก้มลงไปจูบที่หน้าอก ดันสะโพกแนบกับสะโพกของหญิงสาวแล้วถูไถไปมา ดูดชิมความหอมหวานจากหน้าอกของเธอแล้วไซร้ซอกคอพร้อมใช้มือลูบไล้สะโพกเธอไปมา ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนอนหงายเพื่อให้เธอใช้ปากให้กับเขา
หญิงสาวลุกขึ้นแล้วมองแท่งลำนั้นอย่างไม่เข้าใจว่าเขาจะให้เธอทำอะไรระหว่างใช้ปาก ใช้มือหรือว่าขึ้นคร่อมทับมันลงไป
“อมสิ” เขาบอกเธออย่างหงุดหงิด
เธอรีบก้มหน้าใช้ปากให้เขาเหมือนกับหนังเอวีที่เคยผ่านตา กระทำอย่างเบามือและดูดเลียเหมือนกับว่ามันคือแท่งหวานเย็นแท่งหนึ่ง เขาสูดปากครางอย่างพอใจแล้วดันหัวเธอออก ลุกขึ้นสวมใส่เครื่องป้องกันแล้วทาบทับเธอเอาไว้ จับเข่าแยกออกจากกันแล้วกดแท่งลำนั้นลงไปอย่างสุดแรง
“อื้อ” หญิงสาวกัดฟันร้องออกมาผ่านไรฟัน มือจิกผ้าปูที่นอนหลับตาปี๋ด้วยความอึดอัดและเจ็บที่เขาสอดใส่เข้ามาเต็มแรง
“บ้าเอ้ย” ศรายุทธสบถอย่างหัวเสีย
เขารีบก้มลงจูบบดริมฝีปากเธอแล้วค่อยบดควงสะโพกเบาๆ ไปด้วยยังไม่ได้ซอยเข้าออก จนหญิงสาวนั้นเอามือกอดแล้วลูบแผ่นหลังเขา แอ่นสะโพกเรียกร้องตามสัญชาตญาณ ศรายุทธจึงเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเบาๆ
เธอครางเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงครางที่ฟังดูมีความสุข เขาก็เริ่มซอยถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระแทกเข้าออกอย่างดุดันเมื่อเธอนั้นเริ่มตอดรัดเขาแน่นจนเขาแทบทนไม่ไหว
ศรายุทธกัดฟันรอจนคนข้างล่างนั้นตัวอ่อนลง เขาก็กระแทกหนักขึ้นแล้วปลดปล่อยออกมา พลางลุกขึ้นไปที่ห้องน้ำแล้วสบถออกมาไม่หยุด
พอเขาออกมาก็พบว่าเธอกำลังใส่เสื้อผ้าอยู่ แล้วพยายามหลบตาเขา
“นี่เธอยังไม่เคย ทำไมไม่บอกกันก่อน” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ แล้วเดินไปหยิบแก้วบรั่นดีที่ถือขึ้นมากระดกดื่มมันจนหมดแก้ว
“บัวขอโทษค่ะ บัวกลัวว่าคุณจะไม่เลือกบัวถ้าหากรู้ว่าบัวไม่เคยมีประสบการณ์ พี่ๆ ที่เคยนอนบอกว่าคุณชอบเลือกคนที่มีประสบการณ์และให้ทิปหนัก บัวต้องการใช้เงินจริงๆ ค่ะ แต่บัวไม่เอาทิปก็ได้นะคะ แต่อย่าบอกเจ๊นุชเลยนะคะว่าคุณไม่พอใจบัว บัวกลัวโดนหักค่าตัว” เธอนั่งลงพนมมืออ้อนวอนเขาด้วยความร้อนใจ
“บ้าเอ้ย อายุเท่าไรแล้วถึงยังรอดมาจนถึงตอนนี้”
“ยี่สิบสองค่ะ” เธอตอบ ศรายุทธหันมาทำหน้าไม่พอใจ เขาไม่ได้ถามเธอแค่บ่นกับตัวเอง
“แล้วนี่จำเป็นอะไรนักหนาถึงอยากได้เงินด้วยวิธีนี้” เขาถามเธอเสียงเครียด
“พ่อกับแม่บัวเลิกกันค่ะ ต่างคนต่างมีครอบครัวใหม่ เลยเกี่ยงที่จะส่งเงินค่าเทอมให้บัว ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้ว บัวต้องเรียนให้จบ จะได้ไปหางานดีๆ ทำ” บัวบงกชบอกเขา แต่ศรายุทธไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอเล่ามา
“นิทานที่เธอแต่งมันก็สนุกดีนะ แต่เอาเถอะ ฉันจะทำเป็นว่าเชื่อก็แล้วกัน” ศรายุทธบอก
“ขอบคุณนะคะที่จะไม่บอกเจ๊นุช” บัวบงกชไหว้ขอบคุณเขาแล้วรีบแต่งตัวให้เสร็จเพื่อที่จะรีบลงไป
“จะรีบไปไหน” เขาถามเธอเสียงเครียด
“ลงไปทำงานต่อค่ะ” บัวบงกชบอกเขาด้วยท่าทางที่ดูซื่อ ต่างจากจริตเย้ายวนก่อนหน้าตอนที่เธอมานั่งคลอเคลียเขาอย่างกับคนละคน
“ฉันบอกให้ลงไปแล้วเหรอ” เขาถามเสียงเครียดก่อนจะโทรหาชมพูนุชเพื่อคุยเรื่องเธอ
“มีอะไรหรือเปล่าค่ะคุณยุทธ น้องบัวทำอะไรให้ไม่พอใจอะไรหรือเปล่า” เธอถามเขา
“เด็กคนนี้ทำงานประจำที่นี่หรือว่ามีคนฝากมา” เขาถามเธอเสียงจริงจังจนชมพูนุชนั้นกลัวว่ากำลังจะมีเรื่อง
“น้องอยากทำงานค่ะ เลยมีคนแนะนำมาที่นี่อีกที เจ๊ก็จ่ายค่านายหน้าไปสองหมื่น วันนี้น้องทำงานคืนแรก คุณยุทธก็เป็นแขกรายแรกค่ะ” เธอรีบบอกเขา กลัวว่าหากผิดพลาดอะไรมาเธอจะต้องรับผิดชอบ
“งั้นผมซื้อตัวเธอต่อห้าหมื่นเดี๋ยวเขียนเช็คให้” ศรายุทธบอก ชมพูนุชถึงกับเสียดายที่ไม่บอกเขาไปสูงกว่านี้ แต่ด้วยศรายุทธเป็นแขกวีไอพีและมีเส้นสายอยู่มาก เธอเลยต้องยอมปล่อยบัวบงกชไปกับเขาทั้งๆ ที่ควรสร้างกำไรได้มากกว่านี้
บัวบงกชได้ยินสิ่งที่เขาพูดก็ตกใจที่เขานั้นซื้อเธอไป เธอไม่รู้ว่าเขาจะเอาเธอไปขายต่อให้ใคร การแต่งตัวของเขานั้นก็ดูดี ไม่น่าจะเป็นพวกแมงดา หรือว่าเขาอาจจะเป็นนายหน้าค้าผู้หญิงก็ได้ บัวบงกชคิดอย่างเป็นกังวล กลัวไปหมดว่าต้องเจอกับอะไรข้างนอก
“บัวไม่ไปนะคะ บัวจะทำงานที่นี่” เธอบอกเขา ศรายุทธถึงกับอึ้ง ที่เธออยากนอนกับคนมากหน้าหลายตามากกว่าไปเป็นของเขาแค่คนเดียว
“เธอหมดสิทธิ์เลือกแล้วล่ะ เจ๊นุชตกลงยกเธอให้ฉันแล้ว” เขาบอกแล้วมองบัวบงกชด้วยสายตาที่ดูน่ากลัวสำหรับเธอ
*********************
ในงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานของสินีนาถที่ศรายุทธจัดงานให้เธออย่างยิ่งใหญ่เพื่อตอบแทนที่เธออยู่ดูแลเขามาตลอดนั้น บัวบงกชเป็นคนที่ได้รับช่อดอกไม้ไป เธอยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีศรายุทธนั้นดื่มเหล้าเต็มที่จนเริ่มเมา“พอได้แล้วนะคะ เมาแล้ว” บัวบงกชบอกเขา“เมาก็นอนนี้ เขาจัดห้องให้ผมนอนอยู่แล้ว” ศรายุทธบอก“แต่ห้องนั้นใช้เป็นห้องส่งตัวคู่บ่าวสาวในคืนนี้ ไม่ใช่หรือคะ เราจะเข้าไปใช้ได้อย่างไร” บัวบงกชบอก เพราะสินีนาถและอินทัชตั้งใจจะส่งตัวเข้าหอที่โรงแรมแห่งนี้ ในห้องที่ทั้งคู่เคยมีความหลังด้วยกัน“มีห้องนอนตั้งสองห้องนี่ กลัวอะไร” ศรายุทธบอก“คุณนาถกับคุณทัชก็อยากมีความเป็นส่วนตัวนี่คะ ถ้าคืนส่งตัวของเรามีคนมาอยู่ด้วยแบบนี้ คุณยุทธยอมหรือคะ” บัวบงกชถามเขา ศรายุทธนิ่งไปสักพักก็ส่ายหน้า ตอนนี้เขาเมามากจนหน้าแดงไปหมดแล้ว และดูท่าทางคงเริ่มจะทรงตัวไม่อยู่แน่ถ้าเขายืนขึ้น“งั้นเรากลับบ้านดีกว่านะคะ” บัวบงกชบอกแล้วเรียกให้ลูกน้องเขาที่นั่งทานอาหารอยู่โต๊ะด้านหลังมาช่วยพยุงเขาให้ไปขึ้นรถสินีนาถกับอินทัชเดินมาขอบคุณศรายุทธที่ตอนนี้ยิ้มแล้วขอชนแก้วกับอินทัชต่อ จนบัวบงกชต้องบอกให้เขาอยู่น
หลังจากที่บัวบงกชบอกว่าจะอยู่ต่อ ศรายุทธก็โล่งใจและดีใจเป็นอย่างมาก“ให้ตายสิ รู้อย่างนี้ผมน่าจะประกาศเรื่องของเราตั้งแต่แรก ไม่น่าปล่อยให้คุณคิดมากแล้วจะหนีผมไปแบบนี้หรอก” ศรายุทธบอกพลางยิ้มกว้างไม่ยอมหุบ“บัวก็บอกคุณไปตั้งแต่แรกแล้วนี่ค่ะ ว่าบัวไม่อยากอยู่ในสถานะลับๆ ต่อไป คุณยุทธเองต่างหากที่ไม่เข้าใจบัว” บัวบงกชบอกเขา เงยหน้ายิ้มให้เขา“ผมลงทุนทำเรื่องยากๆ ทั้งที่สิ่งที่คุณต้องการมันเป็นเรื่องง่ายๆ แค่นี้เองแท้ๆ ผมนี่มันเป็นผู้ชายที่ซื่อบื้อจริงๆ” ศรายุทธบ่นให้ตัวเองที่มองข้ามเรื่องง่ายๆ นี้ไป“เก่งทุกอย่างยกเว้นเรื่องของหัวใจสินะคะ” บัวบงกชพูดแล้วหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขศรายุทธยิ้ม เขาลุกไปหยิบกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวที่อยู่ในลิ้นชักหัวเตียงออกมา แล้วเดินกลับมาหาบัวบงกช แล้วนั่งลงคุกเข่ากับพื้นห้อง บัวบงกชมองเขาด้วยสีหน้าที่งุนงง ที่อยู่ดีๆ เขาก็ทำอะไรที่ดูโรแมนติกอย่างนี้ออกมา“ผมน่าจะขอคุณต่อหน้าพยานรักหลายคนกว่านี้ น่าจะขอคุณภายใต้บรรยากาศดีๆ ที่ร้านอาหารหรูๆ แต่ถ้าทำอย่างนั้นผมก็จะไม่สามารถพูดความในใจของผมออกมาได้ทั้งหมดศรายุทธบอกแล้วเปิดกล่องสีขาวนั้นออกมา ภายในเป็นแหวนเพชรว
ศรายุทธกับบัวบงกชไปทำงานพร้อมกันเหมือนอย่างเช่นเคย แต่คราวนี้ต่างกันตรงที่ว่ามีเลขาคนใหม่เข้ามรับช่วงต่อจากบัวบงกชแล้ว เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาธรรมดาวัยสามสิบปลายๆ ที่มีครอบครัวแล้ว“ที่ผมเลือกคนนี้ เพราะว่าไม่อยากให้บัวคิดว่าผมจะมองสาวๆ ที่ไหนนอกจากบัว” ศรายุทธกระซิบบอกเธออย่างเอาใจ“คุณนุช วันนี้หลังจากที่ประชุมบอร์ดบริหารเสร็จ รบกวนตามระดับผู้จัดการแผนกต่างๆ มาร่วมประชุมกันให้ครบด้วย ผมมีเรื่องสำคัญจะประกาศให้ทุกคนทราบ” ศรายุทธบอก“งานนี้เป็นงานของบัวไม่ใช่หรือคะ” ศิรินุชถามแล้วปรายตามองบัวบงกชด้วยความไม่พอใจ“ผมรบกวนคุณนุชด้วยนะครับ เพราะบัวจะไม่ได้ทำงานเลขาที่นี่อีกต่อไปแล้ว” ศรายุทธบอก“แต่ยังเหลืออีกตั้ง..” ศิรินุชพยายามจะพูดต่อ แต่ก็เงียบไปเพราะโดนศรายุทธมองมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก“บัวเข้ามานั่งข้างในกับผม ให้คุณนุชสอนงานคนใหม่แทน” ศรายุทธบอก“แต่มันเป็นหน้าที่ของบัวไม่ใช่หรือคะที่ต้องสอนงานคนที่จะมาทำงานแทนบัว” บัวบงกชบอก“บัวบงกช” ศรายุทธบอกเสียงเข้ม บัวบงกชจึงต้องเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย“นั่งให้กำลังใจผมอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องทำอะไร แค่ยิ้มหวานๆ ให้ผมก็พอ” ศรายุทธบอก บัวบงกชยิ้มใ
ลูกน้องที่ไว้ใจได้ของศรายุทธรายงานเรื่องพ่อแม่ของบัวบงกชที่เขาไปสืบมา พ่อของเธอนั้นเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อหลายเดือนที่แล้ว ส่วนแม่ของเธอนั้นเลิกกับสามีใหม่และไปทำงานเป็นแม่ครัวอยู่ในบ่อนเพื่อใช้หนี้ที่เธอและสามีใหม่ก่อเอาไว้ศรายุทธให้คนไปไถ่ตัวมารดาของบัวบงกชออกมาจากบ่อนแล้วให้ไปพักอยู่ที่บ้านที่เขาซื้อเอาไว้ พอทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็เรียกให้บัวบงกชเข้ามาหาในห้อง“บัว ผมมีอะไรจะเซอร์ไพรส์คุณ” ศรายุทธบอก“อะไรอีกคะ ช่วงนี้บัวได้รับการเซอร์ไพรส์จากคุณบ่อยมากเลย” บัวบงกชถามเขา พลางยิ้มอย่างมีความสุขที่เขานั้นพยายามทำดีกับเธออยู่ไม่หยุด“ผมเจอแม่ของคุณ และตอนนี้ท่านกลับไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว” ศรายุทธบอกบัวบงกชมองเขาอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าเขาจะทำเพื่อเธอขนาดนี้ น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมา แล้วก็ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่“บัวไม่รู้จะพูดอย่างไร นอกจากคำว่าขอบคุณ ขอบคุณมากๆ นะคะ” บัวบงกชบอก“อยากเจอแม่ไหม พรุ่งนี้ผมจะพาไป” ศรายุทธบอก“ค่ะ อยากเจอค่ะ” บัวบงกชบอกแล้วโผเข้ากอดศรายุทธ นั่งตักของเขาแล้วคล้องคอเขาเอาไว้ หอมแก้มเขาทั้งสองข้าง แล้วซบหน้าลงที่ไหล่ของเขา“ผมทำดีพอที่คุณจะอยู่ต่อหรือ
หลังจากวันนั้น ศรายุทธเอาคำพูดของบัวบงกชมาคิด เธอบอกว่าอับอายเพราะตอนนี้เธออยู่ในสถานะเมียเก็บของเขา การเปิดเผยสถานะของเธอมันทำให้เธอนั้นดูไร้ศักดิ์ศรี เขาน่าจะคิดให้รอบคอบกว่านี้ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรที่อยู่ๆ เขาก็เปิดเผยความสัมพันธ์กับเธอแบบนี้เขาโทรหาคนของเขาที่ให้ทำงานที่นอกเหนือจากงานที่บริษัท แล้วให้ไปจัดการทำเรื่องที่สำคัญให้กับเขา“ฉันมีเรื่องที่อยากให้จัดการให้สองเรื่อง” ศรายุทธบอก“ครับนาย” ปลายสายพูดออกมา พร้อมรับคำสั่งของศรายุทธอย่างเต็มที่“เรื่องแรกไปสืบหาพ่อแม่ของบัวบงกชว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน แล้วมารายงานฉันด่วน” ศรายุทธบอก“ครับนาย” เขารับปาก แล้วรอฟังคำสั่งที่สอง“ส่วนอีกเรื่อง ฉันจะส่งรายละเอียดให้ในข้อความ ขอให้ทำเรื่องนี้ก่อน ฉันต้องการด่วนภายในวันนี้ ต้องเอาสิ่งที่ฉันต้องการมาส่งให้ฉันก่อนเลิกงาน” ศรายุทธบอกแล้วยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะวางสายไปพอเลิกงานเขาก็รอให้บัวบงกชเก็บของเสร็จแล้วให้เธอเดินออกไปพร้อมกับเขา โดยที่ศรายุทธให้เธอควงแขนเขาเดินไปอย่างเปิดเผย บัวบงกชอายอยู่มากแต่ในเมื่อคิดว่าเหลือเวลาอีกไม่นานก็ต้องเป็นอิสระแล้ว เลยยอมทำตามที่เขาบอก เพื่อให้เขาพอใ
ศรายุทธลงมารอบัวบงกชที่โต๊ะอาหารตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะลงมา สินีนาถที่เห็นเขาเอาแต่มองประตูทางเข้าห้องอาหารก็เลยอดถามเขาไม่ได้“พี่ยุทธเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”“ทำไมบัวยังไม่ลงมา” เขาถามสินีนาถ“บัวออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ ข้าวก็ไม่ได้ทานนะคะ บอกแค่ว่าต้องรีบไป” สินีนาถบอกเขาศรายุทธทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจที่บัวบงกชไม่ยอมรอไปพร้อมเขา“เอาใจยากชะมัด” ศรายุทธพูดออกมาอย่างไม่พอใจ“มีอะไรหรือคะ” สินีนาถถามเขา“พี่ทำให้คนอื่นๆ รู้แล้วว่าบัวบงกชไม่ใช่แค่เลขา แต่ว่าเธอก็ยังไม่พอใจ ยังอยากไปจากพี่อยู่ดี เมื่อคืนก็บอกให้รอไปทำงานพร้อมกัน แล้วดูทำเข้าสิ” ศรายุทธพูดขึ้นมาอย่างหัวเสีย สินีนาถที่ไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก เธอเลยไม่ได้ออกความเห็นใดๆ ออกมา“บัวไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อน เธอคงมีอะไรให้ต้องคิด พี่ยุทธเองก็ให้เวลาเธอหน่อยก็แล้วกันนะคะ” สินีนาถบอกเขาศรายุทธลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วรีบไปที่บริษัทเพื่อจัดการกับบัวบงกชทันทีพอถึงบริษัทเขาก็รีบขึ้นไปชั้นบนสุดที่เป็นห้องทำงานของเขา เห็นแค่ศิรินุชที่นั่งทำงานอยู่แต่ไม่เห็นบัวบงกช“บัวล่ะ” ศรายุทธถามเสียงเครียด“ยังไม่มานี่ค่ะ” ศิรินุชบอกแล้วย







